หวามรักซ่านใจ

ตอนที่ 5 : บทที่ 2: เกี่ยวกับดวงกาลกิณี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,551
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 98 ครั้ง
    28 ก.ย. 63

อมลสิริกระแทกเสียงอย่างเจ็บปวดใจ เธอคิดว่าน้ำตาไหลหมดตัวไปแล้วจากการร้องไห้อย่างหนักมาตลอดทั้งสัปดาห์ แต่แล้วดวงตาของเธอก็ร้อนผ่าว ไม่ทันตั้งตัวน้ำตาหยดหนึ่งก็ร่วงตกลงบนใบหน้าของชายหนุ่ม เธอตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและเขาก็ดูประหลาดใจไม่แพ้กัน

อมลสิริรับผิดชอบด้วยการใช้ปลายนิ้วโป้งปาดน้ำตาออกจากแก้มของเขา ชายหนุ่มขยับริมฝีปาก แต่อมลสิริยังพูดไม่จบ

“เพราะเราจะแต่งงานกัน พี่อี้ก็เลยเอาวันเดือนปีเกิดของเขากับฉันไปให้ซินแสประจำตระกูลหาฤกษ์แต่ง เรื่องมันเกิดขึ้นตรงนี้ ซินแสบอกว่าดวงฉันเป็นกาลกิณี” อมลสิริมุ่ยหน้า เสียงเธอแผ่วลงและพร่าสั่น “ผู้ชายคนไหนที่แต่งงานกับฉันจะมีชีวิตตกอับลงเรื่อยๆ เขาจะฉิบหาย เคราะห์ร้าย ประสบอุบัติเหตุและร้ายแรงที่สุดคือเขาจะตาย”

“เขาบอกเลิกคุณ...” ชายหนุ่มทำหน้าสับสนอย่างบอกไม่ถูกซึ่งก็เหมือนกับแววตาของเขา “เพราะเรื่องนี้จริงๆ เหรอ”

“ก็ใช่น่ะสิ คุณคิดว่าฉันแต่งเรื่องโกหกอีกรึไง!

อมลสิริหอบหายใจแรงด้วยความโมโหจนร่างกายไหวโยน แต่ไม่กี่อึดใจเธอก็ค้นพบว่าเธอกำลังสะอื้นจนตัวโยนต่างหาก ก้อนสะอื้นน่ารำคาญขึ้นมาจุกที่คอจนเธอหายใจไม่ออกและพูดไม่ได้

“ฮือ... ทำไมฉัน...ฮือออ...ต้องมีดวง...ฮื๊อออ! เป็นกาลกิณีด้วย”

อมลสิริยกมือขึ้นปิดหน้า เธอได้ยินเสียงตัวเองร้องไห้ดังลั่น ขนอ่อนทั่วตัวลุกเกรียวซึ่งก็ไม่รู้ว่าเพราะอากาศเย็นบาดผิวหรือเธอกับลังอับอายจนสุดขั้ว การถูกทิ้งทำให้เธอรู้สึกไร้ค่า และเธอก็รู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างด้วยไม่ว่าเธอจะอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนมากมายแค่ไหนก็ตาม

ฝ่ามือใหญ่อุ่นจัดกุมหัวไหล่ทั้งสองข้างของเธอ อมลสิริไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงสะอื้นยิ่งกว่าเดิม เธอไม่ใช่เด็กเล็กที่ร้องไห้ดังขึ้นเมื่อมีคนโอบกอดสักหน่อย แต่ความจริงกลับเป็นเช่นนั้น เมื่อเขาดึงเธอลงนั่งและโอบแขนแข็งแรงรอบเธอไว้ น้ำตาของเธอก็ไหลทะลักทลายยิ่งกว่าเขื่อนแตก

“ไม่มีอะไรเลวร้ายแบบนั้น”

“มี...ฮึ...มีสิ...ฮือออ” เธอส่งเสียงคร่ำครวญดังขึ้นอีก

ชายหนุ่มลูบศีรษะเธอช้าๆ และกดใบหน้าเธอให้แนบกับบ่ากว้าง เสียงเจือสะอื้นของอมลสิริจึงถูกลดทอนลงให้กลายเป็นดังอู้อี้อยู่กับร่างสูงใหญ่แทน

“หลังจากขอฉันแต่งงานพี่อี้ก็ถูกรถชนแล้วหนี เขานอนโรงพยาบาลอยู่สามวัน แล้วเขาก็ท้องเสียหลังจากที่ไปงานเวดดิ้งแฟร์กับฉันจนต้องเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง หลังจากนั้นรถเขาก็ถูกงัด เขามาเห็นพอดีก็เลยถูกโจรเอาปืนจ่อหน้าผาก เขารอดมาได้เพราะยอมให้ของมีค่าทุกอย่างกับไอ้โจรชั่วนั่น แต่เขาก็โดนมันเอาด้ามปืนกระแทกปากแตกอยู่ดี”

“มันเป็นเรื่องบังเอิญที่ผมไม่เห็นว่าเกี่ยวกับคุณตรงไหน”

ทีแรกอมลสิริก็คิดแบบนั้น แต่เรื่องร้ายๆ ทยอยเกิดขึ้นจนน่ากลัว และซินแสตัวดีที่เธอเคยเจอเขาผ่านๆ แค่ครั้งเดียวก็บอกแฟนของเธอว่ามันเป็นเพราะเธอ เพราะดวงกาลกิณีของเธอกำลังส่งผล

“พี่อี้เชื่อว่ามันเกี่ยวกับดวงกาลกิณีของฉัน เขาถึงได้ซวยซ้ำซวยซ้อน ซวยแบบงงๆ ไม่มีสาเหตุ ซวยไม่มีที่มาที่ไป พี่อี้กลัวมาก เขาตัดการติดต่อฉันทุกช่องทาง บล็อกเบอร์ บล็อกไลน์ บล็อกเฟสบุ๊ค พอฉันไปหาเขาที่โรงงานยามก็กันไว้ไม่ให้เข้า เขาทำเหมือนรังเกียจฉันสุดๆ ทั้งๆ ที่เขาเคยรักฉัน”

อมลสิริร้องไห้โฮไม่หยุด ร่างเพรียวระหงไหวโยนจากแรงสะอื้น อึดใจหนึ่งเธอรวบรวมกำลังผงกศีรษะขึ้น ต่อให้มาสคาร่าจะเลอะไปทั้งหน้าและทำให้เธอดูเหมือนหมาตกถังขยะก็ไม่ทำให้เธออายไปมากกว่านี้แล้วละ มือเรียวดันอกกว้างเพื่อให้หลังของเขาแนบไปกับพนักพิง

“ฉันเสียใจ ฉันเจ็บใจ ฉันหงุดหงิดแล้วก็โมโหมากๆ ด้วย ฉันหยุดร้องไห้ไม่ได้และถ้าคุณจะหัวเราะเยาะฉันก็ตามสบายเลย! ฮื๊อออ!

ทว่าชายหนุ่มกลับวางมือลงบนกระหม่อมเธอ นานพอจะทำให้เธอรู้สึกอุ่นก่อนจะค่อยๆ กดศีรษะให้เธอซบลงกับบ่ากว้างดังเดิม

“ผมขอโทษที่เคยหัวเราะ” เขากระซิบ “และคุณก็ร้องไห้ได้ มันไม่น่าอายหรอก ร้องให้กับเรื่องงี่เง่าทั้งหมดที่คุณเจอมา”

อมลสิริกัดริมฝีปาก ร่างเพรียวบางชะงักค้างไปอึกใจหนึ่งก่อนที่การควบคุมใดๆ ของเธอจะหายไปไม่มีเหลือ เธอกอดรอบคอเขาไว้จนแน่น ทุบมือกับพนักพิงอย่างเกรี้ยวกราด กรีดร้องโดยงับบ่ากว้างเพื่อกั้นเสียงไม่ให้ทุกคนในบาร์ตกอกตกใจนึกว่าใครถูกเชือดอยู่ตรงนี้ เธอปล่อยให้ตัวเองพังทลายแบบที่รู้สึกจริงๆ เธอเจ็บปวด เธอสงสัยในตัวเองและเธอก็กลัว

ทุกสิ่งรอบข้างถูกกางกั้นด้วยความทุกข์ของอมลสิริเอง มีเพียงการปลอบประโลมของชายหนุ่มเท่านั้นที่ให้ความรู้สึกแนบชิดและเป็นจริง เขาไม่ได้พูดอะไร ต่อให้เขาเจ็บที่อาจถูกเธอเผลอกัดเขาก็ไม่ร้องสักแอะ ไม่บ่นว่าบ่าเขาแฉะด้วยน้ำลายของเธอด้วย เขาแค่ปล่อยให้เธอร้องไห้โดยกอดเธอไว้ด้วยแขนข้างหนึ่งและจับมือเธอด้วยมือข้างที่ว่าง บอกเธอด้วยภาษากายว่าเธอจะได้รับการปกป้องในยามที่อ่อนแอ

อมลสิริรู้สึกดีกับสัมผัสของเขา และมันแย่มากที่เธอรู้สึกไม่ดีที่รู้สึกดี ตัวของเขาใหญ่โตเมื่อเทียบกับเธอ อบอุ่นและมีชีวิตแบบที่ช่วยให้เธอไม่รู้สึกโดดเดี่ยว อุณหภูมิของร่างสูงที่แผ่ผ่านเนื้อผ้ากำลังพอเหมาะพอดีที่จะช่วยคลายหนาวให้เธอโดยไม่ร้อนหรืออึดอัดจนเกินไป

พ่อแม่ของเธออยู่ที่เชียงใหม่ เธอสามารถไปหาหรือให้พวกเขาขับรถมารับก็ได้ เพื่อนสนิทของเธอตั้งสามคนอยู่ในโรงแรมแห่งนี้ซึ่งเธอรู้ว่าแต่ละคนพักอยู่ห้องไหน เธอไม่ได้จนตรอกถึงขนาดนั้น มันไม่ถูกต้องเลยที่เธอจะพึ่งพิงผู้ชายหล่อแปลกหน้า...แปลกหน้ารึเปล่านะ

แต่เธอเหนื่อยเกินกว่าจะดิ้นรนนี่นา ถึงนั่นจะเป็นเรื่องน้อยนิดและผู้หญิงที่มีสมองใหญ่กว่าเม็ดถั่วเขียวสมควรจะต้องทำก็เถอะ เธอร้องไห้และนอนไม่หลับมาตลอดทั้งอาทิตย์ จิตใจเต็มไปด้วยความกังวลผิดหวัง สมองก็เต็มไปด้วยเรื่องวุ่นวายเหมือนกลุ่มเส้นด้ายหลากสีที่พันกันเป็นก้อนยุ่งเยิงจนแกะไม่ออก

มันเป็นสัปดาห์ที่เธอต้องหยุดวางแผนเรื่องงานแต่งของตัวเองแล้วมุ่งหน้าเต็มไปพิกัดไปที่การหาทางแก้เคล็ด แก้กรรม แก้ดวงชะตา แต่เธอก็ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงกันแน่และมีแนวโน้มจะลงเอยที่การจ่ายเงินมหาศาลให้หมอดูสักราย เธอเหนื่อยหน่าย เหนื่อยทั้งใจและกาย ตอนนี้เธอจึงจะไม่ทำอะไรทั้งนั้นอกจากร้องไห้คร่ำครวญให้กับชีวิตตัวเอง มันเป็นสิ่งที่เธอสมควรจะได้ทำ ซึ่งเธอก็ทำจนพอใจ เธอว่าสมองโล่งไปแป๊บนึงเลยละ หญิงสาวถอนใจยาว ค่อยๆ ลืมตาขึ้นพลางเช็ดน้ำตา

“ฉันร้องไห้ไปนานแค่ไหนคะ”

เขายกข้อมือที่โอบรอบด้วยนาฬิกาเรือนหรูขึ้นดู

“คุณหลับไปชั่วโมงนึง”

 

อ้อนไม่ได้สร้างเรื่องขึ้นมาหลอกพ่อหนุ่มฮอตนะจ๊ะทุกคน นางมีปัญหาเรื่องดวงกาลกิณีจริงๆ

ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้าจ้ะ ใครชอบเรื่องนี้อย่าลืมกด favorite ไว้น๊า

ฝากแฟนเพจด้วยนะคะ คลิกตรงนี้ได้เลยจ้า รวีดารา - บุหลันราตรี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 98 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

146 ความคิดเห็น

  1. #15 aranyaorchid (@aranyaorchid) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 18:00
    ต้องบอกว่าชีวิตรันทดของอ้อน
    #15
    0