[Attack on titan] Escape หนีให้รอด (Levi x Mikasa)

ตอนที่ 16 : [SS2] For you. #02 ; REMEMBER?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 336
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    29 เม.ย. 63

[SS2] For you. Ep.02

REMEMBER?


So Curious - IZ*ONE 


ปล.เพลงน่ารัก ไม่เข้ากับตอนอีกแน้ว----



"เฮ้อ"


"เธอถอนหายใจอีกแล้วนะ"


"ก็มันน่าเบื่อ"


ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเป็นแบบเดิม ฝึกซ้อม เล่นละครต่อไปเรื่อยๆจนไม่รู้เรื่องราวในจะจบเมื่อไหร่


"คุณคิดอะไรอยู่ถึงยกฉันให้เขาดูแล"


"ก็อย่างที่ฉันเคยบอกไป เขาดูแลเธอได้"


เสียงแก่ของชายวัยชราเอ่ยขึ้น มือย่นก็รินน้ำชาใส่ในแก้วก่อนจะวางเอาไว้ตรงหน้าของหญิงสาวหน้าตาสะสวย


"ทำไมคุณไม่บอกเขาดีๆล่ะคะ ฉันว่าเขาน่าจะทำตามคำพูดคุณนะ"


"ไม่หรอก ถึงเขาก็เคยเป็นศิษย์ของฉันแต่เขาก็ไม่ใช่ว่าจะฟังฉันเสมอ อีกอย่างนี่แหละคือข้อเสนอที่เขายื่นมาให้ฉัน"


"แต่คุณไม่มาปรึกษาฉันสักคำ"


"มันคือเรื่องจำเป็น"


"ให้ตายเถอะ"


ใบหน้าขาวท้าวอยู่กับแขนของตนพลางทำสีหน้าเบื่อหน่ายโลกอย่างเต็มทน


"ทนๆไปหน่อยมิคาสะ"


ชายแก่พูดมือก็หยิบถ้วยน้ำชามาจิบอย่างสบายใจ มิคาสะหยิบถ้วยน้ำชามาดื่มเล็กน้อยเพื่อให้อารมณ์เย็นขึ้น แต่มันก็ไม่เป็นอย่างนั้นเลย เธอกำลังอยู่ในอารมณ์ที่เดือดสุดๆ


"ฉันไปแล้วนะคะ"


"รักษาตัวด้วยนะ"


ร่างบางพยักหน้าก่อนจะเดินออกไปจากสถานที่ที่เป็นบ้านเรียบง่ายดูสวยงาม ภายนอกบ้านก็ถูกตกแต่งด้วยต้นไม้สีเขียวชะอุ่มดูสบายตา แม้ด้านนอกจะมีทหารที่ยืนคุ้มกันอยู่ด้านนอกก็เถอะ ก็ในเมื่อคนๆนั้นเป็นทหารที่มากความสามารถจริงๆและแม้ว่าตอนนี้จะเกษียณอายุแล้วก็ตามแต่


ที่นี่ค่อนข้างห่างไกลจากฐานทัพเป็นอย่างมากแต่ก็มันก็เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยอย่างไม่น่าเชื่อ


"พาฉันกลับไปที่ฐานทัพ"


"ครับ!!"


ทหารหนุ่มเอ่ยรับคำสั่งจากเด็กสาวผู้ยศสูงกว่าก่อนจะเปิดประตูให้ มิคาสะก้าวเท้าเข้ามาในตัวรถนั่งอยู่เงียบๆตามประสานิสัยของตัวเอง รถก็ค่อยๆเคลื่อนไป


เพราะมีทหารมาลาดตระเวนที่นี่บ่อยๆซอมบี้จึงมีจำนวนที่น้อยมากๆทางก็สะอาดตาไปหมดเพราะทหารก็ต่างมาเก็บศพซอมบี้แล้วโยนทิ้งไป แม้มิคาสะจะเคยเห็นพวกซอมบี้หรือพวกศพต่างๆนานาแล้วก็ตาม แต่ฮันจองผู้เป็น 'สามี' ในนามของมิคาสะเองก็อยากให้มิคาสะเห็นแต่ความสวยงามเท่านั้น


"อะไรนะ แกไปตรวจสอบดูดีๆหรือยัง"


เสียงของทหารผู้เป็นคนขับรถดังขึ้นเรียกความสนใจจากมิคาสะที่กำลังเหม่อมองวิวข้างทางได้อย่างดี ทหารคนนั้นมีท่าทางที่รีบร้อนแถมหักพวงมาลัยจนเด็กสาวเองแทบทรงตัวไม่ทัน


"มันเกิดอะไรขึ้น?"


มิคาสะถามเหตุการณ์ทันทีหลังเธอทรงตัวได้ปกติ


"พวกเราโดนโจมตีครับคุณหนู!"


"งั้นจอดซะ ฉันจะลงไปจัดการเอง"


"แต่ว่า"


"ไม่มีแต่ นี่คือคำสั่ง หยุดรถแล้วไปเอาอาวุธมาให้ฉัน"


สิ้นสุดคำสั่งที่น้ำเสียงเด็ดขาดของเด็กสาวที่อายุยังน้อยอย่างมิคาสะจบ ทหารหนุ่มคนนั้นก็รีบหยิบอาวุธประจำตัวซึ่งเป็นอาวุธที่มิคาสะมักใช้เป็นประจำอยู่แล้วอย่างปืน AK และดาบคู่ใจของตน


เธอไม่สนใจว่าชุดสูทสีดำของเธอจะเป็นยังไง แต่การเผชิญหน้ากับศัตรูด้วยความมุ่งมั่นเป็นสิ่งที่ต้องมีอันดับ


สายตาคมมองไปยังลำกล้องของปืนสไนเปอร์ซุ่มยิง ที่ซุ่มอยู่ไม่ไกล ก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกมากลางถนน


"ทำบ้าอะไรรีไวล์"


ฮันจิตะโกนร้องเรียกชื่อของเพื่อนหนุ่มที่กำลังยืนอยู่กลางถนนที่ด้านหน้าเต็มไปด้วยศัตรู


"หัวหน้าของพวกแกอยู่ไหน"


...


"คุณหนูอย่าเลยครับ"


ทหารนายหนึ่งผู้เป็นคนดูแลเด็กสาวเอ่ยขึ้นมือก็ยื่นมากั้นทางเพื่อไม่ให้เด็กสาวนั่นเดินไป


"ไม่เป็นไร ฉันจะคุยเอง"


มิคาสะพูดขึ้น ก่อนมือเรียวจะจับมือของทหารคนสนิทผู้ดูแลเธอเอาลงและเดินตรงมาทางด้านหน้าทันที


"เหมือนว่าคุณจะมีเรื่องคุยกับฉันนะคะ"


เสียงหวานเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ รีไวล์ที่มองมาก็ต้องตกตะลึงกันเพราะเธอคนนี้ก็คือคนที่เขาตามหามานาน มิคาสะ...


"มิคาสะ"


"รีไวล์! อย่า!"


ฮันจิรั้งแขนเพื่อนร่วมงานของตัวเองเอาไว้เพื่อไม่ให้รีไวล์วิ่งพุ่งไปหาเด็กสาวตรงหน้าที่ไม่ได้พบเจอกันมา 2 ปี


"อย่าคิดจะตุกติกนะคะ ถ้าคุณตุกติกฉันไม่รับประกันว่าร่างคุณจะพลุนแค่ไหนนะ"


"มิคาสะ! เธอจำพวกเราไม่ได้หรอ!?"


เด็กหนุ่มผมสีบลอนด์พูดขึ้นมา มิคาสะที่ได้ฟังแล้วก็ต้องทำหน้าสงสัย ทหารที่ได้ยินก็พูดซุบซิบกันไปหมด


"เราเคยรู้จักกันด้วยหรอคะ?"


.....

....

...

..

.


"รีไวล์"


เสียทุ้มอันเป็นเอกลักษณ์ของหญิงสาวผู้สวมแว่นหนึ่งเดียวพูดขึ้น มือก็เอื้อมมาแปะบนบ่าคนเป็นเพื่อนตนเองเล็กน้อย


"โอเคหรือเปล่า?"


ย้อนเหตุการณ์ไปไม่นานเออร์วินที่โผล่มาจากไหนไม่รู้เข้าถล่มกองทัพของฝั่งมิคาสะจนอีกฝั่งเกือบหนีไม่ทัน ซึ่งมิคาสะคงน่าจะปลอดภัยดีเพราะมีทหารคอยคุ้มกันตลอด


"อืม"


รีไวล์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่เรียบเฉย มิคาสะจำเขาหรือว่าใครไม่ได้เลย แม้กระทั่งอาร์มินที่เป็นเพื่อนสนิทก็ยังจำไม่ได้ นับประสาอะไรกับเอเลนก็ด้วย


"คุณรีไวล์ ผมได้ข่าวว่าคุณเจอมิคาสะ"


ไม่นานเสียงของเด็กหนุ่มที่แสนคุ้นเคยก็ดัง ชายหนุ่มแต่งตัวชุดทหารที่อยู่ในระดับที่สูงกว่าจากทหารธรรมดาเพียงเล็กน้อย ใบหน้าคมกับผิวสีน้ำผึ้ง นัยน์ตาสีเขียวมรกตจดจ้องมาที่เข้าด้วยความอยากรู้


"อื้ม เจอ"


"..."


"แต่เธอดูเหมือนจะจำเราไม่ได้"


"หัวหน้ารีไวล์ หัวหน้าฮันจิฮันจิ ผู้บัญชาการต้องการพบครับ"


เมื่อรีไวล์พูดจบ อาร์มินก็โผล่ขึ้นมาเรียกตัวเขาและฮันจิเพื่อนสาวไปโดยทันที รีไวล์ลุกขึ้นเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรทั้งสิ้น เขาคงจะผิดหวังและรู้สึกแย่ไปหมด ความทรงจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อนมันยังคงหลอกหลอนในหัวไม่จบสิ้น ความรู้สึกผิดนี้จะหมดไปก็ต่อเมื่อเขาต้องช่วยมิคาสะออกมมให้ได้เท่านั้น


"อ่า มาแล้วสินะ"


ชายแก่เอ่ยพูดขึ้นหลังจากเขาเองและฮันจิเดินเข้ามา ในห้องประชุมแห่งนี้มีเพียงเขา ฮันจิ เออร์วินและผู้บัญชาการใหญ่อย่างผู้บัญชาการพิคซิส


"หัวหน้าคนใหม่ของกองทัพศัตรู จริงๆก็ไม่ใช่หัวหน้าที่แท้จริงหรอก พวกนายคงจะคุ้นหน้าเธอดี"


รูปใบหนึ่งยื่นมาที่เขา รีไวล์รับมาแล้วมองรูปใบนั้น มิคาสะในวัย 17 ปี เธอโตขึ้นแล้วจริงๆ


"เธอเป็นคู่หมั้นของหัวหน้ากองทัพ สถานะของเธอก็คงมีสิทธิพิเศษกว่าคนอื่นๆนั่นแหละ"


"เดี๋ยวนะคะ คู่หมั้น?"


ฮันจิถามซ้ำเพื่อความมั่นใจ ซึ่งคำตอบก็คือใช่ เธอเป็นคู่หมั้น


"ได้ยังไงกัน"


"ฉันก็ไม่รู้หรอกนะ เพราะเรื่องนี้ไม่มีใครที่รู้เลย สายสืบที่เราส่งไปก็ให้ข่าวกลับมาเพียงแค่นี้"


"แล้วเรื่องจะไปถล่มกองทัพทางฝั่งนู้นนั้น.."


"พวกนายคงต้องทำใจแล้วล่ะ พวกนายคงไม่คิดว่าจะมาเจอเธอในสถานะแบบนี้หรอกใช่ไหม"


"เราต้องฆ่ามิคาสะ? งั้นเหรอ"


"ใช่ ต้องฆ่าเธอ เพราะเธอคือหัวหน้า เราไม่มีทางเลือก"


"ฉันว่าจับตัวเธอมามันจะเวิร์คกว่านี้นะคะ"


"ถ้าฝั่งนั้นรู้ ก็มาล่าหัวพวกเราไวขึ้น"


"ก็บุกเข้าไปฆ่าหัวหน้าที่แท้จริงซะเลยก็จบ"


รีไวล์เอ่ยขึ้นมาจนฮันจิกับผู้บัญชาการที่กำลังถกเถียงกันต้องหยุดโดยทันที


"มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะรีไวล์"


เออร์วินพูด


"ฉันทำได้อยู่แล้ว ผมขอตัวนะครับท่านผู้บัญชาการ"


สิ้นเสียงของเขาเองรีไวล์ก็ก้าวเท้าออกมาจากห้องประชุมโดยทันที และตรงไปยังห้องของตนเอง แต่พอใกล้ถึงเขาก็ต้องหยุดฝีเท้าทันที เมื่อมีคนที่มารอเขาอยู่ถึงหน้าห้อง


"มีอะไร"


"ผมต้องการให้คุณเล่าเรื่องเกี่ยวกับมิคาสะ"


เอเลนพูดขึ้นด้วยสีหน้าความอยากรู้ขั้นสุด แต่รีไวล์เองเขารู้ว่าถึงห้ามไปยังไงซะเจ้าเด็กนี่ก็ไม่ฟังอะไรเขาอยู่แล้ว จึงทำได้เพียงเปิดประตูห้องและเชิญให้เด็กหนุ่มผู้เป็นทหารพิเศษเข้ามาเท่านั้น


"ถามมาสิ"


รีไวล์เอนตัวลงบนโซฟาก่อนจะรินชาดำเครื่องดื่มที่แสนโปรดปรานของเขารินใส่ทั้งแก้วของตัวเขาเองและอีกแก้วเพื่อให้เด็กหนุ่มทหารพิเศษอย่างเอเลน


"มิคาสะเป็นยังไงบ้างครับ"


ชายหนุ่มจับปากแก้วของแก้วชาซึ่งเป็นท่าเอกลักษณ์ของตนก่อนจะจิบมันน้อยๆและพูดขึ้น


"เธอสบายดี และดูโตขึ้นแล้วล่ะ"


"นายไม่ต้องห่วงเธอหรอก"


"จะไม่ให้ผมห่วงเธอได้ยังไง"


"ก็เธอเป็นเพื่อนผมนะ"


"ไม่ได้คิดแค่เพื่อนยังจะพูดแบบนั้นอีกหรือไง"


"สถานะของผมมันคือแค่นี้ แล้วผมพูดอะไรได้บ้างล่ะ"


....

...

..

.


"เฮ้ออ~"


ร่างบางเอนตัวนอนลงบนที่นอนผ้าปูสีขาวสะอาดตาภายในห้องที่มีเพียงเธอและเพื่อนสาวคนสนิทผู้ที่มีสีผมบลอนด์ที่กำลังนั่งเฝ้าตัวเธออยู่


"ยิ่งถอนหายใจบ่อยๆ จะแก่เร็วนะ"


แอนนี่เอ่ยพูดอย่างขำๆก่อนมือจะรินน้ำใส่แก้วให้ แต่ดูแล้วมิคาสะจะไม่ขำกับมุกของเธอเลยสักนิด ก็ทำไงได้ก็เธอโดนเล่นงานจนบาดเจ็บเลย ถึงจะบาดเจ็บเล็กน้อยที่ขาเพราะโดนเสก็ดระเบิดเล็กน้อยก็เถอะ แต่ฮันจองที่เป็นสามีในนามของเธอก็บังคับให้นอนพักผ่อน แถมให้พักงาน 1 อาทิตย์อีก แต่ยังดีที่มีแอนนี่มาเฝ้าดูแลตลอด


มือเรียวของหญิงสาวผมบลอนด์ยื่นแก้วที่ใส่น้ำและใส่ยาให้กับมิคาสะ เพื่อนสาวคนที่ป่วยอยู่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรแถมรับมันไปกินอย่างรวดเร็วราวกับประชดคู่หมั้นของเธอเอง


"เอาน่า เขาเป็นห่วงเธอนะ"


"เช้าใจ แต่สั่งพักงาน 1 อาทิตย์ให้รักษาตัวมันก็เกินไปแล้ว"


"ก็เธอเป็นคู่หมั้นของเขานี่นา"


"คู่หมั้นจอมปลอมเท่านั้นแหละ"


มิคาสะพูดด้วยท่าทางอารมณ์เสียเหมือนเด็กๆก่อนจะพลิกตัวนอนตะแคงหันหน้าเข้ากับหน้าต่างบานใหญ่ที่มีแสงแดดส่องมาเพียงเล็กน้อย


"ฉันต้องไปฝึกพวกทหารแล้ว เดี๋ยวกลับมานะ"


แอนนี่จ้องมองนาฬิกาข้อมือของตนก่อนจะเอ่ยขึ้น และเดินออกไปโดยไม่ลืมที่จะหยิบเสื้อโค้ทสีดำของเธอเองไปด้วย


และความเงียบก็มาอีกครั้ง มิคาสะทำได้แต่เพียงคิดเรื่องราวที่เกิดขึ้น คำพูดของผู้ชายคนนั้นน้ำเสียงที่มันแสนจะคุ้นเคย แต่เธอกลับจำอะไรไม่ได้เลยสักนิดเดียวเกี่ยวกับตัวเขาคนนั้นและคนอื่นๆก็เช่นกัน 


"ฉันรู้จักเขาหรอเนี่ย"


เด็กสาวทำได้เพียงคิดเท่านั้น หลังจาดที่เธอฟื้นมาอยู่ในที่แห่งนี้ก็กลายเป็นว่าเธอจำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อของตัวเองที่จำได้ว่าตัวเองชื่อ 'มิคาสะ อัคเคอร์มัน' เท่านั้น แต่สุดท้ายเธอก็ถูกรับเลี้ยงดูและถูกดูแลโดยชายวัย 60 กว่าที่มีชื่อว่า คุณพัค ที่ชื่อจริงๆของเขาคือ พัค ฮยองจาง ทหารที่เกษียณอายุและใช้ชีวิตสุขสบายในโลกที่กำลังจะล่มสลาย


"ให้ตายเถอะ ขี้เกียจคิดแล้ว"


เธอปัดไล่ความคิดทุกอย่างและหลับเข้าสู่ห้วงนิทราโดยสมบูรณ์


'ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะปกป้องเธอเอง'


น้ำเสียงอบอุ่นที่แสนคุ้นหู ห้องพักสี่เหลี่ยมที่ดูสะอาดตาแต่ก็ไม่เท่าที่ควร ร่างของชายหนุ่มและหญิงสาวของคนที่กอดกันกลมบนโซฟายาวกลางห้อง มิคาสะในร่างที่ดูเหมือนจะเป็นวิญญาณได้แต่ยืนมองอยู่ตรงประตู มองตัวเองในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งที่เธอจำไม่ได้กำลังกอดกับผู้ชายคนนึงอยู่


"ผู้ชายคนนั้น?"


มิคาสะสังเกตพิจารณารูปร่างของชายร่างสูงที่กำลังกอดกับร่างของเธออีกคนหนึ่งก่อนจะนึกไปที่หน้าของชายทหารฝั่งศัตรูที่มีท่าทีรู้จักเธอ


"นี่มันอะไรกัน..."


ไม่นานนักความฝันก็จบลงพร้อมกับชายคนนั้นและเธอที่เดินออกจากห้องพักแห่งๆนี้ไป




TBC.

โอเค มาแล้วครับ เนื่องจากงานถาโถมมาตั้งนานตอนนี้ไรท์เคลียร์งานร้องเพลงเรียบร้อยแล้วครับผมมมม พร้อมมาอัพนิยายให้ทุกคนอ่านแล้วครับผม ทุกคนคิดถึงไรท์กันไหมม


ติดตามไรท์

Twitter : @GDRM971

IG : _gdrm97

Youtube : _GDRM97 , NekoNeko Chorus


คอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ❤

TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

124 ความคิดเห็น

  1. #102 ชีสเค้กนมสด (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 13:25

    มิคาสะรีบๆนึกให้ออกสิ!!! ชอบมากๆเลยค่าาาาาาาามาอัพต่อนะค่ะ/สู้ๆนะค่ะเป็นกำลังใจให้ค่ะ

    #102
    0
  2. #72 lukichinn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 18:03

    สู้ๆนะคะไรท์ รออยู่เสมอค่ะ ! ><

    #72
    0
  3. #71 Rose Ackerman (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 04:58

    มิคาสะความจำกำลังกลับมาแล้วดีใจจัง(สู้ๆนะต่อไวๆไรท์)

    #71
    0
  4. #70 vi1123twz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 10:09

    กลับมาจำรีไวล์ให้ได้เร็วๆนะ มิคาสะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-09.png

    #70
    0