[Fic Ghost hunt] Pretending [Naru x Mai]

ตอนที่ 4 : Episode 4:ยูจีน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 271
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 ก.พ. 59

“พิธีเลี้ยงปีศาจ?” ทุกคนทวนคำพูดของมาซาโกะ เปลือกตาของมาซาโกะกระพริบเบาๆก่อนจะหันมองทุกคนรอบห้อง เธอยังคงวางท่าสงบเสงี่ยมเฉกเช่นปกติก่อนจะอธิบายต่อ

“เดิมทีแล้วเป็นไสยศาสตร์ที่ควรหายไปนานแล้ว” เธอเงียบอึดใจหนึ่งก่อน ทุกคนในห้องสูดหายใจเข้าลึกๆพลางมองท่าทีของมาซาโกะ “สมัยโบราณพวกคนเชื่อกันว่าหากเลี้ยงภูตผีที่เป็นเด็กทารกที่ตายตอนคลอดออกมาคือการให้ชีวิตใหม่ และชีวิตใหม่จะมาซึ่งความรุ่งเรือง เดิมทีนี่เป็นต้นแบบของการเลี้ยงปีศาจค่ะ” มาซาโกะกระแอม “มาอิ ดวงวิญญาณที่เธอเห็นพวกนั้น กับเหตุการณ์โพโต้ไกส์ก่อนหน้านี้คือเสียงร้องของวิญญาณที่จะเป็นอาหารของปีศาจค่ะ”

“พวกวิญญาณที่ดูดซึมความชั่วร้ายของจิตใจมนุษย์เข้าไปจะทำให้กลายเป็นปีศาจโดยที่ไม่รู้ตัว” มาซาโกะพูดพลางเดินไปที่หน้าตาห้องออฟฟิศ เธอเปิดม่านแล้วมองลงไปข้างล่าง ข้างล่างนั่นปรากฏร่างนางแบบสาวร่างเพรียวที่พึ่งเข้าสำนักงานมาว่าจ้างพวกเธอทุกคน ร่างนั้นสั่นระริกมองซ้ายมองขวาก่อนจะก้าวเท้าขึ้นแท็กซี่ไป

“นั่นเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นเลี้ยงปีศาจไว้ เป็นผลตอบแทนที่เธอควรจะให้แก่ปีศาจค่ะ” มาซาโกะกล่าวสรุป เธอหลับตาเบาๆแล้วถอนหายใจทีหนึ่ง

“ไม่มีทางช่วยเลยหรอ?” มาอิหันไปมองทางหลวงพี่ที จอห์นที อายาโกะที ทุกคนที่โดนมาอิมองหลบสายตา หลวงพี่เป่าปากก่อนจะดีดนิ้ว

“ถ้าเจ้าหนูนาลยังไม่มีวิธีแล้วพวกเราจะมีได้ไงละ” เขาหยักไหล่ทีหนึ่งแบบไม่ใส่ใจ “เดิมที่คนเล่นไสยศาสตร์ก็ต้องเตรียมรับค่าตอบแทนอยู่แล้ว” อายาโกะพูดสมทบ

“ก็นั่นแหละเด้อ ข่อยก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงได้ วิชาเอ็กซอซิสไว้ไล่ผีปราบปีศาจก็จริง แต่คงทำอะไรกับปีศาจที่เกิดจากมนุษย์เราเป็นคนสร้างมาได้ละน้อ” จอห์นบ่น ทำไมคนยุคนี้ถึงยังยึดติดกับอะไรแบบนี้จนสุดท้ายต้องลงเอยแบบนี้นะ

“ลินซังคะ” มาอิหันไปมองความหวังสุดท้าย

ลินจ้องตามาอิครู่หนึ่งก่อนจะหลับตาแล้วส่ายหัว “ทำไมมาอิซังถึงอยากจะช่วยเธอคนนั้นละครับ?”

“เปล่าค่ะ คือฉันแค่...”

“อยากช่วยดวงวิญญาณพวกนั้นสินะ” เสียงคุ้นเคยกล่าวแทรกขึ้นมา

“อ่าวชิบุยะซังกลับมาแล้วหรอครับ” เป็นยูซุฮาระที่เอ่ยทักนาลที่เดินเข้ามาร่วมวงสนทนาอีกรอบ มาอิมองแบบหมั่นไส้นิดหน่อย

คนอะไรกัน คิดจะมาก็มา คิดจะไปก็ไป เพราะอะไรก่อนเธอพูดจบถึงได้เดินหนีไป มาคราวนี้จะมาขอร่วมวงด้วยเฉยๆ

ฉุนจริงๆ! คิดแล้วฉุน

มาอิฮึดฮัดอยู่ในใจ

“อย่าทำอะไรที่มันฝืนตัวเองไปหน่อยเลย” นาลว่าก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานแล้วเปิดแฟ้มไล่สายตาดู สิ้นคำพูดนั้น มาอิถึงกับกำหมัดแน่น ทั้งห้องตกอยู่ในสภาวะอึดอัด ทุกคนมองหน้ากันแบบพยายามขอความช่วยเหลือว่าใครก็ได้ ทำลายบรรยากาศนี้ทีเถิด แต่คงมีแค่ อายาโกะ หลวงพี่ จอห์น ยูซูฮาระเท่านั้นที่รู้สึกบรรยากาศในห้องกำลังลุกเป็นไฟ มาซาโกะกับลิน หาได้สนใจไม่ ทั้งสองยืนนิ่งเงียบๆเหมือนคนกำลังใช้ความคิด

อะไรคือฝืน?! ยิ่งคิดหมัดที่กำอยู่ก็ยิ่งแน่นขึ้น ผู้ชายตรงหน้าเธอนั้นไม่ได้สนใจอะไรสักนิด สายตาเขายังคงจับจ้องแฟ้มสีดำสนิท มาอิไม่รู้ว่าเขากำลังอ่านอะไร หรือคิดอะไรอยู่

เหตุใด หน้าตาช่างเหมือน แต่นิสัยช่างต่าง!

“มาอิขอชา”  คำพูดทำลายบรรยากาศห้องคำแรกกลับเป็นคำนี้ ทุกคนถอนหายใจ มาอิคงเดินตึงตังไปชงชาให้ปกติแล้วประชดหนึ่งคำเสียกระมัง แต่ไม่เลยทุกคนคิดผิด

เส้นประสาทมาอิขาดผึง พร้อมกับคำพูดว่า ขอชา แล้ว

โอเค เก็ทละ เจ้านายเธอช่างน่ารังเกียจเสียจริง!

“ลาออก!” คำคำหนึ่งที่หลุดออกมาจากปากสาวผมสีน้ำตาลสั้นที่กำลังจ้องถมึงทึงนาลอยู่ทำเอาทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ

“ฮะ? มาอิ เธอพูดว่าอะไรนะ?” เป็นหลวงพี่ที่ถามขึ้นมาก่อน

“ฉันบอกว่า จะ ลา-ออก-ไง! ชัดเจนพอไหม!?

 

Mai’s feeling

โอเคฉันพอรู้ว่ามันเกินไป หลังจากพูดคำว่าลาออกแล้วตึงตังผลุนผลันออกมาจากออฟฟิศ

แต่แล้วไงละ เป็นตาบ้านาลที่กวนโอ๊ยฉันก่อนนี่!

ฉันคิดพลางล้มตัวลงนอนบนที่นอน ตอนนี้เธอกลับมาที่บ้านแล้ว

นาลก็ดีแต่กวนประสาทฉันด้วยท่าทีเฉยชาของเขา รู้ไหมว่าฉันเจ็บใจนะ

เจ็บใจที่เขาไม่เคยเชื่อในความสามารถของฉันเลยไงละ

เหนื่อยจัง....

คิดได้แค่นั้นก็ไม่รู้ว่าตัวฉันเข้าสู่การหลับใหลตั้งแต่เมื่อไหร่แต่ปลายเตียงของเธอนั้นมีร่างที่เธอคุ้นเคยอยู่

“นาล”

ไม่สิ ไม่ใช่

“ยูจีน” เจ้าของชื่อนั้นยิ้มออกมา ฉันลุกขึ้นสะบัดผ้าห่มออกแล้วลุกขึ้นเดินไปหายูจีนที่ยืนอยู่ปลายเตียง

“ทำไมฉันถึงได้คิดว่านายเป็นนาลอีกแล้วนะ ฉันขอโทษ”  

ยูจีนส่ายหัวเบาๆให้ฉันก่อนจะยิ้ม

“ไม่หรอก”

ฉันยิ้มกว้าง เขาช่างใจดี ไม่โกรธฉันแม้แต่น้อย เทียบกับอีกคนแล้ว ฮึ่ม!

“โกรธนาลหรอมาอิ” เสียงที่อ่อนโยนของยูจีนปลุกเธอออกจากภวังค์ ฉันสะดุ้งนิดหน่อยก่อนจะสะบัดหน้าแรงๆ

“ไม่ๆ ไม่ใช่ แค่รู้สึกฉุนนิดหน่อย” เพราะอะไรไม่รู้พอฉันมองหน้ายูจีนแล้ว ความผ่อนคลายความโล่งอกก็เหมือนสิ่งที่เป็นปกติที่ฉันควรจะมี เขาคือความสบายใจ คือน้ำเย็นของฉัน ยูจีนมักมาพร้อมกับคำตอบของปริศนาที่ฉันอยากได้ทุกที

“อยู่กับฉันอีกนิดได้ไหมยูจีน?”

ยูจีนพยักหน้าเบาๆ รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้าอันหล่อเหลาที่เหมือนกับนาลไปเสียทุกส่วน

“ฉันมีเรื่องจะคุยกับยูจีนเยอะแยะเลย อยากจะถามก็เยอะ ยู----

“มาอิ” ก่อนที่ฉันจะได้พูดต่อ นิ้วเรียวของยูจีนก็แตะที่ริมฝีปากฉันเบาๆ

“ขอโทษนะ แต่เธอต้องออกไปจากที่นี่ก่อน”

เอ๊ะ ? ทำไมละ สีหน้าเขาดูวิตกกังวลจังเลย

“ทำไมหร------“ ก่อนที่ฉันจะได้ถามยูจีนก็รู้สึกว่าร่างกายมันหนักและอึดอัดมาก ฉันหายใจไม่ออก ไม่นะ

ฉันพยายามรวบรวมแรงฮึดลืมตามอง ภาพตรงหน้าทำเอาฉันแทบช๊อค

ร่างผู้ชายคนหนึ่งวัยประมานกลางคนนั่งทับอยู่บนตัวของฉัน สายตาเขาส่งความอาฆาตแค้นมาเสียจนฉันรู้สึกอยากอาเจียน ในหัวสมองมันอื้ออึงไปหมด น้ำตาเริ่มเอ่อคลอ ลมหายใจเริ่มติดขัด

เธอโดนผีอำ

“ตาย” ผู้ชายคนนั้นก้มหน้าลงมากระซิบที่หูของฉัน

“ตาย!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

126 ความคิดเห็น

  1. #118 visavimon (@visavimon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 10:57
    ต่อ ด่วนๆ
    #118
    0