เสน่ห์ลูกทุ่ง

ตอนที่ 23 : บทที่ ๒๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    31 ส.ค. 63

รุ่งรุจเข้าไปซ้อมร้องเพลงที่บ้านครูเทืองเกือบทุกวัน แต่เขาก็ไม่เจอคุณพีชเลยสักครั้ง อาจเป็นเพราะเธอยังโกรธอยู่ถึงไม่อยากเจอเขา ส่วนเรื่องโกดังที่เก๋พูดกับคุณพีช รุ่งรุจได้แจ้งให้ผู้การเผด็จทราบแต่ปัญหามีอยู่ว่า โกดังที่เป็นของนายกลดมีอยู่หลายที่กระจายทั่วกรุงเทพฯ การจะระบุว่าเป็นโกดังไหนเป็นเรื่องยาก แต่ผู้การเผด็จก็สั่งการให้ตำรวจส่วนหนึ่งเฝ้าสังเกตการณ์ในจุดที่น่าสงสัยไว้

ผิดกับอีกคนที่เห็นบ่อยผิดปกติก็คือนายกลด หมู่นี้เขาไม่ปล่อยให้ภู่วารินไปไหนมาไหนคนเดียว อาจเป็นเพราะหวงหรือเป็นห่วงถึงได้คอยตามรับตามส่งตลอดเวลา 

“เหนื่อยไหมริน ช่วงนี้ต้องเทียวไปเทียวมาทั้งที่ค่ายเพลงแล้วก็บ้านครู”

“ได้คุณมาช่วยขับรถรับส่งอย่างนี้จะเหนื่อยได้ยังไง คุณสิคะน่าจะเหนื่อยกว่ารินอีก” ภู่วารินยิ้มหวาน มีความสุขเหลือเกินที่มีคนรักคอยเอาอกเอาใจไม่ห่างแบบนี้ อีกอย่างหนึ่งก็แอบสะใจไปในตัวที่เธอได้แสดงให้เนตรอัปสรเห็นว่านายกลดเป็นของเธอเพียงคนเดียว

“ที่จริงรินไม่เห็นจะต้องมาช่วยที่วงร้องเพลงก็ได้ อีกหน่อยรินก็ต้องมีเพลงเป็นของตัวเอง แล้วก็ต้องรับงานผ่านค่ายเพลง”

“รินคุยกับที่ค่ายแล้วค่ะ เขาก็ไม่ว่าถ้ารินจัดการได้ รินทิ้งครูกับวงไปไม่ได้หรอกค่ะ ครูมีพระคุณกับรินและครอบครัวมาก” นายกลดยิ้มบาง ภู่วารินเป็นคนดีเพราะอย่างนี้เขาถึงยกเธอเป็นที่หนึ่งในใจ

“แต่ในวงก็มีนักร้องอีกหลายคนนี่นา ผมก็ไม่ได้อะไรหรอกนะ แค่กลัวรินจะเหนื่อยเกินไปเท่านั้น”

“ก็ต้องช่วยๆกันไปก่อนแหละจนกว่านักร้องใหม่จะเข้าที่เข้าทาง ถ้าพอไปไหวแล้วรินอาจจะมาช่วยร้องให้บ้างเป็นบางครั้งบางคราว อ้อ...พูดถึงนักร้องใหม่ คุณกลดรู้ไหม ในวงเขามีเรื่องเม้าท์กันว่ายังไง” นายกลดหัวเราะเบาๆ พวกผู้หญิงก็เป็นอย่างนี้ มีเรื่องอะไรนิดหน่อยก็มาคุยให้กันฟังจนบางครั้งก็ไม่ได้สาระอะไร

“เรื่องเม้าท์รึ เรื่องอะไรครับ”

“ก็เรื่องเมียของรุจไงคะ ที่รินเคยเล่าให้คุณฟัง” ภู่วารินยิ้มกริ่ม “แล้วคุณกลดรู้ไหมคะว่า เมียของรุจเป็นใคร”

“รินให้ผมเดาแบบนี้ก็แย่สิครับ ผมไม่รู้หรอก” ชายหนุ่มหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ว่าแต่...ใครหรือครับ”ภู่วารินตาวาวเพราะจุดนี้แหละน่าสนใจที่สุดของเรื่อง

“ก็เด็กในวงนี่แหละ แล้วก็ลาออกไปทำงานกับคุณที่รีสอร์ตไง เด็กที่ชื่อเก๋...อะไรนั่น” นายกลดหน้าตึง นังเด็กนี่ยังไม่ตายอีกหรือ...น่าโมโหจริงๆ

“รินแน่ใจได้ยังไงว่าเป็นเด็กที่ชื่อเก๋จริงๆ อาจจะเป็นคนอื่นก็ได้นะ”

“แน่ใจสิคะ เพราะคนในวงเขาไปเห็นเข้า แต่เห็นว่าเจ้าตัวก็ไม่ได้ปิดอะไรนะคะ แถมในบ้านนั้นก็มีพ่อของรุจอยู่ด้วย” แล้วภู่วารินก็คุยเรื่องอื่นต่อไปทิ้งให้นายกลดคิดหาทางที่จะเข้าถึงตัวเก๋ให้ได้

รถของนายกลดแล่นเข้ามาจอดสนิทหน้าโกดังสินค้า เขามีโกดังแบบนี้อยู่หลายแห่งเพราะทำธุรกิจชิปปิ้งนำเข้าและส่งออกสินค้าอยู่แล้ว แต่โกดังแห่งนี้มีสินค้าสำคัญราคางามที่ทำเงินให้เขามากมายกว่าสินค้าชนิดอื่น

“มาครบแล้วใช่ไหม” เขาถามลูกน้องที่อยู่หน้าโกดัง

“ครบแล้วครับ ล๊อตนี้แจ่มๆทั้งนั้นเลยนะครับ ท่าทางจะได้ราคาดี”

นายกลดเดินนำลูกน้องเข้าไปในโกดัง ภายในดัดแปลงเป็นห้องเล็กๆอยู่ด้านหลัง มีเวรยามชายฉกรรจ์เฝ้าไว้ตลอดเวลา ในห้องนั้น...มีผู้หญิงหลายคนขดตัวอัดกันอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง บางคนหวาดกลัวจนตัวสั่น แต่บางคนเหม่อลอยเหมือนไม่รับรู้อะไร ท้องแขนมีแต่รอยเข็มฉีดยาจนพรุนไปหมด

“ถ้าไม่ติดอะไรเราน่าจะส่งพวกนี้ได้ในอีกสองสามวัน แล้วชาติไปไหน...เรียกมาหาฉันหน่อย”

ลูกน้องชื่อชาติเดินเข้ามาหานายกลดที่รถ เขาเป็นคนสนิทของนายกลดที่ไว้วางใจได้ สีหน้านิ่งเรียบกิริยาเรียบร้อยทำให้ดูไม่ออกว่าที่จริงแล้วเขามีอาชีพอะไร

“ฉันมีงานให้ทำ ชาติจำเด็กชื่อเก๋ที่หนีออกไปได้ใช่ไหม”

“ครับนาย เสียดายเราเก็บมันไม่ได้”

“ฉันได้ข่าวมาแล้วนะว่าเด็กนั่นอยู่ที่ไหน เดี๋ยวชาติไปทำตามที่บอก แล้วจัดการปิดปากมันให้เรียบร้อย อย่าให้พลาดเหมือนคราวที่แล้ว”

“ได้ครับนาย แต่....ไม่น่าเชื่อนะครับว่ามันรอดมาได้จนป่านนี้ ผมนึกว่ามันจะลงแดงตายไปแล้วเสียอีก”

“ฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน แต่ถ้ามันยังมีชีวิตอยู่ ฉันก็ไม่ไว้ใจว่ามันจะบอกอะไรกับใครบ้าง จัดการเสียให้มันสิ้นเรื่องสิ้นราวไปเลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องรำคาญใจทีหลัง”

ชาติเดินลงจากรถไปแล้ว คราวนี้เขาจะไม่ทำพลาดอีกเป็นครั้งที่สอง เพราะถ้าทำพลาดอีกครั้งโทษของเขาคงต้องชดใช้มันด้วยชีวิตของตัวเอง นายกลดเคยทำแบบนี้มาหลายครั้งกับลูกน้องที่ไม่ได้ดั่งใจ แล้วทำไมจะทำกับลูกน้องอีกสักคนสองคนไม่ได้

หลังจากวันนั้นคุณพีชก็ไม่ได้ไปหาเก๋อีก เธอคิดว่ารุ่งรุจคงไม่อยากให้คนนอกอย่างเธอเข้าไปวุ่นวายกับครอบครัวของเขา แต่คุณพีชก็ยังไม่หายข้องใจกับคำพูดและท่าทางร้อนรนของเก๋ เก๋ต้องการให้เธอไปช่วยใคร แล้วโกดังอะไรที่ไหน แล้วทำไมต้องเป็นเธอเท่านั้นที่จะช่วยได้...นี่มันอะไรกัน และในวันนี้ที่เธอแน่ใจว่ารุ่งรุจจะไม่อยู่บ้านเพราะต้องไปร้องเพลง เธอจึงตัดสินใจมาหาเก๋อีกครั้งเพื่อถามให้หายข้องใจ

บริเวณหน้าบ้านมีเก๋กับดาบบัญชาเท่านั้น เก๋กำลังหาอะไรเล่นไปเรื่อยเปื่อยโดยมีดาบบัญชากวาดใบไม้อยู่ใกล้ๆ คุณพีชจอดรถที่หน้าบ้านและเดินตรงเข้าไปหาทั้งสอง

“อ้าว...คุณพีช ไปไหนมาครับเนี่ยถึงได้แวะมา เชิญเข้ามาก่อนสิครับ”

“พอดีพีชยุ่งๆน่ะค่ะ นี่ค่ะขนม พีชซื้อมาฝาก”

“ไม่เห็นต้องลำบากเลยครับ แต่เอ...คุณพีชไม่ไปที่งานหรือครับ เห็นเจ้ารุจบอกว่าวันนี้มีงานแสดง”

“แวะมาหาเก๋เสร็จแล้วก็จะไปค่ะ ว่าไงเก๋...เห็นไหมฉันมาเยี่ยมเก๋ตามสัญญาแล้วนะ” เก๋มองคุณพีชแล้วเดินช้าๆเข้ามากอดเธอ สร้างความแปลกใจให้คุณพีชและดาบบัญชาเป็นอย่างมาก

“ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวผมเอาขนมไปใส่จานดีกว่า จะได้กินด้วยกัน” ดาบบัญชาเดินเข้าบ้านไปแล้ว คุณพีชจึงได้นั่งลงคุยกับเก๋ตามลำพัง

“วันนี้เก๋เป็นไงบ้าง หน้าตาสดใสขึ้นนะ” ใบหน้าหมดจดใสซื่อของเก๋ทำให้คุณพีชสงสารจับใจ เวรกรรมอะไรก็ไม่รู้ถึงได้ทำให้เก๋เป็นแบบนี้ และสิ่งนี้นี่เองที่มัดใจของรุ่งรุจเอาไว้

“คุณพีชมา...ดีจัง มาหา...คุณพีชมีขนม”

“ใช่ ขนมที่เก๋ชอบด้วยนะ ฉันซื้อมาเยอะแยะ เอาไว้แบ่งให้พ่อกับ...เอ่อ..พี่รุจ กินนะ” สาวน้อยยิ้มพอใจ

“ขนม...แบ่งกัน ขนมอร่อย แบ่งให้เพื่อนๆกิน เพื่อน...” เก๋นิ่งไปเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง

“เก๋ แล้วคนอื่น...เพื่อนๆที่ออกไปทำงานพร้อมเก๋น่ะ จำได้ใช่ไหม ฟ้า ดาว แล้วก็อีกตั้งหลายคน ตอนนี้อยู่ไหนกัน ฉันติดต่อใครไม่ได้เลย” สาวน้อยเงยหน้ามองคุณพีชพร้อมด้วยน้ำตาไหลพรากและตัวสั่นเทา

“คุณพีช ต้องช่วย..ช่วยเพื่อนนะ ช่วย...ไปเร็ว ไปโกดัง” คุณพีชเริ่มสับสน โกดังอีกแล้ว โกดังที่ไหนกัน

แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรต่อ กระสุนนัดหนึ่งก็แล่นเฉียดเข้ามาใกล้เธอและเก๋จนรู้สึกได้ เมื่อทั้งสองได้สติก็หลบกันชุลมุน เก๋พยายามวิ่งเข้าบ้านแต่กระสุนอีกนัดก็ถูกยิงออกมาสกัดไม่ให้เธอวิ่งไปไหน ดาบบัญชาได้ยินจึงรีบวิ่งออกมาจากบ้านพร้อมปืนประจำกาย แต่ก็ออกมาช่วยไม่ได้เพราะพวกนั้นก็ยิงมาไม่หยุดหย่อน คุณพีชที่หลบอยู่เห็นท่าไม่ดีเนื่องจากเก๋อยู่ในที่โล่ง เธอจึงตัดสินใจวิ่งออกไปเพื่อดึงเก๋ให้หลบจากวิถีกระสุน

กระสุนอีกนัดเฉี่ยวแขนคุณพีชขณะที่เธอเอื้อมมือออกไปดึงเก๋ เลือดซึมไหลออกมาเป็นทางยิ่งทำให้เก๋กลัวมากขึ้น

“ไม่เป็นไรนะเก๋ อยู่กับฉันไม่ต้องกลัว” ทั้งที่บอกเก๋ว่าไม่ต้องกลัว แต่เสียงของคุณพีชก็สั่นด้วยความกลัวและตกใจ

“เก๋ คุณพีช เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ดาบบัญชาที่หลบด้านในตัวบ้านตะโกนถาม ในขณะเดียวกันที่หน้าบ้านก็มีชายฉกรรจ์อีกสองคนเดินเข้ามาพร้อมปืนในมือ แม้ดาบบัญชาจะยิงสวนออกมาบ้างแต่ก็ไร้ผล หนึ่งในนั้นยังยิงสกัดไม่ให้เขาออกมาได้ ส่วนอีกคนตรงเข้ากระชากเก๋แล้วลากไปขึ้นรถ

“จะเอาเก๋ไปไหนน่ะ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” คุณพีชใช้แรงทั้งหมดที่มียื้อยุดเก๋เอาไว้

“มัวช้าอะไรอยู่วะ รีบๆเอาไปเลยดิ”

“จะให้รีบยังไงวะ มึงแหกตาดูสิเนี่ย” คุณพีชเริ่มอ่อนแรงแต่ก็ยังสู้ไม่ถอย เธอไม่ยอมปล่อยมือเก๋ทั้งที่เลือดยังไหลออกจากแผลไม่หยุด

“ก็เอามันไปหมดทั้งสองคนนั่นแหละ เร็วเข้า”

สองคนนั่นทั้งลากทั้งดึงเก๋และคุณพีชไปขึ้นรถและขับออกไปอย่างรวดเร็ว พวกนั้นคงดักซุ่มอยู่หลายวันแล้วถึงได้รู้ว่าตำรวจที่เฝ้าดูแลความปลอดภัยจะเปลี่ยนกะตอนไหน พวกมันคงใช้ช่วงเวลาเปลี่ยนกะสั้นๆจัดการกับเก๋ กระสุนนัดเดียวไม่สามารถฆ่าเก๋ได้และคุณพีชดันมาอยู่ตรงนั้นด้วยทุกอย่าจึงผิดแผนไปหมด

ที่บ้านครูเทือง...เมื่อถึงเวลาที่ต้องไปเปิดการแสดง รุ่งรุจก็ยังไม่ได้เจอคุณพีชอีก สงสัยเธอคงยังโกรธเขาอยู่ แต่ในใจก็ยังคิดว่าพอถึงเวลาจริงๆเขาน่าจะได้เจอคุณพีชเพื่อปรับความเข้าใจ ชายหนุ่มมาเตรียมตัวที่บ้านครูเทืองตอนบ่ายเพราะวัดที่ไปเปิดการแสดงไม่ไกลจากบ้านมากนักเดินทางแป๊บเดียวก็ถึง แต่พวกคนงานขนของไปเตรียมเวทีก่อนหน้านี้แล้วในระหว่างรอทุกคนพร้อม ครูเทืองกดโทรศัพท์โทรออกหลายครั้งจนรุ่งรุจต้องเดินเข้าไปถาม

“โทรหาใครหรือครับครู”

“โทรหาคุณพีชน่ะ ครูให้ไปรอจัดการที่วัด จะถามว่าเป็นไงบ้างก็ไม่รับสาย”

“คงกำลังยุ่งอยู่มั้งคะ รินว่าเราไปกันดีกว่าค่ะ ถึงที่งานคงได้เจอกันอยู่ดี” 

แต่ก่อนที่จะเดินไปขึ้นรถ เสียงโทรศัพท์ของรุ่งรุจก็ดังขึ้น เป็นดาบบัญชาโทรมานั่นเอง เขาบอกดาบบัญชาไว้ก่อนหน้านี้หลายวันว่าวันนี้จะไปงานร้องเพลง แต่ที่ดาบบัญชาโทรมาแบบนี้หรือว่า...ที่บ้านจะมีเรื่อง

“ว่าไงครับดาบ”

“แย่แล้วครับผู้กอง พวกมันมาเอาเก๋กับคุณพีชไปแล้ว ผมเรียกกำลังเสริมแล้ว กำลังตามไปครับ” รุ่งรุจชาไปทั้งตัว ทำไมเขาถึงทำหน้าที่บกพร่องขนาดนี้ ปล่อยให้พยานปากสำคัญตกอยู่ในอันตราย แถมคุณพีชก็ยังติดร่างแหไปด้วยอีก....แล้วเขาทำอะไรอยู่ที่นี่ รุ่งรุจตัดสินใจตามไปช่วยเก๋และคุณพีช แต่จะต้องไม่ทำให้ครูเทืองและคนอื่นสงสัยหรือตกใจ

“ครูครับ เมื่อกี้พ่อผมโทรมา บอกว่าป่วยมาก ต้องไปหาหมอด่วนเลยครับ”

“อ้าว...งั้นรึ เป็นอะไรมากไหม เออ...จะไปก็รีบไปเถอะ ไม่ต้องห่วงทางนี้ครูจะจัดการเอง ให้ใครไปส่งไหม นี่ๆ..ใครว่างอยู่บ้างน่ะ เอารถไปส่งรุจหน่อย”

“ไม่เป็นไรครับครู ผมไปนะครับ” พูดจบรุ่งรุจก็วิ่งออกไปทันที เขารีบสตาร์ทรถที่จอดซ่อนไว้แล้วออกไปจากที่นั่น

“นี่ผม...รุ่งรุจนะ แจ้งสถานการณ์ปัจจุบันและพิกัดของรถเป้าหมายด้วยครับ”

“รถเก๋งสีเทาดำ ทะเบียน กห3875 กรุงเทพ มุ่งหน้าเขตลาดกระบัง ในรถมีตัวประกันสองคน คนร้ายมีอาวุธปืน ตอนนี้กำลังติดตามไปยังโกดังเป้าหมายครับ” เสียงตำรวจที่กำลังไล่ล่าแจ้งความคืบหน้า ตอนนี้มันคงยังไม่ทำอะไรคุณพีชและเก๋ แต่ถ้าพวกมันรู้แล้วว่ามีตำรวจตามมา ไม่แน่ว่ามันอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้

“ว่าไงครับดาบ”

“ผู้กองอยู่ไหนแล้วครับ”

“ผมขับรถอยู่ กำลังตามไปที่โกดังของนายกลดที่ลาดกระบังครับ แล้วดาบอยู่ไหนครับ”

“ผมกำลังตามไปครับ พอพวกนั้นออกไปตำรวจที่เฝ้าอยู่ก็มาพอดี ผมเลยติดรถเขามาด้วย ผู้กองครับ...ผมขอโทษ ผมไม่ดีเองที่ปกป้องเก๋ไม่ได้” ดาบบัญชาเสียงสั่นด้วยความรู้สึกผิด

“ไม่เป็นไรครับดาบ เหตุมันเกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องแก้ไขนะครับ”

“ผู้กองครับ คือ...คุณพีชบาดเจ็บด้วยครับ ผมเห็นเลือดไหลที่แขน” รุ่งรุจใจหายวูบ ไม่นึกเลยว่าคุณพีชต้องมาเจ็บตัวและตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต

ในรถ...เก๋กลัวจนตัวสั่นและมีคุณพีชนั่งกอดเธอมาตลอดทาง เธอจะไม่ปล่อยให้คนพวกนี้มาทำร้ายเก๋ได้ ทั้งๆที่คุณพีชไม่รู้สักนิดว่านี่มันเรื่องอะไรกัน แล้วทำไมคนพวกนี้ถึงต้องการเอาชีวิตเก๋ให้ได้

“นี่พวกแกจะพาฉันไปไหน” คุณพีชโวยวาย

“เงียบๆเหอะน่า แม่ง...วุ่นวายจริง เดี๋ยวก็ยิงทิ้งซะนี่”

“เอาไงต่อดีพี่ มีอีนี่มาด้วย นายเขาให้เก็บนังเด็กนี่คนเดียว”

“มันจะยากอะไรวะ ก็แค่เปลืองกระสุนอีกนัด” คนร้ายยิ้มเหี้ยมเกรียม

“พี่ๆ ผมว่ามีรถตามมาวะ คันนั้นน่ะ มันตามเรามาตลอดทางเลย” ลูกพี่หันกลับไปมองด้านหลัง รถเก๋งอีกคันขับตามมาติดๆ มันหันกลับมาจ้องคุณพีชและเก๋พลางคิดอะไรบางอย่าง

“นี่มึงเป็นสายตำรวจรึอีแก่!!” มันตวาดคุณพีชเสียงดังลั่นรถ แต่นั่นไม่ทำให้คุณพีชโกรธเท่ากับที่เรียกเธอว่า ‘อีแก่

“แกว่าใครแก่...ห๊ะ ว่าใคร...ไอ้ปากเสีย” คุณพีชด่าสารพัดแถมยังดิ้นรนแบบลืมเจ็บทั้งถีบทั้งถองจนคนพูดจุก 

“โอ้ย...พอแล้ว จะอะไรหนักหนาเนี่ย ไม่น่าเอามาด้วยเลย เอาไงดีพี่..ผมว่านะ ยิงอีแก่นี่ทิ้งคนแรกนี่แหละ โอ๊ย...เจ็บๆๆๆ” คุณพีชใช้มือทั้งสองข้างจิกทึ้งผมคนร้ายข้างๆจนมันเริ่มทนไม่ไหว ลูกพี่ที่นั่งอยู่ด้านหน้าจึงหันปลายกระบอกปืนมาที่เธอ

“ถ้าไม่หยุดจะยิงให้ไส้แตกเลย นั่งนิ่งๆ เฮ้ย...มึงรีบเหยียบหน่อย เดี๋ยวถึงโกดังแล้วค่อยว่ากัน” รถของคนร้ายเลี้ยวเข้าทางซอยเล็กๆที่ลัดเลาะเรื่อยไปจนถึงโกดัง รถที่ขับตามมาคันนั้นก็หายไปแล้ว ทำให้พวกมันโล่งใจว่าไม่มีใครตามมาอย่างที่คิด 

รถจอดสนิทที่ด้านหลังของโกดัง ตรงนั้นเป็นที่รกชัฏหญ้าคาสูงท่วมหัว แถมยังมีต้นไม้ใหญ่ๆปลูกอยู่รอบบริเวณกว้างพอสมควร เวลาตอนนั้นเย็นมากแล้วทำให้บรรยากาศรอบตัวดูอึมทึม นอกจากเสียงของพวกนั้นแล้วก็มีแต่ความเงียบงันโดยรอบ พื้นที่ข้างกันก็เป็นที่รกร้างไม่มีบ้านคนให้ขอความช่วยเหลือแม้แต่หลังเดียว พวกมันบังคับให้ทั้งสองเดินบุกเข้าไปในพงหญ้า แต่เพราะพื้นดินเป็นเนินสูงๆต่ำๆทำให้เดินได้อย่างทุลักทุเล

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น