[END] คืนรัก [Yaoi / Boy's love]

ตอนที่ 42 : ตอนพิเศษ : ปีติ (Loading 110% Complete ) -จบตอน-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 96,261
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7,268 ครั้ง
    9 ก.ย. 61



ตอนพิเศษ

-------------------------------------------------------------------------------------------

ปีติ


( ***ไทม์ไลน์เป็นช่วงปี 60 ตอนที่นารากลับมาบอกว่าเป็นนิดค่ะ เป็นเรื่องเมื่อชาติที่แล้วของปีตินะคะ *** )



ปีติชะงักฝีเท้าที่กำลังจะเดินผ่านห้องทำงานของปราชญ์ เขาได้ยินเสียงพูดคุยดังลอดออกมาจากช่องประตูที่ปิดไม่สนิทนัก ในห้องมีคนอื่นนอกเหนือจากปราชญ์อยู่ด้วย น้ำเสียงทุ้มต่ำลึกแบบนี้เป็นใครไปไม่ได้นอกจากตรัณ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของปราชญ์

เด็กหนุ่มยกมุมปากข้างหนึ่งขึ้น ตัดสินใจพิงหลังเข้ากับผนังแล้วนิ่งฟัง

“น้องชายของนิด มาบอกว่าเป็นนิด?

เสียงถอนหายใจลึกยาวดังขึ้น “ใช่...บอกกูว่าเจ็บ...เจ็บมาก”

“มันเป็นไปได้เหรอวะ เรื่องเหลือเชื่อแบบนี้น่ะ?

เงียบไปพักหนึ่งถึงได้ยินเสียงปราชญ์ดังขึ้น

“คือนิดมาอยู่ในร่างของน้องชาย แบบนี้...”

ปีติเลิกคิ้วสูง โอ้โห นี่มันยุคไหนกันเข้าไปแล้ว วิญญาณคนตายมาเข้าร่าง? พล็อตนิยายยังขายไม่ออกเลยมั้ง เขายิ้มเยาะ ซีอีโอหนุ่มเจ้าของฐนิตกรุ๊ปคนดังกับเด็กนักเรียนนอก ถกกันเรื่องวิญญาณที่หาข้อพิสูจน์ไม่ได้ ฟังจากบทสนทนาแล้วก็เหมือนว่าจะเชื่อกันเสียด้วย

“ไร้สาระสิ้นดี”

เขาว่าแล้วเดินจากมาไม่ได้สนใจฟังเรื่องไร้สาระพวกนั้นต่อ

ปล่อยให้คนบ้าสองคนพร่ำเพ้อไปด้วยกันนั่นแหละดีแล้ว





ปีติเกือบจะลืมเรื่องนี้ไปแล้วถ้าเพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งไม่เปิดหน้าข่าวขึ้นมาในวงสนทนา เสียงเพลงในผับค่อนข้างดังจนเขาได้ยินไม่ชัดไหร่ ฐนิตกรุ๊ปเปลี่ยนมือ ได้ยินแค่นี้ปีติก็อดจะหยิบโทรศัพท์แล้วกดค้นหาก่อนจะเปิดขึ้นมาอ่านบ้างไม่ได้

แม้ว่าปีติจะไม่เคยคุยกับตรัณจริงๆ จังๆ แต่คนที่อยู่บนจุดสูงขนาดนั้นย่อมมีความสามารถอยู่แล้ว อีกทั้งตรัณยังขึ้นมาเป็นหัวมังกรตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสามสิบเลยด้วยซ้ำ คนแบบนี้จะยอมถูกปลดลงมาง่ายๆ ได้อย่างไร

เนื้อหาข่าวไม่มีรายละเอียดมากนักมีหลักใหญ่คือ วิกลจริตจนขาดความสามารถในการบริหาร สุดท้ายมติประชุมผู้ถือหุ้นก็ดันน้องชายขึ้นมาแทนที่ ปีติเลิกคิ้วขึ้นตอนที่อ่านผ่านคำว่า วิกลจริตเป็นครั้งที่สอง เขานึกขึ้นมาได้ว่าเคยได้ยินปราชญ์กับตรัณคุยกันเรื่องคนรักเก่ามาอยู่ในร่างใครซักคน

“ฐนิตกรุ๊ปนี่เพื่อนสนิทอามึงนี่”

“ไม่ใช่อากู”

ปีติบอกปัดทันควัน เพื่อนสนิทของเขารู้กันทั้งนั้นว่าเขาไม่นับญาติด้วย

“ยังไงก็น้องพ่อมึงน่า”

“มึงหุบปากไปเลยไอ้วัฒน์!

ร่างสูงผุดลุกขึ้นอย่างหัวเสียแล้วก้าวยาวๆ ออกมาด้านนอก หวังว่าสูดอากาศด้านนอกให้อารมณ์เย็นขึ้นแต่กลับเจอเข้ากับคนที่ไม่อยากเห็นหน้ามากที่สุด ปราชญ์ชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าหลานชายทำท่าจะเดินหนีอีกก็รีบเดินไปขวางเอาไว้

“ทำไมไม่กลับหอพัก? ได้เข้าเรียนบ้างรึเปล่า?

“เสือ_

“ปีติ! เธอทำแบบนี้พ่อแม่เธอจะเสียใจนะ!

ปีติหยุดฝีเท้าแล้วถอนหายใจเฮือก เขาหันกลับมามองอีกคนด้วยสายตาดูแคลน

“ที่ทำนี่เพื่อคุณเล็กเลยนะครับ ถ้าผมฉิบหายคุณเล็กก็จะได้ทุกอย่างไม่ดีเหรอ?

“ปีติ!

“ทำไม? พูดแทงใจดำ?” เขาเลิกคิ้วแล้วยกยิ้มมุมปาก “ถ้าว่างมากก็ไปดูแลเพื่อนสนิทสติไม่สมประกอบของคุณเล็กเถอะครับ ผมอยู่ของผมเองได้! อย่ามายุ่ง!” ปีติหันหลังแล้วก้าวยาวๆ จากมาแต่ก็ถูกรั้งแขนเอาไว้ สีหน้าของปราชญ์บอกชัดว่าเหลืออดแล้วเหมือนกัน

“ปีติ! มีเหตุผลหน่อย ที่อาทะ...”

“พ่อผมไม่มีน้องที่จ้องจะนอนกับพี่ชายตัวเองหรอกครับ”

“...”

“ตกใจเหรอ? ไม่เอาน่า เรื่องนี้ใครๆ เค้าก็รู้กันทั้งนั้น”

“ปีติ มันไม่ใช่...”

ไม่ทันได้เอ่ยอธิบาย เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ก็ดังขัดขึ้น ปราชญ์มองเบอร์โทรที่หน้าจอแล้วกดรับ ฟังได้ครู่หนึ่งใบหน้าได้รูปก็ค่อยๆ เผือดสี เขาปล่อยมือออกจากแขนหลานชายแล้วยกขึ้นกุมขมับ “เกิดขึ้นได้ยังไงครับ? ตอนนี้ไอ้รัณอยู่ที่ไหน? ได้...ได้...ผมจะรีบไป”

ปราชญ์วางสายลง สีหน้าไม่สู้ดี เขาหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาแล้วส่งบัตรเครดิตให้ปีติใบหนึ่ง

“บัตรของเธอวงเงินเต็มแล้ว นี่บัตรอะ...ฉัน เธอเอาไปใช้ก่อน”

“ไม่จำเป็น”

เด็กหนุ่มไม่ได้รับแต่ก็ถูกยัดบัตรใบนั้นใส่กระเป๋าเสื้อ ปราชญ์ไม่อยู่รอดูว่าปีติจะทำอย่างไรกับบัตรใบนั้น จะทิ้งหรือจะเอาไปให้ใครมันเป็นสิทธิ์ของปีติอยู่แล้ว เขามีเรื่องสำคัญกว่าจะต้องไปทำ

ปีติมองแผ่นหลังสมส่วนที่เดินห่างออกไปแล้วหยิบบัตรในกระเป๋าเสื้อออกมา ถืออยู่พักหนึ่งก่อนจะยกยิ้มที่มุมปากขึ้น ร่างสูงก้าวยาวๆ กลับไปที่โต๊ะ รับแก้วเหล้าจากเพื่อนสาวแล้วคล้องเอวหล่อนเข้ามาชิด เขายิ้มรับตอนที่เจ้าหล่อนพยายามเบียดเนินอกอวบอิ่มเข้ากับบริเวณต้นแขน

“วันนี้กูเลี้ยง”



--- ต่อตรงนี้ค่ะ ---




“บัตรรูดไม่ผ่านค่ะ”

ปิติเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย บัตรใบที่พนักงานสาวว่าคือบัตรที่ปราชญ์เพิ่งเอามาให้เขาเมื่อสัปดาห์ก่อน เขาส่งเสียงหึ ไม่แปลกใจเลยว่าบัตรใบนี้จะมีวงเงินจำกัดจำเขี่ยเหลือเกิน คนอย่างปราชญ์จะเอาเงินมาให้เขาใช้สมฐานะเจ้าของตึกฐานุรักษ์ได้อย่างไร

เด็กหนุ่มเปลี่ยนบัตรอีกใบไปให้แล้วรับบัตรใบนั้นกลับคืนมาจากพนักงานสาว

“ปี...ดูอารมณ์ไม่ดีเลยนะคะ?

“ก็นะ”

เขาจิบเหล้าในมือแล้วหันไปกดจมูกลงบนแก้มขาว กลิ่นเครื่องสำอางไม่ฉุนเกินไปนักทำให้หล่อนเป็นคนที่ปีติมักจะควงไปไหนมาไหนอยู่เสมอ นิสัยใจคอก็นับได้ว่าเข้ากันได้ไม่เลว พนักงานสาวคนเดิมวนกลับมาพร้อมรอยยิ้มจืดเจื่อน

“ใบนี้ก็ไม่ผ่านค่ะ”

ปีติพยักหน้ารับ เขาลืมเองว่าบัตรใบนี้วงเงินเต็มก่อนบัตรใบเมื่อกี้เสียอีก

“เดี๋ยววาออกเองค่ะ”

เป็นหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาส่งบัตรสีทองใบหนึ่งไปให้แทน ปีติก้มลงมองหล่อนแล้วจูบขมับหนักๆ ไปอีกหน “วาของปีน่ารักที่สุด อืม...น่ารักแบบนี้ กระเป๋าใบที่วาเคยบอกว่าอยากได้ อยากได้ไซด์ไหน สีไหนคะ?” วาสินียิ้มรับ เธอชะโงกมาสัมผัสริมฝีปากของแฟนหนุ่มแล้วเอ่ยตอบ

“เราไปเลือกด้วยกันเลยดีกว่าค่ะ”

“ได้ค่ะ ตามใจวา”

ปีติหยุดมือซุกซนของตัวเองลงตอนที่พนักงานสาวกลับมาส่งคืนบัตรให้ เขาหยิบกระเป๋าถือใบหรูของวาสินีขึ้นแล้วโอบรั้งเอวคอดมาแนบกาย “ก่อนกลับ ปีแวะไปเอาบัตรใบใหม่ก่อนนะคะ” เห็นเธอยิ้มรับอ่อนหวาน ปีติจึงให้รางวัลไปอีกหนึ่งจูบ

จากร้านอาหารมายังร้านของปราชญ์ไม่ห่างกันมากนัก

เมื่อรถคันหรูของปีติตีไฟเลี้ยวเข้ามา พนักงานรักษาความปลอดภัยก็วิ่งพรวดเข้ามาโบกต้อนรับด้วยความยินดี ลุงแกเห็นที่ด้านหน้ามีสาวสวยคนหนึ่งนั่งมาด้วยก็รีบเปิดประตูต้อนรับอย่างดีตามที่ปราชญ์สั่งเอาไว้ ปีติเดินมารอรับกุมมือหญิงสาวแล้วออกปากถามหาคนที่ต้องการ

“คุณเล็กล่ะ?

“อยู่ที่ห้องทำงานด้านหลังครับ คุณปีติจะค้างที่เรือนใหญ่ด้วยมั้ยครับ?

“ไม่ล่ะ ฉันแค่แวะมาเอาของ”

“คือคุณเล็กเธอ...”

ปีติไม่คิดจะอยู่ฟัง เขาก้าวยาวๆ เข้าไปทางด้านหลังร้าน พาวาสินีไปส่งไว้ที่ห้องพิเศษห้องหนึ่ง สั่งน้ำกับของว่างให้เธอนั่งรอแล้วถึงไปที่ห้องทำงาน มานพคนสนิทของปราชญ์เห็นเขาเป็นคนแรก ไม่ต้องเอ่ยถาม มานพก็รู้ได้ทันทีว่าปีติจะมาหาใคร เขาก้าวนำหลานชายของเจ้านายเล็กน้อย เคาะประตูแล้วเปิดออกกว้างให้ปีติเข้าไปด้านใน เรียบร้อยแล้วถึงปิดประตูลง

ปราชญ์เงยหน้าขึ้นจากเอกสารในมือ เขามีท่าทีแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นว่าหลานชายมาหา

“เกิดอะไรขึ้นรึเปล่า?

ปีติไม่ได้ตอบแต่วางบัตรใบที่ปราชญ์เพิ่งเอามาให้คืนไว้บนโต๊ะ เด็กหนุ่มมองคิ้วเรียวที่เลิกขึ้นเล็กน้อยของปราชญ์แล้วเอ่ยบอกเสียงเรียบว่า “วงเงินเต็มแล้ว มีบัตรอื่นมั้ยครับ?” พูดจบก็เห็นหัวคิ้วของคนตรงหน้าขยับเข้าหากันจนแทบจะเป็นเส้นตรง

“วงเงินเต็ม?

“ครับ เต็มแล้ว”

“นี่ใช้อะไรปีติ!?

น้ำเสียงของปราชญ์ไม่ดีนัก พาให้ใบหน้าของเด็กหนุ่มยับยุ่งไปด้วย

“ใช้อะไร? ก็ใช้ซื้อของไงครับ กินข้าว เติมน้ำมัน”

“แต่บัตรนี่วงเงินสามแสนนะ”

“ก็แล้วยังไงครับ? หรือว่าผมใช้เงินตรงนี้ไม่ได้ ถ้าใช้ไม่ได้คุณเล็กจะเอามาให้ผมทำไม?

ปราชญ์หลับตาลง พยายามจะสงบสติอารมณ์เท่าที่จะทำได้ ปีติพูดถูก เด็กหนุ่มมีสิทธิ์ใช้เงินในส่วนนี้จริงๆ ส่วนที่ใช้ไปทำอะไรนั้นเขาไม่มีสิทธิ์ไปว่า ไม่ว่าจะใช้ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมของผู้หญิง หรือจ่ายค่าอาหารเลี้ยงเพื่อนๆ เขาหายใจเข้าลึกก่อนจะค่อยๆ ผ่อนออกมา

“ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ยังไงก็เพลาๆ ลงหน่อย”

ปราชญ์เลื่อนบัตรเข้ามาหาตัวแล้วหยิบเอาอีกใบหนึ่งส่งให้ ใบนี้เป็นบัตรของเขาเอง

“นี่บัตรของอา...บัตรของฉัน ใช้กดเงินสดกับซื้อของผ่านออนไลน์ได้”

“บัตรอื่นไม่มีแล้วเหรอครับ?

ของๆ ปราชญ์ ปีติไม่อยากได้

ถามไปแล้วปราชญ์ไม่ตอบ ปีติก็ไม่เรื่องมากที่จะหยิบมันขึ้นแล้วเดินออกมา เขาหยุดคุยกับมานพที่เดินสวนกันผ่านห้องพิเศษห้องหนึ่งพอดี แค่เพียงมานพเอ่ยทักชื่อเขามา ไม่ทันที่จะได้พูดต่อก็ได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องมาจากข้างในห้อง มานพรีบก้าวเข้าไปใกล้ เคาะประตูแล้วร้องถาม

“คุณครับ!? คุณครับเกิดอะไรขึ้นครับ?

“ช่วยด้วยค่ะ ช่วย...!!!

ปีติดึงมานพให้ถอยห่าง ลองกระชากประตูกระจกก็พบว่าถูกล็อคจากด้านใน เสียงขลุกขลักยังดังลอดออกมาให้ได้ยิน สถานการณ์ด้านในคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ มานพรีบรั้งแขนเด็กหนุ่มเอาไว้พลางร้องบอก “คุณปีติรอก่อนนะครับ ผมจะไปตามคุณเล็ก!” คนที่ถือกุญแจอยู่คือพนักงานส่วนอาคารกับปราชญ์ จากตรงนี้ไปหาปราชญ์ไวกว่า มานพจึงเลือกวิ่งกลับไปหาเจ้านาย

ปีติลังเล เมื่อครู่เขาได้ยินเสียงแก้วแตกดังขึ้นด้วย

“ปี! ปีช่วยวาด้วย!

“วา!?

ปีติแนบหูเข้าใกล้ได้ยินเสียงกรีดร้องชัดขึ้น เขาหันซ้ายหันขวาก่อนจะวิ่งตรงไปที่ตู้ดับเพลิง คว้าถังสีแดงแล้วรีบวิ่งกลับมา โชคดีที่กระจกประตูไม่หนามาก ถึงจะเป็นแบบเห็นได้จากด้านในอย่างเดียวก็ตาม เขาใช้ก้นถังกระแทกอยู่สามสี่ครั้งก็แตกออกเป็นช่องกว้างพอให้ล้วงมือเข้าไปปลดล็อค

เด็กหนุ่มกระชากประตูเปิดออก ภาพที่เห็นยิ่งทำให้อารมณ์โกรธพุ่งสูงขึ้น

เขาก้าวยาวๆ ไปกระชากผู้ชายคนนั้นออกมาจากตัววาสินีแล้วประเคนหมัดหนักๆ เข้าที่ใบหน้าสามสี่ครั้ง

“ไอ้เหี้ย! มึงทำอะไรแฟนกู!!! ไอ้เลวเอ้ย!

พลั่ก!

ปีติเหวี่ยงร่างสูงใหญ่นั่นทิ้งแล้วหันกลับไปมองสภาพแฟนสาว วาสินีนั่งร้องไห้อยู่ไม่ไกลนัก ชุดเดรสเกาะอกของหล่อนถูกรูดลงจนต้องยกสองมือขึ้นปกปิดส่วนสงวน ท่าทางตื่นกลัวไม่น้อย ยิ่งเห็นปีติยิ่งโมโห เขาบอกให้เธอออกไปก่อนแล้วหันกลับมาจะเตะไอ้เลวนั่นซ้ำแต่คราวนี้ชายคนนั้นตั้งตัวได้แล้วจึงกลายเป็นตะลุมบอนกันไปมา

แลกกันได้ไม่กี่หมัดชายคนนั้นก็เริ่มจวนตัว เขาหันซ้ายหันขวาแล้วหยิบขวดเบียร์แตกจนเป็นปลายแหลมที่อยู่บนพื้นขึ้นมาถือไว้ ปีติถอยห่างออกมาสองก้าว ต่างฝ่ายต่างหยั่งเชิงกัน ครู่หนึ่งชายคนนั้นก็ร้องด่าแล้วกระโจนเข้าใส่ ปีติจะถอยฉากแต่ไม่เหลือพื้นที่มากนัก

เขาหลบปลายแหลมได้แบบเฉียดฉิวก่อนจะจับข้อมือหนานั้นไว้แน่น

“มึงปล่อยกูไอ้เด็กเวร!

“ปล่อยมึงก็โง่สิ!

“หนอย...!

ชายคนนั้นใช้สองมือบิดปลายแหลมให้ตั้งตรงแล้วโถมน้ำหนักตัวเข้าใส่ ปีติไม่ใช่ไม่เคยทะเลาะวิวาท เด็กหนุ่มใช้สองมือดันกลับในจังหวะที่อีกฝ่ายโถมตัวเข้ามาพอดี เสียงแก้วที่แทรกผ่านร่างกายของมนุษย์ดังขึ้นให้ปีติได้ยินเป็นครั้งแรก เขาเบิกตากว้างขึ้นมองชายคนนั้นเซถอยไปด้านหลัง

เลือดสีแดงเข้มทะลักออกจากปากแผลที่ชายคนนั้นพยายามดึงขวดแก้วออก

เสียงสำลักลมหายใจดังขึ้นครั้งหนึ่งก่อนที่ร่างนั้นจะหงายล้มลง

ปีติยืนอยู่ตรงนั้น ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนทำอะไรไม่ถูก เขาทำได้เพียงหันกลับมาตอนที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเอง ปราชญ์รีบก้าวเข้ามาใกล้ ใช้สายตาสำรวจหลานชายครั้งหนึ่ง เสียงกระจกแตกเมื่อครู่ทำให้พนักงานกับลูกค้าบางส่วนมายืนออกันอยู่ตรงหัวมุม

“ไม่เป็นไรปีติ...ไม่เป็นไร...”

ปราชญ์บอกหลานชายแล้วก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่นอนแน่นิ่ง กลิ่นคาวเลือดคลุ้งขึ้นจนต้องนิ่วหน้า

ชายคนที่นอนอยู่นั้นปราชญ์รู้จักดี

ลูกชายรัฐมนตรีคนหนึ่งที่กำลังเรืองอำนาจในตอนนี้

เขากดลงที่คอหนา ใช้ปลายนิ้วอังปลายจมูก จนแน่ใจแล้วว่าชายคนนั้น...ไม่มีลมหายใจแล้ว

“ตายแล้วเหรอครับ?

“ตายแล้ว”

คำตอบของปราชญ์ทำให้ปีติผงะไปไม่น้อย ถึงเขาจะเคยวิวาทมานับไม่ถ้วนแต่ไม่มีครั้งไหนที่ถึงกับฆ่าคนตายมาก่อน เด็กหนุ่มก้าวถอยจนแผ่นหลังชิดผนังก่อนจะต้องเบิกตากว้างขึ้นเมื่อเห็นปราชญ์ดึงปลายขวดที่ปักคาออกแล้วแทงซ้ำลงไป

เลือดสีแดงที่ยังไม่แข็งตัวสาดกระเซ็นจนเลอะใบหน้าได้รูปไปข้างหนึ่ง

ปราชญ์แทงซ้ำสามครั้งมากพอที่จะทำให้ร่างนั้นชุ่มโชกไปด้วยเลือด

มานพอ้าปากตาค้างพูดไม่ออก แม้กระทั่งตอนที่ได้ยินเจ้านายสั่งว่าให้โทรเรียกตำรวจเขาก็ไม่กล้าขยับ

“โทรซะ”

“แต่ว่า...”

“โทรเรียกเดี๋ยวนี้!

“ถ้าอย่างนั้น...” ปีติกำลังจะเอ่ยค้าน แต่กลับได้ยินเสียงฮือฮาดังขึ้นจากประตูที่เปิดอ้า พนักงานและลูกค้าบางส่วนยืนอออยู่ตรงนั้น ปราชญ์โยนขวดแก้วในมือทิ้งก่อนจะเตะร่างนั้นซ้ำไปครั้งหนึ่ง “ไอ้สารเลวเอ้ย!” ปีติได้ยินปราชญ์ตะโกนด่า เขามองร่างสูงที่สองมือเปื้อนเลือด ใบหน้าซีกหนึ่งก็ถูกโลหิตสีเข้มสาดกระเซ็นเข้าใส่ แต่สีหน้ากลับเฉยชาติดจะสะใจซะด้วยซ้ำ

ปีติกำลังจะพูดอะไรซักอย่างหนึ่งแต่กลับถูกมานพปิดปากแล้วลากออกมาไกล

เด็กหนุ่มหยุดนิ่งเห็นพนักงานกับลูกค้าบางคนยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายภาพ

“ทำไมไม่ห้ามพวกเขา!?

ปีติร้องถามแต่มานพกลับทำได้เพียงส่ายหน้าไปมา

“คนที่ตายยังไงก็ต้องมีคนรับผิดชอบครับ”

“มันเป็นใคร!? ยิ่งใหญ่จากไหน!? มันลวมลามแฟนผมชัดๆ แล้ว...”

เขาร้อนใจ กำลังจะตรงเข้าไปดึงปราชญ์ออกมาจากในห้องแต่กลับถูกมานพรั้งเอาไว้เสียก่อน

“คุณปีติครับ เชื่อผม อยู่ที่นี่เถอะนะครับ”

“แล้วจะปล่อยให้...”

“คุณเล็กเธอเลือกแล้วครับ คุณต้องเคารพเธอบ้าง”

“...”

“คุณเล็กเลือกแล้วที่จะปกป้องคุณ”



--- ต่อตรงนี้ค่ะ ---




เวลาหกชั่วโมง หากคุณเข้านอนตอนเที่ยงคืนแล้วตื่นขึ้นมาในตอนหกโมงเช้า คุณคงรู้สึกว่าเวลามันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วเสียเหลือเกิน ทว่าหกชั่วโมงที่ผ่านมาของปีติยาวนานราวกับชั่วกัลป์ สามชั่วโมงแรกหมดไปกับคำถามวกวนของพนักงานสอบสวน ปีติทำตัวว่าง่ายเป็นครั้งแรก เขาตอบตามที่มานพสั่งไว้ทุกอย่าง และอีกสามชั่วโมงปีติใช้ไปกับการนั่งรออยู่หน้าห้องนิ่งๆ รอว่าเมื่อไหร่ตำรวจจะปล่อยตัวปราชญ์ออกมาเสียที

ระหว่างนั้นเสียงโวยวาย ร่ำไห้ของฝั่งผู้เสียชีวิตไม่ได้เข้าไปในโสตประสาทของปีติเลยแม้แต่น้อย คนเหล่านั้นมาที่สถานีตำรวจพักใหญ่แล้วตรงไปที่นิติเวช แต่ไปเมื่อไหร่ ปีติไม่ได้สนใจ ไม่ได้ยินด้วยซ้ำที่คนพวกนั้นเรียกเขาว่า ไอ้หลานฆาตกร

นัยน์ตาสีเข้มมองตรงไปยังทางเดินที่ตำรวจคุมตัวปราชญ์เข้าไป จนเมื่อเห็นเงาคนเคลื่อนไหวเขาถึงรีบลุกขึ้นจากท่านั่งที่นั่งอยู่มาร่วมสามชั่วโมง ปีติมองกุญแจมือสีเงินแล้วไล่สายตาไปยังใบหน้าได้รูปที่ติดจะนิ่งเฉยอย่างไม่เข้าใจ ปีติพยายามจะเดินเข้าไปหาแต่มานพกลับรั้งเขาเอาไว้เสียก่อน

ปราชญ์ถูกพาตัวไปที่ห้องขังด้านหลัง ตำรวจแจ้งกับมานพแล้วว่าไม่สามารถประกันตัวออกไปได้ ถึงเป็นความผิดครั้งแรก แต่เพราะเป็นคดีร้ายแรง หลักทรัพย์ที่เตรียมมาไม่ทันได้หยิบออกจากกระเป๋าก็ถูกปฏิเสธ

ปีติไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจกระบวนการที่เกิดขึ้น ไม่เข้าใจว่าเรื่องพวกนี้บานปลายมาถึงขั้นนี้ได้อย่างไร เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ากลับมาที่บ้านเมื่อไหร่ ปีติหยุดฝีเท้าลงที่หน้าห้องของปราชญ์ ห้องที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่เขาเดินผ่านจะต้องรีบก้าวผ่านให้เร็วที่สุด

คนๆ นั้นไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว

ภาพของปราชญ์ที่ดึงปลายขวดออกแล้วแทงซ้ำวนเข้ามาในศีรษะ

ปีติทาบมือลงบนบานประตู เอ่ยถามกับความเงียบงันที่โอบล้อม

“คุณ...ทำแบบนั้นทำไมครับ?

 




แทงยับ! ลูกชายรัฐมนตรีคนดังดับคาร้าน

เจ้าของร้านโหด จ้วงแทงไม่นับ ลูกชายรัฐมนตรี คาดปัญหาธุรกิจ

ดิ้นไม่หลุด พยานแวดล้อมชี้ชัดได้ยินเสียงวิวาทก่อนเจอกลายเป็นศพ

...

ปีติเลื่อนผ่านกระทู้ข่าวออนไลน์ในหน้าเว็บ รวมถึงหน้าเฟสบุ๊ค เขาเข้าไปอ่านรายละเอียดทั้งหมด ยิ่งอ่านคิ้วเข้มได้รูปยิ่งขมวดเข้าหากัน ในที่สุดก็ทนอ่านต่อไปไม่ไหวต้องกดปิดหน้าจอไป เขาตวัดสายตามองไปยังมานพที่นั่งอยู่ไม่ไกลนักด้วยสายตามีคำถาม รอจนเห็นมานพวางสายโทรศัพท์แล้วถึงรีบเอ่ยปากถามขึ้น

“เป็นยังไงบ้างครับ?

สีหน้ามานพย่ำแย่เต็มที “ไม่มีใครรับว่าความเลยครับ”

“ทนายพิสิทธิ์ล่ะครับ?

ทนายความคนนี้เป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของปราชญ์ ตอนเด็กๆ ปีติยังได้เจออยู่บ่อยครั้ง มานพถอนหายใจแล้วส่ายหน้าไปมา “ไม่ไหวครับ คุณพิสิทธิ์ถนัดคดีความด้านครอบครัว คงสู้กับทนายของฝั่งนั้นไม่ไหว อีกอย่างที่ไม่มีใครกล้ารับว่าความ เพราะฝั่งนั้นมีอิทธิพลมาก”

“แล้วลองโทรหาทางคุณตรัณหรือยังครับ?

“ติดต่อผ่านทางคุณสุชาติแล้ว ไม่เกินพรุ่งนี้น่าจะได้คำตอบครับ”

ปีติพยักหน้ารับคำ ตรัณยังพักรักษาตัวอยู่แต่ก็น่าจะส่งทีมกฎหมายของฐนิตกรุ๊ปมาช่วยได้ พอคิดแบบนั้นเด็กหนุ่มก็ผ่อนลมหายใจออกมาลึกยาวครั้งหนึ่ง ตอนนี้คงต้องหวังพึ่งตรัณเพียงคนเดียว เขาพยายามติดต่อเพื่อนที่พอมีความรู้หรือมีคนรู้จักแต่ไม่ว่ากี่คนต่อกี่คนก็ต่างปฏิเสธทั้งนั้น

เสียงโทรศัพท์ของมานพดังขึ้นเรียกสายตาของปีติให้หันไปมอง ชื่อของ สุชาติบนนั้นทำให้เขาอดขยับตัวเข้ามาฟังใกล้ๆ ด้วยไม่ได้ แต่ดูเหมือนความหวังของเขาจะไม่เป็นอย่างที่ต้องการ มานพวางสายลงแล้วด้วยสีหน้าหนักใจ ไม่ต้องให้ปีติเอ่ยถามเขาก็หันมาบอก

“ทางฐนิตกรุ๊ปไม่ยอมส่งทีมกฎหมายมาให้เราครับ”

“ทำไมล่ะ? คุณตรัณกับคุณเล็กเป็นเพื่อนสนิทกันไม่ใช่เหรอครับ!?

“แต่ตอนนี้คุณตรัณไม่มีอำนาจบริหารแล้วครับ”

ความจริงที่ลืมเลือนไปแล้วผุดขึ้นมาในสมองของปีติ ใช่...วันนั้นวันที่ตรัณก็ถูกถอดจากเก้าอี้ซีอีโอของฐนิตกรุ๊ปเขายังได้อ่านข่าวอยู่เลย ปีติมืดแปดด้าน เพิ่งรู้ตอนนี้เองว่าตัวเองเป็นเพียงแค่เด็กคนหนึ่ง ไม่มีความสามารถที่จะทำอะไรได้เลย แค่ช่วยให้คนๆ นั้นมีอิสรภาพ หาทนายซักคนยังทำไม่ได้

“แล้วคุณเล็กล่ะครับ? คุณเล็ก...”

“วันนี้จะถูกส่งไปฝากขังที่เรือนจำครับ”

“แต่คุณเล็กไม่ผิด” คนผิดคือเขาเอง คือปีติ! “ผมจะไปสารภาพ!” ร่างสูงผุดลุกขึ้น ไม่ทันได้ก้าวออกจากประตูก็ถูกมานพก้าวเข้ามาขวางหน้าเอาไว้

มานพมองเด็กหนุ่มแล้วส่ายหน้าไปมา “คุณปีติจะทำให้เรื่องยิ่งแย่เข้าไปนะครับ” นอกจากจะช่วยปราชญ์ไม่ได้แล้ว กระทั่งเขาและตัวปีติเองก็จะถูกคุมขังข้อหาให้การเท็จเพิ่มเข้าไปด้วย มานพถอนหายใจลึกยาว “คุณควรสงบสติอารมณ์แล้วอยู่ที่นี่ ผมจะไปดูว่าผมพอจะทำอะไรได้บ้าง”

“...”

“อย่าทำให้สิ่งที่คุณเล็กทำไปเสียเปล่าเลยครับ”




 

“ทำไมเยี่ยมไม่ได้ครับ!?

“มีคนมาเยี่ยมแล้วครับ”

“ใครครับ?

ผู้คุมที่อยู่ตรงนั้นเงยหน้ามองปีติครั้งหนึ่งแล้วไม่ได้ตอบคำถาม ปีติได้แต่ถอยออกมา เขารู้แล้วว่าไม่ควรจะไปตอแยด้วย เด็กหนุ่มเหลือบมองไปทางห้องเยี่ยมก่อนจะเดินกลับออกมา พอเข้าสัปดาห์ถัดมา ปีติจึงมาลงชื่อเข้าเยี่ยมตั้งแต่วันจันทร์ ผู้คุมคนเดิมมองเขาแล้วไม่พูดอะไรอีก

เวลาเยี่ยมมีแค่ยี่สิบนาที เริ่มจับเวลาตั้งแต่ตรงล็อคเกอร์เก็บของไปจนถึงช่องพบญาติ ปีติวิ่งเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ เขาเพิ่งรู้สึกว่าเวลาที่เดินไปทุกวินาทีมีความหมายมากเพียงไร ปีติหาคำจำกัดความความรู้สึกของตัวเองตอนนี้ไม่ได้ เขารู้เพียงต้องการจะเจอหน้าคนๆ นั้นให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

ช่องเยี่ยมเป็นกระจกหนา มีซี่เหล็กกั้นเป็นลูกกรง สุดท้ายจะเป็นเหล็กดัดเป็นตารางรวมทั้งหมดสามชั้น

ปีตินั่งลงตรงหน้าคนที่ไม่ได้เจอมานานร่วมเดือน ปราชญ์ยกหูโทรศัพท์ขึ้นแล้วทำท่าทางให้เขายกหูโทรศัพท์ขึ้นด้วย ปีติเม้มริมฝีปากแน่นทันทีที่จะได้ยินเสียงดังลอดผ่านสายโทรศัพท์มาให้ได้ยิน

สบายดีนะ?’

“ครับ” นานกว่าที่เขาจะเอ่ยถามกลับ “คุณเล็กสบายดีนะครับ?

สบายดี

แม้จะดูผอมลงไปบ้าง แต่สภาพโดยรวมก็ไม่แย่เท่าไหร่นัก

มานพล่ะ? ไม่ได้มาด้วยกันหรือ?’

“เปล่าครับ ผมมาคนเดียว”

อ้อ...

เพราะไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่นัก บทสนทนาของพวกเขาจึงจบลงอย่างรวดเร็ว แต่ปีติยังไม่ได้เอาหูโทรศัพท์วางลง ปราชญ์จึงยังถือไว้อย่างนั้น เด็กหนุ่มไม่กล้ามองสบตาปราชญ์เท่าไหร่นัก ได้แต่เลี่ยงไปสำรวจส่วนอื่นๆ ตอนนี้เองที่เขาได้จดจำใบหน้าของปราชญ์ไว้อย่างชัดเจน

“สัปดาห์ก่อน ผมก็มาครั้งหนึ่ง แต่มีคนมาเยี่ยมคุณแล้ว ใครครับ?

เมื่อถามไปแล้วก็เห็นว่าเรียวปากได้รูปเผยยิ้มกว้างขึ้น

เป็นคนที่ฉันภาวนาว่าอยากเจอมาตลอดน่ะ

“ใครครับ?

เพื่อนสนิทของฉันอีกคนหนึ่ง เหลือเชื่อนะว่ามั้ย? เด็กคนนั้นอายุเท่าๆ กับเธอ แต่ภายในนั้นเป็นเพื่อนของฉันคนที่ชื่อนิด สุมาลย์อย่างไรใบหน้าของปราชญ์บ่งบอกชัดว่ามีความสุขมาก เขาเอ่ยบอกต่อว่า ที่เด็กคนนั้นมาพบเขาเพราะเห็นข่าวจากทางหน้าหนังสือพิมพ์ ปีติยิ่งฟังยิ่งงุนงง

“แต่เพื่อนคนนั้นของคุณเค้าตายไปแล้วนี่ครับ?

กลับมาอยู่ในร่างเด็กคนนึงน่ะ เพื่อนของฉันจริงๆ นะ ทีแรกฉันก็ไม่เชื่อ แต่พอได้คุยก็รู้ว่าใช่จริงๆ ...เรื่องนี้จะว่าเป็นปาฏิหาริย์ก็คงจะได้ใช่มั้ย? วิญญาณคนที่ตายไปแล้วกลับมาเข้าร่างอีกคนหนึ่งหลังจากแปดปีต่อมา

“...”

ปีติมุ่นคิ้ว กังวลว่าการต้องอยู่ในเรือนจำอาจทำให้ปราชญ์เกิดภาวะทางจิต เขากำลังจะเอ่ยค้านเพื่อดึงรั้งให้คนตรงหน้ากลับสู่ความเป็นจริงแต่กลับได้ยินเสียงนุ่มนั้นเอ่ยบอกมาเสียก่อน

เด็กคนนั้นชื่อนิดเหมือนกัน แต่เขียนไม่เหมือนกัน อ้อ...นามสกุลพงศ์สุระ

“...”

ใช่แล้วชื่อ นิษฐ์ พงศ์สุระ




--- จบตอน ---



นี่คือสิ่งที่ปีติรู้ค่ะ อย่างที่บอก นี่เป็นตอนพิเศษของคืนรัก ดังนั้นเราจะไม่ลงลึกเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอาหลาน ทำไมปีติไม่ชอบปราชญ์? ปราชญ์ตายได้อย่างไร? ทำไมปีติต้องฆ่าตัวตาย? คำถามพวกนี้สามารถหาคำตอบได้ใน "แทนรัก" นะคะ

***แทนรัก เป็นแนว INCEST หลานอา(แท้ๆ) ดังนั้นหากใครไม่ชอบงานผิดศีลธรรมหยุดลงที่ตอนพิเศษนี้นะคะ***

จบตอนแล้ว จบเรื่องคืนรักแล้วด้วย

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามมาตลอดค่ะ

หลังจากนี้จะมีสปอยด์ตอนพิเศษในเล่มมาให้ได้อ่านกัน

1. ภาคพิเศษ - ชีวิตของคุณนิดกับตรัณต่อจากลงในนี้ค่ะ / เจอคุณปู่มั้ย / เรียนมหาลัยเป็นยังไง / ตรัณรับโทรศัพท์อีกครั้งในรอบแปดปีผลเป็นอย่างไร / ชีวิตอดีตเด็กขายสู่เด็กเสี่ยมีผลต่อคุณนิดมั้ย นี่คือเรื่องราวในภาคพิเศษค่ะ

2. คนที่คุณก็รู้ว่าใคร(รัก) - เป็นครั้งแรกที่ตรัณกับคุณนิดเจอกันที่ลอนดอนค่ะ เจอกันได้ยังไง / รักกันยังไง / ใครจีบใครก่อน จะได้มารับรู้พร้อมกันในตอนนี้ค่ะ

---- จบจริงๆ แล้วจ้ะ ----

เด็กๆ กางโต๊ะรับเครื่องเซ่น (ตะโกน)


หากผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

ทุกคำติชมเรายินดีน้อมรับไว้ทั้งหมดค่ะ

ขอบคุณค่ะ

332560

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7.268K ครั้ง

17,838 ความคิดเห็น

  1. #17812 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 15:15
    ปราชญ์กับปี
    #17812
    0
  2. #17733 MimSdaoruang (@MimSdaoruang) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 12:04
    ชอบหลานปีองอาเล็กมากที่สุดค่ะ ทัชใจมาก
    #17733
    0
  3. #17631 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 00:50
    อ่อแบบนี้ ปีติถึงรู้
    #17631
    0
  4. #17589 kafler (@kafler) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 05:12
    สนุกมากค่ะ
    #17589
    0
  5. #17545 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 22:32
    เพราะแบบนี้ปีติเลยรู้เรื่องที่เกิดขึ้นสินะ
    #17545
    0
  6. #17454 Sunshine (@kaimuk-raweewan) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 20:53
    อ่อ แปลว่าชาติแรกของปีติก็มีนิดที่กลับมาเหมือนกัน แต่นิดในชาตินั้นไม่เข้าไปยุ่งกับตรัญสินะ
    #17454
    0
  7. #17322 ขอเวลาซุ่ม (@tomoyo001) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 01:52
    อาหลานคือแซ่บมากจ้า แงงง
    #17322
    0
  8. #17313 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 17:36
    แง้งงงง
    #17313
    0
  9. #17190 Airki (@jodella) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 22:56

    แทนรัก แล้วชั้นจะตามไป~~
    #17190
    0
  10. #17189 Innocence (@thongmee) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 22:42
    บีบหัวใจมากๆอ่านแค่นี้ยังรู้สึกใจโหว่งๆเลย ปีติต้องรอนานแค่ไหนกันนะกว่าเวลามันจะบรรจบลงอีกครั้ง ;_;
    #17189
    0
  11. #17051 aoommie (@ak_galaxy) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 11:56
    ฮือออออออออ รักเรื่องนี้มาก ขอบคุณมากนะคะ
    #17051
    0
  12. #16888 ระริน (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:37

    เพิ่งเคยอ่านแนวนี้ ตอนแรกก็งงๆ แต่ก็สนุกดี^^

    #16888
    0
  13. #16880 Realpcyyjej (@Realpcyyjej) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:59
    แล้วคุณปู่หล่ะคะ??? ปู่ยุหนายยยยยยยย
    #16880
    0
  14. #16853 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 00:41
    โห คู่นี้งานน้ำตานองหน้าต้องมาเป็นแน่
    #16853
    0
  15. #16765 dghjk (@dghjk) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 18:44
    รอเปย์แทนรักตอนเป็นรูปเล่มทีเดียวจ้า😁
    #16765
    0
  16. #16606 minnie_binnee (@platinumpinin) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 12:11
    ไอหลานปี ไอเด็กน่าสงสาร ฮือออ ใครเคะใครเมะวะ สงสารตัวเองก่อน5555
    #16606
    0
  17. #16598 manodcha (@manodcha) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 17:38
    จะร้องไห้เเง
    #16598
    0
  18. #16507 pparelypigg (@pparelypigg) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 02:19
    หื้อออออออตอนแรกก็เรื่ออาหลานนี่แหละไม่คิดว่าจะได้จริงๆ
    #16507
    0
  19. #16458 สไปท์ อัครสิริ (@mmilkeiei) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 03:02
    ตามไปแทนรักเลยค้บพ้มม
    #16458
    0
  20. #16453 Mistyblack (@Mistyblack) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 23:37
    ร้องไห้
    #16453
    0
  21. #16412 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 22:36
    แอบหน่วงอีกกกกก
    #16412
    0
  22. #16346 Jibangrin (@Jibangrin) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 23:11
    คุณอาาาาาาาาาา
    #16346
    0
  23. #16345 zaha (@zahanateeruk) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 22:53
    ไปต่อปิติเถอะค่ะ รออออออออ
    #16345
    0
  24. #16282 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 23:06

    ตบเข่าฉาด เรื่องปีติคิดไว้อยู่เหมือนกันค่ะแต่มันอินเซสเลยไม่กล้าเดากลัวหน้าแตก 5555 รออ่านเลยค่ะ

    #16282
    0
  25. #16187 KYLM_ (@safeka) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 03:28
    รู้สึกดีที่จบแบบดีฮือ ถ้าจบแบบนิดมาช้าไปนี่เราคงน้ำตานองหน้าแน่ๆ อ่านแค่ตอนนี้ก็แบบหน่วงแล้ว
    #16187
    0