อุบัติรัก กักหัวใจ

ตอนที่ 2 : เจ้าสาวสยอง!!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 197
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 มิ.ย. 56

ฉากนี้ดราม่าจัดนิดหน่อย เอาใจช่วยเจ้าสาวของเราด้วยนะคะ


บทที่ 1

“ที่รัก คุณอย่าไปเลยนะ คุณก็รู้ว่าฉันจำเป็น”

“ผมขอโทษ คุณก็รู้ว่าเรื่องระหว่างเราเป็นไปไม่ได้ ผมรักคุณนะ”

ภาพคู่รักยืนร่ำไห้ทอดมองกันอย่างอาลัยปานจะขาดอากาศหายใจถ้าต้องพลัดพรากจากกันแม้เพียงเสี้ยววินาที หลังจากนั้นก็โผเข้าหากันด้วยแรงรักแรงสะอื้นอาจจะเป็นภาพที่หลายๆ คนคงรู้สึกเห็นใจและเศร้าตาม

แต่... ไม่ใช่กับหญิงสาวในชุดสีขาวบริสุทธิ์ที่แอบมองอยู่ทางด้านหลังประตูห้องที่ทั้งคู่พลอดรักกัน

ดวงตาเรียวเบิกกว้าง อ้าปากค้าง พวงแก้มแดงก่ำ เจ็บจี๊ดที่หัวใจ อยากจะกรีดร้องออกมากับภาพที่เห็น เมื่อคนในห้องกำลังจุมพิตกันอย่างดูดดื่ม หากกลัวตกเป็นเป้าสายตาจึงจำต้องยกมือปิดปากระงับอารมณ์ไว้ ก่อนถอยผละลนลานออกจากภาพบาดใจแล้ววิ่งหนีสุดชีวิต

หญิงสาวร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างหมดสภาพแทบไม่เหลือมาดเจ้าสาวแสนสวยที่กำลังจะมีความสุขในวันวิวาห์แม้แต่น้อย ใบหน้าที่บรรจงแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดีเปรอะเปื้อนไปหมด

ภาพความทรงจำระหว่างเธอกับอดีตคนรักถูกทับซ้อนด้วยบทรักเร่าร้อนเมื่อครู่แทบไม่เหลือความรู้สึกดีใดๆ อีก ความสวยที่มักภูมิใจเสมอถูกทำลายย่อยยับเมื่อมันไม่สามารถช่วยให้ความรักของเธอไปได้ถึงตลอดฝั่งฝัน สายตาของคนในห้องที่ตีจากมาบ่งบอกความรู้สึกได้ชัดล้านเปอร์เซ็นต์ว่าเธอเป็นเพียงแค่... ส่วนเกินเท่านั้น

จันทร์ประดับรู้จักกับ เตวิช เมื่อ 2 ปีก่อน โดยใช้บริการทางบริษัทจัดหาคู่แห่งหนึ่งซึ่งเพื่อนที่ทำงานเป็นคนแนะนำ เขาเป็นผู้ชายที่ตรงสเปกเธอทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าตาที่หล่อเหลาแบบคุณชาย หน้าที่การงานก็ไม่ธรรมดา นิสัยสุภาพบุรุษชนิดที่พระเอกนิยายยังอาย และที่สำคัญเขาเป็นเชื้อสายคนเมืองกรุงของแท้ที่ปลื้มเป็นพิเศษ เธอกับเขาเริ่มนัดดูตัวกัน แล้วก็คุยกันอย่างสนิทสนมจนคบหากันมานานถึง 1 ปี 9 เดือน กระทั่งถึงขั้นตกลงแต่งงาน ถ้าภาพเมื่อครู่เป็นเพียงแค่ความฝันมันก็ดีหรอก แต่นี่ออกจะชัดโจ่งแจ้งอย่างไม่น่าให้อภัย ถึงความรักของเธอจะไม่หวือหวาและไม่ได้รักเขามากซะทีเดียว แต่แน่นอนความความผูกพันมีอยู่ไม่น้อย ถ้าเป็นคนก็ท้องได้ตั้งท้องสองครั้งแล้ว!

คนที่อยู่ในห้องกับเตชิตหญิงสาวรู้จักดี จำได้ว่าเขาเคยแนะนำให้เธอรู้จักในฐานะเลขาส่วนตัว ในตอนนั้นเธอไม่ได้คิดอะไรมากตามประสาคนมองโลกในเชิงบวก แถมเธอยังแซวว่าพวกเขาสนิทสนมกันมากเสียด้วย โลกช่างไม่ยุติธรรมกับเธอเลย

ยามนี้จันทร์ประดับรู้สึกเหมือนมีใครมากดสวิตซ์ระบบประสาททั้งหมด มันมืดแปดด้าน ไม่รู้ว่าจะขยับไปทางไหนดี จึงปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความเศร้า ทำไมชีวิตเธอถึงน่าสมเพชแบบนี้

ฝัน... ฝัน ใช่เธอตั้งฝันไปแน่ๆ

ไม่จริงใช่ไหม? ว่าที่เจ้าบ่าวของเธอเป็นเมียคนอื่นไปแล้ว!!!

“ไอ้ผู้ชายเฮงซวย ฉันขอสาบานว่าชาตินี้ฉันจะหาผู้ชายที่หล่อกว่า ดีกว่า และที่สำคัญต้องแมนกว่าแกร้อยเท่าพันเท่า คอยดูสิ ฮือๆ”

ผู้หญิงเราเจ็บใจอะไรก็ไม่เท่ากับรู้ว่าแฟนเราแอบเป็นเมียคนอื่น มันน่านัก!! น่าขายน่าที่สุด ฮือๆ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น นับว่าคุณพระคุณเจ้ายังคุ้มครองทำให้เธอตาสว่างเห็นธาตุแท้ของว่าที่เจ้าบ่าวก่อนจะเข้าประตูวิวาห์ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ไม่อย่างนั้นเธอต้องซวยทั้งชาติแน่นอน

พ่อแก้วแม่แก้ว ช่วยลูกด้วยลูกอยากตาย... ฮือๆ

ราวกับคำอธิฐานของหญิงสาวจะได้ผล ในจังหวะที่ไม่ระวังตัวจึงสะดุดเข้ากับพรมผืนหนาจนเสียหลักดีที่คว้าลูกบิดประตูบานหนึ่งได้ทัน ก่อนที่จะล้มหัวคะมำจันทร์ประดับก็เซถลาเข้าไปในห้องนั้นเรียบร้อยแล้ว

“อุ้ย! ขอโทษค่ะ”

จันทร์ประดับเอ่ยขึ้นทั้งที่ยังก้มหน้าหลับตาอยู่ แต่พอลืมตาขึ้นภาพเบื้องหน้าทำให้ต้องเธอมองตาค้าง แทบหยุดหายใจ

ชายชุดดำสองคนกำลังอุ้มร่างไร้สติของผู้หญิงในชุดขาวบริสุทธิ์แบบเดียวกันกับเธอ ทั้งคู่ชะงักทันทีที่เห็นแขกไม่พึงปรารถนาเข้ามาในห้องจึงพร้อมใจกันมองมาที่เธอเป็นจุดเดียว จันทร์ประดับกลืนน้ำลายลงอย่างฝืดคอ หัวใจเต้นแรงแทบระเบิดมือไม้สั่นพยายามหาทางเอาตัวรอดหากระบบสมองหยุดสั่งการเอาดื้อๆ จึงทำได้แค่ยืนนิ่งเหมือนถูกสาป

“เอ่อ ฉันไม่รู้ไม่เห็นไม่เกี่ยวอะไรทั้งนั้น อย่า... อย่าทำอะไรฉันเลยนะ” เธอละล่ำละลักออกมาทันทีที่หาลิ้นตัวเองเจอ แต่หญิงสาวก็ทำได้เพียงเท่านั้นเมื่อมีชายชุดดำคนหนึ่งโผล่มาแต่ไหนไม่รู้เอาผ้ามาปิดปากปิดจมูกเธอไม่นานสติสัมปชัญญะก็ค่อยๆ ดับวูบไป

“อย่าค่ะ ฉันกลัวแล้ว อย่าทำอะไรฉันเลย”

เมื่อจันทร์ประดับรู้สึกตัวก็ผวาตื่นขึ้นมาทันที จึงพบว่าตัวเองอยู่ในสถานที่แปลกตา ประกอบกับจำได้ว่าถูกวางยาสลบหลังจากไปเห็นเหตุการณ์อุ้มเจ้าสาวเข้า จึงกระหวัดประติดประต่อเรื่องราวเอาเองว่า ตอนนี้เธออยู่ในรังโจรของพวกคนร้ายลักพาตัวแน่นอน รีบก้มสำรวจตัวเองเมื่อพบว่าไม่มีความผิดปกติอะไรจึงระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก หากเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นทางประตูห้องทำให้หญิงสาวถอยกรูดไปชิดกับหัวเตียงโดยอัตโนมัติ มือเรียวขยุ้มผ้าห่มแน่นอย่างหวาดระแวง

“ตื่นแล้วเหรอคุณ” ร่างสูงราวร้อยแปดสิบเซนติเมตรในชุดเจ้าบ่าวก้าวเข้ามาถามอาการด้วยความเป็นห่วง จนคนถูกถามมองตาค้าง

ตั้งแต่เกิดมาจนเป็นสาวสะพรั่งจนจะร่วงโรย เธอพึ่งจะพบว่าอาการรักแรกพบมันเป็นแบบใด ใบหน้าคมสันสะดุดตารับกับจมูกโด่งเกินกว่าชายไทยทั่วไปแต่รับเข้ากับเครื่องหน้าอย่างไร้ที่ติ ไม่ว่าจะเป็นดวงตาคมสีน้ำตาลภายใต้คิ้วดกหนา ริมฝีปากปางเฉียบสีแดงระเรื่อแบบสุขภาพดีช่างเย้ายวนกระตุกใจสาววัย 27 ปี จนจันทร์ประดับอยากโผเข้ากอดซบอกอุ่นๆ นั่นซะเลย

สมัยนี้พวกโจรมีพัฒนาการเรื่องหน้าตาแล้วเหรอเนี่ย เอ๊ะ! หรือว่าพวกเขานำเงินที่ปล้นมาไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีกันนะ

“หล่อลาก...”

“เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะ” คนในชุดเจ้าบ่าวถามขึ้นอีกครั้ง เริ่มหงุดหงิดเมื่อคนบนเตียงเอาแต่มองเขาตาไม่กระพริบ

จันทร์ประดับกระพริบตาถี่แก้เก้อ พวงแก้มร้อนวูบขึ้นมาทันที เมื่อจับน้ำเสียงหงุดหงิดของอีกฝ่ายได้ กระนั้นก็ทำให้ความหล่อเหลาของคนในสูทสีสาวบริสุทธิ์ติดลบแบบอินฟีนิตี้เรียบร้อยแล้ว

“นายต้องการอะไร แล้วจับฉันมาทำไมไม่ทราบ” เมื่อไม่เห็นว่าอีกฝ่ายจะแสดงท่าทางเป็นมิตร จันทร์ประดับจึงคิดว่าเขาไม่ควรได้รับความเป็นมิตรเหมือนกัน หากสมองส่วนหนึ่งก็สั่งการไว้ว่าเธอกำลังคุยกับคนร้ายอยู่ แต่จะทำอย่างไรล่ะเมื่อเธอเชิดหน้าคอตั้งใส่เขาเรียบร้อยแล้ว

“ผมเนี่ยนะ จับตัวคุณมา”

ภากรอุทานขึ้นอย่างไม่เชื่อหู ชี้มือมาที่ตัวเองอย่างต้องการความแน่ใจ

“ใช่ ถึงคุณจะเป็นโจรที่หน้าตาดี หุ่นน่ากอด แต่ฉันก็ไม่หลงกลหลวมตัวเป็นเชลยสวาทให้กับพวกคุณหรอกนะ” จันทร์ประดับพูดอย่างไม่ต้องคิด แต่คนที่ยืนฟังแทบอยากจะกระโจนไปเขย่าเธอแรงๆ ว่าให้หัดคิดบ้างก่อนพูดก็ดี

เสี้ยวหน้าคมเริ่มแดงขึ้น ขบกรามแน่น พยายามข่มความขุ่นมัวในใจ ถ้าไม่ติดว่าเขามีเรื่องต้องขอร้องผู้หญิงปากจัดคนนี้คงจับเธอโยนออกจากห้องไปนานแล้ว

“คุณฟังผมให้ดีๆ นะ คุณผู้หญิง ผม-ไม่-ได้-เป็น-โจร” เขาว่าอย่างชัดถ้อยชัดคำ โดยเฉพาะข้อความข้างท้ายที่จงใจเน้นให้คนมีตาหามีแววไม่ได้รู้สำนึกเสียบ้าง

แทนที่ชายหนุ่มยืนหน้าตูมจะได้ยินคำขอโทษหรือสีหน้าสำนึกผิดกับอีกฝ่ายที่กล่าวหาคนอื่นอย่างมั่วนิ่ม หากเธอทำได้เพียงตกใจเล็กน้อยเท่านั้น

“อ้าวเหรอ โล่งใจจัง ถ้าอย่างนั้นฉันกลับก่อนนะ”

จันทร์ประดับย่องลงจากเตียงเตรียมกลับไปในที่ที่เธอสมควรอยู่ เมื่อเห็นรังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากเขาจนทำให้เธอรู้สึกขนลุกซู่ รู้ว่าตัวเองผิดเต็มๆ แต่เธอก็ทำได้เพียงคิดเท่านั้น

“คุณจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น คุณทำเจ้าสาวของผมหาย คุณต้องรับผิดชอบ”

“หา!! ฉันเนี่ยนะทำเจ้าสาวคุณหาย”

คราวนี้หญิงสาวเป็นฝ่ายงงเสียเองถึงกับหน้าเหวอเมื่อถูกยัดเยียดข้อกล่าวหาให้ จริงอยู่ว่าเธอเป็นคนเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแต่ก็ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเป็นใจกับพวกคนร้ายสักหน่อย ปรักปรำกันชัดๆ

“ถูกต้อง และคุณต้องรับผิดชอบด้วย” ชายหนุ่มเอ่ยชัดถ้อยชัดคำสายตาดุเฉียบ

“จะบ้าเหรอ คุณเองก็น่าจะรู้ว่าฉันเองก็โดนวางยาเหมือนกัน แล้วฉันจะทำแบบนั้นไปทำไม เราไม่ได้รู้จักกันสักหน่อย” จันทร์ประดับเริ่มยั้ว

“แต่คุณเข้าไปอยู่ในห้องเจ้าสาวของผมแล้วเธอก็หายไปโดยคุณมาแทนที่ ไม่แน่คุณอาจจะวางแผนกับโจรพวกนั้นไว้ก็ได้”

กรี๊ดดดด!!! ถอนคำพูด จันทร์ประดับขอถอนคำพูด ที่ว่าอีตานี่หล่อ ขอเปลี่ยนใหม่เป็นโคตรขี้เหร่ ซกมก สูงเหมือนเปรต หน้าอย่างกับปลาบู่ชนเขื่อนผสมกับปลากะโห้วางไข่!

“นี่ นายว่าใครเป็นสายโจรกันย่ะ ฉันออกจะสวยและมีเสน่ห์ กรุณาแหกตาเบิ่งให้ชัดๆ ด้วย” หญิงสาวย่างสามขุมปราดเข้าหาคนหน้าหล่อแต่ปากเสียอย่างลืมตัว ก่อนยกมือจิ้มที่อกข้างๆ ซ้ายของเขาให้พิจารณาเธอเสียใหม่ จนชายหนุ่มหน้าเหวอกับความมั่นใจสูงของอีกฝ่าย

“ผมว่าแทนที่จะให้ผมพิสูจน์ว่าคุณสวยไหม คุณควรให้กระจกพิสูจน์ดีกว่านะ” เขาเอ่ยเรียบๆ ดวงตาคมกริบเป็นประกายแต่ไม่มีแววขบขันอย่างที่คิดส่งผลให้พวงแก้มสาวระเรื่ออีกครั้ง

จันทร์ประดับสำเหนียกได้ทันทีว่าตัวเองผ่านการร้องไห้อย่างหนักมาหมาดๆ เมื่อจับได้ว่าโดนว่าที่เจ้าบ่าวทรยศแอบเข้าหลังบ้านคนอื่นไปแล้ว หน้าตาเธอคงดูไม่ได้อย่างแน่นอน จึงดิ่งไปที่ห้องน้ำทันที เมื่อเจอเงาสะท้อนตัวเองในกระจกก็แทบผงะและก็เป็นดังที่คาด ใบหน้าที่ผ่านการเข้าคอร์สเจ้าสาวมานับครั้งไม่ถ้วนแทบไม่เหลือเค้าเดิมเลย

เจ้าสาวสยองชัดๆ !!

โดนว่าที่เจ้าบ่าวทรยศไม่ทันไรก็โดนวางยา แถมยังมาเจอกับผู้ชายที่ไม่รู้จักกล่าวหาว่าทำเจ้าสาวเขาหายอีก จะมีใครซวยซ้ำซวยซ้อนแบบเธออีกไหมเนี่ย ชีวิตเธอช่างน่าตื่นเต้นเสียจริง!

จันทร์ประดับเดินออกจากห้องน้ำด้วยใบหน้าสะอาด ไร้เครื่องสำอางแต่งแต้ม พวงแก้มซับสีเลือดนิดๆ ด้วยภายในห้องน้ำไม่มีเครื่องประทินผิวไว้ฉาบความหน้าแตกของเธอได้เลยสักสิ้น แต่เขาก็เห็นตอนที่เธอหน้าเยินสุดๆ ไปแล้วคงไม่ต้องกังวลอะไร

“มีอะไรก็ว่ามา นี่ใกล้จะถึงฤกษ์แต่งงานของฉันแล้ว ฉันไม่อยากเสียเวลา” จันทร์ประดับเปิดประโยคสนทนาด้วยการโกหกหน้าเป็น แต่ในใจกลับเจ็บแปลบเจียนจะขาด

“ร้องไห้หน้าเยินมาแบบนี้ คงไม่ต้องให้ผมเดาหรอกมั้งว่าคุณยังจะได้เข้าพิธีอีก”

น้ำเสียงที่ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวความเห็นใจทำให้หญิงสาวหน้าตึง

“คนบ้า ปากเสีย คุณไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์เรื่องของฉันนะ”

“ตอนนี้คุณตกเป็นผู้ต้องสงสัยอยู่ คุณไม่มีสิทธิ์โวยวาย”

“บอกแล้วไงว่าฉันไม่รู้ไม่เห็น ไม่เกี่ยวอะไรทั้งนั้น พูดภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอ” จันทร์ประดับสบถเสียงเขียว ปรายตามองคนที่ยืนเก๊กมาดผู้คุมพิงกรอบประตูอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ

ภากรยกมือกอดอก สายตายังจับจ้องที่หญิงโดยไม่ลดประกายเฉียบดุ

“รู้ รู้ว่าคุณทำเจ้าสาวผมหาย และคุณต้องรับผิดชอบ”

“รับผิดชอบ ทำไมฉันต้องรับผิดชอบ ฉันไม่ผิดสักหน่อย”

“แน่ใจนะว่าคุณต้องการอย่างนั้น”

คำถามเรียบๆ แต่กวนโอ๊ยที่สุดเท่าที่จันทร์ประดับเคยเจอมาทำให้เธออยากท้าทายกลับ

“แน่นอน แล้วรู้ไว้ด้วยนะว่าตั้งแต่เกิดมา ฉันไม่เคยมั่นใจอะไรมากมายเท่านี้มาก่อน”

“งั้นคุณคอยดูต่อไป” เขาว่าอย่างอาฆาต “มีใครอยู่ข้างนอกบ้างช่วยมาจับผู้หญิงคนนี้ส่งตำรวจที...”

“เดี๋ยว เดี๋ยวนะ คุณเข้าใจอะไรผิดรึเปล่า ทำไมฉันต้องถูกตำรวจจับ” เธอส่ายหน้าอย่างรับไม่ได้ ตงิดใจในสิ่งที่ได้ยิน

“คุณกำลังจะถูกจับในข้อหาบุกรุกไง ที่นี่เป็นห้องของผม คุณเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตสมควรโดนจับไหมล่ะ”

“แต่เท่าที่ฉันทราบและจำได้ ฉันไม่ได้อันเชิญตัวเองมาอยู่ที่ห้องนี้เองนะ” หญิงสาวค้านหัวชนฝา อีตานี่แหลได้โล่จริงๆ เรื่องอะไรคนอย่างจันทร์ประดับจะยอม

“ไหนล่ะ หลักฐาน”

หญิงสาวตาวาว อ้าปากค้าง

“นี่คุณ”

“ถ้าไม่มีก็ยอมรับผิดชอบซะ เรื่องจะได้จบ”

“พูดง่ายเนอะ”

ภากรไม่สนใจว่าหญิงสาวจะคิดยังไง เขารู้ดีว่าผู้หญิงประเภทอย่างเธอถึงโต้คารมไปจนถึงพรุ่งนี้ก็ไม่มีวี่แววจบง่ายๆ แน่

“คุณชื่ออะไร”

“มีความจำเป็นอะไรที่ฉันต้องบอกคุณไม่ทราบ”

“จำเป็นสิ เพราะผมจำเป็นต้องรู้จักคุณในฐานะว่าที่เจ้าสาวคนใหม่ของผม”

“หา!! คุณว่าอะไรนะ”

จันทร์ประดับแทบช็อกกับคำประกาศิตนั้น

“ถ้าไม่อยากถูกจับส่งตำรวจ คุณต้องแต่งงานกับผม”

“จะบ้าเหรอ มันเป็นไปไม่ได้หรอก” หญิงสาวค้านทั้งที่สติไม่อูยู่กับเนื้อกับตัว เพียงแค่เจ้าสาวหายถึงกับทำให้ผู้ชายคนนี้เสียสติเลยเหรอ แต่... แต่ทำไมต้องเป็นเธอด้วยล่ะ?

“นี่คุณแอ๊บแมนรึเปล่าเนี่ย ที่จริงเจ้าสาวคุณไม่ได้หายไปไหนใช่ไหม เธอแค่หนีคุณไปเหมือน...” โพล่งออกไปแล้วจันทร์ประดับอยากจะกัดลิ้นตัวเองนัก

“อย่าให้ผมหมดความอดทนกับคุณไปมากกว่านี้”

น้ำเสียงไร้แววล้อเล่น ทำให้หญิงสาวเงียบราวกับถูกกดสวิตซ์ ถามแค่นี้ก็ไม่ได้ เชอะ!

ภากรมองหญิงสาวที่นั่งหน้าตูมเป็นรูปปั้นอย่างพอใจ ถ้าเลือกได้เขาไม่อยากให้เรื่องลงเอยแบบนี้ แต่มันจำเป็นจริงๆ

“ตกลงคุณชื่ออะไร”

“จันทร์... ฉันชื่อจันทร์ประดับ”

“โอเค คุณจันทร์ประดับ ต่อไปนี้คุณต้องสวมรอยเป็น อิงฟ้า พาณิชยกุล ว่าที่เจ้าสาวของผม ภากร อัครทิวากรในค่ำคืนนี้”

จันทร์ประดับทำเสียงจิ๊จะอย่างขัดใจกับบทสรุปรวบรัดของอีกฝ่าย แต่นามสกุลของเขาทำไมคุ้นนัก อัครทิวากร ใช่แล้ว โรงแรมอัครทิวากรแกรนด์โฮเต็ล ได้ข่าวว่าโรงแรมนี้เป็นโรงแรมชื่อดังอันดับต้นๆ ใจกลางเมือง ที่มีแขกมาพักเยอะที่สุด การจองห้องเต็มทุกเดือน ด้วยบริการระดับหกดาว ความสะดวกครบครันราวกับสวรรค์บนดินของนักท่องเที่ยว แถมเจ้าของบริษัทยังมีลูกชายสุดหล่อที่สำคัญเขาเตรียมสละโสดในวันนี้เช่นเดียวกับเธอ หรือว่า... เขาเป็น?

ดวงตาเรียวเบิกกว้างมองว่าที่เจ้าบ่าวคนใหม่อย่างไม่เชื่อสายตา อีตาบ้าขี้เก๊กนี่เป็นลูกชายเจ้าของโรงแรมที่เธอยืนอยู่จริงๆ เหรอเนี่ย

อ้าย-ย-ย คนสวยอยากกรี๊ด!

“ที่ผมพูดมาทั้งหมดคุณเข้าใจใช่ไหม?” ภากรเอ่ยเรียกสติเมื่อเห็นท่าทางเหม่อเลยเหมือนกับคนเป็นโรคจิตขั้นแรกของหญิงสาว

จันทร์ประดับตวัดมองอีกฝ่ายอย่างตำหนิ นี่เห็นว่าเป็นถึงลูกชายเจ้าของโรงแรมดังหรอกนะ จะยอมคุยด้วยดีๆ สักครั้งก็ได้

“เข้าใจย่ะ แต่ไม่ได้แปลว่าฉันจะตกลงนะ มันดูใจง่ายไป”

คิดจะโก่งค่าตัวละสิ?

คำถามผุดขึ้นในใจภากร แต่มิใช่วิสัยสุภาพบุรุษที่จะต้องมานั่งวิจารณ์ผู้หญิง

“ผมให้ค่าจ้างคุณสามแสนมาแสดงเป็นเจ้าสาวของผม จนกว่าผมจะตามหาเจ้าสาวตัวจริงเจอ ตกลงไหม”

สามแสนเองเหรอ สินสอดที่เธอได้จากเตวิชรวมๆ แล้วยังได้เกือบล้านไม่มีทางซะหรอก หวังว่าเขาจะไม่เป็นผู้ชายนะยะแล้วมาหลอกเธออีกคนนะ

“มันไม่น้อยไปหน่อยเหรอ ถ้าเทียบกับสิ่งที่คนระดับอย่างฉันต้องเสียไป”

แกล้ง เธอย้ำได้คำเดียวเท่านั้นว่าแค่แกล้งพูดให้เขารำคาญแล้วเลิกยุ่งกับเธออีก แต่ข้อเสนอใหม่ของเขาทำเอาเธอนั่งไม่ติดพื้น

“สามล้าน ผมให้เพิ่มอีกได้แค่นี้ไม่รวมค่าใช้จ่ายรายเดือนอีกเดือนละห้าหมื่น พอใจรึยัง”

โอ พ่อแก้วแม่แก้ว เธอฟังไม่ผิดใช่ไหม จากสามแสนกลายเป็นสามล้าน ทำงานมาเกือบสิบปียังมีเงินในบัญชีธนาคารไม่ถึงเท่านี้เลย ยิ่งกว่าถูกหวยเสียอีก

“จะเอาไม่เอา”

“เอา”

...............................................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #10 conanjang (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2556 / 11:15
    เอะ! ทำไมต้องแกล้งเปนเจ้าสาวให้พระเอกด้วยนะ แล้วเจ้าสาวตัวจริงยุไหน ใครจับตัวไป แต่ราคาค่าจ้างปลอมตัวงามๆแบบนี้ เปน conanjang ก้อไม่ปฏิเสธเหมือนกันแหละ.....อิอิ เรื่องกำลังสนุก รีบอัพตอนใหม่ลงไวๆน้า รอยุจ้า
    #10
    0
  2. #6 มอร์กาน่า (@morgana) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กันยายน 2555 / 14:53
    หวังว่าถ้าพระเอกกับนางเอกพอเจอกันแล้วคงจะไม่ถึงขั้นตีกันตายนะ
    #6
    0