The DUFF (MinKey)

ตอนที่ 15 : ดัฟที่ 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ธ.ค. 61

DUFF 14

คีย์ขับรถมาถึงหน้าบ้านอนยูก็สำรวจตัวเอง ทั้งจัดเสื้อผ้า ส่องกระจกรถอยู่นานสองนาน สูดลมหายใจเรียกกำลังใจ แล้วเดินลงจากรถไปกดกริ่งหน้าบ้าน รออนยูมาเปิดอย่างตื่นเต้นซะจนเหงื่อซึมเต็มมือ รออยู่ซักพักประตูบ้านก็เปิดออก คนที่เปิดก็เป็นอนยูนั้นแหล่ะ เค้ายิ้มสดใสต้อนรับจนตาปิด

“หวัดดีคีย์ เข้ามาสิ” ผมก็เลยต้องทำตัวลีบเดินเข้าไปในบ้านของอนยู งือ ครั้งแรกที่มาบ้านคนที่ชอบ ตื่นเต้นอะ! “โห แต่งตัวจัดเต็มมาเลย” แหง่ล่ะ แล้วทำไมอนยูถึงอยู่ในชุดธรรมดาอยู่นะ แต่ช่างมันเถอะ เค้าจะทำยังไงก็ดูดีไปหมดแหล่ะ

“ก็นิดหน่อย อ่า แล้วเราจะไปไหนกันดีล่ะ ได้ยินมาว่าร้านเดฟแอนด์บัสเตอร์ เป็นร้านเก๋ๆ ฮิปๆ ที่กำลังมาแรงเลยนะ เราไปที่นั่นกันมั้ย”

“ที่มีตู้คีบตุ๊กตาน่ะหรอ”

“นั่นแหล่ะ น่าสนุกเนอะ”

“ก็น่าไปนะ แต่ฉันถือวิสาสะเตรียมโต๊ะไว้แล้ว โอเคใช่มั้ยถ้าเราจะกินกันที่นี้ ฉันเรียนวิธีทำซูชิจากในเว็บ ฉันว่ามันน่าจะเป็นส่วนตัวดี” อนยูพูดพลางเริ่มจัดจานสำหรับมื้อซูชิซะเต็มโต๊ะ

“อะ..เอ่อ ก็เข้าท่าดีนะ”

“โอ๊ะ คานิมากิเสร็จพอดี ตามสบายนะ มีชาญี่ปุ่นด้วย ลองเลย เดี๋ยวฉันมานะ”

“โอเค” ผมก็ไปไม่เป็นสิคราวนี้ ไม่ได้มีแผนสำรองสำหรับการกินซูชิที่บ้านอนยูซะด้วยสิ มินโฮบอกว่าใครจะจูบกันถ้านั่งห่างกันสามฟุต ผมวิ่งไปลากเก้าอี้ที่ตรงข้ามกับเก้าอี้ที่อนยูน่าจะนั่ง มาไว้ทางหัวโต๊ะ เก้าอี้บ้าอะไรหนักขนาดนี้เนี่ยย กว่าจะลากมาได้ทุลักทุเลเหลือเกิน จู่ๆอนยูก็เดินเข้ามา ผมเลยต้องทำท่าเท้าคางกับโต๊ะ พยายามทำตัวให้ไม่มีพิรุธที่สุด

“นี่ เป็นอะไรรึเปล่า”

“เปล่าๆ ฉันแค่รู้สึกว่า ตรงนี้มันหนาวๆ ฉันเลยลากเก้าอี้มาตรงนี้”

“เดี๋ยวฉันลดแอร์ให้”

“โอเค ความคิดเข้าท่า” เมื่ออนยูผลุบหายไป ผมเลยเริ่มมองรอบๆห้องกินข้าว มินโฮบอกว่ายิ่งมืดยิ่งดี ผมเลยเหลียวหาสวิตช์ไฟ จัดการปิดปุ่มอย่างรวดเร็วหมดทุกปุ่มจนห้องมืด แต่ทำไมมันมืดแบบไม่เห็นอะไรเลยล่ะ

“คีย์ ดีขึ้นรึยัง อ้าว ไฟดับหรอ”

“สงสัยจะใช่นะๆ”

“เดี๋ยวฉันไปสับเบรกเกอร์ดูเดี๋ยวก็คงติด” 

“โอเค” อนยูเดินไปทางอื่นแล้ว ผมเลยต้องเลือกกดปุ่มสวิตช์ให้ไฟเปิดอีกครั้ง เพราะถ้าอนยูไปสับเบรกเกอร์แล้วไฟไม่มา เดี๋ยวเดทคงล่มไม่เป็นท่า

“โอ้ แสงสว่างจงบังเกิด” เขาเดินกลับมาแล้วกางแขนออกเป็นแบบพระเจ้า น่ารักอ่าาา

“ฮ่าๆ ใช่ จากพระคัมภีร์ สุดยอดไปเลย แล้วคานิมากิถึงไหนแล้วหรอ”

“เดี๋ยวมานะ รอแปปนึงนะคีย์” ผมนั่งรอตรงเก้าอี้ที่ลากมาอย่างลุ้นๆ ไม่อยากจะเข้าข้างตัวเองนะ แต่เขาลองทำอาหารให้ผมด้วยแหล่ะ นี้เป็นการทำคะแนนรึเปล่านะ ><

แล้วอนยูก็ยกถาดคานิมากิออกมาวางไว้ตรงกลางโต๊ะ ซึ่งมันน่าทึ่งมากกับซูชิมากมายหลากหลายหน้าแบบนี้ ยังกะบินตรงส่งตรงมาจากญี่ปุ่นถึงเกาหลีเมื่อกี้นี่เองอะ การตกแต่งก็สุดยอดมากๆ ให้ตาย เขาจะเก่งทุกอย่างไปเลยรึไง
“นายทำเองได้ยังไงเนี่ย เปิดร้านขายได้สบายเลยอะแบบนี้”

“ก็ทำนานเหมือนกัน ถ้าเป็นเรื่องใช้มือ ฉันจะเรียนรู้ได้เร็ว ฉันถึงเล่นกีตาร์ได้”

“จริงหรอ เล่าอีกสิๆ”

“ฉันเคยเป็นเด็กขี้เกียจ แม่จะมายืนคุมอยู่หน้าห้องบังคับให้ฉันทำการบ้าน” ผมรู้สึกได้ว่าเค้ากำลังยื่นมาเข้ามาแหล่ะ ตื่นเต้นจนกำตะเกียบแทบหัก “แล้วฉันก็เริ่มหัดเขียนกลอน แล้วจากกลอนก็กลายเป็นเพลง”

“นั้นเจ๋งสุดๆ”

“ขอบคุณนะ เรามากินกันเถอะนะ ลองชิมดู” เราเลยลงมือทานซูชิกัน จริงๆแล้วมันก็อร่อยดีนะ แต่ทำไมก็ไม่รู้ผมเอาแต่คิดว่าถ้ามินโฮมาด้วยคงจะดี เขาคงแปลกใจกับรสชาติซูชิพวกนี้และคงจะเอาแต่พูดนั้นพูดนี้แหง่ๆ

“คีย์ เป็นอะไรรึเปล่า”

“ห้ะ เปล่าๆ ฉันกำลังเคลิ้มกับรสชาติของซูชิ มันอร่อยมากจริงๆ” ผมเลยคีบซูชิเข้าปาก ทำหน้าตาแบบประทับใจสุดๆ

“ก็นั่นแหล่ะ เริ่มจากกลอน แล้วคอร์ดดนตรีค่อยโอบกอดสอดประสานกับถ้อยคำ เหมือนมันเป็นคู่รักกันเลย ว่าแล้วฉันก็นึกถึงเพลงที่ฉันแต่งไม่กี่อาทิตย์ก่อน เดี๋ยวฉันเล่นให้ฟังดีมั้ย”

“ก็ดีไปเลยสิ” นั้นไง เค้ากำลังทำคะแนน! แล้วจู่ๆก็มีภาพมินโฮมายืนเท้าแขนกับเก้าอี้ที่ผมนั่ง “ฉันก็แต่งกลอนด้วยนะ มีเด็กหนุ่มชื่อชเว มินโฮ ที่คิม คิบอมอยากจะ....” อ๊ากกกก ทนไม่ไหวแล้ว ทำไมในหัวผมมีไอ้บ้านั้นเต็มไปหมดด้วยล่ะ

“นี้อนยู ห้องน้ำไปทางไหนหรอ”

....
ผมเลือกมาสงบสติล้างหน้าล้างตาให้เลิกฟุ้งซ่านซักที ตบหน้าซ้ำๆ แล้วสะบัดหัวไปมา

“เมื่อกี้ นายเป็นบ้าอะไรของนายคีย์ นายคงไม่ได้ชอบมินโฮหรอกนะ” ผมพูดกับตัวเองในกระจก บ้าแล้ว ใครจะไปชอบคนแบบนั้น

“เห็นๆกันอยู่ ใครเป็นที่หนึ่งในใจนายยยย” มีภาพมินโฮโผล่มาอีกแล้ว มันสะท้อนมาจากกระจก หมอนั้นกอดอกพร้อมทำยิ้มแพรวพราวเหมือนกับแววตาที่เหมือนสื่อว่าภูมิอกภูมิใจที่ผมชอบเค้า เฮ้ย! บ้าแล้ว ผมไม่ได้ชอบเค้าซะหน่อย ออกไปๆ ออกไปจากหัวฉันได้แล้ววว ไอ้หมาบ้า!!

“โอเค ตั้งสติหน่อย อนยูจะร้องเพลงให้นายฟังนะคีย์ และนายจะต้องชอบมัน” ผมยิ้มให้กำลังใจตัวเอง ผมกำลังมาเดทกับคนที่ชอบ ก็ต้องคิดถึงแต่เรื่องของคนที่ชอบสิ จริงมั้ย

15 ความคิดเห็น