หัวใจในอุ้งมือ

ตอนที่ 34 : เงื่อนไขการแลกเปลี่ยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,967
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    8 พ.ค. 59

    "ท่านเจ้าเมืองขอรับ มีจดหมายด่วนมาจากท่านแม่ทัพขอรับ" ทหารหนุ่มเมื่อกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาถึงโต๊ะทำงานที่ห้องทำงานด้านหน้าของจวนแล้วก็ยื่นกระดาษที่ถูกพับไว้ไปให้คนตรงหน้าก่อนคว้าถ้วยน้ำชาที่มีอยู่ครึ่งค่อนแก้วขึ้นดื่มโดยไม่สนใจว่าเป็นของใครมาก่อน ชงซานรับพับกระดาษก่อนส่งสายตาไม่พอใจไปที่ทหารคนนั้น นั่นมันแก้วน้ำชาของข้านะ 

    "เจ้าพักให้หายเหนื่อยเถอะ" ชายหนุ่มเอ่ยปากอย่างเสียมิได้ เขาค่อยๆไล่สายตาอ่านเนื้อความในจดหมาย เมื่ออ่านเนื้อความทั้งหมดแล้วเขาก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เป็นเช่นนี้นี่เอง "เฉินจิง เจ้าไปเชิญไห่เทียนหรงมาที่นี่ที" ชงซานเอ่ยปากสั่งการคนข้างๆ

    "ได้ขอรับท่านเจ้าเมือง" เฉินจิงเห็นสีหน้าจริงจังของอีกฝ่ายแล้วเขาก็รีบรับคำก่อนออกไปอย่างรวดเร็ว





    "ชงซาน ตามข้ามามีอะไรหรือ" ไห่เทียนหรงเมื่อมาถึงจวนเจ้าเมืองแล้วก็ถูกเชิญตัวเข้าไปพบอีกผ่านที่ห้องหนังสือด้านในทันที

    "พี่เทียนหรง ข้าควรจะทำอย่างไรดี" ชงซานเดินไปปิดประตูก่อนที่จะเอ่ยออกมาอย่างกังวลใจ

    "ทำไม หรือว่ากลุ่มโจรพวกนั้นไม่พอใจในเงื่อนไขเจรจา" เทียนหรงคาดเดา

    "ไม่ใช่พวกเขาพอใจ" ชงซานส่ายหน้า

    "พอใจแล้วเจ้ากังวลอะไร หรือว่ายังเขียนแผนงานไม่เสร็จจึงต้องให้ข้ามาช่วย" เทียนหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียเจือความขบขัน

    "ถ้าเป็นเช่นนั้นได้ก็คงจะดี แต่แผนการเหล่านั้นตัวข้าเขียนเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว" ฝ่ายตรงข้ามขมวดคิ้วคิดไม่ตก "กลุ่มโจรพวกนี้มีผู้อยู่เบื้องหลังจริงๆ" ชงซานเอ่ยปากช้าๆ

    "แล้วอย่างไรต่อ" เทียนหรงจับได้ถึงความจริงจังในน้ำเสียงของผู้พูด เขาเลิกล้อเล่นและเปลี่ยนมาตั้งใจฟัง

    "แล้วเขาก็คาดเดาได้ด้วยว่าข้าจะต้องทำเช่นนี้เพื่อคลี่คลายปัญหา"

    "อืม งั้นก็นับว่าเจ้าเดินมาถูกทางแล้วนี่" เทียนหรงเริ่มที่จะไม่เข้าใจว่าฝ่ายตรงข้ามกังวลอะไร เมื่อฟังแล้วก็รู้สึกได้ว่าความต้องการของทั้งสองฝ่ายสอดคล้องกัน ชงซานต้องการหาทางให้คนทั้งสองกลุ่มสามารถอยู่ร่วมกัน ส่วนหัวหน้ากลุ่มโจรก็ยินดีรับข้อเสนอ

    "คนที่เป็นหัวหน้าของกลุ่มโจรกลุ่มนี้ก็คืออาของซูหลิง"





    "อาของเจ้า! อุ๊บ..." ไปอิงถูกเอ้อนิวเอามืออุดปากอย่างรวดเร็ว หญิงสาวเหลือบมองไปทางซูหลิงที่นั่งคุดคู้แอบฟังอยู่ถัดจากไป๋อิงด้วยความตื่นตระหนก ส่วนซูหลิงก็มีใบหน้าซีดขาว

    ที่แท้เป็นฝีมือของท่านอา ซูหลิงหัวใจเต้นแรง นางไม่คิดเลยว่าจะได้มารับรู้เรื่องราวเช่นนี้ ในตอนแรกทั้งสามคนทำความสะอาดอยู่ใกล้ๆห้องหนังสือ ไป๋อิงเห็นท่านเจ้าเมืองปิดประตูก็นึกสนุกชวนทั้งสองคนมาแอบฟัง แรกๆซูหลิงไม่อยากที่จะทำเช่นนั้นแต่เป็นเอ้อนิวที่อยากจะรู้เรื่องราวข่าวเรื่องการปราบปรามบ้าง สุดท้ายทั้งสามคนก็มานั่งแอบฟังอยู่บริเวณด้านข้างที่ไม่มีคนเดินผ่านไปมาแทน





    "ซูหลิงก็คือสาวใช้คนที่เจ้าเคยพูดถึงเมื่อคราวก่อนใช่หรือไม่" เทียนหรงถามกลับ เขาไม่นึกเลยว่าเด็กคนนั้นเป็นถึงบุตรสาวของโจร สหายรักของเขากำลังหลงรักบุตรสาวของโจร

    "ใช่แล้ว อาของนางต้องการให้คืนตัวนางไปให้เขาแล้วเขาจะยอมรับข้อเสนอของเราอย่างไม่มีข้อแม้" ชงซานพูดไปก็ส่ายหน้าด้วยความหงุดหงิด

    "อืม..." เทียนหรงส่งเสียงรับรู้ ข้อแลกเปลี่ยนเช่นนี้จะอย่างไรอีกฝ่ายก็คงไม่ยอมรับข้อเสนอนี้เป็นแน่ นี่มันเป็นข้อตกลงที่เป็นไปไม่ได้มาตั้งแต่ต้นแล้ว "แล้วเจ้าจะทำอย่างไรต่อ"

    "ข้าก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำเช่นไรดี" ชงซานทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง "ข้าก็เคยคิดอยู่ว่าตั้งแต่ครั้งก่อนที่พี่ชายนางมาตามนางกลับไปไม่สำเร็จ เหตุใดจึงไม่มีเรื่องอะไรแบบนี้เกิดขึ้นอีกเลย จนข้าคิดว่าเขาคงถอดใจไปแล้ว" ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ไม่นึกเลยว่าคนๆนี้เจ้าแผนการนัก เขาคิดจะใช้ความปลอดภัยของคนในเมืองและกลุ่มทหารมาบีบบังคับข้าเสียได้"

    "เรื่องแบบนี้หย่งคังคงไม่อาจตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง" เทียนหรงเอ่ยขึ้นมา

    "ข้าก็ไม่อาจตัดสินใจได้เช่นกัน" ชงซานตอบกลับ จะให้เขาแลกตัวนางกับความปลอดภัยของคนทั้งเมืองหรือเขาก็ทำไม่ได้ แต่หากเกิดการปะทะกันกองทหารของหย่งคังก็จงต้องมีบาดเจ็บล้มตายบ้าง ทั้งๆที่มีวิธีที่สามารถจะอยู่ร่วมกันได้แล้วแท้ๆแต่กลับไม่สามารถเป็นไปได้ เขาควรจะทำอย่างไรดี

    "เจ้าช่วยเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ข้าฟังอีกครั้งได้ไหม" เทียนหรงกล่าว

    "ได้ เรื่องมันเริ่มจากตอนที่ซูหลิงวิ่งเข้ามาในงานเลี้ยง..." ชงซานเอ่ยปากเล่าเรื่องเมื่อครั้งแรกๆที่พบกับซูหลิงให้อีกฝ่ายฟัง






    "ซูหลิง เจ้าเล่าเรื่องอาของเจ้ามาให้ข้าฟังเดียวนี้นะ" เอ้อนิวที่ลากตัวของซูหลิงออกมาจากจุดเดิม เมื่อเห็นว่าไกลจากตัวเรือนพอสมควรแล้วหญิงสาวก็หันกลับมาจับไหล่ของซูหลิงแน่น

    "พี่เอ้อนิวใจเย็นๆก่อน ซูหลิงก็ไม่ได้อยากจะปิดบังอะไรพี่หรอก" ไป๋อิงพยายามพูดจาไกล่เกลี่ย

    "จะให้ข้าใจเย็นได้อย่างไร ถ้าท่านเจ้าเมืองไม่รับข้อเสนอจะต้องเกิดการปะทะแน่ๆ แล้วตอนนั้นน้องชายข้าก็คง คง..." เอ้อนิวพูดด้วยความร้อนรนจนตัวของนางสั่นสะท้าน

    "พี่เอ้อนิว แล้วพี่จะให้ซูหลิงยอมเสียสละตัวเองหรือไง" ไป๋อิงพยายามเอาตัวมาบังอีกคนไว้ "พี่เอ้อนิวรู้หรือเปล่าว่าซูหลิงมาอยู่ที่จวนได้อย่างไร ถ้านางพอใจจะแต่งกับอาของนาง นางคงไม่ต้องหนีมาแล้ว"

    "ข้า ข้าไม่รู้" เอ้อนิวตอบกลับอย่างลำบากใจ "แล้ว แล้วเจ้าจะรู้อะไร เกิดน้องชายข้าเป็นอะไรไป ข้าก็ไม่เหลือใครอีกแล้ว" เอ้อนิวที่ดูสงบนิ่งมีมารยาทและเป็นพี่สาวที่ดีของเด็กสาวทั้งสองมาโดยตลอด แต่ตอนนี้จะให้นางคุมสติอยู่แล้วยิ้มปลอบโยนซูหลิงนั้น นางทำไม่ได้

    "ถึงอย่างไรเรื่องนี้คนที่ตัดสินใจย่อมเป็นท่านเจ้าเมือง พวกเราไม่มีสิทธิตัดสินใจอะไรทั้งนั้นนั่นแหละ" ไป๋อิงพูดอย่างเสียมิได้ นางก็ไม่ใช่คนฉลาด จะพูดจาหาเหตุผลให้คนดีกันนั้นยากยิ่งกว่ายาก

    "พี่เอ้อนิว ข้าก็ไม่ได้อยากให้เรื่องเป็นเช่นนี้เลย" ซูหลิงเอ่ยเสียงเศร้า หรือว่าสุดท้ายแล้วนางก็ต้องกลับไปอยู่กับท่านอาจริงๆ เมื่อพูดแล้วซูหลิงก็สบตากับเอ้อนิวอยู่ซักพักก่อนที่จะปลีกตัวจากไป

    "ซูหลิง" ไป๋อิงเรียกอีกฝ่ายแต่ก็ไม่ได้ตามไป "พี่เอ้อนิว พี่พูดเช่นนี้ได้อย่างไร ซูหลิงน่าสงสารมากนะ" ไป๋อิงหันมาพูดกับอีกฝ่าย

    "แล้วคนอื่นไม่น่าสงสารหรือ ถ้าเสียสละนางได้ทุกคนก็จะปลอดภัย" 

    "แล้วชีวิตของซูหลิงจะเป็นอย่างไรต่อไปเล่า"

    "นาง นางจะเป็นอย่างไร ข้า ข้าก็ ก็..." เอ้อนิวที่อารมณ์เริ่มเย็นลงก็เริ่มทบทวนสิ่งที่ตัวเองได้กล่าวออกไป

    "พี่เอ้อนิว ถึงอย่างไรซูหลิงก็เป็นเพื่อนของพวกเรานะ ท่านจะไม่เห็นใจนางหน่อยหรือ แล้วที่จริงนางก็ไม่ได้อยากจะเป็นเช่นนี้เสียหน่อย แต่คนเราเลือกเกิดไม่ได้" ไป๋อิงเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มอารมณ์เย็นลงแล้วนางก็รีบเอ่ยสิ่งที่ตัวเองคิดออกไป

    "ข้า... ทำผิดต่อนางแล้วจริงๆ" เอ้อนิวเอ่ยเสียงอ่อย "แต่ข้าก็ไม่ต้องการให้ใครเป็นอะไรหรอกนะ"

    "จะอย่างไรท่านเจ้าเมืองก็ต้องหาวิธีได้เองแหละ" ไป๋อิงตอบ

    "เจ้าไปตามซูหลิงเถอะ" เอ้อนิวกล่าว "ข้าจะไปเตรียมอาหารเย็นแล้ว"

    "พี่เอ้อนิว อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครต่อนะ ข้าขอร้องล่ะ" ไป๋อิงไม่ลืมที่จะกำชับอีกฝ่าย

    "ข้ารู้แล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก" นางฝืนยิ้มให้เด็กสาวครั้งหนึ่งก่อนจะเดินกลับไปทางห้องครัว ไป๋อิงลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนจะเดินไปตามหาซูหลิงตามที่อีกฝ่ายบอก





    "พี่เอ้อนิว" ซูหลิงก้าวเข้ามาในห้องนอนพร้อมไป๋อิงที่ยืนอยู่ข้างๆ

    "ซูหลิง" เอ้อนิวที่กำลังจัดผ้าปูที่นอนอยู่ทักกลับ

    "ข้ามีเรื่องจะเล่าให้ท่านฟัง" ซูหลิงเงยหน้าบอกคนตรงข้าม เมื่อเห็นเอ้อนิวพยักหน้าแล้วซูหลิงก็เอ่ยปากเล่าเรื่องว่านางเป็นใคร มาจากไหน เหตุใดจึงหนีมาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เอ้อนิวเมื่อฟังความจนหมดแล้วก็นึกสะท้อนใจ "มีใครที่รู้เรื่องนี้บ้าง"

    "มีจงซาน พี่จางหลิว พี่เอ้อนิวแล้วก็ไป๋อิง" ซูหลิงตอบเสียงเรียบ คนที่นางเคยเล่าเรื่องนี้ให้ฟังก็มีเพียงเท่านี้ ส่วนคนอื่นนั้นนางไม่รู้ว่าแต่ละคนจะเข้าใจกันไปมากแค่ไหน

    "เมื่อกลางวันข้าต้องขอโทษที่ทำรุนแรงด้วย" เอ้อนิวกล่าวด้วยเสียงเศร้า

    "ข้าก็ขอโทษที่ปิดบัง" ซูหลิงตอบกลับเบาๆ

    "ตอนนี้ทุกคนก็เข้าใจกันแล้ว อย่างไรก็อย่าผิดใจกันอีกเลยนะ" ไป๋อิงพูดติดๆขัดๆ บรรยากาศน่าอึดอัดแบบนี้นางไม่ชอบเลยสักนิด

    ภายในห้องเกิดความเงียบขึ้นเป็นเวลานาน ฝ่ายเอ้อนิวจะพูดให้ให้ซูหลิงเสียสละตัวเองก็ไม่ถูก แต่จะให้พูดว่าเจ้าไม่ต้องกังวลไปก็พูดไม่ออก เพราะนางก็กังวลว่าน้องชายจะเป็นอะไรไป ฝ่ายซูหลิงก็ไม่ได้ยินดีจะเสนอตัวเพราะไม่ได้ยินยอมพร้อมใจแต่แรก แต่จะให้ปฏิเสธเสียงแข็งออกไปก็ไม่ได้อีก

    "เข้านอนกันเถอะ พรุ่งนี้ยังมีงานต้องทำอีกเยอะ" เอ้อนิวเป็นคนแรกที่เอ่ยปาก จะอย่างไรสุดท้ายท่านเจ้าเมืองก็เป็นคนตัดสินใจ จะตกลงหรือไม่ตกลงนางก็ได้แต่ยอมรับเท่านั้น

    "อืม ข้าดับไฟให้เอง พี่เอ้อนิวกับซูหลิงไปนอนก่อนเลย" ไป๋อิงกระตือรือร้น เด็กสาวเดินดับเทียนที่ตั้งอยู่รอบๆห้องไล่ไปจนถึงดวงสุดท้ายที่ข้างหัวเตียงตนเอง "ราตรีสวัสดิ์" หลังได้ยินเสียงขานรับแล้ว ไป๋อิงก็ปรับจิตใจให้สงบก่อนที่จะหลับไปอย่างรวดเร็ว

    "ซูหลิง..." เอ้อนิวส่งเสียงเรียกอีกฝ่ายเบาๆในความมืด

    "มีอะไรหรือ" ซูหลิงถามกลับ

    "สาเหตุที่เจ้าไม่ยอมรับรักเจ้าเมืองก็เพราะเรื่องนี้ใช่ไหม" เอ้อนิวเมื่อลองเอาเรื่องทั้งหมดที่ได้ยินมาคิดรวมๆกันแล้วก็เหมือนจะเข้าใจเรื่องบางอย่างขึ้นมา

    "ข้าคิดว่าก็คงเป็นเช่นนั้น" ซูหลิงตอบกลับเสียงเบา

    "เวลาที่คนรักกัน พวกเขาก็จะไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องลำบากใจ เจ้าก็อย่ากังวลไปมากนักเลย จะอย่างไรท่านเจ้าเมืองก็คงไม่ตบปากรับคำอีกฝ่ายง่ายๆเป็นแน่" เอ้อนิวรู้ดีว่าท่านเจ้าเมืองคงไม่เอาซูหลิงไปแลกกับกองทหารเป็นแน่ คนอย่างท่านเจ้าเมืองจะต้องมีวิธีที่ดีกว่านั้นแน่นอน นางคงได้แต่ต้องเชื่อใจอีกฝ่ายเท่านั้น

    "ข้ารู้" ซูหลิงรู้ดีว่าชงซานเป็นคนอย่างไร เขาเคยรับปากนางไว้ เขาจะต้องไม่ยอมรับข้อแลกเปลี่ยนของท่านอาเป็นแน่ แต่ว่านางก็ไม่อยากทำในชงซานลำบากใจเช่นกัน นางควรจะทำเช่นไรดี ซูหลิงพลิกตัวกลับไปมาจะทำอย่างไรก็นอนไม่หลับเสียที

******************************

โค้งสุดท้ายของเรื่องแล้ว ฮึบๆ ซูหลิงกับชงซานจะได้แต่งงานกันหรือไม่ ติดตามกันต่อไปเลยค่ะ

******************************

เข้ามาพูดคุยและติดตามอัพเดตก่อนใครได้ที่ https://www.facebook.com/loveinten หรือค้นหาว่า รักในเดือนสิบ

ขอบคุณค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

250 ความคิดเห็น

  1. #206 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 00:30
    เป็นไงต่อนะ
    #206
    0
  2. #98 yaowarak_w (@yaowarak_w) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 19:55
    กลับจากเที่ยวแล้วไล่อ่านถึงตอนนี้ สงสารชงซานและซูหลิงมากๆเลย รอลุ้นกับตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อเลย
    ขอบคุณนะคะไรท์ ขอให้รีบมาต่อด่วนๆเลย ^^
    #98
    0
  3. วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 12:19
    มาม่ามาแล้วววว ซูหลิงห้ามตัดสินใจเองโดยเด็ดขาดเลยนะ
    #97
    0
  4. #96 chingyota (@kohafanclb) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 12:06
    สงสารซูหลิงจังงงง ฮืออออ สมหวังกันเร็วๆน้าา
    #96
    0