รอยซาตาน

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 (1/3) + ทักทายค๊า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,739
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    1 ส.ค. 52

href="file:///C:\DOCUME~1\svoa\LOCALS~1\Temp\msohtml1\03\clip_filelist.xml" />

/>

บทที่ 1

มณีดารา

 

สิ่งปลูกสร้างซึ่งตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเป็นบ้านสองชั้นขนาดใหญ่ ด้านนอกของมันทาด้วยสีขาวแลดูกระจ่างสะอาดตา โดยรอบบริเวณปลูกไม้ยืนต้นจำนวนมาก ลำต้นผอมๆ ของพวกมันยืดขึ้นสูงและแตกใบโปร่งๆ พอให้เกิดร่มเงาได้บ้าง

อาจจะซักสิบกว่าปีข้างหน้ากระมัง มันจึงจะแทงยอดต่อกิ่งและออกใบเขียวครึ้มจนแสงแดดทอลอดลงมาได้เพียงน้อย และถ้าถึงวันนั้นสีเขียวสดคงช่วยขับตัวบ้านสีขาวให้ดูเด่นชัดขึ้นอีก

เราจะได้อยู่บ้านหลังใหญ่นี่จริงๆ เหรอแม่

เด็กชายที่ร่างกายเติบโตจนคล้ายหนุ่มน้อยเขย่าฝ่ามือกร้านด้วยความตื่นเต้น เขาปล่อยข้าวของพะรุงพะรังลงกับพื้นอย่างไม่ใส่ใจขณะกวาดสายตาสำรวจโดยรอบ ร่างผอมสูงของวัยสิบสามแทบออกวิ่งและกระโดดโลดเต้นทีเดียวเมื่อหัวใจประจักษ์ชัดต่อความกว้างขวางและสิ่งบ่งบอกถึงความสะดวกสบายทั้งหลาย...

มันช่างแตกต่างเหลือเกินกับเรือนพักคนงานขนาดพอให้ล้มตัวลงนอน ที่ๆ กรุผนังด้วยถุงปูนสีน้ำตาลเปื้อนฝุ่น ที่ๆ ไม่มีโต๊ะ ตั่ง เตียง เก้าอี้ ที่ๆ ไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือกระทั่งไฟฟ้า และแน่นอนมันเป็นที่ๆ เขาเคยอาศัยอยู่มาตลอดชีวิต!

ใช่ลูก ต่อจากนี้เราจะอยู่ที่นี่ แต่ชัชต้องทำตัวให้ดีนะ เพราะคุณบ้านนี้เขากรุณาให้เรามาอยู่ด้วย

ใบหน้าที่เริ่มส่อเค้าคมเข้มของวัยใกล้หนุ่มพยักขึ้นลงเป็นการรับปาก ก่อนโน้มตัวลงหิ้วข้าวของอีกครั้ง แม่ดึงมือเขาเบาๆ ให้เดินตามจนใกล้ตัวบ้านจึงเห็นหญิงสาวอายุคงมากกว่าแม่ไม่กี่ปีตรงเข้ามา

แม่นาถใช่ไหม

จ้ะ แม่ตอบหล่อนไป อีกฝ่ายทอดยิ้มแล้วพาเดินตรงเข้าสู่ตัวบ้าน

ไปไหว้คุณผู้ชายก่อนนะ ท่านรออยู่ที่ห้องนั่งเล่น

ห้องนั่งเล่นที่ว่านั้นกว้างขวางมากทีเดียว พื้นที่ของมันใหญ่กว่าบ้านกรุถุงปูนไม่รู้กี่เท่า ชิดผนังด้านหนึ่งวางตู้ไม้เดินขอบลายสลักแบบวิจิตร ริมผนังถัดมามีโต๊ะตัวยาวที่ส่วนล่างทำเป็นลิ้นชัก ด้านบนวาง...เอ่อ สเตอริโอ เด็กชายคิดว่าน่าจะเรียกแบบนี้ แล้วก็โทรทัศน์...ขนาดหน้าจอของมันทำให้ตื่นตาเพราะใหญ่กว่าเครื่องไหนๆ ที่เคยเห็นในชีวิต ว่าโทรทัศน์ในห้องพักของวิศวกรและโฟร์แมนที่คุมงานก่อสร้างใหญ่แล้ว อันนี้ยังใหญ่กว่ามาก

ชัช แม่สะกิดเรียกเบาๆ ให้เขายอบตัวลงนั่งกับพื้นอย่างป้าคนที่นำทางมากำลังทำ

ด้านหน้าของเขาตอนนี้เป็นกลุ่มโซฟาหนังสีดำแบบนิยมของยุคสมัย ผู้ชายซึ่งคงเป็นประมุขปกครองบ้านนั่งอยู่ตรงกลาง ขวามือมีเด็กหญิงตัวเล็กในชุดกระโปรงสีชมพูน่ารักราวกับตุ๊กตาพิงซบ เธอน่าจะเรียนชั้นกลางๆ ของระดับประถม อาจจะปอสามหรือปอสอง

ตั้งแต่นี้ไปก็อยู่ด้วยกันซะที่นี่นะชมนาถ ชายคนนั้นพูดพร้อมเอื้อมมือแตะหัวไหล่ของแม่

นาถต้องขอบคุณมากค่ะที่ท่านกรุณาเราสองแม่ลูก แม่ยกมือขึ้นไหว้ก่อนผินหน้ามาทางเขา นี่ชัชชลลูกชายของนาถค่ะ...ไหว้ขอบคุณคุณเอกชัยสิชัช

ชัชชลรีบทำอย่างแม่บอก...ตอนนั้นเองที่เขาจำได้ว่าเคยเห็นผู้ชายคนนี้มาแล้วหลายครั้ง คราวแรกเห็นจะเป็นเมื่อไม่กี่เดือนก่อนตอนพ่อตกจากตึกที่กำลังก่อสร้างลงมาเสียชีวิต คลับคล้ายลุงโฟร์แมนบอกว่าคุณเอกชัยเป็นเจ้าของบริษัทรับเหมาที่พ่อและแม่ทำงานอยู่

งานบ้านที่นี่สบายกว่างานก่อสร้างมาก มีข้าวกิน มีที่ให้อยู่ ขอแค่...อย่าขัดใจฉัน

ฝ่ามือซึ่งกุมบนหัวไหล่ของแม่กระชับขึ้นนิดหนึ่ง ชัชชลมองเห็นและคิดว่าคนอื่นก็เช่นเดียวกัน แต่คงไม่ใช่เรื่องผิดแปลกเพราะไม่เห็นใครทักท้วงหรือว่าอะไร

อ่อ นี่คุณอรยาลูกสาวคนเล็กของฉัน...นี่ป้านาถนะลูก ป้านาถจะมาทำงานที่บ้านเรา ท้ายประโยคเขาหันไปบอกเด็กหญิงตัวเล็ก

เรียกหนูว่ายาย่าก็ได้ ตบท้ายด้วยการยิ้มกว้าง มันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้เห็นว่าฟันซี่น้อยๆ ในปากโบ๋เบ๋หายไปสี่ซี่...สองบนและสองล่าง

น่าขำจนชัชชลกลั้นหัวเราะไว้ไม่ได้!

เอ๊ะ!’ เด็กหญิงอรยาตวาด ริมฝีปากกระจุ๋มกระจิ๋มเม้มแน่นเมื่อพูดอีกประโยคจบ มาอยู่บ้านเค้าแล้วห้ามหัวเราะเค้าเด็ดขาด

ชัช... แม่ส่งเสียงดุปราม เขาจึงต้องรีบก้มหลบ...ก็จะไม่ให้ขำได้ยังไงล่ะ โตจนป่านนี้ยังฟันหลอเหมือนพวกอนุบาล

ขอโทษนะ น้องยาย่า

คุณหนู! นายต้องเรียกน้องฉันว่าคุณหนูยาย่า เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง ใช้เวลาเพียงชั่วครู่จึงปรากฏร่างเด็กชายวัยไล่เลี่ยกับชัชชลเดินมานั่งข้างเด็กหญิงตัวเล็ก แขนผอมยาวตามวัยถูกยกขึ้นโอบน้องน้อยจนหล่อนเซมาซบอกแคบๆ เพราะยาย่าเป็นน้องสาวฉัน มีฉันแค่คนเดียวที่จะเรียกเขาว่าน้องได้

มาก็ดีแล้วตาวิท นี่ชมนาถ เขาจะทำงานที่บ้านของเรา...ชมนาถ นี่อนุวิทลูกชายคนโตของฉัน

เด็กชายอนุวิทมองอย่างดูแคลน โดยเฉพาะเมื่อเหลือบตามายังเด็กผู้ชายอีกคนในห้อง

เอาสองคนนี้มาจากไหนฮะพ่อ

ชมนาถเขาเป็นคนงานก่อสร้าง สามีเขาตาย เห็นว่าตัวคนเดียวกับลูกอีกคนพ่อเลยให้มาทำงานที่บ้านเรา ดูเหมือนเป็นถ้อยความซึ่งต้องการบอกต่อสองแม่ลูกผู้มาใหม่มากกว่า...ว่าตนใจดีกับพวกเขาเพียงใด

พวกกรรมกรสกปรกจะตาย แล้วยังงี้พวกมันจะทำงานบ้านสะอาดเหรอ

ชัชชลเหลือบมองคนพูดแวบหนึ่งอย่างรู้สึกเจ็บแปลบกับคำสบประมาทดูแคลนนั่น หากก็หลุบตาลงเร็วเมื่อสัมผัสไออุ่นจากมือแม่ตรงข้อเท้า...

แม่เคยบอกว่าการพึ่งพาอาศัยคนอื่น...เราจำเป็นต้องอดทน

เอาล่ะๆ พอเถอะ ถัดจากประโยคนั้นเอกชัยจึงหันไปสั่งหญิงสาววัยสามสิบอ่อนๆ ที่นั่งกับพื้นเคียงแม่ ยุพา เดี๋ยวพาชมนาถไปที่ห้องนะ แล้วก็สอนงานกันให้เรียบร้อย

ค่ะคุณ

 

ห้องสำหรับคนรับใช้อยู่ทางตอนหลังของบ้าน มันเป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก มีเตียงเดี่ยว ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งไว้ให้ มุมหนึ่งบนผนังมีบานประตูต่อสู่ห้องน้ำ เมื่อผลักเปิดจึงพบว่าค่อนข้างแคบ แต่เพียงเท่านี้ชัชชลก็พอใจมากเหลือเกิน เขาเห็นอ่างกระเบื้องสำหรับล้างหน้าและฝักบัวสีขาว...อย่างที่เคยนึกอยากมีและอยากใช้

มีฝักบัวด้วยแม่!’ เด็กชายรีบตะโกนบอกและต้องก้มหน้ายิ้มอายๆ เมื่อป้าคนที่แนะนำตัวว่าชื่อยุพาหัวเราะขึ้นเบาๆ

เดี๋ยวพี่ไปก่อนนะนาถ วันนี้สองแม่ลูกพักผ่อนกันเถอะ พรุ่งนี้ค่อยเริ่มงาน

จะดีเหรอจ๊ะ ฉันเข้ามาอยู่ในบ้านก็น่าจะเริ่มทำงานเลย

ไม่เป็นไรหรอก จัดการข้าวของของเรากับลูกไปเถอะนะ อ่อ ชัช...เวลาจะเล่นหรือทำอะไรก็อยู่แถวสวนหลังบ้านนี่นะ อย่าออกไปเล่นข้างหน้าเพราะคุณวิทกับคุณหนูเธอเล่นแถวนั้น

ชัชชลพยักหน้ารับรู้ช้าๆ ครับป้า

ป้ายุพาเกือบจะลับหายออกจากห้องแล้วแต่ก็ชะงัก หันกลับมาสั่งอีกอย่าง กลางค่ำกลางคืนอย่าออกไปเดินข้างนอกล่ะ แล้วไม่ว่าใครเรียกก็อย่าเปิด...ถึงจะเป็นคุณเอกก็ตาม

เมื่อประตูงับปิดร่างผอมสูงของเด็กชายจึงรีบพุ่งเข้าไปกอดแม่ เขาหัวเราะคิกคัก ดวงตายาวรีเปล่งประกายสุกใสเมื่อดันตัวออกแล้วกระโจนขึ้นนั่งบนเตียง...ชัชชลชอบมันเหลือเกิน เขาลองขย่มดู...ไม่รู้อย่างนี้เรียกว่านิ่มรึเปล่า แต่มันสบายกว่าพื้นปูผ้าห่มสีหมองชายขาดหวิ่นหลายเท่าตัวทีเดียวเชียว

มีเตียงด้วยแม่ ชัชจะให้แม่นอนตรงนี้นะแม่จะได้สบาย แล้วชัชจะปูผ้านอนที่พื้น

ดวงตาของแม่มีน้ำใสๆ เอ่อคลอ เกือบหยดหากไม่ถูกเช็ดออกไปเสียก่อน มันเป็นภาพที่ทำให้คนมองใจเสียจนต้องลุกมาโอบ

แม่เป็นอะไร หรือไม่ชอบที่นี่

เปล่าลูก...แม่ชอบที่นี่มากต่างหาก ชัชจะได้อยู่สบายซักที ตั้งแต่นี้ไปคงได้กินข้าวอิ่ม นอนสบาย

ชัชชลประคองแม่ให้นั่งลงบนเตียง จับมือกร้านจากงานมากุมไว้หลวมๆ แต่...ชัชไม่ชอบคุณวิทเลย

ชัช!’ แม่ใช้สายตาดุ อย่าพูดอย่างงี้ให้ใครฟังนะ...คุณวิทเป็นลูกคุณเอก ถือเป็นเจ้าของบ้านเหมือนกัน แล้วเราก็มาอาศัยบ้านเขาอยู่ กินข้าวเขา ทำงานรับเงินเขา

แต่เขาดูจะหาเรื่องเรา

ก็อย่าไปยุ่งกับเขา หลบได้ก็หลบ ป้ายุพาก็บอกแล้วว่าให้เล่นอยู่แต่หลังบ้าน อีกอย่าง...ถ้าเขาหาเรื่องเรา แต่เราไม่สานต่อมันก็จบ ทุกวันนี้ที่เห็นเป็นเรื่องเป็นราวเพราะต่างฝ่ายต่างแรงเข้าหากัน ไม่มีใครยอมใครนั่นล่ะ

ชัชจะพยายามนะแม่

ไม่ใช่พยายาม แต่ชัชต้องทำให้ได้เข้าใจไหมลูก...ปีนี้ชัชก็เรียนมอหนึ่งแล้ว ค่าใช้จ่ายอะไรก็เยอะ ถ้าแม่ยังทำงานก่อสร้างเหมือนเดิมคงไม่มีเงินส่งชัชเรียนหรอก ไหนจะค่าข้าว ค่าหนังสือชัชอีก แต่ถ้าทำงานที่นี่ คุณเอกเขาบอกว่าจะช่วยเรื่องค่าเทอม ค่าหนังสือหนังหาแล้วก็พวกชุดนักเรียน...ชัชก็จะได้ไปเรียนหนังสือ...แม่เคยบอกชัชแล้วว่าเราต้องพึ่งพาเขา เราก็ต้องอดทน หนักนิดเบาหน่อยก็อย่าถือสา

ครับแม่...

แม่ยกมือขึ้นลูบหัวเขาเบาๆ และดูเหมือนไออุ่นร้อนจะช่วยให้ความว้าวุ่นและความคิดบางส่วนของเด็กชายที่ฮึกเหิมอยู่ในใจสงบลง

แม่อยากให้ชัชได้เรียน เพราะความรู้เป็นสิ่งมีค่าอย่างเดียวที่แม่จะให้ได้ มันจะติดตัวชัชไปตลอด ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถแย่งเอาไป แล้วมันจะทำให้ชัชสบายในวันหน้านะลูก ถึงตอนนั้นจะเอาเตียงที่นิ่มกว่านี้ ฝักบัวที่สวยกว่านี้ก็ยังได้เลย

 

เวลากว่าสองเดือนผ่านไปเร็วคลับคล้ายเพียงหลับตาลงเพื่อลืมตาตื่นอีกครั้งในชั่วข้ามคืน มันเป็นช่วงที่ชัชชลใช้เวลายามเย็นนอกเหนือการเรียนหรืออ่านหนังสือช่วยงานแม่อยู่ในครัว และเสาร์อาทิตย์ในสวนหลังบ้าน...สุดสัปดาห์แรกๆ เด็กชายฝึกขี่จักรยานคันเก่าของอนุวิทที่เอกชัยยกให้ ซึ่งตอนนี้เขาใช้ปั่นไปโรงเรียน ส่วนระยะหลังๆ ก็ดายหญ้าบ้าง ทำการบ้าน อ่านหนังสือเรียนบ้าง

สายลมพัดหอบเอาไอเย็นมาปะทะใบหน้าและปัดกระดาษอันประกอบเป็นหนังสือเรียนสะบัดพรึบพรับ ชัชชลจึงใช้โอกาสนั้นปิดเปลือกตาและล้มตัวลงนอนเพื่อพักสักครู่ นานมากแล้วกับการนั่งเพ่งตัวอักษรอยู่ใต้ร่มต้นขี้เหล็ก เล่มที่เด็กชายชอบมากสุดเห็นจะเป็นภาษาอังกฤษเพราะแปลกตากว่าหนังสือทั่วไป ที่สำคัญคือให้ความรู้สึกว่าได้สัมผัสสิ่งใหม่ๆ จากดินแดนอีกซีกโลก

เมื่อก่อนชัชชลก็ไม่ได้ขยันมากนักหรอก มาเริ่มเอาตอนที่ย้ายมาอาศัยในบ้านหลังนี้นั่นล่ะเพราะอยากจะหาอะไรทำเพื่อขับไล่ความฟุ้งซ่าน ความอยากได้อยากมี และความต้องการหลากหลายในใจตัวเอง ซึ่งเขาได้เลือกแล้วว่ากิจกรรมที่ควรทำน่าจะเป็นอะไรสักอย่างที่จะสามารถยึดเหนี่ยวความคิดและจิตใจ รวมทั้งต้องเป็นเส้นทางสู่การ ได้และ มีในสิ่งที่เขาใฝ่ฝันถึง

อะไรนะหรือ?

เด็กชายอยากได้วีดีโอเกม...เมื่อสองสัปดาห์ก่อนเขาเคยไปเกาะขอบประตูแอบมองอนุวิทเล่นกับเพื่อน เห็นว่าเป็นเครื่องทรงแบนๆ แต่ค่อนข้างหนาต่อเข้ากับโทรทัศน์โดยมีตัวกดต่อสายยื่นออกมาอีกที มันเป็นเกมต่อสู้ที่ส่งเสียงดังตูมตามเร้าใจทีเดียว เขาอยากจะเห็นใกล้ๆ ขอแค่ได้นั่งดูเงียบๆ เท่านั้นจริงๆ ทว่าพอเดินเข้าไปไม่กี่ก้าวกลับถูกอนุวิทรวมถึงกลุ่มเพื่อนไล่ตะเพิด เสียงของเด็กผู้ชายพวกนั้นยังก้องอยู่ในหู...ไปเลยนะไอ้ลูกคนใช้ ไม่มีปัญญาซื้อก็อย่ามาดูของคนอื่นเค้า ชิ่วๆ ไป!...ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเย้ยหยัน

แล้วเด็กชายก็อยากนั่งรถเก๋งคันใหญ่บ้าง...ทุกเช้าอนุวิทและอรยาจะนั่งรถคันที่สวยที่สุดในโรงจอดไปโรงเรียน ชัชชลชอบมองมันแล่นก่อนไฟท้ายสีแดงจะเรืองวาบเมื่อหยุดจอดที่ปากประตูใหญ่ อดคิดไม่ได้เลยว่าถ้าเป็นคนขับ ได้บังคับให้มันวิ่งไปบนถนนที่ทอดยาวคล้ายไม่มีที่สุดสิ้นจะรู้สึกอย่างไร หากทุกครั้งที่ยืนมองก็ต้องรีบเดินหนีเมื่ออนุวิทแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ และหลายคราวที่ถูกลูกชายเจ้าของบ้านว่ากระทบ...เบื่อไอ้พวกไม่เจียมตัวเน๊อะ เป็นแค่ขี้ข้าแต่อยากมีเหมือนเจ้านาย หึ ระดับพวกมันชาตินี้ทั้งชาติก็คงไม่มีปัญญาได้ใช้ชีวิตแบบเราหรอก

ชัชชลเคยเล่าเรื่องพวกนี้ให้แม่ฟังนะ และได้รับการยืนยันหนักแน่นว่าเขาเองก็มีของพวกนั้นได้...คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นได้ เราสามารถเลือกเป็นคนรวยหรือคนจนตามวิถีปฏิบัติ ถ้าอยากเป็นคนรวยก็ต้องมีความรู้ ขยันขันแข็ง สู้งาน...นั่นเป็นที่มาของการเลือกอ่านหนังสือเพื่อหาสิ่งแรกตามคำบอกของแม่

สักวันหนึ่งเถอะเขาจะมีทุกอย่างที่อยากได้ แล้วก็จะดูแลแม่ไม่ให้ต้องลำบาก ไม่ต้องทนกับคำดูถูกดูแคลนแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

เสียงถอนใจดังยาวเมื่อเปลือกตาค่อยๆ ยกขึ้น ร่างผอมสูงของวัยกำลังโตยันตัวลุกออกเดินตัดสนามหญ้า เขาอยากดื่มน้ำสักแก้วเพราะทนคอแห้งมาหลายชั่วโมง พ้นสู่ทางเดินแคบๆ แล้วเลี้ยวเข้าทางซ้ายมือจะเจอประตูห้องครัวพอดี มันเปิดแง้มไว้ก่อนแล้ว นิ้วยาวจึงเพียงแตะสัมผัสดึงบานไม้ออกแผ่วเบา...

และภาพตรงหน้าก็ทำให้เขาสะดุ้งตกใจ...เอกชัยโอบเอวแม่อยู่!

แม่!’

ชัช!’ แทบจะพร้อมกันกับการอุทานเรียกชื่อเขาที่เอกชัยปล่อยมือ

ชัชชลนิ่งอึ้งชั่วขณะวินาทีก่อนจะวิ่งเข้าไปคว้าแขนแม่พาเดินออกมา แวบหนึ่งเขาหันกลับมองเอกชัย...สีหน้าและแววตาของผู้ชายคนนั้นบอกชัดว่าไม่สบอารมณ์ แตกต่างกันลิบลับกับแม่ที่มีอาการตระหนกแต่ก็คลายกังวลลงมาก

เขาทำอะไรแม่รึเปล่า เด็กชายรีบพาตัวเองและผู้หญิงอีกคนเข้าห้อง จัดการลงกลอนเสียเสร็จสรรพ

ไม่มีอะไรหรอกชัช ไม่มีอะไร

ไม่มีอะไรได้ยังไง เขากดบ่าแม่ให้ยอบนั่งบนเตียงโดยตัวเองทรุดร่างผอมของวัยกำลังโตลงชิด แขนทั้งสองข้างยกขึ้นโอบรอบตัวของท่านด้วยความเป็นห่วง ก็ชัชเห็นว่าเขาจะกอดแม่...หน้าแม่ก็บอกว่าตกใจ

แม่อึกอักอยู่ครู่ หลังจากนั้นก็ไม่ได้เปล่งเสียงออกมา ท่านเพียงกอดรอบเอวเขาหลวมๆ ยิ้มจางจนแทบมองไม่เห็น

แม่... ชัชชลทอดเสียงยาวอย่างลำบากใจ ชัชไม่ไว้ใจคุณเอกเลย ชัชกลัวเขาคิดไม่ดีกับแม่

เอาอะไรมาพูด!’ แม่ขึ้นเสียงดุ มิหนำซ้ำยังตีเข้าที่ต้นแขนเขาเผียะใหญ่ อย่าพูดแบบนี้อีกนะชัช แล้วอย่าไปพูดให้ใครได้ยินด้วย ไม่งั้นเราคงต้องออกจากที่นี่

แต่มันจริงหนิ ชัชกลัวเขาจะทำอะไรแม่ หลายครั้งแล้วนะที่ชัชเห็นเขามาเกาะแกะแม่

เขาเป็นเจ้านาย ก็ต้องมีมาคุยบ้างปากเอ่ยประโยคว่าอย่างนั้น หากในแววตากลับมีรอยกังวลไม่ต่างจากลูกชาย

แม่ก็รู้ว่าเขาไม่ได้แค่คุยชัชชลซบศีรษะลงกับไหล่ของอีกฝ่าย รู้สึกหวั่นใจบอกไม่ถูก ตอนดึกๆ ที่ชัชออกไปรับลมข้างนอก ชัชเห็น...เห็นคุณเอกแกเข้าห้องป้ายุพา

ชัช!’

จริงๆ นะแม่ ชัชไม่ได้โกหก...หลายคืนแล้วด้วย ชัชถึงได้กลัว...แล้วสายตาที่เขามองแม่แพรวพราวกว่ามองป้ายุพาซะอีก

เป็นเด็กเป็นเล็กอย่าทำเป็นรู้มากน่าชัช...

ชัชไม่ได้ทำเป็นรู้มากนะแม่เขาเถียงขึ้นทันควัน แต่เพราะชัชโตพอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรต่างหาก ชัชถึงห่วงแม่ คุณเอกเมียเขาก็ตายไปนานแล้ว อีกอย่าง...ชัชได้ยินคนสวนซุบซิบกันว่า รายต่อไปที่เขาจะเข้าหา...เป็นแม่

            วินาทีนั้นต่างฝ่ายต่างนิ่งเงียบ ชัชชลไม่รู้หรอกว่าแม่คิดอะไรอยู่ แต่สำหรับเขาแล้วมันมีความประหวั่นพรั่นพรึงมากมายมหาศาลดันอยู่ในช่องอก ยิ่งเมื่อนึกถึงคนสวนผู้ชายที่พูดคุยกันอย่างคะนองปากเรื่องของป้ายุพายิ่งทำให้เขากลัวว่ามันจะเกิดขึ้นกับ...แม่

พวกนั้นว่า...ก็เหมือนนังยุพา ตอนคุณเอกเข้าหาช่วงแรกๆ ก็ร้องห่มร้องไห้ ทำเป็นฟูมฟาย แล้วดูซิ ตอนหลังเป็นไง...เปิดประตูรอคุณเขาตลอดได้ยินประโยคแรกก็นึกอยากรู้ เขาจึงซ่อนด้านหลังพุ่มไม้ฟังพวกนั้นพูดต่อ

...แต่อีนังคนสวยที่เพิ่งเข้ามาใหม่มันมีลูกมาด้วยนาพี่ เห็นว่าโตมากเหมือนกัน

...แล้วไงวะ มันก็ยังเด็ก จะมีปัญญาอะไรช่วยแม่มัน ไอ้คนพูดหัวเราะอย่างที่ฟังแล้วให้นึกรังเกียจ ก่อนจะว่า คอยดูเถอะ เดี๋ยวคุณเอกเขาก็ให้เราช่วย

...แต่ก็น่าสงสารอีนังพวกนั้นเหมือนกันนะพี่ เสียงที่พูดเบาลงหน่อย คุณเอกก็เกินไป เงินมีออกตั้งเยอะตั้งแยะ จะไปซื้ออีตัวสาวๆ สวยๆ ที่ไหนมากกมากอดก็ได้ แต่นี่เล่นปล้ำเอาคนใช้นี่ล่ะ

...มึงจะไปสงสารทำไม๊ อีพวกนั้นมันก็สะดีดสะดิ้งทำเป็นไม่ยอมกะจะเรียกค่าตัวนั่นแหละวะ เผลอๆ จะเรียกร้องขอเป็นคุณนายบ้านนี้ด้วยซ้ำ เหอะ อีกอย่างกูว่าพวกมันก็คงได้เงิน ได้ของมีค่าอะไรจากคุณเอกบ้างล่ะ ไม่งั้นนังยุพาแล้วก็อีนังคนใช้คนอื่นมันจะเปิดห้องรับคุณเอกเร้อ

ชัชชลปล่อยแขนออกจากตัวของแม่ ลุกเดินไปหยิบขวดน้ำขึ้นดื่ม ของเหลวในอุณหภูมิห้องไม่ทำให้สดชื่นมากนัก หากก็ช่วยดับกระหายได้ดี

อย่าคิดมากเลยชัช เอาสมองไว้คิดเรื่องเรียนดีกว่า

เขาหมุนปิดฝาขวดช้าๆ อย่างนึกใคร่ครวญ...แววตาและน้ำเสียงของแม่ยืนยันได้ว่าเจ้าตัวกำลังคิดและกังวลในเรื่องเดียวกัน กระนั้นชัชชลก็ไม่ได้วกเข้าเรื่องเดิมอีก เขาและคงเช่นเดียวกับแม่รู้ว่าถึงพูดไปก็รังแต่จะเกิดความวิตกจนไม่เป็นอันทำอย่างอื่น เพราะนอกจากการระวังตัวเองแล้ว ดูเหมือนจะไร้หนทางใดๆ ในการป้องกันภัยที่เยื้องย่างเข้าหาตัว

ไม่ต้องห่วงนะแม่ ถ้าเกิดอะไรขึ้น...ชัชจะปกป้องแม่เอง

 

 

พื้นที่พล่ามของคนเขียน

สวัสดีค๊า คุณผู้อ่าน ขอเสียงหน่อยเร้ววววว....

แฮ่...ฝนฝนกลับมารายงานตัวแล้วค่ะ

หายไปนานเลยเนอะ นานน๊านนานจนลืมกันหมดแล้วมั๊งเนี่ย

คราวก่อนก็ลงบทนำเอาไว้แล้วหายไป คือส่งโนตบุ๊กไปเยี่ยมช่างที่ศูนย์ค่ะ โทรไปที่ร้านเมื่อวานเขาบอกว่าเช็กแล้วแต่ปัญหายังมาหาย เลยต้องส่งเข้าศูนย์ใหม่ อ้าววว....

(ตอนนี้ใช้คอมบ้านอยู่ค่ะ เธอเป็นหญิงมีอายุ แรมต่ำ ทำงานเลยเงอะงะแล้วก็อืด อันที่จริงก็ไม่อืดมากแต่เคยชินกับอะไรเร็วๆ เลยติดจะรำคาญนิดหน่อย เป็นเหมือนกันใช่ไหมคะ? เลยใช้พิมพ์งานอย่างเดียว แต่สุดท้ายก็หนีไม่รอด ต้องใช้เธอลงนิยายอยู่ดี เหอๆ อะฮั้นเลยต้องใจเย็นขึ้นอีกหน่อย)

แต่คราวนี้สัญญาค่ะว่าไม่หายไปแน่ๆ

กลับมาเรื่องนิยายกันดีกว่า...รอยซาตาน

แหม ชื่อเรื่องถูกใจคนเขียนจริงๆ เป็นความภาคภูมิใจเพราะปกติจะคิดชื่อเรื่องไม่ค่อยออก แต่คราวนี้ชื่อสั้น เพราะ(เข้าข้างตัวเองสุดๆ) แล้วก็ตรงกับธีมของเรื่องด้วยค๊า หุหุ

ส่วนเนื้อเรื่องนั้น หลายๆ คนที่ชอบพระเอกร้ายกาจน่าจะถูกใจ แต่สาวๆ และหนุ่มๆ (ถ้ามี^^) ที่ชอบพระเอกอบอุ่น อ่อนโยน ใจดี แบบคุณบุรินทร์ในกลรักกับดักใจนิยายเรื่องก่อน คิดว่าอ่านเรื่องนี้ก็คงจะชอบชัชชลเหมือนกัน เพราะว่าอะฮั้นคิดว่าเขาเป็นผู้ชายใจดีลึก (ใจดีลึกเป็นญาติกับร้ายลึกค่ะ 55) คือว่าอันที่จริงมีรสนิยมชอบผู้ชายใจดีเป็นการส่วนตัว เขียนให้ร้ายยังไงพระเอกก็แพลมใจดีออกมาตลอดเลย แฮ่...

(ถ้าใครเห็นพระเอกแพลมใจดีออกมาอย่าลืมเตือนกันนะคะ)

เรื่องนี้คุณโอเล่รสส้มถามมาว่าทำไมถึงเปลี่ยนแนวพระเอกขนาดนี้ คิดว่าหลายคนคงสงสัยเหมือนกัน คำตอบก็คือ...แท่ม แท่ม แท้มมมม

เพราะพล็อตเรื่อง สิ่งที่พระเอกต้องเจอตอนเด็กๆ นั่นล่ะค่ะ ที่หล่อหลอมให้เขาเป็นแบบนี้...ฝนฝนเทเลวิชั่นเลยทำการแคสติ้งพระเอกจากผู้ชายในฮาเล็มและได้คุณชัชชล ผู้หล่อล่ำขั้นเทพมาเป็นพระเอกของฮาเล็มคนที่ 4

เอ๋? ได้ข่าวว่าเพิ่งแต่งไปเรื่องเดียวแล้วพระเอกของฮาเล็มหนุ่มหล่อลำดับที่ 2 และ 3 ไปไหน? (พูดเหมือนประกาศหวยออกเลยเน๊อะ) คือว่าคนที่ 2 แต่งไม่จบค่ะ คนที่สามแต่งจบแล้ว เป็นเรื่องแนวโปกฮาปนซึ้งเอาไว้จะลงให้อ่านเน๊อะ

ส่วนความตั้งใจในการเขียนเรื่องนี้ จะเขียนเพื่อเรียกร้องสิทธิสตรีค่ะ ฮิ้ววว อุดมการณ์ยิ่งใหญ่เหลือเกิ๊นนน...

เดี๋ยวนี้นิยายที่มีฉากพระเอกปลุกปล้ำกระทำชำเลาฉันและเธอน้องนางเอกผู้น่ารัก (จะเขียนทำไมให้ยาวเนี่ย) มีออกมาเยอะนะคะ ผู้เขียนแต่ล่ะท่านก็ให้แง่คิดกับคนอ่านต่างๆ กัน อะฮั้นเห็นแล้วก็คึกค่ะ อยากจะปล้ำพระเอกคืน เอ้า! ไม่ใช่ล่ะ 555 คืออยากจะเขียนในแง่มุมนี้บ้างค่ะ

เพราะรู้สึกว่าบางที...ผู้หญิงก็ถูกกระทำมากเกินไป

เอาล่ะเซ้ ชักจะเครียดเกินไปล่ะ ยังไงฝากคุณผู้อ่านเป็นกำลังใจให้ฝนด้วยนะค๊า...

ขอให้เขียนได้ตามสิ่งที่ตั้งใจไว้ อย่าเขวออกนอกพล็อตกลายเป็นนิยายรักหวานแหววไปซะก่อน 55

จุ๊บๆ ค่ะ เจอกันตอนต่อไปพรุ่งนี้ เอ้า! พรุ่งนี้จริงๆ นะ (ยืนยันสำหรับใครที่ฝนเคยบอกว่าจะลงเรื่องนี้ตั้งแต่มีนา เมษา --!)

ป.ล. ไม่ได้ไปทักทายใครเลย เดี๋ยวรอเจ้าคอมตัวเล็กกลับบ้านก่อนนะคะ จะแวะไปเยี่ยมที่ไอดี

เลิฟ เลิฟ ค่ะ

ฝนฝน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

570 ความคิดเห็น

  1. #13 **~Mink~** (@minkkiez) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2552 / 16:30
    เอิ่มมมม คุณฝนกล้าปล้ำแต่ว่าน้องยาย่าเธอจะกล้าทำเหรอคะ อิอิ
    #13
    0
  2. #11 210531 (@puy210531) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2552 / 11:53
    เห้อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆปล้ำกลับ
    #11
    0