เสน่ห์ลูกทุ่ง

ตอนที่ 15 : บทที่ ๑๕

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 ส.ค. 63

“จะไปไหน”

“ก็...ไปห้องซ้อมไงครับ”

“ยังไปไม่ได้”

“มีอะไรกับผมงั้นหรือครับ” น้ำเสียงกวนอารมณ์ทำให้นายกลดเดือดดาล รุ่งรุจไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นายกลดโมโหหรือโกรธมากไปกว่านี้ แต่ก็อดไม่ได้จริงๆเพราะเขาก็เกลียดคนที่มักโปรยปรายความรักและให้ความหวังกับใครเขาไปทั่วโดยไม่คิดว่าคนที่ได้รับนั้นจะชอกช้ำเพียงใด

“มึงคิดว่ามึงแน่นักใช่ไหม แน่นักหรือยังไง....ถึงกล้ามายุ่งกับแฟนกู”

“ผมว่าคุณคงจะเข้าใจผิดแล้วมั้งครับ ผมไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับคุณรินเกินฐานะเพื่อน คุณกลดอย่าเที่ยวเอานิสัยของตัวเอง จำพวกคบซ้อนกันหลายๆคน ไม่ก็ยุ่งกับสาวๆไปทั่ว...มาตัดสินคนอื่นว่าจะเหมือนตัวเองสิครับ” นายกลดเลือดขึ้นหน้า เขาคว้าคอเสื้อรุ่งรุจแล้วกระชากเข้ามาในระยะประชิดที่จะเงื้อหมัดได้ถนัด

“อ๋อ....ปากดีอย่างนี้เองสินะ ใครๆถึงได้หลงคารมมึงไปหมด แต่ปากดีๆอย่างนี้คงไม่ได้ใช้แค่พูดอย่างเดียวล่ะมั้ง คงจะใช้ทำอย่างอื่นด้วย...ถึงได้ทำให้หลงกันจนโงหัวไม่ขึ้น” รุ่งรุจยิ้มเหยียด นึกสมเพชที่ต้องมาทนฟังคนประเภทนี้สาธยายความผิดของคนอื่นในขณะที่ความผิดของตัวเองก็มีเป็นกระบุง

“ดียังไงก็คงไม่เท่าคุณกลดหรอกมั้งครับ ไม่อย่างงั้นจะคบควบสองควบสามได้รึ”

“นั่นทำอะไรกันน่ะ!!” คุณพีชที่ชะโงกลงมาจากชั้นสองอุทานทำให้รุ่งรุจหันไปมอง และในขณะที่เขาไม่ทันระวังตัว นายกลดก็ปล่อยหมัดขวาเพียวๆเข้าที่กรามของรุ่งรุจอย่างจังจนลงไปนั่งกองอยู่บนพื้นห้องรับแขก

เสียงโวยวายของคุณพีชคงดังพอควรจึงทำให้ทุกคนในบ้านวิ่งออกมาพร้อมกัน แต่ก่อนที่นายกลดจะถลาเข้าไปหารุ่งรุจอีกรอบ คุณพีชก็เข้ามาขวางจนอีกฝ่ายชะงัก ภู่วารินที่วิ่งออกมาก็ช่วยห้ามแฟนหนุ่มอีกแรง

“มีเรื่องอะไรกันถึงขนาดต้องใช้กำลัง แล้วนี่ยังจะมีเรื่องในบ้านฉันอีก” เธอเหลือบมองรุ่งรุจนิดหนึ่งแต่ก็พอสังเกตได้ว่ามีเลือดซึมออกมาที่มุมปาก

“ถึงคุณจะเป็นหุ้นส่วนของฉัน แต่ถ้าจะไม่เกรงใจ...มาชกต่อยในบ้านฉัน มาทำร้ายคนของฉัน ฉันว่ามันมากเกินไป จะผิดจะถูกแค่พูดกันดีๆไม่รู้เรื่องหรือไง..” ทุกคนนิ่งเงียบและคงรับรู้ได้ถึงรัศมีความโกรธที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวคุณพีช

“เอาล่ะ ถือว่าผมผิดเองที่ใจร้อนไปทำร้ายคนของคุณพีช ถ้ายังไงผมขอโทษคุณพีชกับครูด้วยนะครับ” หลังจากขอโทษแค่สั้นๆนายกลดก็ลากลับโดยลากภู่วารินกลับไปด้วย รุ่งรุจได้แต่ทำใจ...คนที่ควรได้รับคำขอโทษมากที่สุดควรเป็นเขาต่างหาก

การซ้อมร้องเพลงวันนี้เป็นอันต้องยกเลิก ครูเทืองได้แต่บ่นงึมงำไปตามเรื่องส่วนรุ่งรุจก็ได้เนตรอัปสรคอยปฐมพยาบาลประคบรอยช้ำจากแรงหมัดของนายกลด

“เจ็บมากไหมรุจ”

“ไม่เจ็บเท่าไหร่ครับ พอทนไหว...โอ๊ย!!” รุ่งรุจร้องเสียงหลงโดยที่เนตรอัปสรยังไม่ทันประคบน้ำแข็งลงบนแผลด้วยซ้ำ

“ตัวก็ใหญ่ทำใจเสาะไปได้ เนตรยังไม่ทันทำอะไรเลย” หญิงสาวหัวเราะคิกคัก ถ้านายกลดมาเห็นว่าเบอร์สองของเขาเฝ้าทำแผลให้รุ่งรุจแบบนี้ ไม่รู้ว่าเลือดจะขึ้นหน้าอีกรอบหรือเปล่า

“แล้วนี่ทะเลาะอะไรกับคุณกลดเขาล่ะ ถึงได้โดนเขาชกมาจนปากแตกหน้าช้ำอย่างนี้” 

รุ่งรุจมองสาวสวยตรงหน้า นี่น่ะหรือคนที่จะแย่งแฟนของภู่วารินได้ จะว่าไปที่ภู่วารินพูดก็ถูก เนตรอัปสรเป็นคนหัวอ่อนหรือจะเรียกว่าอ่อนต่อโลกก็คงไม่ผิด เธอถูกประคบประหงมเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี สิ่งใดที่จะเป็นภัยต่อชีวิตและจิตใจแทบจะไม่ได้มากล้ำกรายเพราะการปกป้องจากคนผู้เป็นที่รัก นั่นจึงทำให้โลกทั้งโลกของเธอสดใส อ่อนหวานและสวยงามไปหมด จนอาจจะไม่ทันเห็นว่าท่ามกลางความงดงามเหล่านั้นซ่อนแฝงด้วยอันตรายอันร้ายแรงอย่างที่เธอไม่คาดคิด

“เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่เรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อย” เนตรอัปสรยิ้มหวานพลางประคบน้ำแข็งลงบนแผลช้ำอย่างเบามือ

“ไม่นิดหน่อยล่ะมั้ง ไม่งั้นหน้าคงไม่ช้ำหนักอย่างนี้ จะเล่าให้เนตรฟังบ้างก็ได้นะ”

“คือ...เอิ่ม คุณกลดเขาไปเห็นผมนั่งคุยกับคุณรินแล้วเข้าใจผิดน่ะครับ” หญิงสาวหยุดมือที่กำลังประคบน้ำแข็งค้างไว้อย่างนั้น

“แค่นั้นน่ะรึ” เนตรอัปสรคงเพิ่งได้สติจึงค่อยๆประคบให้รุ่งรุจต่อ

“ครับ...แค่นั้น คุณกลดเขาก็เข้าใจผิดแล้วก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ”

“คุณกลดเป็นคนขี้หึง ถ้ารักใครแล้วเขาก็รักจริงจัง ใครไปยุ่งกับคนของเขาไม่ได้หรอก อย่าง...รินนั่นไง”

“คุณกลดคงรักคุณรินมากนะครับ แค่ไปนั่งคุยกับคุณรินชั่วประเดี๋ยวเดียวก็หึงได้ขนาดนั้น” เนตรอัปสรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็นเหมือนมีอะไรจุกอยู่ที่คอหอย เธอนิ่งเงียบไปพลางเก็บอุปกรณ์ปฐมพยาบาล

“อืม...ภู่วารินคือคนที่คุณกลดเขาตั้งใจจะ....แต่งงาน ใช้ชีวิตร่วมกัน” น้ำเสียงแผ่วเบาของเนตรอัปสรทำให้รู้ว่าเธออัดอั้นกับสถานภาพของตัวเองไม่น้อย แต่ก็ไม่มากพอที่จะตัดใจจากนายกลดได้

“แล้วคุณ....”

“ทำแผลเสร็จแล้วใช่ไหม ฉันจะไปส่งนายที่บ้านให้” ก่อนที่รุ่งรุจจะถามอะไรต่อ คุณพีชก็เข้ามาพอดีเนตรอัปสรถึงได้โอกาสขอตัวแล้วหายเข้าบ้านไป

ระหว่างทางกลับบ้านเช่า รุ่งรุจที่นั่งเงียบทำให้คุณพีชยิ่งเห็นใจ อันที่จริงคนอย่างรุ่งรุจก็ไม่มีอะไรจะไปเทียบชั้นคนอย่างนายกลดได้อยู่แล้ว แต่ไม่รู้ทำไมนายกลดถึงได้โกรธหนักหนาถึงขั้นลงไม้ลงมือ เพราะเท่าที่เธอเห็น ชายหนุ่มเป็นคนอ่อนน้อมมีสัมมาคารวะ แถมกตัญญูทำมาหากินเลี้ยงตัวเองและพ่อที่กำลังป่วย

“นายไม่ต้องคิดมากหรอกนะ เรื่องวันนี้...” 

“ผม...ไม่เป็นไรหรอกครับ ช่างมันเถอะ”

“อืม...คิดได้อย่างนั้นก็ดี จะว่าไปนายกับเขาก็ไม่ได้ข้องแวะกันเท่าไหร่ อะไรที่คิดว่ามันจะไปเกี่ยวกับเขาก็ถอยห่างซะ ฉันว่ามันจะดีกับตัวนายเองนะ”

“แต่ผมไม่เข้าใจเลย เขาทำแบบนี้กับคุณรินและคุณเนตรได้ยังไง ทั้งที่สองคนนั่นรักเขา”

“เรื่องบางเรื่องมันก็ยากเกินคำอธิบายนะรุจ เรื่องของหัวใจจะไปกะเกณฑ์เอาเหตุผลก็คงไม่ได้หรอก” ชายหนุ่มทำหน้ามุ่ย แล้วเหตุผลโง่ๆแบบที่ยอมทุกอย่างเพื่อความรักก็ใช้ได้อย่างนั้นหรือ

“เป็นผมนะ...ผมโกรธตายเลย ถ้าโดนอย่างคุณริน ทั้งโดนหลอก ทั้งโดนสวมเขา แต่คุณรินก็ทนอยู่ได้”

“เขาก็คงมีเหตุผลของเขาที่ยอมทนอยู่อย่างนี้ แต่เอาเถอะ....เรื่องคนอื่นอย่าเอามาใส่ใจเลย” รุ่งรุจยังฮึดฮัดเพราะไม่ได้ดังใจ คิดไปก็ยังโมโหแทนภู่วารินไม่หาย

“แล้วถ้าคุณพีชเจอแบบนี้บ้าง คุณพีชจะทำไงครับ” หญิงสาวนิ่งไปทำให้รุ่งรุจรู้สึกว่าคงพูดอะไรผิด

“ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่เคยเจออะไรแบบนี้ ตอนนั้นมันมากกว่านี้ด้วยซ้ำ”

“คุณพีชเคย...โดนหลอกหรือสวมเขาอะไรอย่างนี้ด้วยหรือครับ”

“เรื่องมันก็นานมาแล้วล่ะ นานจนฉันจำไม่ได้ว่ามันผ่านมานานแค่ไหน จำได้แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนนั้นฉันเพิ่งเริ่มทำงานกับคุณพ่อ ก็ยังสาวๆน่ะนะ....ผ่านโลกมาก็ยังไม่มาก มีผู้ชายคนนึง หน้าตาฐานะเขาดีใช้ได้เลยทีเดียว เขาเริ่มเข้ามาทำความรู้จักฉัน ฉันก็เผลอไผลไปกับเขาเหมือนผู้หญิงหลายๆคน กระทั่งพาเขามาเจอคุณพ่อคุณแม่ ทั้งสองคนยังเห็นดีด้วยเลยที่เราคบหากัน” คุณพีชหันมายิ้มให้รุ่งรุจที่กำลังตั้งใจฟัง

“ชีวิตที่มีใครสักคนให้รักมันชื่นใจ มันเติมเต็มชีวิตไปซะทุกอย่าง เหมือนกับว่ามีพลังที่จะตื่นขึ้นมาต่อสู้กับงานหรืออะไรก็ตามที่หนักหนาในทุกๆวัน นายรู้ไหม....ฉันถึงขั้นวางแผนแต่งงานกับเขาไว้แล้ว คิดดูสิ...ได้แต่งงานกับคนที่เรารักเขาแล้วเขาก็รักเรามันจะดีแค่ไหน ใครจะอยากแก่ตายอย่างเดียวดายบนคานล่ะ” คุณพีชถอนหายใจเบาๆ

“เราช่วยกันเตรียมงานแต่งไปแล้วเกือบครึ่ง เหลือแต่รายชื่อแขกที่จะเชิญกับอะไรเล็กน้อย แต่...อยู่ๆเขาก็หายไป เหมือนหายไปจากชีวิตของฉันซะอย่างนั้น ติดต่อไม่ได้เลยสักทาง ตอนนั้นฉันแทบบ้าอย่างกับว่าใครมาเอาลมหายใจของฉันไป ไม่อยากมีชีวิตอยู่ ทุรนทุราย...อยากตาย ทั้งอายทั้งเสียใจ แค้นใจก็เท่านั้น”

“แล้วคนนั้น ไปไหนล่ะครับ”

“นายลองทายดูสิว่า เขาหายไปไหน” รุ่งรุจคิดอยู่พักหนึ่งก็หาคำตอบไม่ได้ที่อยู่ดีๆคนคนหนึ่งจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย

“เขา..ตาย หรือไงครับ”

“หึ....ตายไปเสียยังจะดีกว่า นายรู้ไหม...เขากลับไปอยู่กับครอบครัวของเขาที่ต่างจังหวัด ครอบครัวที่อบอุ่นมีลูกเมียอยู่พร้อมหน้า ครอบครัวที่แสนน่ารักของเขา กับลูกๆที่น่ารักของเขาอีกสองคน”

“เขา...มีเมียอยู่แล้ว งั้น....ที่จะมาแต่งกับคุณพีชก็...”

“ใช่....เขาหลอกฉันมาตลอด เงินทองที่ได้จากฉันเขาก็เอาไปเลี้ยงลูกเมียทางโน้น เขาคงคิดว่าประเทศไทยมันแคบจนหลบฉันได้ แต่ไม่รู้ว่าโชคชะตาหรือเวรกรรมทำให้ฉันตาสว่าง ทำให้ฉันได้รู้ได้เห็นว่าเขาอยู่ดีมีสุขแค่ไหนในขณะที่ปล่อยให้ฉันทุกข์ทรมานทั้งกายทั้งใจ” คุณพีชกำพวงมาลัยรถแน่นเหมือนว่าความแค้นใจยังไม่จางหายไปไหน

“แล้วคุณพีชทำยังไงต่อล่ะครับ”

“จะทำยังไงได้ ก็แค่อโหสิกรรมกันไป เงินทองจะไปฟ้องร้องเอาคืนก็ใช่ที่ เราให้เขาเองด้วยความเสน่หาหรือจะเรียกง่ายๆว่าโง่ให้เขาไปเอง”

“คุณพีชคงเสียใจมากนะครับ เจอแบบนี้หนักกว่าคุณรินอีก”

“เสียใจแต่ก็ยังดีใจที่ผ่านมันมาได้ พอตาสว่างแล้วก็เลยได้เห็นว่าคนที่ทุกข์ใจมากกว่าเราหลายร้อยเท่าคือคุณพ่อกับคุณแม่ ที่ได้แต่เฝ้าดูคนเป็นลูกทุกข์จะเป็นจะตาย เฝ้าปลอบประโลมลูกที่หูหนวกตาบอดด้วยความรักจอมปลอมจากคนอื่นโดยมองข้ามรักแท้ๆจากพ่อแม่ตัวเอง จากนั้นมากับความรัก....จะว่าเข็ดก็เข็ด จะว่ากลัวก็กลัว แต่ว่าที่กลัว...คงจะกลัวโดนโกหกโดนหลอกอีกนั่นแหละ” คุณพีชบอกกับชายหนุ่มก่อนจะเลี้ยวเข้าซอยบ้านเช่า นายตำรวจหนุ่มได้แต่ยิ้มแหยๆเพราะที่เขาทำอยู่นี่ก็เท่ากับหลอกเธอเหมือนกัน

ยังไม่ทันที่คุณพีชจะเลี้ยวรถเข้ามาจอดที่หน้าประตูรั้วก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง รถยนต์ยี่ห้อดังคันโตสีดำเงาปราบจอดเด่นเป็นสง่าอยู่ในบริเวณบ้าน เพียงเท่านี้รุ่งรุจก็รู้ตัวว่าโชคร้ายกำลังจะมาเยือนจากรถยนต์คู่ใจของเขาเอง

“นั่นรถใครมาจอดในบ้านนาย ยี่ห้อนี้รุ่นนี้แพงเสียด้วย ตัวท้อปก็เหยียบๆล้าน”

“อ๋อ...นั่น...คือ นั่นมันรถของคนข้างบ้านน่ะครับ เขามาฝากไว้” คุณพีชมองไปรอบๆ เท่าที่เห็นบ้านแถวนี้ไม่น่าจะมีเงินซื้อรถราคาแพงมาใช้ได้ แค่หาเงินกินอยู่ไปวันๆก็ดีถมไปแล้ว

“อย่างงั้นรึ น่าแปลก...รถของคนแถวนี้แน่นะ เขาทำงานอะไรถึงได้มีเงินซื้อรถแบบนี้มาใช้....ค้ายาหรือเปล่า” รุ่งรุจหน้ายุ่งเพราะการคาดเดาของคุณพีชดูเลยเถิดไปเยอะ

“คืองี้ครับ รถคันนี้ของคนข้างบ้าน คือ....เขา เขาเป็นคนขับรถไงครับ คงของเจ้านายเขาแหละ เห็นว่าจะต้องเอารถไปเช็คที่ศูนย์ แต่บ้านเขาไม่มีรั้วรอบขอบชิดก็เลยเอามาฝากบ้านผมไว้” คุณพีชได้ฟังก็เห็นด้วยไปตามเรื่องทำให้รุ่งรุจใจชื้นขึ้นมากว่าความลับจะไม่แตก

“พ่อนายนี่ขยันเนอะ นั่น....กำลังล้างรถให้เขาอยู่” นายตำรวจหนุ่มแทบไม่อยากหันไปมอง ภาพตรงหน้าคือดาบบัญชาใส่เสื้อคอกลมตราตำรวจนุ่งผ้าขาวม้ากำลังล้างรถอย่างสบายอารมณ์ ดาบบัญชาไม่ใช่คนชอบอยู่เฉยๆ เลยหาโน่นนี่ทำอยู่ตลอดเวลา นี่คงแวะไปที่ทำงานพอกลับบ้านไม่มีอะไรทำเลยล้างรถให้รุ่งรุจ แต่....ใครที่ไหนเขาใช้พ่อแก่ๆที่ยังป่วยมาล้างรถกัน

“อ้าว กลับมาแล้วหรือครับ ทำไมกลับไวจัง แล้วนั่น...หน้าไปโดนอะไรมา”

“เรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อยค่ะ ก็เลยมีเรื่องชกต่อยกัน แต่...เห็นรุจไม่เป็นอะไรมากแล้วเขาก็ไม่เอาเรื่อง พีชก็เลยขับรถมาส่งที่บ้าน” คุณพีชกลับไปแล้วรุ่งรุจถึงได้บอกให้ดาบบัญชาหยุดล้างรถทั้งที่กำลังลงแว๊กซ์เคลือบเงาอย่างเมามัน

“ดาบครับ จะล้างรถทำไมล่ะครับ อย่าลืมสิครับ...ดาบเล่นเป็นพ่อของผมที่ยังป่วยอยู่” ดาบบัญชานึกขึ้นได้ก็หน้าเสีย

“นั่นสินะครับ ผมลืมสนิทเลย”

“ช่างมันเถอะครับ แล้วนี่....ดาบนึกยังไงถึงได้ล้างรถของผมเสียสะอาดเงาวับอย่างนี้” ชายหนุ่มลูบตัวรถภายนอกอย่างพอใจ

“วันนี้ผมแวะไปที่โรงพยาบาลมา หมอบอกว่าเก๋กลับบ้านได้แล้ว แต่เราต้องพาเก๋ไปบำบัดอาการติดยาตามที่หมอนัด ผมก็เลยคิดว่าวันพรุ่งนี้จะชวนผู้กองไปรับเก๋ด้วยกัน” รุ่งรุจหน้าเครียดในทันทีจนดาบบัญชาอดถามไม่ได้

“ผู้กองมีอะไรขัดข้องหรือเปล่าครับ”

“ไม่มีอะไรขัดข้องหรอกครับ ถ้าเรารับเก๋ออกมาก็ต้องให้เก๋มาอยู่ที่นี่ แล้ว....คุณพีชที่เทียวไปเทียวมาอยู่นี่ล่ะครับ เราจะทำยังไงกันดี” คราวนี้เป็นดาบบัญชาบ้างที่ทำหน้าเครียดตามไปด้วย

“นั่นสิครับ ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย หรือเราจะเช่าห้องให้เก๋อยู่ต่างหากครับ”

“ไม่ได้ครับ เก๋จะต้องได้รับการคุ้มครองในฐานะพยานจนกว่าจะได้ตัวคนพวกนั้น ผมว่า...พวกมันคงต้องตามหาตัวเก๋เพื่อปิดปากแน่ๆ เพราะถ้าความจำของเก๋กลับมา มันจะใช้เป็นหลักฐานเอาผิดพวกมันได้ แล้วในระหว่างการรักษาเก๋ก็ต้องได้รับการดูแลจากใครสักคน ผมจะปล่อยให้เก๋ไปลำบากอีกไม่ได้หรอกครับ”

ผู้กองหนุ่มคิดหนักว่าจะทำอย่างไรดีเมื่อต้องเอาสาวน้อยสายสืบกลับมาดูแลที่บ้าน ถ้าคุณพีชเจอเข้า...เขาจะบอกคุณพีชว่าอย่างไร คุณพีชจะเชื่อเขาไหมเพราะคุณพีชก็คงรู้จักเก๋พอๆกับเขา แล้วเก๋จะอยู่ในบ้านในฐานะอะไร จะบอกว่าเป็นน้องสาวก็คงได้ แต่...ความจำบิดเบี้ยวของเก๋ทำให้เธอคิดว่ารุ่งรุจเป็นสามีของเธอ แล้วถ้าเก๋หลุดปากออกไปไม่ว่าเรื่องที่เข้าไปสืบข่าวขบวนการค้ามนุษย์หรือเรื่องที่เขาเป็นสามีของเธอ...คุณพีชจะว่าอย่างไร ความลับและเรื่องโกหกที่เขาพยายามปิดบังอยู่นั้นจะโดนเปิดโปงก่อนภารกิจจะเสร็จสิ้นหรือไม่

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น