เสน่ห์ลูกทุ่ง

ตอนที่ 26 : บทที่ ๒๖

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 ก.ย. 63

แม้นายกลดจะมีทนายมือดีแค่ไหน หรือแม้เขาจะงัดหลักฐานอะไรออกมาเพื่อแก้ต่าง ก็ไม่ทำให้เขาพ้นผิดไปได้ แต่นายกลดก็สู้ยิบตาไม่ยอมรับผิดง่ายๆ ส่วนคดีของคุณพีชกับเนตรอัปสรนั้นศาลชั้นต้นยกฟ้องและอัยการไม่ได้อุทธรณ์อีก เป็นอันว่าทั้งสองคนพ้นผิดจากข้อกล่าวหาทั้งปวง

 “พีชขอโทษที่ทำให้คุณพ่อกับคุณแม่ต้องเดือดเนื้อร้อนใจ พีชขอโทษค่ะ” เธอก้มกราบและสวมกอดพ่อและแม่ที่เคียงข้างเธอมาตลอด

“หมดเคราะห์หมดโศกกันเสียทีนะลูก ต่อไปจะคิดจะทำอะไรก็ต้องรอบคอบกว่านี้นะ” ครูเทืองลูบหัวคุณพีชเบาๆด้วยความเมตตาทำเอาคุณพีชน้ำตาร่วง

ทุกคนในบ้านที่รู้ข่าวต่างก็ยินดี เพราะช่วงที่มีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลงานจ้างก็หดหายไปมาก จากนี้จะได้ทำมาหากินแบบเดิมกันต่อไป ภู่วารินก็เป็นคนหนึ่งที่หอบช่อดอกไม้มาแสดงความยินดีกับคุณพีชถึงบ้าน

“ไม่เห็นต้องลำบากเลยริน”

“ไม่หรอกค่ะ ผ่านเรื่องแย่ๆมาแล้วก็ต้องมีดอกไม้มาให้สดชื่นกันหน่อย” คุณพีชรับดอกไม้แล้ววางไว้ข้างตัว เรื่องเลวร้ายผ่านไปแล้วจริงๆอย่างที่ภู่วารินบอก เพราะโง่จนหลงเชื่อใจคนง่ายๆถึงต้องทำให้เธอและคนที่เธอรักเดือดร้อนไม่รู้จบ

“คุณพีชคิดอะไรอยู่คะ หน้าเครียดเชียว”

“ไม่มีอะไรหรอก เออ...รินจะได้มาร้องเพลงให้วงเราบ้างไหม ช่วงนี้งานกลับมาเยอะเหมือนเดิมแล้วนะ”

“รินกำลังโปรโมทซิงเกิ้ลใหม่น่ะค่ะ อาจจะไม่ค่อยได้มาช่วยร้องให้ที่วง แต่ถ้ามาได้รินจะบอกคุณพีชนะคะ ว่าแต่...ทำไมคุณพีชไม่หานักร้องเพิ่มอีกสักคนล่ะคะ” คุณพีชนิ่งไป นึกถึงนักร้องใหม่แล้วปวดใจ

“คุณพีชยังโกรธ...รุจอยู่หรือคะ”

“เรื่องหานักร้องใหม่ก็ดีเหมือนกันนะ ฉันจะลองปรึกษากับคุณพ่อดู นี่...รินเข้าไปหาคุณพ่อหรือยัง คุณพ่อต้องดีใจแน่ๆที่รินมา” พูดจบก็เดินเข้าบ้านไป คุณพีชไม่อยากพูด ไม่อยากคิด ไม่อยากฟังเรื่องของผู้ชายคนนี้อีก เขาหลอกเธอและเธอก็โง่ที่เชื่อเขามาได้ตั้งนานโดยไม่เฉลียวใจสักนิดว่าที่เขาเข้ามาตีสนิทก็เพื่องานไม่ได้ให้ความจริงใจกับเธอแม้แต่น้อย แล้วเธอจะยังมีผู้ชายคนนี้อยู่ในหัวใจอีกทำไม

โลกแห่งความเป็นจริงกลับมาหมุนตามเดิมอีกครั้ง รุ่งรุจกลับมาอยู่ที่คอนโดเหมือนเดิม กลับไปทำงานในฐานนะตำรวจเหมือนเดิม อยู่กับผู้คนและเพื่อนฝูงเดิมๆ ที่ไม่เหมือนเดิมก็คงเป็นตัวของเขานี่แหละเพราะเหมือนกับว่าบางสิ่งบางอย่างขาดหายไปจากชีวิต แม้จะกลับมาใช้ชีวิตเดิมๆอยู่ได้พักใหญ่แต่สิ่งที่เขาลืมไม่ได้ก็คือคุณพีช

“เป็นอะไรไปวะ” เพื่อนร่วมงานเดินเข้ามาตบไหล่รุ่งรุจที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ

“ก็ไม่ได้เป็นไร” เขาตอบเสียงเอื่อยๆ

“ไม่ได้เป็นไร ไหน...เอาหน้ามาดูสิ นี่นะคนไม่ได้เป็นอะไร ทำหน้าอึดอัดเหมือนขี้ไม่ออกมาสักสามวัน”

“ไหนลองเล่ามาให้ฟังทีสิ เรื่องปัญหาชีวิตนี่งานถนัดนักล่ะ” เพื่อนอีกคนออกตัว รุ่งรุจทนการรบเร้าไม่ไหวเลยจำต้องเล่าเรื่องอัดอั้นในใจออกมา

ปัญหาหนักอกของนายตำรวจหนุ่มดังไปถึงหูของผู้การเผด็จ เขาเป็นตำรวจมาจนป่านนี้ก็เพิ่งจะต้องมาแก้ปัญหาหัวใจให้กับลูกน้อง แต่เพราะรุ่งรุจไม่ใช่ลูกน้องธรรมดา เขามีศักดิ์เป็นลูกชายของรุ่นพี่ที่สนิทกันตั้งแต่เป็นนักเรียนเตรียมฯ ฉะนั้นเมื่อหลานอามีปัญหาหัวใจ นายตำรวจรุ่นใหญ่เลยต้องออกหน้า

“เราก็ไปทำเรื่องให้มันยุ่งยากเสียแต่แรก แล้วยังไง...คดีในศาลจบ แต่คดีหัวใจไม่จบ”

“ผู้การครับ แล้วผมจะรู้ไหมว่าเรื่องมันจะวุ่นวายถึงขนาดนี้”

“มันจะไม่วุ่นวายหรอกถ้าเราไม่ไปหลงรักคุณพีชเขาน่ะ ถามจริงๆเถอะ...คิดยังไง” นายตำรวจหนุ่มก้มหน้าเพื่อหลบไม่ให้ผู้การเผด็จเห็นแก้มแดงเรื่อ

“ไม่ยังไงหรอกครับ คุณพีชเธอเป็นคนดี...ก็เท่านี้แหละครับ”

“ก็ใช่...เขาเป็นคนดี แต่รู้ใช่ไหมว่าเขาแก่กว่าเราตั้งเยอะ”

“โธ่...อาเด็จครับ อายุมันเป็นเพียงตัวเลขไหมล่ะครับ” รุ่งรุจอุทธรณ์ด้วยคำพูดจากใจ ผู้การเผด็จได้แต่อ่อนใจ คนหนุ่มใจร้อนก็ตัดสินใจอะไรง่ายๆแบบไม่คิดหน้าคิดหลังแบบนี้

“แล้วพ่อแม่เรารู้ไหมเนี่ย”

“ยังไม่รู้เลยครับ”

“คิดทำอะไรก็บอกเขาหน่อยจะเป็นไรไป เพราะดูท่าแล้วเราจะจริงจังกับคุณพีชอยู่มากไม่ใช่รึ”

ผู้กองหนุ่มอายม้วนต้วนจนทำให้ผู้การเผด็จอดหมั่นไส้ไม่ได้ เขาพอจะรู้มาว่าคนบ้านนั้นตั้งแง่เกลียดรุ่งรุจจนไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอีก แล้วนี่ริจะไปชอบลูกสาวเขา ลองให้รุ่งรุจเข้าไปเองเดี่ยวๆ สงสัยว่าจะวิ่งหนีออกมาไม่ทัน

ด้านคุณพีชก็ทำงานของเธอไปตามปกติ ชีวิตหลังเรื่องร้ายมันช่างราบรื่นเสียเหลือเกิน มีติดอยู่นิดเดียวตรงที่คนที่เธออยากจะลืมกลับลืมไม่ได้ คุณพีชพยายามหาเรื่องอื่นทำให้ยุ่งๆเข้าไว้แต่จนแล้วจนรอดก็ลืมเขาไม่ได้เสียที ยังมีคนมาสมัครเป็นนักร้องอยู่เรื่อยๆแต่ก็ไม่ถูกใจครูเทืองสักคนเดียว ยิ่งเห็นก็ยิ่งนึกถึง

“คุณพีชครับ” 

“มีอะไรรึ” หญิงสาวใจเต้น ไม่กล้าแม้กระทั่งหันกลับไปมองต้นเสียง ถ้าเป็นเขาจริงๆเธอต้องทำตัวอย่างไร ต้องเริ่มพูดอะไรกับเขาก่อน

“เจ้าภาพเชิญไปพบหน่อยครับ เห็นว่ามีเรื่องจะถาม” คุณพีชทำหน้าเซ็ง ที่แท้ก็คนประสานงานของฝ่ายเจ้าภาพนี่เอง มาหลอกให้หลงดีใจเก้อเสียได้

ค่ำวันนี้มีงานจ้างไม่ไกลจากกรุงเทพฯเท่าไหร่ เหล่านักร้องและแดนเซอร์กำลังเตรียมตัวอยู่หลังเวที ส่วนคนงานอื่นเมื่อเตรียมเวทีเสร็จก็แยกย้ายหาที่พักผ่อน...เป็นแบบนี้เหมือนเดิม ในขณะที่ทุกคนกำลังยุ่งอยู่ ใครคนหนึ่งก็เดินเลียบๆเคียงๆอยู่ด้านหลังของเวที

“มาหาใครหรือครับ” ชายคนนั้นชะงักทำให้เต่ารู้สึกแปลกใจ

“ว่าไงเต่า...ไม่เจอกันแค่ไม่เท่าไหร่ จำกันไม่ได้แล้วรึ” เต่ายืนงงอยู่ชั่วครู่ก็กระโดดกอดรุ่งรุจตัวลอย

“เฮ้ย....ไอ้รุจจริงๆด้วย พี่น้อยๆ ไอ้รุจมา” เขาจูงรุ่งรุจไปหาน้อยที่ด้านหลัง ทุกคนที่นั่นล้วนแต่ยินดีที่ได้เจอรุ่งรุจอีกครั้งหลังเรื่องราวต่างๆผ่านไป

“คือ...ผมขอโทษครับที่เรียกผู้กองว่า ไอ้รุจ”

“ไม่เป็นไรหรอกเต่า เคยเรียกยังไงก็เรียกอย่างนั้นเถอะ ผมก็ยังเป็นไอ้รุจคนเดิมนี่แหละ” ทั้งวงหัวเราะครื้นเครงแถมยังชวนรุ่งรุจคุยนั่นนี่ไม่ขาดปากให้หายคิดถึง

“พี่รัช แล้วคุณพีชล่ะครับ ตั้งแต่มาผมยังไม่เห็นเลย”

“อ๋อ...ออกไปเมื่อกี้เอง ช่วงนี้งานยุ่งไปนู่นมานี่ไม่เคยหยุด” รุ่งรุจหน้าเศร้าลงไปถนัด เขาบอกผู้การเผด็จว่าจะมาปรับความเข้าใจกับคุณพีชด้วยตัวเองก่อน แต่ไม่เจอกันแบบนี้..จะปรับความเข้าใจได้อย่างไร

“ทำไมไม่ไปหาที่บ้านเลยอ่ะ” เต่าเสนอความคิด

“ไปที่บ้านก็โดนครูไล่ตะเพิดเท่านั้นแหละ ครูเขาประกาศไว้แล้วว่าไม่ให้ไอ้รุจเข้าบ้านอีก”

“ขนาดนั้นเลยหรือครับ” รุ่งรุจหน้าซีด นี่เป็นบทลงโทษที่เขาสมควรได้รับแล้ว

“อืม...แล้วช่วงนี้ครูก็กำลังยุ่งๆกับการหานักร้องคนใหม่ด้วย อย่างว่าแหละ...ไอ้คุณพีมันทำดีไปไม่ได้สักกี่น้ำหรอก” รัชบ่นเพราะวันนี้พีรภัทรก็แผลงฤทธิ์มาสายอีกตามเคย

“งี้เอ็งก็ไม่กลับมาร้องให้ที่วงแล้วดิ”

“ไอ้เต่า..คำถามเอ็งเนี่ยได้ผ่านสมองมาบ้างไหม ก็รุจมันเป็นตำรวจจะมาร้องเพลงได้ไงวะ อีกอย่างมันก็มีเงินเยอะแยะ จะมาร้องเพลงให้ลำบากทำไมวะ” น้อยเริ่มรำคาญเต่าที่ทำตัวฉลาดเกินมันสมองที่มี

“พี่น้อย...ครูเขากำลังหานักร้องใหม่ พี่น้อยก็ลองไปร้องให้ครูฟังหน่อยปะไร” น้อยส่ายหน้าช้าๆเป็นการปฏิเสธเหมือนเคย นั่นทำให้รัชที่นั่งฟังอยู่ถอนหายใจหนักๆเพราะไม่ว่าใครจะหว่านล้อมเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล

“พี่น้อยรู้ไหม...พี่ดูถูกตัวเองจนกดมันเสียต่ำต้อยทั้งที่มีดีอยู่กับตัว คนอื่นดูถูกเรายังไม่เท่าเราดูถูกตัวเองนะครับ อีกอย่าง...พี่ยังไม่เคยลองร้องเพลงให้ครูฟังสักครั้งเลยนะ” น้อยหันมามองหน้ารุ่งรุจ สีหน้าจริงใจและน้ำเสียงหนักแน่นทำให้เขาเริ่มคล้อยตาม

ในเมื่อวันนี้ไม่ได้เจอคุณพีชแล้วเขาก็ไม่รู้จะอยู่ทำไมอีก แต่ยังไม่ทันจะเดินออกจากหลังเวที เนตรอัปสรในชุดนักร้องสีแดงเพลิงก็เดินเข้ามาหา

“นึกแล้วว่ารุจยังไม่กลับ”

“กำลังจะกลับพอดีครับ ไม่ได้แวะไปหาคุณเนตรเพราะคิดว่าน่าจะยุ่งอยู่”

“ยุ่งยังไงก็ต้องเจอรุจให้ได้ ขอบใจนะที่ช่วยเนตรกับคุณพีช ถ้าไม่ได้หลักฐานที่รุจช่วยหามาให้ เนตรกับคุณพีชคงติดคุกหัวโตไปแล้ว” 

เนตรอัปสรคะยั้นคะยอให้รุ่งรุจอยู่ต่ออีกหน่อยเพราะเธอยังมีอีกหลายเรื่องที่อยากคุยกับเขา แต่เรื่องที่ทำให้เขาสบายใจขึ้นก็คือครูเทืองรู้แล้วว่าเขาเป็นคนวิ่งเต้นหาหลักฐานมาช่วยให้คุณพีชและเนตรอัปสรพ้นผิด ต้องขอบคุณภู่วารินที่มากระซิบบอกครูเทืองทำให้ครูคลายความโกรธลงได้มาก ถึงจะไม่ได้เจอคุณพีชวันนี้...อย่างน้อยก็ยังได้ข่าวดีบ้าง แค่นี้ก็ดีใจแล้ว

รุ่งรุจเดินออกมาหน้าเวทีเพื่อฟังเนตรอัปสรร้องเพลง ตอนนี้เธอขึ้นร้องเพลงเป็นตัวหลักให้กับวงแทนภู่วาริน เนตรอัปสรเอาอยู่ทั้งเพลงเร็วและเพลงช้าจนมีแฟนคลับติดตามผลงานเกือบทุกเวที โดยเฉพาะเพลงช้าที่จะร้องต่อจากนี้ ถือได้ว่าเป็นเพลงหลักที่เธอเลือกมาร้องทุกครั้ง และเพลงนี้ก็เป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆไม่ว่าจะไปร้องที่ไหน

น่าแปลกที่เมื่อเธอร้องเพลงนี้ทีไร มันช่างเต็มไปด้วยความโหยหาและความเศร้านั้นร่ำรำพันอยู่ในเสียงหวานซึ้งของเนตรอัปสรราวกับว่าเธอถอดหัวใจทั้งดวงถ่ายทอดมันออกมา ถ้าคนฟังที่ไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังมาก่อนก็คงฟังเพลงนี้แค่เพราะและซาบซึ้งไปกับมัน แต่สำหรับรุ่งรุจแล้ว เขารู้ได้ทันทีว่าคนที่คิดถึงและห่วงหาในบทเพลงนั้นคือใคร เพราะคนไกลคนนั้นจะเป็นใครไม่ได้นอกจากนายกลดเพราะถึงเขาจะร้ายกาจแค่ไหน แม้กระทั่งจะเป็นของใครมาก่อน เนตรอัปสรก็ยังรักเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย หญิงสาวคงมอบทั้งหัวใจให้นายกลดไปหมดแล้วและคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา เธอยังคงจดจำความรักของเธอที่มีต่อเขาและยังปักใจรอเขาอยู่เสมอ

วันนี้น้อยตัดสินใจเดินเข้ามาหาครูเทืองที่ห้องซ้อม ทีแรกน้อยลังเลอยู่ที่หน้าห้องตั้งนานก่อนที่จะตัดสินใจก้าวเข้าไปในนั้น

“อ้าว...น้อย มีอะไรรึ”

“เอ่อ..ครูครับ เห็นว่าครูกำลังหานักร้องใหม่ ผม...ก็เลย อยากลอง...” น้อยอึกอักเพราะกลัวครูเทืองจะตะเพิดเขาออกจากห้อง โทษฐานเป็นคนงานแล้วไม่เจียม

“อย่างนั้นรึ เอาสิ... ถึงเวลาเสียทีนะน้อย” ครูเทืองมองน้อยด้วยความเมตตา เขารู้อยู่แล้วว่าน้อยเป็นคนเสียงดีและร้องเพลงเพราะมาแต่ไหนแต่ไร คงเป็นรัชที่มาบอกเรื่องนี้กับเขา แต่ที่ไม่เรียกน้อยมาร้องเพลงแต่แรกเพราะอยากให้น้อยมั่นใจที่จะกล้าเดินออกมาจากความกลัวและน้อยเนื้อต่ำใจของตัวเอง

ถึงแม้คุณพีชจะไม่ค่อยเห็นด้วยที่ครูเทืองจะเอาน้อยขึ้นเวทีแต่ก็ขัดผู้เป็นพ่อไม่ได้ ครูเทืองยื่นคำขาดเพราะตอนที่คุณพีชคะยั้นคะยอให้เอารุ่งรุจมาร้องเพลงครูเทืองยังไม่ว่าอะไรสักคำ เพราะน้อยมีความสามารถในเรื่องร้องเพลงอยู่แล้วทำให้การฝึกซ้อมเป็นไปอย่างง่ายดาย ไม่ว่าครูเทืองจะสอนเทคนิค วิธีร้อง หรือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอะไรให้ น้อยก็ทำตามได้อย่างรวดเร็วจนครูเทืองออกปากว่ารู้อย่างนี้เอาน้อยมาร้องเพลงตั้งนานแล้ว   

แต่คนที่รับหน้าที่หนักในการจะทำให้น้อยกลายเป็นนักร้องหน้าเวทีก็คือคุณพีช เธอต้องปรับรูปลักษณ์ของน้อยเสียใหม่ เพราะนอกจากเสียงเพลงที่ไพเราะแล้วรูปร่างที่น่ามองก็เป็นส่วนสำคัญ ดังนั้นคุณพีชจึงต้องพาน้อยวิ่งเข้าวิ่งออกสปาบ้าง สถานเสริมความงามบ้างจนเจ้าตัวบ่นอุบ

“อืม...ใช้ได้แล้วล่ะ”

“ถ้าไม่ได้ผมก็ไม่ไหวแล้วครับคุณพีช แสบตัวไปหมดแล้ว” น้อยเสียงอ่อยแต่ก็แอบดีใจที่กล้าจะทำตามความฝันของตัวเองเสียที

“แค่นี้เสียที่ไหนล่ะ เดี๋ยวต้องไปวัดตัวตัดชุดใหม่อีก ไปกันได้แล้ว” น้อยก้มหน้างุดแล้วเดินตามคุณพีชไปโดยดี

งานแสดงยังมีมาอย่างต่อเนื่องทำให้คุณพีชต้องวุ่นมากขึ้น การจัดการแสดงใหม่โดยมีนักร้องคนใหม่มาเพิ่มยิ่งทำให้นึกถึงรุ่งรุจ ที่จริงช่วงนี้จะมองอะไร จะทำอะไรก็นึกถึงแต่เขาตลอด นั่นยิ่งทำให้คุณพีชหงุดหงิดเพิ่มทวีคูณ ยิ่งอยากลืมก็ยิ่งจำ แต่หลายคนกลับสันนิษฐานว่าที่คุณพีชอารมณ์ไม่ดีอาจเป็นเพราะอายุที่มากขึ้นทำให้ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง อารมณ์เลยขึ้นๆลงๆ ทั้งที่จริงแล้วตั้งแต่เกิดเรื่องมาจนถึงวันนี้ก็นับเดือน เธอไม่ได้ข่าวอะไรเกี่ยวกับรุ่งรุจเลย เรียกได้ว่าเขาหายไปจากชีวิตของเธอเฉยๆ

ฝ่ายผู้กองหนุ่มที่กุมปัญหาหนักอกเกี่ยวกับความรักของเขาที่มีต่อคุณพีชก็ยังไม่สามารถทำให้พ่อกับแม่เข้าใจได้เสียที

“แม่ครับ คุณพีชเขาเป็นคนดีจริงๆนะครับ ผมอยู่กับเขามาได้พักใหญ่ ผมรู้ดี”

“เรายังไม่เคยกับเรื่องอย่างนี้จะไปรู้ทันพวกไก่แก่แม่ปลาช่อนได้ยังไง เห็นเขาทำดีด้วยหน่อยก็หลงเขาไม่ลืมหูลืมตา แล้วอายุเขาก็มากกว่าเราเกือบรอบ ตกลงนี่เราจะหาเมียหรือหาเพื่อนให้แม่” พ่อของรุ่งรุจที่นั่งอยู่ข้างๆได้ยินถึงกับหัวเราะคิกทำให้แม่ของเขาต้องหันมาทำตาเขียวใส่

“โธ่...คุณ เจ้ารุจมันก็ไม่ใช่เด็กๆแล้ว เขาพอที่จะรู้ว่าใครดีหรือไม่ดี ลูกโตแล้ว...ให้เขาตัดสินใจเองเถอะ” 

“แต่คุณคะ ผู้หญิงคนนั้นเขาแก่กว่าลูกเราตั้งเยอะนะ”

“แก่กว่าแล้วยังไงล่ะคุณ ถ้าเขาเป็นคนดี จะแก่จะสาวถ้าอยู่กับลูกเราได้อย่างมีความสุข มันก็พอแล้วไม่ใช่รึ คนเรามันก็ต้องแก่กันทุกคนแหละ...จะไปยึดติดอะไรมาก ไปปฏิบัติธรรมมาไม่เท่าไหร่ลืมแล้วรึ” แม่ของรุ่งรุจหน้าง้ำเพราะยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แต่ก็จริงอย่างที่สามีของเธอพูด คนเราก็ต้องแก่กันทุกคน เพียงแต่เธอไม่อยากให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนต้องตัดสินใจพลาดและไม่มีความสุขไปชั่วชีวิต

“เอาเถอะน่าคุณ ตามใจลูกมันเถอะ ชีวิตของเขาให้เขาตัดสินใจเอง”

ผู้เป็นแม่มองหน้าลูกชายที่นั่งทำตาละห้อยเมื่อถูกคัดค้านทุกประตู เธอลูบหัวลูกชายด้วยความรักและห่วงใย เธอเลี้ยงลูกชายของเธอมาเป็นอย่างดีจนโตเป็นหนุ่มขนาดนี้ พร้อมด้วยรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติไม่น้อยหน้าใคร เธอก็แค่ต้องการให้เขาได้สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเท่านั้นเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น