รอยซาตาน

ตอนที่ 4 : บทที่1 (3/3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,787
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    3 ส.ค. 52


/>

บทที่ 1 (3/3)

 

สายลมเย็นพัดลอดผ่านช่องหน้าต่างบานเกล็ดที่เปิดแง้มไว้ บางครั้งโชยเอื่อยหากบางคราวกระโชกแรงจนผ้าม่านสีมอซอสะบัด ยินเสียงฟ้าคำรามสนั่นและเมื่อมองฝ่าความมืดภายนอกก็เห็นแสงเรืองวาบแตกเป็นเส้นไกลๆ

มองได้ชั่วครู่เด็กชายก็หลับตาแน่น ร่างผอมสูงของวัยกำลังโตที่นอนคว่ำหน้าบนฟูกเกร็งขึ้น เขาทั้งเจ็บทั้งแสบแผลบริเวณที่แม่แต้มยา ชัชชลไม่เห็นร่องรอยจากการลงโทษแต่ก็เดาจากการกระตุกของตัวเองว่าคงมีไม่น้อยทีเดียว

ทนหน่อยนะชัช แผลสุดท้ายแล้วล่ะรอเพียงครู่แม่จึงส่งเสียงบอกว่า เสร็จแล้วลูก...รอสักสองสามวันก็คงหาย

สิ้นประโยคนั้นเด็กชายจึงพลิกตัวตะแคง เขาจับเอามืออุ่นจัดมากุมก่อนยกขึ้นทาบแก้ม...ถึงจะใช้สักล้านคำขอบคุณก็คงเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่แม่ทำให้เขา และแม้จะใช้ล้านคำขอโทษก็คงไม่อาจชดเชยน้ำตาจากความเสียใจเพียงหยดเดียวของผู้หญิงอันเป็นที่รักคนนี้

ชัชไม่ได้แก้ตัวนะ แต่ชัชไม่ได้ทำจริงๆ

ในแสงอ่อนจางของโป๊ะไฟอ่านหนังสือเด็กชายเห็นว่าแม่ยิ้มอย่างอ่อนโยน มืออีกข้างยกขึ้นลูบหัวเขาเบาๆ ทั้งปลุกปลอบและโอ้โลมให้ความว้าวุ่นในใจสงบลงบ้าง แม่พูดกับเขาเสียงแผ่วหากเนื้อเสียงก็หนักแน่นพอที่จะนึกวางใจ

เราคุยกันตั้งแต่เย็นแล้วนะว่าความจริงที่ชัชเล่าทั้งหมด...แม่เชื่อ แล้วที่เชื่อก็ไม่ใช่เพราะชัชเป็นลูกแม่ แต่เพราะแม่เชื่อว่าชัชเป็นเด็กดี ชัชจะทำในสิ่งที่ถูกต้องและสมควร

ชัชชลถอนใจอย่างที่พอจะคลายความวิตกลงบ้าง เขาประคองฝ่ามือซึ่งทาบอยู่ข้างแก้มมาหอมเบาๆ

ชัชดีใจที่มีแม่เป็นแม่ ชัชสัญานะว่าชัชจะตั้งใจเรียน ชัชจะหางานดีๆ แม่จะไม่ต้องลำบากอีก ชัชจะซื้อบ้านหลังใหญ่ๆ ให้แม่อยู่ด้วยนะ ซื้อรถที่สวยกว่าทุกคันในโรงจอดของคุณเอกให้แม่นั่ง แล้วก็...

ฝันหวานของเด็กชายชะงักลงตรงนั้นเมื่อยินเสียงเคาะประตูห้อง เขาขยับยันตัวนั่งข้างแม่ รอฟังคนข้างนอกจะว่าอย่างไรแต่เมื่อไม่มีเสียงพูดจึงเป็นฝ่ายถามก่อน

ใครนะ

ฉันเอง

ใช้เวลาใคร่ครวญเพียงอึดใจก็นึกออก ใครที่ยืนอีกด้านของประตูคือเอกชัย

แม่ทำท่าจะลุกไปเปิดหากชัชลรีบรั้งแขนไว้ก่อน เขาไม่วางใจผู้ชายคนนั้น ไม่เลยแม้จนนิด โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นแววตาและการกระทำที่เอกชัยมีต่อแม่เมื่อช่วงบ่าย...ยิ่งทำให้เขาหวั่นใจ

 ป้ายุพาเคยบอกว่ากลางคืนไม่ให้เปิดประตูรับใคร แม้แต่คุณเอกเด็กชายกระซิบแผ่ว เขายกเอาเหตุผลที่แม่น่าจะรับได้มากล่าวอ้าง ก่อนเสียงทุ้มที่เริ่มมีเค้ากังวานของวัยหนุ่มจะโพล่งออกไปโดยไม่รีรอการคัดค้านใดๆ

คุณเอกมีอะไรเหรอครับ

อ่อ...คนข้างนอกเงียบครึ่งอึดใจเหมือนกำลังดึงประโยคที่เตรียมมาออกจากลำคอ ฉันจะบอกให้เธอไปเอายาใส่แผล

ผมใส่แล้วล่ะครับ คงไม่รบกวนคุณเอก

ชัช!’ แม่ตีแขนชัชชลเบาๆ ทว่ากลับถูกมืออันประกอบด้วยนิ้วผอมยาวรวบกุมไว้เรากำลังเสียมารยาท

เด็กชายปรับเสียงให้เบาจนแทบไม่ได้ยินเมื่อพูดกับคนด้านข้าง พูดตามตรงนะว่าชัชไม่ไว้ใจเขา

คราวนี้ล่ะที่แม่หวดมือเผียะใหญ่ แม่เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าพูดแบบนี้อีกเราอาจต้องย้ายออกจากที่นี่

ชัชก็ไม่อยากอยู่นักหรอกแม่ ถ้าเป็นไปได้ชัชอยากจะพาแม่ไปอยู่ที่อื่น

นั่นคือสิ่งที่เขาคิดฝันเอาไว้ แล้วคอยดูเถอะ สักวันหนึ่งเขาจะต้องพาแม่ออกไปจากที่นี่ให้ได้อย่างที่พูด เราจะมีบ้านของตัวเอง และเขาจะทำให้แม่มีความสุข ไม่ใช่ต้องทนอึดอัดคับข้องใจเช่นทุกวันนี้

แต่มันยังเป็นไปไม่ได้...วันนี้เรายังต้องอยู่ที่นี่ เราก็ต้องทำตัวดีๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง คงเพราะเห็นว่าเงียบไปนาน

ชมนาถนอนรึยัง ตกลงจะให้ลูกเธอไปเอายาใส่แผลไหม

ชัชชลมองสบสายตาเด็ดขาดของอีกฝ่าย สุดท้ายก็ต้องยอมคลายมือปล่อยแม่เดินไปเปิดประตู เขาระบายลมหายใจอย่างอึดอัดขณะลุกตาม พอบานไม้เปิดออกจึงเห็นว่านอกเหนือจากเอกชัยแล้วยังมีลุงคนสวนอีกสองคนยืนเยื้องด้านหลัง

...มาทำไมกันตั้งเยอะแยะ

ให้ลูกชายเธอตามสองคนนี้ไปเอายา

คำพูดที่ฟังอย่างไรก็เป็นการออกคำสั่งนำพาความวิตกเข้าเกาะกุมหัวใจของชัชชล เขาโอบเอวแม่ไว้แน่นเมื่อแวบหนึ่งทันได้เห็นประกายปรารถนาในแววตาของเอกชัย

ผู้ชายคนนี้ไม่ได้มาดี!

ผมใส่ยาแล้วเด็กชายโพล่งออกมา เขากำลังย่างเข้าวัยหนุ่มที่มองออกแล้วว่าผู้ชายด้วยกันคิดอย่างไร และแน่นอนที่เขาจะพยายามทุกวิถีทางจำกัดให้เอกชัยได้เพียงแค่คิด

อย่าหวังว่าจะได้ไต่ลามไปถึงการกระทำ!

วันนี้ทาแล้วก็เก็บไว้ทาพรุ่งนี้ ยาของฉันมันเป็นยาดี ทาแล้วแผลหายไว

งั้นพรุ่งนี้ผมค่อยไปเอา

ไอ้เด็กเหลือขอ!’ เอกชัยคำรามในคออย่างไม่สบอารมณ์ ลักษณะท่าทางคล้ายอยากจับร่างผอมสูงเหวี่ยงออกจากจุดนั้น

ทว่าเด็กชายยังยืนนิ่ง เป็นแม่เสียอีกที่ละล่ำละลักขอโทษและดันเขาออกจากตัว ตามลุงเขาไปเอายาเถอะชัช คุณเอกอุตส่าห์เมตตาเรา

แต่ชัชห่วงแม่

งั้นก็รีบไปรีบกลับนัยน์ตาแม่สื่อความหมายตามที่พูด แน่ล่ะ เลี่ยงการมีปัญหากับเจ้าของบ้านดูจะเป็นทางออกที่ดี สำคัญคือให้รีบกลับมาเพื่อขัดขวางสิ่งที่นึกกังวล

ชั่งใจชั่วครู่ชัชชลก็พยักหน้า ร่างผอมสูงของวัยกำลังโตเบี่ยงตัวหลีกเอกชัยก่อนออกเดินตามชายฉกรรจ์ทั้งสอง ทว่าพอลับเหลี่ยมมุมของบ้านห่างจากเรือนคนใช้มาไม่ไกลเขาก็ต้องสะดุ้งใจหายวาบ เมื่อแว่วเสียงเอะอะและได้ยินคล้ายแม่หวีดร้อง!

โดยไม่เสียเวลาคิดสักวินาทีที่เด็กชายหมุนตัวกลับออกวิ่ง มันช่างเป็นขณะวินาทีที่ใจเขาหดเล็กราวถูกบีบอัดจากความห่วงพะวงจนช่องอกโหวงวูบ ร่างผอมมาถึงหน้าห้องอย่างรวดเร็วปานปลิวมากับลมฝนที่กระโชกพัด เวลานี้ประตูปิดสนิท พอออกแรงดึงก็พบว่ามันล็อกจากภายใน!

ไม่นะ! อย่าได้เกิดอะไรขึ้นกับแม่เลย

แม่!’ เขาแผดเสียงพร้อมรัวมือทุบบานไม้อย่างบ้าคลั่ง แข็งขาก็อ่อนเปลี้ยไปซะหมดจนเหมือนจะทรุดฮวบเมื่อไร้เสียงตอบกลับจากคนข้างใน และเพราะอาการเป็นอย่างนี้จึงง่ายดายซะเหลือเกินที่ชายวัยฉกรรจ์สองคนจะกระชากร่างผอมติดมือออกจากจุดนั้น

ปล่อยนะ ไอ้สารเลว!’ ชัชชลตวาดลั่น เสียยิ่งกว่าสัตว์ป่าติดบ่วงกับการดิ้นรนขัดขืนขณะถูกลากห่างออกจากตัวห้องเรื่อยๆ น้ำตาที่เคยสะกดกั้นเอาไว้ได้บัดนี้ไหลพราก ทุกอย่างสุดระงับทั้งอารมณ์และการกระทำ

ไอ้สัตว์นรก! ไอ้x!’

ไอ้เด็กนี่ฤทธิ์มากจริง ข้าว่าเรารีบมัดมือมันก่อนดีกว่าว่ะ

เด็กชายสะบัดตัวแรงกว่าเดิมหลังได้ยินประโยคนั้น เขาคำรามกราดเกรี้ยวเมื่อถูกเส้นเชือกรัดข้อมือทั้งสองข้างแน่นจนบาดผิว...แต่แค่นี้อย่าหวังเลยว่าจะรั้งเขาไว้ได้ เพราะถึงจะเจ็บกว่านี้ แม้จะเจียนตาย  อย่างไรชัชชลก็ต้องไปช่วยแม่! 

กำลังทั้งหมดถูกรวบรวมก่อนร่างผอมสูงจะกระโดดสองขา ถีบคนตัวโตกว่าพาล้มกลิ้งไปด้วยกัน

ไอ้เด็กเวรเอ๊ย!’

มือหยาบกร้านบีบเข้าที่คางของเด็กชายขณะพวกมันอีกคนจัดการมัดข้อเท้าอย่างไม่ปราณี...ชัชชลหายใจแทบไม่ออกเมื่อไอ้สารเลวกระชากคอเสื้อด้านหลังลากเขาไปบนพื้นปูน ผิวเนื้อนอกเครื่องแต่งกายสีหม่นเจ็บระบมก่อนปวดแสบจากการแตะความชื้นในสนามหญ้า เขารู้ว่าหยุดก็ตอนร่างทั้งร่างนอนกองซบดินหลังชิดโคนต้นไม้

แม่! ต้องไปช่วยแม่...สำนึกเดียวในสมองคือประโยคนั้น

มัดมันติดกับต้นไม้นี่ล่ะ ไอ้นี่มันร้ายนัก ถ้าไม่จัดการให้ดีจะหลุดไปได้

แต่ฝนลงเม็ดแล้วนาพี่ เดี๋ยวมันจะไม่สบายเอา อีกอย่าง...แค่นี้มันก็คงเจ็บมากแล้ว

ตากฝนนิดหน่อยมันไม่ตายหรอกน่า เอ็งอย่ามาทำเป็นใจดีหน่อยเลย ถ้าจะห่วงก็ห่วงตัวเองเถอะวะ เกิดไอ้นี่หลุดไปช่วยแม่มันได้เรานั่นแหละที่จะเจ็บแทนมัน

พวกมันประคองเขาให้ลุกนั่ง ชัชชลเจ็บหนึบไปหมดหากยังสะบัดตัวขัดขืน ทว่าดูเหมือนหนทางหลุดรอดจะริบรี่ลงทุกที ในสติที่เริ่มรางเลือนคล้ายเขาจะได้ยินตัวเองร่ำไห้เคล้าเสียงครืนครั่นของฟ้าร้องและสายฝนที่สาดซ่า ได้โปรดเถอะ อย่าทำกันอย่างนี้ อย่ามัดเขาไว้ที่นี่เลยนะ...

เขาจะต้องรีบไปช่วยแม่

ลุงจ๋า...ปล่อยฉันเถอะนะ ฉันห่วงแม่ถ้อยความอ้อนวอนเบาหวิว ทุกคำแฝงเร้นด้วยความปวดร้าว ทว่าหัวใจด้านชาน่ะหรือจะรับรู้

 ไม่ต้องห่วงแม่คนสวยของแกหรอกไอ้หนู คุณเอกเขาก็แค่...เสียงหัวเราะดังขึ้น น่าขยะแขยงเสียยิ่งกว่าสิ่งใดในชีวิตสิบสามปีที่เคยเจอ...พาขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดไปด้วยกัน

ไอ้ชาติชั่ว!’

เสียงคำรามราวสัตว์ป่าบาดเจ็บดังสนั่นขณะเส้นเชือกที่รัดผ่านรอบอกถูกดึงแน่น ใจหรือก็เต็มท่วมด้วยความเคียดแค้นกระทั่งอากาศไม่อาจแทรกผ่านไปถึงปอด ในภาวะกระเสือกกระสนหนีจากพันธนาการอย่างบ้าคลั่ง...ชัชชลรู้ว่าตัวเองกำลังสะอื้นฮัก

และท่ามกลางเม็ดฝนเย็นเฉียบที่กระหน่ำโปรย...เขาสัมผัสได้ถึงไอร้อน...ที่ลากเป็นรอยจากหัวตา

แม่...แม่...

น้ำตาเคล้าเสียงสะอื้น แม้เพียงคร่ำครวญยังไม่เป็นภาษา...เจ็บกายทุกหนในชีวิตสิบสามปีรวมกัน ยังเทียบไม่ได้เลยกับเศษธุลีของความรู้สึกเจ็บแปลบในหัวใจคราวนี้ ชัชชลสำลักความปวดร้าวที่ประดังเข้ามาราวน้ำหลาก ความโศกเศร้าขึ้นมายัดที่ต้นคอและเหมือนลมหายใจจะสะดุดห้วงขาดตอนลงตรงนั้น

แม่...ชัช...ขอ...โทษ...

เนิ่นนานราวชั่วกัปชั่วกัลป์กับการตกอยู่ในอเวจี ภายนอกหนาวยะเยือกจนสั่นสะท้าน หากภายในร้อนรุ่มดั่งถูกแผดเผาด้วยไฟนรก...ในความทุกข์ระทมเกินใจยอมรับ คำถามหนึ่งผุดโผล่กลางสมอง...เขากับแม่เคยทำผิดชั่วอะไรหรือ? โชคชะตาจึงเสกปั้นซาตานจากนรกานต์ให้กระทำย่ำยีกับพวกเราอย่างนี้!

ไอ้เลว...

ชัชชลขอสาบาน...สวรรค์โปรดจดจำดังเช่นที่หัวใจของเขาได้ประทับความเจ็บปวดฝังลึกไร้ทางเลือน...สิ่งใดที่พวกมันทำกับเขาและแม่ สักวันหนึ่งเขาจะย้อนรอยตอบแทนอย่างสาสม!

คอยดูเถอะ สักวันชัชชลจะตาม รอยซาตานของมัน เพื่อตรา รอยซาตานให้ชีวิตพวกมันด่างพร้อยเปื้อนมลทินไม่ต่างกัน!

ร่างผอมสูงที่ถูกรัดตรึงกับต้นไม้หอบหายใจแรง ศีรษะก้มต่ำจากอาการคอตกค่อยๆ เงยขึ้นเมื่อรู้สึกว่าเม็ดฝนเย็นจัดไม่ต้องกระทบผิวกาย ท่ามกลางความมืดยามราตรี...เขาเห็นกรอบเงาทะมึนของร่างเล็กยืนกางร่มห่างหน้าไปเพียงช่วงศอก

ใครกัน? ไอ้สารเลวสองคนนั้นไปหลบฝนตั้งแต่เมื่อกี้แล้วไม่ใช่หรือ...ชัชชลขบฟันแน่น จะใครก็ช่างเถอะ ถึงยังไงคนบ้านนี้ก็ชั่วช้าเหมือนกันหมดนั่นล่ะ

แรงที่แทบจะไม่มีเหลือถูกใช้ขยับดิ้นรนอีกครั้ง ให้พวกมันรู้ไว้ว่าเขาไม่มีวันยอมแพ้ ไม่มีวันยอมจำนนต่อความเลวร้ายที่พวกมันกำลังทำ ทว่าเด็กชายก็ชะงักค้าง...ใครคนนั้นกำลังใช้ผ้าบรรจงเช็ดบนหน้าของเขา

เสียงฝนกระทบพื้นและคันร่มดังระงม อย่างนั้นก็ได้ยินเสียงสะอื้นฮักผะแผ่วถนัดหู คนตรงหน้ารามือไปแล้วก่อนทำตัวขะยุกขะยิกเหมือนกำลังล้วงบางอย่าง

อย่าโกรธเค้าเลยนะ...เค้ากลัวพี่วิท เค้า...เลยต้องโทษตัว

ชัชชลเบิกตากว้าง...อรยา ลูกสาวไอ้สาวเลวอย่างนั้นหรือ!

ไปไกลๆ เลยนะ ไอ้พวกสารเลว!’ เขาตวาด เนื้อตัวสั่นเทาจากความคั่งแค้นที่ปะทุภายในพ่อแกทำร้ายแม่ฉัน ไอ้เลว ไอ้ชั่ว!’

ตัวพูดอะไร!’ ฝ่ามือเล็กๆ ฟาดเข้าที่แก้มอีกฝ่ายเบาๆ แค่พอเรียกสติ ลุงสองคนตรงนู้นบอกเค้าแล้วว่าคุณพ่อแค่จะคุยกับแม่ตัวเรื่องที่ตัว...ต่อยกับพี่วิท ตัวเป็นเด็กดื้อ ตัวไม่ยอมก็เลยต้องถูกทำโทษแบบนี้

หางประโยคของหล่อนมีแววสำนึกผิด ครั้นเด็กชายคำรามเกรี้ยวกราดอรยาก็ถอนใจเบาๆ

ผิดที่เค้าเอง...ตัวเลยต้องตากฝน

ไอ้เอกชัย ไอ้สัตว์นรก!’

อย่าว่าพ่อเค้าอย่างงั้นนะ! พ่อเค้าก็แค่จะคุยกับแม่ตัว คุณพ่อชอบลงมาคุยกับทุกๆ คนนั้นแหละ ทั้งป้ายุพาแล้วก็คนอื่นๆ...ผู้ใหญ่จะคุยเรื่องความประพฤติของเรา เขาเลยไม่อยากให้เราอยู่ด้วย แค่นี้ไม่เห็นจะต้องโกรธ อีกอย่างตัวก็มาอยู่บ้านเค้า คุณพ่อบอกว่าถ้าคิดจะพึ่งพาอาศัยเราก็ต้องทนคุณหนูอรยายื่นบางอย่างมาจ่อที่ปากของเขา กินช็อกโกแลตก่อน จะได้อารมณ์ดีๆ

ไม่!’

เอ๊ะ! เค้าบอกให้กินก็กินสิ ดาร์กช็อกโกแลต...หวานอมขมหน่อยๆ แต่อร่อยนะ อย่างตัวไม่เคยกินหรอกเพราะมืดหรือเห็นว่าเขาปิดปาดสนิทก็ไม่ทราบ หล่อนจึงพยายามยัดไอ้ที่เรียกว่าดาร์กช็อกโกแลตจนมันเละเปรอะหน้าไปหมด กินเถอะนะ เค้า...อุตส่าห์เอามาง้อตัว

ไปให้พ้น!’ เขาสะบัดหน้า จังหวะนั้นเองที่เห็นเงาตะคุ่มวิ่งตรงมาทางนี้...คงไม่พ้นลูกน้องไอ้เอกชัย

กลับเถอะครับคุณหนู คุณเอกออกมาแล้ว

แวบแรกชัชชลโล่งอก ทว่าวินาทีถัดมามันกลับแปรเปลี่ยนเป็นน้ำกรดกร่อนทุกอณูของหัวใจจนปวดแสบปวดร้อน...เขาช่วยแม่ไม่ทันแล้วอย่างนั้นหรือ!

ร่างผอมสั่นสะท้าน หมดเรี่ยวแรงจนต้องปล่อยเส้นเชือกที่รัดรอบอกเหนี่ยวตัวเองไม่ให้ฟุบลงกับพื้น เวลานี้ไม่เหลืออีกแล้วความเข้มแข็ง ไม่มีอีกแล้วความอับอาย...เขาสะอื้นเสียงดัง น้ำตาไหลพรูเป็นทางไม่แพ้ห่าฝนที่กระหน่ำโปรย

เค้าไปก่อนนะประโยคนั้นดังแผ่ว ผ่านหูแต่ไม่รับรู้

 คนตัวเล็กจากไปแล้วพร้อมกันที่เม็ดฝนเย็นเฉียบตกต้องผิว ครู่เดียวหรือเนิ่นนานไม่มีสติตรึกตามกว่าเส้นเชือกที่พันอยู่รอบตัวทุกจุดจะคลายออก...ส่งให้ร่างทั้งร่างซวนซบลงกับพื้นหญ้าเจิ่งน้ำ

เอ้า! ไปหาแม่คนสวยของแกได้แล้ว

ไอ้คนพูดหายลับตาตอนที่ชัชชลยันกายลุก แข้งขาเขาอ่อนเปลี้ยเหมือนทรงตัวไม่อยู่ สุดท้ายจำต้องคลานกระทั่งถึงหน้าห้อง มือผอมไหวระริกตอนผลักบานประตูเปิด...

แม่...

เจ็บในอกราวหัวใจแหลกสลายเมื่อเห็นเสื้อผ้าชุดที่แม่ใส่แยกชิ้นกันตกเกลื่อนพื้น บนเตียงมีร่างในผ้าห่มผืนบางนอนตัวสั่นเทิ้ม...ไหล่เปลือยเปล่าที่โผล่พ้นเครื่องกำบังขึ้นรอยแดงเป็นจ้ำ

ไอ้...เลว...

ทำไมมันถึงทำกับแม่แบบนี้? ทั้งที่มันก็มีเงิน มีเกียรติ มีหน้าตาในวงสังคม นั่นย่อมมีผู้หญิงอีกมากไม่ใช่หรือที่ยินดีจะใช้ร่างกายปรนเปรอความสุขให้...

แล้วทำไมต้องเลือกแม่ ทำไมต้องเลือกขืนใจผู้หญิงที่ไม่ยินยอม?

ชัชชลทุบกำปั้นลงกับพื้นอย่างไม่รู้เจ็บปวดเมื่อคำตอบผุดโผล่กลางสมอง จะอะไรซะอีกเล่าถ้าไม่เพราะเราไร้ทางสู้ทั้งกำลังเงินและกำลังกาย...หนึ่งเด็ก หนึ่งผู้หญิง ง่ายดายเหลือเกินสินะที่ผู้ชายสักคนจะใช้สิ่งที่มีเหนือกว่าบังคับและกระทำกับเราอย่างที่เขานึกพอใจ

ทั้งที่เราก็เป็นคน มีเลือดเนื้อ มีจิตใจไม่ต่างกัน!

เด็กชายปิดเปลือกตาลง ยกมือขึ้นสะกดเสียงสะอื้นกันมันหลุดรอดเข้าหูแม่ ชัชชลรู้...ในสถานการณ์นี้แม่คงอ่อนแออย่างถึงที่สุด เขาจึงจำต้องเป็นหลักที่เข้มแข็ง ไหวเอนน้อยกับสิ่งที่มากระทบ เพื่อให้ท่านใช้เป็นหลักยึดเหนี่ยวโดยมั่นใจว่าจะไม่พาเขาซวนเซล้มไปด้วยกัน

 ร่างผอมกระตุกเล็กน้อย ดวงตาลืมขึ้นเร็วเมื่อใครบางคนจัดการคลี่มือเขาออก ภาพที่เห็นเลือนรางด้วยหยดน้ำตา กว่าจะนึกได้ว่าเป็นไอ้เอกชัยมันก็ยัดบางอย่างเข้าในมือเขาเรียบร้อยแล้ว

ค่าที่แม่เธอให้ความสุขฉัน อ่ะ เก็บไว้กินขนมนะ

ลมหายใจสะท้านลึกในช่องอก ไม่เสียเวลาคิดใคร่ครวญชัชชลก็กระโจนเข้าหาอีกฝ่ายอย่างคุ้มคลั่ง นิ้วผอมๆ ที่กำเข้าหาฝ่ามือจนแน่นเงื้อมขึ้น ทว่ายังไม่ทันหวดหน้าให้ไอ้สารเลวได้เจ็บเขาก็ถูกลูกน้องของมันกระชากออกเหวี่ยงกลับเข้าห้องอย่างไม่ใยดี มันคนหนึ่งถีบประตูกระแทกปิด จังหวะนั้นเองที่ทันได้เห็นรอยยิ้มบนริมฝีปากไอ้เอกชัย...น่าขยะแขยงเป็นที่สุด!

ชัช...

คนถูกเรียกชะงักค้าง ความตั้งใจที่จะออกไปตอบโต้อีกฝ่ายมลายสูญ เขาค่อยๆ หมุนตัวกลับก่อนโผเข้ากอดแม่ที่นั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง

ร่างกายของผู้หญิงที่เคารพรักยังคงสั่น อาการนั้นได้โยกคลอนหัวใจของเขาให้โอนเอนตาม เขากดศีรษะแม่ให้ซบกับอกแคบๆ ลูบหัวไหล่เปลือยเบาๆ อย่างปลุกปลอบและโอ้โลม

แม่ไม่ต้องกลัวนะ ตั้งแต่นี้ไป...ชัชจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายแม่อีก

ถ้อยประโยคนั้นหนักแน่นจริงจังอย่างที่ใครสักคนสามารถเชื่อมั่นและวางใจ

 

ทว่าบางครั้งสิ่งที่เราตั้งใจหวังก็ไม่เป็นไปตามที่คิด...

ชัชชลนั่งพิงผนังอยู่ริมประตู ในมือถือคัตเตอร์ที่เลื่อนใบมีดคมกริบโผล่พ้นกว่าครึ่ง ความรู้สึกด้านลบหลากหลายกระทุ้งอยู่ในช่องอกจนเหมือนจุก ดวงตายาวรีแดงก่ำทอดมองร่างซูบผอมที่หายใจผะแผ่วบนเตียงเดี่ยวภายใต้บรรยากาศขมุกขมัว

สามวันแล้วสินะที่เขานั่งเฝ้าประตูอยู่อย่างนี้โดยไม่ไปโรงเรียน แต่มันป็นวันที่สามสิบสามหลังจากผ่านเหตุการณ์ครั้งนู้น...เขาหอบหายใจแรง นึกเจ็บใจตัวเอง นี่ถ้าวันนั้นไม่หนีเรียนกลับมาดูแม่ที่ไม่สบายก็คงไม่รู้หรอกว่าไอ้เอกชัยย่องเข้าหาแม่ตอนกลางวัน!

มันเป็นเวลาหนึ่งเดือนที่ผู้หญิงคนหนึ่งต้องทนโดยไม่อาจปริปากบอก เป็นเวลาหนึ่งเดือนที่เด็กชายวัยสิบสามไม่นึกเอะใจสงสัย และเป็นเวลาหนึ่งเดือนซึ่งคงเป็นที่มาของอาการ ตรอมใจจนล้มป่วยอย่างที่ใครๆ ในบ้านพูดกัน!

ร่างผอมเกร็งขึ้น มือจับใบคัตเตอร์ไว้แน่นเมื่อยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา...ป้ายุพารึเปล่านะ? ก็สามวันมาแล้วนี่ที่ป้าแอบเอาข้าวมาส่งให้ตอนค่ำๆ

ในเมื่อแม่ล้มป่วยนอนซมอยู่บนเตียง ส่วนเขาเฝ้าอยู่ตรงนี้แทบไม่ขยับ แต่ถึงเราคนใดคนหนึ่งจะออกไปเอาก็คงไม่ได้ข้าวอยู่ดี ในเมื่อไอ้เอกชัยสั่งว่า...ห้ามสองแม่ลูกกินข้าวบ้านนี้เด็ดขาด!

แต่ตอนนี้เพิ่งจะล่วงเข้าเย็น ใครคนนั้นคงไม่ใช่ป้ายุพาแน่...ชัชชลมองจับหน้าต่างบานเกล็ดสีขุ่นที่แง้มไว้นิด เพียงครู่ช็อกโกแลตห่อกระดาษสีสวยก็ลอดผ่านช่องหน้าต่างตกลงบนพื้น

เขารู้ด้วยซ้ำว่าเป็นดาร์คช็อกโกแลต เพราะสามสิบสามวันที่ผ่านมาคุณหนูตัวเล็กแอบทำแบบนี้ไม่ได้ขาด

แล้วทำไมถึงรู้ว่าเป็นอรยานะหรือ? ก็เพราะเขาจำรสหวานอมขมปร่าของหยดน้ำตาได้ดีนะสิ!

ชัชชลลุกไปหยิบมันใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ เขาก้าวขาอืดอาดก่อนยอบลงนั่งข้างเตียง มืออันประกอบด้วยนิ้วผอมสั่นเบาๆ อย่างสุดระงับเมื่อยื่นไปแตะหน้าผากแม่...

ตายล่ะ! ร้อนยังกับเอามืออังไฟ

เด็กชายหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กวิ่งเข้าห้องน้ำ ชุบน้ำและบิดพอมาดๆ กลับมาวางบนหน้าผากแม่...วันนี้เราสองคนยังไม่ได้กินข้าวซะด้วย ได้แต่รองน้ำในห้องน้ำดื่มกลั้วท้อง ส่วนยาลดไข้ของแม่ก็หมดแล้วและต้องรอเอาจากป้ายุพา

ใจชื้นขึ้นมาหน่อยเมื่อยินเสียงเคาะประตู ร่างผอมผุดลุกวิ่งไปเปิดเร็ว ทว่าพอผลักบานไม้อ้าออกใครหลายคนตรงนั้นก็ทำให้เขาจับคัตเตอร์ขึ้นเหวี่ยงสะเปะสะปะ ขายาวขยับแยกยืนจังก้า...แม้มดสักตัวก็อย่าหวังจะได้ผ่าน!

ไอ้ชาติชั่ว! พวกแกไปให้พ้นเลยนะ

พวกมันแตกฮือเมื่อมีดคัตเตอร์สะบัดเข้าหา อันที่จริงชัชชลหมายหน้าไอ้เอกชัยเอาไว้ แต่เขาไม่ไปใกล้กว่านี้หรอกเดี๋ยวจะมีช่องโหว่งให้พวกสารเลวเข้าถึงตัวแม่

ระวังนะครับคุณเอก ไอ้เด็กเวรนี่ดูท่าจะบ้าไปแล้วจริงๆ

ใช่ เขาบ้าจริงๆ นั่นล่ะ บ้า...ก็เพราะถูกพวกมันย่ำยีความสุข ย่ำยีสิ่งที่หวงแหน ย่ำยีความเป็นคน!

ร่างผอมค่อยๆ ถอยกลับเข้าห้อง ดึงบานประตูงับปิดกีดกั้นและป้องกันภัยร้ายทั้งหมด จังหวะที่ยังเหลือช่องแคบๆ นั่นเองที่เขาเห็นแววตาอย่างคนเหนือกว่าของไอ้เอกชัย รวมถึงได้ยินน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมของมันพูดว่า

ไอ้เด็กชั้นต่ำ! น้ำหน้าอย่างมันจะสู้ได้ซักกี่น้ำ...เดี๋ยวแกล็อกประตูหน้าห้องมันเอาไว้นะ คอยดูซิ ว่าอดข้าวอดน้ำแล้วยังถูกขังไม่ให้ไปไหน...มันจะยังสู้อยู่อีกรึเปล่า

ชัชชลขบฟันแน่น ร่างที่สั่นจากความโกรธยืนพิงบานไม้คอยเงี่ยหูฟังภายนอก...ยินเสียงกุกกักจากอีกฟาก คงไม่พ้นใครบางคนกำลังเกี่ยวแม่กุญแจ และเมื่อเสียงนั้นเงียบลงไอ้เอกชัยก็ว่าขึ้นอีก

รอให้มันตะโกนอ้อนวอนค่อยมาเปิด ถ้าเปิดแล้วมันขอกินข้าวให้พวกแกพามันมาหาฉัน...แต่ต้องรอจนมันยอมกราบตีนฉันงามๆ นั่นล่ะ ฉันถึงจะให้มันกิน

จังหวะลงฝีเท้าห่างออกไปกระทั่งหลงเหลือให้ได้ยินเพียงเสียงแมลงร้องเซ็งแซ่ เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่ทราบแต่กว่าชัชชลจะพอมีสติรู้ตัวเขาก็ทรุดลงกับพื้นแล้ว เขาวางมีดคัตเตอร์ลงข้างตัวก่อนล้วงเอาช็อกโกแลตชิ้นเล็กๆ จากกระเป๋าเสื้อ ห่อสีสวยถูกแกะออกเผยให้เห็นแท่งสีน้ำตาลเข้มภายใน

เด็กชายส่งมันเข้าปาก ใช้ลิ้นดุนให้มันละลายช้าๆ โดยไม่เคี้ยว...เปล่าเลย มันไม่ได้ช่วยบรรเทาอาการหิวแสบไส้แม้สักนิด เพียงแต่...เขาหวังว่ากินแล้วจะอารมณ์ดีขึ้นอย่างที่คนให้เคยพูดไว้

ชัชเสียงเรียกฟังคล้ายกระซิบกระซาบดังจากภายนอก ประโยคหลังคล้ายรำพึงกับตัวเอง ทำไมประตูหน้าห้องล็อกไว้ล่ะ

ครับป้าเขาจำได้ว่าเป็นป้ายุพา พวกมันขังผมกับแม่ไว้ในนี้

ตายจริง! แล้วนี่ป้าจะส่งข้าวให้ได้ยังไง

ชัชชลก็ไม่รู้หรอกว่าจะทำยังไง ในเมื่อหน้าต่างติดลูกกรงกั้นเอาไว้ ถ้าคิดกันง่ายๆ ก็คือ...เขาและแม่ต้องอด

หิวมากไหม เอางี้แล้วกัน เราไปเอาจานมาแล้วเจอกันตรงหน้าต่างนะ

เด็กชายรีบทำตามนั้น ไม่ถึงนาทีเขาก็วิ่งไปริมหน้าต่าง ตายาวรีมองลอดช่องบานเกล็ดเห็นว่าป้ายุพากำลังใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดก่อนยกจานจ่อตรงนั้น

ชัชเอาจานรองนะ เดี๋ยวป้าจะเทข้าวให้

และเพียงส่งเสียงให้สัญญาณข้าวราดแกงก็ถูกเทผ่านช่องตรงนั้น ส่วนมากลงจานทว่าบางส่วนหกลงที่พื้น และตามมาด้วยยาลดไข้แผงหนึ่ง

ป้าไปก่อนนะชัช เดี๋ยวจะมีคนมาเห็นเข้า

ครับ ขอบคุณมากครับป้าจบประโยคเขาก็ยอบตัวลง ใช้มือค่อยๆ เก็บข้าวบนพื้นใส่เข้าปาก...เพราะในจานจะเก็บไว้ให้แม่กิน

ร่างผอมเช็ดมือกับกางเกง ประคองจานข้าวพร้อมหยัดตัวลุกเดินไปหาแม่ มือข้างที่คิดว่าสะอาดเขย่าร่างในผ้าห่มเบาๆ

แม่ ลุกกินข้าวก่อนเถอะ

...ทว่าแม่กลับนิ่ง ไม่ไหวติง!

แม่!’

ใจชัชชลกระตุกวูบ เขาออกแรงโยกร่างซึ่งซูบผอมจากเมื่อก่อนจนหัวคลอน แม่ลืมตาขึ้น...หากเพียงครู่เดียวก็ปิดตาลงคล้ายเหนื่อยอ่อนและหมดแรง

ขอแม่นอนเถอะนะชัช แม่หมดแรงยังไงก็ไม่รู้

แต่เด็กชายรู้...เขาต้องรีบพาแม่ไปหาหมอ!

ไม่รั้งรอที่จะวิ่งไปเกาะหน้าต่าง ตรงนั้นละอองน้ำเย็นเฉียบปลิวมาต้องผิวเนื้อบ่งบอกถึงห่าฝนที่กระหน่ำโปรยอยู่ภายนอก โดยไม่เสียอีกสักเสี้ยววินาทีชัชชลก็โก่งคอตะเบ็งสุดเสียง เรียกให้ป้ายุพาที่อยู่ห้องข้างๆ มาช่วย

มีอะไรเหรอชัช

แม่ไม่สบายครับป้า ผมอยากพาแม่ไปหาหมอแต่ประตูล็อกเขาหอบหายใจแรงด้วยควากังวลหากไม่ได้ทำให้ประโยคขาดหาย

ใจเย็นๆ นะชัช เดี๋ยวป้าจะไปตามคนมาเปิดเสียงที่ดูร้อนอกร้อนใจไม่แพ้กันจบลงพร้อมกับที่กรอบเงาของคนพูดเลือนหาย ป้ายุพาไปนานรึเปล่าชัชชลไม่มั่นใจนัก รู้แต่เขาทนรอไม่ไหวอีกแล้ว

ร่างผอมก้าวอาดๆ ไปชิดผนังตรงข้ามประตู เขาวิ่งสุดฝีเท้ากระโจนเข้ากระแทกบานไม้...ครั้งแรกมันแง้มเปิดนิดหน่อยคงเพราะตัวที่ใช้เกี่ยวแม่กุญแจเริ่มบิดเบี้ยว ต้องกระแทกอีกหลายครั้งกว่ามันจะหลุดและส่งให้ประตูเปิดอ้า

เขาดิ่งเข้าหาเตียง จับแม่ลุกนั่งก่อนแบกขึ้นหลัง ไม่ลืมหยิบร่มคันเก่าสีหมองติดมือออกมากางให้แม่ด้วย...ภายนอกนั้นมีแสงจากตัวบ้านส่องผ่านม่านน้ำอย่างที่พอมองเห็นรำไร ทว่ายิ่งห่างออกมากลับยิ่งมืดสนิท ชัชชลใจคอไม่ดีเลย เขากลัว...กลัวจนน้ำตาอุ่นร้อนพรั่งพรูไม่ขาดสาย...ว่าแม่จะทิ้งเขาไป

อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะแม่ ชัชกำลังจะพาแม่ไปหาหมอ

พื้นเจิ่งน้ำทำให้ทุลักทุเล ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้คิดที่จะชะลอฝีเท้าลงซ้ำยังพยายามเร่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ แต่นรกแกล้งหรือสวรรค์เป็นใจพวกคนชั่วไม่ทราบจึงดลให้เขาสะดุดกอหญ้าพาตัวเองและแม่ล้มลงตรงนั้น!

ใจเขาสั่นและเหมือนร่างกายก็กำลังสั่นเทาขณะดึงร่างเปรอะขี้โคลนขึ้นโอบกอด มือผอมๆ ข้างหนึ่งพยายามควานหาร่ม เมื่อไม่เจอจึงนึกรู้ว่ามันคงถูกลมฝนพัดห่างไปแล้ว ชัชชลเขย่าตัวแม่เรียกให้มีสติ เขาอยากให้แม่นั่งตัวตรงเพื่อขี่หลังไปต่อ ทว่าตะโกนแข่งเสียงสาดซ่าของสายฝนเท่าไรก็ไม่มีเสียงตอบกลับ

เด็กชายใจหายวาบ ไม่นะ! ได้โปรดเถิดสวรรค์...อย่าเพิ่งเอาแม่ไปเลย!

แม่!’

ชอบไม่ชอบยังไง มีส่วนไหนอ่านแล้วงงรึเปล่า ช่วยบอกกันหน่อยนะคะ คนเขียนจะได้ปรับปรุงเน๊อะ ^^

พล่าม...

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน...ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายที่พระเอกนึกย้อนอดีตแล้ว ค่อนข้างเครียดเน๊อะ

เขียนเอง เครียดเอง แต่ไม่อยากอ่านเองค๊า 55

มีจุดนึงที่ติดใจฝนอยู่นิดหน่อยคือ...ว่าไหมค่ะว่าพอเป็นคนอื่นโดนข่มขืน ทำไมรู้สึกสะเทือนใจกว่าคนเขียนปล้ำพระเอก(ฮา...) สะเทือนใจกว่าพระเอกหน้าหล่อปล้ำนางเอกค่ะ ทั้งๆ ที่มันก็เป็นกรณีเดียวกันนี่เน๊อะ

สารภาพนิดหน่อยว่าที่จริงตอนแรกวางไว้ให้แม่นางเอกฆ่าตัวตาย แต่บังเอิ้ญฝนได้มีโอกาสเลี้ยงเด็กน้อยข้างบ้าน อันที่จริงก็สืบสายสมัยพระเจ้าเหาเป็นญาติกัน(มั๊ง) เพิ่งเกิดเลยค่ะ สดๆ ร้อนๆ ออกจากท้องแม่ นักเขียนใหญ่ฝนฝนตั้งชื่อให้ว่าน้อง แพมครก กะจะให้พ้องกับแพนเค้กนางเอกดัง ตอนนี้สามเดือนแล้วแหละ คนข้างบ้านเขาชอบแซวฝนว่า แม่ (เด็กยังพูดไม่ได้เลย--!) เพราะลักพาตัวมาเลี้ยงที่บ้านทุกวัน แต่แหม...เรียกเค้าว่าแม่อย่างงี้ เค้าจะหาพ่อของลูกตัวเองได้ไหมล่ะเนี่ย วุ้ย! เอ้าตบกลับเข้าเรื่อง...แต่เปลี่ยนใจค่ะไม่ให้แม่ฆ่าตัวตายล่ะ เพราะว่าคนเป็นแม่ (ถึงอะฮั้นจะเป็นแม่ปลอมๆ ที่ยังไม่มีสามีเป็นของส่วนตัว) ก็พอรับรู้ได้ว่ามีชีวิตอยู่เพื่อลูก ทุกอย่างเพื่อเขาจริงๆ ไม่ว่าเราจะโดนอะไรก็ต้องทนเพื่อเขา เลยต้องเปลี่ยนเป็นแบบนี้แทน

ตอนหน้ามีอะไร...

มีพระเอกเปลือยท่อนบนค่ะ (ฮา...) โฆษณาชวนเชื่ออีกแล้ว เข้าคอนเซปเดิม เขียนเอง จิ้นเอง อินเอง แต่ไม่อยากอ่านเองค๊า

ฝนฝน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

570 ความคิดเห็น

  1. #565 Kunkru Tiey (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มกราคม 2556 / 23:13
    เริ่มดุเดือด
    #565
    0
  2. #477 wow1612 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 12:32

    สงสารพระเอกมากๆๆเลยอะ

    #477
    0
  3. #426 รักเดียวใจเดียว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มกราคม 2553 / 21:24
    ฮือๆๆ



    สงสารพระเอกจังเลย



    TT
    #426
    0
  4. #393 ~PamPam~ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มกราคม 2553 / 15:05
    ตอนเด็กๆนี่พระเอกน่าสงสารมากเลยค่ะ
    โห่ววไรเตอร์เล่นเอาน้ำตาคนอ่านตกเลยค่ะ
    #393
    0
  5. #305 กินนร-กินรี (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2552 / 16:43
    อ่านแล้วเครียดจนน้ำตาซึมเลยค่ะ
    น่าเจ็บใจจริง เกลียด(ห่)เอกชัยจริงๆเลยค่ะ
    ปล.ใช้คำหยาบไม่ถือกันนะ
    #305
    0
  6. #169 ploy_pink (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2552 / 15:57
    ชีวิตพระเอกน่าสงสารมาก น้ำตาคลอเลย
    รู้สึกเกลียดเอกชัยมาก แต่กรณีพระเอกข่มขืนนางเอกรู้สึกเฉยๆอ่ะ
    อาจเป็นเพราะเค้าคู่กันอ่ะค่ะ เลยไม่เท่าไหร่
    แต่จริงๆแล้วก็น่าสงสารไม่แพ้กัน
    สนุกดีค่ะเรื่องนี้
    #169
    0
  7. #24 pinkpenther (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2552 / 23:34
    คือว่าอ่านแล้ว
    รู้สึกเครียดๆๆไงไม่รู้อ่านระ
    แต่หนุกมากกๆๆเลย
    มาอัพบ่อยๆๆนะค่ะๆ
    #24
    0
  8. #23 iicy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2552 / 19:59
    สนุกค่ะ เขียนแบบถึงอารมณ์มากเลย อ่านแล้วสงสารพระเอกกับแม่จังเลย และเกลียดอ้ายเอกชัยมากมาย
    #23
    0
  9. #22 Oo~สาeaม~oO (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2552 / 18:16

    ง่ะ
    คุณเอกชัยเลวจัง
    =^= เปงเราเราเอามีดแทงมันไปแล้ว

    #22
    0
  10. #21 Bad girl (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2552 / 15:55
    พระเอกวัยเด็กน่าสงสารจัง



    แต่พระเอกอย่าใจร้ายกับนางเอกนะ



    เพราะนางเอกออกจะน่ารัก นิสัยดี



    ไม่เลวเหมือนพี่ชายกับพ่อ ที่กล้าแม้ ขายลูกสาวกิน



    ฮื้อๆๆ ๆ จะปงไงต่อ อัพด่วน !
    #21
    0
  11. #20 **~Mink~** (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2552 / 07:38
    เขียนได้ดีนะคะ อ่านแล้วอิน..เศร้าแล้วก็น่าสงสารมาก
    แค่บอกว่าชอบคงไม่พอ ต้องบอกว่าชอบมากกกกกกกกค่าาา
    เห็นใจพระเอกมากเลยอะ มิน่าถึงแค้นมาก
    แล้วก็เห็นด้วยกับความรู้สึกของคนเป็นแม่นะคะ คงไม่อยากอยู่เหมือนกันถ้าไม่มีลูก
    และถ้าไม่มีลูกก็คงไม่ต้องทนมาอยู่ที่นี่ ม่อยากตาย อยากอยูดูแลลูก
    แต่มันอยู่ไม่ไหวแล้วจริงๆ เศร้าค่ะเศร้า

    แต่แบบว่ากรี๊ดค่ะขอกรี๊ดกับตอนหน้า...ว่าแต่เปลือยแค่ท่อนบนเท่านั้นหรือคะ
     อิอิ...อย่างนี้นางเอกก็รอดไปได้ ว่ายยย มิ้งคิดอะไรเนี่ย
    ก็คิดแบบนั้นแหละค่ะ...เวลาอ่านตอนที่พรเอกปล้ำนางเอก
    ไม่ยักกะสงสารอย่างที่คุณฝนฝนว่าไว้แฮะ
    อาจจะเพราะรู้สึกว่ายังไงเค้าก็คู่กันมั้งคะ แต่ความจริงผู้หญิงที่โดนข่มขืนนี่
    น่าสงสารทุกคนแหละคะ ไม่อยากให้เกิดกับชีวิตจริงของใครเลย
    มันแย่มากที่ต้องเจอแบบนั้น อยากให้พวกผู้ชายทุกคนมีสติมีศีลธรรมกันให้มากกว่านี้
    อย่าคิดแต่ความต้องการของตัวเอง แต่ก็อ่ะนะ คนเรามันบังคับให้ใครดีเลวได้เสียที่ไหน
    มันอยู่ที่ตัวตนของแต่ละคนเท่านั้นเอง
    เอ๊ะ...มิ้งเม้นไรเนี่ย ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกับเรื่องเสียแว้ว

    เอาเป็นว่ารอตอนหน้าละกันค่ะ สู้ๆ นะคะ
    #20
    0
  12. #19 พี่กุ้ง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2552 / 21:00
    พระเอกกล้ามโต โดนหนักขนาดนี้ น้องยาย่าเราจะเหลือมั่ยเนี้ย (อดเป็นห่วงไม่ได้ อิ อิ)

    อดีตคุณชัชเศร้าได้ใจจริง ๆ

    รออ่านต่อนะจ๊ะ
    #19
    0