OS/SF Fuck u boy [Nielong]

ตอนที่ 1 : [SF] Meet 1/??

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 150
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    11 ก.ย. 61





- - - - - - - - - - - - - - - - - -





ผมชื่อเอย ตอนนี้ผมยังเรียนอยู่แค่ม.ปลาย อีกแค่ปีเดียวเท่านั้นที่ผมจะได้ย้ายออกจากบ้านหลังเล็กเก่ากึกที่แสนเฮงซวยนี่ คุณรู้อะไรไหมการที่ผมเติบโตมาไม่เหมือนคนอื่น การที่ผมถูกมองว่าแปลก เป็นตัวประหลาดในสังคม รู้ไหมว่าผมต้องรู้สึกยังไง แน่ล่ะคุณอาจจะไม่รู้เพราะคุณก็คงเติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่นใช่ไหมล่ะ เติบโตมาโดยที่มีพ่อแม่คอยให้ความรักคอยให้กำลังใจ หึ ซึ่งนั่นมันแตกต่างกับผมลิบลับ



ผมโตมาในพื้นที่แห่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่นิยามกันว่า ซ่องผมมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่จำความได้ ตอนนั้นก็เพิ่งสิบขวบเห็นจะได้ ผมโตมาได้ยังไงทุกคนอาจจะอยากรู้ว่าไอ้เด็กสิบขวบเนี่ย มันโตมาได้ไงวะในที่แบบนั้น ใครเลี้ยงมันมา ซึ่งคำตอบคือไม่มีครับ ไม่มีใครเลี้ยงผมมา ผมถูกแม่ทิ้งไว้ที่นี่เพราะตัวเองไม่มีเวลามาดูแลผม แม่ของผมน่ะ เป็นผู้หญิงขายตัว เธอเป็นโสเพณี เธอเป็นคนที่ทอดทิ้งผมไว้ที่นี่และหนีออกไปกับผู้ชาย เหอะ

 




ผมเคยถามเธอว่าถ้าไม่ต้องการผมเธอจะมีผมออกมาทำไม แน่นอนเธอตอบหน้าตายไม่เคยแคร์ความรู้สึกของผม

 

 แกมันเป็นความผิดพลาดที่ฉันไม่อยากให้มันเกิดขึ้น ฉันน่าจะทำแท้งตั้งแต่มีแกเข้ามาอยู่ในท้องไม่น่าปล่อยให้เกิดมาขัดขวางความสุขของฉันแบบนี้ ฉันเลี้ยงแกมาเจ็ดปีมันก็ดีแค่ไหนแล้ว สำนึกบุญคุณฉันซะสินังเอิงเอย

 

 เมื่อคำนั้นหลุดออกจากปากของคนเป็นแม่ ผมก็ไม่โต้เถียงอะไรอีก เพียงแต่เก็บความรู้สึกเอาไว้และไม่เคยถามเธออีกเลย

 




จนกระทั่งตอนผมอายุสิบขวบผมกลับมาจากโรงเรียนกำลังจะเดินขึ้นห้อง ผมได้ยินเสียงแปลกๆ ของชายหญิงคู่หนึ่งเหมือนกำลังร่วมสุขกันอยู่ในห้องนอนของแม่ ผมเปิดประตูเข้าไปดูก็เห็นชายร่างสูงมีไหล่กว้างและหนา ร่างกายกำยำที่ดูแข็งแรงเผยให้ผมเห็นบ่งบอกว่าอายุยังไม่มากแน่ๆ ท่อนบนและล่างของเขาที่เปื่อยเปล่าไม่ได้สวมใส่อะไรทั้งสิ้น กำลังขยับสะโพกเข้าออกอย่างรุนแรงและถี่รัวใส่ผู้หญิงคนหนึ่ง ซึงหากมองดูดีๆ แล้วคนนั้นคือแม่ของผมเอง เสียงร้องเหมือนจะขาดใจของคนใต้ร่างร้องดัง จนผมกลัว กลัวว่าเค้าจะฆ่าแม่ของผมรึเปล่า

 



ผมจึงรีบวิ่งไปยังห้องของตัวเอง หยิบไม้เบสบอลพลาสติกและวิ่งเข้าห้องของแม่ไปตีแผ่นหลังกว้างของชายตรงหน้าอย่างเต็มแรงเท่าที่ผมสามรถทำได้ ผู้ชายคนนั้นหยุดการกระทำทุกอย่างหันหน้ามามองที่ผม ไฝใต้ตาขวาเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นมาก ผมมองจ้องกลับไปโดยมือยังถือไม้เบสบอลอยู่ สองขาสั่นระริกค่อยๆ ถอยออกมาราวกับจะโดนคุกคามจากคนตรงหน้า ผู้หญิงที่นอนอยู่ใต้ร่างบ่นโอดโอยว่าจะหยุดทำไม จนเธอลุกขึ้นนั่งและเห็นผมยืนอยู่ เธอรีบลุกขึ้นมาเดินตรงมาหาผมแล้วตบเข้าที่แก้มซ้ายของผมอย่างแรง

 


แกเข้ามาในนี้ทำไม ออกไปก่อนที่ฉันจะเอาแกไปปล่อยทิ้งที่ข้างถนน

แม่ ผู้ชายคนนี้ทำอะไรแม่ครับ!! ผมมาช่วยแม่แล้-

 


และแก้มของผมก็ชาอีกครั้งและอีกครั้ง ก่อนที่ผมจะถูกผลักออกมาจากประตูห้อง เธอใส่กลอนล็อคเอาไว้ไม่ให้ผมเค้าไปได้ และเสียงที่ไม่น่าฟังก็เกิดขึ้นอีกนับไม่ถ้วนจนผมหมดสติไป

 




ผมตื่นมาบนกองถังขยะเน่าเหม็นบ่งบอกได้ว่าผมคงจะถูกเอามาทิ้งแน่ๆ แล้วผมควรทำยังไงต่อไปล่ะ ที่นี่ที่ไหนผมควรไปอยู่ไหน ผมได้แต่ร้องไห้กับตัวเองอยู่แบบนั้นหลายชั่วโมง จนมีชายแก่คนหนึ่งเดินเข้ามาหาผมแล้วถามผมว่า เอ็งเป็นใครไอหนู มาอยู่บนกองขยะนี่ได้ยังไงผมตอบ ผมโดนทิ้งครับ แม่ของผม.. แล้วเขาก็หัวเราะในลำคอ

หึหึ คนสมัยนี้มันเป็นแบบนี้กันทั้งนั้น คิดอยากจะได้ก็ทำ พอดูแลไม่ได้ก็เอามาทิ้ง คนทั้งคนเห็นเป็นหมาเป็นแมวไปได้ เอ็งมากับลุงสิจะพาไปที่ดีกว่ากองขยะเน่าๆ นี่ แต่ก็คงดีกว่าไม่เท่าไหร่ ผมมองมือเหี่ยวย่นที่ยื่นมาตรงหน้าผม เขายิ้มและบอกผมว่า “เอ็งจะไปมั้ยล่ะ ไอหนู” ผมไม่ทันคิดอะไรมือขวาของผมก็ยื่นออกไปจับชายตรงหน้า พร้อมพยักหน้าและบอกว่า “ไปครับ”

 

อย่างน้อยมันก็คงจะดีกว่ากองขยะตรงหน้านี้แน่นอน

 

 





 

10 September 2018

 

ไอ้เหี้ย อย่าทำกูเสียงร้องโวยวายของชายหนุ่มหน้าตาดีที่กำลังถูกเพื่อนกลั่นแกล้งร้องขึ้น

“ก็มึงแพ้เกมนี่หว่าไอสัด มึงก็ต้องทำตามที่ตกลงไว้ดิ”

“เออ มึงแพ้เกมกูมึงเลี้ยงเหล้าพวกกูเลยคืนนี้ เอาแบบหรูๆ เลยนะบาร์ระดับห้าดาวงี้” ชายหน้าตี๋กล่าวและเอื้อมมือไปผลักคนตรงหน้าอย่างหยอกล้อ

“ไอ-วยบีม ไอเวรคิดว่ากูรวยมากมั้งสาด”

“กูว่ามึงก็รวยอยู่นะหมอก” เสียงใสเอ่ยขึ้นอย่างขบขัน “เลี้ยงกูสองคนแค่นี้ไม่เป้นไรหรอกมั้ง”

“เออ ไอเหี้ย เดี๋ยวกูบอกอีกทีในไลน์ว่าร้านไหน ลุงขับรถกูมารับแล้วกูไปปก่อน” ว่าแล้วก็หยิบกระเป๋าเป้ Supreme ชื่อดังขึ้นมาสะพายและออกตัวเดินไปยังรถหรูที่จอดรออยู่หน้าโรงเรียน

“กูก็ต้องกลับแล้วเหมือนกันว่ะเอย ให้กูไปส่งปะหรือจะกลับเอง” บีมยืนขึ้นเต็มความสูงร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร  

ไม่เป็นไร กูกลับเองขอบคุณมึง

“เออ ไว้เจอกันตอนดึก”

 




ผมเดินกลับมาที่บ้านเช่าอันแสนรกและแคบเหมือนรูหนู โซฟาสีน้ำตาลเป็นที่รองรับอย่างดีเมื่อคนตัวเล็กนั่งลงพร้อมหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงเสียงแจ้งเตือนจากแอพพลิเคชั่นสีเขียวที่เป็นที่นิยมกันอยู่ตอนนี้ดังขึ้นรัว เขาตื่นหยิบหยิบมันขึ้นมาเปิดดูพบการแจ้งเตือนใหม่มากกว่า 20รายการ

 




สามโจ๋บ้าพลัง (3)

19:07

Mhok cool boy : กูจะออกไปสามครึ่ง มึงจะออกกันกี่โมง

Beem : กูยังไงก็ได้

Beem : เดี๋ยวแวะไปรับเอยด้วย ไปพร้อมกันจะได้เร็วกว่าแยกไป

Mhok cool boy : เออเค เดี๋ยวกูส่งโลไปให้รอแปป

Beem : เค

19:10

Mhok cool boy send location

Mhok cool boy : โรงแรม P เจอกันชั้น 12

Mhok cool boy : เดี๋ยวกูนั่งรอหน้าทางเข้า รีบมา สามครึ่งเจอกัน

19:18

Beem : ครับนาย เจอปืน

 

นิ้วสวยกดเข้าไปยังโลเคชั่นที่หมอกส่งมา โรงแรมหรูระดับห้าดาวที่ราคาห้องแพงหูฉี่ อีกกี่สิบชาติเขาถึงจะได้เข้าไปอยู่กัน ว่าแล้วก็กดปิดแชทลงเอาโทรศัพท์วางไว้บนโซฟาแล้วหยิบผ้าขนหนูเดินไปอาบน้ำทันที

 

 





“อ้าว ชิบหายละ เสื้อผ้าที่ซื้อมาอาทิตย์ที่แล้วหายไปไหนหมดวะ” เขาบ่นกับตัวเองพลางใช้ผ้าเช็ดผมไปอย่างหัวเสีย “ไอเด็กเวรข้างบ้านอีกแน่เลยแม่งเอ๊ย ชอบมาขโมยของกูไปใส่ แล้วทีนี้จะใส่อะไรดีวะเนี่ย เห้อ” เสื้อผ้าที่เหลืออยู่ตอนนี้ก็มีแต่ชุดนักเรียนสองตัวกับชุดนอนและเสื้อยืดสีดำกางเกงยีนขาดๆ ถ้าใส่ไปที่แบบนั้นมันจะดูทุเรศไปมั้ยนะ

 




บีมน้อยหอยเหม็น

Beem : มึงทำไรอยู่

Beem : อีกเดี๋ยวกูจะออกไปแล้วนะ

บีม มึงมีเสื้อเกงให้กูยืมปะวะ เด็กข้างบ้านแม่งมาขโมยเสื้อกูไปหมด : เอิงเอย
กูไม่มีเสื้อใส่แล้วว่ะ : เอิงเอย
มีแต่เสื้อยืดเกงาขาดๆ : เอิงเอย

Beem : เออ เดี๋ยวกูลองหาไปให้

Beem : รอกูแปป เดี๋ยวหยิบชุดแล้วกูออกไปเลยนะ

ขอบใจไอเหี้ย : เอิงเอย

 









 

20:38

เวลาผ่านมาครึ่งชั่วโมงแล้วก็ยังไม่มีทีท่าที่ไอเพื่อนตัวดีจะโผล่มา สงสัยรถอาจจะติดงั้นเขาจะเล่นเกมรอแล้วกันนะ..

 

“เชี่ยเอย สัดออกมา” เสียงตะโกนโวยวายหน้าบ้านทำเอาเขาตกใจ มาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ?

“มึงมานานยังเนี้ยะ”

“กูก็พึ่งมาถึงเมื่อกี้ เอ้าชุดเอาไปไอสัด รีบเปลี่ยนรีบไป ไอหมอกแม่งไปรอจะรีบชิบหาย”

“กูว่ารีบไปตกสาวอีกตามเคย”

“อ่อนชิบหาย ล่อเค้ามาแล้วเค้าจะพาไปต่อเสือกบอกอยากกลับบ้านคิดถึงแม่” เอยหัวเราะคิกคักสองสามครั้งเพราะเรื่องของเพื่อนตัวเอง ขี้ป๊อดไม่มีใครสู้จริงๆ เขายื่นมือรับถุงพลาสติกสีขาวมาก่อนจะรีบเดินเข้าไปเปลี่ยนชุด แต่พอหยิบชุดออกมาในใจก็ได้แต่ตะโกนด่าไอเพื่อนเวรในใจหลายสิบรอบ ดูชุดที่มันเอามาให้เค้าใส่ดิ โชว์วับแวมที่ไหล่ด้วยอย่างกับผู้หญิง แถมยังมีโชคเกอร์มาให้ใส่อีก กะจะเอาดำทั้งชุดเลยปะไอเหี้ย เหมือนไองานศพแทนงานสังสรรค์

 

ถึงตัวจะบ่นมากยังไงก็รีบใส่ตามที่เพื่อนมันเอามาให้ แต่ว่าโชคเกอร์นี่ขอไม่ใส่แล้วกันนะแค่อีเสื้อยืดเปิดไหล่นี่ก็อายเขาจะแย่อยู่แล้ว

 

“กูพร้อมแล้วบีม”

“ไอเหี้ย กูว่าแล้วว่ามึงต้องใส่ได้ไอสัด ใส่โชคเกอร์ด้วยดิจะได้เข้ากับชุด”

“กูไม่ใส่ไอสัด ทุเรศกูอายเค้า” ปฏิเสธแทบจะทันทีเมื่อเพื่อนตัวดีคะยั้นคะยอให้เขาใส่โชคเกอร์บ้าบอนั่น “จริงๆ กูก็ไม่อยากใส่เสื้อตัวนี้เท่าไหร่หรอกนะ แต่เห็นมึงอุตส่าเอามาให้กูจะใส่รับน้ำใจแล้วกัน” ว่าแล้วก็เชิดหน้าพูดก่นจะเดินนำออกไปทีรถ บีมผู้ยืนอยู่ข้างหลังได้แต่ยิ้มหัวเราะอย่างพอใจทีแกล้งเพื่อนตัวน้อยได้ ก่อนจะเดินตามและขับรถไปยังสถานที่ที่นัดรวมตัว









TBC.               






                                                                 - - - - - - - - - - - - - - - - - -





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #1 running (@smileynann) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 04:49
    สงสารน้อง แต่ทำไงได้อ่ะเนอะ เฮ้อ
    #1
    0