เสน่ห์ลูกทุ่ง

ตอนที่ 19 : บทที่ ๑๙

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 ส.ค. 63

“จะเอาอย่างนั้นจริงๆหรือครับผู้กอง”

“ผมว่ายิ่งอยู่นานก็ยิ่งมีปัญหา คนพวกนั้นเหมือนจะไม่ยอมรามือง่ายๆ ถ้าเกิดมาวนเวียนแถวนี้หนักเข้า แล้วรู้ว่าเก๋อยู่ที่นี่....” เขาถอนหายใจเบาๆ ใจจริงเขาก็ไม่อยากอยู่ในวงดนตรีนี้สักเท่าไหร่ และการจะมีเขาอยู่หรือไม่ก็ดูไม่สำคัญเพราะพีรภัทรกลับมาร้องเพลงได้เหมือนเดิมแล้ว

“ถ้าผู้กองตัดสินใจแล้วผมก็ไม่มีอะไรจะขัดหรอกครับ เพราะถึงยังไงผมก็ตัดสินใจจะดูแลเก๋ต่อจนกว่าเขาจะหายดี แล้ว...เรื่องคุณพีช”

“เรื่องคุณพีช ข่าวสายอื่นคงหาข้อมูลต่อได้ไม่ยากหรอกครับ ถ้าเขาบริสุทธิ์จริงข้อกล่าวหาเรื่องสมรู้ร่วมคิดกับขบวนการค้ามนุษย์ก็คงตกไป แต่ถ้าไม่...”

“ผู้กองจะจับคุณพีชหรือครับ”

“ผมเป็นตำรวจ มีหน้าที่จับผู้ร้ายไปรับโทษไม่ใช่หรือครับ ถ้าถึงเวลานั้นจริงๆ...ผมก็คงต้องทำ”

รุ่งรุจขึ้นไปนอนหลับเอาแรงก่อนที่จะทำอะไรต่อไปเพราะกว่าจะกลับมาถึงบ้านก็เกือบสว่าง แต่ถึงจะพยายามข่มตาให้หลับอย่างไรก็ทำไม่ได้ บางครั้งเขาก็เหนื่อยกับการทำสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเขาเลยสักนิด ที่เขายอมทำอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่แค่ต้องการหาเบาะแสเรื่องค้ามนุษย์อย่างเดียว แต่ที่เขาอดทนทำอยู่ก็เพราะไม่ต้องการให้คุณพีชผิดหวังหรือเสียใจ เธอเป็นคนดี มีน้ำใจกับเขาเสมอมาตั้งแต่วันแรกจนวันนี้ และการที่ได้ใช้เวลารู้จักกับใครสักคนทำให้ผูกพันแบบไม่รู้ตัว เขาบอกไม่ได้ว่าคิดกับคุณพีชแบบไหน เพียงแต่....มันยากจะทำใจเมื่อต้องจากเธอไป

ผู้กองหนุ่มออกจากบ้านเมื่อตอนสายๆ เขาตัดสินใจแล้วว่าจะไปลาออกจากวงลูกทุ่งงามศิลป์ ที่จริงมันก็ไม่ใช่หน้าที่ของเขาแต่แรกอยู่แล้ว มาตอนนี้ก็ไม่รู้จะทู่ซี้ทำอยู่ทำไม รุ่งรุจเตรียมใจและเหตุผลมาพร้อมแล้ว เลิกเสียทีคำโกหกรายวัน หมดสิ้นกันทีการฝึกร้องเพลง พอกันทีกับพวกปากปีจอที่คอยเห่าหอนให้รำคาญใจ ที่นี่จะไม่ใช่ที่ของเขาอีกต่อไป

“เอ็งมาทำไมวะ วันนี้เขาพักวงวันนึง” รัชที่เดินอยู่ในโรงเก็บของร้องทักเมื่อเห็นรุ่งรุจเดินเข้ามาในบ้าน

“พี่รัช คุณพีชอยู่ไหม ผมมีเรื่องจะคุยกับเขา”

“อยู่สิ แต่เห็นว่ากำลังจะออกไปงาน...เอ็งมีเรื่องอะไรรึเปล่า” ชายหนุ่มเงียบไป รัชจึงเดินไปใส่เสื้อแล้วพาขึ้นไปหาคุณพีชบนบ้าน

วันนี้ภายในบ้านดูเงียบเชียบ รุ่งรุจเดินเข้าออกบ้านนี้จนรู้ทุกซอกทุกมุมของชั้นล่าง คิดไปก็ใจหายเมื่อต้องลาออกจากที่นี่ไปจริงๆ เวลาผ่านไปพักหนึ่งคุณพีชก็ลงมาจากชั้นบนในชุดสวยรับกับสัดส่วนกลมกลึง ใบหน้าสวยเฉี่ยวสะกดสายตารุ่งรุจให้มองค้างอยู่อย่างนั้น แต่มันก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เจอคุณพีชอยู่แล้ว

“มีอะไรกันรึ”

“รุจเขามีเรื่องจะคุยกับคุณพีชน่ะครับ” คุณพีชคงรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานและก็คงรอเขาอยู่เหมือนกัน

“นายมีอะไรก็ว่าไป”

“คือ....ผม คือ...เรื่องเมื่อวาน” ชายหนุ่มอึกอักเมื่อต้องอยู่ตรงหน้าคุณพีช คำพูดที่เตรียมเอาไว้ขาดหายไปในความเงียบ...อยู่ๆก็พูดไม่ออกเสียอย่างนั้น

“เรื่องเมื่อวานฉันรู้แล้ว สองครั้งแล้วนะที่มีเรื่องกันทั้งที่ฉันก็ห้ามแล้ว ครั้งก่อนฉันแค่คาดโทษ แต่คราวนี้ฉันคงต้องลงโทษ โดยเฉพาะนาย...เพราะครั้งนี้ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่านายเริ่มก่อน”

“ผมทราบแล้วครับ คราวนี้ผมผิดจริง...ผมยอมรับ และผมขอรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น”

“นายจะรับผิดชอบยังไง”

“ผม...เอ่อ ผมขอ...ลาออก..” ภายในห้องรับแขกเงียบลงทันใด รัชที่นั่งอยู่ข้างๆก็ทำหน้าเหวอไปด้วย เรื่องแค่นี้ไม่ถึงขั้นไล่ออก อย่างมากก็แค่ตัดค่าตัวหรือพักงาน แต่นี่...อยู่ๆรุ่งรุจก็ขอลาออกเสียเอง

“นายจะลาออกงั้นรึ คิดดีแล้วหรือไง”

“ผมคิดดีแล้ว มีเรื่องทะเลาะวิวาทกันถึงสองครั้ง ผิดซ้ำๆซากๆเป็นเพราะผมใจร้อน และผมไม่คิดว่าจะทำใจให้เย็นไปกว่านี้ได้ อยู่ต่อไปก็ต้องมีเรื่องกันอีก...” คุณพีชถอนหายใจหนักๆ

“ถ้านายเป็นคนใจร้อนอยู่อย่างนี้ ต่อให้ไปทำงานที่อื่นก็ต้องมีเรื่องกับเขาร่ำไป แล้วก็ต้องลาออกไปที่ใหม่วนเวียนอยู่อย่างนี้น่ะรึ นายคิดดูเอาเองก็แล้วกันว่าเปลี่ยนอะไรมันง่ายกว่า ที่ทำงานหรือนิสัยของนายเอง”

คุณพีชมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่ปราณี คนหนุ่มใจร้อนก็หุนหันพลันแล่นอย่างนี้ บทจะไม่พอใจหรือบทจะไปขึ้นมาก็ไม่คิดหน้าคิดหลัง คิดแต่เพียงว่าจะหนีปัญหาตรงหน้านี้เท่านั้นเอง

“ฉันอยากให้นายคิดให้ดี ออกไปแล้วหางานใหม่รอไว้แล้วหรือยัง เงินทองมีเก็บมากแค่ไหน อย่าลืมนะว่านายมีพ่อที่ต้องดูแล”

“นอกจากเรื่องทะเลาะกัน เผื่อคุณพีชจะยังไม่รู้...เมื่อคืนผมร้องเพลงได้ห่วยมากเลยนะครับ อยู่ไปก็ยิ่งแย่ ครูก็สอนแล้วสอนเล่า ผมก็ทำไม่ได้ดีเสียที ผมกลัวว่า...วงจะเสียชื่อเพราะผม” คุณพีชสูดหายใจเข้าหน่อยหนึ่งแล้วลุกยืนขึ้น

“รู้ไหม ปัญหาของนายอยู่ที่ไหน มันอยู่ตรงที่....นายไม่ยอมเผชิญหน้ากับปัญหา คิดแต่จะหนีอยู่เรื่อยไป เอาอย่างนี้...ฉันให้นายกลับไปคิดให้ดีว่า การแก้ปัญหาด้วยการลาออกนี่มันดีแล้วหรือยัง ลาออกไปแล้วมันจะแก้ปัญหาทุกอย่างได้จริงไหม เอาไว้คิดได้แล้ว...ค่อยมาบอกฉันอีกทีว่าจะลาออกอยู่ไหม” คุณพีชเดินออกจากบ้านไปปล่อยให้รุ่งรุจนั่งคิดเงียบๆตามลำพัง

“เอ็งก็ทำใจร้อนไปได้ ไปลาออกกับคุณพีชซะอย่างนั้น” เต่าบ่นดังๆในโรงครัว ขณะที่ทุกคนมารวมตัวกันหลังได้ข่าวว่ารุ่งรุจจะลาออก

“นั่นน่ะสิ คุณพีชเธอยังไม่ทันจะว่าอะไรเลย แล้วลาออกไปจะไปทำมาหากินอะไรล่ะรุจ” ป้าจุ๊บแสดงความเป็นห่วงเป็นใยพร้อมกับหว่านล้อมไปในตัว

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับว่าออกไปแล้วจะไปทำอะไร รู้แต่ว่าอยู่นี่ก็มีแต่ปัญหา ทำให้คุณพีชร้อนใจอยู่เรื่อย”

“เอ็งก็คิดมาก คนพาลจะหาเรื่อง ต่อให้ไม่ได้ทำอะไรขัดใจกัน มันก็หาเรื่องอยู่ดี คุณพีชเขารู้เขาเห็นแล้วก็เจอแบบนี้จนชินเสียแล้ว”

“จริงอย่างที่พี่น้อยพูด แต่คุณพีเขาคงไม่ยอมจบง่ายๆ ไม่รู้ว่าผมไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจหนักหนา ถึงได้เกลียดขี้หน้าผมขนาดนั้น”

“โอ้ย...คนอย่างไอ้คุณพีน่ะมันเคยพอใจอะไรมั่ง แต่อย่างว่าล่ะนะ...คนมันจะไม่ชอบขี้หน้า มันก็ไม่ชอบเสียอย่างนั้น ไม่ต้องมีเหตุมีผลอะไรทั้งนั้นแหละ บางคนแค่มองหน้าหรือไม่ถูกชะตาก็ไล่ยิงไล่ฟันเอาง่ายๆ เอ็งจะเก็บมาคิดทำไมวะ” รัชให้เหตุผลน่าเชื่อถือ รุ่งรุจได้แต่รับฟังเพราะเขาตัดสินใจแน่แล้วว่าจะลาออก 

การที่ต้องทำหลายอย่างไปพร้อมกับการโกหกรายวันอย่างนี้มันน่ารังเกียจ เขาไม่ใช่คนขี้โกหกแต่ที่ทำเพราะสถานการณ์บังคับ และเขาก็ไม่อยากโกหกอีกต่อไปแล้วโดยเฉพาะกับคุณพีช เธอหลงเชื่อคำโกหกแถมยังเอื้อเฟื้อกับเขาอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ คุณพีชเกลียดคนโกหกหนักหนา....แต่นี่เขาโกหกเธอมาตลอด ถ้าเธอรู้เข้าคงเกลียดจนไม่อยากเห็นหน้าเขาอีก ลาออกไปเสียได้ก็คงดี ประเทศไทยคงกว้างพอที่เขาและเธอจะไม่ต้องมาเจอกันอีก

รุ่งรุจกลับมาที่บ้านและตัดสินใจว่าจะหนีคุณพีชไปดื้อๆ ลองถ้าเขากลับไปให้คำตอบต่อหน้าคุณพีช เขาคงใจอ่อนยอมอยู่ต่อแน่ๆ แต่จะยอมให้เรื่องส่วนตัวอยู่เหนือเหตุผลไม่ได้ รุ่งรุจมีหน้าที่รับผิดชอบต้องทำในฐานะตำรวจที่ต้องคุ้มครองพยานปากสำคัญและภาระในการสืบสวนเพื่อเอาผิดขบวนการค้ามนุษย์ เขาจำเป็นต้องตัดใจออกจากวงดนตรีนี้ไปทั้งที่ในใจเริ่มมีเยื่อใยบางๆถักทอก่อเกิดความรู้สึกที่เขามีกับคุณพีช เขารู้เพียงว่าความรู้สึกนั้นซับซ้อนลึกซึ้งมากกว่าความผูกพันระหว่างเจ้านายและลูกน้อง ความรู้สึกนั้นมันจับหัวใจให้เขาไม่อยากจากเธอไปไหนทั้งนั้น

“ผมเช่าบ้านให้ดาบกับเก๋อยู่ใกล้ๆคอนโดของผมนะครับ จะได้สะดวกและแถวนั้นก็ปลอดภัยเพราะตำรวจท้องที่กับผมรู้จักกันดี เขาจะจัดสายตรวจมาดูแลตลอด” รุ่งรุจบอกดาบบัญชาพลางเก็บข้าวของส่วนตัวใส่กระเป๋า

“ผู้กองครับ เราจะไปกันทั้งอย่างนี้หรือครับ”

“ดาบหมายความว่ายังไงครับ ผมไม่เข้าใจ” เขาถามกลับทั้งที่ไม่มองหน้าดาบบัญชาที่ยืนอยู่ข้างๆ

“ก็หนีไปอย่างนี้ แล้วถ้าคุณพีชมาแล้วไม่เจอ...”

“ไม่เจอก็ถูกแล้วนี่ครับ ผมลาออกกับเขาแล้ว ไม่ได้ทำงานกับเขาแล้ว และเราก็ย้ายออกจากบ้านหลังนี้ เรื่องมันก็ง่ายๆ ตรงไปตรงมา ดาบไม่น่าจะไม่เข้าใจนะครับ” รุ่งรุจตอบห้วนๆแล้วเดินออกจากห้องไป 

ดาบบัญชาและรุ่งรุจช่วยกันเก็บของเท่าที่จำเป็นโดยมีเก๋นั่งเล่นของเล่นอยู่ใกล้ๆ ข้าวของไม่มีอะไรมากนักทั้งสองคนช่วยกันเก็บอยู่พักเดียวก็เสร็จ ดาบบัญชาทยอยเอาของไปไว้ในรถโดยมีเก๋ตามติดไม่ห่าง ช่วงหลังมานี่เก๋ติดดาบบัญชามากเรียกว่าไปไหนมาไหนต้องมีเก๋ห้อยกระเตงไปด้วยตลอด ซึ่งดาบบัญชาก็ดูยินดีที่จะทำในฐานะพ่อของเก๋

รุ่งรุจกำลังจะขนกระเป๋าเสื้อผ้าตามหลังดาบบัญชาไปไว้ในรถ แต่ไม่ทันจะลงจากบ้าน รถของคุณพีชก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพอดี

“นั่นนายจะขนข้าวของไปไหน” ชายหนุ่มยืนก้มหน้านิ่ง พลางภาวนาอย่าให้ดาบบัญชากลับเข้ามาขนของตอนนี้

“ฉันถามนายไม่ได้ยินรึ จะไปไหน”

“ผม...เอ่อ คือ...ผม” หางตาของรุ่งรุจเหลือบไปเห็นเก๋เดินอย่างร่าเริงนำหน้าดาบบัญชาเข้ามาใกล้รั้วบ้านเต็มที เธอหยุดอยู่ที่ริมรั้วอีกด้านหนึ่งเพื่อเก็บดอกหญ้ามาเล่นอย่างสบายอารมณ์

“ผม....จะย้ายบ้านน่ะครับ”

“งั้นรึ จะย้ายไปไหน ทำไมไม่บอกฉันก่อน แล้วนี่พ่อนายไปไหน แล้วนั่น...ทำไมนายถึงมีตุ๊กตากับของเล่นเด็กผู้หญิงด้วยล่ะ” 

ผู้กองหนุ่มหลบสายตาของคุณพีชที่มองเค้นเพื่อจะเอาคำตอบ ส่วนเก๋ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็เดินชมนกชมไม้ใกล้เข้ามาทุกที แล้วจู่ๆ...เก๋ที่เดินร่าเริงอยู่เมื่อกี้ก็วิ่งหน้าตาตื่นมาที่รุ่งรุจ

“ออกไป.... ยัยงูพิษ ไปให้ไกลๆ พี่รุจ หนีไปๆ” เก๋ใช้แรงทั้งหมดที่มีดึงแขนรุ่งรุจให้ออกไปจากตรงนั้นโดยไม่สนใจคุณพีชที่ยืนทำหน้าตื่นเมื่อเห็นเก๋ตรงหน้า

“เก๋ใช่ไหม เก๋...นี่ฉันเองไง คุณพีช”

“ไม่ อย่าเข้ามา พี่รุจช่วยหนูด้วย กลัวๆ” เก๋เปลี่ยนไปหลบอยู่ด้านหลังของรุ่งรุจ หญิงสาวตัวสั่นเทาด้วยความกลัวราวกับเผชิญหน้าอสูรกายร้าย

“รุจ นี่มันอะไรกัน แล้วทำไมเก๋ถึงได้มาอยู่กับนาย” ดาบบัญชาที่เพิ่งวิ่งตามมาถึงได้แต่ยืนหอบไม่พูดไม่จา สายตาก็มองที่รุ่งรุจราวปรึกษาว่าจะทำอย่างไรกันดีเมื่อคุณพีชมาเจอเก๋จนได้

ทั้งคู่จ้องกันอยู่ครู่หนึ่งดาบบัญชาก็เป็นลมล้มพับไป อารามตกใจคุณพีชและรุ่งรุจช่วยกันประคองดาบบัญชาเข้าไปข้างในโดยมีเก๋เกาะเอวอยู่ข้างหลังรุ่งรุจไม่ยอมห่าง

“คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ ไปหาหมอไหม” คุณพีชพัดและส่งยาดมให้ดาบบัญชา

“ไม่เป็นไรมากหรอกครับ แค่หน้ามืด พักหน่อยคงหาย”

“พ่อนายยังไม่หายดีเลย ทำไมจะย้ายไปที่อื่นล่ะ” คุณพีชตกใจจนลืมเรื่องเก๋ไปช่วยขณะ ยิ่งเห็นคุณพีชเป็นห่วงเป็นใยดาบบัญชามากแค่ไหน รุ่งรุจก็ยิ่งรู้สึกผิดมากเท่านั้น

“คุณพีชอย่าไปว่ารุจมันเลยครับ ที่เราต้องย้ายบ้านก็เพราะ....เพราะ” ดาบบัญชาเหลือบมองผู้กองหน่อยหนึ่งเป็นเชิงปรึกษาเพราะไม่รู้จะโกหกต่อไปอย่างไร

“ที่หมอบอกไงพ่อ เรื่องนั้นน่ะ” รุ่งรุจพยักพเยิดกับดาบบัญชา แต่เหมือนดาบบัญชาจะรับมุกไม่ทันเพราะไม่ได้นัดแนะกันไว้ก่อน เขาเลยไม่พูดอะไรออกมาเสียที

“แหม...พ่อก็นะ เรื่องของตัวเองแท้ๆกลับหลงๆลืมๆ ก็หมอบอกไงว่า....พ่อต้องไปตามที่หมอนัด แล้วมันก็บ่อยมากเราก็เลยต้องย้ายไปเช่าห้องอยู่ใกล้กับโรงพยาบาล จะได้สะดวก” ดาบบัญชาแอบถอนหายใจเบาๆด้วยความโล่งใจ

“ทำไมนายถึงไม่บอกฉัน แล้วย้ายไปเช่าห้องอยู่แถวนั้นมันแพงนะ นายมีเงินรึ”

“ก็..พอมีครับ แล้วอีกอย่าง ผมลาออกกับคุณพีชแล้ว ก็เลยไม่อยากรบกวนอีก” คุณพีชเงียบไปพักหนึ่ง จนรุ่งรุจไม่แน่ใจว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่

“เรื่องลาออกนั่นเอาไว้ก่อนเถอะ แต่เรื่องย้ายที่อยู่ฉันอยากให้นายคิดให้ดี ที่จริงบ้านนี้มันก็ไม่ได้ไกลจากโรงพยาบาลที่รักษาพ่อนายสักเท่าไหร่ แต่เพราะพ่อนายป่วยเลยอาจรู้สึกลำบากไปบ้าง เอาอย่างนี้สิ...ถ้าพ่อนายจะไปหาหมอ บอกฉัน....ฉันจะพาไปหรือถ้านายเกรงใจ ฉันจะให้เงินค่าแท็กซี่ไว้ เวลาเดินทางจะได้สะดวก” สองพ่อลูกมองหน้ากันไปมาเพราะไม่ว่าจะอ้างเหตุอะไร คุณพีชก็มีข้อเสนอไปเสียหมด

“แล้ว...นายจะบอกฉันได้หรือยังว่าทำไมเก๋ถึงมาอยู่กับนายที่นี่ แล้วนายกับเก๋...เป็นอะไรกัน”

รุ่งรุจกลืนน้ำลายด้วยความยากเย็น ดีแค่ไหนที่เก๋ไม่โพล่งออกไปตามที่เธอเข้าใจว่าเขาเป็นสามีของเธอ ตอนนี้เก๋หลบนิ่งอยู่ข้างหลังของเขาด้วยความหวาดกลัว

“เก๋นี่หรือครับ คือว่าเก๋เขาเป็น เอิ่ม...เป็น น้องสาวของผมเองครับ ที่จริงผมมาตามหาน้อง ได้ข่าวว่ามาทำงานในวงของคุณพีชก็เลยมาถามหา แต่พี่รัชเข้าใจผิดว่าผมมาหางานทำก็เลยรับผมไว้ แต่...ผมก็ไม่กล้าถามเรื่องเก๋กับใคร เพราะมันคงแปลกถ้าอยู่ๆผมถามเรื่องเขากับคนในวง” รุ่งรุจตีหน้าเศร้าเล่าเรื่องเท็จเป็นตุเป็นตะ ประหนึ่งว่าเรื่องราวการพลัดพรากอันแสนรันทดนี้กลั่นกรองออกมาจากนิยายน้ำเน่า

คุณพีชนั่งฟังนิ่งๆโดยไม่แสดงอาการสงสัยหรือเห็นด้วย นั่นทำให้รุ่งรุจยิ่งกระสับกระส่ายเพราะเดาไม่ถูกว่าคุณพีชกำลังคิดอะไรอยู่ เขาสังเกตได้ว่าเธอเครียดอย่างเห็นได้ชัด

รุ่งรุจเดินมาส่งคุณพีชที่รถ วันนี้เขาคงต้องอยู่ที่นี่ไปก่อนเพื่อที่คุณพีชจะได้ไม่วุ่นวายไปมากกว่านี้ น่าแปลกที่คุณพีชไม่ถามอะไรเกี่ยวกับเก๋อีก และการไม่ถามรายละเอียดอะไรเกี่ยวกับเก๋เลย ดูตรงกันข้ามกับการเป็นคนช่างซักช่างถามของเธอ

“คุณพีชครับ ผมขออะไรสักอย่างจะได้ไหม คุณพีชอย่าเพิ่งบอกใครเรื่องเก๋ได้ไหมครับ” คุณพีชมองชายหนุ่มด้วยสายตาว่างเปล่าแต่หน้าซีดเห็นได้ชัด

“ได้สิ ถ้านายต้องการอย่างนั้น”

“ส่วนเรื่องลาออก...ผม”

“เรื่องลาออกฉันให้นายกลับไปคิดดูใหม่ แต่ฉันก็จำเป็นจะต้องลงโทษนายอยู่ดี ถ้าอย่างนั้นฉันจะพักงานนายไปก่อน นายจะได้มีเวลาคิดทบทวนให้ดีว่ายังจะอยากลาออกอยู่ไหม”

“คุณพีช....ไม่อยากให้ผมลาออกหรือครับ”

“ถ้านายจะลาออกจริงๆฉันก็ห้ามไม่ได้หรอก แต่สำหรับฉัน...ฉันไม่อยากให้นายไป”

คุณพีชกลับไปแล้วแต่ยังทิ้งบ้างสิ่งไว้ในใจของรุ่งรุจ เธอคงไม่อยากเห็นเขากลับไปลำบากอีกถึงได้รั้งให้เขาเป็นนักร้องอยู่ในวงต่อไป หรือบางทีเธออาจทำเพื่อดำเนินธุรกิจต่อไปให้ได้และเขาก็เป็นเพียงลูกจ้างคนหนึ่งที่พอจะมีประโยชน์ในการพยุงวงดนตรีให้อยู่รอด ความหวังดีหรือผลประโยชน์หรือว่า....มีอะไรมากกว่านั้น 

แต่อีกเรื่องที่สร้างความปวดหัวคือการโกหกเกี่ยวกับเก๋ ดูแล้วคุณพีชไม่เชื่อเขาสักเท่าไหร่และมันเป็นเรื่องเสี่ยงอย่างร้ายแรงเมื่อคุณพีชรู้ว่าเก๋อยู่กับเขาไม่ว่าจะในฐานะอะไร เพราะถ้าคุณพีชเป็นพวกเดียวกับนายกลด..เก๋จะตกอยู่ในอันตรายทันที แต่ก็น่าแปลกที่เก๋กลัวคุณพีชขนาดนั้น หรือบางที...ความกลัวของเก๋จะเป็นกุญแจไขเรื่องราวทุกอย่างให้กระจ่างได้

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น