กลรักกับดักใจ (หัวใจในกลรัก)

ตอนที่ 73 : ตอนพิเศษ (2) หวานหยดจ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,611
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    12 ม.ค. 52


เลทจากที่บอกไว้หลายวันต้องขอโทษด้วยค๊า....

/> /> />

ตอนพิเศษ 2

 

รุณรัตน์

ร่างแบบบางค่อยๆ เขยื้อนตัวเล็กน้อยจนอ้อมกอดอุ่นที่ห่อล้อมตัวอยู่คลายออก แล้วจึงพลิกหันหน้าเข้าหาผืนอกกว้าง แขนกลมกลึงสองข้างกระหวัดเกี่ยวรอบเอวสามีเพื่อให้กายและใจได้แนบชิดกัน

ดูท่าทางคนตัวโตกว่าจะไม่ยอมตื่นง่ายๆ จากการนอนนิ่งหายใจสม่ำเสมอ เมื่อขยับตัวห่างออกนิดและเพ่งมองดวงหน้าคมเข้มก็เห็นว่าเปลือกตาปิดสนิท...ลลนาจ้องใบหน้าบุรินทร์อยู่เนิ่นนาน...มองกี่ทีๆ เขาก็น่าตาดีเหมือนเดิม

อมยิ้มกับตัวเองสักครู่ตากลมก็ส่องประกายวิบวับ ขณะเดียวกับที่ริมฝีปากบางเคลื่อนลงประกบริมฝีปากหนาอิ่ม เธอเม้มมันเบาๆ หนึ่งที...สองที...สามที...จนเมื่อรู้สึกพอใจจึงถอนริมฝีปากออก

แต่ดูท่าอีกคนยังอยากเล่นต่อ!

“อุ๊ย!

ร่างแบบบางถูกรั้งให้ลงไปอยู่ด้านล่างพร้อมกับที่บุรินทร์พลิกตัวขึ้นเท้าแขนเพื่อไม่ให้น้ำหนักกดทับภรรยามากเกินไป...ตาเขาใสแจ๋ว รอยยิ้มกรุ่มกริ่มจุดขึ้นบนดวงหน้า

“เอาอีก...” ว่าแล้วก็หลับตาพริ้ม เมื่อไม่ได้รับการตอบสนองเสียงงอแงแบบเด็กๆ จึงดังขึ้น...จะว่าไปดูคล้ายการโวยวายของคนแก่เอาแต่ใจมากกว่า

“ทำตัวเป็นเด็กไปได้” ลลนายกมือขึ้นลูบใบหน้าของสามี ไรนวดสากๆ จักจี้มือเรียกเสียงหัวเราะคิก

“ใครว่าผมเป็นเด็ก จะบอกให้...” ใบหน้าคมเข้มนั้นเลื่อนลงมาจนชิดริมหู เขากระซิบแผ่ว วาบหวาม จนอีกคนรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว “เด็กเขาไม่ทำแบบนี้กันหรอก”

อารมณ์ในกายพุ่งพล่านจนเริ่มฉุดไม่อยู่ เมื่อบุรินทร์ค่อยๆ กดริมฝีปากลงกับผิวแก้มนวล ไล่เลยลงไปยังลำคอและแตะเข้ากับความอวบหยุ่นของทรวงอก

“ตั้งแต่นี้ไปห้ามรุนแรงกับลนานะ” ลลนาว่าเสียงพร่า เธอเองก็เริ่มคลุมสติไม่ไหว

“ไม่รับปาก” พูดด้วยเสียงห้วนๆ ให้จบเสียไวๆ แล้วจึงจัดการปิดปากภรรยาด้วยรสจุมพิตหวานหอม

สองกายแนบชิดจนรวมเป็นหนึ่ง ท่วงทำนองแห่งรักเริ่มต้นขึ้นและจบลง หากยังทิ้งความสุขให้กำจายโอบล้อมหัวใจทั้งสองดวง

 

สายทีเดียวกว่าลลนาจะลงมาด้านล่าง เธอทิ้งให้สามีนอนต่อโดยไม่คิดปลุก ร่างแบบบางลงมาถึงตีนบันไดพร้อมกันกับที่สร้อยพาใครคนหนึ่งเดินเข้ามา

“เดี๋ยวดิฉันจะไปเรียนคุณลนาให้นะคะ”

ลลนาได้ยินสาวใช้พูด แต่ยังไม่เห็นคนที่เดินตามหล่อน

“ใครมาเหรอคะ พี่สร้อย” ไม่จบประโยคดีก็ต้องยิ้มกว้าง สัมผัสถึงความชื้นที่เอ่อขึ้นล้นนัยน์ตา

มันนานเหลือเกินในความรู้สึก...กว่าการกลับมาพบกันอีกครั้งหนึ่งจะมาเยือน

“ร้องไห้ทำไมลนา หรือเสียใจที่เห็นหน้าอิส” ผู้ชายที่ก้าวตามสร้อยเข้ามาหยุดยืนนิ่ง

เขาไม่ได้ดูแก่ขึ้น หากดูสุขุมและเป็นผู้ใหญ่กว่าแต่ก่อน ร่างกายที่เคยโปร่งจนคล้ายผอมก็แลมีกล้ามเนื้อสมส่วนอย่างชาย คงมีเพียงอย่างเดียวที่ไม่เปลี่ยนไปเลย คือวิธีการพูดกับแววตาที่ใช้กับเธอ...ยังแสดงออกถึงความห่วงใยเต็มเปี่ยม

“ไม่เอาน่า เจอกันทั้งที”

อิสระเดินใกล้เข้ามา ชายหนุ่มตกใจไม่น้อยเมื่อร่างแบบบางถลาเข้ากอด เขาโอบตอบด้วยความรู้สึกอย่างคนเป็นเพื่อนมีต่อกัน

“ลนานึกว่าอิสจะไม่มาเจอกันแล้ว นึกว่าชีวิตนี้จะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว” น้ำเสียงที่พูดนั้นสั่นพร่า เจือรอยสะอื้นทั้งจากความกลัวเก่าก่อนปะปนความดีใจ

“มาเจอซิ ทำไมอิสจะไม่มาเจอลนาล่ะ”

ลลนาขยับตัวออกห่างอิสระ มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาก่อนจะจูงมือเพื่อนเดินไปยังห้องรับแขก

“แล้วนี่ไปไงมาไง ไม่เห็นจะส่งข่าวมาก่อน”

“มาเยี่ยมเพื่อนที่ประเทศไทย รวมทั้ง...ลนา”

“ทานอะไรมารึยัง ทานข้าวด้วยกันก่อนไหมอิส”

อิสระทำท่าลังเลใจ เขามองไปตามทางที่พึ่งเดินผ่าน “แล้วคุณบุรินทร์ล่ะ”

ลนฟังยิ้มน้อยๆ คาดเดาความลำบากใจของเพื่อน “อย่าห่วงเลยอิส คุณบุรินทร์เขาไม่ว่าอะไรหรอก...อีกอย่างเขาก็ยังไม่ตื่นเลย เอาน่า ไปกินข้าวกัน”

อาหารถูกจัดเตรียมไว้แล้วบนโต๊ะ วันนี้กำไลทำกับข้าวหลายอย่างราวรู้ว่ามีแขกจะมา...อิสระตักกับข้าวให้เพื่อนสาว เหมือนอย่างครั้งที่เขาเคยนั่งทานข้าวกับเธอทุกวัน

“มีความสุขดีไหม ลนา”

ลลนาพยักหน้าช้าๆ รอยยิ้มผุดบนดวงหน้าพร้อมผิวแก้มอาบสีระเรื่อ

“แต่อิสมีความผิดติดตัวนะ”

อิสระทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เขาตักข้างเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ

“ไม่ต้องเลย ลนารู้หมดแล้วเรื่องที่รวมหัวกับคุณบุรินทร์”

“ฮื่อ นั่นอิสถูกเขาบังคับต่างหาก” อิสระโบ้ยความผิด

“อย่าห่วงเลยอิส ลนาไม่โกรธหรอก” คนพูดกล่าวยิ้มๆ “ต้องขอบคุณด้วยซ้ำ...วันนี้ลนามีความสุขมาก”

อิสระทอดยิ้มจางๆ เขาพยักหน้ารับอย่างคนคลายห่วง...แม้อารมณ์รักอย่างชายหญิงที่มีต่อเพื่อนสาวจะเบาบางลงมากแล้วหากความเป็นเพื่อนยังมีท่วมท้นใจไม่เปลี่ยนแปลง ตลอดเวลาที่ห่างไกล ไม่ได้ส่งข่าวคราวต่อกัน ย่อมนึกเป็นห่วง กังวลต่อใครอีกคน โดยเฉพาะเขาเป็นคนที่ร่วมขบวนการบิดเบือนความเป็นไปของชีวิตเธอ

“ลนา...เดี๋ยวทานข้าวเสร็จออกไปข้างนอกกันหน่อยได้ไหม ไปเดินเล่นที่มหาลัยกัน”

“ได้ซิ ก็อย่างนี้ล่ะ พวกคนแก่ ชอบรำลึกความหลัง”

เสียงหัวเราะระร่วนดังเรื่อยตั้งแต่คนทั้งคู่อยู่ที่ห้องรับประทานอาหาร กระทั่งพากันเดินออกจากบ้าน...

 

ร่างสูงโปร่งกอดอกยืนอยู่บนหัวบันได สายตาของเขาทอดมองตามร่างภรรยาที่จับจูงมือแขกของเธอก้าวออกจากบ้าน...นี่เขาเป็นอะไรกัน รู้สึกหงุดหงิดบอกไม่ถูก ทั้งที่เตรียมใจไว้แล้วแท้ๆ ว่าถ้าลลนาพบอิสระเธอต้องดีใจและเผลอใกล้ชิดผู้ชายคนนั้นเกินควร

แต่ให้ตายซิ! เขาหึง...ไม่ว่าจะยังไงก็หึง ไม่อยากให้ไปด้วยกันเลยจริงๆ

บุรินทร์ฮึดฮัดกลับไปยังห้องนอน ข่มใจถึงที่สุดที่จะไม่วิ่งตามเพื่อขอไปด้วย หรือรั้งให้ภรรยาสาวอยู่บ้าน...ชายหนุ่มพยายามบอกตัวเองว่ามันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น อิสระกับลลนาเป็นเพียงเพื่อนกัน หากแต่ความคิดทั้งมวลกับเอาชนะความหึงหวงในใจไม่ได้เลย!

หรือเขาคิดผิดที่บอกให้อิสระมาเจอลลนา!

 

บุรินทร์เดินงุ่นง่านกลับไปมาอยู่ที่โถงด้านล่าง ภายนอกนั้นฟ้ามืดแล้วและเมื่อเหลียวมองนาฬิกาก็พบว่าเป็นเวลากว่าสองทุ่ม

ลลนายังไม่กลับบ้าน...เธอคงไปส่งอิสระที่สนามบินเพราะกำหนดกลับราวๆ ทุ่มเศษนี่ล่ะ ตอนนี้อาจจะกำลังเดินทาง

“ใช่กำลังเดินทาง” เขาบ่นงึมงำกับตัวเองขณะที่ลากเก้าอี้มานั่งหน้าตึงอยู่ข้างประตู ให้ตายซิ จากสนามบินกลับมาบ้านทำไมจึงนานนัก ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนตัวเองจะบ้าเดี๋ยวนั้น อยากขับรถออกไปตาม อยากทำอะไรอีกหลายๆ อย่างเพื่อให้คนในห้วงคำนึงมาอยู่ต่อหน้าโดยไว

แสงไฟสาดเป็นทางผ่านเข้ามาจากประตูใหญ่ บุรินทร์ดีใจจนยิ้มกว้าง เขารีบลากเก้าอี้ไปเก็บที่เดิมแล้วทำทีพึ่งเดินลงบันไดมา...ประจวบเหมาะกับใครอีกคนก้าวเท้าเข้าบ้าน

“ไปไหนมา?” เขาว่าเสียงเรียบ รอดูอาการของลลนา...เธอจะว่าอย่างไร

“ไปทานข้าวกับเพื่อนค่ะ” เธอตอบแค่นั้นแล้วเดินเลี่ยงจะขึ้นบันได “แล้วคุณทานข้าวรึยังคะ”

“ผมไม่หิว” ท่าทางเขาดูไม่พอใจนัก จนคนมองอดคิดไม่ได้ว่าเขาอาจจะรู้เรื่อง...อิสระ

ลลนาขมวดคิ้ว...แต่เธอสั่งทุกคนแล้วนี่นาว่า ห้ามบอกคุณบุรินทร์

“ทานข้าวกับเพื่อนนี่เพื่อนคนไหน” คนพูดยังดูพาลหาเรื่อง เขาเดินเข้ามาใกล้จนถ้าไม่ถอยคงชน

“เป็นอะไรรึเปล่าคะ”

“ผมถามว่าเพื่อนคนไหน” คราวนี้เขาตะคอก แม้ไม่ดังมากนักหากเจือไว้ด้วยความไม่พอใจอยู่มาก

“คุณไม่รู้จัก” ลลนาไม่ยอมบอก เธอกลัวจะเป็นเรื่องใหญ่ถ้ารู้ว่าอิสระมาหาถึงที่นี่...บุรินทร์ขี้หึง แล้วยิ่งกับคดีเก่าด้วยแล้ว ถ้ารู้มีหวังได้ทะเลาะกันจนบ้านแตก

งั้นก็สู้ไม่บอกเสียดีกว่า!

ลลนาเบี่ยงตัวก้าวขึ้นบันไดฉับๆ อย่างไม่สนอีกคน ทว่าไม่กี่ก้าวก็ลอยหวืดขึ้นจากพื้น เธอกรีดร้องเสียงดังแต่ก็เท่านั้นเพราะอีกคนที่อุ้มร่างแบบบางจนตัวลอยดูท่าจะไม่สนใจ

เขาจัดการล็อกประตูเสร็จสรรพก่อนเดินตรงสู่เตียงกว้าง โยนร่างของภรรยาลงไประยะไม่สูงมากนัก ก่อนจะเดินเข่าเข้าใกล้เธอ

“คุณบุรินทร์!” ลลนาตวาดเสียงดังขณะถอยจนชิดหัวเตียง ตากลมมองร่างสูงโปร่งที่ตามเข้ามาถึงกลางเตียงโดยรู้ชะตากรรมและก็เป็นไปตามคาด...เขาจับขาเธอลากลงนอน!

“ฟังลนาก่อน” หญิงสาวพยายามอ้อนวอน เธอปัดป่ายมือดันอกเขาแต่ถูกจับรวบไว้เช่นเคย

“ผม-ไม่-ฟัง” เขาพูดเสียงหนัก จบประโยคจึงโฉบหน้าลงมากดจูบกับริมฝีปากของเธอจนแน่น รุกเร้า รุนแรง ตามอารมณ์หลากหลายปนเปแต่เช้า

“อย่ารุนแรงกับลนา!” เมื่อดึงมือข้างหนึ่งออกจากการกอบกุมได้ก็ระรัวทุบหลังของสามี เห็นไม่เป็นผลจึงใช้เล็บจิกเขาแต่ดูเหมือนจะเพิ่มอารมณ์กรุ่นโกรธเสียมากกว่า

“หรือมีแค่มันคนเดียวที่จะทำอะไรกับคุณ คุณก็ยอม หึ เจอมันวันเดียวลืมผมเลยเหรอ”

“คุณบุรินทร์คุณมันบ้า!” ลลนาปัดมือที่สะเปะสะปะปนตัวเธอ ไม่อยากรู้สึกวาบหวามไปมากกว่านี้...โดยเฉพาะตอนที่ยังคุยกันไม่รู้เรื่อง

“ใช่ผมมันบ้า บ้าเพราะรักคุณ บ้าเพราะหวงคุณ” จบประโยคด้วยการปิดปากของอีกฝ่าย ความช่ำชองที่ต่างกันหลายเท่าทำให้เขากำราบเธอไม่ยาก

“คุณบุรินทร์” เสียงที่ตั้งใจให้เป็นตวาดเบาหวิวจนเหมือนกระซิบแผ่วเมื่อความรัญจวนแผ่ซ่านไปทั้งกาย เธอจิกเล็บบนหลังเขาเมื่อรู้สึกว่าสามีสัมผัสเธอด้วยแรงที่มากเกินควร...

ทว่าดูเหมือนเขาจะยิ่งสนุกที่ทำกับเธอแบบนั้น!

 

ความสุขของคืนวันเสาร์อบอวลรายรอบราวกับว่ามันไม่ผ่านพ้นเมื่อล่วงเข้าสายวันอาทิตย์...

ชายหนุ่มหยัดตัวลุกนั่งด้วยรอยยิ้ม ในห้องมีเพียงเขาแค่คนเดียวเพราะภรรยาลุกไปแต่เช้า จำได้ว่าเธอไม่ยอมคุยกับเขา...ไม่แม้แต่จะมองหน้าด้วยซ้ำ

เอาไว้เดี๋ยวค่อยง้อ...บุรินทร์คิดเช่นนั้น

เมื่อคืนเขาขัดใจเธอไปสักหน่อย ยิ่งบอกให้ เบา ยิ่งอยาก แรงจังหวะรักฉันท์สามีภรรยาจึงดำเนินไปอย่างไม่อ่อนโยนนัก ถึงอย่างนั้นเขาก็มั่นใจว่าเธอไม่เจ็บ ทำไมนะหรือ...

...บอกไม่ได้หรอก มันเป็นเรื่องของเขาและเธอ

ใกล้เที่ยงทีเดียวกว่าชายหนุ่มจะลงมากินข้าวเช้า ว่าไปแล้วน่าจะเป็นข้าวเที่ยงด้วยซ้ำ...กินไปกดโทรศัพท์มือถือไป...เขาโทรติดต่อภรรยาแต่กลับไม่มีคนรับ

“ไปไหน?”

เป้าหมายปลายสายถูกเปลี่ยนไปที่ชายหนุ่มอีกคนที่พึ่งเข้าวิวาห์หมาดๆ เมื่อหลายเดือนก่อน ไม่นานนักอีกฟากจึงกรอกเสียงหงุดหงิดมา

“พี่ทำอะไรอยู่เสียงไม่ค่อยดี” เขาเงียบ อมยิ้มกับตัวเองนิดๆ “ผมขัดจังหวะอะไรรึเปล่า”

“ผมต่างหากต้องถามว่าคุณทำอะไร” นทีทำเสียงฮึดฮัดมาตามสาย “สองสาวถึงไม่ยอมมองหน้าผมเลย”

“ลนาอยู่กับคุณลูกปัดเหรอ”

“ออกไปแล้ว แต่ทิ้งท้ายด้วยการมองหน้าผมแล้วพูดว่า ผู้ชายก็อย่างงี้ พูดไม่รู้จักฟังนี่ถ้าไม่ใช่เพราะคุณเป็นต้นเรื่องแล้วจะจากใครอีก”

“อ่อ...”

“คุณทำอะไรไว้ถึงซวยมาถึงผม” เขาไม่ได้รอเอาคำตอบ แต่ดูท่าจะโมโหที่ภรรยาสาวสวยของตัวเองงอแงมากกว่า “ทำอะไรระวังหน่อยนะคุณบุรินทร์ เห็นใจผมบ้าง พึ่งจะแต่งงาน ทำผิดอะไรรึก็เปล่า อยู่ๆ คู่ของอีกคนทำผิดขึ้นมา ไอ้เราในฐานะของผู้ชายก็โดนด้วย”

บุรินทร์หัวเราะร่วน ตั้งแต่รู้จักกันเขาไม่เคยเห็นนทีโมโหถึงขั้นนี้มาก่อน ท่าทางปัทมินีคงเอาเรื่องเขาไปพาลกับรายนั้นมากกว่าที่คิด

“หัวเราะเข้าไปเถอะ เดี๋ยวสองสาวไปถึงบ้านคุณเมื่อไร คุณจะหัวเราะไม่ออก”

“มีเรื่องอะไร”

“เรื่องที่คุณทำไว้นั่นล่ะ เดี๋ยวรู้เอง!

 

ล่วงเข้าบ่ายใกล้เย็นเต็มทีที่ลลนากลับเข้าบ้าน หญิงสาวไม่ได้มาคนเดียวหากมีปัทมินีเดินประคองอยู่ด้านข้าง...

“ไปไหนกันมาครับสาวๆ” บุรินทร์เอ่ยทักทว่าไม่ได้รับคำตอบ ปฏิกิริยาตอบกลับมีเพียงการมองด้วยหางหน้าและสะบัดหน้าพากัน เชิด ใส่เขา

“เป็นอะไรกันรึเปล่าครับ” เขาไม่ละความพยายาม ร่างสูงโปร่งจึงเดินตามติดสองสาวเข้าไปยังห้องรับแขก พวกเธอเลือกนั่งบนโซฟาตัวยาว ส่วนเขานั่งบนตัวสั้นกว่าด้านข้าง

“ลนา...” ฝ่ามืออุ่นจัดเลื่อนไปจับข้อมือของภรรยา เขาจับไว้แน่นเมื่อลลนาขยับแขนจะสะบัด

“ทีแบบนี้จะคุยกับลนาทำไมคะ?” ลลนาว่ากระแทกกระทั้น เธอเขยิบเข้าหาปัทมินีเพื่อหาที่พึ่ง

“เป็นอะไรรึเปล่า”

“เวลาที่ลนาอยากพูดทำไมคุณไม่ฟัง”

“ลนา...” บุรินทร์ออดอ้อน เขาย้ายตัวเองมานั่งข้างภรรยา ทว่าเธอกลับลุกหนีไปนั่งอีกฟากของปัทมินี

คนที่นั่งคั้นกลางอยู่หันมองหญิงสาวทีหนึ่งก่อนหันสบสายตากับฝ่ายชาย หล่อนชัดสีหน้าใส่เขาก่อนจะใช้นิ้วจิ้มหัวไหล่ให้เขาขยับห่าง

“ลูกปัดเข้าข้างน้องลนาค่ะ” เธอบอกจุดยืนอย่างชัดเจน “ลูกปัดไม่ชอบผู้ชายใจร้าย”

“แต่ผมไม่ได้ใจร้าย” เขาว่าเสียงอ่อน...ให้ตายเถอะ เกิดอะไรขึ้นกันแน่

“ไม่ใจร้ายแล้วทำไมรุนแรงกับน้องลนาล่ะคะ!

“พี่ลูกปัด” ลลนาหน้าแดงก่ำ เธอรีบสะกิดปัทมินีให้หยุดพูด

คงมีเพียงบุรินทร์คนเดียวเท่านั้นที่ยิ้มกริ่ม...ลลนาโกรธเขาด้วยเรื่องนี้เองนะหรือ

“ยังจะยิ้มอยู่อีก” เลขานุการสาวของเขาตวาดเสียงดัง หล่อนเบาลงหน่อยตอนท้ายคงด้วยสำนึกว่าเขายังเป็นเจ้านายอยู่ “เกิดน้องลนาแท้งขึ้นมาจะทำยังไงคะ”

บุรินทร์ตาโต...เขารีบลุกมานั่งข้างภรรยา “ลนา...คุณท้องเหรอ?”

เขานิ่งเพื่อรอฟังคำตอบจนรู้สึกอึดอัด หากไม่มีใครยอมเอ่ยว่าอะไร...สรรพสิ่งรอบกายเงียบเชียบ คงมีเพียงหัวใจของเขาเท่านั้นที่เต้นแรงจนได้ยินเสียงตึกตักก้องดัง

เขากำลังจะเป็นพ่อคน...เป็นพ่อของเด็กตัวเล็กๆ ที่จะคลอดในวันข้างหน้า!

ร่างสูงโปร่งรีบเคลื่อนตัวลงนั่งบนพื้น บุรินทร์จับมอเรียวที่วางอยู่บนตักออกแล้วเปิดเสื้อลลนาขึ้นมอง มีเสียงโวยวายประท้วงมาจากร่างแบบบางหากก็ไม่สามารถหยุดความสนใจของชายหนุ่มได้

“เห็นท้องคุณป่องๆ ผมนึกว่าคุณทานเยอะซะอีก” ฝ่ามืออุ่นลูบบนท้องแผ่วเบา นัยน์ตาคมอ่อนแสงลงเมื่อนึกถึงภาพของ ลูก ที่อยู่ในนี้

“ในนี้ไม่ได้มีอาหารหรอกค่ะ ในนี้มีลูกของเรา” เมื่อเห็นความดีใจของอีกฝ่ายก็อดที่จะสงสารไม่ได้ ความตั้งใจแต่แรกว่าจะโกรธเขาสักสัปดาห์จึงเลือนไปด้วย

ปัทมินีมองสายตาของสามีภรรยาที่สบกันแล้วลอบถอนใจ...ลลนาก็อย่างนี้ โกรธทีไรไม่เคยเห็นข้ามวัน

“ตกลงไม่โกรธแล้วใช่ไหม” หล่อนสะกิดถามหญิงสาวด้านข้าง ฝ่ายนั้นยิ้มเจื่อนตอบมา เป็นอันว่า...อย่างที่คิด

บุรินทร์เหลือบตามาทางปัทมินีทีหนึ่ง เขายิ้มกว้างให้หล่อนอย่างเป็นสุข...รอยยิ้มกับแววตาอิ่มเอมนี่เองที่ทำให้คนมองอภัยอย่างง่ายดาย

“วันหลังก็เบาๆ หน่อยแล้วกันค่ะ คุณหมอเขาบอกว่าคราวนี้ไม่เป็นไร” เลขานุการสาวพูดกับเจ้านายของหล่อน ฝ่ายนั้นทำตาตื่น “ไม่ต้องตกใจหรอกค่ะ ลูกปัดกับน้องลนาไปโรงบาลมา”

ลลนาวางมือทาบลงบนฝ่ามือของสามี เขาจึงหันกลับมามองเธออีกครั้ง “ลนาพยายามบอกคุณเมื่อคืนคุณไม่ฟัง”

“ผม...” เขาหยุดไปครู่หนึ่งขณะมองท้องของภรรยา “...ขอโทษ ขอโทษจริงๆ”

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ลูกของเราปลอดภัย”

คู่สามีภรรยาดูท่าจะปราบปลื้มต่อกันและกันมากขึ้นทุกวินาที คนอื่น ที่นั่งอยู่จึงเริ่มกระอักกระอ่วน หล่อนขยับตัวนิดๆ แล้วถอยห่างกระทั่งไปจนถึงประตูจึงค่อยหันกลับมา อมยิ้มนิดๆ กับความหวานของคนทั้งคู่

“น้องลนา...เข้าใจกันแล้วงั้นพี่ไปก่อนนะคะ” ประโยคต่อมาหล่อนหันไปทางบุรินทร์ “คุณบุรินทร์ก็ฟังน้องลนาบ้างนะคะ ไม่ฟังกันทีไรเป็นเรื่องทุกที”

 

  ท้องสาวไม่ใหญ่โตมากนัก ยิ่งไม่กี่เดือนด้วยแล้วแทบจะไม่สังเกตเห็น ร่างกายของลลนาจึงยังดูปกติดังเดิม สุขภาพเธอแข็งแรงและไม่มีอาการแพ้ท้อง

เธอเคยพูดเรื่องนี้กับปัทมินี ได้คำปรึกษามาว่า...พี่เคยได้ยินเขาพูดๆ กัน ว่าถ้าไม่แพ้ให้ลองดูสามีว่าเขาแพ้แทนเรารึเปล่า

ว่าไปแล้วลลนาไม่เคยเชื่อ ผู้ชายจะแพ้ท้องได้อย่างไร กระทั่งเห็นความผิดปกติของสามี...

“คุณคะ” เธอทักเขาขณะเดินไปยอบตัวลงบนโซฟาข้าง ตากลมมองจานผลไม้ตรงหน้าอย่างไม่เชื่อตา...บุรินทร์ไม่ชอบกินผลไม้พวกนี้ อีกอย่างเธอไม่เคยเห็นเขากิน

มะม่วง มะยม กระท้อนดอง จิ้มกับน้ำตาลพริก!

ชายหนุ่มหันมายิ้มให้ภรรยา เขากางแขนออกข้างหนึ่งเพื่อโอบร่างแบบบางเข้าไปชิด หยิบเอามะม่วงป้อนให้ แต่อีกฝ่ายขืนตัว

“งั้นมะยมไหม”

มะม่วงเมื่อครู่ถูกยัดเข้าปากตัวเองไปแล้วเจ้าตัวจึงหยิบมะยมจะป้อนอีก ลลนารีบส่ายหน้าดิก...เปรี้ยวขนาดนี้ใครจะกินลง!

“อร่อยนะ ลองหน่อยซิ”

“ไม่เอา ลนาไม่ชอบกินของเปรี้ยว”

“คนท้องก็ต้องกินของเปรี้ยวๆ” บุรินทร์พูดจริงจัง เขาหยิบกระท้อนขึ้นก่อนส่งเข้าปากเคี้ยวเงียบๆ

“คนท้องไม่อยากกิน มีแต่สามีคนท้องที่กินเอาๆ”

“นั่นนะซิ ไม่รู้พักนี้ผมเป็นไร รู้สึกของเปรี้ยวๆ นี่อร่อยจัง” ว่าพร้อมกันหยิบมะม่วงชิ้นสุดท้ายเข้าปาก แล้วลุกขึ้นเร็วเพื่อจะดึงมือภรรยา หากต้องหยุดการกระทำเมื่อรู้สึกปวดหนึบที่หลัง

“เป็นอะไรคะ” คนมองรู้สึกเป็นห่วง จึงรีบลุกขึ้นตาม “ไปหาหมอไหม”

“ไม่เป็นไรครับ ผมแค่รู้สึกปวดหลัง ปวดมาสองสามวันแล้ว”

ลลนาทำตาโต เธออมยิ้มนิดๆ เมื่อถามเขา “เวียนหันแล้วก็หน้ามืดด้วยไหมคะ”

คนถูกถามคิดอยู่ครู่หนึ่ง “มีบ้าง...คงเพราะพักนี้ไม่ได้ออกกำลังกาย ร่ายกายเลยไม่แข็งแรง”

“ไม่หรอกค่ะ” ลลนาขยับตัวเข้าไปใกล้เพื่อให้บุรินทร์โอบไหล่พาเดินไปด้วยกัน เขาไม่ได้ถามต่อว่าทำไมเธอคิดเช่นนั้น เธอเองก็ไม่คิดบอกว่าแท้ที่จริง...

บุรินทร์แพ้ท้อง!

ลลนาให้สามีอาบน้ำก่อนแล้วเธอค่อยอาบต่อ เมื่อออกมาแล้วเห็นเขาดมยาดมอยู่ก็อดหัวเราะไม่ได้

“เป็นอะไรคะ”

“ผมรู้สึกคลื่นไส้” เขายื่นยาดมส่งให้เธอ บอกเสียงเรียบๆ ว่า “ยาดมอันนี้ผมซื้อมาให้คุณ แต่แกะดมก่อนซะแล้ว”

“เอาไว้ถ้าไม่ดีขึ้นไปหาหมอกันนะคะ” เธอว่าพร้อมตีบนเตียงเบาๆ ให้เรียกให้ชายหนุ่มมานอน เขาทอดยิ้มจางๆ ขณะเดินตรงเขามา เมื่อถึงก็ล้มตัวลงปิดตาสนิท

ลลนาย่นคิ้ว...ทำไมวันนี้นอนง่ายจัง!

“เวียนหัวมากเหรอ” เธอไล้มือบนแก้มเขา ลงมาที่คอและแผงอก ทว่าถูกจับยึดไว้แน่น

“นอนเถอะลนา” เขาพูดโดยไม่ลืมตามอง เป็นเช่นนี้สักพักแล้ว...พอล้มตัวลงนอนก็ไม่สนใจเธอ

หรือเพราะเบื่อกันแล้ว...ลลนาโมโหอยู่ในใจ

เธอมองหน้าสามีที่หลับตาทำไม่รู้ไม่ชี้ ทีเมื่อก่อนล่ะ รัก เธอไม่เว้นวัน...ลลนาดึงมืออกจากการกอบกุม เธอปลดเสื้อนอนแบบสวมคลุมตัวนอกออกให้เหลือแค่ชุดสายเดี่ยวข้างใน

ดูซิ...เบื่อกันจริงรึเปล่า!

“คุณบุรินทร์...” เธอกระซิบข้างหูเขาพร้อมกดจูบลงไปทีหนึ่ง ได้เพียงเท่านั้นบุรินทร์ก็พลิกตัวหนี

“ไม่เอาน่าลนา”

“คุณบุรินทร์!” คราวนี้น้ำใช้น้ำเสียงกึ่งตวาด ลลนาออกแรงดึงร่างเขาให้นอนหงายแล้วขึ้นนั่งบนท้องเขา มือดันอยู่ที่แผงอกกว้าง ริมฝีปากลงไปกดจูบทีหนึ่ง

“ลนา!” บุรินทร์ลืมตาโพลง เขามองหน้าภรรยาด้วยแววตาตื่น มือสองข้างจับเข้าที่ข้างเอวเธอออกแรงเบาๆ เพื่อฉุดลงบนเตียง

โธ่เว้ยบุรินทร์สบถอยู่ในใจ ถ้าไม่ติดที่ลูกอย่าหวังเลยว่าคืนนี้เขาจะปล่อยให้เธอรอด!

ร่างสูงโปร่งยันตัวลุกขึ้นไปยืนที่ผนังห้อง ยามดมที่ยังติดมือถูกยกขึ้นมาดมเมื่อเห็นว่าเส้นเล็กๆ ของสายเดี่ยวข้างหนึ่งเลื่อนจากไหล่ตกบนแขน เขาปิดเปลือกตาลง พยายามระงับอารมณ์ที่พุ่งพล่านอยู่ในกายอย่างถึงที่สุด

...เดี๋ยวลูกจะเป็นอันตราย เราต้องทนให้ได้!

ลลนาก้าวลงจากเตียงมายืนชิดร่างสูงโปร่ง เธอยกแขนขึ้นโอบรอบคอเขาก่อนเขย่งปลายเท้าขึ้นจุมพิตทีหนึ่ง ทว่าสามีกลับยืนนิ่ง ทำตัวแข็ง...ราวพวกสาวน้อยไม่เคยมือชาย!

...หนอย ทำไม่เคยมือเมีย

“คุณบุรินทร์...” ลลนาเรียกอย่างอ่อนหวานพร้อมกันกับที่ค่อยๆ แกะกระดุมเสื้อนอนเขาทีละเม็ด

“อย่าทำผมเลยนะลนา เอ่อ...ปล่อยผมไปเถอะ” คนพูดหรี่ตามอง มือกำสาบเสื้อให้ปิดเข้าหากัน และต้องยกมือขึ้นบังหน้าด้วยความอายเมื่อหญิงสาวที่เป็นรองเขาตลอดหัวเราะร่วน

...ท่องไว้ เพื่อลูก ต้องห้ามตัวเองเพื่อลูก

“ลนาก็อยากปล่อยคุณไปหรอกค่ะ” ลลนาทำตากรุ่มกริ่มหากอยู่ได้ไม่นานก็หลุดหัวเราะหนัก...เขาคิดได้อย่างไร ให้เธอปล่อยเขา “แต่คุณต้องบอกมาก่อนว่าเป็นอะไร”

“ผมไม่ได้เป็นอะไร” บุรินทร์ยังปากแข็ง เขารีบติดกระดุมเสื้อกลับที่เดิม

“หรือว่า...เดี๋ยวนี้คุณไม่ชอบผู้หญิงแล้ว ที่เห็นไปกับคุณนทีบ่อยๆ ที่แท้...”

“เปล่า ผมไม่ได้ชอบผู้ชาย!” เขารีบแก้ตัว

“แล้วเป็นอะไร หรือไม่รักลนาแล้ว เบื่อลนาแล้วใช่ไหม”

“ไม่...ผมรักคุณ รักแค่คุณคนเดียว” เขายืนยันหนักแน่น

“แล้วทำไม...” ลลนาจับมือบุรินทร์มาโอบรอบเอวเธอ แต่เขาก็แข็งขืนอยู่มาก

“ขอล่ะ อย่าทำกับผมอย่างนี้เลย...ผม...ผมจะ...”

“จะอะไร...” ลลนาเขยิบเข้าใกล้จนร่างแนบชิด เธอจงใจจะเบียดเขา ให้รู้กันไปว่าจะทนได้ไหม

“ผมเวียนหัว” ฝ่ามือใหญ่จับเข้าที่หัวไหล่เนียน บุรินทร์พยายามจะไม่ก้มเพราะกลัวจะเห็นความยวนใจที่คอยทำลายความอดทนของตัวเอง เมื่อผละจากจึงค่อยสูดอากาศได้ทั่วปอด

“คุณบุรินทร์ขา...ลนาต้องการคุณ” ลลนาใช้ไม้ตายสุดท้ายด้วยการกอดเขาจากด้านหลัง พูดคำหวานผ่านหู

แน่นอนว่าได้ผล!

บุรินทร์หันขวับกลับมาทันที เขาดึงร่างแบบบางเข้าไปไว้ในอ้อมกอด กดจูบแรงๆ บนหน้าผากเธอทีหนึ่ง หากไม่นานเขากลับยกมือทั้งสองข้างขึ้น ถอยออกห่างจนหลังชนฝา

“คุณเป็นอะไร” ลลนาเสียงเขียว เธอให้ท่าถึงขนาดนี้ยังทำเล่นตัว “ถ้าไม่บอกวันหลังอย่ามายุ่มย่ามกับลนาอีกนะ”

“โธ่...ลนา” บุรินทร์รีบเข้ามากอดภรรยา ใบหน้าคมเข้มอ่อนลงมาก “ผม...กลัวว่าจะกระเทือนถึงลูก”

ได้ยินดังนั้นคนฟังก็ยิ้มน้อยๆ ดูท่าเขาคงกังวลจากคราวก่อนที่เธอต้องไปเช็คกับคุณหมอที่โรงพยาบาล

“ก็บอกแล้วว่าอย่ารุนแรงกับลนา” เธอจูบแก้มเขาเบาๆ “ก็...อ่อนโยนกับลนาหน่อย”

รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า พร้อมกับความอดทนแตกผึง บุรินทร์อุ้มลลนาลอยขึ้นจากพื้นแล้ววางลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา เขากดจูบบนผิวแก้มและตามใบหน้า...

มันช่างเป็นรักที่ละเมียดละไมและอ่อนโยนอย่างที่สุดกว่าทุกครั้งที่ลลนาเคยเจอ...

 

วันคืนผ่านพ้นรวดเร็ว กระนั้นก็ผ่านไปด้วยความรักของคู่ชายหญิงที่มีต่อกัน รวมทั้งความรักของพ่อและแม่มือใหม่ที่มีต่อเจ้าตัวเล็ก...

ลูกชายอายุสองเดือนของเขาและเธอ

บุรินทร์ประคองลูกไว้ในอ้อมแขน สายตาของเขาจับจ้องเจ้าตัวน้อยไม่วางตา...นี่นะหรือคือลูก...เด็กตัวเล็กไม่ประสีประสา แก้มยุ้ย ตายังเล็กหรี่ มือสองข้างบอบบางจนไม่กล้าจะสัมผัสแรง

เขาโกนนวดเคราเกลี้ยงเกลา ไม่เหลือไรสากแม้เพียงเส้น เพื่อเวลาเช่นนี้...เวลาที่จะกดจมูกลงหอมแก้มลูกเบาๆ...กลิ่นเด็กหอมอ่อนๆ เป็นกลิ่นเฉพาะที่ พ่อชอบเหลือเกิน

“ส่งลูกมาซิคะ ลนาจะให้ลูกกินนม” ลลนายื่นมืออกไปรับ แต่คุณพ่อทำท่าไม่อยากให้นัก เขาเคยบอกเธอว่าเวลาอย่างนี้ พ่อไม่ได้มีส่วนร่วมเลย

“ส่งมาซิค่ะ ลูกคงหิวแล้ว”

“ขอผมประคองลูกได้ไหม” เขามองลูกสลับกับ แม่อยากจะมีส่วนร่วมกับคนทั้งคู่อีกนิด...มากกว่าการนั่งมองอยู่เฉยๆ เช่นทุกที

ลลนาทอดยิ้มก่อนจะพยักหน้าเบาๆ คุณเขาจึงได้ประคองลูกพร้อมกันกับเธอ

“ไม่เคยคิดเลย ว่าวันนึงผมจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์มากขนาดนี้” น้ำเสียงของเขานุ่มกว่าทุกที แววตาที่มองมาก็ดูอ่อนโยนตรึงหัวใจ “ขอบคุณมากนะลนา ขอบคุณที่รักผม คุณทำให้ผมมีความสุขมากจริงๆ”

ความรู้สึกอิ่มเอมและตื้นตันก่อขึ้นจนเต็มหัวใจ ลลนาอดไม่ได้เลยที่จะปล่อยน้ำตาแห่งความสุขให้ไหลเป็นสายลงอาบแก้ม และเช่นเคยที่ฝ่ามืออุ่นจัดของสามีจะยกขึ้นเช็ดน้ำตาให้

“ลนา...ดีใจมากนะคะที่มีคุณ” เธอลูบหัวเจ้าตัวเล็กอย่างเบามือ “...มีลูก”

เด็กชายตัวน้อยๆ พริ้มตาหลับแล้ว ผู้เป็นแม่จึงวางเขาลงในเปลไกวอย่างเบามือ เธอทอดสายตามองสามีที่เกาะขอบเปลอยู่ไม่ห่าง เขารอจนมั่นใจว่าลูกหลับจึงค่อยลุกเดินมาโอบภรรยา

“คุณว่า...โตขึ้นลูกเราจะนิสัยเหมือนใคร” บุรินทร์เอ่ยถามเมื่อพาลลนาออกมายืนบนระเบียง เขาโอบร่างแบบบางจากทางด้านหลัง ชี้มือให้เธอมองฝ่าความมืดขึ้นดูดาวระยิบบนฟากฟ้า

“ก็คงเหมือนคุณนั่นล่ะค่ะ เขาเป็นผู้ชาย...แต่ลนาไม่อยากให้เขาเจ้าเล่ห์เหมือนพ่อ”

“ผมไม่ได้เจ้าเล่ห์สักหน่อย” เขาท้วงเบาๆ ก่อนจะยื่นหน้ามากดจูบบนแก้มใสทีหนึ่ง

“ก็แค่พวกเหลี่ยมจัดใช่ไหม” โดยไม่รอให้แย้งเธอก็รีบพูดต่อ “แต่ก็เอาเถอะค่ะ ยังไงลนาก็รักคุณไปแล้ว”

“นั่นนะสินะ คุณหลงกลผมแล้ว มาถึงตอนนี้ก็คงสายเกินไปที่จะกลับตัว”

ลลนาไม่ตอบว่าอย่างไร เธอทิ้งน้ำหนักตัวพิงร่างสูงโปร่ง หลับตาลงในความมืด ปล่อยให้กายและใจดื่มด่ำความรักและสุขชื่นมื่นอยู่เช่นนั้น

            “รู้ไหม...ผมรักคุณมาก” คำรักหวานหูกระซิบแผ่วพอได้ยิน หากเรียกรอยยิ้มจากดวงหน้าออกหวานได้อย่างมาก เธอขยับตัวเบาๆ พลิกตัวหันหน้าเข้าหาแล้วยกมือขึ้นโอบรอบคอเขาเอาไว้...กระซิบตอบกลับให้คนฟังได้ชื่นใจเฉกเช่นเดียวกัน

“รู้ไหม...ลนาก็รักคุณมากค่ะ”

(จบตอนพิเศษจ้า)

 

ขอโทษด้วยค่ะที่มาสายหลายวันเลย

ตอนนี้แอบติดเรทนิดหน่อยเนอะ หุหุ คนเขียนเขียนเองเขินเองค๊า...นี่ใจแข็งขึ้นมากแล้วนะคะถึงเขียนตอนพิเศษ(เรทพอเป็นกระษัย)แบบนี้มาเสิร์ฟได้ หวังว่าคงจะชอบความหวานของลลนากับบุรินทร์กันนะคะ

แพ้ท้องแทนเมีย...จัดให้แล้วนะคะ

มีลูก เป็นครอบครัวที่น่ารัก...จัดให้เช่นกัน

ว่าแต่ขาดอะไรไปรึเปล่าเอ่ย? ถ้าตกหล่นคำขอของใครต้องขอโทษด้วยค่ะ พักนี้รุณรัตน์ยุ่งๆ นิดหน่อย (เตรียมตัวรับปริญญาจ้า...พอดีรับก่อนเพื่อนเลยงงๆ กับขั้นตอนหลายๆ อย่างเพราะส่วนมากก็ไม่ค่อยสนิทกับรุ่นพี่อ่ะค่ะ เลยต้องตามขั้นตอนตามเรื่องเอง)

ขอบคุณมากค่ะ ถ้าคุณติดตามนิยายเรื่องนี้มาถึงตรงนี้ รุณรัตน์รู้สึกดีใจบอกไม่ถูกเลย ปราบปลื้มสุดๆ ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจจริงๆ ค๊า

รุณรัตน์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

639 ความคิดเห็น

  1. #614 bam'z (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 19 มีนาคม 2556 / 11:41
    อ๊ายยย เขินนน ลนา
    #614
    0
  2. #598 โพล่าแบร์ (@ma2m) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 29 มกราคม 2552 / 00:51
    หวานมากมาย
    #598
    0
  3. #594 A||ure (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 18 มกราคม 2552 / 14:34
    หวานกันจริ๊ง คู่นี้เนี่ย



    อิอิ
    #594
    0
  4. #589 บ่อน้ำร้อน (@vings) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 16 มกราคม 2552 / 23:28

    โอ๊ยยยย หวานออกแนวหื่นๆๆๆๆๆๆๆๆ

    ฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #589
    0
  5. #586 tea-w (@tip38210363) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 16 มกราคม 2552 / 10:47

    หวานได้น่ารักมาก

    #586
    0
  6. #582 NekOrYsTaL (@NekOrYsTaL) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 15 มกราคม 2552 / 00:31
    น่ารักค่ะ  >_<~~~~~๐๐๐
    หวานซ้า!  ทั้งเขินทั้งขำ  หุหุ

    เตรียมตัวรับปริญญาหรอคะ  ยินดีล่วงหน้ากับบัณฑิตใหม่นะคะ ^^

    ขอบคุณสำหรับตอนหวานๆ  เรทนิดหน่อยไม่เป็นไรค่ะ คนอ่านแอบหื่น O_o

    XXX
    #582
    0
  7. #580 โอเล่รสส้ม (@prarotna) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 13 มกราคม 2552 / 12:58
    ตอนพิเศษทั้ง 2 ตอน จะอยู่ในเล่มรึเปล่าคะ
    ชอบตอนนี้ อ่านไปอมยิ้มไป ทั้งหวาน ทั้งน่ารัก
    #580
    0
  8. #578 นัส (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 13 มกราคม 2552 / 01:36
    อ๊ายยยย



    หวานเกินอ่ะ อ่านไปเขิลไป >//<





    น่ารักมากกๆๆๆค่ะคุณรุณรัตน์ ชอบบบอ่ะ
    #578
    0
  9. #577 fiberhaha (@fiberhaha) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 13 มกราคม 2552 / 01:13
    อ๊า หวานได้ใจ

    แต่คุณบุรินทร์หลุดมาดหนุ่มแสนดีนะเนี่ย

    กลายเป็นหนุ่มเอาแต่ใจไปแล้ว
    #577
    0
  10. #576 โมจิ (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 12 มกราคม 2552 / 23:40
    อะหุๆ อ่านแล้วอิจฉาจัง เริ่มอยากจะมีความรักกะเค้ามั่ง พอดีว่าโมจิโสดสนิทอ่ะค่ะ(เผาตัวเองซะงั้น ฮ่าฮ่า)

    ว่าแต่ว่าเรื่องใหม่จะมาเมื่อไหร่คะคุณรุณรัตน์ โมจิรออยู่น้า สู้ต่อไปค่า เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #576
    0
  11. #575 pkboston (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 12 มกราคม 2552 / 21:50
    Finally.. They both have a happy family & life...

    Thanks for happy ending ...

    wait for a new novel ka...
    #575
    0