[OS/SF] :: SEVENTEEN &. MONSTA X ::

ตอนที่ 1 : [X] - BODYGUARD - #ฮยองกี้ [#นายน้อยกี้]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 237
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 มิ.ย. 59

3(8)

BODYGUARD #นายน้อยกี้

Hyungwon x Minhyuk ( #ฮยองกี้ ) By. tuangmi

 

 

“ป๋าาาาาาาาา” เสียงลากยาวที่ดังมาก่อนตัว ทำให้มุมปากและโหนกแก้มขยับยกขึ้นก่อนแย้มยิ้มด้วยความเอ็นดูออกมา ส่งผลให้ริ้วร้อยตามไวยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีก แต่เจ้าของดูไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้นสักเท่าไหร่ เขาเบนสายตาไปยังประตูห้องทำงานซึ่งมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่จะได้รับอนุญาตให้เข้ามาได้

 

หนึ่ง คือเขาเอง...ประธานบริษัทในเครืออีกรุ๊ปทั้งหมด

สอง คือเลขาคนสนิทของเขา...ซึ่งได้รับมอบหมายให้ไปจัดการธุระแทนเขาที่ต่างประเทศ

สาม คือบอดี้การ์ดประจำตัวของเขา...แชฮยองวอน ซึ่งยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลในห้องทำงานของเขาขณะนี้

และสี่ คือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวของเขา...อีมินฮยอก ซึ่งเป็นเจ้าของเสียงเมื่อสักครู่นี้

 

“ป๋า กี้เรียกแล้วไม่ตอบกี้เลย” เป็นธรรมดาไปแล้วที่เจ้าของรูปร่างโปร่งและรอยยิ้มสดใสนี้จะแทนตัวเองว่ากี้และแทนพ่อว่าป๋า คนถูกต่อว่าไม่ได้มีท่าทีรู้สึกผิด สิ่งที่มีมากขึ้นกว่าเดิมก็คือรอยยิ้มเอ็นดูนั่นเอง

 

“ป๋ามองไม่เห็นน่ะสิว่าใครเป็นคนเรียก ได้ยินแต่เสียงโหวกเหวกดังมาแต่ไกล สงสัยป๋าต้องไปตรวจหูซะล่ะมั้ง หรือว่าไงฮยองวอน?” เจ้าของชื่อหันมายกยิ้มเล็กน้อยให้ผู้เป็นนาย

 

“คาดว่าคงใช่ครับนายท่าน” ได้ยินดังนั้นมินฮยอกจึงหันไปยู่ปากใส่บอดี้การ์ดคนเก่งของพ่อที่เห็นกันมาตั้งแต่จำความได้ด้วยอีกคนก่อนหันกลับมาออดอ้อนพ่ออีกครั้ง

 

“ป๋ากับพี่ฮยองวอนรวมหัวกันแกล้งกี้อีกแล้ว คอยดูนะกี้จะงอน”

 

“ตอนนี้ก็งอนไม่ใช่หรือไงฮึ?” ปลายจมูกรั้นถูกบีบเบาๆแล้วจับให้ส่ายไปมาจนกลุ่มผมสีอ่อนสะบัดไปมาตามไปด้วย

 

“ป๋าอ่ะ แกล้งกี้ตลอด.. อ่ะ มัวแต่งอนป๋า เกือบลืมไปเลยกี้ว่าจะออกไปดูหนังกับซื้อของแหละ” คนเป็นพ่อลูบกลุ่มผมนิ่มของลูกชายเบาๆแล้วพยักหน้ารับรู้ ลูกชายเขาไม่ใช่คนที่ใช้เงินเปลืองนัก เรียกว่ารู้จักใช้เงินก็อาจได้...ไม่ได้ถึงขั้นตระหนี่ ของที่ใช้ส่วนใหญ่ก็เป็นของแบรนด์เนมเพียงแต่ไม่ได้ซื้อบ่อยๆเท่านั้นแหละ เขาจึงไม่ห่วงเรื่องนี้เท่าไหร่นัก เขาห่วงว่าลูกชายคนเก่งจะไปกับใครมากกว่า

 

“ไปกับใครล่ะ? หรือว่านัดสาวไว้?”

 

“บ้า ป๋าล่ะก็ กี้จะไปมีของแบบนั้นที่ไหนกันน่าเบื่อจะตาย ไปคนเดียวนี่แหละ.. กี้อยากขับรถ อุตส่าห์ได้ใบขับขี่มาแล้วทั้งที” พูดถึงใบขับขี่แล้วเขาก็แทบจะต้องแอบไปถอนหายใจเลยทีเดียว ลอบสบตากับบอดี้การ์ดคนสนิทแล้วได้แต่แอบยิ้มกันสองคนอย่างรู้กัน

 

มินฮยอกต้องไปสอบใบอนุญาตขับขี่ถึงสามรอบด้วยกัน

 

เหตุก็เพราะเจ้าตัวยังขับรถได้ไม่คล่องนัก แต่ใจร้อนอยากมีใบขับขี่ตั้งแต่อายุถึงเกณฑ์เดือดร้อนให้ฮยองวอนพาไปสอบ รอบที่สามจึงสำเร็จได้ใบขับขี่มาสมใจอยาก แต่จากเหตุการณ์ในการสอบที่มินฮยอกเกือบถอยรถไปเสยกำแพง คนเป็นพ่อจึงไม่อยากให้ลูกชายขับรถไปไหนมาไหนคนเดียวมากนัก

 

“ป๋า...เงียบอย่างงี้จะให้กี้ไปมั้ยเนี่ย? กี้ขับคล่องแล้วนะ”

 

รอยยิ้มล้อเลียนจุดขึ้นที่มุมปาก โชคร้ายที่ลูกชายตาไวมองเห็นพอดิบพอดี ชายสูงวัยจึงได้รับเสียงกระเง้ากระงอดงอแงมาเสียชุดใหญ่ สุดท้ายเขาจึงยกมือขึ้นห้ามและพยักหน้าอนุญาตให้มินฮยอกขับรถไปห้างสรรพสินค้าได้

 

“แต่...”

 

“ป๋าน่ะ” รอยยิ้มที่เพิ่งเกิดขึ้นถูกพับเก็บไป แทนที่ด้วยใบหน้างอนๆอย่างคนถูกขัดใจ

 

“ป๋าจะบอกว่าให้ฮยองวอนไปด้วย แค่นั่งไปน่ะ เผื่อมีอะไรเกิดขึ้นจะได้แก้ไขได้ทัน”

 

“สุดท้ายป๋าก็ไม่ไว้ใจกี้อยู่ดี”

 

“ไม่ใช่ว่าป๋าไม่ไว้ใจ แต่ป๋าเป็นห่วง ถ้าไม่อยากให้ป๋าเป็นห่วงป๋าก็จะไม่ห่วง ลูกอยากขับรถไปไหนก็ตามใจลูก” เมื่อตามใจมากๆแล้วอีกฝ่ายยังคงงอแง ก็ช่วยไม่ได้ที่เขาจะต้องใช้ไม้แข็งเสียบ้าง เขามีลูกคนเดียวถ้าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา มูลค่าของเงินที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายไม่ได้มีความหมายกับเขามากไปกว่าชีวิตของลูกชายเลยสักนิด

 

“ป๋า...กี้ขอโทษ ให้พี่ฮยองวอนไปด้วยก็ได้ ไม่ได้ไปเดินเล่นด้วยกันตั้งนานแล้ว เนอะพี่ฮยองวอนเนอะ” เจ้าของร่างสูงผอม ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะมาเป็นบอดี้การ์ดได้เลยยิ้มออกมาแล้วพยักหน้ารับคำคนอายุน้อยกว่า

 

“ถ้างั้นก็ไปกันเถอะ ฮยองวอนฉันฝากลูกด้วย”

 

“ครับนายท่าน ผมจะดูแลนายน้อยเอง”

 

 

 

#นายน้อยกี้

 

 

 

“เกียร์ R นั่นเกียร์ถอยหลังครับนายน้อย” น้ำเสียงที่เคยนิ่งเรียบอย่างคนเรียบร้อยสุขุม สั่นเล็กน้อย ฟังเพียงครั้งแรกก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังกลั้นยิ้มและหัวเราะอย่างเต็มความสามารถ ทำให้มินฮยอกขมวดคิ้วและเบะปากคว่ำอย่างแสนงอน

 

“กี้รู้แล้วน่า ก็แค่สับสนนิดหน่อย”

 

“เราจะไปถึงห้างใช่ไหมครับ?”

 

“เอ๊ะ พี่ฮยองวอนนี่ เดี๋ยวกี้ก็ฟาดเลย” คนแสนงอนเหยียบคันเร่งด้วยแรงงอนทำให้ตัวรถกระชากเล็กน้อย ฮยองวอนยิ้มและส่ายหัวน้อยๆกับความแสนงอนที่มากมายเสียเหลือเกินนั่น ฝ่ามืออุ่นจึงเอื้อมไปหยิกแก้มนิ่มๆนั้นเบาๆ

 

“พี่ก็เจ็บสิครับ”

 

“ไม่ต้องมาจับเลย กี้งอนอยู่”

 

“ก็ง้ออยู่นี่ไงล่ะครับ” ด้วยสัญญาณไฟจราจรสีแดงสดนั่น ทำให้พวกเขามีเวลาหันหน้ามาแยกเขี้ยวใส่กันอย่างสบายใจ

 

“ง้ออะไร ยิ่งจับยิ่งงอน”

 

“แล้วถ้าเปลี่ยนจากจับเป็นจูบล่ะครับ จะหายงอนไหม?”

 

“!!!”

“พี่นี่! หน้าไม่อาย” ฮยองวอนเหลือบสายตามองไปที่สัญญาณไฟจราจรอีกครั้ง

 

มันยังเป็นสีแดง...

 

ปลายคางเล็กถูกยึดไว้และดันขึ้นเพื่อรับสัมผัสหยุ่นชื้นที่ทาบทับลงมาและบดคลึงอย่างหยอกล้อ ฝ่ามือเล็กทั้งสองกำรอบพวงมาลัยรถจนมือขึ้นสีขาว ดวงตาสดใสปิดแน่น แม้แต่เวลาก็ดูเหมือนจะหยุดลงไปด้วย

 

ลิ้นชื้นดุนดันไปมาที่กลีบปากนิ่มก่อนจะสอดแทรกเข้าไปได้สำเร็จ หากยังไม่ทันได้ทำการสำรวจให้ทั่วอย่างใจนึก สัญญาณไฟก็ได้เปลี่ยนเป็นสีเขียวเสียก่อน...เสียงบีบแตรจากรถคันข้างหลังดังลั่นถนน ส่งผลให้คนทั้งคู่กระเด้งตัวออกจากกันแทบไม่ทัน มินฮยอกเหยียบคันเร่งออกไปแบบเบลอๆ ส่วนคนอายุมากกว่าก็นั่งผินหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างเสียอย่างนั้น

 

 

นานแค่ไหนแล้วนะ...

ที่พวกเขาไม่ได้สัมผัสกัน...

 

 

เหตุการณ์คล้ายๆกันนี้เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่เขาสอนให้ลูกของเจ้านายขับรถ แต่ครั้งนั้นมันเป็นอุบัติเหตุ ถึงแม้มันจะผ่านมานานแล้วและอีกฝ่ายก็ไม่ได้พูดว่าอะไร พวกเขาปล่อยให้มันผ่านเลยไปเฉยๆ อาจมีบ้างที่เขาพูดจาหยอกล้ออีกฝ่ายตามประสาคนที่เห็นกันมาตั้งแต่ยังเด็ก แต่เพราะอะไรกันทำไมเขาถึงได้ปล่อยตัวให้กล้าทำในสิ่งที่ไม่ควรทำแบบนั้น

 

และแล้วจุดดำมืดเล็กๆในใจมันก็ขยายใหญ่ขึ้น

 

เขาได้ยินมาจากบอดี้การ์ดที่ทำหน้าที่ไปรับส่งอีกฝ่ายที่มหาวิทยาลัยว่าพักนี้มีคนมาคอยเกาะแกะไม่น้อย นั่นทำให้เขาเกิดอาการเครียดขึ้นมาทันที เขาคิดว่าเขาคงจะเป็นห่วงเหมือนที่พี่เป็นห่วงน้อง...แต่บางทีมันอาจไม่ใช่ก็ได้..

 

“นายน้อยจะไปดูหนังก่อนหรือซื้อของก่อนครับ?” คราวแรกที่ถามออกไป นายน้อยของเขากะพริบตาปริบคล้ายจะงุนงงแต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ มือเล็กก็ยกมาลูบหน้าตัวเองแรงๆทันที

 

“กี้ลืมไปเลยว่าจะดูหนัง”

 

“งั้น...”

 

“ไม่ดูแล้ว กี้มึนหัว กี้อยากไปซื้อของ”

 

ว่าแล้วนายน้อยก็ออกตัวพาแก้มแดงๆของตัวเองเดินลิ่วๆไป บอดี้การ์ดจำเป็นจึงเดินตามไปห่างๆและคอยทำหน้าที่ถือของให้อย่างไม่อิดออด ซึ่งหลักๆก็คือของตกแต่งห้องนอน กับอาหารสดจากซุปเปอร์มาเก็ตอีกเล็กน้อย

 

“จะทำสปาเก็ตตี้หรอครับ?”

 

“อื้อ กี้อยากกิน เดี๋ยวกี้ทำเผื่อพี่ฮยองวอนด้วย”

 

“ใจดีจังเลยนะครับ” มินฮยอกพยักหน้ารับพลางหัวเราะเสียงใสเบาๆ และเพราะร่างโปร่งหันหลังให้บอดี้การ์ดจำเป็นอยู่จึงไม่เห็นว่าอีกฝ่ายยิ้มเอ็นดูมากแค่ไหน และแม้ว่าภาพเด็กหนุ่มในวัยยี่สิบนิดๆกับชายหนุ่มในชุดสูทสีดำจะค่อนข้างดึงดูดสายตาคนภายนอก แต่พวกเขาก็ทำเพียงแค่เดินซื้อของไปเรื่อยๆเท่านั้น

 

“นายน้อยครับ พี่ขอเอาของไปเก็บที่รถก่อนนะครับ”

 

“อื้อ เดี๋ยวกี้ไปซื้อไอติมละรออยู่ที่ร้านนะ”

 

“ได้ครับ” ฮยองวอนหอบของทั้งหมดเดินกลับไปที่รถ จัดการเก็บของจนเสร็จเรียบร้อยและเตรียมตัวเดินกลับไปหานายน้อย แต่สายตาคมก็เหลือบไปเห็นกล่องใส่บุหรี่ของตัวเองบนเบาะข้างคนขับเสียก่อน.. เขาคงทำตกไว้ตอนกำลังจะลงจากรถ เมื่อเห็นความอยากก็พุ่งขึ้นมาจนเขาแทบทนไม่ไหว

 

ใจหนึ่งอยากรีบไปหามินฮยอกเพราะกลัวอีกฝ่ายรอนาน แต่อีกใจหนึ่งก็อยากสูบบุหรี่เสียจนหน้ามืด

 

สุดท้ายเขาก็ยอมแพ้ เปิดประตูรถเพื่อหยิบบุหรี่ จัดการจุดไฟและสูบอยู่แถวนั้นอย่างสบายใจ เขาพยายามสูบให้เร็วเพราะไม่อยากให้คนรอต้องรอนานและในที่สุดบุหรี่มวนนั้นก็ถูกสูบจนหมด เขาทดลองลมหายใจตัวเองเล็กน้อยก่อนเดินไวๆกลับเข้าห้างเพื่อไปบ้วนปากในห้องน้ำ จากนั้นจึงค่อยกลับไปหามินฮยอก

 

ตามคาด...ใบหน้าน่ารักงอหงิก แถมไอติมก็หมดไปแล้วอีกด้วย...

 

“ช้าอ่ะพี่ กี้รอตั้งนาน เจอคนรู้จักด้วยไม่อยากเจอเลย...อ๊ะ” ฮยองวอนที่ฟังอีกฝ่ายเจื้อยแจ้วอยู่ดีๆอีกฝ่ายก็เงียบไป เขาจึงหันไปหาและได้พบกับใบหน้าที่งอหงิกยิ่งกว่าเดิม ที่สำคัญก็คือมินฮยอกไม่ยอมพูดอะไรกับเขาสักคำ แต่กลับเดินจ้ำอ้าวไปที่รถแทน...

 

 

งงไปหมด...

 

 

“นายน้อยครับ?”

 

“พี่ไปขับ กี้ไม่อยากขับแล้ว”

คนใส่สูทสีดำรับกุญแจรถมาจากนายน้อยแล้วเดินไปฝั่งคนขับอย่างงงไม่หาย พวกเขาขึ้นประจำที่เรียบร้อยแล้ว แต่นายน้อยมินฮยอกกลับไม่ยอมมองหน้าเขาอยู่อย่างนั้น

 

 

หรือจะโกรธที่กลับเข้าไปหาช้า..?

 

 

“นายน้อยโกรธพี่หรอครับ?”

 

 

“Marlboro Deep Sea”

 

 

ได้ยินเพียงเท่านั้นเขาก็ทราบทันทีว่านายน้อยของเขาไม่พอใจด้วยเหตุใด จะอะไรเสียอีกถ้าหากไม่ใช่ได้กลิ่นบุหรี่จากตัวเขา แต่ถึงขนาดรู้ยี่ห้อรู้กลิ่นแบบนั้นมันก็เซียนไปหน่อยล่ะมั้ง

 

“นึกว่าเลิกสูบไปแล้ว”

 

หือ...เขาไม่เคยสูบให้นายน้อยเห็นเลยนะ  เพราะส่วนใหญ่เขามักจะสูบเวลาที่เครียดหรือเหนื่อยจัดเท่านั้น และเวลาที่เขาเจอนายน้อยก็จะเป็นเวลาที่นายน้อยเข้ามาหาเจ้านายของเขาเสียส่วนใหญ่ การที่นายน้อยจะมารับรู้ว่าเขาสูบบุหรี่นี่แทบเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

 

“นายน้อยรู้ได้ยังไงว่าพี่สูบบุหรี่”

 

“เห็นออกบ่อย แต่พักหลังไม่เห็นก็นึกว่าไม่สูบแล้ว พี่ฮยองวอนติดบุหรี่หรือยังไง?” ใบหน้าน่ารักงอหงิกแสดงถึงความไม่พอใจอย่างรุนแรง ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวดูน่าโมโหไปเสียหมด ฮยองวอนเองก็ไม่แน่ใจว่าเขาเองจะต้องแก้ปัญหานี้อย่างไร เพราะเขาได้ทำการสูบไปแล้ว แต่ที่จริงกลิ่นมันก็ไม่ได้แรงอะไรนะ

 

“นายน้อยเหม็นมากหรอครับ ให้พี่นั่งแท็กซี่กลับเองก็ได้นะ?”

 

“ไม่ ไม่ได้เหม็นแต่หงุดหงิด พี่ไม่ห่วงตัวเองเลย แต่ก่อนป๋าก็ชอบสูบแล้วก็ป่วย พี่อยากป่วยเหมือนป๋าของกี้หรอ ไม่เอานะ” ไม่รู้ทำไม ทั้งที่กำลังโดนคนอายุน้อยกว่าดุเอาปาวๆแต่มุมปากของเขากลับยกขึ้นไม่หยุดแบบนี้

 

“นายน้อยก็เป็นห่วงพี่ด้วยหรอครับ?”

 

อาจเพราะเหตุการณ์น่าอายที่เพิ่งเกิดไปไม่นานมานี้ ทำให้แก้มใสของมินฮยอกแดงระเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง แต่ถึงจะเขินเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า เขาก็พยักหน้ารับออกไปแต่โดยดีว่าเป็นห่วงอีกฝ่ายไม่น้อยจนอดดุไม่ได้

 

“ถ้านายน้อยอยากให้พี่เลิก พี่เลิกก็ได้ครับ”

 

 

หืม...มันง่ายขนาดนั้นเลยหรอ?

 

 

“แต่...”

 

 

ว่าละว่าต้องมีข้อแลกเปลี่ยน.. นายน้อยมินฮยอกเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วถามออกไปเสียงดังฟังชัดว่าบอดี้การ์ดคนเก่งต้องการอะไรเป็นข้อแลกเปลี่ยน ถ้าเขาให้ได้เขาจะให้

 

“พี่คงต้องมีอย่างอื่นให้ติดแทนน่ะสิครับ”

 

“แล้วมันอะไรกันล่ะ กี้ไม่เล่นทายใจกับพี่หรอกนะ”

 

 

“จูบ...”

 

 

“ห..ห้ะ?”

 

ฮยองวอนพูดออกไปแล้ว พูดออกไปอย่างที่ใจคิด ไม่เกรงกลัวว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่สมควรในเมื่ออีกฝ่ายเป็นถึงลูกชายคนเดียวของเจ้านาย

 

“พี่พูดไปแล้ว หรือจะให้พี่ไปทำกับคนอื่นก็ได้ เมื่อสัปดาห์ก่อนนายท่านก็เพิ่งแนะนำให้พี่รู้จักกับผู้หญิงคนนึง เธอสวยเชียวล่ะ” เป็นการลองใจที่อันตรายทีเดียว แต่ฮยองวอนก็ได้พูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกไปอีกครั้งแล้ว และครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะให้ผลในทางที่ดี

 

“ไม่ต้อง พี่ฮยองวอนนิสัยไม่ดี มานี่เลยนะ

 

ว่าแล้วมือเรียวก็ดึงจนเกือบเรียกได้ว่ากระชากให้ฮยองวอนเข้ามาใกล้และเป็นฝ่ายประกบริมฝีปากนิ่มลงไปบนริมฝีปากของอีกคนก่อน ริมฝีปากหยุ่นชื้นของทั้งคู่ขยับบดเบียดกันไปมา ปรับเปลี่ยนองศาให้แนบชิดกันจนไม่เหลือช่องว่าง ก่อนที่ปลายลิ้นชื้นของฮยองวอนจะรุกล้ำเข้ามาอย่างฉวยโอกาส และก็เป็นนายน้อยมินฮยอกที่รับปลายลิ้นนั้นไว้ พวกเขาผลัดกันบดจูบจนแทบหมดอากาศหายใจจึงได้ละออกจากกัน

 

ฮยองวอนมองกลีบปากสีสวยที่ฉ่ำวาวไปด้วยน้ำใสๆ แล้วอดไม่ไหวต้องก้มลงไปประกบจูบเบาๆอีกครั้ง

 

“จูบรส Deep Sea ก็ดี” เสียงงุบงิบที่ดังบอกออกมาจุดรอยยิ้มกว้างให้ฮยองวอนทันที

 

 

ไม่แน่ว่าบางทีเขาอาจไม่ต้องเลิกบุหรี่ก็ได้ ถ้านายน้อยชอบจูบรสนี้...

 

 

“ถ้าป๋ารู้ พี่ตายแหงๆเลย”

 

 

 

 

 

“ก็อย่าให้นายท่านรู้สิครับ”

 

 

ว่าแล้วก็ให้นายน้อยได้ชิมจูบรส Deep Sea อีกสักครั้ง

 

 

 

 

E N D.

กรี๊ดดดดดด ทำไมแชหล่อแบดอะไรเบอร์นั้น

ดูดบุหรี่ด้วยนะ แมนมากมั้ย แมนไปไหน ๕๕๕๕๕๕๕๕

เป็นฟิคเจิมบล็อกใหม่ที่ไฉไลมากค่ะ ไม่คิดว่าแชจะหล่อขนาดนี้ (แต่งเองไม่ใช่เหรอ)

ส่วนนายน้อยกี้ ไม่ต้องบรรยายก็รู้ใช่มั้ยคะว่าน่าร้ากกก (ไม่ได้อวยเลยนะ)

นี่ลั่นมากขนาดไปหาข้อมูลบุหรี่ marlboro เลยค่ะ

ฝากฟิคคุณบอดี้การ์ดกับนายน้อยไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ ยังมีอีกหลายคู่ให้ติดตามด้วย ๕๕๕

คอมเม้นท์ติชมได้นะคะ และสามารถติดแท็ก #นายน้อยกี้ หรือ #tuangmi หรือ @tttuang91 ค่ะ

 

O W E N TM.

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

44 ความคิดเห็น

  1. #31 root-hair (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 20:10
    ร้ายกาจจจ ร้ายกาจจจ กรี้ดดดดดดดเขินมากเยย/-\
    #31
    0
  2. #30 failie_yooyj (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 08:02
    ขอภาคต่อด้วยค่ะ5555555
    #30
    0
  3. #6 ribbinribbin (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 21:29
    แชแบดมากๆ ดูหล่อไปเลย ชอบแชลุคนี้อ่าาาา

    รักแช หลงแช งุ้ยยยย 





    #6
    0
  4. #2 ALLliki (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 05:32
    แหง่วววววว บอดี้การ์ดแชหล่อมากกก โคตหล่อ ชอบมากค่าาาา อยากอ่านคู่นี้อีก น่ารักมุมิดีจังง55555
    #2
    1
    • #2-1 ``tuangmi★(จากตอนที่ 1)
      7 มิถุนายน 2559 / 09:02
      แต่งเองยังเขินเองเลยค่ะ 555555
      #2-1