My boyfriend #แฟนน้องดุ 'yaoi

ตอนที่ 6 : แฟนน้องดุ : 05

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,855
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,253 ครั้ง
    3 ต.ค. 62

Chapter

05






สิรินนั่งตัดก้านกุหลาบเพื่อปักใส่แจกันแสนรักของเธออยู่ที่ห้องรับแขก ที่โซฟาอีกตัวใกล้กันคือร่างของสามีที่นั่งอ่านเอกสารอย่างขะมักขะเม้น วันนี้คุณดิลกอยู่บ้าน เขาเคลียร์งานที่บริษัทและฝากเลขาจัดการที่เหลือเรียบร้อยแล้วจึงเลือกจะใช้เวลากับครอบครัวบ้าง กิจการค้าขายและผลิตอาหารสัตว์ชื่อดังยังคงสร้างผลกำไรต่อเนื่อง แม้ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำแต่คนรักสัตว์กลับเพิ่มมากขึ้น อาจจะเพราะน้องหมาน้องแมวคือเพื่อนยามเหงาที่เลี้ยงเอาไว้แล้วมีความสุขก็ได้ ด้วยความราบรื่นของธุรกิจนี้เอง คุณดิลกจึงเปิดอิสระให้ลูกชายคนเดียวของเขาได้ทดลองใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเปิดร้านเป็นของตัวเองหรือเรื่องความรัก เขาให้กีต้าร์ทำตามใจทุกอย่างเป็นการเรียนรู้ชีวิตด้วยตัวเอง



เพราะไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ในวันที่เขารู้สึกตัวว่าไม่ไหวแล้ว สุดท้ายลูกชายก็ต้องเข้ามารับช่วงต่อกิจการของบ้านอยู่ดี



“ทำไมป่านนี้แล้วกีต้าร์ยังไม่ลงมาอีก?”



เสียงหวานของภรรยาทำเขาละสายตาจากเอกสารตรงหน้าขึ้นมอง เห็นคุณหญิงของบ้านทำท่าทางไม่สบายใจจึงตอบคำถามนั้นให้สั้นๆ ด้วยความอ่อนโยน



“คงเหนื่อยน่ะ ปล่อยลูกเถอะ”



“สิบโมงกว่าแล้วนะคะ ฉันจะให้คนขึ้นไปตาม”



“ตอนเที่ยงก็ได้น่า มื้อกลางวันพอดี”



“เอ๊ะ! นี่คุณจะให้ลูกอดมื้อเช้าหรือยังไง”



“โตจนมีเมียแล้ว มันหากินเองได้”



“ลูกชายฉันไม่มีเมีย!!!



กุหลาบงามที่ถูกตัดก้านโดนโยนลงบนโต๊ะอย่างแรงตามอารมณ์ของคนที่ตะคอกเสียงดัง หน้าหวานสวยที่อายุแม้จะขึ้นเลขสี่แล้วแต่ก็ยังดูไม่แก่ตามวัยงอง้ำด้วยความไม่พอใจ ดวงตาคู่งามมองจิกสามีตัวเองอย่างเกรี้ยวกราดเมื่อได้ยินสรรพนามที่เรียกใครอีกคนซึ่งลูกชายของเธอพามาบ้าน



“ยังไม่เลิกอคติกับหนูพีอีกเหรอคุณริน?” คนเป็นสามีถามอย่างอ่อนใจ



“ไม่! จะเมื่อก่อนหรือตอนนี้ฉันก็ไม่รับไอ้เด็กนั่น คุณเองก็เหมือนกัน แทนที่จะห้ามปรามลูกกลับปล่อยให้ลูกคบกับผู้ชาย รู้ถึงไหนอายถึงนั่น แล้วต่อไปลูกจะบริหารงานได้ยังไง ใครเขาจะเชื่อถือ!!!



“แค่มีแฟนเป็นผู้ชายเองคุณ ลูกไม่ได้ฆ่าใครตายสักหน่อย”



“นั่นแหละ ไม่ดี!



“นี่มันสมัยไหนกันแล้ว เปิดใจเถอะน่า”



“นี่คุณกล้าออกโรงปกป้องมันเหรอ คุณเถียงกับฉันเพื่อมันงั้นเหรอ!!!



เหมือนยิ่งคุยจะยิ่งเป็นการราดน้ำมันเข้ากองไฟ คุณดิลกส่ายหน้าระอาใจ ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้นิสัยของภรรยาว่าเป็นคนเจ้าอารมณ์มากแค่ไหน และเขาไม่ค่อยได้ขัดใจเธอก็เพราะแรงอารมณ์นี่แหละ ไม่ใช่กลัวแต่ไม่อยากทะเลาะ ดังนั้นอะไรที่ยอมได้คนเป็นสามีจึงยอมให้ เขาแค่เงียบไปและปล่อยเรื่องนี้ให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเคลียร์เอาเอง



“คุณดิลก อย่ามาเงียบใส่ฉันนะ!



แต่ดูท่าว่าภรรยาของเขาจะยังไม่จบด้วย



“คุณ ผมจะทำงานแล้ว อย่าชวนคุย” คนเป็นสามีได้แต่ตัดบทไปเพื่อให้เรื่องมันจบลง



สิรินกระฟัดกระเฟียดอยู่อย่างนั้นอีกพักใหญ่ก่อนจะหยิบดอกไม้ที่วางอยู่ใกล้มือมาตัดก้านต่อ เป็นจังหวะเดียวกับที่ลูกชายซึ่งเธอเอ่ยถึงเดินประคองคนรักลงมาจากชั้นสองของบ้าน สีหน้าคนทั้งคู่ดูมีความสุข โดยเฉพาะพีที่ยิ้มกว้างจนเธออดหงุดหงิดไม่ได้ ความไม่ชอบใจทำให้คุณหญิงปาดอกไม้ลงโต๊ะเป็นดอกที่สองพร้อมกรรไกรในมือ



ตุ้บ!



“คุณ!” คนที่กำลังทำงานสมาธิหลุดหันมาดุภรรยา แต่เธอก็ไม่ได้สนใจ



คุณหญิงนั่งกอดอกเชิดหน้า พูดเสียงดังเหมือนจงใจประชดประชันใครบางคน



“มาบ้านคนอื่นยังไม่เคารพเจ้าของบ้าน ไร้มารยาท!



เหมือนคนโดนว่าจะรู้ตัวดี พีหันมองเล็กน้อยก่อนจะผละตัวออกจากแฟนหนุ่มแล้วเดินตรงมาหาเจ้าของเสียงนั้นที่นั่งอยู่ไม่ไกล ยิ้มแป้นตามแบบของตนพร้อมยกมือไหว้ด้วยท่าทีอ่อนน้อม



“สวัสดีครับ คุณพ่อ...คุณแม่”



คุณดิลกยิ้มรับไหว้พี เขาเอ่ยพูดให้คนตัวเล็กทำตัวตามสบาย แต่ภรรยาต่างออกไป...



“ใครนับเธอเป็นลูก” เสียงหวานตวาดดัง



“อ่า...งั้น คุณป้าครับ”



“ฉันไม่มีหลาน”



“คุณสิริน”



“....”



“คุณผู้หญิงครับ”



พีเปลื่อนสรรพนามคำพูดไปเรื่อยเมื่อเห็นว่าหน้าของแม่แฟนยังคงบึ้งตึง เขายิ้มแย้มแม้จะโดนมองตาขวาง เรื่องนี้ไมใช่เพิ่งเกิด แต่มันเป็นมาตั้งแต่ที่กีต้าร์พาเขาเข้าบ้านทำความรู้จักพ่อแม่ของอีกฝ่าย คุณสิรินคัดค้านและขัดขวางความสัมพันธ์ของพวกเขาเต็มที่ แต่เมื่อลูกชายไม่ยอมทำตามเธอจึงตั้งหน้าตั้งตารังเกียจและเกลียดพียิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือน บางทีพีก็แอบคิดนะว่าเขาหน้าตาน่ารักขนาดนี้ทำไมเธอถึงได้มองด้วยหางตาแสนชิงชังราวกับเห็นแมลงสาบ



หรือเจ้าปีเตอร์เหล่านั้นมันหน้าตาน่ารักกว่าเขากันแน่!



คิดแล้วก็หน่ายใจ พีทำได้แค่ปั้นหน้ายิ้มเท่านั้นเอง...



“แม่ครับ”



คนข้างหลังที่เมื่อเห็นแฟนกำลังลำบากรีบเข้ามาแทรกกลาง เสียงทุ้มเรียกมารดาก่อนจะยิ้มอ่อนให้ สิรินหันมองทันที เอื้อมมือคว้าแขนแข็งแรงเอาไว้เบาๆ



“ว่าไงลูก?”



เสียงอ่อนเสียงหวาน พีฟังแล้วรับรู้ได้ถึงความสองมาตรฐานอย่างชัดเจน!



คนเป็นลูกเข้าไปใกล้ นั่งลงข้างๆ คุณหญิงของบ้าน ความหล่อของกีต้าร์ดูก็รู้ว่าได้มาจากพ่อส่วนนิสัยขี้ดุไม่ต้องเดาก็รู้กันดีว่ามาจากแม่ ลูกชายยกมือไหว้ ปล่อยให้มารดากอดให้หายคิดถึงเหมือนว่าเขาจากบ้านไปนานทั้งๆ ที่ก็เข้ามาหาทุกเดือน



“คิดถึงจังเลย น้องต้าร์ของแม่”



“อุ้ป!



พีกลั้นหัวเราะกับคำว่าน้องต้าร์จนโดนสายตาดุๆ ของแฟนคาดโทษ เขากระแอมไอเบาจนได้สายตาเขม็งจ้องมาอีกจากคนข้างๆ กีต้าร์



“ยืนค้ำหัวผู้ใหญ่ มารยาททราม!



“เอ่อ...ขอโทษครับ”



นิ่งเป็นดุขยับเป็นด่า เด็กน้อยรู้สึกเหมือนโดนรังแก!



เมื่อโดนด่าว่ายืนค้ำหัวเขาก็ต้องหาที่นั่ง โซฟาเดียวกับพ่อแฟนก็ดูจะไม่ได้เพราะท่านทำงาน อีกตัวก็สองแม่ลูกนั่งคุยกันอยู่ เหมือนห้องรับแขกนี่จะมีเฟอร์นิเจอร์น้อยไปจริงๆ ในเมื่อมองไม่เห็นที่จะนั่งได้คนตัวเล็กจึงทรุดกายลงพับเพียบข้างๆ ขาของกีต้าร์ นั่งเรียบร้อยเพื่อที่จะได้ไม่โดนว่าอีก



“เจียมตัวได้ก็ดี!



แหม่!!! ดูเหมือนจะถูกใจคุณแม่เขาเสียด้วย



คุณผู้หญิงของบ้านสีหน้าอารมณ์ดีขึ้นทันตาเห็นเมื่อพีทำแบบนั้น แต่อีกสองคนพ่อลูกไม่ได้มีอารมณ์ดีตาม กีต้าร์ขมวดคิ้วมุ่น รีบดึงแขนคนรักให้ลุกขึ้นทันที เสียงทุ้มเอ่ยอย่างไม่พอใจ



“อ้อน อย่านั่งพื้น”



“ไม่เป็นไรพี่จ๋า มันไม่สกปรกหรอก” พียังคงยิ้มกว้างและตอบเสียงใส



“ไม่เกี่ยว ห้ามนั่งแบบนั้น”



“ทำไม?”



“เราเป็นคนรักพี่ ไม่ใช่คนใช้ จะไปนั่งพื้นทำไมล่ะ”



ประโยคนั้นเสียงดังฟังชัด พีได้ยินแล้วยิ้มแก้มปริยิ่งกว่าเดิม เสียงจิ๊ปากอย่างโมโหของคุณหญิงสิรินด้านหลังแต่เขาก็ไม่ได้สนใจมัน



สามีเลือกหนู หนูดีใจ~



“แม่ครับ พ่อครับ ผมพาน้องไปทานข้าวก่อนนะครับ”



กีต้าร์หันบอกผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ก่อนจะจูงมือแฟนเด็กของตนออกไปโดยมีสายตาไม่พอใจของคนเป็นแม่ตามหลัง ประมุขของบ้านมองภรรยาของตัวเองแล้วเก็บเอกสารลุกหนี รู้ว่าถ้าอยู่ตรงนี้ด้วยคนที่จะโดนเป็นรายต่อไปไม่พ้นตน ด้วยข้อหาไม่ยอมช่วยรุมแฟนลูกชาย



บอกแล้วไง เรื่องนี้พ่อไม่เกี่ยวน่ะ!



เมื่อยังไม่ถึงเวลาของมื้อกลางวันที่ห้องครัวจึงยังไม่ตั้งโต๊ะอาหาร กีต้าร์พาพีมานั่งรอก่อนเดินไปสั่งแม่ครัวให้ทำข้าวต้มกุ้งง่ายๆ มาเสิร์ฟสองถ้วย พีนั่งรอกินด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข กีต้าร์ถนอมน้ำใจของทุกฝ่ายได้ดี ไม่เข้าข้างเขาจนเกินไปและก็ไม่ได้ปกป้องถึงขนาดเถียงแม่ตัวเองช่วย ร่างสูงหาวิธีประนีประนอมอย่างคนกลางที่ควรวางตัวได้เป็นอย่างดี อันนี้น่าชื่นชม



แก้วน้ำส้มคั้นสดถูกวางลงตรงหน้าคนตัวเล็กโดยแฟนหนุ่มที่เขากำลังคิดถึง พีวางโทรศัพท์ที่เพิ่งเอาขึ้นมาเช็กข้อความของเพื่อนสนิทลงแล้วยกมันขึ้นดื่ม รสชาติหวานอมเปรี้ยวถูกปากจนตากลมตาแวววาว เขาหันมองคนข้างกันที่นั่งจ้องไม่ห่าง



“แก้วนี้พี่จ๋าทำเองเหรอ?”



“อืม”



“อร่อยมาก ขอบคุณครับ”



เด็กน้อยเริ่มออดอ้อนโดยการซบหน้าลงกับไหล่หนา ถูไถไปมาเหมือนตัวเองเป็นสัตว์เลี้ยงตัวน้อยๆ โดยที่กีต้าร์ก็ไม่ได้ผลักออกแต่อย่างใด แขนของร่างสูงช่วยประคองเอวคนรักเสียด้วยซ้ำกันพีตกจากเก้าอี้



“อ้อน ที่คุณแม่พูด อย่าโกรธท่านเลยนะ”



“หืม? น้องไม่เคยโกรธสักหน่อย”



“พี่เชื่อว่าอีกไม่นานท่านต้องเอ็นดูเราแน่ ทนหน่อยนะครับเด็กดี”



คำพูดปลอบโยนแสนไพเราะทำพีเขินอาย เด็กน้อยผละตัวออกมา ยกน้ำส้มขึ้นดื่มจนหมดแก้ว



“ได้ยินพี่จ๋าพูดเพราะแล้วน้องไม่ชินเลย” เขาแก้มแดงอย่างน่าเอ็นดู



“ก็เป็นคนขอเอง ไม่ชอบเหรอ?”



“เปล่า” เด็กน้อยส่ายหน้า “น้องแค่หวั่นไหว ฟังแล้วอยากลากพี่ต้าร์ขึ้นห้องเลยอ่ะ”



“ไอ้เด็กแก่แดด!



กีต้าร์ดีดหน้าผากเนียนเบาๆ คนหล่อยกยิ้มบางเอ็นดูเจ้าตัวแสบที่ลากเก้าอี้เข้ามาจนชิดกัน เหมือนเหตุการณ์เมื่อคืนจะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาก้าวไปอีกขั้น จากที่ตัวติดกันมากอยู่แล้วก็ยิ่งเหมือนจะห่างกันไปไม่ได้ ที่สำคัญคือพวกเขาเชื่อใจกันมากขึ้น ความสุขที่ได้อยู่ด้วยกันจึงยิ่งมากตามไปด้วย


“พี่จ๋าไม่ต้องกังวลเรื่องคุณแม่นะ เดี๋ยวน้องจะหาวิธีให้ท่านรักน้องให้ได้เลย เชื่อน้องสิ น้องน่ารักขนาดนี้ แม่พี่จะรังเกียจมากกว่าเจ้าปีเตอร์ได้ยังไงกัน”



“หืม ปีเตอร์?”



“แมลงสาบไง”



“ฮะๆ ช่างเปรียบนะเรา” กีต้าร์ลูบหัวแฟนเด็กอย่างแสนรัก จูบหน้าผากใสด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี “ขอบคุณนะ อ้อนของพี่”



“งื้อออออ อย่าแกล้งน้อง!



พีมุดหน้ากับอกหนา คิดว่าเขาต้องเขินตายสักวันแน่ถ้ากีต้าร์ยังคงพูดจาหวานๆ แบบนี้ไม่หยุด



แต่ก็ชอบนะ ถ้าจะเขินตายก็ยอม ยอมหมดเลย!








*







 

หลังอาหารมื้อแรกของวันลงกระเพาะไปพวกเขาก็ได้ยินมาว่าคุณผู้หญิงของบ้านจะไม่ทานมื้อเที่ยงที่โต๊ะกินข้าว เธอจะไปทานที่ศาลาข้างนอกพร้อมสามีโดยให้แม่บ้านนำอาหารไปเสิร์ฟที่นั่น และประโยคอีกอย่างที่ฝากสาวใช้มาบอกลูกชายของตนก็คือแอร์ที่ห้องมันไม่ค่อยเย็น ช่วยไปดูให้หน่อย แต่ห้ามคนนอกเข้าห้องเธอเด็ดขาด



และไม่ต้องให้เอ่ยชื่อว่าคนนอกคนนั้นคือใคร รู้กันดี



“ไปนอนรอที่ห้องพี่มั้ย?” คนตัวโตหันมาถามร่างเล็กด้วยกลัวว่าแฟนเด็กจะเหงา



พีส่ายหน้า ยิ้มหวานว่าตนไม่เป็นอะไร



“น้องจะนั่งเล่นอยู่ข้างล่าง พี่จ๋าไปเถอะ”



“แต่...”



“น่า! ไม่มีใครทำอะไรน้องหรอก”



พีกล่าวย้ำให้คนรักสบายใจ กีต้าร์ลุกขึ้นเดินออกไปด้วยสีหน้ากังวลเล็กน้อยแต่เมื่อเห็นรอยยิ้มของคนขี้อ้อนก็เบาใจและรีบขึ้นไปจัดการเครื่องปรับอากาศเจ้าปัญหาให้เสร็จเร็วๆ กีต้าร์ซ่อมได้ เขาซ่อมแอร์เป็นตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยแล้ว เรียกได้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ในชีวิตประจำวันและไม่เสียมากมายอะไรเขาซ่อมมันได้ทั้งนั้น



คนตัวบางมองตามหลังแฟนไปลับตาก่อนจะก้มหน้าดูคลิปวีดีโอในมือถือ เขานั่งอยู่ห้องรับแขกห้องเดิมที่ปะทะกับแม่แฟนไปครั้งแรก ตอนนี้คุณหญิงไม่อยู่เพราะฉะนั้นนั่งได้ แอบมองรอบตัวอยู่เป็นระยะเหมือนกันด้วยความกลัว ถ้าองค์แม่ลงประทับร่างอีกตอนนี้ไม่มีคนช่วยเขาแล้วนะ หัวเดียวกระเทียมลีบของแท้ ดังนั้นพีต้องเซฟตัวเองที่สุดเท่าที่จะทำได้



แต่เหมือนสวรรค์จะยังไม่อยากให้พีอยู่อย่างสงบสุข...



เพล้ง!!!



“โอ๊ย!



เสียงของตกแตกพร้อมเสียงร้องดังมาจากด้านหลังทำคนที่นั่งอยู่สะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ เขารีบหันไปดู เห็นป้าแม่บ้านที่เอาข้าวต้มมาให้คนนั้นนั่งอยู่กับพื้น ที่เท้าของเธอมีเศษแก้วและเลือดสีแดงไหลออกมา



“ป้าครับ!!!



ความตกใจทำให้พีรีบวิ่งไปช่วยประคอง แม่บ้านวัยกลางคนร้องโอดโอยใหญ่เมื่อถูกพามานั่งบนเก้าอี้



“อูย! คุณพีเดินระวังนะคะ ป้าเผลอทำแก้วแตก” เธอบอกเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มจะลุกไปดูของที่ตก



“เดี๋ยวผมไปเรียกคนอื่นมานะครับ จะได้ทำแผลให้ป้าด้วย”



พูดจบเขาก็เดินเข้าไปในครัวทันทีเพื่อบอกคนที่นั่นว่าคุณแม่บ้านอาวุโสเหยียบเศษแก้วนั่งอยู่ด้านนอก ลูกน้องกุลีกุจอคว้ากล่องปฐมพยาบาลตามพีมา มีสองคนแยกไปทำความสะอาดพื้นที่เลอะ ส่วนอีกสองคนมาช่วยพยุงคนเจ็บและดูแผล



“ป้าภา แผลใหญ่อยู่นะคะ” หนึ่งในนั้นที่กำลังซับเลือดพูดขึ้น



“ผมว่าอาจจะต้องเย็บนะครับ พาไปโรงพยาบาลเถอะ” พีที่ช่วยประคองอยู่ด้านหลังบอกสาวใช้อย่างกังวล เลือดยังไหลไม่หยุดแบบนี้น่าเป็นห่วง แต่ถึงอย่างนั้นคนสูงวัยก็ยังส่ายหัวไม่ยอม



“ป้าไม่เป็นไรค่ะคุณพี เดี๋ยวป้าต้องรีบยกสำรับไปให้คุณผู้หญิงกับคุณผู้ชาย พันแผลไปลวกๆ ก่อนเถอะนะคะ”



“ไม่ได้ครับป้า! เดี๋ยวแผลก็ติดเชื้อพอดี” พีดุก่อนหันมองซ้ายมองขวาแล้วเอ่ยถามกับคนที่เช็ดพื้นอยู่ไม่ไกล “นี่ไม่มีใครขับรถได้เลยเหรอ จะให้พาป้าเขาไป”



“ลุงเชิดแกเอารถไปต่อ พ.ร.บ. ค่ะ เพิ่งไปเมื่อกี้เลย”



“แล้วพวกพี่ล่ะครับ?”



“ต้องขออนุญาตก่อนค่ะ”



“ป้าแกเลือดออกตายพอดี” เขาว่าอย่างหัวเสีย มองเลือดที่ยังไหลไม่หยุดจากบาดแผลของป้าแม่บ้านแล้วไม่สบายใจ



“ป้าไม่เป็นไรจริงๆ ให้ป้าไปทำงานต่อเถอะนะคะ”



“ไม่ได้ครับ ป้านี่ดื้อจัง ใครก็ได้ขึ้นไปตามพี่ต้าร์ให้พีหน่อย”



เด็กหนุ่มสั่งแต่บรรดาคนใช้ต่างเลิ่กลั่กพากันก้มหน้า ถ้าให้พีเดาคงเป็นเพราะคุณสิรินสั่งไว้ว่าไม่ให้ทำตามคำสั่งเขาไม่งั้นจะไล่ออก แต่นี่ความเป็นความตายนะ ไม่คิดกันหน่อยหรือไง คนตัวบางเริ่มหงุดหงิด ล้วงเอาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงมากดโทรออกหาคนที่อยู่ด้านบน



[ว่าไงอ้อน?]



คนปลายสายรับอย่างรวดเร็ว



“พี่ต้าร์ ข้างล่างมีเลือด”



[หืม?]



“เลือดเต็มเลย มาหาหน่อย”



ติ๊ด!



แล้วก็กดวางสายทิ้งไปอย่างว่องไว นี่แหละวิธีเรียกกีต้าร์อย่างติดจรวดโดยพี เด็กน้อยยิ้มอย่างชอบใจ พวกคนที่นี่จะได้รู้ซึ้งว่าเขาสำคัญแค่ไหน นับถอยหลังเลยไม่เกินสิบวิ เดี๋ยวคุณแฟนสุดที่รัก...



“อ้อน!!!



ก็จะวิ่งมาหา!



กีต้าร์ลงบันไดและตรงเข้าหาคนรักของเขาอย่างรวดเร็ว ตาคมสำรวจไปทั่วกายบางเพื่อหาร่องรอยบาดแผลและเลือดก่อนจะถอนหายใจเมื่อไม่พบ



“เล่นอะไรเนี่ย?! พี่ตกใจนะ” เขาดุเจ้าตัวแสบทันที



“น้องเปล่าเล่น ก็ป้าแม่บ้านแกเหยียบเศษแก้ว พาไปโรงพยาบาลหน่อยเร็ว”



ร่างสูงละสายตาจากแฟนตัวเองแล้วมองไปยังคนข้างกันก่อนจะเข้าไปช่วยประคองโดยไม่พูดไม่จาอะไร รถที่บ้านนี้มีหลายคัน เขาสั่งสาวใช้ไปเอากุญแจมา แม่บ้านสูงวัยยังคงทำหน้าตากลืนไม่เข้าคายไม่ออก



“คุณต้าร์ คุณพีคะ ป้าว่า...เดี๋ยวคุณท่านจะหิวนะคะ พวกนี้ทำอาหารช้าจะตาย ป้าไปแล้วจะทำยังไงกัน” เธอยังคงห่วงงานของตัวเองไม่เลิก



“ไม่เป็นไรครับป้า เดี๋ยวผมไปช่วยยกอาหารเอง ให้พี่ๆ เขาทำไปเถอะ”



“แต่คุณพี...”



“เลิกบ่นครับ เข้าไปนั่งได้แล้ว”



เด็กน้อยตัดบททันทีก่อนจะปิดประตูแล้วหันมาหาแฟนตัวเองที่ยืนอยู่ข้างๆ สาวใช้อีกสองคนขึ้นไปนั่งเบาะหลังเพราะพวกเธอต้องคอยช่วยประคองคนเจ็บตอนถึงโรงพยาบาล



“ไม่ไปด้วยเหรอ?” กีต้าร์ถาม



 “อืม” เขาพยักหน้าตอบ “น้องอยู่ช่วยพี่ที่เหลือดีกว่า พี่จ๋ารีบไปเถอะ”



กีต้าร์ลังเลเล็กน้อยเพราะเป็นห่วงคนรัก แต่เมื่อทำอะไรไม่ได้เขาก็ถอนหายใจก่อนจะเข้าไปประจำที่นั่งคนขับแล้วพาคนเจ็บไปส่งโรงพยาบาล พีมองตามรถคันสวยแล่นออกไปจากบ้านด้วยความโล่งใจก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัว เห็นคนที่เหลือกำลังขะมักขะเม้นกับการทำอาหาร พวกเธอหันมายิ้มให้อย่างเกรงใจ



“ใส่ถาดได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมเอาไปให้คุณผู้หญิงที่ศาลาเอง”



แม้ใจจริงจะไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่ก็ตามแต่เขาก็ช่วยได้แค่นี้แหละ พีรู้ชัดว่าผลลัพธ์อาจจะไม่ใช่คำชื่นชมแต่เขาตัดสินใจไปแล้ว



เอาวะ! ถือว่าเป็นการเอาใจพ่อแม่แฟนก็แล้วกัน น้องพีไฟต์ติ้ง!!!






*






ทางด้านสามีภรรยาที่รอทานมื้อกลางวันอยู่นั้น คุณดิลกยังคงนั่งจดจ่ออยู่กับแฟ้มงานอย่างตั้งอกตั้งใจ เขาเหลือบตามองคู่ชีวิตที่ฝั่งตรงข้ามอยู่เป็นระยะและเห็นว่าคุณหญิงคนสวยกำลังกระฟัดกระเฟียดเพราะหิวข้าวอยู่ เที่ยงกว่าแล้ว ปกติอาหารต้องถูกนำมาวางได้แล้ว แต่นี่ยังไม่เห็นใครเดินมาเลยแม้แต่คนเดียว



“ทำไมช้าแบบนี้นะ” คนที่เป็นต้นคิดเรื่องทานอาหารเปลี่ยนบรรยากาศถอนหายใจไม่สบอารมณ์



“รออีกหน่อยน่ะ คุณไปสั่งเขากะทันหันเองนี่”



“แต่มันเป็นชั่วโมงแล้วนะคะ”



“งั้นก็กลับไปกินกันในบ้านไหมล่ะ”



“ฉันไม่อยากเห็นหน้าแขกไม่ได้รับเชิญ!



เธอสะบัดหน้าหนีทันทีหลังตอบ ทำเอาคนเป็นสามีต้องส่ายหน้าและปลงตกอยู่ในใจ เขาไม่รู้ว่าการที่พีเป็นผู้ชายมันส่งผลให้ภรรยาตัวเองเกลียดขนาดนี้ได้อย่างไร เขาเองก็เหนื่อยที่จะหาคำตอบกับมันเหมือนกัน



คนเป็นประมุขของบ้านกำลังจะก้มหน้าลงอ่านเอกสารต่อแต่หางตาก็เหลือบไปเห็นคนที่กำลังเป็นหัวข้อสนทนาเดินมาพร้อมถาดอาหารในมือ ร่างเล็กที่ดูบางกว่าชายทั่วไปจนกลัวจะไม่มีแรงยกถาดที่ดูท่าจะหนักไม่น้อย ใบหน้าขาวยังคงยิ้ม พีเป็นคนยิ้มสวยและน่าเอ็นดูจนคนมองอดที่จะยิ้มตามไม่ได้ เห็นตอนที่อ้อนกีต้าร์แล้วดิลกก็รู้สึกเหมือนได้ลูกชายคนเล็กมาเพิ่ม



“ขอโทษที่ช้าครับ พอดีเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย”



คนมาใหม่ว่าเสียงใสพร้อมค่อยๆ วางถาดแล้วยกจานมาจัดบนโต๊ะตัวยาว กิริยาที่คอยระมัดระวังของในชามดูแล้วน่ารัก ตากลมโตตั้งอกตั้งใจจนคนที่ทำงานอยู่ต้องลุกขึ้นไปนั่งประจำที่มองพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน



“ขอบใจนะ น้องอ้อน”



!?!



พีหันมองพ่อของแฟนอย่างตกใจ เห็นท่านยิ้มให้ก็เกาแก้มเขินอาย คนตัวเล็กยกโถข้าววางก่อนจะถือถาดถอยออกมาเล็กน้อย



“ทำไมท่านเรียกผมแบบนั้นล่ะครับ...ผมชื่อพี”



“เห็นกีต้าร์เรียกน่ะ หรือว่าหนูไม่ให้คนอื่นเรียก?”



“เอ่อ เปล่านะครับ” มือบางยกขึ้นโบกไปมาพัลวันอย่างลนลาน “คุณท่านเรียกได้ ผมแค่สงสัยเฉยๆ”



“ชื่อน่ารักดี แล้วเมื่อกี้หนูเรียกฉันผิดหรือเปล่า”



“ครับ?”



“ต้องเรียกฉันว่าพ่อไม่ใช่หรือไง”



พียืนนิ่งอึ้งเหมือนโดนสตั้นไปหลายวิก่อนสมองน้อยๆ จะเริ่มประมวลผลคำพูดของผู้อาวุโสตรงหน้าแล้วค่อยๆ ยิ้มกว้างออกมา ดวงตาเป็นประกายไปด้วยความดีใจ เขารีบยกมือไหว้ทันที



“ขอบคุณครับ คุณพ่อ”



นี่มันหมายความว่าเขาเป็นที่ยอมรับในสายตาผู้ใหญ่แล้วสินะ หรือว่าการช่วยยกอาหารมาเอาใจจะได้ผล...



ปัง!



แต่ไม่น่าจะได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์



คุณหญิงสิรินทุบโต๊ะ ลุกขึ้นยืนเดินมาหาเด็กน้อยด้วยสายตาราวจะฆ่าแกง เธอไม่สนใจเสียงห้ามปรามของสามี ยังคงมองพีอยู่แบบนั้นก่อนจะเอ่ยเสียงกระด้างที่ฟังแล้วไม่สบายหูไปให้



“ใครใช้ให้เธอยกข้าวมา” เสียงหวานเต็มไปด้วยโทสะที่กำลังเดือดจัด



พีกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เขาเริ่มเห็นลางไม่ดีที่กำลังจะเกิดขึ้น เท้าเล็กๆ รีบถอยห่างทันทีเพื่อเป็นการป้องกันตัวเอง นี่เขายังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยจริงๆ นะ ยังไม่ได้ทำเลยแม้แต่นิดเดียว



“พอดีป้าภาเขาลื่นทำอาหารหล่นพื้นน่ะครับ พวกพี่ๆ ในครัวเลยต้องทำใหม่ ผมเห็นว่ามันเลยเที่ยงมาแล้วก็เลยช่วยยกมาให้...”



“ว่างจริงนะ”



“....”



“ไม่สมัครเป็นคนใช้บ้านฉันไปซะเลยล่ะ”



พีได้แต่กระพริบตาปริบๆ อย่างไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี หันไปมองหน้าคุณดิลกก็เห็นว่าท่านส่ายหัวเหมือนบอกเป็นนัยยะว่าให้เฉยไว้ อย่าได้ตอบโต้ใดๆ กับคุณแม่ตรงหน้าเด็ดขาด เธอไม่ใช่แค่โมโหหิวแต่อารมณ์กำลังขึ้นด้วยเพียงเพราะเห็นหน้าเขา แม้ในใจจะอยากถามสักคำว่าผมทำอะไรผิดแต่ก็ได้แค่ฮึบอย่างอดกลั้น



นี่สินะที่เขาว่านิ่งไว้ก่อนพ่อสอนไว้!



ในใจของพีกำลังเรียกร้องหาแฟนสุดที่รัก บรรยากาศเย็นๆ ของศาลาริมสวนไม่ได้ช่วยให้เขาสบายใจขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว พีต้องกลืนน้ำลายอีกครั้งเมื่อเห็นว่าสิรินหยิบชามกุ้งทอดซอสมะขามแล้วเดินเข้ามาหา เธอดันมันมาให้พีถือไว้อีกรอบ พร้อมคำพูดที่ฟังแล้วรู้สึกเจ็บจี๊ดไปถึงข้างใน



“นี่น่ะ...มันกินไม่ได้แล้วล่ะจ้ะ แต่น่าจะให้น้องหมาได้อยู่นะ ลูกชายฉันชอบเก็บหมามาเลี้ยง ก่อนจะเอามันไปปล่อยก็ต้องให้กินของดีซะก่อน...กินให้อร่อยนะ”



พูดแค่นั้นพร้อมยิ้มร้ายก่อนเดินออกไปไม่หันกลับมามองกัน พีก้มมองอาหารที่ตนถืออยู่แล้วได้แต่สูดลมหายใจเพื่อให้ตัวเองอารมณ์เย็นลง ไม่ใช่ไม่รู้ว่าโดนด่า แต่ตอบโต้ไม่ได้เพราะนั่นคือแม่ของแฟน...เป็นแม่ของคนที่เขารัก น้ำตาใสเริ่มคลอหน่วยจนคุณดิลกที่มองอยู่ทนไม่ไหวต้องเดินมาลูบหลังปลอบ



เขาดึงจานกุ้งในมือแฟนลูกชายไปวาง มองเจ้าตัวเล็กตรงหน้าอย่างเห็นอกเห็นใจ คนรับใช้ที่ยกอาหารอีกสองถาดตามมาหยุดชะงักมองด้วยความงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้นจนคุณผู้ชายของบ้านต้องโบกมือไล่ออกไป



“ขอโทษแทนแม่เขาด้วยนะน้องอ้อน เขาแค่ยังทำใจไม่ได้ที่กีต้าร์...”



“คบกับผมน่ะเหรอครับ?”



คนอายุมากพยักหน้ารับ เขาเห็นใจพีแต่จะช่วยมากก็ไม่ได้ ภรรยาเองก็สำคัญ ถึงเธอจะเป็นอย่างนั้นแต่อย่างไรเสียเขาก็รักเธอ เหมือนที่กีต้าร์รักพีและไม่สนใจคำทัดทานใดๆ นั่นแหละ พ่อกับลูกนิสัยเหมือนกันอยู่แล้ว



พีปาดน้ำตาแล้วฝืนยิ้มอีกครั้ง เด็กขี้อ้อนกำลังอยากอยู่คนเดียวแต่ก็ไม่อยากให้ผู้ใหญ่ที่เอ็นดูเขาต้องเป็นห่วง



“คุณพ่อทานข้าวเถอะนะครับ ผมขอตัวไปรอพี่ต้าร์บนห้องดีกว่า” เขาว่าแล้วหันหลังเข้าบ้านใหญ่ทันที



พีต้องการพักสักนิด เขาทำตัวเป็นเด็กดีแต่ไม่ได้รับผลดีตอบแทนก็ต้องรู้สึกเฟลเป็นธรรมดา ไม่รู้ว่าคุณหญิงสิรินไปไหนแล้วแต่ก็หวังว่าระหว่างทางจะไม่เจอกัน ยังไม่อยากโดนอะไรเพิ่มมากกว่านี้ พีท่องพุทโธไว้ในใจระหว่างก้าวขึ้นบันไดอย่างเบาๆ หวังว่าฟ้าคงเห็นใจให้เขาได้ขึ้นห้องไปนอนรอแฟนอย่างสบายๆ



วันนี้หยุดเรียนเพราะอยากพักแต่ดันเจอเรื่องหนักใจมากกว่า ช่วงนี้พีว่าเขาต้องดวงตกไม่อย่างนั้นเคราะห์กรรมคงไม่ซ้ำเติมแบบนี้



เขากระโดดขึ้นเตียงนอน มุดตัวอยู่ในกองผ้าห่มเป็นดักแด้ คิดหนักว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี ในใจลึกๆ ก็ยังอยากจะเป็นเด็กดีให้กีต้าร์สบายใจ แต่ก็รู้ว่ามันอาจจะส่งผลให้โดนกระทำแบบนี้เรื่อยๆ เหงื่อเม็ดเล็กเริ่มไหลเต็มกรอบหน้าหวานเนื่องจากอุณภูมิของแอร์ไม่ได้ช่วยอะไรเมื่อหมกตัวอยู่ในผ้านวมมากนัก



พีคิดไม่ตกและเขาก็ยังคงรอคนรัก เผื่อว่าเจอหน้ากันแล้วความหนักใจจะเบาบางลงไปบ้าง



แกร็ก!



เสียงเปิดประตูเข้ามาของใครบางคนนั้นพีได้ยินชัดเจน เด็กน้อยอยากจะลุกไปหาแต่ก็ไม่มีแรงจะไป กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคยทำให้ใจสงบลงได้บ้าง ฟันคมขบปากล่างเบาๆ รั้งไม่ให้น้ำตาหยดใสไหลลงมาอีก จนกระทั่งฟูกข้างตัวยุบลงไปและสัมผัสของมือหนาก็เข้ามาลูบหัวผ่านผ้าที่เหมือนเป็นปราการป้องกันตัวของเขา



“อ้อน เป็นอะไรไป?”



เพียงแค่ประโยคสั้นๆ แสดงความห่วงใยนั้นพีก็กลั้นอะไรเอาไว้ไม่อยู่อีก เด็กน้อยตะเกียกตะกายออกจากผ้านวมผืนหนา พุ่งตัวไปกอดรัดร่างสูงที่กำลังคิดถึงสุดหัวใจ เรียกขานชื่อของคนที่ปกป้องกันมาตลอด



“พี่จ๋า!



“พี่อยู่นี่แล้วอ้อน ไม่เป็นไรแล้วนะ” แม้จะไม่รู้ว่าเจ้าตัวแสบของเขาโดนอะไรถึงได้ตัวสั่นแบบนี้แต่ก็เดาได้ไม่ยาก



พีไม่ยอมพูดจาอยู่หลายนาที อยู่ในอ้อมกอดของคนรักเขารู้สึกปลอดภัย ไม่ว่าใครจะพูดอะไรใส่ตอนนี้เขามีกีต้าร์อยู่ด้วยทั้งคน ไม่มีทางที่แฟนขี้ดุคนนี้จะยอมนิ่งเฉยแน่



“อยากกลับบ้านเรามั้ย?” เสียงทุ้มถาม



พีส่ายหน้าเป็นการตอบ



“พี่จ๋าไม่ได้กลับบ้านมาตั้งหลายอาทิตย์แล้ว อยู่กับพ่อแม่ก่อนเถอะ”



“แต่ว่า...”



“น้องทนได้” คนน่ารักเงยหน้าขึ้นมอง ลูกแก้วสวยที่เริ่มบวมช้ำจากการร้องไห้ฉายแววมุ่งมั่น “น้องทนได้จริงๆ พี่จ๋า...น้องไม่เป็นไร”



พีรักกีต้าร์ รักเหลือเกิน ดังนั้นเพื่อเห็นแก่คนรักเขาจะเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ทำเป็นไม่สนใจท่าทางรังเกียจเดียดฉันท์ของแม่แฟนไปสักครั้ง จะไม่ติดใจการด่าอ้อมๆ ว่าเขาคือหมาอย่างเมื่อครู่นี้ จะคิดเสียว่าท่านไม่เคยพูดมันออกมา



...แต่แค่ครั้งเดียวเท่านั้นนะ ถ้ามีครั้งหน้าอีก พีจะเลิกเป็นเด็กดี!



100%

.............................
#แฟนน้องดุ

น้องน่ารัก น้องเป็นเด็กดี ทำไมคุณแม่ไม่รักน้องคะ
หรือต้องให้น้องร้ายยยยยย!!!!!
จริงๆ ถามว่าแม่ร้ายมั้ย อันนี้ตอบไม่ได้เพราะคนเป็นแม่ต้องเข้าใจว่ารักลูกห่วงลูก และอยากให้ลูกเจอคนที่ดีที่สุดเสมอ ในความคิดของสิรินนั้น พียังไม่ใช่คนที่ดีที่สุดสำหรับกีต้าร์ค่ะ
แต่ๆๆๆ สะใภ้คนนี้ไม่ธรรมดาหรอกนะตัวเธอออออออ
ถ้าเหงียมๆ จะจับผู้ชายดุๆ อยู่เหรอจ๊ะ

มีคำผิดบอกด้วย คีบอร์ดมันลั่นบ่อยมาก T^T



ติดตามไรเตอร์ได้ที่
(เลือกจิ้มแอพที่สะดวกตามภาพ)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.253K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,393 ความคิดเห็น

  1. #3389 gisel (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 18:02
    เอาจริงไม่มีใครคิดจะปรามแม่หน่อยอ่อ ทั้งพ่อทั้งกีตาร์เลย ดูไร้มารยาทมากอะ
    #3,389
    0
  2. #3357 Saharthai (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 07:35
    ประโยคที่ว่าพ่อสอนไว้นี้คือพ่อตาสอนไว้ใช่ป่ะ555
    #3,357
    0
  3. #3303 SandSeaSun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:34
    กิริยาแม่พี่ต้าร์ไม่น่ารักเลย
    #3,303
    0
  4. #3209 poo6699 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 09:31
    สงสารน้องงงงง
    #3,209
    0
  5. #1818 Namning1 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 11:53
    รู้ละอิพี่ได้นิสัยใคร เเม่อิพี่ล้วนๆ
    #1,818
    0
  6. #1376 LuhanBen (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 01:39
    แม่พีเหมือนพวกขาดการอบรมสั่งสอนเลยอ่ะ อี๋
    #1,376
    2
    • #1376-1 LuhanBen(จากตอนที่ 6)
      5 มกราคม 2563 / 01:39
      กีตาร์โว้ยยยย *****
      #1376-1
    • #1376-2 poo6699(จากตอนที่ 6)
      29 มกราคม 2563 / 09:35
      ช่วยบอกวิธีอ่านบทที่บล็อคหน่อยได้ไหมค่ะ หาไม่เจออ่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
      #1376-2
  7. #1349 Kang (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 16:18

    ยอมเท่าที่ไหว เพราะไม่ใช่พ่อแม่เรา ขนาดพ่อแม่เรายังไม่จิกเรียกขนาดนี้ แม่ผัวก็แม่ผัวเถอะ

    #1,349
    0
  8. #1263 Spices_smile (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 12:22
    เเม่ไม่มีเหตุผลเลย
    #1,263
    0
  9. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 17:58
    สงสารพีอะแล้วเมื่อไรแม่จะเอ็นดูน้องบ้าง ลดฐิติลงบ้างรักลูกก็รักคนที่ลูกรักด้วยไม่ได้หรอ เราเลี้ยงเขามาก็จริงเราเลีเยงได้แค่ตัวอะใจเราบังคับเขาไม่ได้ อนาคตช่างมันสิมันยังไม่เกิดแต่หัวอกคนเป็นแม่เราก็เข้าใจว่าลูกยังไงก็คือเด็กน้อยที่รอพ่อแม่ปกป้องเสมอ
    #1,082
    0
  10. #1017 tarnandtip (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 16:19

    พีหนูทนได้เท่าไรก็เท่านั้นนะลูก เพราะพีต้องเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่บ้าง แม่ทุกคนรักลูกก็อยากเห็นลูกได้ในสิ่งที่ดี และไม่ต้องการให้ใครมองลูกตัวเองไม่ดีด้วย เชื่อเถอะให้เวลาแม่ต้าร์อีกสักนิดแล้วท่านจะเห็นความน่ารักสดใสของพีเหมือนต้าร์เห็น แล้วท่านก็จะรักจะหลงพีเหมือนต้าร์เช่นกัน

    #1,017
    0
  11. #640 Nanthara (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 17:00
    สงสารน้องจังเลย
    #640
    0
  12. #626 Cream_2546 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 12:12
    สู้ๆนะลูกนะๆๆๆๆ
    #626
    0
  13. #339 MN23d32c (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 00:42
    น้องโคตรน่ารักเลย โคตรเป็นเด็กดีเลย สู้ๆนะพี
    #339
    0
  14. #232 พี่สาวยองแจ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 00:46
    แงงงงง
    #232
    0
  15. #231 Amploveakame (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 23:48
    สู้ๆๆนะลูก
    #231
    0
  16. #230 Love SinB (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 18:44
    น้องพีสู้ๆนะ😁
    #230
    0
  17. #229 K.white wine (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 13:11
    อย่าให้พีต้องร้ายนะ!!
    #229
    0
  18. #228 ChitraPiromnukul (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 08:03

    สงสารน้องพี..คุณแม่นี่ก้อร้ายนะ
    #228
    0
  19. #227 Somluck2510 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 07:32

    เอาใจช่วยน่ะอ้อน
    #227
    0
  20. #226 This_it_delta (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 00:07
    จัดเลยลูก!!!! แม่คนนี้เชียร์ค่ะะ หมั่นไส้แม่พี่กีต้าร์จัง;-;
    #226
    0
  21. #225 0812461234 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 23:32
    สงสารน้อง
    #225
    0
  22. #224 au_jang2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 23:19
    อยากเห็นน้องร้ายยยยยย
    #224
    0
  23. #223 myeonx (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 22:26
    ตั้งตารอแล้วค่ะคุณไรท์ๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #223
    0
  24. #222 raving_fox (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 21:32
    พี่กีต้าร์ต้องช่วยน้องแล้ววว
    #222
    0
  25. #221 manejanb (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 21:25

    น้องอ้อนสู้ๆๆๆ
    #221
    0