กลรักละลายใจ (ขณะนี้กำลังปรับพล็อตใหม่นะคะ)

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 สงครามหักเหลี่ยมรัก (ฉบับแก้พล็อตใหม่)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1429
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    22 ส.ค. 53

           

สวัสดีค่ะ กว่าจะได้พบหน้านักอ่านหลายคนก็ปาเข้าไปเป็นเดือนแล้งมั้งนี่
ช่วงนี้ติดพันหลายอย่างค่ะ ขอโทษด้วยจริงๆ วันนี้ก็นั่งปั่นบทนี้ทั้งวัน -*- ..เพราะค้างมานาน ลืมเหตุการณ์ที่คิดไว้ตอนโน่น นั่งหัวปั่นทีเดียว  

เด๋ววันที่ 5 ก.ย. คนแต่งต้องสมอบสมาร์ทวัน >0< 13 ก.ย. สอบปลายภาค  ไมมันช่างเร็วแบบเน้   พี่ๆคนไหนเอนท์ติดแล้วก็มาบอกเคล็ดลับการอ่านหนังสือให้บ้างน้า T3T

คนแต่งมันหัวช้าจำไรได้ไม่นาน Y.Y เฮ่ออ
แล้วพบกันอีกในตอนต่อไปนะคะ จะพยายามไม่ห่างไปเนิ่นนานแบบนี้ (คราวนี้เจ๊หายหัวไปไม่นานเราะนังคนแต่ง)


...............................................................

            หลังจากที่พศินเคลียร์บรรดาตำรวจทั้งหลายแหล่ด้วยฝีมือของคู่ปรับคู่ควงตนก็นั่งกอดอก มองออกไปนอกกระจกรถอย่างข่มอารมณ์โทสะของตนเองไว้ที่ต้องมาเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้  

            “ เลื่อนนัดเฮียหลงไปอีกสองวัน แล้วรู้หรือยังแม่นั่นชื่ออะไร เป็นใคร ตระกูลไหน ” พศินพูดเสียงขรึม

            “ เอ่อ...เท่าที่รู้คร่าวๆ... เธอคนนั้นชื่อเมษาครับ ส่วนตระกูล...รู้สึกว่าจะเป็นตระกูลอริญพิชญกาล รวย...รวยมากทีเดียว ครับ ”  นายโหดตอบพร้อมพูดเพื่อถ่วงเวลาให้น้องชายตนหาข้อมูลจากโน๊ตบุ๊ค

            “ อ่า...เธอเป็นสาวสังคม น้อยงานมากที่จะไม่เห็นเธอคนนี้ในงานสังคมและงานสังสรรค์ต่างๆ มีข่าวลือว่าเธอคนนี้ชอบคบผู้ชายเพื่อเป็นของเล่นยามเหงาแล้วก็สลัดทิ้งอย่างไร้เยื่อใย แฟนคนปัจจุบันของเธอ...นี่...นี่มันคุณวิทย์นี่ครับนายน้อย ” นายเหี้ยมอ่านข้อมูลจากจอ แล้วหันไปสบตาอย่างงงๆกับพี่ชายและเจ้านายตัวเอง

            “ ไอ้วิทย์ ? สองคนนี่คบกันเนี่ยนะ อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น พวกแกล้มเลิกแผนการของแกซะ ไอ้โหด ไอ้เหี้ยม เรื่องกานต์ ฉันจัดการเอง พวกแกแค่ไปจัดเตรียมสถานที่ให้พร้อมก็พอ ไปหาประวัติแม่นี่ต่อด้วย เดี๋ยวฉันจะโทรศัพท์สักหน่อย ”

            บอดี้การ์ดทั้งคู่ต่างหันกลับไปทำหน้าที่ของตน ผู้เป็นนายก็หยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดเบอร์คนที่ต้องการต่อสายด้วยทันที เมื่อรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกดรับแล้วก็ชิงพูดก่อนโดยไม่รีรอให้ฝ่ายนั้นได้พูดอะไรสักนิด

            “ วันนี้แกมีแพลนไปไหนหรือเปล่า ไอ้วิทย์ ”

            “ มี ทำไม วันวาเลนไทน์แบบนี้ ฉันไม่ว่างแน่ๆ เห้ย! หรือแกจะชวนฉันไปเดท ” วรวิทย์แกล้งพูดติดตลก

            “ ตลกแล้วแบบนั้นน่ะ ฉันแค่หาสถานที่บอกเลิกก็เท่านั้น ” พศินขยับตัวเล็กน้อยก่อนหยิบโทรศัพท์มือถืออีกครื่องเช็คอีเมลล์ไปด้วย

            “ อ้าว ไอ้นี่ ฉันนัดแฟนฉันเพื่อไปบอกรัก แต่แกต้องการไปร้านเดียวกับฉันเพื่อบอกเลิกแฟนแก อัปมงคลกับความรักของฉันว่ะ ”    

            “ มันอัปมงคลตั้งแต่แกจะหลอกแอ้มแฟนแกแล้ว ” พศินย้อน

            “ แอ้มยากจะตาย หวงตัวเป็นบ้า เห็นเรียบง่าย น่ารักๆแบบนี้ ถึงตัวโคตรยากเลยอยากจะบอก ว่าแต่แกเหอะ นึกตาสว่างอะไรตอนนี้เนี่ย แล้วแกจะบอกเลิกแม่นั่นยังไงวะดีกรีเยอะแบบนั้น ” วรวิทย์ถามอย่างแปลกใจ เพราะเห็นมันทนได้มานานสองนาน จู่ๆ นึกอยากจะเลิกก็เลิกแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

            “ เอาเถอะ เดี๋ยวแกก็รู้บอกสถานที่มาแล้วกัน ”

            “ ร้านแถวๆคอนโดแกอ่ะ ไม่รู้ร้านชื่ออะไร จำไม่ได้แล้วว่ะ เห้ย เดี๋ยวแค่นี้ก่อนมีสายด่วนจากกิ๊กคนเมื่อคืน บ่ายสองนะเว่ยเพื่อน ” พศินส่ายหัวระอาเบาๆก่อนจะ ตวัดสายตาขึงขังมองไปยังนายโหดนายเหี้ยมที่กำลังหาประวัติของเหยื่อรายใหม่ไม่เสร็จ

            “ ไอ้โหดแกไปจัดการจองที่นั่งสวีทร้านเดียวกับไอ้วิทย์ขอโต๊ะที่ใกล้ที่สุด สั่งให้คนของเราสะกดรอยตามแม่สาวสังคมนั่นกะเวลาการเดินทางไปแต่ละจุดให้ถูกด้วย ส่วนพิกัดของร้านก็แถวๆคอนโดฉัน ไปหาเอาเองว่าร้านไหนก่อนบ่ายโมงตรงคิดว่าแกคงทำเสร็จเรียบร้อย อ้อ ฉันต้องไปถึงร้านนั่นก่อนบ่ายสอง ส่วนแกไอ้เหี้ยมนั่งอ่านประวัติที่หาไว้กรอกหูฉันจนกว่าฉันจะจำได้ทั้งหมด ” นายโหดนายเหี้ยมสบตากันเล็กน้อยก่อนจะก้มตัวรับคำสั่งจากนายน้อยของตน

           

 

                         

           

           

            “ ค่ะ คุณแม่ เมส่งเรียบร้อยแล้วค่ะ ท่าทางคุณแม่จะได้หลานสะใภ้หลายคนนะคะ เห็นเจ้าไอซ์เงียบๆ แบบนั้นก็มีลางว่าจะได้แฟนก่อนเจ้าสองตัวแสบแสนสำราญนั่นอีก ” เมษาพูดไปพลางอ่านเอกสารในมือพลาง 

            “ ว่าไงนะลูก เจ้าไอซ์อ่ะนะ โห สาวน้อยคนนั้นชื่ออะไรน่ะ แม่จะไปหาหลวงพ่อตรวจดูดวงชะตาสักหน่อย ” เมษาหัวเราะร่าเมื่อจับรู้สึกได้ว่ามารดาตนตื่นเต้นมากทีเดียวกับเรื่องรักๆใครๆของลูกหลาน

            “ เห็นว่าชื่อ แป้งหอมค่ะ สืบมาจากเจ้าแฝดได้เท่านี้แหละค่ะ แต่ดูเหมือนหลานคู่นี้จะเป็นพ่อสื่อเองนะคะ เข้าไปยุ่งดีเหรอคะคุณแม่ เดี๋ยวเด็กๆไม่สนุกเอานะคะ เห็นฝีมือวันนี้แล้วเอาเรื่องอยู่ ” วรภัทรยิ้มอย่างภูมิใจที่เจ้าแฝดคู่นี้ได้ความฉลาดเฉลียวทางด้านนี้ผ่านทางสายเลือดข้ามรุ่น แล้วก็อดขำไม่ได้ที่สายเลือดโดยตรงอย่างพ่อเจ้าสองตัวแสบนี้ไม่มีความสามารถเรื่องนี้เลยสักนิด

            “ นั่นสิ แล้วนี่เราทำอะไรอยู่ฮึ ส่งเด็กๆแล้วมัวไปเที่ยวไหนต่ออีกน่ะ ”

            “ ไม่ได้เที่ยวสักหน่อยค่ะ ทำอย่างกับเมเป็นเด็กไปได้ แค่แวะเข้ามานอนอ่านเอกสารเล่นที่คอนโด เดี๋ยวบ่ายๆกะจะไปหาอะไรสนุกๆทำสักหน่อย ” ดวงตากลมโตสุกกวาวราวกับเด็กที่นึกถึงของเล่นชิ้นโปรด แต่ผ่านไปชั่ววินาทีก็ใบหน้าหวานที่บยิ้มร่าก็ต้องมุ่ยลงเมื่อถูกผู้เป็นแม่ดุเอา

            “ อย่าไปทำอะไรให้ใครเขาเดือดร้อนล่ะ เพื่อนเราเขามีครอบครัวกันหมดแล้วนะ นี่อะไร มัวเล่นเป็นเด็กๆไปได้ อายุน่ะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆนะเจ้าเม ”

            “ โธ่ แม่คะ เรื่องอายุช่างมันสิ เมรับรองเลยว่าเมจะไม่มีใครให้เป็นภาระแน่ค่ะ มีความสุขก็จริง แต่มันไม่ใช่สำหรับคนรักสนุก รักเที่ยวอย่างเมหรอกนะคะ บอกไว้ตั้งหลายครั้งแล้ว เอ่อ แม่คะ แค่นี้ก่อนนะคะ จวนได้เวลาแล้วค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ ” เมษาพูดรัวเพราะขืนเว้นจังหวะ ได้โดนบ่นยาวแน่ๆ

            ร่างบางเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างเชื่องช้าผ่านไปครึ่งชั่วโมงหญิงสาวเจ้าของห้องก็เดินออกมาด้วยชุดคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดตา ใบหน้าเรียวเล็กไร้การแต่งเติมมองเสื้อผ้าที่แขวนเรียงรายอยู่ในตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่อย่างพิถีพิถันกับการแต่งตัวในครั้งนี้มากกว่าครั้งไหนอย่างน่าแปลกใจ มือเรียวเล็กหยิบชุดออกมาหนึ่งชุด ก่อนจะใช้สายตาประเมินชุดที่หยิบออกมาคร่าวๆ ขาคู่สวยก็เดินไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งเพื่อทำการแต่งหน้าทำผมให้เข้ากับชุดที่เลือกได้

            เมื่อแต่งตัวเสร็จก็ใช้เวลาจวนจะถึงเวลานัดเสียงโทรศัทพ์สี่ห้าเครื่องบนโต๊ะทำงานอีกมุมก็พร้อมใจกันแผดเสียงดังลั่น หญิงสาวบิดกายเล็กน้อยก่อนจะเดินไปรวบโทรศัพท์ทั้งหมดเข้าหาตัว แล้วใช้สายตามองชื่อคนโทรเข้าอย่างพึงพอใจแล้วกดรับทีละคนอย่างไม่รีบร้อน

           

 

 

 

Happy Valentine day My Lady

            ชายหนุ่มลูกครึ่งอังกฤษหน้าตาและการแต่งกายดูภูมิฐานมีชาติตระกูลเดินเข้ามานั่งฝั่งตรงกันข้ามกับหญิงสาวที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว ทั้งคู่ยิ้มให้กัน ก่อนชายหนุ่มลูกครึ่งจะยื่นช่อดอกไม้ช่อโตมาให้

            “ ขอบคุณค่ะ  ไมสัน ที่มาตามที่เมขอแล้วก็ขอบคุณสำหรับดอกไม้ช่อโตนี่ด้วย ” เมษายิ้มหวานให้ ไมสัน คาร์ล เพื่อนในวงการธุรกิจที่ดีคนหนึ่ง ซึ่งเธอรู้จักพ่อหนุ่มลูกครึ่งคนนี้ได้มากกว่าห้าหกปีแล้ว

            “ ยังน่ารักสดใสเหมือนเดิมเลยนะ แล้วนี่คิดจะเล่นอะไรแผลงๆอีกน่ะเลดี้ ”  

            “ แผลงที่ไหนกัน ไม่แผลงหรอกน่าทำตามที่เมพูดไปเถอะ เออ แล้วนี่แซนเดรียกับเจ้าเอริคสบายดีเหรอ ” หญิงสาวตรงหน้าทำหน้ามุ่ยเล็กน้อยก่อนจะกลับมายิ้มหวานเช่นเดิมแล้วถามสารทุกข์สุขดิบของภรรยากับลูกชายคนเดียวของเขา

            “ สบายดีทั้งคู่แหละเลดี้ ยิ่งโตเจ้าเอริคก็ยิ่งกวนประสาทผมได้ทุกเมื่อ ขนาดตอนนี้แค่หกขวบเอง เดี๋ยวนะ ผู้ชายสองคนนั่นเพื่อนเลดี้เหรอ ” เมษาหันไปมองทางด้านหลังตัวเองเห็นผู้ชายสองคนที่ยืนถือช่อดอกไม้ดอกโตมองมายังเธอด้วยสีหน้าบูดบึ้ง

            “ กิ๊กค่ะกิ๊ก...ศร นุ ทางนี้ ๆ ”

            เมษาแกล้งหยอกไมสันแล้วโบกมือเรียกผู้ชายอีกสองคนให้เดินเข้ามาแล้วกันไปสั่งบริกรให้นำเก้าอี้มาเพิ่มอีก ดวงหน้าเล็กหวานเจี๊ยบหันมายิ้มทักทายกับบุรุษทั้งสองที่มาใหม่อย่างคุ้นเคย     ดนุ กับ ภิศร ก็พยักหน้าแบบขอไปทีเมื่อเห็นท่าทีของเพื่อนสาว แต่ทั้งบุรุษทั้งคู่ก็หันไปยิ้มทักทายให้กับไมสันตามมรรยาทเพราะรู้ถึงตำแหน่งและสถานะของผู้ชายเบื้องหน้าเป็นอย่างดี ในใจทั้งคู่ก็แอบสงสารที่ถูกยัยเมใช้เป็นเครื่องมือหักเหลี่ยมรักแฟนมัน

            “ ทำไมต้องเป็นเราสองคนด้วยเนี่ย คนอื่นน่ะไม่มีหรือไงหะ เสียเวลาจริงๆ ”  ภิศรบ่นอุบอิบแล้วสำรวจช่อดอกไม้ที่ถูกเพื่อนสาวสั่งให้ไปซื้อมาด้วย

            “ เอาน่าถือว่าช่วยเพื่อนเล็กๆน้อยๆ อย่าลืมสิว่ากว่านายทั้งสองจะมาคบกันได้ใครช่วยกัน ถ้าไม่ใช่ฉันที่มองออกถึงสายตาอันเปี่ยมรักของพวกนายน่ะ  อ้อ วิทย์ใกล้ถึงแล้วมั้ง อย่าหลุดมาดเกย์ออกไปล่ะ เสียแผน ” ผู้ชายทั้งสามมองหน้ากันอย่างหมั่นไส้หญิงสาวคนเดียวของโต๊ะที่เล่นอะไรไม่เข้าเรื่อง ก่อนจะถูกเมษาชวนคุยต่อเพื่อรอการมาของ วรวิทย์

 

 

ทางวรวิทย์ที่เข้ามาในร้าน ก็กวาดสายตามองหาแฟนคนปัจจุบันโดยก่อนจะหยุดชะงักไปชั่วอึดใจเมื่อเห็นแฟนของตนนั่งคุยกับผู้ชายทั้งสามอย่างออกรส  วรวิทย์กำหมัดแน่นแล้วเดินเข้าหาเมษาอย่างมีโทสะที่ถูกสวมเขา

“ เม ไอ้สามคนนี้มันเป็นใคร!! ” เสียงตวาดของวรวิทย์ทำให้ลูกค้าท่านอื่นหันมามองอย่างสนใจ  จังหวะเดียวกันพศินและจินรกานต์เดินควงกันเข้ามาในร้านอย่างสง่าผ่าเผย  พศินและจินรกานต์ขมวดคิ้วเล็กน้อยเป็นเชิงสงสัยก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าใบหน้าใสๆ แก้มป่องๆ ที่อยู่ท่ามกลางผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา และรวยดูมีชาติตระกูลทั้งสาม  คือคนที่เคยมีเรื่องด้วยหลายครั้งต่อหลายครั้ง

จินรกานต์เบ้ปากอย่างริษยา แล้วเดินเข้าไปใกล้วงมรสุมรักหักอกอย่างไม่คอยท่า พศินกระตุกยิ้มที่มุมปากก่อนจะเดินตามแฟนสาวของตนไปอย่างช้าๆเพื่อเก็บข้อมูล

“ นี่คุณไมสัน คุณศร  คุณนุ แฟนอันดับสองถึงแฟนอันดับสี่ของเมเองแหละ ” บุรุษทั้งสามที่ถูกเอ่ยชื่อสำลักน้ำลายอย่างพร้อมเพรียงกัน

ไปคบกับแม่จอมยุ่งนี่ตอนไหนกันนะ...ทั้งสามคิด แล้วไอ้อันดับของแฟนนั่นอีก คิดได้ยังกันนะ แม่คนนี้...

“ นี่มันเรื่องบ้าอะไร ล้อเล่นอะไรวิทย์หรือเปล่าเม ” เมษาลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกมาหา       วรวิทย์อย่างยียวน การแต่งการที่ดูน่ารักน่าถนุถนอมราวกับตุ๊กตาทำให้ผู้ชายในร้านไม่เว้นแม้แต่พศินที่กำลังมองมากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ เพราะอยากอุ้มเอากลับบ้านไปให้รู้แล้วรู้รอด

แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากบางเคลือบลิปสติกวาววับได้เอ่ยอะไรออกไปก็ต้องสะดุ้งสุดๆกับเสียงแหลมแสบสันที่จงใจเพิ่มดีกรีให้เสียงแหลมขึ้นไปอีกจนตัวแทบพรุน

            “ ตายแล้ว รถไฟชนกันเหรอคะ ตายๆๆ ปั่นหัวผู้ชายอีกล่ะสิ ท่าทางฉันคงต้องคุมไม่ให้ศิน คลาดสายตาแล้ว ไม่งั้นคงถูกคนบางคนฉกไปแน่ๆ ”  สิ้นเสียงแหลมๆนั้น ทำเอาทุกคนที่อยู่ตรงนั้นเปลี่ยนไปมองมาที่จินรกานต์แทนด้วยสีหน้างุนงงว่าหล่อนโผล่มาจากไหน ทางเมษาก็เอียงหน้าไปมองใบหน้าของคนที่เพิ่งพูดเสียดสีเธออย่างดูแคลนเต็มพิกัด แถมยังไล่สายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่ไว้หน้าใครที่ไหน

            “ ระวังคำพูดด้วยนะคะ เพราะถ้าไม่คิดก่อนพูดอะไรมันอาจจะส่อถึงตัวเองน่ะค่ะ ” เมษายิ้มหวานให้อย่างเยาะๆ ก่อนจะเดินไปตรงหน้าวรวิทย์ที่กำหมัดแน่นอยู่อย่างเคืองแค้นและจ้องหน้าชายหนุ่มทั้งสามเรียงคนแล้วหันหน้ามาจ้องเมษาอย่างมีน้ำโห เมษาไม่ได้พูดอะไร เธอโบกมือเรียกพนักงานที่สั่งให้เลขาเธอจัดเตรียมเตี๊ยมกับทางร้านไว้แล้วมาหา พนักงานสาวคนนั้นก้มหน้าก้มตาเดินมายื่นรีโมทคอนโทรลให้อย่างหวาดกลัวกับสงครามกลางร้านที่คาดคะเนมูลค่าความเสียหายที่เกิดจากวันนี้ไม่ได้

            “ ผมรอคำอธิบายจากคุณอยู่นะ เม ว่าวันนี้มันเกิดเรื่องบ้าอะไร ” ทางพศินเดินเข้ามาจับไหล่เพื่อนรักแล้วตบเบาๆ ราวกับบอกให้ใจเย็นๆ แต่สายตาก็สบกับดวงตากลมโตนั่นอย่างยิ้มแย้มจนเมษานิ่งไปชั่วขณะเมื่อรู้สึกเหมือนตนกำลังถูกซ้อนแผน

ส่วนจินรกานต์ที่ดูเหมือนจะถูกตีออกนอกวงขึ้นเรื่อยๆก็กระทืบเท้าอย่างขัดใจแล้วเดินจ้ำอ้าวสาวเท้าเข้าไปกอดพศินเพื่อเรียกความเป็นจุดเด่นของสงครามกลับมาที่ตัวหล่อน

          “ ผู้หญิงอะไร้ ไร้ยางอายคบทีสามสี่คน ทุเรศ ” ริมฝีปากที่ฉาบด้วยลิปสติกสีแดงจัดวาววับขยับไปมาอย่างสนุกปาก

            “ นั่นสิคะ แต่ไอ้กรณีฉันที่โชคดีนะที่อย่างน้อยฉันไม่ใจง่ายมั่วไปเรื่อยๆโดยไม่สนใจอะไร แต่มีอีกกรณีที่มันน่าเกลียดน่ะค่ะ ฉันไม่อยากจะพูด เพราะกลัวว่าจะกระทบใคร  

            เมษายิ้มให้อย่างกวนโทสะอีกฝ่าย แต่ยังไม่ทันที่จินรกานต์จะได้สวนกลับ ภาพในจอของทางร้ายก็ฉายภาพสไลด์แฉความเจ้าชู้และมักมากของวรวิทย์เป็นฉากๆ แถมยังระบุวันเวลาและวันที่พร้อมชื่อเสียงเรียงนามของสถานที่และนางเอกร่วมสิบคนได้ในจออย่างละเอียดยิบ พศินได้แต่มองฉากสไลด์อย่างทึ่งๆ

ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจและกรุ่นโกรธฉายแววออกมาจากดวงตาคู่คมที่มักใช้มองเหล่สาวสวยเป็นประจำ ใบหน้าได้รูปแดงจัดไม่รู้เพราะอารมณ์โกรธที่พุ่งพล่านรอบกายหรืออับอายสำหรับภาพที่มีตัวเองเป็นพระเอกในจอกันแน่ ริมฝีปากวรวิทย์เม้มสนิทรอคำตอบจากหญิงสาว ผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนคนปัจจุบัน

“ หมายความว่ายังไง เมไปเอารูปบ้าๆพวกนี้มาจากไหน !ปิดมันเดี๋ยวนี้!!  

             “ สนุกไหมคะ...” เมษาถามเสียงเรียบแล้ววางแก้วน้ำแตงโมปั่นลงบนโต๊ะ ก่อนจะพาร่างเล็กๆไปประจันหน้ากับวรวิทย์อย่างไม่กลัวเกรง จินรกานต์มองเมษาอย่างเหยียดๆ ก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าไปคว้าแขนพศินมาควงราวกับเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ พร้อมนึกว่าตนจะพูดอะไรดี ที่จะทำให้ชาวบ้านเขาแตกคอกันมากกว่าที่เป็นอยู่ถึงจะถูกสวนกลับมาจนตัวเองอายไม่เป็นท่า

            “ เมษา!!!! ” วรวิทย์ตะโกนใส่หน้าเมษาอย่างโมโหถึงขีดสุดเพราะเกิดมาไม่เคยทำเขาได้เจ็บแสบเท่านี้มาก่อนเลยสักครั้ง

            “ จบกันนะคะ ” ทันทีที่เสียงหวานใสพูดจบ วรวิทย์ใช้มือกระชากร่างบางเข้าหาตัว เขาเพิ่มน้ำหนักมือบีบแขนเล็กๆจนเมษานิ่วหน้าเพราะความเจ็บ ไมสันก็รีบลุกไปหาเมษาอย่างเป็นห่วง พ่วงด้วยภศรกับดนุที่มองเมษาอย่างเจ็บแทน ส่วนทางพศินก็สะบัดแขนจินรกานต์ออกเพื่อไปดึงร่างวรวิทย์เอาไว้ไม่ให้โถมตัวเข้าไปหาเมษาได้อีก

            “ แกสงบสติอารมณ์แล้วไปหากิ๊กแกไปไอ้วิทย์! ทางนี้จัดการเอง ”

            “ ไม่!!!

            ผั้ว!!

            วรวิทย์ที่โดนเพื่อนตนต่อยโครมเดียวถึงกับสลบลงไป นายโหดนายเหี้ยมที่ได้รับคำสั่งทางสายตาก็รีบพากันมาประคองวรวิทย์ออกไปตามคำสั่งผู้เป็นนาย

            ถึงตาเขาออกโรงบ้างล่ะ เสร็จแน่... เมษา อริญพิชญกาล      

........................................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

189 ความคิดเห็น

  1. #149 น้ำสวยฟ้าใส (@jeabarpa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2553 / 10:08
    สู้ๆจ๊ะ น้องนันท์

    อย่างไรก็เอาเรื่องเรียนไว้ก่อนนะจีะ

    นิยายพี่รอได้จ๊ะ
    #149
    0
  2. #14 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2553 / 20:27
    นายวิทย์น่าสงสารมากนึกว่าตัวเองจะหลอกเมษาได้ช้าไป10ปีแล้วล่ะ
    #14
    0
  3. #10 jeab (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มกราคม 2553 / 18:59
    เอ...........................

    อะไรนะ อยากรู้จัง ลุ้นๆๆๆๆๆๆ



    สนุกดีอ่ะ
    #10
    0