แผนร้ายหัวใจซาตาน

ตอนที่ 4 : ต่อรอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,724
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    22 ส.ค. 61

ลินินนั่งเหม่อน้ำตาไหลไม่หยุด


บางจังหวะก็นั่งนิ่งถอนหายใจ บางครั้งก็ปล่อยโฮสะอึกสะอื้น เธออยากจะอ้อนวอนผู้ชายคนนั้น ที่บอกว่าตนเองเป็นสามีของลินินให้ปล่อยตัวเธอไป หญิงสาวจะไม่กลับไปหารณฤทธิ์ หรือมาให้เห็นหน้าอีก เธอแค่อยากมีชีวิตของตนเองมากกว่า


แต่พอเห็นรถคันนั้นวิ่งเข้ามาในตัวบ้าน ความอึดอัดมันโถมเข้าใส่จนเธอตั้งหลักไม่ถูก ลินินลุกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่นาน วิ่งไปหาแม่บ้านที่อยู่ในครัว


“คุณเสือกลับมาแล้ว ดิฉันจะกลับก่อน” เอมอรสะพายกระเป๋าคล้องไหล่ แต่ลินินเดินเข้ามาจับแขนมือสั่นหน้าซีด


“ป้าเอมอรอยู่ก่อนนะคะ อยู่เป็นเพื่อนหนูก่อน” ลินินเสียงสั่น เธอกลัวเขา


“มันไม่เหมาะหรอกค่ะ ผัวเมียเพิ่งอยู่ด้วยกัน ป้าอยู่ก็ขัดคอเปล่าๆ” เอมอรพูดตามที่พยัคฆ์บังคับไว้


“เขาไม่ใช่ เขาลักพาตัวหนูมา ป้าอยู่เป็นเพื่อนหนูก่อนนะคะ” ลินินแก้ต่าง เธออ้อนวอนให้แม่บ้านอยู่เป็นเพื่อน อย่างน้อยเขาก็คงไม่กล้าทำอะไรเธอต่อหน้าคนอื่น


“เมื่อกี้ใครพูดว่าไม่ใช่นะ ไม่ใช่นี่ไม่ใช่อะไร” เสียงพยัคฆ์ที่ดังหน้าทางเข้าบ้านทำให้ลินินสะดุ้งสุดตัว น้ำตาที่เหือดแห้งไหลอาบหน้าอีกรอบ


“ป้า ป้าช่วยหนูก่อน” ลินินเขย่าแขนเอมอร เธอกำลังประสาทเสียกับเรื่องที่เจออยู่


พยัคฆ์นั่งที่โซฟา เขาเหยียดขายาวอย่างสบายใจ มองลินินที่อ้อนป้าเอมอร ส่วนแม่บ้านก็ทำหน้าอีหลักอีเหลื่อ


“ป้าเอมกลับได้เลยครับ น้องสาวผมรอป้าอยู่” พยัคฆ์พูดเบาๆ ด้วยรอยยิ้ม


เอมอรเป็นคนที่เลี้ยงดูแพรวามาตั้งแต่เล็ก เธอรักแพรวาไม่ต่างจากลูกสาวของตนเอง พอได้ยินชื่อแพรวาเอมอรก็เดินออกจากบ้านไม่สนใจลินินที่เดินตามไปตลอดทาง


“ลินิน ไปเอาน้ำเย็นมาให้ผัวหน่อย” พยัคฆ์เน้นย้ำว่าผัวจนลินินสะดุ้ง เธอยังเสียขวัญที่ต้องอยู่รวมบ้านกับคนแปลกหน้าแบบนี้


อาการเก้ๆ กังๆ ทำให้เขานึกสนุกอยากแกล้งลินินอีก


“ต้องให้สาธิตรอบเย็นอีกสักรอบไหมว่า ผัว ทำหน้าที่อะไรบ้าง”


เท่านั้นลินินก็ตาเหลือกวิ่งเข้าไปในครัว หาแก้วน้ำมือไม้สั่น เธอรินน้ำใส่แก้วแต่ถือไปไม่ไหว เพราะมือมันสั่นจนไม่กล้าหยิบจับอะไรอีก รู้ตัวอีกที เขาก็ยืนอยู่ข้างหลังเอือมมือมาหยิบแก้วน้ำไป


“ฉันอยากกลับบ้าน” ลินินพูดกับเขาทั้งน้ำตา พยัคฆ์ชะงักแก้วน้ำที่ยกขึ้นดื่ม “ฉันสัญญาจะไม่ไปหาคุณรณฤทธิ์ ฉันแค่อยากใช้ชีวิตของตัวเอง” เธอพนมมือไหว้เขา


“ผมไม่ดีตรงไหน” พยัคฆ์หันมาจ้องหน้า เขาใจอ่อนวูบที่เห็นลินินยกมือไหว้ค้างอยู่อย่างนั้น


“คุณเป็นคนดี แต่ฉันไม่รู้จักคุณ เราไม่ได้รักกันอยู่ด้วยกันไม่ได้”


“ผมชื่อพยัคฆ์ มีน้องสาวชื่อ...แพรวา” เขาแนะนำตัวช้าๆ พูดถึงน้องสาวตัวเองที่หน้าคล้ายลินินเบาๆ ไม่ให้เธอต้องสะดุ้งตกใจ ระงับความโกรธที่ผุดขึ้นมาเต็มไปหมด


“เราไม่ได้รักกัน ลินินพูดอย่างกับว่าแต่งกับไอ้รณฤทธิ์ก็รักมันอย่างนั้น หรือว่ายังไง”


เธอส่ายหน้า ไม่รู้จะพูดยังไงต่อ


“เอาอย่างนี้ไหม ถ้าผมให้คุณติดต่อเบอร์ของรณฤทธิ์แล้วมันรับสาย บอกจะมารับคุณ ผมจะปล่อยให้มันเข้ามาในบ้านหลังนี้แล้วพาลินินออกไป”


พยัคฆ์ยื่นข้อเสนอ นั่นทำให้ลินินยิ้มออกเป็นครั้งแรกตั้งแต่เห็นหน้าเขา


“แต่มีเงื่อนไขนะ ถ้ามันไม่มารับคุณต้องอยู่ที่นี่ต่อ รู้ใช่ไหมว่าอยู่ต่อในฐานะอะไร” พยัคฆ์เดินเข้ามาหาเธอใกล้ๆ หญิงสาวถอยเท้าหนีแต่ก็พยักหน้ารับข้อเสนอนั้น


มันเป็นความหวังเดียวที่มีในตอนนี้ ต่อให้ริบหรี่แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย


พยัคฆ์หยิบโทรศัพท์ออกมา เขากดหมายเลขที่เกลียดที่สุดในชีวิตแต่ไม่เคยลืมแม้แต่วินาทีเดียว ให้หญิงสาวดูว่าใช่เบอร์ของรณฤทธิ์หรือเปล่า พอเธอยอมรับว่าใช่พยัคฆ์ก็ต่อสายให้ แล้วยื่นให้ลินินคุยต่อ


“สวัสดีค่ะ” ปลายสายที่โทรไปรับสายแล้ว


“เบอร์คุณรณฤทธิ์ใช่ไหมคะ” ลินินถามซ้ำ “นั่นคุณโสรยาหรือเปล่าคะ” เธอจำเสียงของแม่เลี้ยงของรณฤทธิ์ได้


“ใช่ค่ะ” เสียงนั้นนิ่งและวางมาด


“ลินินเองค่ะ มารับลินินได้ไหมคะ” ลินินพูดน้ำเสียงสั่นเครือ นี่เป็นความหวังเดียวในตอนนี้


“แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหนคะ” น้ำเสียงนั้นยังเรียบ ไม่แสดงอาการดีใจหรือตกใจแม้แต่น้อย


“ลินินอยู่ที่บ้านคุณพยัคฆ์ค่ะ มารับลินินที่บ้านคุณพยัคฆ์ได้ไหมคะ เดี๋ยวจะให้คุณพยัคฆ์บอกทางให้”


“คงไม่ได้หรอกค่ะ” เป็นคำพูดเรียบๆ ที่ตัดรอนหัวใจลินินจนแทบไม่มีชิ้นดี “อีกอย่างคุณรณฤทธิ์เดินทางไปต่างประเทศเมื่อบ่ายแล้ว เอาเป็นว่าเรื่องนี้จะปรึกษาคุณรงค์อีกทีหนึ่ง แค่นี้ก่อนนะคะ”


โสรยาวางสาย แต่ลินินยังคงถือมือค้างอยู่อย่างนั้น พยัคฆ์แบมือขอมือถือคืน ส่วนลินินอ้าปากค้างราวกับเจอปัญหาใหม่


“อย่าคิดมากเลยลินิน ใช้ชีวิตที่นี่ให้เป็นสุขดีกว่า”


“จะให้เป็นสุขได้ยังไง ก็ในเมื่อ...”


“นั่นแหละ ไม่ต้องเป็นสุขเหมือนกับที่แพรวาเป็น เพราะแพรวาก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคุณเหมือนกัน แต่ก็ถูกไอ้รณฤทธิ์ลากไปเกี่ยว แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ผมโกรธคุณได้ยังไง”


“โกรธฉัน? ฉันไม่เคยทำร้ายคุณนะ” เธอถามกลับ แม้จะกลัวแค่ไหนแต่ก็ต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมตัวเองถึงมาอยู่ที่นี่


แต่คำถามง่ายๆ ของลินินเป็นน้ำมันก๊าดราดกองเพลิง เพราะเขาหันมาจ้องหญิงสาวเหมือนจะฉีกเธอเป็นชิ้นๆ


“คุณไม่เคย แต่ไอ้รณฤทธิ์มันลากเอาน้องสาวผมไปย่ำยีจนท้อง จนเป็นบ้า เพราะน้องผมหน้าเหมือนคุณ วันนี้ที่ผมพาคุณมาอยู่ที่นี่ดีกว่าปล่อยให้คุณมีผัวเป็นพวกข่มขืนผู้หญิง หรือว่าชอบแบบนั้น”


คำตอบของเขาทำให้เธออ้าปากค้าง ไม่คิดว่ารณฤทธิ์จะทำเรื่องหยาบช้าขนาดนี้ แม้จะรู้ว่ามาบ้างว่าเขาไม่ใช่สุภาพบุรุษในฝัน แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้สึกได้คือ รณฤทธิ์รักเธอและอยากใช้ชีวิตกับเธอ แต่การที่เขาดึงน้องสาวของชายตรงหน้าไปย่ำยีแบบนี้ เป็นเรื่องที่เธอรับไม่ได้เช่นกัน


“ก็ถ้าคุณไม่อยากต่ำแบบเขา คุณก็ปล่อยฉันไปสิ” เธอพยายามต่อรองอีก


“ปล่อยคุณไป?” เขาจ้องลินินแบบไม่วางตา เธอกลัวพยัคฆ์จนแทบจะประคองตัวให้ยืนต่อไม่ได้แล้ว


“ได้ พรุ่งนี้ผมจะถามคุณใหม่ว่าอยากให้ปล่อยคุณไปจริงหรือเปล่า”


เขาพูดจบก็เดินออกไปข้างนอก ขับรถออกไปนอกบ้านโดยไม่สนใจลินินเลยว่าเธอจะอยู่กลางป่าเขาคนเดียวยังไง


หญิงสาวรีบเดินไปดูประตู มันปิดล็อกจากด้านนอก ประตูหน้าต่างทุกบานล็อกแน่นหนา


อย่างน้อยคืนนี้เธอก็ไม่ต้องกังวลเรื่องคนนอนร่วมบ้านแล้ว แม้ว่าจะต้องนอนคนเดียวอย่างโดดเดี่ยวขนาดนี้

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

16 ความคิดเห็น