กลรักละลายใจ (ขณะนี้กำลังปรับพล็อตใหม่นะคะ)

ตอนที่ 7 : บทที่ 6 ผมจะแต่งงานกับคุณ (แบบแก้พล็อตนะคะ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1414
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    16 มี.ค. 54




สี่ทุ่ม พบกันค่ะ วันนี้มีเรียนพิเศษ ตอนทุ่มครึ่งถึงสามทุ่มครึ่ง

เดี๋ยวเลิกเรียนจะมาอัพตอนนี้ให้อ่านกันนะคะ

แล้ววันนี้คนแต่งจะไล่ลบของเก่าออก แล้วจะทยอยเอาพล็อตฉะบับแก้ลงให้อ่านกันนะคะ เรื่องนี้รู้สึกว่ามันนานแล้ว - -* แล้วที่แก้เพราะคนแต่งกลับไปอ่านแล้วมันแปลกๆค่ะ แก้ไปแก้มามันไม่เหมือนของเก่าเท่าไหร่เลย T0T
เลยกะจะลบที่แต่งไว้ออกเพื่อเอาของใหม่ใส่
วันนี้พบกันนะคะ ขอโทษด้วยนะคะ ที่ห่างไปเป็นเดือนๆเลย
คนแต่งจะพยายามแต่งให้ดีที่สุดค่ะ เรื่องคำผิดอะไรบางคำอาจมีอยู่บ้างเดี๋ยวจะทำหารรีซ้ำก่อนส่ง สนพ นะคะ ถ้าเกิดใครใจดีบอกคนแต่งจะขอบคุณมากเลยค่า!!

.............................................................................................................

“ ดูปกติดีนี่ ” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น พลางเดินเข้าไปใกล้คนป่วยที่กำลังจะเอนหลังพิงพนักเตียง

“ แน่นอน คนอย่างฉันตายยาก อ้อ นายไปบอกพยาบาลทำไมว่าฉันท้องหา!

“ ก็เข้าใจผิดกันไปเอง ในตอนนั้นคนไข้เยอะพยาบาลเลยวิ่งวุ่นกันไปหมด เรื่องมันก็แค่นี้เอง ” พศินอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ นี่คุณ คุณคิดจะตลบหลังผมน่ะ คิดดีแล้วหรือ”  เสียงลอยๆเปรยขึ้นดังพอที่จะทำให้คนป่วยที่แกล้งทำเป็นไม่สนใจในการฟังคำอธิบายได้ยิน ก่อนคนมาเยี่ยมเดินไปนั่งที่โซฟาสำหรับรับรองการเยี่ยมไข้ เมื่อหลังพิงกับพนักนุ่มแล้วผิวปากเป็นเพลงอย่างสบายอารมณ์ 

ทางร่างบางถึงกับกระเด้งตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ลืมความเจ็บแผลที่ศีรษะไปชั่วขณะ มือข้างที่ไม่ถูกให้สายน้ำเกลือชี้ไปยังต้นเสียงอย่างตกใจ

“ อะไรนะ!! นี่คุณแอบฟังงั้นเหรอ!!! 

พศินยักคิ้วแทนคำตอบ

“ นี่ถ้าไม่มาวันนี้คงไม่รู้นะว่าคุณกำลังวางแผนอะไร เฮ้อ...เสียใจด้วยนะครับ คุณเมษาที่แผนของคุณมันเข้าหูผมเสียแล้ว ”

“ อย่ามากวนนะ! ” เมษาแทบจะลงจากเตียงเดินไปเพื่อประจันหน้ากับชายหนุ่มที่ย้ายตำแหน่งจากที่นั่งที่โซฟามายืนเต๊ะท่าเหนือกว่าอยู่ข้างเตียงให้รู้รอด

 “ อ้อ วันนี้ที่ผมมาถึงนี่เพื่อจะนำเรื่องนี้มาแจ้งให้คุณทราบน่ะ ว่าระหว่างที่คุณสลบผมตัดสินใจแล้วว่าผมจะแต่งงานกับคุณ ”  เสียงทุ้มเอ่ยเสียงเรียบ

“ หา...คุณว่าไงนะ…!? ”

“ ผมบอกว่าผมจะแต่งงานกับคุณ ”  พศินย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง เมษาเงยหน้าสบตากับอีกฝ่ายอย่างครุ่นคิด

“ อย่ามาล้อเล่นแบบนี้ ” เมษาปั้นหน้าเข้ม แต่ดูยังไงก็ไม่ได้น่ากลัวสักนิด

“ ผมไม่ได้ล้อเล่น  และคุณต้องตอบตกลงผมเท่านั้น ”  

จู่ๆมาขอแต่งงาน คิดเหรอว่าคนอย่างผู้ชายคนนี้ถ้าได้ไม่ได้ผลประโยชน์คงจะไม่ดั้งด้นมาขอแต่งงานเธอน่ะ

บ้าไปแล้ว! ถึงเธอจะไม่ล้มเลิกสิ่งที่จะทำแต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะยอมพลีกายเพื่อความสนุกความท้าทายชั่วครู่แน่ๆ ไม่อย่างนั้นเธอก็เสร็จพวกผู้ชายที่เธอคบมาไปนานแล้วน่ะสิ...เธอต้องหาทางเลี่ยงในเรื่องนี้ให้ได้! จากที่ฟังๆป้าแป้นเล่าแล้วหมอนี่เป็นคนที่ไม่ยอมใคร และจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้

ในเมื่อขอแต่งงานกับเธอทั้งทีตอบตกลงง่ายๆมันไม่สมกับเป็นเธอเลยสักนิด อยากจะรู้นักเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองแล้วนายทำได้ทุกอย่างหรือเปล่านะ พศิน คินภานุรักษ์

 “ ฮ้าว~ ง่วงจังก่อนไปหรี่แอร์ให้ด้วยนะ น้าว หนาว ” เมษาทำการเปลี่ยนเรื่องพร้อมหลับตาพริ้มไม่สนใจคนที่ยืนอยู่ด้านข้างเตียงเธอสักนิด

“ แค่พูดคำว่าตกลงเท่านั้นมันยากตรงไหน! พศินแกล้งถามด้วยน้ำเสียงขึงขัง

“ ยากตรงที่ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับคุณและยากตรงที่ฉันไม่เคยคิดจะแต่งงานกับใคร บายๆ ”

ริมฝีปากสีชมพูอ่อนขยับไปตามคำพูดแม้จะทำเป็นหลับแต่ทำได้ไม่นานความอ่อนล้าก็ทำให้คนป่วยที่เพิ่งฟื้นกลับมาพูดจ้อได้หมาดๆเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว

พศินทอดสายตามองใบหน้าหวานอย่างพิจารณา ตอนแรกกะจะเดินออกไปแล้วหากแต่ ดวงหน้าเล็กไร้เครื่องสำอางค์ทำให้เขายืนมองอยู่นาน...ก่อนจะเดินออกไป

ถึงตอนหลับจะดูไร้พิษสงเหมือนแมวสิ้นฤทธิ์ แต่ตื่นมาล่ะก็ทั้งเจ้าเล่ห์ แผนสูง ปากจัด แบบนี้น่ะเหรอที่ป๊าอยากได้เป็นลูกสะใภ้นักหนาถึงขั้นหาเรื่องบีบให้เขาต้องมานั่งปวดหัวและเดือดดาลกับคำสั่งประกาศิตไร้สาระของประมุขใหญ่แห่งคินภานุรักษ์ตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาล

 

ถ้าแกไม่สามารถแต่งงานกับยัยหนูคนนี้ได้ธุรกิจที่ติดชื่อแกฉันจะโอนมาเป็นของฉันให้หมด แล้วถ้าฉันตายฉันจะบริจาคให้คนตกงานเอาไปบริหารเล่นให้แกเจ็บใจเล่นซะ และถ้าหนึ่งปีผ่านไปแกยังมีหลานให้ฉันไม่ได้ยัยลินก็จะโดนจับแต่งงานกับอาเหวินตระกูลหวังแน่ๆ หวังว่าแกคงจะทำตามที่สั่งได้ อ้อ ให้เวลาแค่สามเดือนเท่านั้น สามเดือนที่แกจะต้องจัดการเรื่องทั้งหมดให้เรียบร้อย...

 

ไม่คิดไม่ฝันว่าเขาต้องแต่งงาน!

ทั้งที่วางตัวหมากเอาไว้หมดแล้วแท้ๆกลับต้องล้มกระดานทั้งหมด เสียคาสิโนไปแล้วยังไม่ทันทำใจได้ กลับต้องมาเจอเรื่องบ้าๆนี่อีก! ธุรกิจที่ติดชื่อเขามันน้อยเสียที่ไหน เพราะยัยลินเองก็ไม่เอาธุรกิจอะไรสักอย่างนอกจากสวนสนุก จึงโอนทุกอย่างให้เขาทั้งหมด

            คนที่ไม่คิดจะมีพันธะอย่างเขาต้องมาคิดแผนให้คุณเธอตกลงปลงใจยอมแต่งด้วยมันเรื่องง่ายเสียที่ไหน เขาเองก็มีทิฐิมากพอที่ไม่คิดจะใช้ชีวิตร่วมกับใคร อีกอย่างเจ้าสาวที่จะมาอยู่กินกับเขาก็สุดแสนจะเหนือคำบรรยาย... 

ในเมื่อเลี่ยงคำประกาศิตนี้ไม่ได้ก็ต้องลองดูสักตั้ง!

 

ผมจะทำให้คุณรักผมให้ได้และคุณจะต้องตอบแต่งงานกับผมในอีกสามเดือน...เมษา ถึงจะเกลียดการแต่งงานแค่ไหน แต่เพื่อทุกอย่างที่เขาจะได้ก็ไม่มีทางที่จะยากเกินกว่าความสามรถของผู้ชายอย่างเขาคนนี้

 

 

 

“ เฮ้อ กว่าจะหนีมาได้... ”

แพรลลินพูดเบาๆกับตัวเอง ในขณะที่เดินเหวี่ยงกระเป๋าเล่นแก้เซ็งกลางห้างสรรพสินค้าอยู่คนเดียว บรรดาสินค้าในห้างนี้ก็ใช่ว่าจะถูกเพราะส่วนใหญ่มันเป็นสินค้าที่มีราคาสูง มีย่อห้อแบรนดังจากเมืองนอกการันตีอยู่ทั้งนั้นแต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค์สำหรับเธอที่จะคิดซื้อ เพียงแต่ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่เธอจะช็อปปิ้ง  เพราะเธอเห็นเขา! ในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้!!!

            ใช่..เมื่อเธอได้ยินชื่อ เขา แล้วจะจะรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแปลก เพราะกลัวที่จะต้องเห็นใบหน้านั่น เฮ้อ..ลำบากจริงๆ ไอ้การเผชิญหน้าเนี่ย เธอเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อห้าปีที่แล้ว เธอจำได้สนิทใจ วันนั้นเขาได้แผลมาทั้งตัว แถมยังกินเหล้ามาซะเมามายอีก แล้วที่สำคัญ...

 ผู้ชายกินเหล้าที่ไรเกิดเรื่องทุกที  !!!!

เหตการณ์เมื่อห้าปีก่อนนั้นยังคงไม่เลือนไปจากความทรงจำของเธอ ในคืนนั้นพี่ชายของเธอสั่งการให้เธอเฝ้าพี่ภัทรที่เมาหัวราน้ำพร่ำเพ้อถึงผู้หญิงคนหนึ่งทั้งคืน  กอปรกับเธอต้องมานั่งทำแผลให้อย่างเสียไม่ได้ เพราะคำสั่งของพี่ศินมันบ่ายเบี่ยงได้ที่ไหน ชอบหาเรื่องให้เธอจนมุมแล้วให้เธอทำในสิ่งที่พี่เขาต้องการได้ในที่สุด แล้วมันจะดีกว่านี้ ถ้าไอ้คนที่เธอลงทุนทำแผลให้เสร็จสรรพไม่เกิดบ้าเมาปล้ำเธอกลางห้องรับรองยังดีที่ไม่มีใครรู้เรื่องนี้แม้แต่เจ้าตัวที่ปลุกปล้ำเธอจนเสื้อผ้าขาดวิ่นไม่มีชิ้นดี แต่ยังดีไม่ได้เลยเถิดถึงขั้นมีอะไรกันจริงๆ เพราะเขาดันสลบไปก่อนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์...คาร่างกายเธอที่นอนหอบถี่อยู่เบื้องล่างไร้อาภรณ์ใดๆ อันที่จริงมันก็ยังไม่ได้มีอะไรกันถึง...เอ่อ...เอาเป็นว่าตอนนั้นยอมรับว่าเธอถูกเขาปั่นอารมณ์จนแตกกระเจิงไปหมดแล้ว หลัง จากนั้นเธอพยายามหลายต่อหลายครั้งที่จะลบภาพเหล่านั้นออกไปจากหัวสมอง บอกตัวเองไม่ให้รื้อฟื้นมันขึ้นมาอีกแต่ก็ทำไม่ได้ และตั้งแต่นั้นมาเธอไม่กล้าเข้าใกล้เขาอีก และต้องรีบลนลานหลบออกไปก่อนที่เธอจะได้เห็นหน้า เพราะมันจะทำให้เธอจำเรื่องราวคืนนั้นได้ดี แม้เขาจะไม่รู้เรื่องอะไรก็ตามแต่ แต่เหมือนโชคเข้าข้างเพราะอีกไม่กี่วันหลังจากนั้นพี่เขาก็เดินทางไปออสเตรเรียจนกระทั่งวันนี้...

วันที่เธอได้พบกับพี่เขานับจากไม่ได้เจอหน้ากันร่วมห้าปี...

“ ขอโทษนะครับ คุณลืมกระเป๋าไว้ที่หน้าร้านข้างล่างน่ะครับ ” เสียงทุ้มของผู้ชายดังขึ้นจากด้านหลัง แพรลลินที่กำลังปาดเหงื่อที่ซึมทั่วใบหน้าก้มลงมองไปยังมือซ้ายที่เคยมีกระเป่าอยู่ในมือ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว...

ซุ่มซ่าม!! จริงๆเลย ยัยลินเอ๊ย!

“ ขอบ...ขอบ...”

แพรลลินถึงกับช็อคสนิทเมื่อเธอหันหลังไปก็พบว่าผู้ชายที่อุตาส่าห์วิ่งตามเธอมาเพื่อเอากระเป๋าให้นั่นไม่ใช่ใครอื่นไกล...

“ ลิน...ลินใช่ไหม ”

“ ... ”  เต็มสองตา เต็มสองหู แจ่มชัดเลย....

 พระเจ้าทำไมไม่เข้าข้างลูกบ้างนะเจ้าคะ ตอนนี้ลูกขยับตัวไม่ได้เลย พระเจ้า...โอ๊ย อยากตาย ทำไมดวงตกแบบนี้

“ เป็นอะไรรึเปล่า หน้าซีดนะเรา ”  ติภัทร ก้มมองอีกฝ่ายที่ยืนตัวเกร็งใบหน้าที่ซีกเผือดเงยหน้าสบตาเขาปริบๆ ค้างอยู่แบบนั้นโดยไม่พูดไม่จา

“ ... ”  เพราะใครกันล่ะ! แพรลลินตะโกนในใจ พลางอ้อนวอนในใจต่อให้ใครก็ได้พาผู้ชายตรงหน้าไปจากตรงนี้สักที แต่โชคก็เหมือนจะไม่เข้าข้างสักนิด เพราะอีกฝ่ายได้ทำการเอามืออุ่นๆมาอังหน้าผากเพื่อเช็คอุณหภูมิร่างกายหญิงสาว

“ ลิน! ” มือหนารับร่างเล็กเอาไว้เมื่อน้องสาวเพื่อนตรงหน้าเป็นลมล้มพับไปเสียแล้ว ติภัทรเขย่าร่างบางเบาๆก่อนจะตัดสินใจช้อนขาร่างบางขึ้นแล้วเดินไปที่รถตัวเองจอด ใบหน้าเรียวสวยไร้ตำหนิที่อิงอกเขาอยู่ทำให้ดวงตาคมเผลอมองอย่างลืมตัว ก่อนจะได้สติเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์จากกระเป๋าของน้องสาวเพื่อนแผดเสียงร้องอยู่ไม่หยุดหย่อน บรรดาบอดี้การ์ดสามคนที่ประจำอยู่ที่รถเมื่อเห็นเจ้านายตนเดินมาก็เปิดประตูรถลีมูซีนให้อย่างรู้หน้าที่ ทันทีที่ติภัทรจัดแจงวางร่างบางให้นอนราบไปกับเบาะโดยตักของเขากลายเป็นเบาหนุนศีรษะของหญิงสาวไปโดยปริยายแล้ว เขาก็ เปิดกระเป๋าคู่กายหญิงสาวออกเพื่อที่จะหยิบโทรศัพท์ที่ขยันร้องไม่ยอมหยุดออกมารับโดยตัดความรำคาญ

ที่รัก...

มีแฟนแล้วสินะ ตั้งชื่อเบอร์ไว้แบบนั้น...

“ สวัสดีครับ ”

“ ว้าว ผู้ชายซะด้วย สวัสดีฮะ ไม่ทราบว่าเป็นอะไรกับยัยลินฮ้า เสียงล้อหล่อ ” ปลายสายถามด้วยน้ำเสียงกรุ่มกริ่ม ติภัทรที่เข้าใจผิดในตอนแรกก็แอบรู้สึกโล่งอกอย่างไม่ทราบสาเหตุ

“ เป็นพี่ชายน่ะครับ ”

“ พี่ศินเหรอฮ้า เค้าคิดทึ๊งคิดถึง เดี๋ยวตอนเย็นที่รักแวะไปหานะฮ้า ”

“ เปล่าครับ ผมชื่อติภัทร เป็นเพื่อนพี่ชายลินเขาอีกทีน่ะ ” ติภัทรแก้ เพราะรู้สึกสงสารเพื่อนตะหงิดๆ

“ อ่อ อาฮ้า...พี่ภัทร ว่ายังไงนะ!!!!! ยัยลินยู่กับพี่!!!! ” ติภัทรเอาโทรศัพท์ห่างจากหูทันทีที่ปลายสายตกใจเกินเหตุ

“ ครับ ทำไมเหรอครับ ” ติภัทรถามด้วยน้ำเสียงสงสัย

“ มะ...ไม่มีอะไรหรอกฮ่ะ แล้วทำไมพี่ถึงได้รับโทรศัพท์มันได้ล่ะฮ้า ”

“ คือ ลินเขาเป็นลมน่ะ ” ติภัทรบอกตามความเป็นจริง ในขณะที่คนฟังถึงกับตาโตเพราะเพื่อนสาวของตัวเองเคยเมาแล้วพูดเรื่องตัวเองกับติภัทรออกมาหมดเปลือก ทำให้รู้เรื่องราวทุกอย่าง

“ ถ้าอย่างนั้นฝากไปส่งมันด้วยนะฮ้า ยิ่งไม่ค่อยจะแข็งแรงอยู่ ” ที่รักจีบปากจีคอพูดอย่างมีแผน  และไม่นานก็วางสายไป

หลังจากวางโทรศัพท์ติภัทรรับผิดชอบพาน้องสาวของเพื่อนไปส่งถึงบ้านส่วนอีกคนที่เพิ่งวางสายก็หัวเราะดังลั่นพอใจกับสิ่งที่ตัวเองวาดภาพหนทางแกล้งเพื่อนสนิทตัวเองเกินหน้าเกินตา

“ แหม่ๆ ฉันจะทำให้แกขายออกสักที โห๊ะๆๆๆ ”

 

 

    

 

  มืดแล้วเหรอเนี่ย...เมษาถามตัวเองในใจหลังจากที่งัวเงียตื่นขึ้นมาเพราะเห็นว่าผ้าม่านที่เคยเปิดรับแสงกลับถูดดึงให้เลื่อนเข้ามาปิดหน้าต่าง แสงไฟนีออนที่เคยปิดกลับถูกเปิดขึ้นทิ้งเอาไว้

“ อาเมตื่นแล้วจอมซนๆ ” เด็กชายธีรณัฐหันไปบอกน้องชายที่กำลังนอนคว่ำตัวลงเล่นหุ่นยนต์อยู่บนโซฟา และเมื่อเจ้าคนเล็กได้ยินก็รีบลุกขึ้นแล้ววิ่งมาเกาะขอบเตียงด้านข้างพี่ชายตัวเองอย่างรวดเร็ว

            “ เย่ๆ อาเมตื่นแล้ว แล้วไปโดนอะไรมาเหรอคับ ” คุณอาคนสวยที่มองหลานชายฝาแฝดทั้งสองอย่างรักใคร่ยิ้มแหยๆ จะบอกสาเหตุจริงๆมันก็อายเด็กอยู่หรอก...อาสาวขอบิดเบือนหน่อยนะ...

            “ ก็...อา...อาหกล้มน่ะจ้ะ แล้วนี่พ่อกับแม่เราไปไหนน่ะ เจ้าไอซ์ก็อีกคน ”

            “ พี่ไอซ์เขาไปอเมริกากับอาศิกับอาลิซ่าคับ จอมซนจำไม่ได้เหมือนกันว่าไปทำไม ส่วนคุณพ่อกำลังตามไปง้อคุณแม่อยู่คับ ไม่รู้เหมือนกันว่างอนอะไรกัน เฮ้อ...ผู้ใหญ่นี่ล่ะก็...”  เด็กชายธัชชนนท์ส่ายไปมาอย่างแก่แดดก่อนจะร้องจ๊ากเมื่อโดนคุณอาสาวบีบแก้มอย่างหมั่นเขี้ยว

“ แก่แดดจริงจริ๊ง ”

“ จอมแก่นเกือบลืมแน่ะ ว่าตอนที่อาไม่อยู่มีหนุ่มๆเอาดอกไม้มาให้อาเมเยอะม๊ากมาก มากจนคุณย่าแทบลมจับ ”

“ ใช่คับ คุณย่าบ่นเรื่องนี้ไม่เลิกเลย จอมซนกับพี่จอมแก่นปวดหูไปหมด ”

“ อะไรกันน่ะ ได้ยินอะไรแว่วๆ อาหลานนินทาอะไรคุณย่าหรือ ” วราภัทรที่หยุดฟังบทสนธนาตั้งแต่หน้าประตูกับธิพจน์เอ่ยขึ้นลอยๆขณะเดินเข้ามา

ส่วนเจ้าหลานสองคนที่กำลังตกเป็นจำเลยรีบแก้ตัวกันพัลวันตามประสาคนกลัวความผิดพร้อมทั้งจับมือกันวิ่งไปหาคุณปู่ของตัวเองเพื่อหาที่พึ่ง

 “ คิดจะพึ่งปู่เหรอเจ้าตัวแสบ ” ธิพจน์เอ่ยเสียงนุ่ม

“ เปล่าสักหน่อย จอมแก่นกับน้องแค่คิดถึงคุณปู่ม๊ากมากเท่านั้นเอง ”

“ ตัวแค่นี้ไปเอานิสัยกะล่อนมาจากไหนกัน ว่ายังไงเม หมอว่ายังไงบ้าง ” ธิพจน์ลูบผมเจ้าตัวแสบทั้งสองที่ปรี่เข้ามากอดคนข้างอย่างเอ็ดดูก่อนจะหันไปถามคนเจ็บ

“ เดี๋ยวเอ็กซ์เรย์สมองน่ะคะ แล้วก็กลับบ้านได้แล้ว”

            “ แล้วนี่กินอะไรหรือยังลูก ” วรภัทรถาม

            “ ยังค่ะ พอดีเมหลับไปน่ะค่ะ แต่เมกินอะไรไม่ลงแหงเลยอิ่มน้ำเกลือ ”

            “ ถ้าอิ่มน้ำเกลือแม่จะเอาเค้กคาราเมลที่ซื้อมาจากร้านที่ลูกชอบกลับไปล่ะนะ ” 

            “ อย่าแกล้งคนเจ็บสิคะแม่ ไหนคะเค้ก ” เมษารีบยันตัวเองขึ้นจากพนักเตียงก่อนจะทำการกวาดสายตามองหาเค้ก

            “ อาเมโดนคุณย่าหลอกแล้วล่ะคับ ”

            “ ใช่ จอมซนไม่เห็นเค้กเลย คุณย่าโกหกมันเป็นสิ่งไม่ดีนะคับ อาคุณปู่ ช่วยด้วยคุณย่าจะตีจอมซน ”

            “ ไม่ต้องหลบเลยเจ้าหลานตัวดี ย่าทนมานานแล้วขอตีสักทีเหอะ ”

            “ อ๊ากก เจ็บนะคร้าบ คุณปู่ช่วยจอมซนด้วย... ”


**********
มาก่อนเวลาคร่า เลิกเรียนแล้วละ เล่นซะง่วง ตอนต่อไปจะมาอีกทีก็ไม่แน่ใจค่ะ เพราะที่รีบมาอัพก่อนเพราะมีงานเข้าT.T กะจะไม่ทำส่งพรุ่งนี้แล้วเชียว แต่มันจำเป็นต้องเปลี่ยนแผน ง่ะ วันนี้เลยไม่ได้ทำการปั่นนิยายต่อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

189 ความคิดเห็น

  1. #27 jub_jibss (@nu_jibss) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:44
    รอลุ้นตอนต่อปาย
    ว่าเมษาจะโดน
    พศินเอาคืนยังไง
    ลุ้นๆ อัพคร้าอัพ
    #27
    0
  2. #24 jeab (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มกราคม 2553 / 13:07
    ฮาาาาาาาาาา น่ารักดีจังงงงง



    รอตอนต่อไปค่ะ



    แล้ว พศินจะเอาคืนยังไงงงง

    แต่คุณแม่ นี่เป็นใจเหลือเกิน หุๆๆ
    #24
    0
  3. #23 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มกราคม 2553 / 19:48
    เมษาพยศจริงๆเลยผศินจะเอาอยู่ไหมเนี้ย
    #23
    0