เสน่ห์ลูกทุ่ง

ตอนที่ 16 : บทที่ ๑๖

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 ส.ค. 63

เก๋ดูตื่นเต้นกับบ้านหลังนี้ เพราะทันทีที่เข้าบ้านเธอก็เดินสำรวจนั่นนี่อย่างสนอกสนใจราวกับเป็นเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังตื่นตากับบ้านหลังใหม่ พอเห็นว่าเก๋ไม่ได้มีอาการตื่นตระหนกกับการเปลี่ยนแปลงที่อยู่หลังออกจากโรงพยาบาลก็ทำให้รุ่งรุจและดาบบัญชาพลอยยินดีไปด้วย เมื่อเก๋เดินสำรวจบ้านจนพอใจแล้วก็นั่งลงกินขนมและน้ำที่ดาบบัญชาเตรียมไว้ให้อย่างมีความสุข

“เห็นเก๋มีความสุข กินได้แบบนี้ผมก็ดีใจนะครับ” ดาบบัญชาเปรยพลางลูบหัวเก๋อย่างเอ็นดู

“ใช่ครับ ถ้าเขาอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีๆ มีคนดูแลเอาใจใส่ บางทีเขาอาจหายเป็นปกติได้เร็วขึ้นนะครับ”

“ผมจะดูแลเก๋ด้วยตัวเอง เพราะไหนๆเขาก็เข้าใจแล้วว่าผมเป็นพ่อ ถึงแม้ว่าทั้งชีวิตผมจะไม่เคยเป็นพ่อใครแต่ผมเชื่อว่าผมเป็นพ่อที่ดีให้เก๋ได้”

“งานนี้ผมคงต้องฝากให้ดาบแล้วล่ะครับ แล้วผมจะรายงานผู้การให้ว่าดาบมาทำหน้าที่พิเศษนอกสถานที่ดาบจะได้มีเวลาดูแลเก๋อย่างใกล้ชิด อีกอย่าง...ผมแจ้งตำรวจท้องที่ไปแล้วว่าเรามีพยานที่ต้องคุ้มกัน เขาจะคอยมาเช็คที่บ้านเราเรื่อยๆ แต่ถ้าดาบเห็นอะไรผิดปกติก็แจ้งเขาได้เลยนะครับ”

หลังจากกินขนมเสร็จเก๋ก็เดินสำรวจบ้านอีกรอบโดยขึ้นไปที่ชั้นสอง บนนั้นมีห้องนอนอยู่สองห้องเป็นของดาบบัญชาและรุ่งรุจ สาวน้อยเดินเข้าห้องนั้นออกห้องนี้อยู่พักใหญ่ก็วิ่งตึกๆลงมาชั้นล่างแล้วหอบกระเป๋าของเธอวิ่งขึ้นไปท่ามกลางสายตาของตำรวจทั้งสองนาย

“นั่นเขาจะไปไหนของเขาหรือครับผู้กอง” รุ่งรุจมองตามเก๋ด้วยความสงสัยจึงชวนดาบบัญชาขึ้นไปดูด้วยกัน

ข้างบนนั้นเก๋หายเงียบไปแต่รุ่งรุจก็พอจะเบาใจว่าเธอคงอยู่ในห้องใดห้องหนึ่งบนนี้ บางทีอาจเจออะไรน่าสนใจจนมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งนั้นจนลืมเรื่องอื่นไปหมด แต่เสียงกุกกักที่ดังมาจากห้องของรุ่งรุจทำให้เขาต้องเดินเข้าไปดู

ในห้อง...เก๋จัดแจงวางเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวรวมไว้กับของชายหนุ่มอย่างเป็นระเบียบ ส่วนบนเตียงเธอก็บรรจงเรียงตุ๊กตาไว้เรียบร้อยโดยไม่ลืมที่จะเอาหมอนสองใบวางไว้คู่กัน รุ่งรุจได้แต่มองภาพนั้นด้วยความละเหี่ยใจ ไม่รู้ว่าเก๋จะหายดีเมื่อไหร่เขาจะได้ลาออกจากความเป็นสามีของเธอเสียที สาวน้อยคงรู้ตัวว่ารุ่งรุจมองอยู่ถึงได้ทำท่าเขินอายแล้วชี้ไปที่หมอน

“นี่ของเมีย...นี่...ของผัว แล้วนี่....ลูกๆ” นายตำรวจหนุ่มถึงกับกุมขมับ มีเมียยังไม่พอนี่ยังมีลูกเป็นตุ๊กตาอีกโขยง ดาบบัญชาที่ยืนอยู่ข้างๆกลั้นหัวเราะจนหน้าแดง

“ดาบขำอะไรหนักหนาครับ”

“อ๋อ....เปล่าครับ แค่คิดว่าจิตนาการของเก๋ล้ำลึกจริงๆ ได้ผู้กองเป็นผัวไม่เท่าไหร่ ดูสิมีลูกออกมาตั้ง หนึ่ง สอง สาม สี่ โอ้....ห้าตัว เอ้ย....ห้าคน”

รุ่งรุจและดาบบัญชาปล่อยให้เก๋กล่อมลูกตุ๊กตาของเธอนอนไปทีละตัวอย่างเพลิดเพลิน ส่วนทั้งสองก็ลงมาปรึกษากันข้างล่างว่าจะจัดการเรื่องเก๋อย่างไรต่อไป

“ห้องนอนมีแค่สองห้อง ดาบกับเก๋ก็อยู่กันคนละห้องไปนะครับ เดี๋ยวผมจะหามุ้งมากางนอนข้างล่าง”

“จะทำอย่างนั้นได้ไงล่ะครับ ให้ผมลงมานอนข้างล่างเองดีกว่า แต่...เก๋จะยอมหรือครับ ไปจัดห้องหับเสียขนาดนั้น”

“ไม่ยอมจะให้ทำยังไงล่ะครับ จะให้ผมนอนห้องเดียวกับเก๋น่ะหรือ ผมไม่เอาหรอก มันดูไม่ดี”

“มันจะดูไม่ดียังไงล่ะครับ ก็ผัวเมียกันก็ต้องนอนห้องเดียวกันเป็นธรรมดา ดีไม่ดีอาจมีลูกตัวที่หก เอ้ย...คนที่หกออกมาก็ได้นะครับ” รุ่งรุจหรี่ตามองดาบบัญชาที่คงสนุกกับการเล่นตามจินตนาการของเก๋

“ไม่ตลกเลยครับดาบ เอาอย่างผมว่านี่แหละ ผมนอนข้างล่าง ส่วนดาบกับเก๋ก็แบ่งกันนอนห้องข้างบน เก๋ก็คงนอนห้องผมส่วนดาบก็นอนห้องตัวเองต่อไป....จบนะครับ” ดาบบัญชาพยักหน้างึกๆแต่ก็ยังอดขำไม่ได้

รุ่งรุจรับอาสาขึ้นไปเจรจากับเก๋เรื่องที่นอน แต่เมื่อขึ้นไปบนห้องเก๋ก็นอนหลับสนิทไปเรียบร้อย นึกไปก็เอ็นดูปนสงสาร ในใจของเก๋คงนึกถวิลหาครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อมมาตลอด มีพ่อแม่ลูกอยู่พร้อมหน้า เป็นครอบครัวอบอุ่นที่ทุกคนคาดหวังจะพึงมี แต่...เธอไม่เคยมีสิ่งพวกนี้อย่างคนอื่นมาทั้งชีวิต จิตใต้สำนึกของเธอคงจดจำเรื่องนี้เอาไว้ทำให้มันออกมาผสมผสานกับความเข้าใจผิดจนเกิดครอบครัวเล็กๆที่น่ารักนี้ขึ้น

นายตำรวจหนุ่มปล่อยให้เก๋นอนหลับไปก่อน ส่วนตัวเขาออกไปหาซื้อที่นอนหมอนมุ้งมาใช้สำหรับคืนนี้และอีกต่อๆไป หลังจากที่ซื้อข้าวของมาครบจนพอใจแล้วเขาก็ไม่ลืมซื้อกับข้าวของกินที่ตลาดไปให้สองคนที่บ้านด้วย แต่ในระหว่างนั้นเขารู้สึกได้ว่ามีคนแอบตามอยู่ไม่ห่าง หรือว่าจะเป็นพวกนั้นตามมาดูลาดเลา แต่มันจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาเอาเก๋มาซ่อนไว้ที่นี่ หรือว่าข่าวจะรั่วเข้าให้แล้ว

ผู้กองหนุ่มเดินลัดเลี้ยววนเวียนไปมาในตลาดจนแน่ใจว่ามีคนตามมาแน่ๆ เขาอาศัยจังหวะเหมาะแอบที่มุมลับตาเพื่อดูให้ชัดว่า คนที่ตามเขาอยู่คือใคร คนที่เดินตามทำหน้าเหวอเมื่ออยู่ๆเป้าหมายก็คลาดสายตาไป

“ไปไหนแล้วอ่ะ เมื่อกี้เห็นเดินไปทางนี้”

“ก็มึงอ่ะ มัวแต่มองแม่ค้า เห็นมะ...หายไปจนได้” หนึ่งในนั้นเกาหัวแกรกๆ พวกนี้คงเป็นมือสมัครเล่นเพราะงานสะกดรอยง่ายๆแค่นี้ก็ยังทำพลาด แต่ถ้าเขาจำไม่ผิดสองคนนี้เป็นลูกน้องในวงลูกทุ่งงามศิลป์ และที่แน่ใจก็คือทั้งสองเป็นลูกไล่ของยักษ์และป้อง

“โหลๆ เออ....เอาไงต่อดีลูกพี่ ไม่รู้หายไปไหนแล้วอ่ะ ห๊ะ...อะไรนะ อ๋อๆ ไว้ค่อยมาใหม่เหรอ เออๆ งั้นก็ได้” เมื่อได้รับคำสั่งจาก ลูกพี่ ให้เลิกติดตามเป้าหมาย สองคนนั้นก็เดินขึ้นรถมอเตอร์ไซค์แล้วขี่ออกไป ถ้าเดาไม่ผิดลูกพี่ของสองคนนี่คงเป็นยักษ์แน่นอน แล้วยักษ์จะอยากรู้เรื่องของเขาไปทำไมในเมื่อช่วงหลังๆก็ไม่ได้มีเรื่องมีราวกันอีก

รุ่งรุจกลับมาที่บ้านแล้วเล่าทุกอย่างให้ดาบบัญชาฟังด้วยสีหน้ากังวล เขาไม่ได้กลัวว่าความลับเรื่องเขาจะรั่วไหลเพียงอย่างเดียว แต่เรื่องที่เก๋มาอยู่ที่นี่ก็จะมีคนรู้เพิ่มตามไปด้วย

“ผมว่าไม่น่ากังวลไปเลยนะครับ แต่ถ้ามายุ่มย่ามมากเข้าก็แจ้งตำรวจท้องที่ซะ เท่านี้ก็คงขยาดไปเอง”

“ถ้ามันง่ายอย่างนั้นก็ดีสิครับ ผมกลัวว่ามันจะมีเรื่องอื่นตามมา”

“ผู้กอง....กลัวว่าคุณพีชจะรู้เรื่องเก๋หรือครับ” รุ่งรุจสีหน้ากังวล

“คุณพีชรู้จักเก๋ดีแล้วก็คงรู้เกี่ยวกับครอบครัวของเก๋ด้วย ผมไม่แน่ใจว่าเก๋ให้ข้อมูลเรื่องครอบครัวไปว่ายังไงบ้าง แล้วอยู่ๆถ้าคุณพีชมาเจอเก๋อยู่กับเรา ดาบจะให้ผมโกหกเขาไปว่ายังไงครับ”

“ถ้าถึงเวลานั้นจริงๆมันก็คงมีทางออกแหละครับ ผู้กองอย่ากังวลไปเลย ผมว่าเรื่องที่ต้องกังวลคือเรื่องเก๋ตอนนี้มากกว่า”

เรื่องเก๋เป็นเรื่องน่ากังวลอย่างที่ดาบบัญชาบอกไว้จริงๆ เพราะทันทีที่บอกเก๋ว่าให้เธอนอนในห้องนี้เพียงลำพัง เธอก็โวยวายร้องไห้เสียงดังจนเขากลัวว่าชาวบ้านจะเข้าใจผิด

“เก๋อย่าเสียงดังไปสิ เก๋เชื่อพี่นะ...ดูสิ เป็นส่วนตัวดีออก มีลูกๆอยู่ด้วยนี่ไงเยอะแยะเลย”

“ไม่...ไม่เอา ไม่ๆๆๆๆ” พูดจบก็ลงดิ้นพราดๆจนดาบบัญชากลัวว่าเก๋จะเป็นอันตรายเพราะเพิ่งออกจากโรงพยาบาล

“ผู้กองครับ ผมว่าวันนี้ยังไงตามใจเก๋สักวันเถอะครับ ผมสงสาร”

เป็นอันว่าคืนนี้รุ่งรุจจะต้องนอนห้องเดียวกับเก๋ในสภาพครอบครัวแสนสุข เก๋ชวนให้รุ่งรุจคุยกับลูกๆตุ๊กตาของเธออย่างมีความสุข แต่พอจะเข้านอนเก๋กลับเอาลูกตุ๊กตาของเธอเรียงไว้ข้างเตียงอย่างทะนุถนอม

“อ้าว นั่นเก๋เอาตุ๊กตาไปไว้ข้างล่างทำไมล่ะ”

“ก็เตียงอันนิดเดียว จะนอนรวมกันหมดได้ไง” ชายหนุ่มได้แต่นั่งมอง เออ...ก็คิดได้นี่นาว่าเตียงมันแคบจะนอนให้หมดได้อย่างไร แต่ทำไมยังจะดันทุรังนอนกับเขาอีก

“เห็นไหมเตียงมันแคบ เก๋เลยต้องเอาตุ๊กตาลงไปไว้ข้างล่าง แต่ถ้าเก๋นอนคนเดียวบนเตียงนะ เก๋ก็จะได้นอนกับตุ๊กตาด้วยไง นอนด้วยกันหมดเลย” เก๋ทำปากจุ๊ๆบอกให้เขาเบาเสียงเพื่อให้ลูกๆของเธอนอน เมื่อเก๋แน่ใจว่าลูกตุ๊กตาของเธอหลับสนิทหมดแล้วเธอจึงเขยิบเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม ซึ่งก็ใกล้มากจนเขาหายใจไม่ทั่วท้อง

“กะ...เก๋ นี่ดึกแล้ว นอนเถอะ”

“ที่หนูเอาลูกๆไปนอนข้างล่างหมดเพราะอะไร พี่รุจรู้ป่ะ” เขาส่ายหน้าแทนคำตอบ

“ก็เผื่อว่ากลางคืน แบบว่าดึกๆ เราสองคนจะทำลูกตื่นไง” 

“จะ ตื่น...ได้ยังไงล่ะ”

“ก็ตอนกลางคืน สองคน...บนเตียง...เขาทำอะไรกันอ่ะ” พูดจบก็หัวเราะคิกๆแล้วล้มตัวลงนอนกอดรุ่งรุจอย่างมีความสุข บางครั้งเขาก็อดคิดไม่ได้ว่า...นี่เก๋ความจำเสื่อมจริงหรือเปล่าเพราะเรื่องผัวเรื่องเมียนี่ดูแล้วเก๋จะจำได้จริงจังมากกว่าเรื่องอื่น

คืนนั้นทั้งคืนเก๋หลับสนิท คงเพราะฤทธิ์ยาหรือเพราะความตื่นเต้นเมื่อย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านก็ไม่แน่ใจ แต่ทั้งที่หลับสนิทเธอก็ยังกอดซบท่อนแขนล่ำของรุ่งรุจไปจนเช้า บางทีคนเราก็ต้องการแค่นี้ กินอิ่ม นอนหลับ ไม่ว่าคนรวยหรือจน คนสติดีหรือไม่ดีล้วนไม่ต้องการมากกว่าปัจจัยสี่หรือห้าขึ้นกับฐานะของแต่ละคน

วันนี้รุ่งรุจขอลาพักการซ้อมร้องเพลงอีกวันเพราะตั้งใจว่าจะเข้าไปที่ทำงานเพื่อวางแผนการคุ้มครองพยานและแจ้งความคืบหน้ากับผู้บังคับบัญชา แต่หลายคนที่เห็นกลับถามเป็นเสียงเดียวกันว่าหน้าไปโดนอะไรมาแม้กระทั่งผู้การเผด็จก็ยังถาม

“ไปมีเรื่องกับเขาอย่างนี้ เขาไม่ไล่ออกจากวงเอารึผู้กอง”

“ไม่หรอกครับ อีกอย่างผมไม่ใช่คนก่อเรื่องซะหน่อย นายกลดนั่นต่างหาก”

“เอาละๆ ถ้ายังไงก็ใจเย็นเสียหน่อย ไม่งั้นที่อุตส่าห์ทำไปจะเสียเรื่องหมด อ้อ...ข้อมูลที่คุณแจ้งมาเรื่องบ้านที่นายกลดซื้อนั่น ผมให้ฝ่ายสืบสวนเขาหาข้อมูลเพิ่มเติมมาให้”

นายตำรวจอีกคนในห้องประชุมลุกขึ้นชี้แจงข้อมูลที่ได้มารวมถึงอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดของนายกลด แทบไม่น่าเชื่อว่าคนอะไรจะร่ำรวยมากมายขนาดนี้ เพราะนอกจากโกดังสินค้าเป็นสิบแห่งก็ยังมีทั้งบ้านเดี่ยว รีสอร์ตและคอนโดอีกหลายที่

“บ้านหลังที่นายกลดซื้อให้เนตรอัปสรอยู่ชานเมืองจริงๆครับ แต่เราส่งสายสืบเข้าไปดูก็ไม่เห็นความผิดปกติอะไร เป็นบ้านซื้อใหม่ยังไม่มีการเข้าไปอยู่ แต่....บ้านเลขที่เดียวกันนี่ยังมีอีกหลังนึงครับ”

“อืม...บ้านเลขที่เดียวกันสองหลังเลยรึ” ผู้การเผด็จตั้งข้อสงสัย

“ครับ หลังนึงเป็นบ้านซื้อใหม่ อีกหลังนึงเป็นบ้านค่อนข้างเก่าแต่ที่แปลกคือมีรั้วสูงแถมมีลวดหนามกันไว้แน่นหนา มองจากข้างนอกไม่เห็นภายในบ้านเลยครับว่ามีอะไรบ้าง พื้นที่รอบๆบ้านหลังนั้นก็มากพอควร”

“ทั้งสองหลังเป็นชื่อเนตรอัปสรหมดเลยหรือครับ” รุ่งรุจถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

“ข้อมูลบอกว่าอย่างนั้นครับ บางทีอาจเป็นเอกสารที่นายกลดปลอมแปลงก็ได้ งานนี้ผมว่า...เนตรอัปสรอาจมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยก็ได้ครับ”

“มีความเป็นไปได้มากทีเดียวนะ เอาอย่างนี้...คุณคุยกับเนตรอัปสรดู เผื่อเขาจะรู้ว่าบ้านทั้งสองหลังนี้เอาไว้ทำอะไร อ้อ...แล้วอย่าไปล้ำเส้นนายกลดอีกล่ะ ยิ่งไปยุ่งกับแฟนน้อยของเขาอีก บางทีอาจจะโดนอีกสักหมัดก็ต้องทำใจนะผู้กอง” ทุกคนในห้องประชุมหัวเราะครืนในขณะที่รุ่งรุจได้แต่คลำแผลที่ยังช้ำ

ผ่านไปหลายวันรุ่งรุจก็กลับไปซ้อมตามเดิม วันนี้เขาไม่เห็นนายกลดมาเฝ้าภู่วารินอีก อาจเพราะเธอห้ามไว้ไม่ก็เกรงใจครูเทืองเนื่องจากเพิ่งมีเรื่องกันไปไม่นาน

“แผลหายแล้วนี่รุจ” ภู่วารินเดินเข้ามาทักทันทีที่เจอกัน

“ครับ แล้วคุณรินล่ะครับ เป็นไงบ้าง หลังจากเรื่องวันนั้น...”

“เรื่องนั้นน่ะรึ คุณกลดเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรอีกเพราะเขาคงรู้ตัวว่าผิด แต่พอเขาฟังฉันพูดก็เข้าใจทุกอย่างแล้วล่ะ” รุ่งรุจทำหน้าเซ็ง บทจะเข้าใจก็เข้าใจกันง่ายๆอย่างนี้เอง

ตกเย็นเมื่อการซ้อมเสร็จสิ้นก็เป็นเวลาที่หมวยกลับเข้าบ้านพอดี สาวน้อยดีใจออกนอกหน้าที่ได้พบกับรุ่งรุจอีกครั้งหลังจากที่ได้ยินข่าวเรื่องทะเลาะวิวาทกับนายกลด

“หมวยนะ...พอได้ข่าวก็เป็นห่วงพี่รุจแทบแย่ เห็นนังลูกหมูบอกว่าพี่โดนแฟนคุณรินต่อยเสียหน้าแหก แต่นี่ก็ยังดูหล่อเหมือนเดิม นังนี่ก็ใส่สีตีไข่มากเกินจริง” หมวยบ่นพึมพำ ที่จริงสาวน้อยแอบดีใจลึกๆที่ชายในฝันชวนมากินข้าวสองต่อสอง แม้มันจะเป็นร้านบะหมี่ข้างทางก็เถอะ

“แล้วเรื่องที่หมวยรับปากพี่ว่าจะทำให้ล่ะ ไปถึงไหนแล้ว”

“โห...พี่รุจ เพิ่งมาถึงร้านยังไม่ได้สั่งอะไรกินเลย จะถามเรื่องนั้นแล้วเหรอ ขอหมวยกินอะไรก่อนได้ป่ะคะ หิวจะแย่แล้ว” ชายหนุ่มยิ้มด้วยความเอ็นดู

“เอาสิ อยากกินอะไรก็สั่งเลย วันนี้พี่เลี้ยงเอง”

หลังจากสั่งไปสักพักบะหมี่ก็ถูกยกมาเสิร์ฟ หมวยลงมือปรุงเป็นอย่างแรกปากก็เล่าเรื่องที่เจอมาทั้งวันไปพลาง

“วันนี้คุณพีชเข้าที่ออฟฟิตช้าหน่อย หมวยก็เลยพอมีเวลาหาข้อมูลที่พี่รุจอยากได้ แต่เท่าที่ดูๆแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรน่าสงสัยเลย มีก็แต่เอกสารของผู้หญิงพวกนั้นที่คุณพีชให้หา”

“ทำไมรึ ผู้หญิงพวกนั้นน่าสงสัยยังไง” สาวน้อยหน้าตาบึ้งตึงมือก็ยังคงใส่เครื่องปรุงอยู่นั่นแล้ว

“พี่รุจคิดดู....จะให้ไปหาผู้หญิงที่ไหน ต้องหน้าหมวย น้ำหนักร้อยโลขึ้น ไม่รู้เจ้าของงานจ้างเขาคิดอะไรอยู่ แล้วผู้หญิงสเปคอย่างนี้เขาจะมาสมัครที่โมเดลลิ่งไหมล่ะ หายากตายชัก” พูดจบก็คลุกบะหมี่เสียแรงเพื่อระบายอารมณ์จนรุ่งรุจไม่แน่ใจว่าเส้นบะหมี่จะยุ่ยเละรวมกับน้ำซุปหรือเปล่า

“แปลกดีเนอะ งานอะไร แล้วตกลง....หมวยหาให้ได้ไหม”

“งานอะไรก็ไม่รู้ล่ะ หมวยหาจนหลังขดหลังแข็งก็หาไม่ได้ พอไม่ได้คุณพีชก็บ่นๆๆๆ น่ารำคาญชะมัด...แล้วนี่มันบะหมี่หรืออะไรเนี่ย ไม่เห็นอร่อยเลย ทำให้คนกินหรือให้หมากินวะ” หมวยบ่นจนรุ่งรุจที่เพิ่งเอาบะหมี่เข้าปากต้องฝืนกินต่อด้วยความกระอักกระอ่วน

“อย่าเพิ่งอารมณ์เสียไปสิหมวย ทำงานมันก็อย่างนี้แหละ” คราวนี้สาวน้อยยิ้มออกมาได้แสดงว่าอารมณ์ดีขึ้น

“นี่ถ้าไม่ได้พี่รุจคอยให้กำลังใจนะ หมวยเลิกทำงานกับคุณพีชไปละ งั้นเดี๋ยวเรากินบะหมี่เสร็จแล้วไปหาของหวานกินกันต่อนะคะ หมวยเห็นร้านนึงเพิ่งเปิดใหม่ที่ปากซอย” แค่หมวยอารมณ์ดีขึ้นรุ่งรุจก็รู้สึกดีไปด้วย เพราะเมื่อกี้ที่หมวยบ่นเรื่องบะหมี่ก็ดังพอควร ไม่รู้ว่าเจ้าของร้านได้ยินหรือเปล่า

“อ้อ...มีอีกเรื่องนะที่หมวยว่ามันแปลกๆ”

“เรื่องอะไรรึ”

“ก็เอกสารที่คุณพีชให้หา มีบางชื่อที่ไม่มีหลักฐานเลยว่าเคยมาสมัครกับเรา แต่อันนี้เหมือนว่าพ่อแม่ของผู้หญิงพวกนั้นเขามาถามหา คุณพีชก็เลยให้หมวยหาเอกสารของผู้หญิงพวกนั้นด้วย แต่ไม่เห็นจะมี”

“พวกนั้น...แสดงว่ามีหลายคนหรือหมวย” รุ่งรุจซัก

“อืม....ก็หลายคนอยู่ หมวยว่านะพวกนั้นคงแบบ....เด็กใจแตก หนีออกจากบ้านอะไรอย่างนี้แล้วก็โกหกพ่อแม่ว่ามาสมัครงานที่โมเดลลิ่ง แต่พี่รุจนึกออกไหม...พ่อแม่ก็ยังคิดว่าลูกตัวเองไปทำงานได้ดิบได้ดี เห็นว่าบางคนแรกๆก็ส่งเงินให้ทางบ้านอยู่นะแต่หลังๆก็หายไป ก็เลยมาตามหากันที่โมเดลลิ่งที่ลูกของตัวบอกว่าเคยสมัครไว้ พอหาเข้าจริงๆก็ไม่มี อย่าว่างั้นงี้เลยพี่รุจ...ขนาดที่วงนะก็ยังเคยโดนเรื่องแบบนี้มาแล้ว ที่อยู่ๆก็มีคนมาตามหาลูกหลานที่ขาดการติดต่อ บาปกรรมจริงๆ...โกหกแม้กระทั่งพ่อแม่ตัวเอง”

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น