หัวใจในอุ้งมือ

ตอนที่ 24 : ผู้มาเยือน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,236
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    24 เม.ย. 59

    "ซูหลิง เจ้ามัวแต่ดูป้ายห้อยนั้นอยู่ได้ ข้ารู้แล้วว่าเจ้าชอบป้ายนั้นมาก" ไป๋อิงอดที่จะแหย่ซูหลิงไม่ได้ ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่นางกลับมาจากเดินเที่ยวตลาดกับชงซานแล้วก็เอาแต่ลูบคลำป้ายห้อยชิ้นนั้นอยู่ได้ เอาไว้นางจะให้เฉินจิงพานางออกไปซื้อบ้าง

    "ก็ข้าชอบนี่" ซูหลิงตอบกลับยิ้มๆ นางผูกชิ้นไม้ไว้ที่เอวติดตัวไม่ห่างกายแม้แต่เวลานอนก็ยังเก็บไว้ใต้หมอนเป็นอย่างดี "มาข้าช่วย" เด็กสาวทั้งสองมือจับผ้ากันคนละมุมก่อนค่อยๆคลี่ออกแล้วพาดไปบนตัวราวตาก

    "เอาล่ะงานตอนเช้าวันนี้มีแค่นี้แหละ" เอ้อนิวบอกไป๋อิงและซูหลิง

    "แล้วไม่ต้องไปกวาดถูจวนหรือ" ซูหลิงถามกลับ

    "ไม่ต้อง วันนี้ท่านเจ้าเมืองทีแขกมาเยี่ยมชมจวนแต่เช้า ท่านไม่ต้องการให้ใครไปเดินเพ่นพ่านรบกวนแขก" เอ้อนิวพูดต่อ แต่ในใจแอบคิดว่าคนที่ท่านเจ้าเมืองกลัวว่าจะไปรบกวนเกรงว่าจะมีแค่ซูหลิงที่จู่ๆก็ชอบทำอะไรประหลาดๆเสียมากกว่า

    "ก็ดีเหมือนกันนะ แต่พรุ่งนี้คงมีงานที่ต้องทำเพิ่มขึ้นอีกเยอะแน่เลย" ไปอิ๋งกล่าว นางกำลังคิดว่าวันนี้จะใช้เวลาว่างไปทำอะไรดี วันนี้ท่านเจ้าเมืองมีรับรองแขก ไม่รู้เฉินจิงต้องไปทำงานกับท่านเจ้าเมืองด้วยไหมนะ "ซูหลิง ไปหน้าจวนกันเถอะ" นางจะแอบไปดูเสียหน่อยว่าเฉินจิงอยู่หรือป่าว

    "อืม ไปสิ" ซูหลิงพยักหน้า อย่างไรนางก็ว่างอยู่ แล้วยังกลัวจะรบกวนแขกของชงซานด้วย วันนี้นางอยู่กับไป๋อิงทั้งวันดีกว่า





    "เอ่อ... ขอข้าถามอะไรหน่อยสิ" ไป๋อิงสะกิดไหล่คนยืนยามหน้าห้องทำงานของจวนเจ้าเมือง

    "เฉินจิงไปดูแลแขกกับท่านเจ้าเมือง" ลูกจ้างชายผู้นั้นตอบโดยที่ไม่มองไป๋อิงแม้แต่น้อย ในใจแอบนึกนับถือเฉินจิงที่รู้ว่าไป๋อิงต้องมาถามหาตัวเองอย่างแน่นอน

    "ข้ายังไม่ได้ถามอะไรเสียหน่อย" ไป๋อิงกระฟัดกระเฟียดกลับ จู่ๆนางก็รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ทำไมเฉินจิงถึงได้รู้ทันนางไปซะหมดอยู่เรื่อยเลยนะ

   ซูหลิงไม่ได้สนใจบทสนทนาของคนตรงหน้า นางมองไปรอบๆลานกว้างหน้าจวนช้าๆ จะว่างกว้างมันก็กว้างอยู่ แต่พอเวลาที่มีคนถูกโบนลงโทษแปบเดียวคนก็มารอดูกันเต็มไปหมด มองไปซักพักก็เห็นเงาของหญิงสาวผู้หนึ่งกำลังเดินเข้ามา "ข้ารู้แล้วว่าจะทำอะไร ไปหานางก่อนนะ" ซูหลิงหันกลับมาพูดกับไป๋อิงซึ่งพยักหน้าตอบให้

    "พี่จางหลิว พี่มาที่นี่ได้อย่างไร" ซูหลิงเดินเข้าไปใกล้ชางหลิวด้วยความยินดี

    "พอดีข้ามีเรื่องให้เจ้าช่วยน่ะ" ชางหลิวตอบกลับยิ้มๆ

    "บอกข้ามาเถอะ ข้ายินดีช่วยทุกเรื่องเลย" ซูหลิงพยักหน้าตอบรับ

    "พอดีว่าข้าต้องการยาปลุกอารมณ์แบบที่ไม่ทำให้ขาดสติน่ะ" ชางหลิวพูดกระซิบข้างหูซูหลิงอย่างตรงไปตรงมา "ยากระตุ้นกำหนัดช่วยปลุกอารมณ์ก็จริงแต่กลับทำให้ขาดสติ ข้าต้องการในแบบที่แค่ปลุกอารมณ์แต่สติยังมีอยู่ครบมากกว่า"

    "พี่จางหลิวมีปัญหาเรื่องชีวิตคู่งั้นหรือ" เด็กสาวเอามือทาบอกด้วยความตกใจ ไม่นึกเลยว่าสามีของพี่สาวผู้นี้จะใช้การไม่ได้เสียได้ มิน่าเล่าชงซานถึงบอกว่าใครที่จะแต่งงานกับเขาจะโชคร้าย

    "ไม่ ไม่ใช่ ข้าไม่ได้จะเอาไปใช้กับสามี คือข้ามีเพื่อน เพื่อนน่ะ สามีของเพื่อนข้าต่างหากที่มีปัญหาเรื่องนี้" หญิงสาวรีบปฏิเสธทันควัน

    "จะว่ามีมันก็มีนะ แต่ข้าก็ไม่แน่ใจ คงต้องเอาไปลองใช้กับผู้อื่นดูก่อน" ซูหลิงครุ่นคิด เรื่องพวกนี้เหมือนนางก็พอจะรู้อยู่บ้าง ตอนอยู่ที่ด้านนอกเมืองเวลาที่มีบาดแผลหรือไม่สบายอะไรก็ต้องพึ่งพาตัวเองทั้งนั้น ดังนั้นจะรู้เรื่องพวกนี้บ้างก็ไม่แปลก อีกทั้งบางคนยังใช้ของพวกนี้กันเป็นเรื่องปกติทีเดียว

    "เอาเป็นว่าถ้าเจ้าต้องการตัวยาอะไรก็ลองไปดูที่ร้านของข้าเสียก่อน หากไม่มีข้าจะให้คนพาไปดูที่อื่นดีดีไหม" ชางหลิวเสนอความคิดเห็น ดีซะอีกนางจะได้พูดคุยเล่นกับน้องสาวที่รักของนางคนนี้

    "ได้ ไปกันเถอะ" ซูหลิงรับคำอย่างง่ายดาย คนทั้งคู่เดินกันออกไปตามถนน

    "ซูหลิง เจ้าอยู่ที่จวนเจ้าเมืองสบายดีไหม" ชางหลิวเริ่มต้นสนทนา

    "ดี สบายดี ดูนี้สิ ชงซานให้ข้ามา" ซูหลิงยกป้ายไม้ที่ห้อยอยู่ที่เอวขึ้นมาให้คนตรงข้ามดู

    "โอ้ เป็นงานแกะสลักที่สวยจริงๆ" แถมเขียนยังแกะสลักชื่อของนางเอาไว้ด้วยเสียอีก นางไม่นึกเลยว่าท่านเจ้าเมืองจะรู้จักทำอะไรแบบนี้เป็นเสียด้วย "เจ้าอยู่ที่นั้นแล้วสบายใจก็ดีแล้ว แต่ถ้ารู้สึกไม่ดีเมื่อไหร่ก็มาหาข้าที่ร้านหรือไม่ก็ที่จวนแม่ทัพได้เลยนะ"

    "ข้าชอบอยู่ที่จวนเจ้าเมือง" ซูหลิงตอบกลับเบาๆ สีหน้าของนางดูมีความเขินอายแฝงอยู่ด้วยเล็กน้อย

    "ไม่นึกเลยว่าเราจะรู้จักกันมาเกือบๆเก้าปีแล้ว จากเด็กเก้าขวบตอนนี้เจ้าก็โตเป็นสาวเสียแล้ว" ชางหลิวสังเกตสีหน้าของเด็กสาวแล้วก็ถอนหายใจรำพึงรำพันออกมา

    "ข้าไม่อยากโตเลย โตแล้วมีแต่เรื่องที่ไม่เข้าใจเต็มไปหมด" ซูหลิงกล่าวพลางทำหน้ามุ่ย

    "เจ้ารู้ไหมเด็กสาวชาวเมืองอายุสิบหกก็โตพอจะแต่งงานได้แล้วนะ เจ้าอายุสิบแปดยังไม่ยอมโตไม่ยอมแต่งงานอีก" ชางหลิวเย้าแหย่นาง คำพูดของหยิงสาวนอกจากจะล้อเลียนเรื่องที่ฝ่ายตรงข้ามไม่รู้จักโตแล้วยังลองหยังเชิงเรื่องของความรักที่อีกฝ่ายมีต่อคนที่นางคิดถึงในคำพูดก่อนหน้าอีกด้วย

    "พี่จางหลิวก็ไม่ยอมแต่งงานเหมือนกันแหละ" ซูหลิงขมวดคิ้ว รู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังถูกล้อเลียนแต่ก็ไม่รู้ว่าใช่หรือไม่ นางไม่ค่อยเข้าใจคำพูดยากๆเสียด้วยสิ

    "แต่ตอนนี้ข้าแต่งงานแล้ว" หญิงสาวหัวเราะในท่าทางของซูหลิง

    "ใช่แล้ว ข้าจะแต่งตอนอายุเท่าพี่จางหลิว" ซูหลิงเอ่ยการตัดสินใจของตัวเอง "แบบนี้ดีแน่ จริงไหม" นางพูดพลางส่งสายตาคาดหวังคำตอบไปที่หญิงสาว

    "เจ้าจะแต่งตอนอายุเท่าข้างั้นหรือ" ชางหลิวถามกลับก่อนที่จะพยักหน้าเห็นด้วย "เอาสิ ดีๆ ถ้าเกิดเขาขอเจ้าแต่งงานเจ้าต้องยืนยันให้ถึงที่สุดเลยนะว่าจะแต่งตอนอายุยี่สิบสองเท่านั้น ก่อนหน้านั้นไม่แต่งเด็ดขาด" ชางหลิวย้ำคำ ในใจนึกอยากเห็นสีหน้าของเจ้าเมืองตอนที่โดนซูหลิงปฏิเสธเสียจริง กว่าซูหลิงจะอายุยี่สิบสอง ชงซานก็สามสิบหกเข้าไปแล้ว แค่นี้ก็เรียกได้ว่าแต่งงานช้าอยู่แล้วขืนต้องรอถึงสามสิบหกเจ้านั้นได้แห้งเหี่ยวตาย ฮ่าๆๆ นางอยากเห็นนัก "ข้างหน้าก็เป็นร้านค้าของข้าแล้ว"

    "อืม" เด็กสาวพยักหน้ารับรู้
    



    ชางหลิวพาซูหลิงเข้ามาในร้านก่อนแนะนำให้ทุกคนในร้านรู้จักนานพอเป็นพิธี ก่อนที่จะพานางเดินเข้าไปในห้องเก็นของด้านในที่มีสมุนไพรเก็บไว้เป็นกระสอบๆ เมื่อซูหลิงเห็นของแล้วนางก็เริ่มเดินค้นหาของที่ต้องการช้าๆ

    "ว่ายังไง ได้ครบไหม" ชางหลิวถามเด็กสาวที่มุดลอดอยู่ใต้ชั้นวางของ

    "ยังขาดอยู่อีกสองสามอย่าง" ซูหลิงมุดออกมาจากตัวชั้นก่อนปัดฝุ่นที่ติดอยู่รอบตัว

    "งั้นเดี๋ยวข้าจะให้คนพาไปที่ร้านของท่านพ่อต่อ" ชางหลิวจัดเสื้อผ้าให้ซูหลิงใหม่ ดูเหมือนว่าการปีนป่ายและมุดลอดตามชั้นวางของจะทำให้เสื้อผ้าของนางดูหลุดรุ่ยยิ่งกว่าเดิม

    "ของเถ้าแก่เฉินใช่ไหม ข้าไปเองได้ พี่จางหลิวไม่ต้องห่วง" ซูหลิงพยักหน้ารับคำ "ไว้ข้าลองแล้วได้ผลเช่นไรจะมาบอกให้ก็แล้วกัน"

    "ได้ๆ แต่ให้ใครไปเป็นเพื่อนด้วยซักคนก็แล้วกัน" ชางหลิวแม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายเอาตัวรอดเก่ง แต่ถึงอย่างไรนางก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี "ลั่วเอ๋อร์ เจ้าเดินไปส่งซูหลิงที่ร้านของเถ้าแก่เฉินหน่อยเถอะ"

    "ได้เจ้าค่ะนายหญิง" ลั่วเอ๋อร์ลูกจ้างสาวของชางหลิวที่กำลังเช็ดชั้นวางของอยู่ข้างๆรับคำสั่งโดยดี นางเดินนำซูหลิงไปทางร้านค้าของเถ้าแก่เฉิน





    "เอ่อ แม่นางชื่อซูหลิงใช่ไหมเจ้าคะ" ระยะทางจากร้านค้าของชางหลิงไปถึงร้านค้าของเถ้าแก่เฉินอยู่ห่างกันไม่ใช่น้อย ลั่วเอ๋อร์ทนความเงียบอยู่นานไม่ได้จึงเริ่มต้นชวนอีกฝ่ายคุย

    "ใช่แล้ว เจ้าเรียกข้าว่าซูหลิงเถอะ เจ้าอายุเท่าไหร่" ซูหลิงถามกลับ นางเห็นว่าลั่วเอ๋อร์ดูเด็กกว่านางแต่ก็ไม่รู้ว่าเด็กกว่ามากเท่าไหร่

    "ผู้น้อยอายุสิบหกเจ้าค่ะ" ลั่วเอ๋อร์ยิ้มตอบ

    "อายุสิบหกงั้นหรือ งั้นเจ้าก็แต่งงานได้แล้วน่ะสิ" ซูหลิงเมื่อนึกถึงคำพูดของชางหลิวแล้วก็รีบามอีกฝ่ายกลับทันที

    "ผู้ ผู้น้อยยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลยเจ้าค่ะ" ลั่วเอ๋อร์รีบปฏิเสธแต่กลับมีใบหน้าที่แดงซ่าน

    "แต่ว่าเจ้าก็มีคนรักแล้วใช่ไหม" คำถามของซูหลิงยิ่งทำให้ลั่วเอ๋อร์หน้าแดงยิ่งกว่าเดิม

    "มี มีแล้วเจ้าค่ะ..." ลั่วเอ๋อร์ยอมรับด้วยความเขินอาย ทำไมเพื่อนของนายหญิงช่างถามอะไรตรงไปตรงมาคล้ายนายหญิงเสียจริง

    "งั้นเจ้าจะแต่งงานเมื่อไหร่หรือ" ซูหลิงในใจยังมีคำถามอีกมากมายนัก แม้ว่านางจะไม่รู้ว่าอายุที่สมควรแต่งงานจะเป็นเท่าไหร่เพราะตอนที่นางอยู่ในค่ายโจรก็เป็นหญิงสาวอายุสิบห้าสิบหกเช่นกันที่แต่งงาน ไม่สิเรียกว่าอยู่กินกันเลยน่าจะถูกกว่า แถมบางคนก็อายุต่ำยิ่งกว่านั้นด้วยซ้ำ แต่ว่าคนเมืองก็แต่งกันตอนสิบหกเหมือนกัน อายุสิบหกมันจะไม่น้อยไปหน่อยหรือ นางไม่เข้าใจวิธีคิดของคนเมืองเลย แบบนั้นมีน่ากลัวจะตายไปนี่นา

    "ผู้น้อยกับพี่หยี่ก็ไม่เคยคุยกันเรื่องนี้เหมือนกันเจ้าค่ะ" ลั่งเอ๋อร์พยายามทำใจให้สงบก่อนนึกคำถามใหม่ๆที่จะเปลี่ยนประเด็นของเรื่องที่กำลังคุยกันอยู่ "เอ่อ ผู้หญิงที่อยู่นอนด่านแต่ละคนสวยๆกันทั้งนั้นเลยใช่หรือไม่เจ้าคะ" นางถามซูหลิงกลับ

    "ก็คงจะเป็นเช่นนั้นมั้ง ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน" ซูหลิงตอบ นางอยู่แต่ในค่ายโจร ที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงชาวเมืองที่ถูกลักพาตัวกันมามากกว่า หรือไม่ก็ลูกครึ่งแบบนาง ที่เป็นหญิงสาวนอกด่านแท้ๆน่ะ นางไม่ค่อยจะเห็นบ่อยนักหรอก

    "งั้นหรือ แต่ว่าแม่นางก็ดูดีนะเจ้าคะ รูปร่างก็ดี ดูแล้วน่าทะนุถนอม" ลั่วเอ๋อร์กล่าวถึงรูปร่างของซูหลิง แม้ว่าซูหลิงจะมีรูปร่างหน้าตาดูเหมือนชาวเมืองอยู่หลายส่วน แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่ารูปร่างของนางก็ยังดูผ่ายผอมอ้อนแอ้นกว่ามาก ตรงที่เป็นหน้าอกแม้จะเล็กแต่ก็สมส่วน เอวคอดกิ่งนั่นอีก สะโพกก็ดูได้รูปทรง เรียกได้ว่าไม่ขาดไม่เกิน

    "งั้นหรือ" ซูหลิงรับคำเก้อๆ อันที่จริงมีคนชมรูปร่างนางว่าดีมันก็ดีอยู่หรอก แต่ว่าตั้งแต่มาอยู่ที่จวนเจ้าเมืองดูเหมือนน่าจะอ้วนขึ้นอยู่มากโข "ข้าคิดว่าผู้หญิงนอกด่านจริงๆน่าจะผอมกว่านี้อีกมาก แล้วก็คงดูดีกว่าข้ามาก" คิดแล้วจะว่าไปเมื่อวานนางรู้สึกเหมือนปีนต้นไม้ไม่ค่อยขึ้น หรือจะเป็นเพราะนางอ้วนเกินไปเสียแล้วกันนะ

    "จริงหรือเจ้าคะ น่าเหลือเชื่อจริงๆ" ลั่วเอ๋อร์กล่าวด้วยความแปลกใจ ในสายตานางคิดว่าซูหลิงดูรูปร่างดีมากแล้ว อย่างน้อยก็ดูดีกว่านาง ขนาดพี่หยี่ของนางยังกล่าวอยู่บ่อยๆว่านางนั้น 'เล็ก' เกินไปแล้วก็จะจ้องมาที่หน้าอกของทางด้วยท่าทีครุ่นคิดล้อเลียนให้นางอายเสียเรื่อย หญิงสาวนอกด่านที่แท้จริงแล้วจะเป็นอย่างไรนะ เห็นทีนางต้องลองไปถามนายหญิงดูซะแล้ว

    "ด้านหน้าก็เป็นร้านของท่านพ่อของพี่จางหลิวแล้ว เจ้ากลับไปได้แล้วแหละ" ซูหลิงรีบกล่าวลาอีกฝ่ายด้วยว่าไม่อยากจะคุยเรื่องรูปร่างต่อแล้ว

    "เจ้าค่ะ งั้นผู้น้อยขอลา" ลั่วเอ๋อร์ยิ้มแย้มก่อนแยกตัวออกไป ในใจนึกโล่งอกที่เดินมาถึงซักทีจะได้ไม่ต้องถูกถามเรื่องคนรักเรื่องการแต่งงานต่อ

    "ท่านพ่อของพี่จางหลิว" ซูหลิงสะกิดไหล่คนที่ต้องการคุยด้วย ตอนนี้เถ้าแก่เฉินกำลังยืนเฝ้าลูกจ้าขนสินค้าขึ้นรถม้าของลูกค้าอยู่ที่หน้าร้านพอดี

    "อ้อ ซูหลิง เจ้ามีอะไรให้ข้าช่วยรึ" เถ้าแก่เฉินที่ใบหน้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อหันมายิ้มให้นาง
    "ข้าอยากได้สมุนไพรบางอย่าง พอดีว่าที่ร้านของพี่ชางหลิวไม่มี" ซูหลิงอธิบาย

    "อ้อ ได้เลยๆ" เถ้าแก่พยักหน้า "เจ้า เจ้านั้นแหละ พานางเข้าไปเลือกสมุนไพรที" เขาเรียกลูกจ้าหญิงที่ทำงานในร้านให้พานางเข้าไปเลือกของ "วันนี้ข้ายุ่งๆ เจ้าอยากได้อะไรก็หยิบไปเลยนะ แล้วให้นางจดเอาไว้" เถ้าแก่เฉินไม่อยู่สนทนากับซูหลิงต่อ เมื่อเขาฝากฝังงานเสร็จก็รีบเดินออกไปดูแลความเรียบร้อยต่อ ฝ่ายซูหลิงก็ไม่อยู่รบกวนนาน เมื่อนางค้นหาของอยู่ซักพัก เพิ่มของบางอย่างลงไปในกระสอบสมุนไพรที่นางถือมาจากร้านค้าของชางหลิวแล้วก็รีบขอตัวกลับทันที เวลาเที่ยงนี้ล่ะเป็นเวลาที่ดีที่สุดที่จะแอบใช้เตาต้มยา

******************************

แฮ่ ตอนหน้าลองยาแล้ว แต่บอกกันเลยนะคะ ว่าเรื่องนี้ไม่มีฉากเรทอะไรแบบนั้นหรอกค่ะ ใสๆมากๆ

******************************

เข้ามาพูดคุยและติดตามอัพเดตก่อนใครได้ที่ https://www.facebook.com/loveinten หรือค้นหาว่า รักในเดือนสิบ

ขอบคุณค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

250 ความคิดเห็น

  1. #196 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2559 / 18:12
    จะไปลองยากับใครนั
    #196
    0
  2. #76 Ampchom Chomphoonut (@ampchom) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 13:51
    ถึงไม่เรทก็อยากอ่านตอนคนซวยบางคนโดนลองยาอยู่ดีละค่า5555
    #76
    0
  3. #75 ผักกาดหอม (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 12:30
    ขอบคุณค่ะ
    #75
    0