กลรักละลายใจ (ขณะนี้กำลังปรับพล็อตใหม่นะคะ)

ตอนที่ 5 : บทที่ 4 เอาตัวรอด (ฉะบับแก้พล็อตนะคะ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1366
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    15 ต.ค. 53






พศิน ของเรานะ รูปนี้นู้ดไหม 5555+ ยังน้อยไปค่ะ 55






เมษา ของเรา เวอร์ชั่นเก็บผมม้า อิอิ สวยไปอีกแบบ หุหุ 




เจ้าไอซ์ของเรา ค่ะ อิอิ



น่ารักมั้ยยยย นี่จอมแก่น แฝดคนพี่




ส่วนนี่ จอมซนแฝดคนน้อง  น่ารักมากเลย อันที่จริงคือคนเดียวกันอย่างที่บอก แต่หาแฝดชายที่กินใจไม่เจอ เลยเอารุปน้องอินฮวานมาแทน ครัยเป็นแคสหรือแฟนของดงบังคงจะทราบดีว่า อิมเมจของเจ้าไอซ์( มุนบิน ) และของจอมแก่นจอมซน (อินฮวาน) หน้าเหมือนใครในดงบัง 555 + 

เม้นน้อยจัง คนอ่านไปไหนง่ะ T0T ลง 4 ตอนแล้วน้า แง๊ๆๆ (แกอัพช้าเองเขาเลยไม่เม้นเลยเห็นไม๊นังคนแต่ง )  โอยย ราตรีสวัสค่ะ ฮึกๆ ฝากคอมเม้นด้วยน้า มันเป็นแรงจูงใจจริงๆ ขอบคุณค่า 



***************************************************





ณ ห้องรับแขก

            “ แกจะไปหาผู้หญิงคนนั้นอีกครั้งอ่ะนะ แกบ้าหรือเปล่าวะไอ้ภัทร ” พศินสบตากับติภัทรที่ดูท่าทางมั่นใจกับการตัดสินใจครั้งนี้มากทีเดียวอย่างไม่เข้าใจ

            “ แกสิบ้า คิดว่าฉันไปทำอะไรเหมือนแต่ก่อนหรือไง ถึงฉันจะรู้ถึงความเคลื่อนไหวของเธอตลอดแต่ฉันก็แค่อยากเห็นกับตา แล้วแกก็หยุดมองฉันด้วยสายตาไม่เชื่อฉันแบบนั้นสักทีไอ้ศิน ”

            พศินส่ายหัวช้าๆอย่างไม่เชื่อ ว่าคนที่ทุกข์ระทมมาตลอดห้าปีที่ผ่านมาถึงขั้นบ้างานไม่ยอมไปไหน วันๆอยู่กับเอกสารกองโตไม่รู้จักจบสิ้น จะมาทำใจได้ในตอนนี้

            “ แกกำลังโกหกฉันอยู่แน่ๆ ครั้งที่แล้วที่ฉันบินไปหาแกถึงออสเตรเรียแกแทบจะไม่เป็นคนแล้ว วันๆหมกอยู่กับงาน ”

            “ อ้าว ไอ้นี่ แกใช้สมองแกนึกสิว่าไอ้ที่แกไปหาฉันน่ะมันตั้งแต่สองปีที่แล้วโน่น! เรื่องมันก็ผ่านไปห้าปีแล้ว แล้วที่ฉันมาที่นี่ไม่ใช่แค่จะมาดูธิชาเขาอย่างเดียวซะที่ไหน อันที่จริงฉันมาบริหารธุรกิจของฉันที่เมืองไทยต่างหาก ”

            พศินพยักหน้าอย่างเข้าใจแต่ก็ยังไม่หายแคลงใจเสียเท่าไหร่ ติภัทรก็หัวเราะออกมากับท่าทางของเพื่อนที่ไม่ยอมเชื่อสักที เพราะจริงๆแล้วเขาก็ไม่ได้โกหกสักหน่อย เรื่องภันณ์ธิชาเขาทำใจได้นานแล้ว

            “ เออๆ หยุดหัวเราะได้แล้ว แล้วนี่แกจะไปหาคนรักเก่าแกตอนไหนล่ะครับ เดี๋ยวนะ คนรักเก่า เวรแล้ว ลืมไอ้วิทย์ไปเสียสนิท ”

“ ไอ้วิทย์? ”

“ เอาเป็นว่าเรื่องของเรื่องก็คือ มันถูกบอกเลิกน่ะ แล้วเกิดเรื่องนิดหน่อย ฉันเลยต่อยมัน มันก็สลบ ตอนนี้อยู่ที่ห้องรับรองข้างบน ฉันว่าแกไปช่วยฉันไกล่เกลี่ยหน่อยแล้วกันดูท่าทางมันคลั่งน่าดูที่... ”      

ยังไม่ทันที่พศินจะได้พูดอะไรต่อ หมัดหนึ่งก็พุ่งชนมายังคางของพศินเต็มแรง พร้อมปรากฏร่างของวรวิทย์ที่ตอนนี้ใบหน้าดูโทรมไปต่างจากก่อนหน้านี้     

“ เฮ้ย! แกไปต่อยมันทำไมเนี่ย ” ติภัทรถาม แล้วเข้าไปพยุงพศินขึ้น

“ เอาคืนน่ะสิ ก็หมัดของมันเล่นทำเอาสลบ คิดแล้วยังเจ็บใจไม่หาย ” วรวิทย์พูดอย่างเจ็บใจ  ทางพศินนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อแตะแผลที่มุมปาก ส่วนติภัทรก็มองเพื่อนทั้งสองคนสลับกันไปมาเพื่อจับต้นชนปลาย พศินเลยเล่าเรื่องคร่าวๆให้ฟัง

“ ไอ้วิทย์มันถูกแฟนมันบอกเลิกแบบเจ็บแสบ โดยการหาคู่ขาใหม่มาเยาะไอ้วิทย์ถึงสามคนไหนจะเอาภาพนิ่งกิ๊กไอ้วิทย์มาทำเป็นสไลด์โชว์อีก... ”

“ สมควรไหมล่ะ ก็ไปนอกใจเขาก่อนนี่นะ ยังจะไปโทษเขาอีก แกรู้เอาไว้เลยว่างานนี้แกเองผิดเต็มๆ ” ติภัทรมองหน้าเพื่อนตัวเองที่กำลังพยายามยอมรับความจริงอย่างระอากับนิสัยเจ้าชู้ไม่เลิก เจอผู้หญิงเอาจริงเข้าหน่อยถึงกับควันออกหู ให้มันได้แบบนี้สิ

“ นี่แกเป็นยังเพื่อนฉันหรือเปล่าเนี่ย เฮ้อ ว่าแต่แกสลัดรักแม่กานต์ไรนั่นของแกหรือยังหะ ”

“ ยังว่ะเพื่อน อะไร อย่าๆ ฟังให้จบ ที่ยังไม่เลิกเพราะว่า... ”

“ นายน้อยคร้าบ ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ ” พศินยังไม่ทันพูดโหดก็กับนายเหี้ยม

เข้ามาขัด

            “ ดีมาก เอ้อ ไอ้วิทย์ ไอ้ภัทร พวกแกสนใจไปงานสังสรรค์วันวาเลนไทน์ที่บริษัทฉันไหม ”

            “ ลาล่ะ บังเอิญไม่มีใครควงเข้างานว่ะ ” ติภัทรพูดติดตลก

            “ ลาเหมือนกัน แล้วก็ขอบใจที่อุตส่าห์ชวน แต่แกช่วยมองมาที่ฉันสิวะ แกจะให้ฉันไปด้วยสภาพแบบนี้เนี่ยนะ เสียลุคคาสโนว่าอย่างฉันหมด แล้วที่แกยังไม่เลิกกับกานต์อย่าบอกนะว่ากลัวไม่มีไม้กันหมาสำหรับงานนี้น่ะ ”

พศินไม่ตอบกลับโบกมือไปมาอย่างไม่ทุกข์ร้อนเขาเดินขึ้นบันไดไปโดยไม่หันหลังไปตอบหรือใบ้อะไรกับสองหนุ่มที่นั่งมองตามอย่างไม่เข้าใจ

“ ฉันแช่งให้มันโดนผู้หญิงลบเหลี่ยมของมันสักวัน ” วรวิทย์พูดอย่างหมั่นไส้

“ เห็นด้วยว่ะ ” ติภัทรพยักหน้าเห็นด้วยก่อนเสียงหัวเราะเบาๆจะดังขึ้น

 

 

 

ขณะที่ป้าแป้นยังเล่าเรื่องราวของพศินอยู่หญิงสาวที่นั่งหัวเสียหน้ากระจกก็แทบไม่ได้ฟังเลยสักนิดเพราะกำลังทำการใช้แป้งพัฟกลบรอยแดงๆที่ต้นคออย่างสุดความสามารถ แต่รอยแดงนั่นยิ่งชัดเจนกว่าเดิมเมื่อมือเล็กไปถูหรือสัมผัสมันแรงๆ

กล้ามาก เกิดมาเธอเพิ่งมีผู้ชายกล้าลามปามเธอถึงขนาดนี้ มิหนำซ้ำยังเอาชุดราตรีเปิดคอปาดไหล่มาให้เธอใส่อีก มันน่าโมโหที่สุด!!!

ในที่สุดเมษาก็ตัดสินใจปล่อยผมลง ทั้งๆที่ชุดนี้เธอคิดว่าควรจะเกล้าผมขึ้นมากกว่าจึงจะเข้ากัน และเมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยพอดีเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

“ ท่าทาง คุณศินจะมารับคุณหนูแล้วนะคะ ไหนดูสิคะ ”

เมษาหมุนตัวให้ป้าแป้นดูก่อนป้าแป้นจะไปเปิดประตูห้อง พศินในชุดสูธสีขาวเห็นเมษาก็ตะลึงไปชั่วขณะ แต่ก็เตือนสติตัวเองด้วยการกระแอมในลำคอเล็กน้อย แล้วเดินเข้าไปกระซิบข้างหูแผ่วเบา

“ กลัวคนเห็นคิสมาร์คของผมหรือไง... ”

เท่านั้นเอง เมษากำมือแน่นอย่างข่มอารมณ์ แล้วปั้นยิ้มเงยหน้าสบตากับคนตรงหน้าแล้วกัดฟันพูด

“ ไม่กลัวแค่เกลียด ” เมษาพูดจบก็เดินออกไปอย่างรวดเร็วแม้กระโปรงชุดนี้ยาวแค่ไหนแต่คนอย่างเธอชินเสียแล้วเพราะเธอออกงานบ่อยจนชิน

“ จะรีบไปไหน นี่ไม่ใช่บ้านคุณนะเดินสุ่มสี่สุ่มห้าได้ยังไง ตามผมมานี่!

พศินเดินดุ่มๆมาคว้าข้อมือบางเอาไว้ แล้วพาไปอีกทางเพราะขืนปล่อยให้ลงบันไดนี้ไปได้เจอไอ้วิทย์กับไอ้ภัทรแน่ๆ ถึงแม้มันจะไม่เป็นความลับสำหรับพวกนั้นเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาต้องมานั่งอธิบายให้พวกมันฟัง อีกอย่างความสัมพันธ์ระหว่างยัยนี่กับสองคนนั้นระดับแค่คนร็จักซะที่ไหน

“ เจ็บนะ! ถึงแม้คุณจะมีความทรงจำไม่ดีเกี่ยวกับผู้หญิงมาก่อน แต่มันไม่ใช่เรื่องที่จะเอาเรื่องไร้สาระพรรค์นั้นมาลงที่ฉัน!

พศินถึงหันไปทางต้นเสียงทันควัน เมษาก็รีบหยุดพูดเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเผลอพูดอะไรออกไป

“ คุณรู้อะไร!

เมษาอ้ำอึ้งพูดไม่ออก เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกจนมุมอย่างบอกไม่ถูก เพราะด้วยน้ำเสียงกับสีหน้าท่าทางของไอ้ชายน้อยนี่แล้วน่ากลัวอย่างกับพ่อและพี่ธันโมโห

“ เอ่อ..เอ่อ.. ”

“ พูดมา!!! ” พศินตะคอกใส่หน้าเมษา จนเมษาสะดุ้งตัวโยน ดวงตากลมโตกลอกไปมาพยายามคิดหาคำแก้ตัว

โอ๊ย ไอ้หมอนี่ทำเอาเธอทำอะไรไม่ถูก! เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเจอผู้ชายที่ให้ความรู้สึกกลัวแบบนี้ แล้วนี่เธอจะทำอย่างไรดีเนี่ย...

            “ ก็...ก็...ก็ใครให้คุณมาสืบประวัติฉันก่อนล่ะ! ” เมษาเชิดหน้าตอบแล้วสะบัดแขนออกจากมือของอีกฝ่าย

            “ ไม่เกี่ยว! ไม่ว่าคุณจะสืบประวัติผมจนลึกถึงรากเหง้าแค่ไหนก็ไม่มีวันที่จะสืบรู้ได้ลึกถึงขนาดนี้ ทีนี้ก็บอกมาได้แล้วว่าคุณรู้อะไร!

            ใจเย็นๆ เมษาพร่ำเตือนตัวเองในใจ แล้วหลับตาลงเพื่อเรียกสติแม้จะช็อคที่โดนผู้ชายตวาดใส่อย่างไม่ใยดีแบบนี้ 

            “ อยากรู้นักใช่ไหม ฉันขอนับหนึ่งถึงสามเพื่อเรียกสติตัวเองก่อน เอาล่ะ หนึ่ง...”  พศินมองคนตัวเล็กอย่างไม่เข้าใจ ยิ่งตอนนี้เขาโมโหมากจนอยากจับหล่อนทุ่มพื้นให้รู้แล้วรู้รอด เพราะเขาเกิดมาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนรู้เรื่องในอดีตของเขาได้สักคนยกเว้นแพรลลินน้องสาวบุญธรรมของเขา กับป้าแป้นที่เป็นทั้งแม่บ้าน แม่ครัว แล้วก็แม่นม ของตระกูลมาตั้งแต่เขายังไม่เกิด

ป้าแป้น...อย่าบอกนะว่า...

 

“ สอง...สาม...” เมษาทิ้งตัวลงตามแรงโน้มถ่วงทันทีที่นับถึงสาม พศินที่กำลังอึ้งกับการเอาตัวรอดของเมษาอยู่จึงไม่ได้เข้าไปช่วยรับร่างบางได้ทันเวลา เขาได้แต่ยืนนิ่งๆเพราะคาดไม่ถึงว่าคุณหนูของอริญพิชญกาลจะใช้ไม้นี้ในการเอาตัวรอด และทางเมษาก็สลบของจริงเพราะหัวดันไปโขกกับขอบตู้โชว์ก่อนที่จะฟาดพื้นอย่างแรง  

พศินยืนอึ้งอยู่สักพักก่อนจะได้สติเข้าไปดูร่างเล็กอย่างรวดเร็ว

“ บ้าเอ๊ย จะตายไหมเนี่ย! ไอ้โหดไอ้เหี้ยมมานี่เร็ว! เตรียมรถให้ฉันด่วน!

เสียงตะโกนก้องไปทั่วคฤหาสน์คินภานุรักษ์ส่งผลให้ทุกคนต่างวิ่งเข้ามาดูเหตุการณ์กันอย่างอลหม่าน

“ นายน้อย!... คุณหนู!...เกิดอะไรขึ้นครับ!

“ พวกแกจะยืนมองอะไรเล่า ไปเตรียมรถสิ ยัยนี่หัวฟาดพื้น เร็วเข้า!  พศินตวาดใส่ นายโหดนายเหี้ยมก็รีบวิ่งลงที่โรงรถไปทำตามที่ผู้เป็นนายสั่งอย่างรีบร้อน ทางพศินก็ช้อนร่างไร้สติขึ้นมาจังหวะเดียวกับติภัทรและวรวิทย์มาถึงพอดี ทั้งคู่พยายามเพ่งมองใบหน้าคู่ควงคนใหม่ของเพื่อน แต่ใบหน้าหวานดันหันหน้าซุกอกกว้างผมที่เกล้าเอาไว้ในตอนแรกก็หลุดลงมาปิดใบหน้าเอาไว้จนมองไม่ออกว่าเป็นใคร

“ เฮ้ย นั่นเลือดนี่หว่า...นี่แก... ” ติภัทรชี้ไปยังพื้นกระเบื้องที่มีของเหลวสีแดงเปื้อนอยู่

“ เวรเอ๊ย! ” พศินสบถเสียงดังแล้วออกแรงวิ่งพาร่างบางไปขึ้นรถเพื่อไปโรงพยาบาลทันที

“ เฮ้ยไอ้ภัทร ไอ้ศินมันแค้นผู้หญิงมาถึงขั้น...”

“ ไอ้บ้าคิดไปได้ ผิดวิสัยหมอนั่น ถ้าคิดจะทำมันไม่ทำให้มือมันเปื้อนเลือดหรอก สีหน้าแบบนั้นเพิ่งจะเคยได้เห็นแหะ แกว่าไหมไอ้วิทย์ ”

“ เออว่ะ คนอย่างมันเป็นห่วงผู้หญิงด้วยแหะ... ”

ชายหนุ่มทั้งสองหันหน้ามาสบตากันก่อนจะยิ้มออกมา

“ เอาแล้วไง ฮ่าๆ ”

 

 

            “ นี่ไอ้โหดแกช่วยขับให้มันเร็วๆหน่อยได้ไหม ยัยบ้านี่เลือดไหลเต็มเสื้อฉันหมดแล้วนะ! เกิดสมองพิการขึ้นมาทำไง ”

            “ จราจรมันติดขัดนี่ครับนายน้อย ไปได้ทีละนิดละนิด ” นายเหี้ยมพูดเสียงอ่อย

            “ โธ่เว้ย! ยัยนี่จะตายไหมเนี่ย เลือดไหลแบบนี้ ” พศินมองรถมากมายกำลังขับรถเอื่อยๆไปเรื่อยอย่างหัวเสียโดยไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือที่ส่งเสียงเตือนว่ามีคนโทรเข้า

            “ นายน้อยครับเสี่ยครับ นายน้อย นายน้อย เสี่ยโทรมาครับ ”

            “ ให้มันได้แบบนี้สิเอามา! ครับป๊า เอ่อ...ผม ผมติดธุระด่วนนิดหน่อยน่ะป๊า โธ่...ป๊างานนั้นส่งยัยลินไปแทนเองเดี๋ยวผมโทรบอกเองก็ได้ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนั้น คืนนี้ผมไปไม่ได้แน่ๆ  ป๊า...ผมมีธุระด่วนจริงๆครับ เอ่อ ป๊าๆสัณญาณไม่ดีเลยครับ ฮัลโหล ป๊า ไม่ได้ยิน แค่นี้ก่อนนะครับ ” พศินวางสายอย่างรวดเร็ว สองพี่น้องบอดี้การ์ดก็หัวเราะร่วนกับการแสดงละครของนายน้อยของเขา

            “ งานเข้าแล้วนะครับนายน้อย ให้คุณลินออกงานน่ะเรื่องใหญ่นะครับ ไหนจะเรื่องคุณหนูของอริญพิชญกาลอีก ” นายโหดพูดอย่างเหนื่อยแทน

            “ งานเข้าแกสองคนมากกว่า เพราะแกสองคนต้องไปจัดการเรื่องยัยลิน แล้วหาผู้ชายไว้ใจได้ให้เป็นคู่ควงของยัยลินเวลาเข้างานด้วย หวังว่าแกคงทำสำเร็จ เพราะถ้าทำไม่สำเร็จแกก็จะโดนฉันกับป๊าเฉ่ง แน่ๆ ” พศินพูดเสียงขู่พร้อมทั้งทำท่าปาดคอให้สองพี่น้องบอดี้การ์ดจิตตกเล่น

            “ นี่มันฆ่าเราทางอ้อมชัดๆ เลยนะครับนายน้อย รู้ทั้งรู้ว่าคุณลินเกลียดงานสังคมแค่ไหน งานนี้มัน... ” นายเหี้ยมเริ่มพล่ามไม่หยุดจนพศินต้องยกมือห้ามเป็นการตัดความรำคาญ

นายโหดและนายเหี้ยมใช้สายตาโบ้ยกันไปมา สุดท้ายแล้วนายเหี้ยมเป็นก็ต้องเป็นคนต่อสายถึงแพรลลินเองเพราะพี่ชายดันอ้างว่าขับรถถึงแม้จะรถติดก็คุยโทรศัพท์ไม่ได้

             เอ่อ ครับ สวัสดีครับคุณหนูว่างไหมครับเนี่ย เอ่อ คือ... คือ... พอดีนายน้อยของผมติดธุระด่วนน่ะครับ เลยไปงานสังสรรค์วาเลนไทน์ที่บริษัทตอนนี้ไม่ได้ โธ่...คุณหนูครับ ผมขอร้องเถอะครับ ไม่อย่างนั้น พ่อแม่ญาติพี่น้องลูกหลานเหลนโหลนผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไรครับ ถ้าเราสองพี่น้องตกงาน ไม่มีเงินส่งไปให้ทางนั้น นะครับๆ เรื่องผู้ชายที่จะพาคุณหนูเข้างานไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมจัดการให้ ช่วยผมสักครั้งเถอะครับ ผมรู้ครับว่าว่าคุณหนูไม่ชอบไปในที่แบบนั้น แต่มันจำเป็นจริงๆนะครับ พี่ชายคุณหนูติดภารกิจด่วนจริงๆ ยกเลิกเหรอครับ ไม่ได้แน่ๆ ขืนยกเลิกเสี่ยได้อาละวาดแน่ๆครับ งานนี้เป็นงานของบริษัทถึงไม่ได้สำคัญเท่าไหร่นัก... อย่าเพิ่งวางสายสิครับ คุณหนู! คุณหนู!!!

            นายเหี้ยมถอนหายใจอย่างปลงตก ก่อนจะหันไปมองพี่ชายที่ดูเหมือนจะหันมามองเขาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์

            “ ใจเย็นน่า แต่ฉันรู้แล้วไอ้น้องรัก ว่าเราจะฝ่าด่านรถพวกนี้ไปได้ยังไง ”  

            “ ยังไง...? ”


   ............................................................................................         

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

189 ความคิดเห็น

  1. #19 testuya (@mepien3019) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มกราคม 2553 / 05:23
    อ่านชื่อและนามสกุลเขาอยู่หยกๆๆๆไม่ระเเคะ
    ระคายเลยหรอ
    #19
    0
  2. #18 jeab (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มกราคม 2553 / 21:44
    คิดไปโน่น แล้วนายพศิน

    เหอะๆๆๆๆ



    อย่างนี้ต้องให้หนูเมย์ ปั่นให้เข็ด
    #18
    0