เสน่ห์ลูกทุ่ง

ตอนที่ 25 : บทที่ ๒๕

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 ก.ย. 63

คุณพีชเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับตำรวจเพื่อแก้ข้อกล่าวหา แต่หลักฐานของเธอยังไม่สามารถหักล้างข้อกล่าวหานั้นได้หมด นายกลดลงทุนกับเธอจริงและผู้หญิงบางคนผ่านการรับเข้าทำงานในบริษัทเธอก่อนจะถูกส่งไปให้นายกลด ทนายฝั่งคุณพีชพยามหาทางแก้ข้อกล่าวหาแต่ทนายก็ยอมรับด้วยความหนักใจว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะทำให้คุณพีชหลุดจากข้อกล่าวหาไปได้

“คุณพีช เอ่อ...ครูก็มาด้วยหรือครับ” หญิงสาวชะงักเมื่อได้ยินเสียงหนึ่งเรียกเอาไว้

“อ้อ..ผู้กองนี่เอง มาดูหรือคะว่าฉันถูกจับเข้าห้องขังแล้วหรือยัง”

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ คือ..ผมแค่อยากคุยกับคุณพีชเรื่องที่ผม...เอ่อ ผม..” ผู้กองหนุ่มอึกอัก ถ้าตัดเรื่องหน้าที่การงานออกแล้ว เรื่องที่เขาโกหกเธอก็สาสมกับที่เธอโกรธจนไม่อยากมองหน้า

“ไปกันเถอะคุณพีช พ่อไม่อยากอยู่ที่นี่นาน” ครูเทืองดึงแขนลูกสาวไปอีกทาง ก็แน่ล่ะ...ใครจะไม่เกลียดคนที่พาเรื่องร้ายๆมาให้กับคนที่ครูรักมากที่สุด

“เดี๋ยวก่อนครับครู เดี๋ยวสิครับคุณพีช” ไม่ว่ารุ่งรุจจะเรียกอย่างไร ทั้งสองก็ไม่หันกลับมามองเขาด้วยซ้ำ นายตำรวจหนุ่มได้แต่อ่อนใจ จากนี้ต่อไปคุณพีชรวมถึงทุกคนคงเกลียดเขาเข้าไส้และคงไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องใกล้ชิดคุณพีชได้อีก เขาจะต้องตัดใจจากเธอจริงๆหรือ ทุกอย่างมันจะจบลงอย่างนี้หรือไง

ในห้องประชุม...ฝ่ายสอบสวนรายงานว่านายกลดปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และทนายของนายกลดก็ใช้หลักทรัพย์ประกันตัวออกไปเพื่อสู้คดี นายกลดปฏิเสธท่าเดียวว่าไม่รู้ไม่เห็นเรื่องราวที่เกิดในโกดังและโยนความผิดทั้งหมดให้กับลูกน้องชื่อชาติเพียงคนเดียว

“เราเข้าไปค้นที่บ้านและคอนโดของนายกลดแล้วยังไม่พบหลักฐานอะไรเพิ่มเติมเลยครับ”

“ถ้าไม่ได้หลักฐานอะไรเพิ่มเติม นายกลดมีสิทธิ์ที่จะหลุดจากคดีนี้ได้ง่ายๆเลยนะครับ” นายตำรวจอีกคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

“แต่หลักฐานของทางเราก็แน่นหนาอยู่ไม่ใช่รึ ว่าไงผู้กอง” ผู้การเผด็จเรียกรุ่งรุจที่กำลังนั่งเหม่อ

“หลักฐานหรือครับ มันก็น่าจะพอเอาผิดนายกลดได้อยู่หรอกครับ แต่มันจะพาเอาคนอื่นติดร่างแหไปด้วย”

“นั่นสิ ทั้งคุณพีชแล้วก็ผู้หญิงของเขาอีกสองคน เห็นว่าทางคุณพีชนี่หนักเอาเรื่องเลยใช่ไหม”

“ครับ แต่ยังไงผมก็ยังเชื่อว่าคุณพีชไม่รู้เห็นอะไรกับขบวนการค้ามนุษย์ ผู้การครับ...ผมขอเวลารวบรวมหลักฐานเพิ่มอีกหน่อย ก่อนที่จะส่งเรื่องฟ้องศาล”

ผู้การเผด็จประวิงเวลาให้รุ่งรุจอีกห้าวันในการหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อให้คุณพีชพ้นผิด ที่จริงรุ่งรุจมืดแปดด้านไม่รู้จะไปหาหลักฐานมาจากที่ไหน ยิ่งเวลางวดเข้าเขาก็ร้อนรนเหมือนหนูติดจั่น แล้วเสียงเพลงจากนักร้องหน้าใหม่ของค่ายเพลงก็ดังมาจากโทรทัศน์ เสียงหวานเศร้าของภู่วารินทำให้เขานึกอะไรขึ้นมาได้

รุ่งรุจนั่งคอยภู่วารินที่ใต้ตึกของค่ายเพลง เขารู้มาว่าวันนี้เธอต้องมาอัดเสียงเพลงใหม่ ภู่วารินได้รับการตอบรับอย่างดีจากแฟนเพลงตั้งแต่เพลงแรกที่ถูกปล่อยออกไป แม้เพลงแรกนั้นจะเป็นเพลงลูกทุ่งเก่าที่นำมาร้องใหม่ แต่ด้วยน้ำเสียงหวานซึ้งกินใจทำให้ภู่วารินได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ส่วนเรื่องคดีความ..ทางค่ายเพลงส่งทนายมาแก้ต่างทุกข้อกล่าวหาจนเธอใสสะอาดไร้มลทิน

“อ้าว...รุจ อ้อ...ไม่ใช่ ผู้กองมาทำอะไรที่นี่คะ” ภู่วารินทักทายก่อนที่เขาจะเห็นตัวเธอเสียอีก

“ผมมารอคุณรินน่ะครับ มีเรื่องจะคุยด้วย”

“ตอนนี้เลยหรือคะ พอดีฉันรีบน่ะค่ะ ถ้ายังไงผู้กองรออีกสักพักได้ไหมคะ หรือว่าจะนัดมาวันอื่นก็ได้”

“ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้ เอ่อ...คุณรินครับ เรียกผมเหมือนเดิมเถอะครับ อย่าเรียกผู้กองให้ผมรู้สึกผิดไปมากกว่านี้เลย” ภู่วารินยิ้มน้อยๆ ในสายตาของเธอไม่ว่าเขาจะเปลี่ยนไปเป็นอะไรก็ไม่มีผลต่อเธอสักหน่อย

“จะรออยู่ตรงนี้ก็ได้นะ หรือว่าจะขึ้นไปรอที่ห้องอัดเสียงอย่างที่เคยมาครั้งที่แล้วก็ได้ หวังว่าผู้กอง เอ้ย..รุจจะไม่รังเกียจ” รุ่งรุจเดินตามภู่วารินขึ้นไปบนห้องอัดเสียง อย่างน้อยก็มีภู่วารินคนหนึ่งยังยอมคุยกับเขาโดยไม่โกรธแค้น

รุ่งรุจเดินตามภู่วารินแล้วยืนรอเธออยู่ในนั้น หลายคนที่นั่นจำเขาได้ก็ทักทายตามปกติ ภู่วารินเข้าห้องอัดไปแล้ว เธอหันมายิ้มให้เขานิดหนึ่งและตั้งสมาธิเพื่อจะเริ่มร้องเพลง จากผลการตอบรับจากเพลงแรกของเธอโปรดิวเซอร์จึงตัดสินใจให้เพลงที่สองของภู่วารินยังเป็นเพลงเก่าที่นำมาร้องใหม่ และมันก็เข้ากับเสียงหวานซึ้งปนเศร้าของเธอเป็นอย่างดี ทันทีที่ภู่วารินร้องเพลงนั้น ทุกคนในห้องก็เหมือนถูกสะกดให้นิ่งและซาบซึ้งไปกับบทเพลงของเธอ

“คุณรินท่าทางจะยุ่งมากเลยนะครับ” รุ่งรุจถามหลังจากที่เธออัดเสียงเสร็จ

“ปกติก็ยุ่งประมาณนี้แหละ แต่พอมีคดีของผู้กอง...ฉันก็เลยยุ่งมากขึ้นอีก” ภู่วารินยิ้มน้อยๆแต่รุ่งรุจที่ยืนฟังอยู่ถึงกับหน้าเสีย

“ฉันเข้าใจ นายก็แค่ทำหน้าที่ของนาย แต่เรื่องนี้ครูโกรธมากนะ รู้ใช่ไหม”

“รู้ครับ วันก่อนผมเจอครูกับคุณพีช ครูไม่มองหน้าผมด้วยซ้ำ”

“ทำหน้าเครียดแบบนี้ ถามหน่อยเถอะเครียดเพราะงานหรือเครียดเพราะเรื่องคุณพีช” ชายหนุ่มมองหน้าภู่วารินอย่างสงสัย ภู่วารินหัวเราะเบาๆ ถ้าเธอไม่รู้ว่ารุ่งรุจคิดอย่างไรกับคุณพีชก็โง่เต็มทน

“ฉันทำงานกับครูแล้วก็คุณพีชมานาน ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคุณพีชจะทำอะไรแบบนั้น”

“แต่..หลักฐานมันไม่มากพอที่จะหักล้างข้อกล่าวหาของคุณพีชไปได้หรอกครับ วันนี้ผมเลยมาขอให้คุณรินช่วย”

“ฉันนี่น่ะรึจะช่วยคุณพีชได้” หญิงสาวทำหน้าฉงน

“คุณรินกับนายกลดเป็นแฟนกัน เรื่องเงินๆทองๆ เขาคงบอกให้คุณรินรู้บ้าง บางที..หลักฐานบางอย่างคุณรินอาจจะเคยเห็นหรือรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน”

“คุณกลดเขาไม่ค่อยบอกอะไรกับฉันนักหรอก เรื่องเงินทองของเขาฉันก็ไม่เคยยุ่ง เขาอาจจะให้ฉันบ้าง แต่...เงินพวกนั้นฉันก็ยื่นหลักฐานที่มาที่ไปให้กับตำรวจไปแล้วนี่” รุ่งรุจเม้มปากแน่น หลักฐานพวกนั้นมันช่วยอะไรคุณพีชไม่ได้เลย แถมยังเป็นช่องโหว่ให้คนผิดลอยนวลอีกต่างหาก

“ผมหมายถึง...หลักฐานอื่นน่ะครับ”

“ฉันก็อยากจะช่วยนายนะ แต่...หลักฐานอะไรตำรวจก็มาค้นที่บ้านกับคอนโดของเราไปหมดแล้ว ขนาดตำรวจยังหาไม่ได้ ฉันก็ไม่รู้จะไปหาหลักฐานที่นายต้องการมาจากไหน”

รุ่งรุจเดินคอตกออกมาจากอาคาร ไม่ใช่ว่าภู่วารินไม่อยากจะช่วย แต่ก็อย่างที่เธอบอก หลักฐานทุกอย่างก็ได้จากนายกลดมาทั้งหมดแล้ว ที่ไปที่มาของเงินหรือแม้กระทั่งการลงทุนทำธุรกิจของเขา มันไม่อาจเอาผิดเขาได้เต็มๆ และคุณพีชจะต้องมีส่วนร่วมให้การับโทษครั้งนี้ด้วย รุ่งรุจทำใจไม่ได้จริงๆถ้าจะต้องเป็นคนที่ทำให้คุณพีชต้องติดคุก

ภู่วารินคิดทบทวนคำขอร้องของรุ่งรุจ หลักฐานอะไรที่จะเพื่อช่วยคุณพีชได้เธอก็จะหามาแม้มันจะยากสักแค่ไหน แต่นี่...มันไม่มีเลย หลักฐานอะไรเธอก็ให้ไปหมดแล้ว ส่วนของนายกลดทนายของเขาก็เตรียมให้ไม่มีตกหล่นแล้วมันจะไปมีหลักฐานอะไรอีก

เย็นวันนั้น...ภู่วารินแวะเข้าไปหาน้องชายที่คอนโด คอนโดห้องนี้เธอยกให้น้องอยู่โดยตัวเธอย้ายไปอยู่กับนายกลดได้สองสามปีแล้ว ภายในห้องรกรุงรังตามแบบผู้ชายที่ไม่ได้เป็นคนระเบียบจัดนัก เธอมาห้องนี้ทีไรก็ต้องปัดกวาดเช็ดถูห้องให้สะอาดเป็นอย่างแรก

หญิงสาวทำความสะอาดห้องไปเงียบๆพลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เธอจัดเรียงหนังสือที่วางซ้อนกันอย่างลวกๆให้เข้าที่ส่วนใบเสร็จต่างๆเธอมักจะเก็บไว้ในลิ้นชัก แต่ในลิ้นชักนั้นก็เต็มไปด้วยใบเสร็จมากมายเพราะน้องชายยัดกระดาษลงไปในนั้นโดยไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่นัก ภายในลิ้นชักจึงกลายเป็นที่ทิ้งเศษกระดาษไป ภู่วารินได้แต่อ่อนใจเพราะเธอต้องรื้อกระดาษพวกนั้นมาคัดแยกว่าอันไหนใช้หรือไม่ใช้ ในลิ้นชักนั่น...มีแฟ้มเอกสารอยู่ มันถูกเสือกเข้าไปอยู่ด้านในลึกที่สุดจะว่าเป็นของน้องชายก็คงไม่ใช่

“พี่รินมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“มาได้พักใหญ่แล้ว นี่...แฟ้มของเรารึ”

“ไหน...ไม่ใช่หรอก ของพี่รินนั่นแหละ โห...พี่ริน รื้อขยะอะไรออกมาเนี่ย” น้องชายคุยด้วยสักพักก็ขอตัวไปอาบน้ำ หญิงสาวมองแฟ้มในมือด้วยความสงสัย เธอไม่เคยจำได้ว่ามีแฟ้มแบบนี้ แล้วถ้ามันไม่ใช่ของน้องชาย ไม่ใช่ของเธอ แล้วมันเป็นของใคร

ภู่วารินเปิดดูเอกสารข้างในช้าๆ ในนั้นมีทั้งเอกสารที่เธอไม่เข้าใจและแผ่นซีดีอีกหลายแผ่น ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยรู้ว่านายกลดมีธุรกิจอะไรบ้าง และถึงแม้เขาจะเล่าอะไรให้เธอฟังก็ เธอก็ได้แต่ฟังแบบผ่านๆไม่ได้สนใจ รู้แต่ว่าเงินส่วนใหญ่มาจากธุรกิจชิปปิ้ง ส่วนอื่นเธอไม่รู้ แต่นี่น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำเงินมหาศาลให้กับเขา และนี่ก็คงเป็นหลักฐานที่รุ่งรุจต้องการ

บางครั้งชีวิตคนเราก็เหมือนเพลง นานมาแล้ว...พอรู้ตัวว่าเสียงดีพอจะร้องเพลงหากินได้ ภู่วารินก็หาเงินด้วยการร้องเพลงตามร้านอาหารบ้าง ตามไนต์คลับบ้าง พอได้เงินมาให้ครอบครัวได้อยู่กินตามอัตภาพ คืนหนึ่งที่ผับเล็กๆ...เธอร้องเพลงไปตามปกติ เสียงหวานใสทำให้ลูกค้าหลายคนมาเพื่อฟังเธอร้องเพลงมากกว่ามากินอาหารด้วยซ้ำ เวลานั้นดึกมากแล้วลูกค้าบางตาลง แต่มีอยู่โต๊ะหนึ่งที่มาตั้งแต่หัวค่ำแล้วก็ยังไม่กลับเสียที ผู้ชายคนนั้นมักมานั่งที่โต๊ะเดิมสั่งเครื่องดื่มและกับแกล้มไม่กี่อย่างแล้วก็นั่งแช่ฟังเพลงอยู่อย่างนั้น

“ผู้ชายคนนั้นมาอีกแล้วแหละริน” ผู้จัดการกระซิบกับเธอหลังจากร้องเพลงสุดท้ายจบ “พี่ว่า เขามาฟังรินร้องเพลงนั่นแหละ”

“รินว่าไม่ใช่หรอกพี่ นักร้องที่ร้านก็เปลี่ยนกันไปเรื่อย เขาอาจจะแค่ชอบฟังเพลงก็ได้” 

“ไม่เชื่อรินก็ลองดูสิ เขามาตั้งแต่หัวค่ำพอรินร้องเสร็จเขาก็กลับทั้งที่ยังมีนักร้องคนอื่นร้องต่อจากรินอีกตั้งหลายคน วันไหนรินร้องเลิกดึกจนร้านปิดอย่างวันนี้ พอรินร้องเสร็จเขาก็กลับพร้อมกัน ยิ่งถ้าวันไหนรินไม่มา พอเขารู้เท่านั้นแหละก็เช็คบิลแล้วก็ออกจากร้านไปเลย”

ภู่วารินชายตามองผู้ชายคนนั้น เขาจ่ายเงินค่าอาหารแล้วเดินออกจากร้านไป หน้าตาลูกครึ่ง รูปร่างสูงโปร่ง ขับรถหรู ท่าทางกระเป๋าหนัก อย่างนี้หรือจะมาหลงใหลได้ปลื้มอะไรกับเธอ เขาคงแค่เหงาหรือหาอะไรทำฆ่าเวลาในแต่ละคืนมากกว่า

หลังจากนั้นภู่วารินก็จับตามองผู้ชายคนนั้นเป็นพิเศษ เขาทำอย่างเดียวกับที่ผู้จัดการร้านพูดทุกอย่าง แต่ที่เธอเห็นมากกว่านั้นคงเป็นสีหน้าและวาวตาหมองเศร้า นานๆครั้งเขาก็ถอนหายใจยาวๆเหมือนจะสลัดเรื่องกลุ้มใจที่มีอยู่ให้หมดไป เขาไม่เคยกินเหล้าจนเมามาย เพียงแต่จิบนิดๆหน่อยๆนอกจากนั้นก็นั่งฟังเพลงไปเรื่อยๆและส่วนใหญ่เขามาคนเดียว ยิ่งนานวันเข้าก็เริ่มมีดอกกุหลาบบ้าง ของเล็กๆน้อยๆบ้างฝากไว้ให้กับเธอ และเรื่องราวความรักของภู่วารินก็เริ่มต้นตั้งแต่วันนั้น....

แม้ชีวิตรักระหว่างเธอกับเขาจะลุ่มๆดอนๆบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขารักเธอมาก อยากได้อะไร จะแพงแค่ไหนเขาหามาให้เธอได้โดยไม่บ่นสักคำ ที่สำคัญคือเขาไม่เคยรังเกียจครอบครัวของเธอแม้แต่น้อย เขารักเคารพพ่อแม่ของเธอราวกับพ่อแม่แท้ๆ แถมตามใจน้องชายของเธอเสียยิ่งกว่าตัวเธอเสียอีก เพียงแค่ยอมรับเรื่องเจ้าชู้ของเขาได้ชีวิตรักของเธอก็จะราบรื่น และมันคงราบรื่นไปจนกว่าจะแต่งงานใช้ชีวิตร่วมกัน มีครอบครัวอย่างที่เธอวาดฝันเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อม มีคนที่เธอรักและรักเธอร่วมสร้างฝันนี้ไปด้วยกัน ชื่อเสียง เงินทอง ครอบครัว ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่พึงปรารถนาของคนเราไม่ใช่หรือ

“พี่รินๆ ไม่กินข้าวรึ นั่งเหม่ออะไรอยู่ หรือว่ากับข้าวไม่อร่อย”

“ไม่มีอะไรหรอก คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะ”

“คิดเรื่องคดีนั่นหรือ พี่รินก็พ้นข้อกล่าวหาแล้วนี่ สบายใจได้แล้ว” ภู่วารินยิ้มบางๆ นึกเอ็นดูน้องชายที่กำลังกินข้าวเย็นอย่างเอร็ดอร่อย ปีนี้ก็จะเรียนจบแล้ว ต่อไปมีงานทำมีเงินเดือนกินครอบครัวของเธอก็ไม่ต้องเดือดร้อนอะไรอีก คิดถึงเรื่องเดือดร้อน...ครอบครัวของครูเทืองจะเป็นอย่างไรบ้าง ครูกับแม่แขคงเครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะลูกและหลานโดนหางเลขทั้งคู่ แล้วเธอจะสุขกายสบายใจอยู่ได้อย่างไร

แต่ถ้าเธอเอาหลักฐานทั้งหมดในแฟ้มนั่นให้รุ่งรุจไป คุณพีชกับเนตรอัปสรก็คงจะพ้นผิด แล้วความฝันของเธอล่ะ ชื่อเสียงที่เพิ่งเริ่มสร้าง ครอบครัวที่กำลังจะสมบูรณ์อยู่แล้ว เงินทองที่เคยจุนเจือจากทั้งค่ายเพลงและวงดนตรี มีอันต้องอันตรธานหายไป ถึงแม้คนผิดคือนายกลดก็จริง แต่ความผิดของเขาย่อมส่งผลต่อชื่อเสียงของเธอด้วย แล้วเธอจะทำอย่างไร แล้วน้องกับพ่อแม่ล่ะ...จะกลับไปลำบากอีกไหม

“ตกลงแฟ้มนั่นของพี่รินใช่ป่ะ”

“พี่ถามอะไรหน่อยสิ ถ้าพี่ไม่ได้ร้องเพลง ไม่เงินมาให้เราเรียน ไม่มีเงินส่งให้พ่อกับแม่อีก...” น้องชายวางช้อนลงแล้วมองหน้าพี่สาว

“ก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ อีกไม่กี่เดือนผมก็เรียนจบ นี่นะ...มีบริษัทมาจองตัวผมไปทำงานด้วยล่ะ เจ๋งใช่ไหม ทีนี้..ต่อให้พี่รินไม่ร้องเพลง ไม่มีเงินใช้ ผมก็หาเงินเลี้ยงพี่รินกับพ่อแม่ได้” ภู่วารินยิ้มแก้มปริ ไม่เสียแรงที่เธอใช้แรงกายแรงใจทั้งหมดทุ่มเทให้น้องได้เรียนต่อ

“ว่าแต่พี่รินเถอะ...จะเลิกร้องเพลงได้รึ ผมรู้...พี่รินไม่ได้ร้องเพลงเพียงแค่อยากได้เงิน แต่ร้องเพลงเพราะรักมันมากกว่า”

“ทำเป็นรู้ดี เอ้า...กินเข้าไปเยอะๆจะได้ไม่ต้องพูดมาก”

สายวันรุ่งขึ้น..ภู่วารินนัดให้รุ่งรุจมาพบเธอที่ร้านกาแฟเล็กๆไม่ไกลจากค่ายเพลงนัก ชายหนุ่มมาถึงร้านช้ากว่าเวลาเล็กน้อยจนได้ทันเห็นแฟนคลับบางคนกำลังขอถ่ายรูปกับเธอ ภู่วารินพูดคุยทักทายคนเหล่านั้นอย่างเป็นมิตรจนสร้างความประทับใจกับนักร้องลูกทุ่งดาวรุ่งคนใหม่ของวงการ

“ขอโทษนะครับที่มาสาย”

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันก็เพิ่งมาถึงไม่นาน สั่งอะไรกินก่อนสิ”

“คราวนี้ผมขอเป็นคนเลี้ยงคุณรินเองนะครับ ตอบแทนคุณรินที่เคยเลี้ยงข้าวผม” ภู่วารินหัวเราะคิกคัก เพราะเธอเองก็เคยหลงเชื่อว่าเขาเป็นคนจนดิ้นรนจนได้เป็นนักร้องเหมือนกัน

“ฉันไม่รู้ว่ามันจะช่วยอะไรได้ไหมนะ” เธอเลื่อนแฟ้มให้กับชายหนุ่ม “ฉันไม่เข้าใจว่ามันเป็นเอกสารอะไรหรอก จำได้ว่าคุณกลดเคยเอามาไว้ที่ห้อง”

แต่ก่อนที่รุ่งรุจจะดึงแฟ้มนั่นมา ภู่วารินก็ยึดมันไว้จนเขาต้องเงยหน้ามองเธอ

“ฉันจำเป็นต้องบอกนายไว้ก่อนว่า ฉันไม่รู้ไม่เห็นเรื่องในแฟ้มนี่ และการที่ฉันเอามันมาให้นายวันนี้ ฉันหวังว่ามันจะไม่กระทบกับตัวและหน้าที่การงานของฉัน”

“แน่นอนครับ เรื่องนี้จะเป็นความลับระหว่างเรา” ภู่วารินปล่อยแฟ้มให้กับรุ่งรุจด้วยความโล่งใจ

นายตำรวจหนุ่มเอาหลักฐานจากภู่วารินยื่นให้ฝ่ายสอบสวนเพื่อประกอบสำนวนทันเวลาพอดี จากนี้ก็เป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมายและศาลยุติธรรม แต่เขาเชื่อว่าหลักฐานทุกอย่างจะทำให้คุณพีชและเนตรอัปสรพ้นผิด และต้องทำให้นายกลดรับผิดตามกฎหมายได้อย่างแน่นอน

การต่อสู้คดีของคุณพีชและเนตรอัปสรใช้เวลามากพอควร และทุกครั้งที่มาศาลรุ่งรุจจะมาดักเพื่อเจอเธอเสมอ ไม่ว่าเธอจะต่อว่าหรือไล่เขาไปให้พ้นหน้าสักกี่ครั้งเขาก็ไม่เคยลดละความพยายาม สิ่งที่เขาทำผิดนั้นเขารู้อยู่เต็มอก แต่สิ่งที่เขาทำอยู่นี่ก็เพื่อแสดงความจริงใจและพร้อมจะแก้ไขในสิ่งที่เคยทำผิดไป แต่เหมือนว่าคุณพีชปิดประตูแห่งโอกาสนั้นเสียแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น