เสน่ห์ลูกทุ่ง

ตอนที่ 1 : บทที่ ๑

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    6 ส.ค. 63

            ‘...เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับฝ่ายปกครองและทีมสหวิชาชีพเข้าช่วยเหลือหญิงสาวที่ถูกล่อลวงมาและถูกบังคับให้ค้าประเวณี...จากแหล่งข่าวรายงานว่า......ผู้ต้องหาเปิดร้านคาราโอเกะบังหน้า แต่ภายในร้านเปิดให้มีการค้าประเวณีโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย...’

            เสียงรายงานข่าวจากโทรทัศน์ดังแข่งกับเสียงน้ำจากฝักบัวที่ตกกระทบพื้นห้องน้ำ ไอจากน้ำอุ่นลอยจับกระจกจนเป็นฝ้า เผยให้เห็นเพียงเค้าโครงร่างสูงกำยำเปลือยเปล่า...ผ่านไปได้พักเสียงน้ำก็หยุดลงพร้อมกับร่างสูงเดินมาสู่กลางห้องโถงโดยมีผ้าขนหนูเพียงผืนเดียวพันร่างไว้

ชายหนุ่มเจ้าของห้องดูจะไม่สนใจข่าวที่รายงานอยู่เท่าไหร่นัก เพราะการจับกุมพวกเดนนรกค้ามนุษย์นี่เป็นฝีมือของเขาและทีม บางทีเขาก็นึกแปลกใจว่าคนบาปพวกนี้คิดอะไรอยู่ ถึงได้ใจดำค้าขายมนุษย์ด้วยกันเหมือนผักปลาและกระทำกับเหยื่อเหล่านั้นอย่างไม่มีสำนึกของความเป็นคน ชายหนุ่มก้มหยิบปืนบนโต๊ะขึ้นมาเช็คความเรียบร้อย อาวุธคู่กายของตำรวจต้องพร้อมเสมอ

‘รุ่งรุจ’ หรือ ‘ร.ต.อ.รุ่งรุจ’ นายตำรวจหนุ่มไฟแรงเข้ามารับผิดชอบหน้าที่สืบสวนจนได้พบเบาะแสขบวนการค้ามนุษย์และนำไปสู่การจับกุม คราวนี้แหละ...ขั้นเงินเดือนคงขึ้นพรวดๆ นอกจากรุ่งรุจจะมีดีที่หน้าที่การงานแล้ว รูปร่างหน้าตาของเขาก็โดดเด่นเกินชายไทยมาตรฐานไปหลายขุม หน้าคมแบบไทยแท้กับผิวแทนเข้มแถมกล้ามเนื้อมัดๆทำให้ร่างสูงใหญ่ล่ำสันน่าซบเป็นที่สุด...ลุคแบดบอยแบบนี้มันเกินห้ามใจจริงๆ

เขายังตรวจเช็คปืนอย่างช้าๆโดยไม่สนใจจะเปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าชิ้นอื่น เขาอยู่คนเดียวในคอนโดส่วนตัว ถ้าจะมีใครมาแอบถ้ำมองก็คงโรคจิตเต็มที อีกอย่างคืนนี้เขาก็ไม่ได้รีบร้อนจะเข้านอน เพราะพรุ่งนี้เขามีนัดสำคัญนอกสถานที่ตอนสายๆ

“ดาบนัดน้องเขาไว้เรียบร้อยแล้วนะ” เขาถามลูกน้องก่อนที่จะแยกจากกันเมื่อตอนเย็น

“ครับผู้กอง เขาจะมาพบเราที่ร้านเดิม แต่...อาจจะมาช้าสักหน่อยนะครับ เพราะเขาบอกว่าไม่รู้จะปลีกตัวออกมาได้เมื่อไหร่”

“เอาให้ชัวร์นะดาบ ถ้าน้องเขาขัดข้อง เราเลื่อนนัดไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวจะเสียแผนไปหมด อีกอย่าง...ผมกลัวว่าเขาจะไม่ปลอดภัยถ้าถูกจับได้”

“เจ้าตัวเขายืนยันจะมาพบเราให้ได้ครับ น่าจะมีเรื่องสำคัญจำเป็นต้องแจ้งให้เรารู้ เอ...แต่ก็ไม่แน่นะครับ น้องเขาอาจจะอยากมาหาผู้กองก็ได้” คู่หูยิ้มกรุ้มกริ่มจนรุ่งรุจรู้สึกรำคาญ

“อยากมาหาผมทำไม หรือว่าเขาเดือดร้อนเรื่องอะไร” นี่แหละนะ...ผู้ชายหน้าตาดีก็ย่อมต้องมีเหล่าสาวน้อยสาวใหญ่รวบถึงเก้งกวางมารุมตอม แล้วยิ่งหุ่นล่ำกล้ามแน่นอย่างผู้กองรุ่งรุจด้วยแล้ว

“คงไม่เดือดร้อนหรอกครับผู้กอง ถ้าเดือดร้อนก็คงมีอยู่เรื่องเดียวนั้นแหละ...เรื่องทนคิดถึงผู้กองไม่ได้”

คู่หูตำรวจที่ทำงานกันมานานอย่าง ‘ดาบบัญชา’ รู้จักนิสัยใจคอของผู้กองหนุ่มเป็นอย่างดี ถึงจะมีสาวมารุมสักแค่ไหน ลองไม่ถูกใจนายตำรวจหนุ่มก็ไม่มีทางชายตามอง ยิ่งบางนางที่แสดงกิริยาหื่นออกหน้าออกตานี่ยิ่งเป็นที่รังเกียจของรุ่งรุจอย่างที่สุด ถึงจะดูเป็นหนุ่มสมัยใหม่แต่เขายังคงยึดมั่นว่า ผู้หญิงที่เขาจะร่วมหอลงโลงด้วยจะต้องมีกิริยาเรียบร้อย รักษาจริตให้พองาม ไม่ใช่เห็นผู้ชายกล้ามแน่นๆหน่อยไม่ได้ต้องวิ่งเข้าใส่เหมือนวัวกระทิง หรือไม่ก็แสดงความหื่นกระหายจนแทบจะเขมือบเข้าไปทั้งตัว

วันรุ่งขึ้นที่ร้านอาหาร...รุ่งรุจและดาบบัญชานั่งรอ ‘น้องคนนั้น’ มาได้พักใหญ่จนเกือบจะถอดใจเสียแล้ว

“ดาบ...น้องเขาจะมาแน่นะ”

“มาสิครับ เขาเพิ่งโทรบอกผมว่ากำลังจะออกมา”

รุ่งรุจถอนหายใจหน่อยหนึ่ง...ไม่รู้จะได้เรื่องไหม แต่ ‘น้องคนนั้น’ ก็ทำงานไม่เคยพลาดสักครั้ง เป็นสายข่าวที่แม่นยำที่สุด แม่นยำจนเขากลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

“รอกันนานไหมคะ” เสียงใสแจ๋วทักทายก่อนตัวจะมาถึง “นี่หนูอ้างสารพัดเลยนะกว่าจะออกมาได้” พูดจบก็นั่งแปะอยู่ข้างๆผู้กองหนุ่ม “คิดถึงหนูไหมพี่รุจ”

“คิดถึงสิ แล้วนี่เก๋ไปทำอะไรมา สวยขึ้นเป็นกอง” 

สาวน้อยบิดตัวซ้ายขวาให้รุ่งรุจดูด้วยความพอใจ “ก็หนูได้ขึ้นไปเต้นบนเวทีแล้วน่ะสิ เนี่ยนะ...แม่แขสอนว่าเป็นแดนเซอร์ต้องดูแลตัวเอง จะมาแต่งตัวโทรมๆให้เขาดูถูกไม่ได้ ถึงเราเต้นกินรำกิน เราก็ทำงานสุจริต ไม่ได้ขอใครกิน” เธอเล่าด้วยความภูมิใจ

“แหมๆ ตั้งแต่ไปอยู่วงลูกทุ่งนี่พูดเก่งขึ้นเยอะเลยนะเก๋ แล้วยังไง ทำไมมาช้านักล่ะ หรือว่าเขาผิดสังเกตอะไรเราหรือเปล่า”

“คืองี้...แม่แขน่ะเขาอนุญาตให้ออกมาแล้ว แต่เผอิญก่อนออกมาเนี่ยไปเจอคุณพีชเข้าให้น่ะสิ แล้วนางนะก็ซักอยู่นั่นแหละว่าจะไปไหน ไปหาใคร จะกลับเมื่อไหร่ พอตอบคำถามพอใจนางแล้วถึงได้ออกมานี่แหละ สงสัยชาติก่อนคงเป็นสฟิงซ์ ใครเดินผ่านต้องถามให้ตอบทุกราย”

“แล้วเก๋ตอบไปว่าไง” ดาบบัญชารู้ว่าเด็กคนนี้ฉลาดเป็นกรด ไม่อย่างนั้นเขาและผู้กองรุ่งรุจคงไม่วางใจให้ทำงานสำคัญ 

“หนูรำคาญ เลยบอกว่าไปหาแฟน ใช่ไหมคะ...พี่รุจ” รุ่งรุจที่กำลังดื่มน้ำถึงกับสำลัก “พอหนูบอกแบบนี้นะ นางไม่ถามต่อสักคำ หนูก็เลยออกมานี่แหละ สงสัยนางคงอิจฉา...อายุปูนนั้นแล้วยังหาผัวไม่ได้ นี่ขนาดกะลิ้มกะเหลี่ยคนนั้นคนนี้ไปทั่วนะก็ยังไม่ได้ตกถึงท้องสักราย นี่นะหนูจะเล่าให้ฟัง อย่างเมื่อวันก่อน...”

รุ่งรุจต้องรีบยกมือขึ้นห้ามก่อนที่สาวน้อยจะเข้าโหมดเม้าท์มอย “เอาล่ะๆ เอาไว้เม้าท์ให้ดาบบัญชาฟังทีหลัง แต่ตอนนี้เล่ามาให้พี่ฟังหน่อยว่า ไปรู้อะไรมาบ้าง”

ใบหน้าจิ้มลิ้มออกอาการงอนเล็กๆแต่ก็ยอมบอกข้อมูลโดยดี “หนูว่าหนูวงนี้มาก็หลายเดือนแล้วนะ ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติเลย ดีซะอีก...อยู่นี่นั่นนะ ทุกคนดีกับหนูมากเลย แม่แขก็ใจดี สอนอะไรหนูตั้งหลายอย่าง แม่แขยังบอกอีกว่าถ้าหนูเสียงดีกว่านี้อีกหน่อยจะส่งให้ไปฝึกร้องเพลงกันครูเทือง ที่จริงใครๆก็ดีหมดเว้นแต่ ยัยคุณพีชเนี่ยแหละ วันๆอะไรก็ไม่รู้ บ่นๆๆ นั่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่เอา แต่ก่อนนะหนูนั่งเย็บชุดแดนเซอร์จนมือแทบหงิก ใช้ทำงานทั้งวี่ทั้งวัน ส่วนพวกคนงานนะ คนละเรื่องเลย...พวกนี้งานหนักก็จริงแต่นางก็ไม่เห็นจุกจิกอะไรมาก เวลาพูดกับพวกนี้นะหวานจนแทบอ้วกแต่กับพวกหนูนะอย่าให้พูดเลย หนูว่านะ...นางต้องหวังงาบพวกนี้บ้างแหละ พี่รุจไปจับนางเลยนะคนอะไรสองมาตรฐานชัดๆ”

รุ่งรุจและดาบบัญชาอดขำไม่ได้ เบาะแสสำคัญคราวนี้น่าจะต้องหารสองแบ่งสี่ย่อยลงไปอีกถึงจะมีความจริงบ้าง เพราะเท่าที่ฟังมันมาจากอินเนอร์ล้วนๆ 

‘เก๋’ หรือ กันตา เป็นสายสืบหาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์ให้กับผู้กองรุ่งรุจ เธอเป็นคนซื่อสัตย์ไว้ใจได้ เก๋รับอาสามาทำหน้าที่นี้ทั้งที่รู้ว่ามันเสี่ยง เธอเสียน้องสาวคนหนึ่งไปกับขบวนการนรกนี้ เก๋จึงตั้งใจว่าจะร่วมมือกับรุ่งรุจทำลายพวกเดนสังคมให้สิ้นซากไปให้มากที่สุดเท่าที่กำลังของเธอจะทำได้ ที่จริงรุ่งรุจก็นึกเสียดายความฉลาดของเก๋ คนหัวดี ไหวพริบดีอย่างเธอไม่น่าจะมาทำงานอะไรแบบนี้ เธอน่าจะมีอนาคตและการงานที่มั่นคงเลี้ยงปากท้องได้ไม่ยาก รุ่งรุจได้แต่แอบคิดไว้ว่าถ้าเธอเลิกทำงานนี้เมื่อไหร่ เขาจะส่งเสริมเธอให้ถึงที่สุดไม่ว่าเธอจะอยากทำอาชีพอะไรหรือแม้กระทั่งเรียนหนังสือให้จบอย่างที่เธอต้องการ เขาเอ็นดูเธอเหมือนน้องสาวแท้ๆคนหนึ่ง

“เรื่องเรียนพี่รุจไม่ต้องห่วงหรอก แม่แขบอกว่าถ้าอยากเรียนแม่แขไม่ว่า แต่ให้ไปลงเรียน กศน. เอา หนูว่าก็ดีนะ บางทีอาทิตย์หน้าหนูจะไปสมัครเรียนต่อแล้วเรียนให้จบ ม.6 เสีย พี่รุจว่าดีไหม” ชายหนุ่มเอ็นดูสาวน้อยที่ยังรักในทางที่ดี “พี่รุจแน่ใจนะคะว่า วงลูกทุ่งที่ให้หนูไปสืบเนี่ยมันเกี่ยวข้องกับพวกค้ามนุษย์จริงๆ หนูไม่เห็นอะไรผิดปกติจริงๆนะ หนูขอย้ำเป็นครั้งที่ร้อย”

“ยังไงลองอยู่อีกสักพัก ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติจริงๆ เก๋จะถอนตัวออกมาก็ได้” 

วงดนตรีลูกทุ่งที่เป็นเป้าหมายก็ดูไม่มีอะไรผิดปกติสักนิด ถ้าไม่รวม ‘ยัยคุณพีช’ ขี้วีนแถมบ้าผู้ชายแบบที่เก๋เม้าท์ให้ฟัง วงลูกทุ่งนี้ก็เหมือนกับวงดนตรีอื่นๆทั่วไปแถมเธอก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่าผู้หญิงที่เธอเรียกว่า ‘แม่แข’ นั้นดีกับเธอที่สุดจนเธอรักเหมือนแม่แท้ๆที่เธอไม่เคยมี ซึ่งเขาเองก็เห็นด้วยกับเธอแต่ยังไม่สนิทใจที่จะเชื่อแน่ว่าวงลูกทุ่งนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ เพราะก่อนที่เก๋จะกลับไปเธอได้พูดประโยคหนึ่งขึ้นมาทำให้เขาติดใจไม่หาย

...ถ้าจะมีที่ผิดปกติจริงๆเลยน่ะเหรอ อืม...ที่หนูเห็นว่ามันแปลกๆก็คงพวกแดนเซอร์นี่แหละมั้ง เห็นรับเข้ามาใหม่อยู่เรื่อยๆ คนเก่าๆก็หายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เห็นผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันตลอด เขาว่าออกไปทำงานที่อื่น บางทีถึงขนาดคนขาดพวกหนูถึงได้ขึ้นไปเต้นบนเวทีไง แต่ก็นะ...วงไหนๆก็คงเหมือนกันแหละ

หลายอาทิตย์ถัดมา...ดาบบัญชาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหารุ่งรุจ “มีอะไรครับดาบ หน้าตื่นเชียว”

“ผมติดต่อเก๋ไม่ได้ครับผู้กอง นี่ก็เป็นอาทิตย์แล้ว ผมเลยลองไปถามหาที่วง เขาบอกว่าเก๋ลาออกไปแล้ว”

“เอ...เขาไม่เคยทำอะไรโดยไม่บอกเราล่วงหน้านี่นา แล้วที่นั่นเขาบอกหรือเปล่าว่าเก๋ออกไปไหน”

“เขาว่ามีคนชวนไปทำงานครับ บอกแค่นี้แล้วก็ไม่ได้ว่าอะไรอีก ที่จริงจะออกไปทำงานที่ไหน เราก็น่าจะติดต่อเขาได้สิครับ แต่นี่เขาหายไปดื้อๆ ทำไงดีครับผู้กอง” ดาบบัญชาเป็นห่วงเก๋อย่างมากเพราะเขาก็เอ็นดูสาวน้อยคนนี้เหมือนลูกสาว ยิ่งรู้ว่าเก๋เป็นเด็กกำพร้าแถมน้องสาวก็มาจากไป ถ้าจะต้องมาประสบเคราะห์ร้ายอีกชีวิตของเก๋ก็น่าสงสารเกินทน อีกอย่างเก๋นับถือดาบบัญชาจนเรียกว่า พ่อ ด้วยซ้ำไป

“จะเอายังไงกันดีล่ะทีนี้ ดาบ...งานนี้ผมเสียเก๋ไปไม่ได้นะ ต่อให้ไม่ได้อะไรเลย เราต้องเอาเขากลับมา ตอนนี้เก๋สำคัญที่สุด หรือว่า...เขาไปรู้อะไรเข้าแล้ว...” รุ่งรุจยอมรับเลยว่าหวั่นใจกลัวเก๋จะเป็นอันตราย หรือว่าความมั่นใจของเธอทำให้เธอพลาดจนเกิดเรื่องเข้าให้แล้ว

“หรือว่าจะให้ผมไปถามดูอีกรอบครับ”

“ถามไปก็ไม่ได้อะไรหรอกครับ ถ้าเขาจะบอก เขาคงบอกตั้งแต่รอบแรกที่ดาบเข้าไปถามแล้วล่ะ ผมว่าเราน่าจะไปดูที่วงนั่นอีกสักครั้ง”

รถของรุ่งรุจจอดอยู่หน้างานบวชที่ว่าจ้างวงดนตรีลูกทุ่งที่เก๋เข้าไปทำงานมาแสดง เท่าที่เห็นวงดนตรีคงเพิ่งมาถึงเพราะทุกคนต่างง่วนกับการจัดเตรียมเวทีและเครื่องเสียง โครงเหล็กเพิ่งถูกลำเลียงลงมาจากรถสิบล้อที่ด้านข้างติดชื่อ ‘วงดนตรีลูกทุ่งงามศิลป์’ รุ่งรุจและดาบบัญชาติดตามวงลูกทุ่งนี้มานานพอควรและพอจะรู้ว่าจะไปเปิดการแสดงที่ไหนบ้าง จากข่าวที่สืบมาได้..วงลูกทุ่งงามศิลป์อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์จำพวกล่อลวงหญิงสาวเพื่อไปค้ากามในต่างแดน หญิงสาวมากหน้าหลายตาเข้ามาในวงดนตรีนี้และหายไปอย่างไร้ร่องรอย เรื่องนี้รุ่งรุจและดาบบัญชาทำกันอย่างเงียบๆเพราะยังไม่ชัดเจนนักว่าผู้หญิงพวกนั้นหายไปจะจริงเท็จแค่ไหน

วงดนตรีลูกทุ่งงามศิลป์เป็นวงดนตรีขนาดใหญ่ครบเครื่องทั้งเวที เครื่องเสียง รวมทั้งนักร้อง นักดนตรีและแดนเซอร์ วงนี้เรียกได้ว่ามีงานไม่ได้ขาด เว้นแต่ช่วงหน้าฝนที่งานจะไม่ชุกเท่าที่ควร เจ้าของวงเป็นอดีตนักร้องลูกทุ่งที่ผันตัวเองมาทำวงดนตรีและออกเดินสายเปิดการแสดงทั่วเมืองไทย จนอายุมากขึ้น ‘ครูเทือง’ ก็เปลี่ยนมาเป็นคนฝึกหัดนักร้องเพื่อขึ้นแสดงจนสามารถสร้างนักร้องลูกทุ่งเสียงทองไว้ประดับวงการลูกทุ่งหลายต่อหลายคน ส่วนการบริหารงานทั้งหมดรวมถึงการรับงานว่าจ้างเป็นหน้าที่ของ ‘พิชชาภา’ หรือ ‘คุณพีช’ ลูกสาวคนเดียวเป็นคนจัดการ

“คงจะเพิ่งมาถึงกันนะครับผู้กอง”

“ดูคนน้อยๆนะ อย่างนี้เขาจะทำงานเสร็จทันเปิดแสดงรึ” เท่าที่คำนวณด้วยสายตา คนงานที่ทำหน้าที่ยกของ ติดตั้งเวที หรืองานอะไรก็แล้วแต่ที่ใช้แรงมีอยู่ไม่กี่คน บางคนรูปร่างใหญ่โตล่ำสันพอจะทำงานได้ แต่บางคนผอมแห้งแรงแทบไม่มีเดิน ส่วนคนอื่นๆก็หนุ่มบ้างแก่บ้างกำลังห้อยโหนตัวเองขึ้นไปเพื่อติดตั้งโครงเหล็กและวางพื้นเวที

“เฮ้ย เร็วๆหน่อยสิวะ เดี๋ยวก็ไม่ทันหรอก ทำงานให้มันไวเหมือนตอนรับเงินบ้าง” ชายร่างโตออกเสียงสั่งงาน

“โถ่...ใจเย็นสิพี่รัช ก็คนมันมีอยู่เท่านี้ ที่จ้างมาใหม่นี่ก็เด็กๆทั้งนั้น” เสียงหนึ่งร้องออกมาเบาๆ นั่นทำให้รัชที่เป็นหัวหน้าคนงานต้องถอนหายใจ

“แล้วนี่ไอ้น้อยไปไหนวะ ไม่ใช่โดนไม้ทับตายไปแล้วนะ” รัชมองหาเพื่อนไปรอบๆตัว ยิ่งตัวน้อยสมชื่ออยู่ด้วย

“ข้าอยู่นี่ แหม...ไม่เห็นหน่อย จะแช่งให้ถึงตายเลยหรือวะ” เสียงตะโกนดังมาจากด้านบน น้อยที่รูปร่างเล็กบางกำลังปีนขึ้นไปยึดโครงเหล็กให้แน่นด้วยความคล่องแคล่ว

ตกเย็น...ทุกคนยังง่วนอยู่กับการเตรียมความพร้อมทั้งเวทีและแสงสี รุ่งรุจเฝ้าดูอยู่ตลอดพลางคิดไม่ตกว่าจะเอาอย่างไรดี ทันใดนั้นรถเก๋งคันงามสีบรอนทองก็เข้ามาจอดบริเวณงาน ร่างงามระหงลงมาจากรถแล้วรีบจ้ำอ้าวไปที่เวทีการแสดงที่ยังไม่เรียบร้อยดี ผู้กองหนุ่มมองไกลๆก็พอเดาได้ว่าเธอคนนี้น่าจะเป็นคุณพีชแน่นอน เธอรีบสั่งการลูกน้องให้ทำงานอย่างเร่งรีบแล้วจึงเดินเลี่ยงไปคุยกับเจ้าภาพ ได้การล่ะ...ถามผู้จัดการวงนี่แหละจะต้องรู้ดีที่สุด ยิ่งเธอเป็นคนจุกจิกเรื่องมาก ถามนั่นนี่ไม่ยอมหยุด เธอน่าจะรู้ดีว่าเก๋ออกไปทำงานที่ไหน

“ไปไหนครับผู้กอง” ดาบบัญชาถามขณะที่ผู้กองรุ่งรุจกำลังขยับตัวลงจากรถ

“ผมจะไปถามกับผู้หญิงคนนั้นแหละ ผมว่าเขาน่าจะเป็นคุณพีช ผู้จัดการวง” เขาลงจากรถแล้วเดินตรงไปหาคุณพีชที่กำลังคุยกับเจ้าภาพงานอยู่ โดยไม่ลืมจะถอดเสื้อแจ๊คเก็ตและเก็บปืนไว้ในรถ

“เฮ้ยไอ้น้อง น้องคนนั้นน่ะ เออ...น้องนั่นแหละ มานี่สิๆ” รัชร้องเรียกผู้กองหนุ่ม

รุ่งรุจมองซ้ายมองขวาแล้วไม่เห็นใครสักคน “เรียกผมรึ”

“รูปร่างสูงใหญ่ท่าทางจะแรงดี ที่วงก็กำลังขาดคนงาน อ้อ...คงจะเห็นประกาศรับสมัครคนงานนี่ล่ะสิ” ผู้กองหนุ่มเหลือบมองประกาศรับสมัครคนงานที่ข้างรถบรรทุก แล้วก้มมองดูสภาพตัวเองก็พอจะเข้าใจว่าทำไมรัชถึงคิดว่าเขากำลังหางานทำ คงเพราะเสื้อยืดสีทึมดูมอซอและกางเกงยีนส์ขาดๆนี่แหละที่ทำให้เขาดูตกอับพิกล ไม่รู้เสียเลยว่ากางเกงยีนส์ขาดๆตัวนี้เขาซื้อมาในราคาแสนแพง...ช่างไม่เข้าใจวิถีวัยรุ่นเลยจริงๆ

“เออ...คือผม ผม..ไม่ได้จะ...”

“เต่าๆ มานี่สิ เดี๋ยวเอ็งพาเด็กใหม่ไปช่วยยกของตรงโน้นนะ ที่ยืนงงๆอยู่ตรงนั้นน่ะ” รัชหันไปสั่งงานเต่า ให้พารุ่งรุจไปยกของที่เพิ่งขนลงมาจากรถ ทั้งที่เขายังไม่ทันตบปากรับคำว่าจะทำงานด้วย

“เดี๋ยวยกลังนี้ไปหลังเวทีนะ เอาไปกองรวมๆกันนั่นแหละ” เต่าออกคำสั่งแล้วลงมือยกอีกลังเดินนำไป “เร็วๆหน่อยสิ ถ้าขนชุดแดนเซอร์ไปไม่หมด คุณพีชด่าเปิงแน่” รุ่งรุจจึงยกลังเดินตามหลังเต่าไปงงๆ

ที่หลังเวทีก็กำลังวุ่นกับการจัดชุดแดนเซอร์และเรื่องแต่งตัวต่างๆสำหรับการแสดง จึงไม่มีใครสนใจใคร “เออ แล้วนี่เราได้เจอคุณพีชหรือยังน่ะ”

“อ๋อ ยังเลยครับ คือผมไม่ได้จะ...” เขาพูดยังไม่ทันจบเต่าก็ถูกเรียกให้ไปทำงานอย่างอื่น ทำให้รุ่งรุจต้องยกกล่องที่เหลือทั้งหมดคนเดียว

“ยังเหลืออีกสองกล่องนะ ส่วนกล่องนี้เอาวางไว้ตรงข้างโต๊ะตัวนั้นแหละ” เสียงหวานดังมาจากด้านหลังในระหว่างที่รุ่งรุจกำลังขนกล่องเข้ามา หรือว่าเจ้าของเสียงนี่จะเป็นคุณพีช ดีเหมือนเขาจะได้ถามเรื่องเก๋ให้รู้เรื่อง แล้วก็จะหลบออกไปเงียบๆ คงไม่ทันมีคนสังเกต 

“ช่วยยกกล่องนี้ไปวางตรงนั้นให้หน่อยสิ เธอเข้ามาทำงานใหม่รึ ไม่เห็นคุ้นหน้าเลย” หญิงสาวจ้องเขาเขม็งซึ่งเขาเดาว่าไม่ใช่คุณพีชแน่ๆ

“อ่า...ครับ ผมเพิ่งเข้ามาทำงานครับ กล่องนี้ใช่ไหมครับที่จะให้ช่วยยก” ชายหนุ่มกระวีกระวาดช่วยยกของในขณะที่หญิงสาวยังมองเขาไม่วางตา ยิ่งเจอคนมากขึ้นก็ยิ่งผิดสังเกตถ้าอยู่ๆจะหนีออกไป

ชายหนุ่มยกกล่องใบสุดท้ายเข้ามาพร้อมด้วยเหงื่อเปียกโชก เสียแรงเปล่าชัดๆ ไม่เห็นจะมีใครให้เขาถามสักคนว่าเก๋หายไปไหน ชายหนุ่มมองซ้ายมองขวาแล้วไม่เห็นใคร อยู่ไปก็เสียเวลาเปล่า...หลบออกไปตอนนี้คงจะดีที่สุด

“นายที่เพิ่งมาใหม่น่ะ มาตรงนี้หน่อยสิ” เสียงแหลมแหวแหวกอากาศมาจนทำให้เขาต้องชะงักอยู่กับที่ รู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมาจากทางด้านหลัง

ที่ตรงนั้นมีรัชและมีหญิงสาวปริศนาที่คุยกับเขาเมื่อกี้ยืนอยู่ด้วย แต่ผู้หญิงอีกคนหนึ่งนี่สิทำให้เขาหายใจไม่ทั่วท้อง ร่างสูงระหงในชุดดีไซน์เปรี้ยวจี๊ดเน้นสัดส่วนโค้งเว้า ใบหน้าถูกแต่งแต้มสีสันจัดจ้านเป็นสิ่งบ่งบอกความมั่นใจในตัวเองได้เป็นอย่างดี

“มาใหม่หรือเราน่ะ ชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ มาจากไหน มีคดีติดตัวมาหรือเปล่า” หญิงสาวถามเป็นชุดจนรุ่งรุจอดขำไม่ได้ ช่างเหมือนกับที่เก๋นินทาไว้จริงๆ

“ผมหรือ ผมชื่อรุจ อายุเพิ่งจะสามสิบ บ้านอยู่สิงห์บุรี ส่วนเรื่องคดีน่ะ คุณจะอยากรู้ไปทำไม” คิ้วงามขมวดเข้าหากันแสดงความไม่สบอารมณ์

“ก็ถ้าหนีคดี หรือไปฆ่าใครเขาตายมาฉันจะได้ไม่รับเข้าทำงาน ขี้เกียจมีปัญหาทีหลัง”

“ประวัติผมขาวสะอาดน่า คุณเชื่อใจผมได้ แล้วนี่ผมไปได้หรือยัง”

คุณพีชมองเขาหัวจรดเท้า รูปร่างใช้ได้คงจะทำงานใช้แรงแบกหามไหว ถึงอย่างไรก็คงต้องรับเอาไว้ก่อน สมัยนี้คนงานหายากเต็มที แต่จะสะดุดตาก็ตรงใบหน้าคมเข้มกับรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ ส่วนกล้ามแขนแน่นเป็นมัดๆกับเสื้อยืดชุ่มเหงื่อนี่มัน...

“เอาล่ะๆ วันนี้ก็ทำเป็นรายวันไปก่อน แต่จะจ้างไว้ประจำเลยหรือเปล่าค่อยว่ากันอีกที รัชเดี๋ยวพาไปหาข้าวหาปลากินซะนะ ส่วนเนตร...ไปเตรียมตัวได้แล้ว”

“เดี๋ยวสิ ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย อ้อ...คุณคนนั้นผมก็ยังไม่รู้จัก”

“เรียกฉันว่าคุณพีชแบบคนอื่นๆก็ได้ ส่วนนี่เนตรอัปสร เป็นนักร้องประจำวง รู้จักกันแค่นี้พอไหม หรือว่า...อยากรู้จักกันให้มากกว่านี้”

คำถามทิ้งท้ายพร้อมกับสายตาวิบวับของคุณพีชทำให้รุ่งรุจยิ้มแห้งๆแล้วเดินตามรัชไปโดยไม่สบตาเธออีก แต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงสายตาของเจ้าหล่อนที่มองตามหลังมา หรือจะเป็นแบบที่เก๋บอกเอาไว้ คิดได้แค่นั้นเขาก็อยากจะหนีออกไปให้เร็วที่สุด น่ารังเกียจจริง...ผู้หญิงอะไรไม่มียางอายเสียบ้างเลย บางทีการถามเกี่ยวกับเรื่องเก๋ให้รู้เร็วๆคงจะดีที่สุด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น