Love fox รักร้ายนายจิ้งจอกเจ้าเล่ห์

ตอนที่ 2 : อีฟฟี่...ที่รัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ต.ค. 60

          ณ ต้นไม้ต้นหนึ่งในป่าใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานที่จัดงานแต่ง  รอบๆนี้เต็มไปด้วยดอกไม้ใบหญ้าหลากหลายสีสันสะท้อนแสงจันทร์ยามค่ำคืนดูแล้วช่างสบายตาแก่ผู้ที่ผ่านมาพบเห็น ใกล้ๆกันนั้นก็มีลำธารน้ำใสไหลเย็นขนาดเล็กอยู่บริเวณเนินข้างล่างไม่ใกล้ไม่ไกลจากต้นไม้นี้ ทั่วบริเวณเนินแห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยภูตคริสสีรุ้งขนาดจิ๋วส่องแสงล่องลอยเหนือพื้นดินแค่เฉพาะเนินนี้เท่านั้น ทำให้บรินี้ดูสว่างไสวงดงามเป็นอย่างมาก ซึ่งฝีมือคนที่สร้างภูตคริสตันขึ้นมาก็คือหญิงสาวร่างบางผู้มีเรือนผมสั้นประบ่าสีเหลืองทองตรงปลายออกสีฟ้าแซมเขียวเล็กน้อย พร้อมด้วยดวงตาต่างสีที่ข้างซ้ายสีเขียวมรกตข้างขวาสีฟ้าใสน้ำทะเลสัญลักษณ์บนดวงตาคือใบโคลเวอร์สี่แฉกสีเหลืองอ่อนนอนเล่นกับพวกภูตที่ตนสร้างขึ้นอย่างสบายอารมณ์

          "อืม.....นี่ก็ใกล้จะเช้าเจ้าบ้าดีเลสยังหาเธอไม่เจออีกคงจะหัวเสียน่าดูเลยทีเดียว คิกๆ" คิดเองเออเองเสร็จสับก็หัวเราะออกมาอย่างกับคนบ้าที่หาสาระไม่ได้ ซึ่งผู้หญิงที่หัวเราะคนเดียวนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเธอคนนี้ก็คือเจ้าสาวที่ทุกคนรู้ว่าถูกลักพาตัวไปแต่แท้จริงแล้วเธอแค่หนีงานออกมาโดยหาข้ออ้างที่คิดว่าดูดีและสมเหตุสมผลที่สุดมาใช้แค่นั้นเอง ส่วนพ่อเธอกับพ่อของดีเลสถูกเธอล่อออกมาจากงานก่อนจะดักตีหัวให้สลบพร้อมร่ายเวทย์นิทราแล้วหิ้วไปกองทับกันบนโซฟาที่ห้องรับเเขกบ้านเธอเรียบร้อยตื่นมาคงตกใจกันน่าดูทีเดียว ส่วนคนในงานที่เหลือก็แค่สิ่งสมมุติที่เธอสร้างขึ้นมาจากรายชื่อที่ดีเลสให้เธอไปเชิญมา แล้วใครมันจะไปโง่เชิญมาให้คนอื่นรู้ว่าเธอกับไอ้บ้านี่เป็นสามีภรรยากันทำไม ดังนั้นเธอจึงสร้างบุคลเหล่านี้ขึ้นมาจากสิ่งของที่ไม่มีชีวิตก่อนจะร่ายเวทย์พร้อมแบ่งพลังชวิตที่มีมากเกินไปและฟื้นไวของเธอให้ และสร้างให้ออกมาให้เหมือนคนจริง บุคลิกหน้าตารวมทั้งนิสัยเหมือนเจ้าของทุกอย่าง รวมทั้งเผื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไอ้บ้านั่นโกรธจนอยากฆ่าคนขึ้นมา มันคงฆ่าคนในงานหมดแน่ ทั้งนี้เธอก็แค่เผื่อไว้ยังไงหมอนั้นคงไม่ฆ่าหรอก....(มั้ง)...ถ้าไม่ฆ่าจริงตามที่เธอพยายามคิดบวกไว้ยังไงซะสิ่งที่เธอสร้างก็จะสลายหายไปเอง แต่ถ้าไม่.....เธอล่ะไม่อยากจะคิด เลือดนองเต็มงานแน่(เธอเกลียดเลือดเห็นทีไรถ้าไม่ช็อคค้าง สติปลิว วิญญาณหลุด ก็คงสลบเหมือดไม่รับรู้อะไรอีกไปเลย) 
          ระหว่างที่คิดบวกกับภาวนานั้นเธอก็ก้มลงไปมองแหวนสีเงินที่มีลวดลายสวยงามบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธออย่างสะเทือนใจที่ได้สามีอย่างดีเลสมาอย่างไม่ตั้งใจ เพราะทางบ้านต้องการให้คนในตระกูลของตนแต่งกับตระกูลของดีเลส ช่วงเวลนั้นน้องสาวคนสุดท้องยังเรียนอยู่....ตัดทิ้งได้เลย ส่วนพี่ชายคนโตเข้าป่าไปล่าสัตว์หายากตั้งแต่เดือนก่อนป่านนี้ยังไม่กลับ ติดต่อก็ไม่ได้ หวยมันเลยมาตกที่เธอลูกคนที่สองของบ้านที่เรียนจบแล้วว่างงานมาเป็นปีอย่างเธอ แรกๆค้านหัวชนฝาตีลังกาต้านสุดฤทธิ์ สุดท้ายถูกแม่ที่ป่วยอยู่ขอร้องทั้งน้ำตาและถูกพ่อบังคับขั้นสุดจนเธอต้องยอมตกลงทั้งน้ำตา แล้วก็ได้แต่ภาวนาว่าแต่งกับใครในตระกูลเบรคก็ได้ที่ไม่ใช่ดีเลสเพราะเธอกับหมอนี่ ตอนเรียนอยู่นี่เป็นทั้งคู่กัด คู่แข่ง หรือแม้กระทั่งคู่เกลียด(เธอคนนึงเเหละที่เกลียด ส่วนหมอนั่นรู้สึกยังไงกับเธอนั้นไม่ทราบ) เจอหน้ากันทีไรถ้าเธอไม่เริ่มหาเรื่องก่อนก็คงเป็นอีกฝ่ายที่เข้ามาปั่นหัวเธอ แกล้งเธอแทน....สุดท้ายในอดีตแม้เธอจะคิดจะหวังอะไรแต่ในปัจจุบันนั้นคนที่เป็นสามีเธอคือ...อืม ไม่คิดถึงดีกว่าคิดไปมันก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้ว บอกได้คำเดียวคือตอนนี้เธอรู้สึก 'เซ็ง'


          ในขณะที่อีฟกำลังคิดถึงเรื่องราวในอดีตอยู่นั้น พลันสิ่งมีชีวิตโดยรอบก็พากันเหี่ยวเฉาตายกันไปอย่างรวดเร็วแม้กระทั่งสิ่งที่อีฟสร้างขึ้นก็หนีไม่พ้นทำให้บริเวณโดยรอบมืดลงทันที สร้างความตื่นตกใจให้แก่อีฟที่กลัวความมืดอย่างที่สุด จนอีฟต้องลุกขึ้นมาเพื่อร่ายเวทย์ป้องกันให้ตนเอง แต่ก็สายไปเสียแล้ว


           พลั่ก


          "โอ้ย!!!"

          ร่างของอีฟถูกเหวี่ยงไปกระแทกกับลำต้นของต้นไม้ที่เธอนอนอยู่เมื่อกี้อย่างแรง จนเธอเผลอร้องออกมาด้วยความเจ็บจากแรงกระแทก ก่อนที่จะถูกยกขึ้นดันติดต้นไม้ด้วยแรงของคนที่พึ่งมาถึงอย่าง.......ดีเลส......








          ชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลอมแดงแสนเจ้าเล่ห์กับเส้นผมสั้นสีดำสนิทที่บ่อยครั้งอีฟจะเห็นอีฟจะเห็นปล่อยผมปรกหน้าผากไว้เล็กน้อย บัดนี้ถูกจัดเซ็ทให้ตั้งขึ้นในชุดสูทสีดำทำให้ดูดีเรียบหรูในมาดคุณชาย(วายร้าย)ไปอีกแบบ อีกทั้งผิวที่ขาวจนซีด(เหมือนศพ)และบริเวณใต้ดวงตาที่ดูหมองคล้ำคล้ายคนไม่ได้นอนมาหลายปีของดีเลส ทำให้ผู้ชายตรงหน้าจากเดิมที่หล่อลากไส้ลากพุงอยู่แล้วยิ่งทำให้หล่อขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ช่างเป็นบุคคลที่ดูหล่อร้ายและอันตรายต่อหัวใจหญิงสาวทุกคน ยกเว้นคนนึงคือ...อีฟ....บัดนี้ถูกดีเลสจ้องด้วยแววตาวาวโรจน์เหมือนเธอไปทำความผิดอะไรมา???

          "ทำบ้าอะไรของนายมันเจ็บนะ!!!"

          อีฟตะโกนด่าดีเลสอย่างเหลืออด เธอแค่หนีงานมาเองไม่เห็นต้องโกรธแล้วทำรุนแรงกับร่างกายเธอแบบนี้เลย

          ".............."

          ดีเลสเงียบไปซักพักก่อนจะปล่อยอีฟร่วงไปนอนกับพื้นแล้วยิ้มมุมปากเล็กน้อยมาให้เหมือนกับท่าทางโมโหเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้รู้สึกเหมือนกับเป็นแค่การแสดงเล่นๆฉากนึงเท่านั้น

          "จุ๊ๆ ไม่บ่นสิคนดี ผมก็แค่คิดถึงภรรยาที่ฉลาดน้อยแบบคุณมากก็เลยเผลอแสดงความคิดถึงแรงไปนิดนึง หวังว่าจะไม่โกรธกันนะคนดีของดีล"

          ดีเลสพูดด้วยคำหวาน มีการลูบไล้แก้มเธอทั้งสองข้างอย่างเบามือและการแทนชื่อตัวเองในตอนท้าย สร้างความรู้สึกขนลุกขนพองให้แก่อีฟมากมายเพราะปกติหมอนี่ไม่พูดดีกับเธอขนาดนี้ แล้วยังมีการแสดงสีหน้าที่ชวนให้เธออยากกระโดดถีบซักทีแรงๆจะได้จบๆไปถ้าไม่ติดที่เธอยังเจ็บอยู่ ป่านนี้สอยไอ้บ้าโรคจิตนี่ร่วงแล้ว!!!! มั้ง????

          "ไอ้บ้า!!!ทำชั้นเจ็บขนาดนี้ยังจะไม่ให้โกรธอีก...ส่วนเรื่องฉลาดน้อยชั้นไม่เถียง เพราะมันเป็นเรื่องจริง....แล้วสุดท้ายชั้นไม่ได้เต็มใจแต่งงานกับนาย(ถึงจะแต่งไปแล้ว เป็นภรรยาหมอนี้แล้วก็เหอะ) ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อกับแม่บังคับอย่าหวังเลยว่าชั้นจะยอม!!!"อีฟพูดจบปัดมือดีเลสทิ้งอย่างไม่ใยดี แล้วลุกขึ้นแทบจะทันทีเพื่อจะหนีจากคนที่เธอเกลียดขี้หน้าแต่อนิจจา.....ต้องเป็นเพราะว่าเธอถูกเหวี่ยงเมื่อกี้แน่เลย พอเธอลุกปุ๊บความเจ็บก็แล่นไปทั่วร่างทันที ทำให้เธอเสียหลักเซล้มไปข้างหน้า โชคดี(รึเปล่า)ที่ดีเลสคว้าข้อมือและดึงเธอมาไว้ในอ้อมกอดไว้ได้ทัน ไม่งั้นเธอได้ดั้งหักแทนกระดูกหลังเป็นแน่แท้

          "นอกจากเธอจะโง่!!แล้ว ยังไม่เจียมสังขารตัวเองอีกรู้ทั้งรู้ว่าตัวเองเจ็บอยู่แทนที่จะอยู่นิ่งๆให้ชั้นแกล้งอีกหน่อย ถ้าชั้นคว้าข้อมือเธอไม่ทันๆได้ดั้งหักเพิ่มแน่ ถ้าเป็นงั้นขึ้นมาชั้นขี้เกียจหาเหตุผลร้อยแปดมาอธิบายกับแม่เธอให้เชื่อว่าเธอทำตัวเองไม่ใช่ชั้นทำ  ปวดหัวตายชัก!!!"
          คำพูดของดีเลสโดยรวมแล้วดูเหมือนเป็นห่วงเธอ แต่ประทานโทษเหอะ!!! ถ้าไม่ด่าเธอว่าโง่ สมองน้อย หรืออะไรก็ตามแต่จะ  แล้วนี่ยังจะมาเอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้เธอ จะเลวไปไหนจิตใจทำด้วยอะไรไอ้บ้า!!! ถ้าแม่เธอเชื่อขึ้นมาคนที่ซวยคือเธอนะยะ ฮึ่ม!!!! และถึงเธอจะด่าในใจหรือด่าออกเสียง ใบหน้าที่หนาเกินคนของดีเลสก็ไม่สะทกสะท้านหรอก คิดได้แบบนี้เธอจึงเงียบไม่ตอบโต้อะไรยอมให้ดีเลสกอดอยู่อย่างนั้น(พยายามดิ้นแล้วแต่ไม่หลุด---) ทั้งที่ในใจเดือดปุดๆ!!!



          ฝ่ายดีเลสเริ่มเห็นว่าอีฟไม่ยอมตอบโต้อะไรกลับมา แถมยังยอมให้เขากอดแต่โดยดีอยู่แบบนี้ คนขี้แกล้งแบบเขาก็เบื่อกันพอดี สงสัยคงต้องหาประเด็นอื่นมาแกล้งแล้วมั้งเนี่ย ของเล่นอย่างยัยอีฟชิ้นนี้เนี่ยเขาเองก็ถูกใจจนถึงขั้นต้องการเป็นเจ้าของขนาดนี้คงจะปล่อยไปง่ายๆไม่ได้หรอก กว่าจะได้เป็นเจ้าของเขาต้องเสียอะไรต่อมิอะไรไปตั้งเท่าไหร่ ต้องใช้ให้คุ้มสิ หึๆ

          "นี่อีฟ"

          "........."

          "คุณ-ออ-อ่าง-สระ-อี-ฟอ-ฟัน-ครับ" ดีเลสสะกดชื่อเล่นของอีฟเพื่อกระตุกต่อมความออดทนของเธอให้พังลงด้วยน้ำเสียงยียวนกวนอวัยวะเบื้องล่าง

          "อะไร"ฝ่ายถูกกวนก็ตวัดเสียงห้วนๆกลับมาด้วยความรำคาญอย่างที่สุดของที่สุด

          "คือว่า...."

          "จะพูดอะไรก็รีบพูดสิโว้ย!!!! รำคาญ!!! เงียบอยู่ได้!!! ชั้นง่วง!!!! อยากนอน!!!! แล้วกรุณาหยุดกอดชั้นได้แล้วอึดอัด!!!!"อีฟพูดกระแทกอารมณ์อย่างแรงในทุกคำที่พูด ทั้งด่า ทั้งว่า ทั้งขอร้อง?? แทนที่จะทำตามที่พูดแต่โดยดี กลับยิ่งกอดเธอแน่นขึ้น เพื่อ!!!
        

          'เอาที่สบายใจเลยพ่อคุณ----'


          "คือว่า...ชั้นแค่จะขอบคุณเธอหน่ะอีฟ ขอบคุณที่เธอสละความฉลาดที่มีอยู่เพียงน้อยนิดทิ้งไป แล้วใช้ความโง่ที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในการสละพลังเวทย์และเศษเสี้ยวพลังชีวิตของเธอไปสร้างมนุษย์ในงานที่ชั้นจัดขึ้นมาตามรายชื่อเป๊ะ.....ถ้าจะถามว่ารู้ได้ยังไงก็คงเป็นตอนที่ฆ่าทิ้งทั้งงานแล้วดันไม่มีวิญญาณเลยซักดวง เพราะงี้ถึงได้รู้ แต่เธอสร้างได้เหมือนมนุษย์จริงนะ สีแดงนี้ย้อมทั้งงานเลย ชั้นชอบมากจริงๆ คราวหลังสร้างอีกน-......"
          คนพูดอย่างดีเลสหยุดชะงักไปเพราะรู้สึกได้ว่าร่างที่ตัวเองกอดอยู่นั้นสติสตังไม่อยู่แล้ว สังเกตุได้จากการหมดสติสลบเหมือดหน้าซบอกเขาอยู่นี่ไง....
          "เฮ้ๆ ยัยทึ่ม.....เธอจะมาสลบตอนนี้ไม่ไดนะ ชั้นขี้เกียจลากเธอกลับบ้าน" ดีเลสเขย่าก็แล้ว เรียกก็แล้ว ร่างบางในอ้อมกอดก็ไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบโต้  


          'หึๆ อ่อนซะจริง แค่พูดถึงคำว่าสีแดงก็สลบแล้ว ท่าทางจะกลัวเลือดน่าดูเลยนี่....ก็ดี....คราวหลังจะแกล้งบ่อยๆเลย 55555'


          "อ้อ!!!......แล้วก็ชั้นลืมบอกเธอไปอย่างนึงหน่ะว่า คนที่เธอสร้างมาในงานแต่งนี้ จริงแล้วมันก็แค่งานแต่งปลอมๆที่ชั้นแสร้งทำขึ้นมาแกล้งเธอเล่นเท่านั้นไม่ได้มีใครรู้ว่าเราเป็นผัว-เมียกัน ยกเว้นเฉพาะคนในตระกูลของเราที่รู้กันดีน่ะ 55555 บอกเธอไปตอนนี้คงไม่รับรู้อะไรแล้วมั้งเนี่ย โว้ ชั้กนักเธอจัง อีฟฟี่..ที่รัก



          โดยที่คนที่สติปลิวหายไปนั้น ภายใต้จิตสำนึกของเธอนั้นมีแต่คำด่าเต็มไปหมด แต่ที่เน้นเลยก็คือ 'ชั้นเกลียดนาย!!!!!!' ลอยวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำไปมา





          ฟืด

          ดีเลสสูดกลิ่นกายอันหอมหวานสุดเย้ายวนของอีฟที่บริเวณแก้มของหญิงสาวเต็มแรง ก่อนจะบรรจงจุมพิตที่หน้าผากอย่างแผ่วเบาแล้วช้อนร่างของอีฟมาอุ้มไว้ในอ้อมแขน แต่พอเดินไปได้ซักพักเขาก็พูดพึมพำมาประโยคหนึ่ง ก่อนจะเดินหายเข้าไปในป่าพร้อมกับดวงอาทิตย์ที่ลอยพ้นขอบฟ้า ส่องสว่างให้กับเช้าวันใหม่  



          "ว่างๆเธอออกกำลังกายหน่อยก็ดีนะอีฟ ตัวเล็กนิดเดียวหนักอย่างกับช้าง"

          
__________________________________________________
-------------------------------------------------
__________________________________________________

ในที่สุดตอนที่สองก็คลอดออกมาแล้ว
ส่วนชื่อตอนอย่าไปสนค่ะ ฮาาา 
ชื่อตอนไรท์ไม่รุจะตั้งว่าอะไร เอาอันนี้แก้ขัดไปก่อนเน๊อะ ไว้ไรท์คิดได้แล้วจะเปลี่ยนให้นะคะ

ไรท์นี่ใช้เวลาพิมไปหลายวันเลย(+ไรท์ขี้เกียจพิมพ์มันเลยช้า ^_^")
ถ้ามีไรท์ผิดพลาดหรือควรแก้บอกไรท์ได้ ครุคริๆ
บายๆเราขอตัวไปแต่งต่อเน้อทุกท่าน 555555


0 ความคิดเห็น