อุบัติรัก กักหัวใจ

ตอนที่ 3 : แต่งงานกันเถอะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 193
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 มิ.ย. 56

มาแล้วค่ะบทที่สอง ตอนนี้นางเอกของเราแต่งงานกับพระเอกแล้ว มาช่วยลุ้นพร้อมๆ กับเธอนะคะ ส่วนตอนท้ายบทก็จะเริ่มเปิดตัวเจ้าสาวตัวจริงแล้วเอาใจช่วยหญิงสาวผู้โชคร้ายอีกคนด้วยค่า

ริตาพร

บทที่ 2

แชะ แชะ!

แสงแฟลตวูบวาบจากลำกล้องราคาหมื่นอัพของบรรดาช่างถ่ายภาพทำเอาจันทร์ประดับถึงกับตาพร่า ตัวเย็นเฉียบ แทบไม่มีแรงเดิน พอเอาเข้าจริงความกล้าที่มีไม่รู้ว่าหายไปไหนหมด จึงปล่อยให้คนเป็นเจ้าบ่าวจับนู่นทำนี่ตามพิธีไปเรื่อย

เฮ้อ! ไม่น่าเห็นแก่เงิน อยากรวยทางลัดเลยเรา เพราะอดีตคนรักเฮงซวยนั่นคนเดียวแท้ๆ

หญิงสาวร่ำให้ในใจ หลังจากตกปากรับคำกับเจ้าบ่าวสุดหล่อเธอก็โดนช่างแต่งตัวที่เขาจ้างมาจับเนรมิตโมดิฟายเสียใหม่จนพอดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้าง หลังจากนั้นเธอก็โดนลากมาที่ห้องจัดเลี้ยงชั้นดาดฟ้าของโรงแรมเพื่อเข้าพิธีแต่งงานทันทีเนื่องจากเลยฤกษ์ไปร่วมชั่วโมง

แขกในงานมีไม่มากนักตามคำบอกเล่าของเจ้าบ่าว เนื่องจากเขาอยากให้เป็นพิธีที่เรียบง่ายที่สุดจึงเชิญแต่คนสนิทเท่านั้น เธอนึกแปลกใจว่าทำไมทุกคนถึงไม่สงสัยกันบ้างเมื่อเจ้าสาวหน้าเปลี่ยนไปแต่คำตอบของคนเป็นเจ้าบ่าวทำเอาเธออ้าปากค้าง

ก็อย่างที่บอก ครอบครัวผมรู้จักกับเจ้าสาวมานาน คงไม่น่าเกลียดอะไรที่เธอจะมาปรากฏตัวครั้งแรกในงาน

ช่างเป็นเหตุผลที่ประเสริฐที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา แถมญาติของฝ่ายหญิงก็ไม่มีสักคนช่างเป็นการแต่งงานที่พิสดารที่สุดเท่าที่เคยเห็นเช่นกัน กระนั้นไม่ว่าจ้าวบ่าวจะพูดอะไรทุกคนก็เชื่อหมดสมกับเป็นนักธุรกิจจริงๆ

พิธีอันเป็นมงคลต่างๆ ผ่านพ้นไปอย่างใจหายใจคว่ำตามความคิดของจันทร์ประดับด้วยกลัวว่าจะเผลอพิรุธจนความแตก โชคดีที่คุณวิษณุกับคุณภาวินีพ่อแม่ของฝั่งเจ้าบ่าวค่อนข้างใจดีและออกอาการเห่อลูกสะใภ้เป็นอย่างมากที่ทำให้ลูกชายคนเดียวขายออก ทำให้เธอไม่ต้องคอยระแวงว่าจะโดนพวกท่านจับผิด

เมื่อได้เวลาอันสมควรงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสจึงเริ่มขึ้น พิธีกรชายในชุดทักซิโด้ผูกหูกระต่ายกล่าวเชิญคู่บ่าวสาวขึ้นบนเวที นั่นทำให้ความหวาดระแวงของจันทร์ประดับเกิดขึ้นอีกครั้ง ภากรมองออกว่าเจ้าสาวแก้ขัดของเขากำลังเกร็งที่จะต้องออกไปแสดงความรักต่อหน้าคนหมู่มากจึงกุมมืออีกฝ่ายอย่างให้กำลังใจ

“มันจะผ่านไปด้วยดี ไปกันเถอะ”

มือเรียวทาบลงคล้องเข้าที่ต้นแขนแกร่งของผู้เป็นเจ้าบ่าว ทั้งคู่สบตากันแวบหนึ่งก่อนพร้อมใจฉีกยิ้มมีความสุขแจกแขกเหรื่อในงานแล้วขึ้นไปบนเวที

“แหม เจ้าบ่าวก็หล่อ เจ้าสาวก็สวย คู่นี้เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกจริงๆ ใช่ไหมครับ”

เสียงวิดวิ้วตบมือเชียร์ดังกึกก้องทั่วทันทีที่พิธีกรอารมณ์ดีเอ่ยแซวพอหอมปากหอมคอ คู่บ่าวสาวจึงยิ้มให้กันอย่างเขินๆ ราวกับกำลังตกอยู่ในภาวะรักแรกพบ

“ไม่ทราบว่าคุณภากรกับคุณอิงฟ้าพบกันครั้งแรกที่ไหนเหรอครับ แล้วพวกคุณประทับใจอะไรในตัวของกันและกันบ้างครับ” พิธีกรหนุ่มเว้นจังหวะพูด ก่อนหันไปทางเจ้าสาว “เริ่มจากเลดี้เฟิร์สก่อนครับ”

จันทร์ประดับรับไมล์มาถือไว้มือไม้สั่น หน้าซีด จะให้เธอประทับใจอะไรในตัวเขาล่ะ เจอกันครั้งแรกก็โดนกล่าวหาว่าทำเจ้าสาวเขาหายแถมยังจะจับเธอส่งตำรวจอีก จะให้บอกคนอื่นว่าดีใจมากที่ทำเจ้าสาวเขาหายแล้วได้แต่งงานกับเขาแทนแบบนี้เหรอ ไม่มีทาง!!

เมื่อเห็นเจ้าสาวนิ่งไม่ยอมพูดเอาแต่หลับตาส่ายหน้าดิก แขกในงานก็เริ่มหันหน้าเข้าหากัน มองหน้าเจ้าสาวอย่างสงสัยในขณะเดียวกันก็เอาใจช่วยไปด้วย ส่วนคนเป็นเจ้าบ่าวถึงกับเหงื่อแตก

“สงสัยเจ้าสาวของผมคงตื่นเต้นไปหน่อย เอาเป็นว่าผมจะพูดความรู้สึกของผมก่อนล่ะกันครับ” ภากรส่งยิ้มอบอุ่นให้เจ้าสาว เรียกคะแนนความน่ารักของเจ้าบ่าวได้อย่างท่วมท้น โดยเฉพาะโต๊ะครอบครัวของทางเจ้าบ่าวที่ดูยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ปลาบปลื้มกับความเป็นสุภาพบุรุษของลูกชาย

“ครั้งแรกเหรอครับ ตอนนั้นผมไปอิตาลี่ แล้วเจอเธอที่น้ำพุเทรวี่น่ะครับ ในตอนนั้นผมเห็นเธอหลับตาพริ้มอธิฐานเหรียญต่อหน้าน้ำพุประมาณเที่ยงคืน แต่โยนเหรียญพลาดมาถูกผมครับ...” ภากรยิ้มพอใจเว้นจังหวะพูดเมื่อเห็นแขกหัวเราะขำและเขินแทน ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ผมเลยก้มเก็บเหรียญส่งให้เธอ เธอรับไว้ยิ้มๆ แล้วก็เดินหนีไปครับ หลังจากนั้นเราก็บังเอิญเจอกันบ่อยๆ จนกลายเป็นบังเอิญ... รักในที่สุดครับ”

“บังเอิญรัก โอ้โห ช่างเป็นอะไรที่น่าประทับใจและโรแมนติกที่สุดเลยนะครับ เจ้าบ่าวพูดถึงขนาดนี้เจ้าสาวคงหายตื่นเต้นแล้ว เจ้าสาวประทับใจอะไรในตัวเจ้าบ่าวเอ่ย”

จันทร์ประดับยิ้มรับกับบทส่งของพิธีกร แล้วหันไปยิ้มเหี้ยมอย่างคาดโทษให้ฝ่ายเจ้าบ่าวที่ยืนทำหน้าหล่อแบบไม่เกรงใจใคร หากไม่ทันที่หญิงสาวจะได้แสดงความรู้สึกใดๆ สายตาเจ้ากรรมก็ปะทะเข้ากับคนกลุ่มหนึ่งที่ปะปนเข้ามาในงานเหมือนกับกำลังหาบางอย่างอยู่

จันทร์ประดับเบิกตาค้าง จำได้ว่าคนพวกนั้นคือลูกน้องของเตวิช เธอตกใจทำอะไรไม่ถูก เสียงพิธีกรกระตุ้นให้เธอพูดยิ่งฉุดสติที่เหลือเพียงน้อยนิดไปหล่นตุ๊บลงพื้น ในจังหวะที่คนกลุ่มนั้นหันมาที่หน้าเวที หญิงสาวจึงพิสูจน์ความรักต่อเจ้าบ่าวด้วยการกระทำซะเลย สองมือเรียวโน้มคอภากรลงมา ก่อนประกบริมฝีปากรูปกระจับของเธอบนริมฝีปากบางได้รูปของเขาอย่างดูดดื่มไม่แคร์สายตานับร้อยที่มองมาบนเวทีอย่างตกตะลึงกับการแสดงความรักสดๆ ของเจ้าสาวที่ใจร้อนข้ามขั้นตอนของงานไปเสียดื้อๆ ทำให้ทุกคนมองตาค้าง

จุมพิตเร่าร้อนดูดดื่มที่ไม่เคยได้สัมผัสจากผู้หญิงคนไหนถึง 3 ปีเต็ม ทำเอาเอาภากรถึงกับอึ้งตะลึงค้างกับรสจูบมาราธอนเอาเป็นเอาตายของจันทร์ประดับ ความรู้สึกบางอย่างที่เลือนหายไปนานถูกกระตุ้นขึ้น ส่วนเจ้าของบทจูบเองก็แทบละลายเสียเอง เริ่มเขาอ่อนโชคดีที่คนเป็นเจ้าบ่าวช่วยประคองจึงโอบกอดเขาไว้แน่นที่สุด

คู่นี้รักกันแซบเว่อร์ดูดดื่มจริงๆ นะครับ ผมว่าเจ้าสาวควรพอได้แล้วนะครับเดี่ยวจะติดเรตเสียก่อน ความรู้สึก ความประทับใจ คงไม่ต้องพูดกันแล้วใช่ไหมครับทุกคน” นานร่วมนาทีเลยทีเดียวกว่าที่พิธีกรอารมณ์ดีจะหาลิ้นตัวเองเจอ ตามด้วยเสียงหัวเราะครืนของบรรดาแขกในงาน จันทร์ประดับลืมตาขึ้นเหล่มองไปทางหน้างานพอไม่เห็นคนของเตวิชเธอจึงถอนเรียวปากออกจากริมฝีปากของเขา พอเห็นผลงานตัวเองที่ฝากไว้กับเจ้าบ่าวเธอถึงกับหน้าซีดก่อนค่อยๆ ซับสีระเรื่อ

ทำไมอีตาบ้านี่ต้องหน้าแดงด้วยล่ะ ทำอย่างนี้ก็เท่ากับว่าเธอปล้นจูบเขาน่ะสิ ไม่นะ!

รถเบนซ์สีขาวถูกประดับตกแต่งด้วยดอกไม้และริบบิ้นสีสดใสแล่นฝ่าความมืดพุ่งตรงไปยังชานเมืองในเวลาเกือบเที่ยงคืนด้วยความเร็ว พาหนะบนท้องถนนเริ่มร้าง บรรยากาศภายนอกเงียบสนิทเช่นเดียวกับภายในห้องโดยสาร

ความเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศ ไม่สามารถลดความร้อนรุ่มในใจภากรได้เลยแม้แต่น้อย ยามหวนนึกถึงสิ่งที่เขาตัดสินใจกระทำลงไปในคืนนี้

ความจริงเขารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจันทร์ประดับไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการหายตัวไปของอิงฟ้า เขาดูเหตุการณ์ทุกอย่างจากกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ทุกห้องของโรงแรมเพื่อสิทธิประโยชน์ของลูกค้าแต่กล้องจะทำงานอัตโนมัติเมื่อประตูห้องเปิดอยู่เท่านั้นพอปิดประตูกล้องจะหยุดทำงานเพื่อไม่เป็นการละเมิดสิทธิของลูกค้า หากนับว่าเป็นโชคเข้าข้างที่หญิงสาวไม่ได้ปิดประตูจึงเห็นภาพเหตุการณ์ทุกอย่างทั้งหมด

เมื่อทราบเรื่องเขาก็สั่งให้คนออกตามตัวอิงฟ้าทันที คาดว่าคนร้ายคงจะลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ หากผ่านไปร่วมชั่วโมงก็ยังไม่มีวี่แววว่าคนร้ายจะติดต่อกลับมา เขาจึงตัดสินใจว่าจ้างให้เจ้าสาวอีกคนสวมรอยเป็นอิงฟ้าเพราะไม่อยากให้งานล่มรวมถึงไม่มีใครรู้จักอิงฟ้าเลยสักคนทุกอย่างจึงผ่านพ้นไปด้วยดี

“ไอ้บ้า ไอ้เลว ไอ้แอ๊บแมน...”

ภากรสะดุ้งตื้นจากภวังค์หันไปหาคนที่นอนหลับละเมอไม่รู้เรื่องอย่างไม่เข้าใจว่าเธอกำลังด่าใครกันแน่ หลังจากเขาดูภาพเธอจากกล้องวงจรปิดก็พบว่าเธอยืนอยู่ที่หน้าห้องห้องหนึ่งหลังจากนั้นเธอก็มีท่าทีเหมือนตกใจอะไรบางอย่างแล้วก็วิ่งร้องไห้เป็นเผาเต่าจนมาสะดุดพรมที่หน้าห้องของอิงฟ้า นอกจากนั้นเขาก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธออีก

นี่เขาตัดสินใจแต่งงานกับผู้หญิงที่รู้จักแต่เพียงชื่อและเจอกันไม่กี่ชั่วโมงจริงๆ เหรอเนี่ย!

เจ้าหล่อนถือได้ว่าเป็นผู้หญิงที่สวยคนหนึ่ง เธอมีผิวขาวเนียนอมชมพู ดวงหน้านั้นกระจ่างใสซึ่งเขามีโอกาสได้เห็นตอนที่เธอล้างเครื่องสำอางออกแล้ว ดวงตากลมโตรับกับจมูกโด่งแต่รั้นปลายเหมาะเจาะลงตัว ถ้าไม่ติดที่ริมฝีปากรูปกระจับนั่นขยันส่งเสียงกวนอารมณ์บ่อยๆ เธอก็น่ามองไม่น้อย

“ตื่นได้แล้วคุณ ถึงแล้ว” เขาสะกิดเข้าที่แขนเรียว

“อืม...” หญิงสาวสะดุ้งตัวตื่นอย่างไม่เต็มใจนักเพราะก่อเรื่องน่าอับอายไว้ “ถึงแล้วเหรอ”

เธอกระพริบตาถี่ไล่ความง่วง ปรือตาขึ้นมองโดยรอบ หัวใจสาววัย 27 ปี เต้นไม่เป็นจังหวะอีกครั้ง เมื่อรถเลี้ยวเข้าไปยังตรอกเล็กๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ พอพ้นออกมาก็เป็นลานหินบล็อกประสานหยาบๆ แสงจากโคมไฟประดับสวนบวกกับแสงไฟหน้ารถยนต์สว่างพอเห็นว่าเบื้องหน้าเป็นบ้านไตล์ลอฟต์ ยกพื้นสูงปูด้วยหินขัดอย่างดี ตัวบ้านตกแต่งด้วยไม้ทั้งหลัง ประตูและหน้าต่างกรุด้วยกระจกใสในกรอบสีขาว บริเวณบ้านปลูกไม้ประดับพองาม

เสียงเครื่องยนต์ดับสนิทนำพาหัวใจหญิงสาวหยุดเต้นไปด้วย นี่มันคืนเข้าหาครั้งแรกของเธอเชียวนะ จะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไร จินตนาการร้อยแปดจากนิยายที่เคยอ่านโลดแล่นเข้ามาในหัวสมองทำเอาขนลุกเกรียว จันทร์ประดับตื่นตัวจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงปิดประตูรถ นับ หนึ่ง สอง... หายใจเข้าเต็มปอดแล้วลงจากรถ เมื่อหญิงสาวเหยียบขอบประตูรถหากในจังหวะที่เก้าลงร้องเท้าส้นสูงเจ้ากรรมดันขัดกับชายกระโปรงทำให้ร่างสมส่วนถลาลื่น

“กรี๊ดดดด!

จันทร์ประดับหลับหูหลับตากรีดร้องลั่นรอรับความเจ็บปวด ก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างงงๆ เมื่อพบว่าตัวเองไม่ได้รับความเจ็บปวดอย่างที่คาดไว้

“ทีหลังระวังหน่อยนะคุณ” ภากรตักเตือนแกมตำหนิ โชคดีที่เขารับไว้ทัน แต่ก็เสียหลักไปด้านหลังสองสามก้าวก่อนผละออกอย่างรวดเร็ว ทำให้จันทร์ประดับหน้าตึงคำขอบคุณหายถูกกลืนลงคออย่างรวดเร็ว

“คุณสบายใจได้ มันจะไม่เกิดขึ้นอีก”

ภากรเลิกสนใจหญิงสาวที่ยืนพองเป็นยักษ์ปักหลั่นอยู่จุดเกิดเหตุ ก่อนเดินไปไขกุญแจบ้านเปิดไฟบริเวณประตูแล้วก้าวเข้าไปข้างในด้วยความเคยชิน จันทร์ประดับบ่นอุบอิบแล้วกระแทกส้นเดินตามชายหนุ่มไปอีกคน

เธอกวาดสายตาสำรวจเครื่องเรือนภายในพอเป็นพิธีเพราะยังมีเวลาสำรวจอีกมาก นั่งรอเจ้าของบ้านที่โซฟารับแขกเมื่อเห็นว่าเขาหายเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง

“รับไปสิ”

จันทร์ประดับมองกุญแจในมือหนาอย่างงงๆ

“ของฉันเหรอ?

“กุญแจห้องนอนของคุณ ผมให้แม่บ้านมาทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว” เขาพูดพร้อมกับยัดลูกกุญแจไว้ในมือเรียวแล้วหมุนตัวกลับห้อง

“เดี๋ยวสิ นี่คุณกับฉันไม่ได้นอนห้องเดียวกันเหรอ” เธอแย้งหน้าเหวอ มันขัดกับจินตนาการที่เคยคิดเอาไว้มาก เรื่องนี้ต้องส่งพระเอกมาผิดตัวกันแน่

ภากรเอียงศรีษะ หันมาสบตาหญิงสาวตรงๆ

“เข้าใจถูกแล้วนี่ มีอะไรข้องใจเหรอ”

จันทร์ประดับอึกอัก เธอเคยได้ยินว่าวันเข้าหอเจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องอยู่ด้วยกันในห้องหอทั้งคืนห้ามออกมาจากห้องเด็ดขาดไม่อย่างนั้นจะเกิดการเตียงหักได้ แต่นี่เจ้าบ่าวของเธอจะไม่คิดที่จะร่วมห้องกับเธอเชียวเหรอ หยามกันชัดๆ !

“คุณไม่กลัวคนอื่นสงสัยหรือไง ถ้าเกิดมีคนจับได้ว่าเราแยกห้องกัน ความไม่แตกเหรอ”

“จะกลัวอะไรในเมื่อบ้านนี้เราอยู่กันแค่สองคน ส่วนแม่บ้านก็มาทำความสะอาดอาทิตย์ละครั้งนั้นคงไม่มีใครสงสัยหรอก”

“แต่...” เธออ้ำอึ้งแต่ก็พูดตามที่รู้สึก “แต่เราแต่งงานกันแล้วนะ”

ภากรขมวดคิ้วมุ่น เริ่มสับสนกับความคิดของหญิงสาว

“คุณบอกผมมาตรงๆ ดีกว่าว่าคุณต้องการอะไรกันแน่”

นั่นสินะ เธอต้องการอะไรจากเขากันแน่ หนูจันทร์เอ๊ย ไม่น่าซื้อนิยายโรมานซ์มาอ่านติวก่อนเข้าหอเลย เสียดายตังค์ชะมัด ท่ามากแบบนี้เกย์ชัวร์!

“อย่ามาคิดทะลึ่งกับฉันนะ ฉันก็แค่ไม่อยากตกงานเท่านั้น”

ชายหนุ่มผงกศรีษะเหมือนเข้าใจ

“เรื่องนั้นคุณไม่ต้องกลัวหรอก ตราบใดที่คุณรับเงินผมแล้ว ผมใช้งานคุณคุ้มแน่” เขาเอ่ยทิ้งท้ายเดินเข้าห้องทันทีไม่สนใจว่าคนฟังจะรู้สึกอย่างไร เสียงประตูที่ปิดตามมาทำให้หญิงสาวสะดุ้งเฮือกปรายตามองไปทางต้นเสียงอย่างงงๆ พอตั้งสติได้ ดวงตากลมเบิกกว้าง ริมฝีปากอ้าค้างตกตลึง

“มะ... หมายความว่าไง ใช้งานคุ้มแน่?

แววตาคมกริบทอดมองร่างแบบบางในชุดสีแต่งงานแบบเกาะอกกระโปรงสั้นเหนือเข่าเล็กน้อยแต่งโบว์ขนาดใหญ่ตรงช่วงเอว เนื้อผ้าแบบชีฟองระย้ายาวปางด้านหลัง ด้วยสีหน้าจับความรู้สึกยาก

สองชั่วโมงที่ผ่านมา เขาเจอเธอนอนสลบอยู่ข้างถนน ศรีษะข้างหนึ่งถูกกระแทกเลือดอาบแก้ม ตัวร้อนจี๋ โชคดีที่ชุดขาวของเธอเป็นจุดเด่นพอสมควรไม่อยากนั้นเขาไม่อยากคิดสภาพเลยว่าเจ้าหล่อนจะเป็นยังไงถ้าเขาไม่มาพบเข้า

หญิงสาวเสียเลือดมากตัวซีดจนน่าใจหาย ตอนนั้นเขายังจับต้นชนปลายไม่ถูก คาดการณ์ว่าเธออาจถูกลักพาตัวหรือไม่ก็ถูกตามล่า และไม่อยากให้ทางโรงพยาบาลซักประวัติมากจึงตัดสินใจพาเธอกลับไปที่บ้านพักส่วนตัวนอกชานเมืองที่นานๆ ครั้งจะมาใช้บริการ หลังจากนั้นเขาก็โทรตามหมอที่วางใจได้มาทันทีแล้วให้คนสนิทไปสืบว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใครเพื่อจะได้ติดต่อญาติของเธอถูก

“เรียบร้อยแล้วครับ คุณดิน”

หัสดินตื่นจากภวังค์เลื่อนสายตาไปยังนายแพทย์วัยห้าสิบในชุดกาวน์สีขาวที่กำลังถอดถุงมือพลาสติกออกก่อนหันมาทางเขา

“อาการของเธอเป็นอย่างไรบ้างครับ”

นายแพทย์มองคนเจ็บอย่างประเมิน

“เท่าที่ผมตรวจดูอาการเบื้องต้น เธอโดนวางยาสลบแล้วถูกของแข็งกระแทกที่ศรีษะอย่างแรง มีไข้สูงพอสมควร ถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อนอีกพรุ่งนี้เช้าคงฟื้นแน่นอนครับ”

“ขอบคุณมากครับ คุณหมอ” เขาเอ่ยยิ้มๆ อย่างโล่งอก

“เดี๋ยวหมอจะจัดยาให้ ยังไงคืนนี้คงต้องเช็ดตัวให้เธอบ่อยๆ หน่อยนะครับ ไข้จะได้ลดลง”

“ครับ” หัสดินพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย เมื่อคุณหมอขอตัวกลับเขาจึงหันมาให้ความสนใจหญิงสาวอีกครั้ง

ยามนี้เสี้ยวหน้าเรียวเล็กที่เต็มไปด้วยคราบเลือดถูกเช็ดทำความสะอาดหมดจดเผยให้เห็นความหวานซึ้งเหมาะเจาะของเครื่องหน้าซึ่งบริเวณขมับด้านซ้ายมีผ้าก๊อชสีขาวแปะไว้ ทำเอาหัวใจชายหนุ่มไหววูบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“คุณเป็นใครกันแน่?” เขาพึมพำขึ้นสีหน้าขรึมผิดปกติราวกับกำลังขบคิดบางอย่าง

เสียงฝีเท้าดังสม่ำเสมอทางหน้าประตูทำให้หัสดินละความสนใจจากหญิงสาวหันไปสนใจบุคคลผู้มาใหม่แทน

“ได้ความว่ายังไงบ้าง”

คนในชุดสูทสีดำโค้งให้ชายหนุ่มก่อนรายงาน

“เธอชื่ออิงฟ้า พาณิชยกุล ครับ”

“แล้วไงต่อ”

“เธอเป็นคู่หมั้นของคุณภากร อัครทิวากร แล้ววันนี้เป็นวันแต่งงานของเธอ แต่โดนลักพาตัวมาก่อนครับ”

ดวงตาคมสีน้ำตาลกร้าวขึ้นเล็กน้อยก่อนเปลี่ยนเป็นดุดันเมื่อรู้สถานะใหม่ของหญิงสาวที่ช่วยชีวิตเอาไว้

“แน่ใจนะว่าข้อมูลไม่ผิดพลาด”

“แน่ใจครับ”

หัสดินนิ่งคิดชั่วครู่ก่อนโบกมือให้ลูกน้องไปพักผ่อน เสมองหญิงสาวที่หลับสนิทอีกครั้ง ความคิดบางอย่างวูบขึ้นมาในสมอง

“ขอบใจมาก นายไปหาแม่บ้านสักคนมาพยาบาลเธอที แล้วไปพักผ่อนได้”

“ครับนาย”

เมื่อชายชุดดำออกไปแล้ว นายหัวใหญ่แห่ง ฟาร์มมุกจันทรรัตน์ก้าวไปหาร่างแบบบางบนเตียงปรายมองอย่างคุกคาม รอยยิ้มเหยียดปรากฏเหนือริมฝีปากหนาหยักได้รูปเมื่อนึกถึงคนคนหนึ่ง

“เจ้าสาวของนาย ฉันขอนะภากร”

...............................................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #13 conanjang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2556 / 19:12
    เอาใจช่วยนางเอก และคนแต่งค่ะ รีบปั่นงานออกมาเรวๆนะ สู้ๆ
    #13
    0
  2. #12 patchareeporn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2556 / 02:46
    รอต่อค่ะ
    #12
    0