[Fic Ghost hunt] Pretending [Naru x Mai]

ตอนที่ 2 : Episode 2: คำสาป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 372
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 ก.พ. 59

บรรยากาศยามเช้าที่ย่านชิบุย่าที่คนไม่พลุกพล่านมาก เด็กสาวผมสีน้ำตาลเข้มสั้น หัวฟูๆแลดูดูยุ่งเหยิงท่าทางรีบร้อนวิ่งผ่านตัดถนนเส้นเล็กๆ

“อะ...อรุณสวัสดิ์ค่า” ทานิยาม่า มาอิ ค่อยๆแง้มประตูเข้าสำนักงาน SPR ปะทะสายตากับบอสที่นั่งตรงเก้าอี้ใจกลางห้อง

อึ๋ย... ซวยแล้วสิ สายไปแค่สองสามนาทีเองนะ

“ผมไม่แปลกใจหรอกทำไมเธอถึงได้สมองทึบแบบนี้” เสียงเย็นๆส่งผ่านมา แต่สายตาของผู้เป็นเจ้านายยังกวาดมองหนังสือไม่ได้เบนสายตามาที่สาวน้อยผมสั้นน้ำตาลเข้มแม้แต่น้อย

นั่นไง! มาแล้วๆ ฮึบ ทำใจดีสู้เสือเอาไว้มาอิ! มาอิพึมพำในใจ

            “ขอโทษค่ะ แหม่ ก็วันนี้วันหยุ---

            “ไม่ใช่ข้ออ้างของคนขี้เกียจครับ” เสียงนั่นสวนขึ้นมาก่อนมาอิจะพูดจบพร้อมถอนหายใจ

            “โอเคๆ ฉันผิดเอง หึ!” มาอิกอดอกแล้วรีบเข้ามานั่งที่โซฟาสำนักงาน มองเห็นหนุ่มแว่นวัยไล่เลี่ยกันนั่งยิ้มขำหึๆอยู่

            “อะ ยูซุฮาระซังวันนี้ไม่มีคลาสหรอคะ?” เสียงทักของมาอิทำให้ยูซุฮาระหยุดขำ เขาลุกขึ้นยืนพร้อมผายมือทำนองว่าให้มาอิมานั่งด้วยกันก่อนจะตอบ

            “อ้อ พอดีผมจัดตารางเรียนให้ว่างตรงกับวันทำงานพิเศษที่นี่น่ะครับ” ยูซุฮาระจัดแจงให้มาอินั่งตรงข้ามเขาก่อนจะนั่งลงเพื่อจะได้พูดคุยกันต่อ

            “แหะๆ ตื่นเช้าดีนะคะ ทั้งๆที่วันหยุดแท้ๆ” มาอิยิ้มแหยๆพลางเกาคอแก้เขิน

            “ตื่นเช้าทำให้สมองปลอดโปร่งน่ะครับ” ยูซุฮาระหัวเราะเบาๆกับปฏิกริยาของมาอิ

            “เพราะงั้นเธอเลยสมองทึบยังไงละ” เสียงหนึ่งแทรกขึ้นมา ไม่ใช่ใครหรอก นอกจากคนที่นั่งทำมาดเข้มอยู่กลางห้อง ทั้งๆที่สายตายังจับจ้องหนังสือที่อยู่ในมือก็ยังฟังบทสนทนาคนอื่นตลอด มาอิสสัยว่าเขาแยกประสาทได้ทันยังไงกับการที่ต้องทำความเข้าใจหนังสือยากๆและฟังคนอื่นพูดคุยจอแจในห้องออฟฟิศ

            “นี่ นาล ฉันรู้แล้วว่าฉันสมองทึบ ไม่ต้องย้ำบ่อยๆก็ได้นะ!” มาอิบ่น เธอจงใจกระแทกเสียงให้คนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงานรู้ว่าเธอไม่พอใจกับคำพูดของเขา แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาสนใจอะไรขึ้นมาสักนิด

            “ก็มีคนไม่ทำหน้าที่อยู่นี่ครับ เข้างานก็สาย แถมเข้ามายังไม่รู้อีกว่าตัวเองควรจะทำยังไง ไปเอาชามาสิครับ” นาลปิดหนังสือแล้วจ้องหน้ามาอิจนมาอิต้องหลบสายตา คนคนนี้นี่ชอบด่าจิกกัดเธอเหลือเกิน จนเธอรู้สึกว่าตัวเองหดเล็กลงเมื่อต้องอยู่ใกล้กับคนคนนี้ ต่างกับคนพี่เป็นโยชน์เลยแหะ ถ้าให้มาอิเลือกใครเธอก็คิดว่าเธอคงเลือกยูจีนแน่ละ

คิดแล้วมาอิก็ลูบกระเป๋าเสื้อฮู้ดของเธอ รูปยูจีนที่นาลให้มายังอยู่ในนี้ เธอยิ้มกับตัวเอง

นาลที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงานแอบเหล่มองมาอิและยูซุฮาระตลอด เขาเห็นทุกการกระทำ  มาอิกำลังยิ้มให้กับสิ่งของที่อยู่ในกระเป๋านั่น

“เมื่อไหร่จะได้ดื่มชา” คำพูดลอยๆของนาลดึงสติมาอิที่กำลังเหม่อลอยกับของในกระเป๋า เธอสะดุ้งนิดๆ

“อะ....ขอโทษค่าๆ จะไปรีบเอามาเดี๋ยวนี้แหละ” เธอรีบลุกขึ้นเพื่อเตรียมตัวจะไปชงชา มาอิหันมองยูซุฮาระ

“ยูซุฮาระซังจะรับชาด้วยไหมคะ?”

“ก็ดีครับ” ยูซุฮาระที่ง่วนกับเอกสารคดีของยูจีนก่อนหน้านั้นกำลังก้มหน้าก้มตาเรียบเรียงตอบแบบรีบๆ

“จะว่าไปก็ช่วงปีใหม่แล้วเน้อะ นี่ๆ เราไปตั้งแคมป์ที่ไหนสักที่ดีไหม?” มาอิเอ่ยลอยๆพลางชงชาไปด้วย

“เอาเวลาคิดเรื่องพวกนี้ไปใส่ใจกับการเรียนบ้างก็ดีนะครับ” นาลสวนทันทีที่มาอิพูดจบ

เธอกำหมัดแน่น เอะอะผู้ชายคนนี้ก็กัดเธอตลอด

เออยะ! ฉันมันหัวทึบ สมองน้อย หัวช้านี่นะ !!

“ว่าแต่ปีใหม่แล้วทานิยาม่าซังมีแพลนไปไหนไหมละครับ?” ยูซุฮาระถามราวกับพยายามปรามศึกที่กำลังจะเกิดขึ้น

“ก็ไม่มีหรอกน่ะ ทำไมหรอคะยูซุฮาระซัง?”

“ว่าจะชวนทุกคนไปตั้งแคมป์กันบนภูเขาน่ะครับ แล้วด็อกเต---เอ่อ ชิบุยะซังสนใจไหมละครับ?”

นาลเบนสายตาออกจากหนังสือแล้วจ้องมองยูซุฮาระซังที่ถามมา เขารู้สึกว่าพอทุกคนได้รู้ความจริงแล้วทุกคนลำบากใจที่จะเรียกเขาอย่างใดอย่างนึง

“อยากจะเรียกอะไรก็แล้วแต่เถอะครับยูซุฮาระซัง” ถึงเขาจะพูดแบบนั้นก็ตามแต่ดูนาลไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่เลย พอตอบยุซุฮาระซังแล้วนาลก็หันหน้าเข้าหาหนังสือต่อโดยที่ไม่ได้สนใจอะไรอีกต่อไป

“ผมสะดวกจะเรียกชิบุยะซังเหมือนเดิมแหละครับ” ยูซุฮาระยิ้มทะเล้น

“คำตอบละครับ?” ยูซุฮาระซังเริ่มรุกหนักเรื่องคำตอบที่ว่าจะไปตั้งแคมป์ เพราะเขารู้สึกอยากสร้างสัมพันธภาพระหว่างมาอิกับนาล ซึ่งพวกเขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่หลังคดียูจีน พี่ชายของนาล

นาลถอนหายใจเบาๆพร้อมปิดหนังสือ “มาอิ ชาละ?”

นาลไม่ได้สนใจจะให้คำตอบกับยูซุฮาระเท่าใดนัก เขาจึงเบนประเด็นมาที่ชาของมาอิ

มาอิทำหน้างงๆ แล้วไหงเปลี่ยนประเด็นมาเรื่องชาที่เธอกำลังชงละ?

“กำลังจะเสร็จแล้วค่า” เธอกัดฟันกรอด

“ชักช้าจริงๆ” นาลบ่นอุบ

จู่ๆเสียงประตูสำนักงานก็ถูกเปิดขึ้นพร้อมปรากฏร่างผู้มาเยือนที่ไม่คุ้นตา

แขกผู้มาเยือนโค้งหัวให้นิดหน่อยเป็นการทักทายแล้วเดินเข้ามา

ร่างบอบบางภายใต้ชุดสูทสีขาวที่ดูเรียบหรูพร้อมกับรองเท้าส้นสูงที่ดูใส่แล้วถ้าทรงตัวไม่ดีอาจจะเสียหลักล้มได้ ใบหน้าหวานที่มีแว่นดำประดับอยู่

“ที่นี่สำนักงานชิบุยะ ไซคิก รีเสริชสินะ ขอฉันเจอหัวหน้าของที่นี่หน่อยสิ” เธอกล่าวพลางถอดแว่นดำออกตตาสีฟ้าน่าหลงใหลปรากฏแก่สายตาของมาอิ ทำเอาเธอมองค้างไปเลย ใบหน้าหวานที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์บางๆ ตาสีน้ำทะเลสดใสนั่น กับเส้นผมสีดำยาวสลวย เป็นผู้หญิงที่สวยจนมาอิยังอดมองค้างไม่ได้

“ผมคือหัวหน้าครับ” นาลตอบพร้อมกับลุกขึ้น เขาวางหนังสือลงกับโต๊ะเบาๆ สาวสวยคนนั้นมองนาลอย่างพิจารณาก่อนจะเดินเข้ามายังจุดหน้าโต๊ะทำงานของนาล

“โฮ่ ได้ยินข่าวลือมาว่าเด็ก แต่เด็กจริงๆด้วยแหะ รู้ใช่ไหมจ๊ะว่าพี่สาวคือใคร?” เธอกอดอกแล้วจ้องหน้านาล

“พอทราบครับ คุณอิชิคาว่า คาร์ล่า นางแบบที่กำลังมาแรงอยู่ตอนนี้” นาลตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ เขาเองก็กำลังมองแขกที่มาเยือนอยู่อย่างสนใจเช่นกัน

“แหม แหม พวกสื่อก็ประโคมข่าวกันเข้าไป ฉันมีงานให้เธออยากช่วยหน่อยน่ะ” เธอเดินอ้อมมาแล้วถือวิสาสะนั่งที่โซฟา มาอิเองก็เดินมาเสิร์ฟชาให้เธอ

“มาอิ มาคอยจดรายละเอียดงาน” นาลออกคำสั่ง เขาเองก็นั่งลงตรงข้ามกับอิชิคาว่า ยูซุฮาระที่มองเหตุการณ์อยู่นานเองก็เหมือนจะตกใจกับกามาเยือนของแขกคนนี้

“หรือจะเรื่องในข่าวกอสซิปเรื่องทำของหรอครับ?” ยูซุฮาระถามออกไป คำถามนั้นทำเอาอิชิคาว่ามองด้วยสายตางุนงงก่อนจะเหยียดยิ้มที่มุมปาก

“หนุ่มน้อย เธอสนใจข่าวกอสซิปด้วยหรอจ๊ะ?”

“แหม ก็นิดหน่อยน่ะครับ” เขาเกาหลังคอแก้เขินพลางหัวเราะแหะๆ

“ว่ารายละเอียดงานมาเถอะครับ” นาลเปิดแฟ้ม ส่วนมาอิก็เตรียมจดรายละเอียดงาน

“ก็อย่างที่หนุ่มน้อยน่ารักคนนั้นว่าแหละ ฉันกำลังโดนเล่นงานอยู่” ขณะที่เธอพูดเธอก็พลิกฝ่ามือเธอไปมาพลางเป่าเล็บยาวที่ทาสีแดงสดไปด้วย

“แล้วยังไงต่อครับ?” นาลยังคงเปิดแฟ้มต่อไปในขณะที่สอบถาม

“ระยะหลังๆมานี่ฉันโดนผู้กำกับที่กิ๊กกั๊กด้วยปฏิเสธที่จะให้ร่วมงานด้วยแต่เขากลับให้ผู้หญิงอีกคนทำ ท่าทางผู้กำกับคนนั้นแปลกๆไปตั้งแต่ต้นเดือนธค. เขาทำท่าเหมือนอยากจะฆ่าฉัน แถมมีบางครั้งที่เขาพูดพึมพำว่าเขาจะสาปแช่ง จะปล่อยให้ผีมาฆ่าฉัน” แววตาเหย่อหยิ่งของนางแบบสาวถูกแทรกด้วยความกลัว ร่างบางของเธอสั่นระริก

“แล้วมีเหตุการณ์ใดที่ทำให้คุณได้รับอันตรายหรือยังครับ?” นาลถาม ผู้หญิงที่ท่าทางหมาดมั่นเมื่อกี้หายแว้บ ตัวเธอสั่นเทาราวกับกลัวอะไรบางอย่าง

“อื้ม....ฉันเจอมัน ทุกคืนเลย ไปหาหมอผีที่ไหนก็ไม่หาย” เธอกุมหัวตัวเอง “มันน่ากลัวมาก....”

คำบอกเล่าเหตุการณ์น่ากลัวทั้งหลายถูกส่งผ่านออกมาจากปากที่สั่นไม่หยุดของนางแบบสาว ดูเหมือนเธอจะเจอเรื่องเลวร้ายมามากทีเดียว

“พวกเธอ จะรับงานนี้ไหม?” น้ำตาเธอรื้นออกมานิดหน่อยตอนเล่าจบ “ฉันน่ะไม่อยากเจอมันอีกแล้ว” ผมสีดำสลายสะบัดไปมาตอนที่เธอส่ายหัวแรงๆ

“ค่าตอบแทนละครับ?” คำถามของนาลทำเอานางแบบสาวตาโตก่อนจะดีดนิ้ว

“ถ้าพวกเธอทำสำเร็จฉันจะให้20ล้านเยน ราคานี้โอเคไหม?”

“อื้ม ได้ครับ แล้วพวกผ-----------“ ทันทีที่นาลตอบตกลงรับงาน ไฟในออฟฟิศก็ดับลง ถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศอันหนักอึ้ง

มาอิได้แต่มองไปรอบๆ ทั้งห้องตอนนี้ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ชัดเลย เธอกอดสมุดจดงานไว้แนบอก

สังหรณ์ไม่ดีเลย หรือว่า...

“กรี๊ดดดด! มันมาแล้ว ช่วยด้วย!!!!

เสียงหวีดร้องผ่าบรรยากาศอันกดดันพร้อมกับเสียงตึงตัง มาอิเองก็เริ่มสับสนเพราะเสียงกรีดร้องดังรอบตัวเธอ ไม่รู้เสียงไหนเป็นเสียงของคนหรือของวิญญาณ เสียงวี้ดๆ แทรกผ่านหูเธอเข้ามาตลอดจนตอนนี้เธอไม่สามารถรับมันไหวแล้ว เสียงสวดมนต์ดังขึ้นมาก่อนที่ร่างของมาอิล้มลงพร้อมกับแสงไฟที่สว่างขึ้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

126 ความคิดเห็น

  1. #117 visavimon (@visavimon) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 08:03
    ต่อ เถอะ
    #117
    0
  2. #116 Marius Yo (@tongue) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:35
    เอ๋ พี่หรออืม
    #116
    0
  3. #114 .•:*´Lenna`*:•. (@koystar) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 15:22
    น่าสนใจนะเนี่ย มาต่อน้าาา ชอมาก นาลจะรุกมาอิมั้ยน้าา
    #114
    0
  4. #97 okaman (@animefon) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 เมษายน 2554 / 17:00
    น่าอ่านมากค่ะ
    #97
    0