หัวใจในอุ้งมือ

ตอนที่ 31 : เตรียมการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,977
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    5 พ.ค. 59

    "หย่งคัง เมื่อวานตอนเย็นข้าไปคุยกับไห่เทียนหรงมาแล้ว อีกสองสามวันของทั้งหมดจะถูกนำไปส่งไว้ที่จวนแม่ทัพ น่าจะพอดีกับคนที่เจ้าส่งไปสำรวจเส้นทางกลับมาพอดี" ชงซานเรียกตัวหย่งคังมาคุยรายละเอียดและวางแผนแทบจะทุกวัน คนหนึ่งแทบจะไม่ได้เจอหน้าภรรยา ส่วนอีกคนก็ยังติดค้างเรื่องที่จะคุยกับคนรัก ต่างฝ่ายต่างได้แต่เก็บความอึดอัดไว้ในใจ นึกอยากรีบๆจัดการเรื่องทั้งหมดให้เสร็จสิ้นโดยไว้

    "ข้าทราบเรื่องนี้จากชางหลิวแล้ว ตอนนี้ก็เริ่มมีการคัดเลือกคนเอาไว้แล้วเช่นกัน" หย่งคังกล่าว อีกไม่นานก็จะต้องออกปราบปรามแล้วไม่รู้จะใช้เวลาเท่าไหร่ เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ตัวเองไม่อยากออกไปจากตัวเมืองเช่นกัน

    "เรามาทวนแผนการกันอีกรอบ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเน้นไปที่การเจรจาก่อน หากสามารถโอบล้อมกลุ่มโจรไว้แล้วระบุตัวหัวหน้าได้ยิ่งเร็วก็ยิ่งดี" ชงซานทวนแผนการอีกครั้ง

    "ไม่ต้องห่วง ข้าจะเน้นไปที่เรื่องนั้น" หย่งคังรับคำ แม้จะค่อนข้างยากหากจะไม่ให้เสียเลือดเนื้อเลย แต่เมื่อคิดถึงผลลัพธ์ในภายภาคหน้าแล้ว การหาวิธีที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันย่อมเป็นการดีที่สุด

    "เอาล่ะ จากพื้นที่ตรงนี้ข้าพึ่งจะได้รายละเอียดเพิ่มมาอีกสองสามอย่าง..." คนทั้งสองผลัดกันแลกเปลี่ยนข้อมูลที่หามาได้ แผนที่อาณาบริเวณรอบนอกก็เริ่มจะดูสมบูรณ์มากขึ้น





    "พี่เอ้อนิว วันนี้ดูไม่สดชื่นเลยนะ" ไป๋อิงสังเกตท่าทางของคนตรงหน้าแล้วจึงเอ่ยปากทักออกมา

    "อืม" เอ้อนิวขานรับในลำคอ หญิงสาวมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด "จำเรื่องน้องชายข้าที่ไปเป็นทหารได้ไหม เขาเสนอตัวจะออกไปปราบกองโจรน่ะสิ"

    "ที่จะออกเดินทัพไปในอีกสองสามวันนี้น่ะหรือ" ไป๋อิงถามกลับสายตาก็เหล่มองดูซูหลิงที่นั่งฟังข้างๆไปด้วย

    "ใช่แล้ว ข้ากังวลเหลือเกิดไม่รู้จะห้ามเขาอย่างไรดี" เอ้อนิวส่ายหน้าถอนหายใจ

    "แล้วทำไมเขาถึงคิดที่จะออกไปปราบกองโจรเล่า ไม่ใช่ว่าเขาพึ่งจะเป็นทหารมาได้ไม่นานหรอกหรือ" ไป๋อิงถามต่อ

    "เขาบอกว่าเขาอยากจะปกป้องตัวเมืองจะได้ไม่มีเด็กคนไหนกำพร้าพ่อแม่เหมือนเขาอีก" เอ้อนิวขมวดคิ้วตอบอย่างหงุดหงิด "เขาก็เลือกสิ่งที่ถูกต้องอยู่หรอกแต่ข้าก็เหลือแค่เขาเพียงคนเดียว เกิดเขาเป็นอะไรไปแล้วข้า ข้าจะทำอย่างไรต่อไปดี"

    "พี่เอ้อนิวอย่าพึ่งคิดเรื่องไม่ดีเลย ท่านแม่ทัพก็เป็นคนเก่ง เขาจะต้องดูแลพวกทหารได้แน่นอน" ไป๋อิงปลอบใจคนข้างๆ "อีกอย่างภารกิจครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นการเจรจาไม่ใช่ต่อสู้ คิดว่าคงไม่อันตรายถึงชีวิตหรอกนะ จริงไหมซูหลิง"

    "อืม" ซูหลิงส่งเสียงตอบรับ เรื่องที่นางได้ฟังมาทั้งหมดนี้นางไม่สามารถกล่าวอะไรออกไปได้เลย ทุกคำพูดล้วนแต่จุกอยู่ที่คอ

    "ข้าเกลียดพวกโจรพวกนี้เหลือเกิน เหตุใดคนเหล่านี้ถึงไม่คิดที่จะทำงานสุจริตเสียบ้าง เอาแต่ทำเรื่องเลวร้ายอยู่ได้" เอ้อนิวกล่าวอย่างฉุนเฉียว

    "เอ่อ บางที่พวกเขาอาจจะไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรก็ได้นะ" ไป๋อิงพยายามลดอารมณ์โมโหของเอ้อนิว

    "ไม่รู้หรือไม่พยายามกันแน่ คนพวกนั้นคงจะใช้ชีวิตป่าเถื่อนกันมานาน พอนึกอยากจะได้อะไรก็ใช้กำลังแย่งชิงเป็นอย่างเดียวน่ะสิ" เอ็อนิวยิ่งพูดก็ยิ่งมีอารมณ์ คนที่อยู่ด้านข้างก็ช่วยเสริมกันอีกคนละประโยคสองประโยค

    "สามีข้าก็ตายเพราะพวกโจรชั่วพวกนี้เหมือนกัน" หนึ่งในสาวใช้สูงวัยกล่าว

    "หลานสาวข้าถูกลักพาตัวไปเกือบสิบปีแล้ว ไม่รู้ป่านนี้นางจะเป็นเช่นไร แม้แต่กระดูกข้าก็ยังไม่ได้เห็น" สาวใช้อีกคนกล่าว มีน้ำซึมออกมาจากดวงตา

    "ข้าล่ะอยากให้พวกมันหายๆไปเสียให้หมด"

    "ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน"

    "แต่เจ้าเมืองกลับคิดจะเจรจา"

    "กับคนพวกนั้นไม่สมควรเลย"

    "ซูหลิง เจ้าจะไปไหนหรือ" ไป๋อิงเห็นว่าซูหลิงกำลังจะลุกขึ้นเดินออกนอกวงสนทนาก็รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา นางคงจะทนรับฟังไม่ไหวล่ะมั้ง

    "ข้าจะไปหาจงซานเสียหน่อย" ซูหลิงฝืนยิ้มให้ไป๋อิงก่อนจะขอตัวแยกออกจากกลุ่มคนไป





    "จงซาน" ซูหลิงโบกมือเรียกชายหนุ่มจากมุมทางเดิน

    "ซูหลิง มีอะไรหรือ" ชงซานปลีกตัวออกจากกลุ่มคนก่อนเดินมาทักนาง

    "คือว่าข้าไม่มีอะไรทำแล้ว ท่านมีอะไรให้ช่วยอีกหรือเปล่า" ซูหลิงถามเขา

    "อืม ข้าก็ไม่มีอะไรให้เจ้าทำเหมือนกัน แต่ตอนนี้ข้ายังมีเรื่องที่จะต้องทำอีก เอาไว้ข้าว่างแล้วจะพาเจ้าไปเดินเล่นนะ" ชงซานลูบหัวนางหนึ่งครั้งก่อนเดินกลับไปทางกลุ่มคนเหมือนเดิม

    ซูหลิงได้แต่ยืนมองชงซานเดินไปกับกลุ่มคนแล้วก็หายไปในมุมทางเดินอีกทาง นางก็แค่อยากจะหาคนที่เข้าใจนางมาอยู่เป็นเพื่อนคุยด้วยก็เท่านั้นเอง พักนี้ชงซานก็ยุ่งทุกวันจนนางแทบจะไม่ได้เจอหน้าเลย น่าหงุดหงิดยิ่งนัก

    "ซูหลิง" เสียงของเด็กสาวเรียกชื่อนาง

    "หืม" ซูหลิงหันไปเห็นไป๋อิงที่มายืนอยู่ใกล้กับตัวเองเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

    "เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า อย่าไปใส่ใจที่คนอื่นพูดเลยนะ ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนดี" ไป๋อิงส่งยิ้มให้ซูหลิง เมื่อครู่ตอนที่อีกฝ่ายแยกตัวออกมานางก็รู้สึกเป็นกังวล ขึงได้ขอตัวออกมาเดินตามหานางแทน

    "อือ ข้าก็ไม่ชอบกลุ่มโจรพวกนั้นหรอก แต่ถึงจะเกลียดทุกคนยังไง ข้าก็ยังไม่อยากให้พวกเขาเป็นอะไรอยู่ดี" ซูหลิงพูดเสียงเศร้า

    "อืม ยังไงก็เป็นคนในครอบครัวเจ้านี่นะ เฮ้อ ข้าล่ะไม่อยากนึกเลยว่าถ้าเกิดพี่เอ้อนิวรู้ว่าพ่อและพี่ชายเจ้าเป็นโจรนางจะว่าอย่างไรต่อ" ไป๋อิงเดินจูงมือซูหลิงกลับไปทางห้องครัว อีกไม่นานจะเป็นเวลาอาหารจะต้องรีบไปจัดเตรียมถ้วยชามกับอาหารไว้ให้พร้อม "แต่ข้าคิดว่าต่อให้ทุกคนรู้ว่าบิดาและพี่ชายเจ้าเป็นโจร พวกเขาก็ไม่น่าจะมาโกรธเกลียดเจ้าได้ลงหรอก"

    "เจ้าอย่าเอาไปบอกใครนะ ข้าขอร้องล่ะ" ซูหลิงไม่รู้ว่าการไม่บอกจะเป็นผลดีหรือเปล่าแต่เมื่อคิดถึงคำพูดของชงซานเมื่อตอนที่เขาพูดกับนางแล้ว นางคิดว่าอย่าให้ใครอื่นรู้จะดีกว่า อย่างน้อยก็จะได้ไม่เป็นการสร้างปัญหาให้กับเขา

    "ไม่ต้องห่วง ปากข้าหนักยิ่งกว่าอะไรดี ไม่มีทางพูดออกไปอย่างแน่นอน" ไป๋อิงรับคำ แม้จะมีหลายครั้งที่นางเกือบจะพูดออกไปก็เถอะ แต่เมื่อนึกถึงคำขู่ของท่านเจ้าเมืองกับนึกถึงจิตใจของซูหลิงแล้ว นางก็สามารถกลืนความลับนี้กลับลงไปในท้องได้ทุกครั้งไป

    "ถ้าเกิดทุกคนรู้พวกเขาจะไล่ข้าออกไปไหม ข้าควรจะบอกพวกเขาดีหรือไม่" ซูหลิงถามไป๋อิงอย่างหวาดๆ

    "ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน" ไป๋อิงส่ายหัว นางไม่ถนัดในการให้คำแนะนำแก่ใครเหมือนกับพี่เอ้อนิว แต่จะให้พี่เอ้อนิวรู้เรื่องนี้ก็ไม่ได้อีก ครั้งก่อนนางไม่น่าอยากรู้เรื่องเลย ถ้าไม่รู้เรื่องก็จะได้ไม่ต้องมากังวลตาม ความอยากรู้นี้สร้างความลำบากให้แก่นางจริงๆ

    "ข้าอยากไปถามจงซานแต่เขาไม่ว่างเลย" ซูหลิงเม้มริมฝีปาก นอกจากพี่เอ้อนิวแล้วก็มีแต่ชงซานที่พอจะช่วยอะไรนางได้บ้าง

    "แต่พักนี้ท่านเจ้าเมืองต้องประชุมงานเรื่องการออกปราบปราม คงต้องรอกองทัพออกเดินทางไปก่อนล่ะมั้งถึงจะว่างให้เจ้าไปหาน่ะ"

    "หรือว่าข้าควรจะไปหาจางหลิวดี" ซูหลิงถามลอยๆ

    "ชางหลิวเพื่อนเจ้าคนที่เป็นฮูหยินท่านแม่ทัพน่ะหรือ ข้าคิดว่าตอนนี้เจ้าอย่าพยายามไปยุ่งเกียวกับคนที่มีคนรู้จักเป็นทหารดีกว่านะ ขืนไปก็จะได้ยินแต่เรื่องว่าโจรไม่ดีอย่างนั้นไม่ดีอย่างนี้ทำให้หนักใจเสียเปล่าๆ ไม่สู้ไม่ไปให้ได้ยินดีกว่า" ไป๋อิงแนะนำ "วันนี้ไปปอกหัวมันเป็นเพื่อนข้าเถอะ ไหนจะมีผักที่รอหันอีกเยอะ"

    "ได้" ซูหลิงรับคำเสียงเบา

******************************

หย่งคังใกล้ออกไปปราบกองโจรแล้ว เนื้อเรื่องถัดจากนี้จะเป็นช่วงที่หย่งคังทิ้งชางหลิวให้เฝ้าร้านเป็นเดือน พอกลับมาภรรยาก็ท้องห้าเดือนเข้าไปแล้ว แล้วคู่ของชงซานจะเป็นเช่นไรต่อ ติดตามกันต่อไป

******************************

เข้ามาพูดคุยและติดตามอัพเดตก่อนใครได้ที่ https://www.facebook.com/loveinten หรือค้นหาว่า รักในเดือนสิบ

ขอบคุณค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

250 ความคิดเห็น

  1. #203 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 00:04
    ซูซู ไม่ต้องคิดมากนะ
    #203
    0