สามีปล้นใจ

ตอนที่ 9 : บทที่ 2: เขาเจอชนิตาแล้ว!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,608
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 92 ครั้ง
    4 ต.ค. 61


“โทษทีพวก ฉันอยากดื่มเงียบๆ คนเดียว”

วินเซนต์นั่งที่เก้าอี้สูงหน้าบาร์ เขาปฏิเสธคนที่เข้ามาคุยด้วยก่อนหันไปสั่งเครื่องดื่มกับบาร์เทนเดอร์อย่างไม่ใส่ใจนัก ฝ่ามือใหญ่คลี่ออกเผยให้เห็นนาฬิกาสร้อยคอที่กำไว้ เขารู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อนไม่มีผิด ในยุคสมัยที่การสื่อสารยังไม่พัฒนาและการติดต่อหรือตามหาใครสักคนช่างเป็นเรื่องยากเย็น

ชายหนุ่มถอนใจยาว ถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้รับสัญญาณจากโทรศัพท์ของตัวเอง เขาเริ่มกังวลแล้วว่าชนิตาทำอย่างไรกับมัน เธอปาทิ้ง เก็บไว้ทำที่ทับกระดาษ หรือยกให้ใครบางคนที่บังเอิญเดินสวนกันริมถนน

“ผมตามหาคุณอยู่”

นาฬิกาสร้อยคอได้รับการดูแลรักษาอย่างดี ที่สำคัญคือเธอพกมันติดตัว ไม่ใช่ของที่ระลึกจำพวกที่มักถูกโยนลืมไว้มุมกล่อง นาฬิกาเรือนนี้ไม่ใช่ข้าวของที่มีราคา พ่อชาวฝรั่งเศสซื้อให้แม่ซึ่งเป็นสาวอังกฤษในวันครบรอบแต่งงานปีหนึ่ง วินเซนต์จำได้ว่าแม่สวมทุกวัน

พ่อกับแม่เลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักมายากลข้างถนนในปารีส พวกเขาเช่าห้องเล็กๆ อยู่ด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูก ตอนที่วินเซนต์อายุเจ็ดขวบแม่เริ่มป่วย บ่อยครั้งที่พ่อต้องอยู่ดูแลเธอที่บ้าน รายได้ของพวกเขาลดลงอย่างมาก ในขณะที่รายจ่ายด้านค่ารักษาพยาบาลของแม่กลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

วันหนึ่งพวกเขาก็จำเป็นต้องย้ายจากห้องเช่าไปขออาศัยอยู่ที่โรงรถของญาติห่างๆ ของพ่อ พ่อเคยช่วยเหลือพวกเขามาก่อน มันเป็นเรื่องของการชดใช้บุญคุณที่พวกเขาต้องจำยอม ดังนั้นจึงไม่มีการต้อนรับอันดี ไม่มีการให้เกียรติ ดูเหมือนจะเป็นสิทธิอันชอบธรรมของพวกเขาด้วยที่จะใช้ทั้งคำพูดและสายตาเหยียดหยาม

วินเซนต์รู้ดีกว่าใครว่าครอบครัวของเขาต้องการเงินมากแค่ไหน ตอนนั้นเขาฝึกมายากลบ้างแล้ว แต่เขาเล่นไม่เก่งเหมือนพ่อและเป็นผู้ช่วยที่ไม่ดีเท่าแม่ เขาจึงต้องหางานที่เหมาะกับตัวเอง ซึ่งเด็กๆ ด้วยกันที่เคยมายืนดูพ่อกับแม่ทำการแสดงแนะนำงานให้เขา

สิ่งที่ต้องทำก็แค่ถือสมุดที่มีรายชื่อผู้คนมากมาย เดินเข้าหานักท่องเที่ยวเพื่อขอลายเซ็น ชี้ให้พวกเขาดูว่าคนก่อนๆ บริจาคเงินมากแค่ไหน และโน้มน้าวให้พวกเขาควักเงินออกจากกระเป๋าให้มากที่สุด

บางครั้งก็ขอรับบริจาคเพื่อช่วยผู้พิการ บางครั้งก็ช่วยเหลือเด็กไร้บ้าน บางครั้งก็เป็นการกุศลแบบอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดนั่นเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ พวกเขาทำงานเป็นแก๊งค์ จบวันก็แค่เอาเงินมาแบ่งกัน

ตอนอายุสิบขวบแม่สวมนาฬิกาสร้อยคอให้วินเซนต์ คืนที่เงียบเหงาในสัปดาห์ถัดมาเธอก็จากไปอย่างไม่มีวันกลับ พ่อกลายเป็นผู้ชายที่หัวใจสลาย เขามักร้องไห้ตอนที่แสดงมายากล จากนั้นไม่นานเขาก็ติดเหล้า ญาติไล่พวกเขาทั้งคู่ออกจากบ้าน มันเป็นคืนวันที่พวกเขาต้องนอนข้างถนนปนกับคนไร้บ้านอื่นๆ

ร่างกายของวินเซนต์เติบโตอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกถึงความเป็นผู้ใหญ่ เขาอยากทำอะไรที่ท้าทายมากขึ้น สำหรับเขาแล้วงานขอลายเซ็นเป็นงานของเด็กเล็กและพวกผู้หญิง ดังนั้นเขาจึงเริ่มฝึกงานสำหรับวัยรุ่น...

นั่นคือการล้วงกระเป๋า

วินเซนต์เรียนรู้วิธีใช้มือจากพ่อกับแม่ที่เป็นนักมายากลมาตั้งแต่เด็ก เขาว่องไวและมีทักษะเบี่ยงเบนความสนใจในระดับสูง เขาเริ่มฝึกจากการล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวที่กำลังเซ็นบริจาค ก่อนจะขยับขยายไปยังรถไฟใต้ดิน สถานที่ซึ่งเป็นแหล่งหากินของนักล้วงกระเป๋ามานานนม

งานใหม่ช่วยให้เขาหาเงินได้มากพอจะเช่าห้องเล็กๆ อยู่กับพ่อในย่านใกล้ๆ ที่พักของพวกมีอันจะกิน แต่เขาก็เสียพ่อไปตอนอายุสิบสองย่างเข้าสิบสามเต็มที

“เจอกันอีกแล้วนะคะ”

วินเซนต์ซ่อนนาฬิกาสร้อยคอไว้ในมือที่กำแน่นอีกครั้ง ความทรงจำวัยเยาว์สลายหายไปเหมือนควันบุหรี่ที่ถูกลมพัด เขาหันไปมองหญิงสาวที่นั่งบนเก้าอี้ข้างๆ

“เคทค่ะ” เธอเท้าศอกกับเคาเตอร์บาร์ ส่งยิ้มยั่วยวนมาให้

วินเซนต์จำเกตนิภาได้ เขาคงปฏิเสธที่จะสนทนาด้วยถ้าเธอไม่ใช่คนไทย...คนต่างชาติมักรวมกันอยู่ ใครบางคนมักรู้จักใครบางคน และใครบางคนก็รู้จักใครๆ อีกหลายคน บางทีวิธีใหม่ในการตามหาชนิตาอาจจะอยู่ต่อหน้าเขาตอนนี้

“คุณอยู่ที่นิวยอร์กมานานรึยัง”

“น่าจะสิบวัน...” เธอยักไหล่ “ฉันไม่แน่ใจค่ะ”

“ผมกำลังตามหาคนไทยคนหนึ่ง”

“คุณหวังว่าฉันจะเป็นคนกว้างขวางที่รู้จักใครต่อใคร”

วินเซนต์ยิ้มและพยักหน้ารับ เกตนิภาเอียงตัวเข้ามาหาเขา อกเต่งตึงภายใต้ชุดรัดรูปที่คว้านคอลึกเรียกร้องความสนใจอย่างเงียบๆ เธอหัวเราะก่อนจะพูดต่อ

“แต่ฉันอยู่แอลเอมาสิบกว่าปี ที่นิวยอร์กก็มีเพื่อนฝูงไม่น้อย คุณกำลังตามหา...ว้าย!

สัญญาณแหลมแสบแก้วหูหวีดขึ้นแทรกประโยคของเธอ เกตนิภาผงะออกห่างอย่างตกใจในขณะที่วินเซนต์ลุกพรวด เธออาจจะหงายหลังตกเก้าอี้ถ้าคว้าเคาเตอร์บาร์ไว้ไม่ทัน แต่นั่นไม่ได้อยู่ในการรับรู้ของเขา!

ชายหนุ่มรีบหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า นี่เป็นเสียงเตือนว่าหาโทรศัพท์อีกเครื่องเจอแล้ว

เขาเจอชนิตาแล้ว!

 

 

โอยยยย เจอซ๊ากที 55555555

สรุปว่าวินซ์ก็ไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากยายเคทแล้วค่ะ เจอโบเอง ชีวิตดี๊ดี 5555 แต่เจอแล้วจะเป็นยังไง มาลุ้นกันใหม่ตอนหน้านะคะ ^__^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 92 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

572 ความคิดเห็น

  1. #449 pemipond (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 12:46

    ดีงาม หล่อนไม่จำเป็นอีกแล้ว

    #449
    0
  2. #43 Gigaset (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 14:50

    เก็บตอนไว้เยอะๆแล้วอ่านรวดเดียวสนุกดีค่ะ วินซ์ตามหาหนูโบเจอสักทีน่ะอย่าไปยุ่งกะนังเคทน่ะวินซ์รอตอนต่อไปค่า ปล.สอบถามค่าหนังสือทันสิ้นปีไหมค่ะพอดีจะกลับไทยจะได้เอาติดกลับมาอ่านทีนี่น่ะค่ะขอบคึุณมากค่า

    #43
    1
    • #43-1 roonrat(จากตอนที่ 9)
      8 ตุลาคม 2561 / 13:26
      น่าจะทันค่า ฝนกำลังปั่นต้นฉบบใกล้เสร็จแล้วค่ะ น่าจะทันตอนเดือนพฤศจิกา หรือธันวาค่าาา
      #43-1
  3. #42 ma2m (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 05:33
    เจ็บ หรือเจอตำรวจ วินซ์
    #42
    1
    • #42-1 ma2m(จากตอนที่ 9)
      5 ตุลาคม 2561 / 05:34
      เจอโบ*
      #42-1
  4. #41 alich25 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 23:50
    ดีมากวินซ์ อย่าไปพึ่งนางงงงง
    #41
    0
  5. #40 Mikorinchi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 21:38

    เจอตำรวจล่ะสิ วินซ์ 555555555

    #40
    0
  6. #39 yui-oi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 21:06
    ยังไม่เจอโบหรอก เจอคุณตำรวจไปก่อนนะ
    #39
    0
  7. #38 Mikorinchi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 19:16

    โอ้ยยยยย เจอยัยเคทอีกละ

    #38
    0
  8. #37 foggy-pepsi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 17:16
    ตามหากับยัยเคทซะด้วย
    #37
    0