หวามรักซ่านใจ

ตอนที่ 2 : บทที่ 1: ผมถือเป็นสัญญาณที่ดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,713
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    22 ก.ย. 63

“เรารู้จักกันใช่ไหมคะ”

ชายหนุ่มเลิกคิ้วข้างหนึ่ง แค่ข้างเดียวและทำให้ใบหน้าคมเข้มดูไม่สมมาตร ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังน่าขย้ำอยู่ดี ริมฝีปากอิ่มของเขาบิดเป็นรอยยิ้มพึงพอใจ เขาประคองให้เธอนั่งตัวตรงบนเก้าอี้บาร์ อมลสิริไม่รู้ว่าเพราะอากาศยามค่ำคืนในฤดูหนาวของเชียงใหม่ เพราะแอร์คอนดิชั่นเนอร์ หรือเพราะชุดสายเดี่ยวเปิดหลังที่มีชายกระโปรงยาวเลยสะโพกเพียงเล็กน้อยกันแน่ที่ทำให้เธอเย็นยะเยือก และเธอก็พอใจไออุ่นจากฝ่ามือใหญ่ที่ยังกุมรอบต้นแขนเปลือยของเธอแบบสุดๆ

“ผมถือเป็นสัญญาณที่ดี”

อมลสิริไม่ได้กำลังให้ท่าหรือพยายามจะทอดสะพานฟาดใส่หน้าเขาสักหน่อย เธอส่งเสียงฮึ่มในคอ

“แล้วตกลงว่าเรารู้จักกันมาก่อนรึเปล่า”

อมลสิริเป็นคนเชียงใหม่ เธอเติบโตที่นี่ พ่อกับแม่ของเธอก็อยู่ที่นี่ แต่ตัวเธอย้ายไปทำงานที่กรุงเทพฯ หลังเรียนจบปริญญาตรี การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อมาเยี่ยมครอบครัว แต่เป็นการมาร่วมงานแต่งของเพื่อนสนิทในฐานะเพื่อนเจ้าสาว

เจ้าสาวเองก็เป็นคนเชียงใหม่ที่ไปทำงานและอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ เช่นกัน พอเธอตัดสินใจว่าจะจัดงานแต่งที่บ้านเกิดจึงจองห้องพักของโรงแรมระดับห้าดาวแห่งนี้ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานแต่งไว้ให้แขกเรื่อพักด้วยสองคืน คือคืนก่อนงานแต่งและคืนงานแต่ง

ดังนั้นจึงเป็นไปได้มากว่าพ่อสุดหล่อคนนี้จะเป็นใครบางคนที่อมลสิริรู้จัก ใครบางคนจากช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิตวัยเรียนตั้งแต่อนุบาลจนจบมหาวิทยาลัย เป็นลูกค้าเก่าของพ่อเธอซึ่งเป็นผู้จัดการธนาคารวัยเกษียณ เป็นลูกค้าประจำของร้านก๋วยเตี๋ยวในสวนและคาเฟ่เล็กๆ ที่พ่อกับแม่ทำแก้เหงาในตอนนี้ ซึ่งไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม ถ้าเขาเป็นคนรู้จักก็เท่ากับเขาคือคนที่เธอไม่ต้องการมากที่สุด โธ่...เธอไม่อยากให้คนรู้จักมาเห็นตอนเธอทำหน้าทุกข์ระทมขมขื่นนี่! เธอไม่ได้บอกใครมากนักเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น อันที่จริงเธอบอกเพื่อนสนิทแค่สามคน รวมว่าที่สามีของเพื่อนสนิทแล้วเป็นสี่ เธอไม่ได้บอกพ่อแม่ด้วยซ้ำ ถ้าคนรู้จักมาเห็นสภาพเธอในคืนนี้ก็จะเกิดคำถาม ใครบางคนจะสนุกกับการทำตัวเป็นนักสืบ แล้วความอยากรู้อยากเห็นก็ติดต่อกันง่ายยิ่งกว่าโรคระบาดไหนที่เคยมีในโลกนี้ซะอีก

“เรากำลังทำความรู้จักกันอยู่นี่ไง”

“คุณมีปัญหาเรื่องภาษาใช่ไหมคะ ทำไมคุณตอบไม่ตรงคำถามสักที”

หน้าตาและบุคลิกของเขาดูเป็นคนตะวันตกมากกว่า สำเนียงการพูดภาษาไทยก็มีจังหวะขึ้นลงคล้ายภาษาอังกฤษ อมลสิริมุ่ยหน้า ถามต่อไปว่า

“คุณมาจากไหนคะ”

“ลอสแองเจลิส”

“อเมริกา?”

ชายหนุ่มพยักหน้า รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขาเซ็กซี่ล่อลวงใจ แวบหนึ่งอมลสิริก็เหมือนจะนึกออกว่ารู้จักเขาจากที่ไหน แต่คำตอบที่ว่าเขามาจากฝันสุดเร้าร้อนของเธอน่ะทำให้ทุกอย่างดูไม่น่าเชื่อถือ ถึงตอนนี้เธอแทบจะทำน้ำลายหกใส่เขาแล้วก็เถอะ

อะไรกัน เธอไม่ได้เมาขนาดนั้นสักหน่อย เห็นอยู่ว่าเธอพูดรู้เรื่อง แต่ทำไมเธอคิดไม่ออก

“คุณเคยมาเชียงใหม่รึเปล่า”

“ครั้งแรก” เขาตอบ

หรือพวกเขาจะเคยติดต่อกันเรื่องงาน

“ฉันชื่ออ้อนไงคะ อมลสิริค่ะ ชื่อจริงของฉันน่ะ ฉันอยู่ในทีมมาร์เก็ตติ้งของเอสเอสเอพีกรุ๊ป เป็นผู้ช่วยผู้จัดการ ถ้าคุณไม่รู้จักฉันส่วนตัว เราอาจจะเคยดีลงานกัน ปกติฉันทำงานที่กรุงเทพฯ แต่มาเชียงใหม่เพราะเพื่อนฉันจะแต่งงาน”

เอสเอสเอพีกรุ๊ปทำธุรกิจนำเข้าแบรนด์เครื่องแต่งกายจากอเมริกาและดูแลกิจกรรมทั้งหมดภายใต้ชื่อแบรนด์เหล่านั้นในเมืองไทย อมลสิริทำงานที่นี่มาห้าปี เธอติดต่อกับทีมการตลาดของแบรนด์ที่อเมริกาโดยตรงหลายครั้งซึ่งเขาก็อาจจะเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น

“คนสวย...ถ้าผมเคยเจอคุณมาก่อนผมไม่มีทางลืมคุณหรอก”

อมลสิริปลดมือเขาออกจากตัว จ้องตอบชายหนุ่มตรงหน้าให้รู้ถึงความไม่พอใจเมื่อเขามองมาด้วยสายตา...เฮ้อ! เธอไม่ว่าอะไรหรอกถ้าเขาจะมองเธอด้วยสายตาลุ่มหลง ไม่ใช่สายตาแบบที่คิดว่าเธออาจจะเอนตกเก้าอี้ได้ทุกวินาทีแบบนี้ เธอไม่ใช่เด็กเล็กๆ สักหน่อย

“แต่ฉันมั่นใจว่าเรารู้จักกัน” เธอจิ้มปลายนิ้วชี้เข้าที่อกกว้าง “ฉันรู้จักคุณ”

“โอเค...” เขายิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี “ผมมีชื่อเสียงพอตัวในวงการแคบๆ คุณอาจรู้จักผมจากตรงนั้นก็ได้”

แล้วไอ้ที่ว่าตรงนั้นมันตรงไหนกันล่ะ

“ฉันรู้จักคุณเพราะคุณเป็นคนดังงั้นเหรอ”

อมลสิริกัดริมฝีปากพลางหรี่ตามองเขาอย่างพิจารณา เธอไม่ใช่ผู้หญิงสายดื่ม เธออาจชอบไปปาร์ตี้แต่ก็เพื่อพบปะผู้คนเท่านั้น เธอจำชื่อดรายมาร์ตินี่มาจากซีรี่ย์อเมริกันที่ดูเมื่อเดือนก่อน มันเป็นเครื่องดื่มใสแจ๋วรสแรงที่บาร์เทนเดอร์เสิร์ฟมาในแก้วคอกเทลก้านยาวขนาดเล็ก คืนนี้เธอเพิ่งดื่มไปแค่ไม่กี่แก้วเองนี่นา เธอไม่เข้าใจว่าทำไมความนึกคิดในสมองของเธอถึงล่องลอยเหมือนกลุ่มควัน ฟุ้งกระจายและพร่าเบลอจนเธอค้นหาความทรงจำเกี่ยวกับเขาไม่เจอ

แต่เธอรู้จักเขา และการค้างคาใจว่าเขาเป็นใครกันแน่คือเหตุผลเดียวที่รั้งเธอไว้

“ลองทายชื่อผมดูไหมล่ะ”

พ่อหนุ่มฮอตเสนอ ดวงตาสีน้ำผึ้งมีแววร่าเริงและเจ้าเล่ห์ อมลสิริมองสันกรามและโหนกแก้มแบบผู้ชายของเขา เขาเหมือนหลุดมาจากฝันสุดร้อนฉ่าของเธอจริงๆ ฝันซุกซนน่าอายที่เธอจะเก็บไว้เป็นความลับตลอดชีวิต เธอชักคิดแล้วสิว่าบางทีอาจไม่ใช่เพราะดรายมาร์ตินี่ แต่เป็นเพราะเสน่ห์เย้ายวนของเขาต่างหากที่ทำให้ความนึกคิดของเธอปัดเป๋

เขามีไหล่หนาน่าประทับใจ ต้นแขนทั้งสองข้างแม้จะถูกบดบังด้วยแขนเสื้อแต่ก็คงเต็มแน่นด้วยกล้ามเนื้อแบบที่เธออยากจะลองจับดู อมลสิริสะดุ้งกับความคิดตัวเอง เธอช้อนตาขึ้นและพบว่าชายหนุ่มมองการกระทำของเธออยู่ตลอด ตอนนี้เขาคงเห็นหน้าเธอแดงเพราะความอับอายด้วย

“คุณเป็นนายแบบเหรอคะ”

หรืออมลสิริไม่รู้จักเขาโดยตรงแต่เคยเห็นเขาผ่านตาจากโฆษณา หรือจะเป็นโฆษณาน้ำหอมของโดเช่แอนด์กาบาน่า เธอจินตนาการถึงเขาที่เปลือยท่อนบนนอนอยู่บนชายหาด แล้วเธอก็เปลื้องกางเกงขายาวน่ารำคาญของเขาออกเพื่อให้เขากลายเป็นนายแบบโฆษณากางเกงชั้นในของเคลวินไคลน์

อืม...น่าสนใจ

 

ตอนนี้เราก็ยังไม่รู้นะคะว่าพ่อหนุ่มฮอตเป็นใคร รู้แต่ว่าจินตนาการของยัยอ้อนไปไกลแล้ว 555555

ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์และกำลังใจน๊า แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะคะ ^__^

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

146 ความคิดเห็น

  1. #12 pineapplepompom (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 18:46

    รอติดตามนะค้าา ชอบสไตล์เขียนของไรท์มากเลย ตามตั้งแต่เรื่องคู่เลียมกับลิซ่า อยากได้แนวนั้นอีกจังง ชื่อไทยอ่านยากเล็กน้อยค่ะ55555555

    #12
    1
  2. #11 Senerity9 (@ianee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 00:08
    รอเลยค่าา
    #11
    0
  3. #10 WongdueanManee (@WongdueanManee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 22:37

    รอค่าา

    #10
    0