เสน่ห์ลูกทุ่ง

ตอนที่ 18 : บทที่ ๑๘

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 ส.ค. 63

รุ่งรุจกึ่งเดินกึ่งวิ่งจากปากซอยมาจนถึงหน้าบ้านก็เห็นไฟเปิดสว่างอยู่ แต่ก็เบาใจอยู่หน่อยหนึ่งว่าไม่เห็นรถคุณพีชอยู่นี่นั่นด้วย แต่บางทีคุณพีชอาจแวะมาดูไปแล้วก็ได้ รถยนต์คันงามก็ยังจอดเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าบ้าน จะโทษมันก็ใช่ที่ ถ้าจะโทษต้องโทษตัวเขาเองที่ไม่รอบคอบ

“กลับมาแล้วหรือครับผู้กอง ทำไมวันนี้กลับค่ำจัง” ดาบบัญชาทักทายตามปกติในมือมีจานกับข้าวที่เพิ่งเทออกจากถุง

“คุณพีชแวะมาหรือเปล่าครับ”

“เอ...ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ก็วันนี้ผมพาเก๋ไปหาหมอก็เลยไม่ได้อยู่บ้าน อ้อ...ผมเติมน้ำมันรถให้แล้วนะครับ แหม่...ดีนะครับที่ผู้กองทิ้งรถไว้ให้ใช้ ไม่อย่างนั้นผมกับเก๋คงโหนรถเมล์กันแย่” รุ่งรุจทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง เขาลืมไปจริงๆว่าวันนี้หมอนัดเก๋ไปตรวจหลังบำบัดอาการติดยาและเขาก็อนุญาตให้ดาบบัญชาใช้รถพาเก๋ไปตั้งแต่เมื่อคืน อย่างนี้ต่อให้คุณพีชมากี่รอบก็ไม่มีทางเห็นรถของเขาอยู่ที่บ้าน

เมื่อรุ่งรุจเล่าเรื่องทั้งหมดให้ดาบบัญชาฟังก็พาให้ดาบบัญชากังวลไปด้วย เรื่องรถคันนี้คงต้องกลับไปซ่อนไว้ที่เดิมเพื่อไม่ให้คุณพีชผิดสังเกตเมื่อมาที่บ้าน ส่วนดาบบัญชาก็เล่าเรื่องการรักษาของเก๋ให้รุ่งรุจฟัง เก๋ตอบสนองต่อยาและการรักษา แต่เรื่องความทรงจำของเธอคงต้องรออีกระยะกว่าจะดีขึ้น

“หลังจากหาหมอแล้วผมก็พาเก๋ไปเที่ยวดูที่ๆเขาเคยไปน่ะครับ ไปเสียหลายที่ก็เลยใช้เวลาทั้งวัน กว่าจะกลับก็เย็นมากแล้ว ส่วนของกินนี่ผมซื้อที่ตลาดก่อนเข้าบ้าน”

“แย่จริงๆที่ผมกลายเป็นคนขี้ลืมอย่างนี้ หลงเครียดไปครึ่งค่อนวัน แล้วดาบพาเก๋ไปที่ไหนมั่งครับ”

“ไปบ้านเดิมของเขา เหมือนเขาจะจำได้ลางๆ แล้วก็พาไปห้าง ไปดูนั่นดูนี่เขาจะได้ไม่เครียด แต่ผมนี่แหละครับเครียดกว่า ซื้อของเล่นมาเสียเยอะเชียว” ถึงว่า...เก๋ถึงได้หายเงียบอยู่ชั้นบนได้ตั้งนาน สงสัยกำลังเล่นสนุกกับของเล่นชิ้นใหม่จนลืมเวลาข้าวเย็น แต่แล้วเธอก็กรีดร้องเสียงดังจนทำให้ทั้งคู่วิ่งขึ้นไปดูพร้อมกัน

ภาพที่เห็นคือเก๋กำลังหาของบางอย่างแบบเอาเป็นเอาตาย เธอรื้อค้นทุกซอกมุมของห้องจนข้าวของกระจัดกระจาย ใบหน้ามีน้ำตาไหลพรากพร้อมเสียงกรีดร้องด้วยความเศร้าโศกดังไม่ขาดสาย 

“เก๋ เดี๋ยวก่อนๆ มีอะไร เก๋หาอะไรอยู่”

“ลูก...ลูกของหนู หาย...หายไป...หาย” เธอพูดย้ำซ้ำๆอยู่อย่างนั้น รุ่งรุจเข้าใจเอาเองว่าตุ๊กตาของเธอคงหายไปเขากับดาบบัญชาจึงช่วยรื้อห้องหากันอีกแรง

ตุ๊กตาตัวนั้นหล่นอยู่ใต้เตียงในซอกที่มองไม่เห็นถึงได้ใช้เวลาหากันอยู่พักใหญ่ ทันทีที่เก๋ได้ตุ๊กตาของเธอคืน เธอก็กอดมันอย่างทะนุถนอม รุ่งรุจและดาบบัญชาเห็นอย่างนั้นก็ได้แต่โล่งอก

“อยู่กับแม่นะลูก แม่จะไม่ให้ใครมาทำร้ายลูกได้อีก ไม่มีใครทำร้ายลูกแม่ได้อีกนะ” เก๋พูดประโยคนั้นซ้ำๆอยู่อย่างนั้นจนรุ่งรุจอดสงสัยไม่ได้ว่าใครกันที่ทำร้ายลูกของเธอหรือเป็นตัวเธอเองที่โดนทำร้าย

คืนนั้นเมื่อเก๋เข้านอน เธอก็กล่อมลูกตุ๊กตาของเธอไปตามปกติแต่ความสงสัยของรุ่งรุจไม่ได้หายไปไหน บางทีการจะได้ข้อมูลจากเก๋อาจจะต้องเข้าไปอยู่ในจินตนาการของเธอ

“เก๋ยังไม่เคยบอกพี่เลยว่าลูกๆของเก๋ชื่ออะไรบ้าง”

“งั้นรึ มาๆ เดี๋ยวหนูจะบอก คนนี้หน้างอๆชื่อหมวย คนนี้ตัวอ้วนๆชื่อลูกหมู ส่วนคนนี้ไม่สวย พี่รุจดูสิ คนนี้ชื่อพีช” ชายหนุ่มอดขำไม่ได้ สงสัยเก๋คงไม่ชอบคุณพีชฝังใจถึงได้เลือกตัวขี้เหร่ที่สุดเป็นคุณพีช อย่างนี้หมายความว่าความจำของเก๋อาจไม่ได้สูญหายทั้งหมด เธอยังจำชื่อเพื่อนๆและคุณพีชได้ บางทีเธออาจจะจำอย่างอื่นได้ด้วย

“แล้วสองตัวนั้นล่ะ ชื่ออะไร”

“คนนี้ชื่อฟ้า หนูรักมาก หนูไม่ให้ใครมาแกล้ง ไม่ให้ใครมาทำร้าย พอไม่มีใครเห็น หนู...พาฟ้าหนี แต่คนนี้ชื่อดาว หนูพาออกมาไม่ได้” เธอหอมตุ๊กตาตัวนั้นด้วยความรักใคร่ และตุ๊กตาตัวที่ชื่อฟ้านี่แหละที่เก๋หาจะเป็นจะตายเมื่อตอนเย็น

ความทรงจำของเธอขาดหายและหลอมรวมกับจิตใจสำนึกก็จริง แต่บางเรื่องก็อาจปะติดปะต่อกับเหตุการณ์จริงได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างเช่นเรื่องของฟ้าที่เก๋พาหนีออกมา ก็สอดคล้องกับผู้หญิงที่ตำรวจท้องที่พารุ่งรุจไปเจอที่โรงพยาบาล ผู้หญิงคนนั้นมีชื่อเล่นว่าฟ้า แสดงว่าเก๋เป็นคนพาฟ้าหนีออกจากรีสอร์ตของนายกลดและคงพลัดกันด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งฟ้าถึงได้ถูกช่วยเอาไว้ ส่วนเก๋ก็เร่ร่อนหาทางหนีตามลำพังและคงตามหาฟ้าที่หายตัวไปด้วยจนมาเจอกับเขาที่งานแสดงดนตรีวันนั้น

ยังไม่ทันที่รุ่งรุจจะรายงานผู้การเผด็จให้ทราบถึงข้อมูลบางอย่างที่เขาคิดว่าสำคัญกับคดี วงดนตรีลูกทุ่งงามศิลป์ก็ต้องเดินทางไปเปิดการแสดงที่ต่างจังหวัด ซึ่งรุ่งรุจต้องไปค้างคืนทำให้เขากังวลว่าดาบบัญชาจะรับมือเก๋ไหวหรือไม่

“ไม่เป็นไรแน่นะครับดาบ”

“จะเป็นอะไรล่ะครับ ผมอยู่กับเก๋ได้อยู่แล้วผู้กองไม่ต้องเป็นห่วง ดูสิครับเก๋ดีขึ้นมาก ไม่โวยวายเหมือนแต่ก่อนแล้ว” เก๋ที่นั่งเล่นตุ๊กตาเงียบๆอยู่ข้างดาบบัญชาส่งยิ้มหวาน ช่วงหลังมานี่เก๋ดีขึ้นมากอย่างที่ดาบบัญชาว่าแถมพูดจารู้เรื่องและเข้าใจอะไรต่ออะไรได้มาก

รุ่งรุจขึ้นรถออกจากบ้านครูเทืองมาพร้อมคนอื่นๆ แต่คนหนึ่งที่เขาไม่เจอเลยก็คือคุณพีช เห็นเนตรอัปสรบอกว่าคุณพีชไม่ค่อยสบาย งานนี้เลยไม่ได้ไปด้วย

“แล้วป่วยมากไหมครับ ผมไม่รู้ก่อน ไม่งั้นจะได้แวะไปเยี่ยมก่อนออกมา”

“เห็นว่าเป็นไข้หวัดใหญ่น่ะ หมอให้พักอยู่กับบ้านก็เลยมาด้วยไม่ได้ ดู...รุจเป็นห่วงคุณพีชจังเลยนะ”

“อ๋อ...ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ คุณพีชดีกับผมมากๆ พอรู้ว่าไม่สบายก็เลยเป็นห่วงน่ะครับ” เนตรอัปสรยิ้มด้วยความเอ็นดูปนรู้ทัน

“แต่ก่อนที่จะสงสารคนอื่น เนตรว่างานนี้รุจต้องสงสารตัวเองให้มากแล้วล่ะ เพราะมีนักร้องมาแค่สามคน งานหนักแน่ๆ”

“มากันตั้งสามคน ทำไมงานถึงหนักล่ะครับ งานก่อนๆมากันสามคนก็ไม่เห็นมีอะไร”

“ก็นั่นมีรินมาด้วย แต่นี่มีเนตร รุจ แล้วก็พี..มันจะไม่หนักได้ไงล่ะ นี่ก็บอกว่าจะตามมาทีหลัง”

คำว่า ‘ตามมาทีหลัง’ ของพีรภัทรกลายเป็นปัญหาทันทีเมื่อการแสดงกำลังจะเริ่ม แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของเขาเลยสักนิด รัชที่ทำหน้าที่แทนคุณพีชโทรตามจ้าละหวั่นแต่ก็ติดต่อไม่ได้ ยิ่งใกล้เวลาก็ยิ่งโกลาหล

“ไม่ใช่รถคว่ำอีกรอบนะ” เต่านินทาเบาๆ

“ไอ้นี่...ปากไม่เป็นมงคล คนยิ่งกลุ้มๆอยู่” รัชตวาดเสียงดัง

“เดี๋ยวก็มาน่า ใจเย็นๆสิรัช” ยักษ์ที่อยู่ตรงนั้นเปรย ที่วันนี้อารมณ์ดีได้ก็คงเพราะก๊งเหล้ามาจนหนำใจ พอคุณพีชไม่มาคุมพวกยักษ์เลยสบโอกาสตั้งวงเหล้าแบบไม่เกรงใจใคร

การแสดงดนตรีต้องเริ่มขึ้นทั้งๆที่นักร้องมาไม่ครบ เนตรอัปสรขึ้นไปร้องเปิดวงก่อน เธอสร้างความพอใจให้กับคนดูโดยคาดคะเนจากเสียงปรบมือกึกก้อง เธอทำได้ดีทั้งเพลงช้าและเพลงเร็ว เรียกได้ว่าเนตรอัปสรเป็นนักร้องคุณภาพไม่ต่างอะไรกับภู่วาริน เพียงแต่คุณภาพนั้นยังไม่สามารถส่งเธอให้เข้าตาของค่ายเพลง ที่หลังเวทีมีบรรดาแม่ยกแฟนคลับตามมาให้กำลังใจพอสมควร แต่ส่วนใหญ่ที่มาก็เพราะได้ข่าวว่าพีรภัทรจะขึ้นร้องเพลงถึงได้มาให้กำลังใจหลังจากห่างหายไปเสียนาน

แต่จากนั้นไม่นานผู้คนตรงนั้นก็กรูออกไปห้อมล้อมรถเก๋งคันหรูของพีรภัทร นักร้องดังก้าวลงมาจากรถพร้อมกับทักทายแม่ยกทั้งหลายที่ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันเสียงเซ็งแซ่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าพีรภัทรเอาอกเอาใจเหล่าแฟนคลับได้ดีเยี่ยม เขาจำแฟนคลับได้ทุกคน แม้กระทั่งเรื่องราวเล็กๆน้อยๆของแต่ละคนเขาก็สามารถจำและพูดคุยกับคนพวกนั้นได้อย่างสนิทสนม

หลังจากทักทายแฟนคลับกันจนพอหอมปากหอมคอแล้ว พีรภัทรก็ขอตัวเข้ามาด้านหลังเวทีเพื่อเตรียมขึ้นแสดง และการแสดงของเขาก็สร้างความประทับใจให้คนดูตั้งแต่ก้าวแรกที่ขึ้นเวที เหมือนกับว่าทั้งเวทีนั้นเขาครอบครองไว้แต่เพียงผู้เดียว บทเพลงของเขาสะกดคนฟังด้วยน้ำเสียงและท่วงท่าบนเวทีที่เรียกได้ว่า ‘เอาอยู่’ ตั้งแต่เพลงแรกที่ขึ้นแสดง เห็นอย่างนี้รุ่งรุจก็เบาใจขึ้นมาก...ไม่เห็นมันจะเป็นงานหนักอย่างที่เนตรอัปสรพูดตรงไหน

พีรภัทรเลือกเปิดตัวการกลับมาครั้งนี้ของเขาด้วยเพลงสนุกเนื้อหาออดอ้อนขอความสงสารเอ็นดูจากบรรดาแม่ยกที่ไม่รู้ว่าปันใจไปให้คนอื่นแล้วหรือไม่หลังจากที่เขาหายไปตั้งนาน แม้จะผ่านเรื่องทุกข์กายทุกข์ใจมามาก หัวใจของนักร้องคนนี้ก็ยังเปิดกว้างต้อนรับมิตรรักแฟนเพลงทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ให้มาเป็นแฟนคลับขาประจำ มาลัยแบงค์พันที่คล้องเต็มคอสร้างความตื้นตันให้กับนักร้องขวัญใจ เป็นการตอกย้ำว่าเขายังเป็นเบอร์หนึ่งของเวทีนี้ ทั้งเนื้อเพลงและจังหวะกลองยาวโยนๆพาให้คนดูสนุกจนลุกขึ้นเต้นอยู่หน้าเวที เป็นสิ่งที่บอกได้ชัดว่าการกลับมาของพีรภัทรได้รับการตอบรับดีแค่ไหน ส่วนตัวเขาเองก็คงสนุกเลยทั้งร้องและเต้นแบบลืมสังขารที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บ

พีรภัทรร้องเพลงต่ออีกสองเพลงถึงได้ลงจากเวทีมาพักด้านหลัง เขาชายตามองรุ่งรุจเล็กน้อยเหมือนบอกเป็นนัยว่าเวทีนี้เป็นของเขาและจะไม่มีใครมาแย่งความเป็นที่หนึ่งจากเขาไปได้

“พร้อมแล้วนะรุจ ครูให้ร้องเพลงเดิมไปก่อน คงไม่มีปัญหาเนาะ” รัชมานัดแนะกับเขาอีกที

“ครับ ผมก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหานะ” รุ่งรุจสูดหายใจเข้าเต็มปอดแล้วก้าวขึ้นไปยืนบนเวที เพลงที่เขาจะร้องเป็นเพลงเดิมที่เคยร้องมาแล้วหลายครั้งจึงค่อนข้างมั่นใจว่าจะทำได้ดี

แต่เมื่อเขาร้องไปสักพักจังหวะและทำนองที่นักดนตรีเล่นชักเริ่มแปลกไป จนบางครั้งทำให้เขาร้องเพี้ยนตกห้องเพลงทั้งที่ไม่จำเป็น แต่จะให้ออกแรงเอื้อนลูกคอมากกว่านี้เขาคงจะขาดใจตายเสียก่อน แต่บทจะสับจังหวะให้เร็วก็เร็วเสียจนเขาตามไม่ทัน...นี่มันเหนื่อยกว่าวิ่งร้อยเมตรเสียอีก

คนดูเริ่มไม่พอใจเพลงที่เพี้ยนไปเพี้ยนมาจนเริ่มมีเสียงโห่ เมื่อร้องเพลงจบรุ่งรุจจึงรีบลงจากเวทีทั้งที่เขาจะต้องร้องอีกเพลง รัชส่งเนตรอัปสรขึ้นไปแก้หน้าก่อนที่สถานการณ์จะแย่ไปกว่านี้

“ไหวไหมวะรุจ” รัชเดินเข้ามาถามเมื่อเห็นรุ่งรุจหน้าเสีย

“ก็...ไม่ไหวก็ต้องไหวแหละครับ จะให้ทำยังไง”

“เอ็งนั่งพักไปก่อนนะ เดี๋ยวข้าไปคุยกับนักดนตรีแป๊บ” รัชเดินเลี่ยงออกไปแล้ว ไม่รู้ว่ารัชจะกำราบพวกนักดนตรีได้แค่ไหนเพราะอย่างมากรัชก็แค่บอกว่าจะฟ้องคุณพีชก็เท่านั้น

ถึงคิวที่รุ่งรุจต้องขึ้นไปร้องเพลงอีกครั้ง คราวนี้หนักกว่าเดิมอีกเมื่อไมค์เสียงดังบ้างเบาบ้างทำให้เพลงที่ร้องฟังขัดหูน่ารำคาญ รุ่งรุจต้องใช้ความอดทนถึงที่สุดเพื่อให้เพลงนี้ผ่านไปได้ด้วยดี เขาใช้ทุกเทคนิคที่ครูเทืองสอนมาเพื่อแก้สถานการณ์อันเลวร้ายบนเวที แต่ดูเหมือนมันจะไม่ช่วยสักเท่าไหร่...ตอนนี้เขากำลังถูกเชือดต่อหน้าคนดูนับร้อยนับพัน

ถึงรุ่งรุจจะรู้ว่าโดนแกล้งจากยักษ์และพวกแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ งานคืนนี้คงต้องปล่อยให้มันเป็นไปอย่างนี้ แต่คนที่รับหน้าที่หนักที่สุดคงเป็นเนตรอัปสรเพราะเธอต้องขึ้นร้องสลับกับเขาจนแทบไม่ได้พัก

กว่างานจะเลิกก็ดึกดื่น ทุกคนต่างแยกย้ายไปพักส่วนพวกยักษ์และป้องก็ตั้งวงก๊งเหล้ากันต่อกับหมู่มวลสมาชิก แถมเหล้าที่กินวันนี้ก็เป็นเหล้านอกราคาแพงเพราะเป็นของกำนัลจากพีรภัทร

“อ้าว...พี จะกลับแล้วรึ” ยักษ์ร้องทักเมื่อเห็นพีรภัทรกำลังจะขึ้นรถ

“ครับลูกพี่...พรุ่งนี้เช้าผมมีนัด แล้วอีกอย่าง ผมไม่ชอบนอนรวมกับใคร สู้ขับรถกลับไปนอนที่บ้านดีกว่า” เขาชายตามองรุ่งรุจอีกครั้งก่อนจะขับรถออกไป พีรภัทรเป็นต่อเขาทุกประตูเพราะนักดนตรีและคนคุมเสียงก็พวกเดียวกันทั้งนั้น แถมเขายังปากดีเรียกยักษ์อย่างยกย่องว่า ลูกพี่ อย่างนี้เล่า รุ่งรุจถึงได้โดนทั้งลูกพี่ลูกน้องยำเละเทะเสียไม่มีดี

“ไม่ต้องคิดมากไปหรอกรุจ ไปกันเถอะ” เนตรอัปสรเรียกเขาขึ้นรถเพื่อไปที่พัก

“แต่...เพราะพวกเขาแกล้งผม เลยทำให้คุณเนตรเหนื่อย”

“ไม่เป็นไรหรอกรุจ แค่นี้เอง...ไปเถอะ ดึกมากแล้ว”

ขณะที่รุ่งรุจกำลังจะก้าวขึ้นรถ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นดาบบัญชานั่นเอง...แต่ดึกดื่นป่านนี้เขาโทรมาทำไมกัน หรือว่าที่บ้านมีปัญหา

“ผู้กองครับ มีคนมาด้อมๆมองๆที่หน้าบ้านตั้งแต่หัวค่ำแล้วครับ นี่ผมแจ้งตำรวจท้องที่ พอตำรวจมาพวกนั้นก็หายไป แล้วนี่...มากันอีกแล้วครับ” ดาบบัญชารายงานสถานการณ์น่าเป็นห่วง ทำให้รุ่งรุจต้องขอตัวกลับทีหลัง

“ดาบเห็นหน้าพวกนั้นไหมครับ มากันกี่คน” เขาเลี่ยงออกมาคุยเงียบๆ

“เห็นหน้าไม่ชัดครับ แต่มากันสองคน ขี่มอเตอร์ไซค์มา พอดีไฟถนนหน้าบ้านก็ดันมาดับเสียนี่ ตำรวจท้องที่เขาบอกว่าจะมาตรวจทุกชั่วโมง แต่...พวกนั้นก็เหมือนจะรู้ สายตรวจมาทีไรก็คลาดกันทุกที”

“เอางี้ดีกว่าครับดาบ เดี๋ยวผมจะหารถกลับคืนนี้เลย”

“ได้อย่างนั้นก็ดีครับ ผมจะได้อุ่นใจขึ้น แต่...คนที่วงเขาจะไม่สงสัยเอาหรือครับ อยู่ๆก็รีบกลับมา”

รุ่งรุจขอให้คนในวงพาเขามาส่งที่สถานีขนส่งของจังหวัดเพื่อหารถกลับบ้านในคืนนั้น ระหว่างนั่งรอเขาได้แต่คิดทบทวนไปมาว่าใครกันที่มาเฝ้าดูอยู่ที่บ้าน จะเป็นพวกนายกลด...แล้วพวกนั้นจะรู้ได้อย่างไรว่าเก๋ซ่อนอยู่ที่นั่น หรือจะเป็นพวกหัวขโมยที่มาดูลาดเลา...แต่ก็เห็นว่ามีตำรวจมาตรวจอยู่ตลอดยังกล้าวนเวียนอยู่อีก หรือจะเป็น.... ผู้กองหนุ่มเหลือบมองวงเหล้าของยักษ์และป้อง หรือพวกนี้ไม่ลดละความพยายามถึงได้ใช้คนไปเฝ้าจับผิดที่บ้าน มันน่าโมโหตรงที่พวกนี้มาวุ่นวายจนอาจทำให้เขาเสียแผนและที่อยู่ของเก๋ถูกเปิดเผย

“มองไรวะ มีปัญหาไง” เสียงอ้อแอ้ของป้องดังออกมาจากในวง

“ตัวปัญหา มันก็ต้องมีปัญหาอยู่แล้วล่ะวะ มึงก็โง่ไปถามมันได้” หนึ่งในนั้นพูดสวนออกมา

“เอ๊ะ..แล้วมันจะลอยหน้าลอยตาอยู่ทำไมวะ”

“อ๋อ.........ก็พวกหน้าด้านไง รู้ว่าร้องเพลงไม่เอาไหน แต่ก็ยังขึ้นเวทีให้เป็นภาระคนอื่น” ยักษ์โพล่งเสียงดังจนทำให้รุ่งรุจหมดความอดทน วันนี้เป็นไงเป็นกัน...เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่ายักษ์ส่งใครไปที่บ้านหรือไม่

“ผมไม่อยากมีเรื่องกับพวกพี่นักหรอก แต่ผมอยากรู้แค่ว่า พี่ส่งคนไปที่บ้านผมหรือเปล่า”

“คนอย่างมึงนี่มันสำคัญตรงไหนวะ ถึงต้องส่งคนไปหาที่บ้าน อ๋อๆๆ....นึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญนี่เอง ถึงได้หน้าทนมาร้องเพลงห่วยๆให้คนฟัง” รุ่งรุจสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เพื่อสะกดความโกรธเอาไว้

“โอเคๆ ถือว่าผมเข้าใจผิดไปเองละกัน” ชายหนุ่มเดินหนีออกจากตรงนั้นแต่ต้องชะงักเมื่อน้ำเย็นๆสาดมาโดนที่ขา

“เฮ้ย...ป้อง สาดเหล้าทิ้งไมเนี่ย เสียดาย...มาๆ เดี๋ยวชงให้ใหม่”

“กูสาดไล่เสนียดจัญไรไงล่ะวะ แต่แค่นี้....ไม่รู้จะพอล้างซวยหรือเปล่า” 

ทั้งวงฮาครื้นและนั่นก็ทำให้ความอดทนของรุ่งรุจหมดลง เขาตรงเข้าคว้าคอเสื้อของป้องแล้วปล่อยหมัดขวาเข้าปลายคางทำให้ป้องลงไปนอนนับดาวอยู่ที่พื้น ส่วนคนอื่นก็ประคองตัวเดินเป๋ๆเข้ามาร่วมวงด้วย แต่เพราะฤทธิ์สุราทำให้สมาชิกแต่ละคนลงไปนอนกองรวมกับป้องที่พื้นด้วยความสามัคคี

รัชและน้อยวิ่งมาจากทางไหนก็ไม่รู้รีบเข้ามาห้ามและพาตัวรุ่งรุจออกไปจากตรงนั้น รุ่งรุจรู้ดีว่าคราวนี้คุณพีชคงต้องเอาเรื่องเขาแน่ๆ เพราะนี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่มีเรื่องชกต่อยกัน ถ้าครั้งนี้เธอยังไม่เอาเรื่องเขาอีก คนที่จะถูกครหามากที่สุดก็คงเป็นคุณพีชนั่นเอง เพราะคนพวกนั้นคงบอกใครต่อใครว่าคุณพีชหลงรุ่งรุจจนหัวปักหัวปำ ขนาดทำผิดกฎก็ยังไม่เอาเรื่อง แต่เรื่องนี้จะไม่ลุกลามถ้าผู้กองหนุ่มไม่ตกอยู่ในภาวะกดดันอย่างถึงที่สุด การต้องทำงานหาข่าวท่ามกลางคนเหล่านี้มันยากเหลือเกินแถมยังต้องปกป้องพยานจากคนร้ายพวกนั้นอีก บางที...งานนี้มันคงจะยากเกินความสามารถของเขาเสียแล้ว

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น