หัวใจในอุ้งมือ

ตอนที่ 35 : หนี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    9 พ.ค. 59

    ในช่วงใกล้เช้าชงซานรู้สึกเหมือนตัวเองได้ยินเสียงกุกกักเบาๆ เขานอนสะลึมสะลืออย่างไม่รู้ความ เรื่องเมื่อวานทำเอาเขาคิดมากจนนอนไม่หลัง กว่าจะหลับก็เกือบเช้า พอนอนไปได้สักพักก็รู้สึกหลับไม่สบายตัว ไม่รู้ว่าสึ่งที่ได้ยินเป็นความฝันหรือความจริง

    "จงซาน..."

    ซูหลิง นางแอบเข้าห้องนอนเข้ามาทำไมกัน

     "ข้า... เรื่องที่ท่านบอกว่าท่านจะไม่ไล่ข้าออกไปข้าดีใจมากนะ" ซูหลิงค่อยๆเอ่ยปากเสียงเบา เมื่อเห็นว่าคนบนเตียงไม่ขยับนางก็พูดต่อ "ตอนที่ท่านบอกรักข้าตอนที่ข้าเมา ข้าก็ยังจำได้ทั้งหมด เพียงแต่ไม่รู้จะบอกท่านอย่างไรดีข้าก็เลยแกล้งทำเป็นหลับไป" เสียงของซูหลิงฟังดูเขินอายอยู่หลายส่วน

    "คำพูดที่บอกว่าท่านไม่สนใจชาติกำเนิดข้า ข้าก็ดีใจมากเช่นกัน ข้าใช้คำได้ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ข้ารู้สึกดีกับทุกๆอย่างที่ท่านทำให้ข้ามาโดยตลอด" ซูหลิงพูดต่อ

    ชงซานที่ตอนนี้สติตื่นตัวอย่างเต็มที่ แม้ว่าเขาจะตื่นแล้วแต่ก็ยังไม่กล้าขยับตัว เขาแกล้งนอนหลับตาอยู่เช่นเดิม รู้สึกได้ว่าร่างของนางเดินเข้ามาใกล้เตียงของตัวเองเรื่อยๆ

    "ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ข้าเอาแต่คิดถึงท่านตลอดเวลา ตัว... ตัวข้าก็ไม่สามารถสลัดท่านออกไปจากในหัวใจได้เลยเช่นกัน" ซูหลิงเอ่ยเสียงเศร้า "ข้าไม่อยากจะจากท่านไปเลย เพียงแต่ว่าข้าก็ไม่อยากจะทำให้ท่านจะต้องลำบากใจ"

    ซูหลิงค่อยๆเอี้ยวตัวขึ้นมาอยู่เหนือร่างกายของชายหนุ่ม

    "ข้าไม่อาจจะทำให้ท่านต้องเลือกระหว่างตัวข้าและชาวเมืองได้" ซูหลิงก้มหน้าลงแล้วแนบริมฝีปากของตัวเองลงบนริมฝีปากของชายหนุ่มอยู่ชั่วครู่ก่อนจะผละออก

    นางจูบเขา นางจูบปากเขา แม้จะขึ้นเป็นช่วงเวลาสั้นๆแต่ชงซานรับรู้ได้ถึงความอ่อนนุ่มที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันที่ริมฝีปากของตัวเอง

    "ข้าก็รักท่านเช่นกัน... ดังนั้นข้าจะไปเอง..." ซูหลิงพูดด้วยเสียงเบาหวิวราวกับลมพัดผ่าน เมื่อกล่าวเสร็จนางก็รีบออกไปจากห้องนอนของชงซานอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ






    เมื่อซูหลิงผละออกไปสักระยะหนึ่งแล้วชงซานก็ลืมตาขึ้นมา เขานอนนิ่งงันอยู่นานในใจคิดไปต่างๆนานา เวลานี้เริ่มมีแสดงเรืองรองขึ้นมาจากเส้นขอบฟ้า อีกไม่นานประตูเมืองก็คงจะเปิดแล้ว ซูหลิงคงจะใช้ใบอนุณาตที่นางได้รับมาเพื่อหนีออกไปนอกเมืองเป็นแน่ เรื่องที่เขาคุยกับเทียนหรงเมื่อวานนางคงได้ยินหมดแล้ว ชงซานขมวดคิ้วด้วยความโกรธเคืองตัวเอง เหตุใดเขาถึงไม่รู้จักระวังไม่ให้นางมาได้ยิน เหตุใดเมื่อครู่เขาไม่รั้งนางเอาไว้ ไม่น่าปล่อยให้นางจากไปเลย 

     นอนคิดอะไรอยู่สักพักชายหนุ่มก็ลุกขึ้นมาเช็ดหน้าแต่งตัวเสียใหม่ เขาเดินจากเรือนนอนส่วนตัวไปยังห้องทำงานที่ด้านนอก

    "บอกเฉินจิงให้จัดม้ากับคนรับใช้ให้ข้า แล้วส่งคนไปขอทหารคุ้มกันจากจวนแม่ทัพด้วย ข้าจะออกไปนอกเมือง" ชงซานสั่งงานกับเด็กรับใช้ที่ยืนเฝ้ายามหน้าจวนในตอนเช้ามืด

    "ได้ขอรับท่านเจ้าเมือง" แม้จะรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างที่อีกฝ่ายตื่นเช้าอย่างเห็นได้ยากแต่ลูกจ้างทั้งคู่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ คนหนึ่งออกเดินไปทางเรือนพักของคนในจวนส่วนอีกคนก็รีบวิ่งออกนอกจวนไปทางจวนแม่ทัพ

    ตอนนี้ฟ้าสว่างแล้ว คนในเมืองต่างก็เริ่มตื่นออกมาทำหน้าที่ประจำวันของตัวเอง จากความเงียบเหงาในยามเช้ามืดก็เปลี่ยนเป็นความคึกคักของตัวเมืองในยามเช้า ชงซานมองดูชาวเมืองที่อยู่ด้านนอกจวนอยู่สักพักก็เห็นเฉินจิงกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาอย่างตื่นๆ "ท่านเจ้าเมืองขอรับม้าหายไปตัวหนึ่งขอรับ"

    "ข้ารู้แล้ว" ชงซานตอบกลับเนืองๆ ยังดีที่นางรู้จักเอาม้าไปด้วย ไม่เช่นนั้นคงได้เหนื่อยตาย

    "อา..." พอได้ยินคำตอบของฝ่ายตรงข้างเฉินจิงก็รู้สึกพูดต่อไปไม่ถูก

    "เตรียมของและคนเสร็จหรือยัง" ชงซานถามกลับ

    "เตรียมเรียบร้อยแล้วขอรับ เด็กรับใช้สองคน กระโจมอย่างหนาสองกระโจม เสบียงสำหรับคนแปดคนเพียงพอไปอีกห้าวัน" เฉินจิงรายงาน

    ชงซานจ้องมองทหารที่ถูกคัดมาเพื่อคุ้มกันเขาและขบวนอยู่สักพักเขาก็ถอนหายใจออกมา "เฉินจิง ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับข้าก็ให้เจ้าเป็นเจ้าเมืองต่อไปเลยละกันนะ" เขาพูดจาติดตลกให้กับคนสนิทข้างกาย

    "ท่านเจ้าเมือง ท่านแค่ไปเจรจาไม่ได้ไปต่อสู้อะไรเสียหน่อย อย่าพูดอะไรเป็นลางสิขอรับ" อีกฝ่ายรีบส่ายหน้าปฏิเสธตำแหน่งที่พึ่งจะหล่นทับลงมาใส่

    "อืม... คิดอีกทีเจ้ายังดูฉลาดไม่พอ เอาเป็นว่าถ้าข้ากลับมาไม้ได้เจ้าไปเชิญไห่เทียนหรงมาเป็นเจ้าเมืองแทนข้าเลยก็ดีเหมือนกันนะ" ชงซานทำท่าครุ่นคิด

    "ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าน้อยก็วางใจ" แทนที่จะปฏิเสธเหมือนครั้งแรกอีกฝ่ายกลับแสดงท่าทีโล่งอกออกมาแทน ชงซานเห็นแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก นี่มันหมายความว่าอย่างไร ให้ไห่เทียนหรงเป็นเจ้าเมืองแทนเขาไปเลยจะดีกว่างั้นสิ

    "เฮอะ! นี่ก็สายแล้ว รีบไปกันเถอะ" ชงซานหันกลับไปให้สัญญาณเหล่าทหารให้เตรียมตัวรอไว้ ตัวเขาพร้อมแล้วที่จะออกไปแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ไม่ว่าอย่างไรก็ยอมรับข้อแลกเปลี่ยนนี้ไม่ได้ แม้จะยังไม่มีความคิดอะไรดีๆแต่เขาก็ยอมให้ซูหลิงสละตัวเองไม่ได้ ขอให้เขาไปทันนางทีเถอะ

    หลังจากฝากฝังงานอีกสองสามอย่างคนทั้งแปดก็ขึ้นม้าแล้วควบออกไปโดยไม่หันกลับมามองอีก





    "เดี๋ยวเราไปพักกันที่ชะโงกหินตรงนั้นเถอะ" ชงซานขี่ม้านำขบวนคู่กันกับทหารหนุ่มที่มาส่งสารเมื่อวาน จำนวนคนเช่นนี้ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงจุดที่เขาและซูหลิงเคยแวะพัก แต่หลังจากนี้ล่ะที่จะต้องใช้เวลาอีกนาน เวลานี้นางจะไปอยู่ที่ใดแล้วหนอ

    "ท่านเจ้าเมืองขอรับ เดี๋ยวถัดจากนี้ข้าน้อยจะเป็นคนนำขบวนให้เองนะขอรับ" นายทหารหนุ่มอาสา

    "ก็ดีเหมือนกัน ถัดจากนี้ข้าก็ไม่รู้ทางแล้วเสียด้วย" ชงซานยอมรับความช่วยเหลืออย่างง่ายๆ สายตาของเขาเหม่อมองออกไปข้างหน้า "พักให้ม้าดื่มน้ำซักครู่แล้วก็รีบไปกันต่อเถอะ" เขาไม่อยากจะเสียเวลาแม้แต่นิดเดียว

    มีเสียงตอบรับเบาๆจากคนในขบวน ต่างคนต่างก็นั่งหลบร่มเงาของชะโงกหินก่อนกินอาหารมื้อเที่ยงที่ถูกเตรียมไว้อย่างง่ายๆ ระหว่างมืออาหารก็ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเป็นพิเศษเหมือนครั้งก่อน

    "ตรงจุดนี้ข้าเคยมาเมื่อครั้งก่อนได้เจอกับกลุ่มโจรด้วย" ชงซานเอ่ยปาดเล่าเรื่องของตัวเองเป็นการฆ่าเวลา

    "แล้วอย่างไรต่อขอรับ" เมื่อมีคนเริ่มเล่าเรื่องก็มีคนที่สนใจ หนึ่งในทหารที่ตามมาด้วยกันถามกลับด้วยความสนใจ

    "ตอนนั้นข้ากำลังแต่งตัวไม่เรียบร้อย แล้วคนที่มาด้วยกันก็กำลังนั่งหันหน้ามาทางข้า" ชงซานเล่าแล้วก็นึกขำนัก "พอพวกนั้นมันมาเห็นเข้าก็คิดว่าข้ากำลังจะทำเรื่องแบบนั้นกับคนที่มาด้วยกันน่ะสิ ตอนแรกข้าก็รู้สึกอยากจะเถียงกลับแต่คิดอีกที รักษาชีวิตกลับไปหาหญิงงามเสียจะดีกว่า"

    "ฮะ" หนึ่งในกลุ่มคนส่งเสียงหัวเราะออกมา

    "แต่ก็โชคดีที่พวกมันไม่ได้คิดจะทำอะไร แค่ขโมยม้ากับสัมภาระทั้งหมดไป เหลือม้าไว้ให้พวกข้าแค่ตัวเดียว อานม้ายังเอาไปหมดไม่มีเหลือ" ชงซานส่ายหน้าไปมา "ขี่ม้าไร้อานทำเอาข้าเจ็บระบบไปหมด จนข้าคิดว่าตัวเองเผลอทำเรื่องแบบนั้นไปจริงๆแล้วเสียอีก" ชงซานเล่าเรื่องของตัวเองกึ่งจริงกึ่งเล่นเพื่อเรียกเสียงหัวเราะจากกลุ่มคน ท่าทางของเขาทำเอาทุกคนรู้สึกขบขันตาม

    "ฮ่าๆๆ" เมื่อเล่าจบกลุ่มทหารต่างก็หัวเราะกันอย่างครึกครื้น ท่านเจ้าเมืองช่างมีพรสวรรค์ด้านนี้เสียเหลือเกิน

    "ฮ่าๆๆ เอาล่ะ พักผ่อนกันพอแล้วก็ออกเดินทางกันต่อเถอะ ถัดจากนี้ไปอีกสามชั่วยามคงจะไม่มีการพักระหว่างทางอีก จะทำอะไรก็ทำให้เรียบร้อยล่ะ" ชงซานลุกขึ้นยืนบิดตัวแก้เมื่อย เขาเดินไปจับบังเหียนใช้เท้าเหยียบโกลนเหวี่ยงตัวขึ้นไปบนม้าของตัวเอง เมื่อเห็นว่าผู้ร่วมขบวนต่างก็อยู่บนม้าครบแล้วเขาก็พยักหน้าส่งสัญญาณให้ทหารนำทางไปต่อทันที

     เขาจะต้องรีบเดินทางไปก่อนที่จะเกิดอะไรขึ้น แม้จะมั่นใจว่าหย่งคังคงไม่ปล่อยให้ซูหลิงสามารถลักลอบเข้าไปหาอาของตัวเองง่ายๆ แต่เขาก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่นัก เพราะขนาดรูรั่วบนกำแพงเมือง ตัวเขาเองเป็นเจ้าเมืองแท้ๆยังไม่รู้ จนเป็นเหตุให้นางสามารถลักลอบเข้ามาในเมืองได้ แล้วนางก็มาเข้ามานั่งอยู่ในกลางใจของเขา ดังนั้นไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไร เขาจะต้องเอานางกลับคืนมาให้ได้ เพียงแต่ก็ไม่อาจจะหักดิบไม่สนใจความเป็นอยู่ของชาวเมืองได้เช่นกัน เฮ้อ เป็นเจ้าเมืองนี่มันไม่ดีเลยจริงๆ

******************************

เข้ามาพูดคุยและติดตามอัพเดตก่อนใครได้ที่ https://www.facebook.com/loveinten หรือค้นหาว่า รักในเดือนสิบ

ขอบคุณค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

250 ความคิดเห็น

  1. #239 DelightLetters (@delightletters) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 17:25
    ท่านเจ้าเมืองน่ารักจริง ๆ
    #239
    0
  2. #207 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 00:37
    ท่านชง ตามนางให้ทันนะ
    #207
    0
  3. วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 16:20
    จริงๆกะไว้ตั้งแต่ตอนที่แล้วว่าซูหลิงต้องหนีไปแน่นอน แต่ก็เข้าใจนางนะ สู้ๆนะชงซาน ตามรักคืนใจ แล้วจับเอาแม่ตัวยุ่งมาแต่งเป็นฮูหยินไวๆนะ
    #99
    1