เสน่ห์ลูกทุ่ง

ตอนที่ 13 : บทที่ ๑๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 ส.ค. 63

หลายวันถัดมารุ่งรุจก็มาซ้อมร้องเพลงที่บ้านครูเทืองตามปกติ มีแต่คุณพีชนั่นแหละที่ลับๆล่อๆ ไปทีไรถ้าไม่หายออกไปจากบ้านแต่เช้า ก็กลับมาดึกดื่นจนไม่ได้เจอกันเสียที ที่จริงรุ่งรุจก็ไม่ค่อยกล้าสู้หน้าคุณพีชเท่าไหร่เพราะโกหกไว้หลายเรื่อง ที่หายหน้าหายตาไปอีกคนก็คือหมวย เพราะหลังจากที่กลับมาอยู่บ้านครูเทืองก็ไม่ได้เจอหน้ากันอีก เห็นป้าจุ๊บบอกว่าหมวยไปทำงานกับคุณพีชอีกคนทำให้แม่แขถึงขนาดบ่นอุบว่าต่อไปใครจะขึ้นไปเต้นบนเวที

“ไงหมวย เดี๋ยวนี้หายหน้าไปเลยนะ” ทันทีที่สาวน้อยเห็นรุ่งรุจเธอก็เดินตรงมาหาด้วยท่าทีสดชื่นต่างจากเมื่อตอนเดินเข้าบ้านที่ดูเหนื่อยอ่อนเหมือนจะสิ้นลม

“ดีใจจังเจอพี่รุจด้วย แล้วเย็นป่านนี้ทำไมยังไม่กลับอีกคะ”

“กลับเร็วก็ไม่เจอหมวยน่ะสิ เดี๋ยวนี้หายหน้ากันไปหมด มาซ้อมทีไรไม่ค่อยเจอใคร” หมวยในชุดทำงานดูเป็นผู้ใหญ่เกินตัวยิ้มเขินๆ

“ก็แหม...ตอนนี้หมวยไปทำงานที่บริษัทคุณพีชแล้วน่ะสิ วันๆทำไม่ได้หยุด เหนื่อยกว่าอยู่ที่วงเป็นกอง แต่วันนี้...แค่ได้มาเจอพี่รุจหมวยก็หายเหนื่อยแล้วล่ะ” สาวน้อยออดอ้อนเกาะแขนชายหนุ่มแน่นจนเขากลัวเหลือเกินว่าใครมาเห็นจะเข้าใจผิด จะว่าไปสาวน้อยขาวอวบหุ่นทรงกะทัดรัดอย่างหมวยแทนที่จะได้ไปโชว์ตัวเหมือนคนอื่นๆ กลับต้องมาทำงานออฟฟิตก็น่าน้อยใจอยู่...แต่ถ้าลงทุนเสริมหน้าอกอีกนิด

“หมวยนะ...เบื่อจะตาย คุณพีชเอาเอกสารสมัครงานมาให้หมวยคัดอยู่นั่นแหละ เยอะแยะไปหมด”

“มีคนมาสมัครเยอะหรือหมวย”

“ก็พอควรแหละ แต่นี่ไม่รู้คุณพีชนึกยังไง...ถึงได้รื้อเอกสารของพวกที่ไม่ผ่านพวกตกสัมภาษณ์มาดูใหม่อีกรอบ ไม่รู้จะทำให้มันยุ่งยากไปทำไม” รุ่งรุจทำหน้าสงสัย คุณพีชกำลังจะทำอะไรกันแน่ถึงได้ค้นประวัติของผู้หญิงพวกนั้นขึ้นมาดูใหม่อีกครั้ง หรือว่าเธอกำลังหาสินค้าล๊อตใหม่ให้นายกลด

“พี่ขอให้หมวยทำอะไรให้สักอย่างนึงจะได้ไหม” สาวน้อยอายม้วนต้วนเมื่อผู้ชายในฝันมาขอร้อง

“พี่รุจจะให้หมวยทำอะไรให้ล่ะคะ หรือจะให้หมวย... แหม...พี่รุจ บ้าๆๆๆ” รุ่งรุจแทบไม่อยากคิดเลยว่าหมวยเข้าใจเรื่องที่เขากำลังจะขอให้เธอทำไปว่าอย่างไร แต่คาดแล้วว่ามันจะ...เกินเลยไปมาก

“เอิ่ม....หมวยจ๊ะ เรื่องที่พี่จะขอให้หมวยทำมันไม่ใช่อย่างนั้น คือ...พี่อยากให้หมวยส่งข่าวว่าคุณพีชจะทำอะไรกับเอกสารของผู้หญิงพวกนั้น” หมวยยิ้มเจื่อนๆเมื่อเรื่องที่รุ่งรุจขอไม่เป็นอย่างที่เธอคิด

“พี่รุจจะอยากรู้ไปทำไมล่ะ”

“เอาน่า หมวยช่วยพี่หน่อยได้ไหม”

“ก็ได้ๆ ถ้าคุณพีชใช้ให้ทำอะไร หรือมีอะไรอีก เดี๋ยวหมวยจะบอกพี่รุจก็แล้วกัน ว่าแต่...งานนี้พี่รุจมีค่าจ้างให้หมวยไหมล่ะ” สาวน้อยลูบไล้กล้ามแขนแน่นเปรี๊ยะของรุ่งรุจเบาๆยิ่งทำให้เจ้าตัวเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง

“เรื่องนั้น...เอาไว้ค่อยคุยกันอีกทีนะ” ผู้กองหนุ่มผละออกจากหมวยทันทีเมื่อการเจรจาเสร็จสิ้น รู้สึกเหมือนเพิ่งถูกพรากความเป็นชายทางอ้อม มันกระดากอายปนสยิวๆพิกล ตอนนี้เขาคิดอะไรไม่ออกทั้งนั้น รู้เพียงแต่ว่าต้องกลับบ้านเช่าให้เร็วที่สุด

รุ่งรุจรีบบึ่งรถกลับบ้านเช่าโดยไม่แวะที่ไหนอีก ดีนะที่คนๆนั้นเป็นหมวยไม่ใช่คุณพีช เพราะเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าคุณพีชทำแบบนี้บ้างมันจะเกิดอะไรขึ้น แต่ความคิดก็ต้องหยุดเพียงเท่านั้นเมื่อรุ่งรุจเห็นรถของคุณพีชจอดอยู่ที่หน้าบ้านทำให้ผู้กองหนุ่มต้องขับรถไปจอดซ่อนไว้เสียไกลแล้วเดินเข้าบ้านด้วยท่าทีปกติ

ไม่รู้คุณพีชมาที่บ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่สิ่งที่รุ่งรุจเห็นคือดาบบัญชากำลังคุยอย่างออกรสกับคุณพีช ไหนว่าดาบบัญชากังวลหนักหนาว่าตัวเองเป็นคนโกหกไม่เก่ง แต่ทำไมถึงคุยกับคุณพีชได้ตั้งนานสองนาน

“กลับมาแล้วหรือรุจ นี่...คุณพีชซื้อกับข้าวมาเสียเยอะแยะเชียว เดี๋ยวอยู่คุยกับคุณพีชไปก่อนนะ ผม...เอ้ย พ่อจะเอากับข้าวไปใส่ชามก่อน ประเดี๋ยวจะได้กินข้าวกัน” พูดจบก็กุลีกุจอถือถุงกับข้าวหายเข้าไปในครัวโดยที่รุ่งรุจห้ามไม่ทัน...ใครที่ไหนเขาใช้ให้พ่อที่ยังป่วยเอากับข้าวไปใส่ชามกัน

“มานานแล้วหรือครับคุณพีช”

“อืม เสร็จธุระก็เลยมาเยี่ยมพ่อนาย เห็นอยู่กันแค่สองคนพ่อลูก ฉันก็เลยซื้อของกินเข้ามาให้ด้วย”

“ผมเกรงใจคุณพีชจริงๆนะครับ ไหนจะค่าเช่าบ้าน ไหนจะข้าวของเครื่องใช้ แล้วนี่ยังจะของกินอีก”

“ไม่ต้องเกรงใจหรอก คุณแม่สอนเสมอว่าเราต้องเอื้อเฟื้อกับคนอื่นโดยเฉพาะคนที่เขาลำบากกว่าเรา แล้วนี่...มันก็ไม่ได้มากมายอะไร อีกอย่าง...มาคุยกับพ่อของนายก็สนุกดีออก” รุ่งรุจใจแป้วเพราะไม่รู้ว่าดาบบัญชาพูดอะไรออกไปบ้าง แล้วเรื่องราวโกหกมันจะปะติดปะต่อกับเรื่องของเขาหรือไม่

“เรื่องอะไรหรือครับที่ว่าสนุก” ผู้กองหนุ่มกลั้นใจถาม

“ก็เรื่องนายตอนเด็กๆ ที่วิ่งแก้ผ้าวนรอบบ้านเพราะโดนแมวไล่กัดช้างน้อย นายถึงได้กลัวแมวจนทุกวันนี้ แล้วก็เรื่องตอนที่นายอยู่โรงเรียนประจำแล้วโดนเอากางเกงในไปซ่อนจนหมด นายเลยต้องใช้ชีวิตโล่งๆอยู่หลายวันกว่าที่บ้านจะซื้อกางเกงในไปให้ อ้อ...แล้วยังมีเรื่องแต่งหญิงแก้บนอีกนะ เรื่องนี้นะตลกที่สุดเลย” 

ชายหนุ่มถึงกับยกมือห้ามก่อนที่คุณพีชจะพูดอะไรต่อไป ดาบบัญชาแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างดีเยี่ยมเพราะดาบบัญชานี่แหละเป็นคนดูแลรุ่งรุจชั่วครั้งชั่วคราวตอนเขาเป็นเด็ก และดาบบัญชาคงไม่รู้จะโกหกคุณพีชอย่างไรถึงได้เล่าวีรกรรมของรุ่งรุจให้คุณพีชฟังไปพลาง แล้วไอ้เรื่องต่างๆเนี่ยจะขุดมาเล่าทำไมก็ไม่รู้...หมดกัน

หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จคุณพีชก็ขอตัวกลับ ที่จริงรุ่งรุจอยากจะให้คุณพีชกลับใจจะขาดเพราะกลัวดาบบัญชาจะทำอะไรให้หญิงสาวระแคะระคายว่าเขาไม่ใช่พ่อของรุ่งรุจจริงๆ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คงเพราะกลัวว่าดาบบัญชาจะเล่าเรื่องอะไรของเขาให้คุณพีชฟังอีก...แค่นี้ก็อายจะแย่อยู่แล้ว

“หมู่นี้ไม่ค่อยได้เจอคุณพีชที่บ้านเลยนะครับ”

“อืม...ช่วงนี้ยุ่งๆน่ะ งานที่บริษัทกำลังเยอะเชียว อยู่ๆลูกค้าก็จุกจิกเรื่องสเปคของเด็กที่ฉันส่งไปทำงานเสียอย่างนั้น ก็เลยต้องพาลวุ่นกันทั้งบริษัท อ้อ...หมวยคงเล่าให้นายฟังแล้วสินะ”

“อะไรนะครับ” รุ่งรุจเริ่มไม่แน่ใจว่าหูฝาดหรือเปล่า

“ฉันบอกว่า นายคงรู้เรื่องยุ่งๆที่บริษัทจากหมวยแล้วสินะ ก็เมื่อตอนเย็นเห็นนั่งคุยกันตั้งนาน” น้ำเสียงของคุณพีชออกแนวประชดเบาๆ แต่ที่ทำให้ชายหนุ่มงงไม่หายคือ...คุณพีชรู้ได้อย่างไร

“แต่....เมื่อตอนเย็นคุณพีชไม่ได้อยู่บ้านนี่ครับ”

“ฉันแวะเข้าไปเอาของที่บ้าน เจอป้าจุ๊บ..เขาก็เลยเล่าให้ฟัง แต่ฉันขอเตือนนายนะ อย่าทำรุ่มร่ามในบ้านของฉัน ยังไงซะหมวยก็เป็นเด็กในบ้าน เหมือนลูกเหมือนหลาน จะทำอะไรช่วยเกรงใจกันด้วย” พูดจบก็สตาร์ทรถแล้วขับออกไปทิ้งรุ่งรุจให้ยืนงงอยู่ตรงนั้น เขาอยากจะบอกว่า...คนที่ทำรุ่มร่ามน่ะเด็กคุณพีชต่างหาก

ผ่านไปได้หลายอาทิตย์อาการของเก๋ก็ดีขึ้นตามลำดับ หมอบอกว่าอาการติดยายังต้องใช้เวลารักษาอีกนาน ตอนนี้อาการหวาดระแวงของเก๋ทุเลาลงไปมากแต่เธอก็ยังจำอะไรไม่ได้แม้กระทั่งเรื่องของตัวเอง ตอนนี้ดาบบัญชาจึงต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด วันนี้รุ่งรุจและดาบบัญชามาเยี่ยมเก๋ที่โรงพยาบาลพร้อมทั้งขนมของกินที่เก๋เคยชอบ

“ว่ายังไงเก๋ วันนี้หน้าตาสดใสขึ้นนะ อีกหน่อยก็หายแล้ว” ดาบบัญชาเดินเข้าไปใกล้ ใบหน้าสาวน้อยดูดีขึ้นมากแต่แววตายังมีความกลัวระคนอยู่ เธอขยับตัวหนีไปฟากหนึ่งของเตียงแล้วซบหน้าลงกับหมอนเหมือนจะซ่อนไม่ให้ใครเห็น

“ดูนี่สิเก๋ วันนี้มีขนมที่เก๋ชอบด้วยนะ นี่ไง...โดนัทแบบนี้ใช่ไหม” เก๋เงยหน้าขึ้นจากหมอนแล้วมองขนมในมือดาบบัญชา สาวน้อยรับขนมมากินพร้อมด้วยรอยยิ้ม

“อร่อยใช่ไหม เอ้า...นี่อีก ชาเขียวเจ้านี้เก๋ชอบกิน...เอาไปกินด้วยกันนะ” ดาบบัญชามองเก๋ด้วยความสงสาร เขาเอือมมือไปลูบหัวของเธอเบาๆด้วยความเมตตา สาวน้อยหน้ามองดาบบัญชาที่ยืนอยู่ข้างเตียงแล้วจ้องอยู่อย่างนั้นพักหนึ่ง ทันใดนั้นเก๋ก็วางทุกสิ่งในมือแล้วกอดเอวดาบบัญชาเอาไว้

“พ่อ.....” เธอพูดคำนั้นซ้ำๆแล้วก็ร้องไห้ ดาบบัญชานิ่งไปนิดหนึ่งก็โอบกอดเก๋พร้อมด้วยน้ำตานองหน้า

“ใช่....เก๋....นี่พ่อเอง เก๋จำพ่อได้แล้วใช่ไหม” สาวน้อยพยักหน้า เมื่อผู้กองรุ่งรุจเห็นแบบนี้ก็รู้สึกตื้นตันและยินดีไปพร้อมกันเพราะนี่หมายความว่าความทรงจำของเก๋กลับมาแล้ว และเรื่องทุกอย่างที่เธอได้พบเจอมาจะต้องกระจ่างและนำไปสู่การจับกุมพวกนรกนั่นทั้งหมด

“เก๋...แล้วจำได้ไหมว่านั่นใคร” ดาบบัญชาชี้ไปที่รุ่งรุจที่ยืนอยู่ไม่ไกล เธอมองเขาอยู่ชั่วครู่ก็พยักหน้าเป็นสัญญาณว่าจำได้

“ไหนเก๋บอกพ่อสิว่าคนนั้นชื่ออะไร”

“พี่...รุจ” คำตอบชัดถ้อยชัดคำของเธอสร้างความดีใจให้กับทั้งสอง บางทีเรื่องการฟื้นฟูความจำของเธออาจจะใช้เวลาไม่มากอย่างที่คิด

“เก๋จำได้แบบนี้ก็ดีเลยสิครับผู้กอง แหม ผมนึกว่ามันจะใช้เวลามากกว่านี้ซะอีก หลงคิดว่าต้องเป็นเดือนเป็นปีกว่าเก๋จะจำอะไรได้ นี่ไม่เท่าไหร่เก๋ก็จำผมกับผู้กองได้แล้ว”

“ครับ...อีกหน่อยคงค่อยๆถามได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง” ดาบบัญชาถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่เพื่อความแน่ใจว่าเก๋จำทุกอย่างได้จริงๆ เขาจึงตั้งคำถามอีกครั้ง

“แล้วเก๋จำได้ไหมว่าพี่รุจ คนนี้น่ะ...เป็นอะไรกับเก๋” เก๋จ้องใบหน้าคมคายของรุ่งรุจนิดหนึ่งแล้วยิ้มอายๆ

“เป็น....ผัว” 

ผู้กองหนุ่มอ้าปากค้าง สงสัยเขาจะเข้าใจผิดว่าเก๋จำอะไรต่ออะไรได้ทั้งหมด แต่นี่มันออกจะดูสับสนไปมาก ดาบบัญชาที่ยืนอยู่ใกล้ๆถึงกับต้องถามซ้ำแต่คำตอบของเก๋ก็ยังเหมือนเดิม

ในระหว่างทางกลับบ้านเช่า นายตำรวจหนุ่มไม่พูดอะไรสักคำ...มันต้องมีอะไรผิดพลาดสักอย่าง ถึงทำให้เก๋เข้าใจหรือจำผิดไปได้ถึงขนาดนั้น จะจำว่าดาบบัญชาเป็นพ่อนี่ก็ไม่หนักหนาเท่าไหร่ แต่จำว่าเขาเป็นสามีของเธอด้วยนี่สิ...

“คิดอะไรอยู่หรือครับผู้กอง หน้าเครียดเชียว”

“จะไม่เครียดได้ยังไงล่ะครับดาบ ก่อนหน้านี้ก็มีพ่อปลอมๆมาคนนึงแล้ว นี่อยู่ๆก็มีเมียเพิ่มมาอีกคน ไม่รู้ว่าต่อไปจะมีอะไรเพิ่มมาอีกหรือเปล่า” ดาบบัญชาได้แต่แอบขำเบาๆแล้วพยายามหาคำปลอบใจ

“อย่าคิดมากไปเลยครับ เก๋อาจจะสับสันอยู่บ้าง อีกสักพักเขาคงเข้าใจเอง” 

“แล้วความจำส่วนไหนของเก๋ล่ะครับที่ทำให้เขาคิดว่าผมเป็น..ผัวของเขาน่ะ” คราวนี้ดาบบัญชาหัวเราะออกมาแต่ก็จำใจกลั้นเอาไว้จนหน้าแดง

“เอ...ผมก็ไม่รู้สิครับ แต่เท่าที่เห็น..ก่อนหน้านี้เก๋เขาก็ออกจะปลื้มๆผู้กองอยู่มาก ไม่แน่ว่าเขาอาจจะฝังใจว่าเขาเป็นแฟนของผู้กองก็ได้นะครับ” ผู้กองหนุ่มทำหน้ามุ่ยเพราะนั่นมันไม่ใช่เรื่องจริงเลยสักนิด งานนี้เรียกว่าจิตใต้สำนึกของเก๋สร้างเรื่องขึ้นเองล้วนๆ แถมพาลทำให้เรื่องราวที่เธอจำได้สับสนหนักเข้าไปอีก

“แล้วผมจะทำยังไงต่อดีล่ะครับ เกิดเก๋เที่ยวไปบอกคนอื่นว่าผมเป็นผัวของเขา”

“ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่ครับ ตอนนี้ทุกคนก็รู้ว่าเก๋ความจำเสื่อมจากการติดยา เว้นแต่ว่า...ผู้กองไม่อยากให้คนที่ผู้กองแคร์ได้รู้” รุ่งรุจหันมองดาบบัญชาที่นั่งอยู่ด้านข้าง

“ดาบนี่...ชักจะรู้มากไปแล้วนะครับ”

“ผมเป็นคนมีเซ้นส์น่ะครับ พอจะรับรู้ได้จากความรู้สึกของใครบางคน” ผู้กองหนุ่มเบือนหน้าหนีแล้วเร่งให้รถวิ่งเร็วขึ้นโดยไม่สนใจดาบบัญชาที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ข้างๆ

อาการของเก๋ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้รุ่งรุจสบายใจขึ้นมาก วันรุ่งขึ้นเขาจึงมาซ้อมร้องเพลงที่บ้านครูเทืองด้วยความกระปรี้กระเปร่า ต่อจากนี้การสืบหาเบาะแสขบวนการค้ามนุษย์จะง่ายขึ้นเป็นกองจากคำให้การของเก๋ เพราะเธอเป็นพยานปากสำคัญที่รอดออกมาแถมยังเป็นสายตำรวจที่ไว้ใจได้ งานของรุ่งรุจก็คงเหลือแต่การกระชากหน้ากากธุรกิจของนายกลดที่คุณพีชมีส่วนเกี่ยวข้อง

“วันนี้รุจดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษนะ มีเรื่องอะไรดีๆเล่าให้เนตรฟังรึเปล่า” เนตรอัปสรร่าเริงเหมือนทุกวัน ชีวิตเนตรอัปสรนั้นดูราบรื่น ครอบครัวฐานะปานกลางค่อนข้างดีแถมสนับสนุนเรื่องการร้องเพลงจนได้มาร้องเพลงกับวงดนตรีลูกทุ่งของญาติๆกันอีก แทบไม่ต้องดิ้นรนอะไรเลยต่างจากภู่วารินลิบลับที่ปากกัดตีนถีบและมาร้องเพลงได้ด้วยพรสวรรค์ล้วนๆ

“ไม่มีอะไรหรอกครับคุณเนตร แล้วนี่คุณเนตรกำลังจะออกไปไหนครับ วันนี้ไม่ซ้อมร้องเพลงหรือครับ”

“เนตรจะออกไปธุระน่ะ สักพักก็กลับ รุจเข้าไปซ้อมก่อนเถอะ” ชายหนุ่มอดแปลกใจไม่ได้จึงเดินตามเธอไปห่างๆ จนได้เห็นกับตาว่าเนตรอัปสรขึ้นรถของนายกลดแล้วออกไปพร้อมกัน ถ้าภู่วารินรู้เรื่องเข้าคงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแน่นอน แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา...สู้เงียบไปเสียดีกว่า

วันนี้การซ้อมร้องเพลงราบรื่นกว่าที่เขาคิดมากขนาดครูเทืองยังออกปากชม เพลงเก่าๆที่เขาเคยร้องไว้ไม่เอาอ่าว วันนี้ก็ร้องได้ดีขึ้นกว่าเดิม

“เออ...ร้องได้ดีอย่างนี้ไปเรื่อยๆครูก็เบาใจนะรุจ”

“ครับครู แต่...ไม่รู้จะดีอย่างนี้ไปตลอดหรือเปล่า”

“หมั่นฝึกหมั่นซ้อมเพลงมันก็จะเข้าปากไปเอง” รุ่งรุจยิ้มออกมาอย่างโล่งอก อยากให้น้อยได้ฟังคำนี้ของครูเทืองด้วยกันจะได้รู้ว่าเขานั้นร้องเพลงพัฒนาไปมากแค่ไหน

“ครูครับ แล้ววันนี้...คนอื่น ไปไหนหมดล่ะครับ”

“เนตรเขาไปธุระ ส่วนรินเดี๋ยวก็มา”

“แล้ว....คุณพีช อยู่หรือเปล่าครับ” ครูเทืองเงยหน้าขึ้นจากกระดาษในมือแล้วจ้องหน้าชายหนุ่มลอดผ่านแว่นตา

“ก็อยู่บนบ้านนั่นแหละ มีอะไรกับเขารึ” สายตาของครูเทืองทำให้รุ่งรุจกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น  บรรยากาศในห้องซ้อมเงียบลงชั่วอึดใจ คุณพีชก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา

“คุณพ่อคะ คุณพ่อ”

“มีอะไรรึคุณพีช วิ่งหน้าตาตื่นมาเชียว” คุณพีชหน้าซีดผมเผ้ากระเซอะกระเซิง เธอไม่สนใจว่าจะมีใครเห็นสภาพของเธอตอนนี้หรือไม่ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมันใหญ่กว่านั้นมาก

“พีน่ะค่ะ เขาบอกว่าจะกลับมาร้องเพลงแล้ว”

“อย่างงั้นรึ หายดีแล้วหรือไงถึงกลับมาร้องเพลงได้” ครูเทืองถามเสียงเนือยๆเหมือนกับว่าเรื่องใหญ่ของคุณพีชมันไม่น่าตื่นเต้นเลยสักนิด

“เห็นว่าเดินได้แล้วแต่ยังต้องทำกายภาพ แต่ไม่รู้ใครไปบอกว่าเราเอารุจมาร้องแทน คราวนี้ก็เลยเป็นเรื่อง...จะขอกลับมาร้องเพลงให้ได้”

“ยืนไหวก็มาสิ นี่คุณพีช...พ่อว่าเรื่องนี้มันไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่ตรงไหนเลยนะ”

“ไม่อย่างนั้นสิคะคุณพ่อ พีบอกว่าเราต้องไล่รุจออกด้วย ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่กลับมาร้องให้เราอีก แล้วพีชยังรู้มาอีกว่า...พอวงอื่นรู้ว่าพีเริ่มดีขึ้นพอจะกลับมาร้องเพลงได้ ก็ไปทาบทามกันยกใหญ่เพราะเห็นว่าเรามีรุจมาร้องแทนแล้ว พีเลยเอาข้อนี้...มาต่อรอง” ครูเทืองนิ่งคิดไปพักใหญ่ส่วนคุณพีชได้แต่มองรุ่งรุจด้วยความสงสารเพราะเธอรู้ดีว่าภาระปลอมๆของเขานั้นหนักหนาแค่ไหน แต่คนที่คิดหนักที่สุดคงเป็นนักร้องหน้าใหม่เพราะเขาก็ยอมไม่ได้เหมือนกันที่จะทำให้เบาะแสที่ใกล้เข้ามาทุกทีหลุดมือไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น