สามีปล้นใจ

ตอนที่ 6 : บทที่ 2: นาฬิกาสร้อยคอของวินเซนต์หายไปแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,375
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    30 ก.ย. 61

มันไม่อยู่แล้ว! นาฬิกาสร้อยคอของวินเซนต์หายไปแล้ว!

ชนิตารู้ตัวเมื่อมาถึงโรงแรม เธอแน่ใจว่าปลายนิ้วแตะโดนก้นกระเป๋าเสื้อโค้ทตอนที่หย่อนมันลงไป แต่ไม่ว่าจะล้วง จะพลิก จะเขย่า แม้แต่หาในกระเป๋าถือก็ไม่เจอ เธอกลับไปที่ร็อกกี้เฟลเลอร์เซนเตอร์ ก้มมองตามทางที่เคยเดินผ่านซึ่งยังคงคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ถามประชาสัมพันธ์ทุกตึกที่ยังเปิดว่ามีใครเก็บนาฬิกาสร้อยคอได้รึเปล่า เธอทำแม้กระทั่งไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ขอร้องพวกเขาว่าถ้ามีใครพบให้รีบติดต่อมาทันที

ประเด็นคือมันไม่ใช่ของมีราคา พวกเขา...ซึ่งอาจจะเป็นคนที่พบมันบนพื้นถนน พนักงานทำความสะอาด เจ้าหน้าที่ประจำตึก หรือแม้กระทั่งตำรวจมีแนวโน้มที่จะไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ ขณะที่สำหรับชนิตาแล้วมันมีคุณค่าทางใจอย่างมหาศาล นาฬิกาสร้อยคอเรือนนั้นเป็นของที่ระลึกจากวินเซนต์ซึ่งอยู่ติดตัวเธอมาตลอดสิบเจ็ดปี เป็นเครื่องรางนำโชค เป็นความหวังถึงอิสรภาพที่โหยหา และเป็นความทรงจำของรักแรกที่ทำให้เธออุ่นซ่านในหัวใจเสมอ

ชนิตาร้องไห้ด้วยความเสียใจตลอดทั้งคืน เธอเจ็บใจกับความโง่เง่าของตัวเอง เธอไม่น่าถอดมันออกจากคอเลย จิตใจเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเมื่อเจอวินเซนต์ เขาขโมยลมหายใจของเธออย่างที่ไม่มีผู้ชายคนไหนทำได้ เธอสับสนด้วยคลื่นอารมณ์หลากหลาย และมีคำถามหนึ่งวนเวียนอยู่ในหัวว่าเธอทำถูกแล้วใช่ไหมที่เดินจากมาแบบนั้น

โอกาสที่จะบังเอิญเจอวินเซนต์ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ สักหน่อย นี่คือครั้งเดียวในรอบสิบเจ็ดปี หรืออันที่จริงอาจจะเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่เหลืออยู่ของชนิตาด้วยซ้ำ ทำไมเธอไม่คุยกับเขาอีกนิดนะ ไม่ต้องบอกว่าตัวเองเป็นใคร ไม่ต้องชวนเขารำลึกความหลัง เธอไม่ได้ต้องการเป็นคนสำคัญในชีวิตเขา ก็แค่อีกสักประโยค...ประโยคเดียวก็พอ

หลังตื่นนอนในช่วงเช้าชนิตาโทรไปที่สถานีตำรวจเป็นอันดับแรก ตามด้วยประชาสัมพันธ์ของอาคารต่างๆ ที่ฝากเรื่องไว้ ไม่มีใครพบนาฬิกาสร้อยคอที่สลักชื่อวินเซนต์ เธอนั่งห่อไหล่อย่างสิ้นหวังบนเตียงสักพักก่อนลุกไปทำธุระส่วนตัว สวมชุดเดิมและลงไปกินอาหารเช้าที่รวมอยู่ในค่าเช่าห้อง

ชนิตาเดินผ่านล็อบบี้เล็กๆ เพื่อไปยังห้องอาหาร ที่โต๊ะริมผนังมีนิตยสารตั้งอยู่ แค่มองด้วยหางตาเธอก็เห็นแล้วว่ามีรูปของวินเซนต์บนปก ร่างเพรียวบางถลาไปที่นั่น มือเรียวคว้ามันขึ้นมาก่อนที่เธอจะทันได้คิดเสียอีก

เล่มนี้ชนิตาอ่านไปแล้ว...ทุกๆ วันหยุดของแต่สัปดาห์เธอจะไปที่ร้านหนังสือเพื่อพลิกดูเนื้อหาในนิตยสาร เลือกเล่มที่มีข่าวหรือบทสัมภาษณ์ของวินเซนต์ แลมเบิร์ต จากนั้นก็ค่อยซื้อนิตยสารแบบอีบุ๊คเพื่อประหยัดเนื้อที่ในการจัดเก็บและสามารถเปิดดูได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

เธอเป็นแฟนตัวยงของเขา ชนิตายิ้มอ่อนจาง ลูบปลายนิ้วบนรูปครึ่งตัวของวินเซนต์ แลมเบิร์ต ที่ถ่ายรวมกับลุค แซนฟอร์ด และแอชเชอร์ เวสต์ เชื่อเถอะว่าถ้ามีรายการแข่งขันตอบคำถามเกี่ยวกับเขา เธอนี่แหละที่จะเป็นผู้ชนะด้วยการตอบถูกทุกข้อ

วินเซนต์มีพ่อเป็นชาวฝรั่งเศส มีแม่เป็นชาวอังกฤษ นั่นจึงทำให้เขาใช้ทั้งภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษได้ดีควบคู่กัน เขาเกิดและเติบโตในปารีส พ่อแม่เป็นนักมายากล เขาหาเลี้ยงตัวเองตั้งแต่เด็กด้วยการล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยว

ชนิตาย้ายตามครอบครัวชัยขจรกิจไปฝรั่งเศสตอนอายุแปดขวบและกลับเมืองไทยตอนอายุสิบขวบ นั่นเป็นช่วงเวลาที่เธอกับวินเซนต์ได้พบกันในปารีส เขาเป็นเด็กชายหน้าตาดี พอเข้าสู่วัยรุ่นเขาก็หล่อเหลาบาดใจ ตอนนั้นเขากำลังโตจึงมีรูปร่างที่ค่อนข้างผอมและสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เขามักขยับตัวอย่างคล่องแคล่ว ใช้มือได้แผ่วเบา เขาชอบแอบจับผมของเธอด้วย

พออายุสิบสามวินเซนต์ก็ย้ายตามพ่อบุญธรรมมานิวยอร์ก ที่โรงเรียนในย่านบรูกลินเขาได้พบกับลุค แซนฟอร์ด และแอชเชอร์ เวสต์ ซึ่งกลายเป็นเพื่อนสนิทกันมาจนถึงปัจจุบัน เขาให้สัมภาษณ์ว่าพ่อบุญธรรมขอร้องให้เขาเลิกเป็นมิจฉาชีพ ไม่นานนักพ่อบุญธรรมก็ล้มป่วย เขาทำงานพิเศษหนักขึ้นเพื่อหาเงินและเพื่อเก็บไม้เก็บมือให้พ้นจากกระเป๋าสตางค์ของชาวบ้าน

พ่อบุญธรรมเสียชีวิตในขณะที่วินเซนต์อายุยี่สิบสอง เมื่ออายุยี่สิบสามเขากับเพื่อนสนิทอีกสองคนก็สร้างแอพพริเคชั่นแชทที่ชื่อ ‘TEXTER’ ซึ่งใช้เพียงหมายเลขโทรศัพท์ในการลงทะเบียนโดยไม่มีการเก็บข้อมูลผู้ใช้ เท็กเตอร์ได้รับความนิยมไปทั่วอเมริกาอย่างรวดเร็ว ชนิตาเองก็ใช้แอพพริเคชั่นนี้ในการติดต่อสื่อสาร ไม่นานนักความนิยมก็ขยายวงกว้างครอบคลุมทั่วโลก เท็กเตอร์ถูกแปลเพื่อรองรับการใช้งานถึงสามสิบห้าภาษา

ขณะเดียวกันนั้นผู้พัฒนาแอพพริเคชั่นก็ได้รับความสนใจมากขึ้นจากประวัติชีวิตที่ค่อนข้างโลดโผน...วินเซนต์ แลมเบิร์ต เคยเป็นเด็กล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวในปารีส ลุค แซนฟอร์ด เคยหนีคดีที่ไม่ยุติธรรม และแอชเชอร์ เวสต์ เคยเป็นอันธพาลข้างถนน...ชื่อและรูปภาพของพวกเขาปรากฏตามสื่อต่างๆ บรรดาผู้หญิงกรี๊ดกร๊าดผ่านโซเชียลมีเดียให้กับความหล่อเหลาของพวกเขา ชนิตายังจำอาการตกตะลึงในครั้งแรกที่เห็นรูปของวินเซนต์ได้ เขามีผมสีน้ำตาลอ่อนหยักศก ดวงตาสีฟ้าอ่อนอมเทา เขายังมีเค้าโครงของเด็กวัยรุ่นที่เธอเคยรู้จัก เพียงแต่คมเข้มขึ้น เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เร้าใจ และร่างกายสูงใหญ่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ

ตอนนั้นหัวใจของชนิตาฟูฟ่องและชุ่มช่ำไปด้วยความสุขเมื่ออ่านทวนชื่อและนามสกุลของวินเซนต์ เธอหาอ่านบทสัมภาษณ์มากมายของเขา ติดตามข่าวคราวทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเขา เธอเคยวางแผนว่าจะติดต่อเขา บอกเขาว่าเธอเองก็อยู่ในอเมริกาเช่นกัน...

แต่แผนก็เป็นได้แค่แผน เธอไม่เคยลงมือทำเสียที

ชนิตาทอดถอนใจเมื่อนึกถึงวันเวลาที่ผ่านมา ช่วงแรกเธออยากสวยขึ้นอีกสักนิด เธอเริ่มดูแลรูปร่างและหน้าตาตัวเอง จากนั้นเธอก็อยากให้หน้าที่การงานดีขึ้นอีกหน่อย เธอไม่อยากแนะนำตัวกับเขาในฐานะที่ยังเป็นแค่เด็กรับใช้ในบ้านชัยขจรกิจ เธออยากให้ชีวิตมีความก้าวหน้าบ้างในตอนที่จะได้พบกับเขาอีกครั้ง เธอไม่อยากให้ตัวเองดูต่ำต้อยมากเกินไป แตกต่างจากวินเซนต์มากเกินไป

ชนิตาไม่บอกใครแม้แต่คนเดียวว่าเคยรู้จักกับวินเซนต์โดยเฉพาะคนใกล้ชิดทั้งหลายในบ้านชัยขจรกิจ ความหวังของชนิตาสดใสและสวยงามอยู่ช่วงหนึ่ง จนกระทั่งเกตนิภาเห็นเธอมองรูปของวินเซนต์จากหน้าจอโทรศัพท์มือถือแล้วหัวเราะเยาะ

“หัวสูงนะแกน่ะ แต่มองรูปให้ตายเขาก็ไม่มีวันลดตัวมาเอาแกหรอก ฉันบอกแกเป็นหมื่นครั้งแล้วว่าแกมันไม่ใช่ซินเดอเรลล่า” เกตนิภาผลักหัวชนิตา “แกไม่ใช่ลูกสาวของเมียคนก่อนของเจ้าของบ้าน แกเกิดเป็นลูกคนใช้ แล้วแกก็เป็นคนใช้จริงๆ ที่ไม่มีวันได้เปลี่ยนสถานะเป็นเจ้าหญิง!

เกตนิภาโยนแทบลอยด์เล่มหนึ่งลงบนตักชนิตา ในนั้นมีข่าวซุบซิบเรื่องสาวๆ ที่สามหนุ่มควง บางคนเป็นดาราแถวหน้า บางคนเป็นนางแบบชื่อดัง ลุคมีข่าวทำนองนี้มากกว่าเพื่อนๆ นับวันความเป็นมหาเศรษฐีเพลย์บอยของเขายิ่งเด่นชัด ส่วนวินเซนต์ก็ดูจะมีผู้หญิงเข้ามาเป็นตัวเลือกมากมายเหลือเกิน

หลายคนมีประวัติด้านครอบครัวและการศึกษาที่น่าประทับใจ หลายคนสวยจนใครๆ ต้องมองจนเหลียวหลัง หลายคนมีชื่อเสียงโด่งดัง ซึ่งดูเหมือนว่าทุกคนล้วนแล้วแต่มีดีกว่าชนิตาทั้งสิ้น

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ชนิตายังคงเฝ้ามอง ชื่นชม และภูมิใจในทุกย่างก้าวของวินเซนต์ ซึ่งห้าปีหลังจากสร้างเท็กเตอร์ พวกเขาก็ตัดสินใจขายมันให้กับบริษัทโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ในราคาช็อคโลกที่หนึ่งหมื่นแปดพันล้านดอลล่าร์ แต่พวกเขาก็ไม่ได้หยุดตำนานของมหาเศรษฐีที่สร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตัวเองเพียงเท่านั้น เพราะต่อมาไม่นานพวกเขาก็เปิดตัวแอพพริเคชั่นใหม่ในชื่อ ‘FLASHCHAT’ ใช้สำหรับส่งข้อความเป็นรูปภาพและวีดีโอ มีจุดเด่นที่การตั้งค่าให้ข้อความหายไปในเวลาที่กำหนด โดยจะหายไปทั้งจากเครื่องผู้รับ ผู้ส่งและในเซิฟเวอร์

ใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนแฟลชแชทก็กลายเป็นแอพพริเคชั่นสุดฮิตในหมู่วัยรุ่นอเมริกัน สำนักข่าวด้านการเงินรายงานว่าแฟลชแชทมีผู้ใช้ต่อวันสูงถึงร้อยห้าสิบล้านคน และมีการประเมินมูลค่าบริษัทว่าน่าจะอยู่ที่ราวสองหมื่นล้านดอลล่าร์ ตอนอายุยี่สิบเก้าฟอร์บส์ถึงกับจัดอันดับให้พวกเขาเป็นมหาเศรษฐีที่อายุน้อยกว่าสามสิบ

ยิ่งเวลาผ่านไปในแต่ละวัน ชนิตาก็ยิ่งรับรู้ถึงความแตกต่างระหว่างเธอกับวินเซนต์ เขาเป็นชายหนุ่มที่ฉลาด หล่อเหลา ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นมหาเศรษฐี มีชื่อเสียง และถูกห้อมล้อมด้วยเหล่าคนที่ใช้ชีวิตกันอย่างโก้หรู ในขณะที่เธอยังมีชีวิตแบบเดิมๆ แม้จะมีงานทำแต่ก็ยังเป็นคนรับใช้ของบ้านชัยขจรกิจ เธอไม่คู่ควรกับเขาสักนิด อย่าพูดถึงในฐานะคนรักเลย แค่คนรู้จักก็ดูจะเป็นการขอที่มากเกินไป

มีหลายครั้งที่เธอสงสัยว่าเขาจะจำเธอได้รึเปล่าถ้าเธอติดต่อไปหา เขาจะพูดกับเธออย่างไร จะมองเธอแบบไหน เธอมักใช้เวลาก่อนนอนเพ้อฝันว่าวินเซนต์ตามหาเธอ จำเธอได้อย่างแม่นยำ เขายังรักเธอเหมือนเมื่อครั้งที่อยู่ในปารีส และพวกเขาก็แต่งงานกัน

“มีผู้หญิงมากมายบนโลกใบนี้ที่ดีกว่าฉัน สวยกว่าฉัน คู่ควรกับคุณมากกว่าฉันล้านเท่า” ชนิตาลูบบนภาพของวินเซนต์ “คุณต้องมีชีวิตที่ดีขึ้น ประสบความสำเร็จมากขึ้น ร่ำรวยขึ้น มีความสุขขึ้นทุกๆ วันนะคะ”

ชนิตาปรารถนาให้วินเซนต์ได้พบกับสิ่งที่ดีที่สุด แม้เธอจะหลงรักเขาและหัวใจสลายทุกครั้งที่มีข่าวเขาควงกับสาวสวย แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก เธอยอมที่จะเจ็บไปเรื่อยๆ ดีกว่าให้เขาล้มเหลวและตกต่ำลงมาอยู่ในจุดที่เธอเอื้อมถึง

ไปเลย...ไปให้สูงเท่าที่ความสามารถจะพาวินเซนต์ไปได้ ไปให้ไกลจนคนอย่างชนิตามองเขาไม่เห็น เธอจะคอยฟังข่าวคราวของเขาจากที่ไกลๆ แค่นี้คนอย่างเธอก็สุขใจแล้ว

หญิงสาววางนิตยสารลงที่เดิม ร่างเพรียวบางเดินไปยังห้องอาหาร เลือกโต๊ะหัวมุมแล้วเทของทุกอย่างในกระเป๋าออกมา เธอหวังว่านาฬิกาสร้อยคออาจจะติดอยู่ข้างใน อาจมีปาฏิหาริย์ ไม่แน่หรอก แต่แล้วชนิตากลับพบสิ่งที่เธอลืมไปเสียสนิท

เธอนั่งเก้าอี้ หยิบโทรศัพท์มือถือที่แบตเตอรี่หมดจนเปิดไม่ติดขึ้นมา มันไม่ใช่โทรศัพท์ของเธอ เธอเจอมันเมื่อคืนตอนหานาฬิกาสร้อยคอและไม่รู้ว่ามันมาอยู่ในกระเป๋าได้อย่างไรด้วยซ้ำ เธอตั้งใจว่าจะให้ตำรวจช่วยหาเจ้าของ แต่ก็ลืมจนถึงตอนนี้

บ่ายนี้เธอจะกลับไปที่สถานีตำรวจอีกครั้ง การไปตามเรื่องด้วยตัวเองคงจะทำให้พวกเขารู้ว่านาฬิกาสร้อยคอสำคัญกับเธอมากจริงๆ ส่วนโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ก็จะฝากพวกเขาส่งคืนเจ้าของด้วยเลย



ขออภัยที่หายไปหลายวันค่า ฝนเป็นไข้เพราะโดนฝน แบบว่าใส่เสื้อกันฝน+กางร่มก็ยังเปียกได้ มันคือฝนอาร๊ายยย 55555 โอยยย นอนซมหลายวัน พึ่งฟื้นคืนชีพค่ะ แหะๆ

            ตอนนี้โบก็ทำนาฬิกาสร้อยคอหายไปแล้ว ไม่รู้ทำหายตรงไหน แหม...อุตส่าห์จะเอาให้วินซ์ดู น่าจ๋งจ๋าน 55555 ไม่รู้มีใครเก็บได้รึเปล่า โบจะได้คืนไหม...เอาใจช่วยโบด้วยนะค๊า

            เจอกันตอนหน้าน๊า จุ๊บๆๆ              


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

572 ความคิดเห็น

  1. #92 Lek-s (@lkjj) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 12:24

    สนุ๊กสนุก
    #92
    0
  2. #26 kanokradaparima (@kanokradaparima) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 10:22

    ฝีมือวินเซนต์รึเปล่านะ
    #26
    0
  3. #23 โพล่าแบร์ (@ma2m) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 22:52
    หายไวไวนะคะ คุณฝน
    #23
    0
  4. #22 patchafaiifu (@patchafaiifu) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 21:40

    มาต่อเร็วๆนะคะ
    #22
    0
  5. วันที่ 30 กันยายน 2561 / 21:21
    วินซ์เก็บไปแหงๆ
    #20
    0
  6. วันที่ 30 กันยายน 2561 / 17:50
    รอค่าาา
    #19
    0