หวามรักซ่านใจ

ตอนที่ 4 : บทที่ 2: อย่ามายุ่งกับฉัน!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,714
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 98 ครั้ง
    26 ก.ย. 63

“ฉันไม่เคยเจอใครที่ไร้มารยาทเท่าคุณมาก่อนเลย!

อมลสิริโมโหสุดขีด ความโกรธที่บอกได้ว่ามาจากทุกเซลล์ในตัวเธอพุ่งปรี๊ดทะลุทะลวงขึ้นมายืนอันดับหนึ่ง ชายหนุ่มหยุดมองหน้าเธอ เขางับปากกลั้นเสียงหัวเราะพร้อมกับกะพริบตาสองครั้ง ต่อให้ผิวเขาเป็นสีแทนและแสงภายในบาร์จะค่อนข้างสลัวแต่เธอก็ยังเห็นได้ชัดว่าหน้าเขาแดงก่ำ

“ผม...”

พูดได้เท่านั้นเขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่นอีกรอบ ในหัวอมลสิริไม่เหลือความคิดใดเลยนอกจากแผนฆาตกรรมด่วนจี๋ เธอลงจากเก้าอี้มายืนตัวแข็งทื่อ เหยียดแขนตรงแน่วและกำมือแน่นเพื่อสะกดไม่ให้ตัวเองร้องกรี๊ดๆ เธออยากข่วนหน้าเขาที่สุด เธออยากให้เขาเจ็บปวดทุกข์ทรมานให้สาสมกับสิ่งที่เขากำลังทำ!

“หยุดเดี๋ยวนี้! ฉันบอกให้หยุด!

“คุณแสดงใช้ได้ แต่คุณแต่งเรื่องห่วยมาก” ดวงตาสีน้ำผึ้งของเขาถึงกับวาววามด้วยหยดน้ำตา

“ฉันไม่ได้แต่งเรื่อง!” อมลสิริตะคอกสวน “ฉันเพิ่งถูกแฟนที่กำลังจะแต่งงานกันบอกเลิกเมื่ออาทิตย์ก่อนเพราะดวงฉันเป็นกาลกิณี!

พอกันที! อมลสิริสะบัดตัว ก้าวฉับๆ ออกห่างจากเคาเตอร์บาร์ พ่อหนุ่มฮอตเรียกชื่อเธอตามหลังเสียงเครือ อ้อ แล้วเขาไม่ได้เสียงเครือเพราะรู้สึกผิดกับเธอจนร้องไห้ แต่เสียงทุ้มนั่นเครือเพราะเจือเสียงหัวเราะที่ยังหยุดไม่ได้ของเขาน่ะสิ! ตอนนี้ไม่มีสิ่งไหนที่เธอจะต้องการมากไปกว่าการได้เห็นเขาตกนรกหมกไหม้อีกแล้ว!

“รอผมก่อน...อ้อน!

อมลสิริไม่หยุดหรอก เธอจะไม่หันกลับไปมองเขาด้วยเพราะเธอไม่อยากสงสัยว่าทำไมหน้าตากับนิสัยของเขาถึงได้ต่างกันสุดขั้ว เธอมุ่งมั่นตรงไปที่ประตูทางออกจากบาร์แม้เธอจะไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน หรือตอนนี้เธออยู่ตรงไหนก็เถอะ!

“เฮ้...”

เขาคว้าแขนเธอและเธอสะบัดออกทันที นอกจากเขาแล้วคืนนี้อมลสิริก็ยังเกลียดพื้นบาร์อีกด้วย โรงแรมห้าดาวอะไรปูพื้นไม่ได้ระดับเอาซะเลย ลายกระเบื้องโย้ไปเย้มาแถมบางก้าวพื้นก็ยุบยวบเหมือนปูด้วยใยนุ่น!

“ว้าย!

อมลสิริร้องเสียงหลง ก็พื้นลื่นจนขาของเธอพันกันน่ะสิ! ร่างเพรียวระหงทรุดฮวบแต่แขนแข็งแรงก็รวบเธอเข้าไว้ในอ้อมกอดของ...

เฮ้อ! ปล่อยให้เธอล้มขมำหน้าคว่ำกระโปรงเปิดตรงนั้นเถอะ ต่อให้ทุกคนที่บาร์เห็นกางเกงในของเธอก็ยังดีกว่าถูกเขา...ผู้ชายสารเลว ไม่มีความเห็นอกเห็นใจ ชอบหัวเราะเยาะ มีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น และมีกล้ามเนื้อแน่นเปรี๊ยะ...ประคองกอดไว้!

“อย่ามายุ่งกับฉัน!

อมลสิริกัดฟันกรอด เธอดิ้นรนเพื่อจะหลุดพ้นจากเขาแต่ขาข้างหนึ่งของเธอกลับสอดเข้าไประหว่างขาของเขา ยิ่งเธอพยายามจะยืนขาของพวกเขาก็ยิ่งพันกันจนน่างุนงงและเธอก็แทบสะอื้นฮักด้วยความท้อแท้ใจ รองเท้าส้นแหลมสูงสีดำคู่เก่งคู่ใหม่ของเธอสูญเสียความมั่นคงไปอย่างเหลือเชื่อ เธอรู้สึกราวกับจะทรงตัวไม่ได้ทั้งๆ ที่เธอนี่ละคือผู้เชี่ยวชาญด้านการใส่รองเท้าส้นสูงทุกสถานการณ์

“โอเค...โอเค...” เขาบอก

“ไม่โอเค!” เธอแยกเขี้ยวขู่ฟ่อ

“ผมจะพาคุณไปนั่งที่โซฟาตัวนั้น โอเคไหม”

โซฟาหนังสีน้ำตาลที่มีพนักสูงท่วมหัวตั้งหันหน้าเอนเอียงไปทางกำแพงที่ประดับด้วยไฟสีเหลืองทองและขวดเหล้ารูปทรงเก๋แปลกตา บริเวณนี้ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวแบบที่อมลสิริต้องการ

ฝ่ามือใหญ่เลื่อนผ่านผิวเปลือยบนแผ่นหลังอมลสิริก่อนที่เขาจะปล่อยเธอเป็นอิสระ ร่างเพรียวระหงทรุดลงนั่ง เธอเหวี่ยงกระเป๋าสะพายใบจิ๋วลงบนโซฟาอย่างให้รู้ถึงอาการหัวเสีย

“คนสวย ผมเข้าใจแล้วว่าคุณไม่อยากให้ผมนั่งด้วย” เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นและถอยไปก้าวหนึ่ง “แต่ไม่เห็นต้องโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงเลยนี่ที่ผมไม่เชื่อ...”

“โอ๊ยยย!

อมลสิริตวาดขัด เขากล้าดียังไงมาหาว่าเธอแต่งเรื่องแถมยังหลงตัวเองว่าจับโกหกเธอได้อีก! หญิงสาวกระชากคอเสื้อเชิ้ตสุดแรงจนร่างสูงใหญ่ถลาเข้ามาหา เขาว่องไวพอจะเหยียดแขนค้ำยันพนักโซฟาไว้ซึ่งนั่นก็ทำให้ร่างกายของเขาตระหง่านง้ำอยู่เหนือเธอ

“ฉันไม่ได้โกหก!

“ผมเข้าใจแล้ว ผมไม่รบกวนคุณ...”

“นั่งลง!

เขาไม่เข้าใจหรอก เขาพูดไปอย่างนั้นเอง อมลสิริกระชากคอเสื้อเขาอีกครั้ง ชายหนุ่มขืนแรงและพลิกตัวลงนั่งข้างๆ เพื่อจะไม่หล่นตุ๊บลงทับเธอ อมลสิริไม่ชื่นชมเขาด้วยเรื่องนั้น เธอไม่สน และเธอก็จะไม่ปล่อยให้เขาหนีไปง่ายๆ โดยเข้าใจว่าเธอเป็นผู้หญิงสมองกลวงที่แต่งเรื่องห่วยแตกเด็ดขาด! เธอพลิกตัวขึ้นไปอยู่ด้านบนบ้าง มือเรียวข้างหนึ่งยึดพนักเหนือศีรษะเขาในขณะที่อีกข้างกำแน่น เธอกระแทกเข่าลงบนโซฟาใกล้กึ่งกลางลำตัวของเขา ชายหนุ่มสะดุ้งโหยงและเขาก็กางขากว้างขึ้นอย่างอัตโนมัติ

“เขาชื่อพี่อี้ เราคบกันมาห้าเดือนและเราก็รักกันมาก มันไม่ใช่พวกรักฉาบฉวยหรือรักแรกพบอะไรพวกนั้น ฉันเคยเจอเขามาก่อน จากคนรู้จักเราก็กลายเป็นคนรู้ใจน่ะคุณเข้าใจไหม”

ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ ดีมาก...ตอนนี้อมลสิริมีความอดทนกับเขาไม่มากนักหรอก

“พี่อี้บอกว่าเขารักฉันมาก ฉันคือคู่แท้ คู่ชีวิตที่อยากจะอยู่ด้วยไปจนตาย พอคบกันได้สี่เดือนเขาก็คุกเข่าขอฉันแต่งงาน ฉันดีใจสุดๆ ฉันดูรูปชุดแต่งงานในพินเทอเรสทุกวัน พินรูปชุดที่ฉันชอบเพื่อหาแรงบันดาลใจชุดแต่งงานของตัวเอง ฉันเข้าไปคุยกับเวดดิ้งสตูดิโอเป็นสิบ ค้นประวัติย้อนหลังว่าพวกเขาเคยโกงลูกค้ารึเปล่า เดี๋ยวนี้มีแต่ข่าวเวดดิ้งสตูดิโอเชิดเงินลูกค้าแล้วปิดร้านหนี ฉันถึงบอกตัวเองว่าต้องรอบคอบที่สุด ช่างเถอะ ประเด็นก็คืออาทิตย์ก่อน...ห้าเดือนที่เราคบกันพอดี! พี่อี้ก็มาบอกเลิกฉัน!

อมลสิริกระแทกเสียงอย่างเจ็บปวดใจ เธอคิดว่าน้ำตาไหลหมดตัวไปแล้วจากการร้องไห้อย่างหนักมาตลอดทั้งสัปดาห์ แต่แล้วดวงตาของเธอก็ร้อนผ่าว ไม่ทันตั้งตัวน้ำตาหยดหนึ่งก็ร่วงตกลงบนใบหน้าของชายหนุ่ม เธอตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและเขาก็ดูประหลาดใจไม่แพ้กัน

 

ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ แล้วมาลุ้นกันใหม่ตอนหน้าน๊าว่าอ้อนกับหนุ่มปริศนาที่ยังไม่รู้ว่าเป็นใครจะคุยกันรู้เรื่องรึเปล่า 55

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 98 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

146 ความคิดเห็น