ขอผมได้รัก...(Yaoi) ||จบแล้ว||

ตอนที่ 2 : เกลียดขี้หน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,956
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    12 ม.ค. 60

 

ตอนที่ 1 เกลียดขี้หน้า

 

 

"กูจะลาออก"

 

"เฮ้ย!กราฟและพลอุทานพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

 

       ตอนนี้ทั้งสามอยู่ที่ร้านอาหารปิ้งย่างเกาหลีย่านใจกลางเมือง สาเหตุที่มารวมตัวกันก็เพื่อถามไถ่สารทุกข์ สุขดิบว่าแต่ละคนทำงานเป็นอย่างไรกันบ้าง

 

“มึงมันบ้าไอท็อป" เป็นกราฟที่เสริมขึ้นมา หลังจากที่คีบกระบังลมหมูเข้าปากเสร็จสรรพ

 

“กูขอเหตุผล" พลถามขณะที่เคี้ยวตุ้ยๆ

 

     ท็อปยังคงเงียบอยู่นานไม่ยอมตอบ แถมเวลานี้เขากินอะไรไม่ลงจริงๆ จะโกหกเพื่อนว่าลาออกเพราะอะไรดี ขืนไปบอกความจริงว่า อ๋อ! กูเจอคนที่มันเคยรูดน้องชายกูตอนไปทะเลอยู่ที่ทำงานเดียวกัน ก็ดูเหตุผลจะย่ำแย่และน่าอายไปอีก

 

“เฮ้อ!

 

“ตั้งแต่นั่งมา กระผมเห็นคุณท็อป ถอนหายใจนับสิบครั้งได้กระมัง บอกสักทีสิขอรับ พวกกระผมจะได้ช่วยหาทางแก้ไข” กราฟพูดจายียวน กวนประสาทเพื่อน ก็ตั้งแต่เข้ามาในร้าน ท็อปไม่พูดอะไรเลย ล่าสุดก็คือคำว่าลาออกคำเดียวนั่นแหละ และนับแต่นั้นมา ท็อปก็นั่งเงียบ เอาแต่ถอนหายใจจนเพื่อนๆทุกคนอยากรู้จะเป็นบ้าอยู่แล้ว

 

“กูไม่ชอบหัวหน้าว่ะ กูทำงานของกูอยู่ดีๆ ก็หาเรื่องแกล้งกู คงหมั่นไส้มั้ง ทั้งพูดจาแขวะ ถากถางทุกอย่าง ใช้งานหนัก โอ้ยสารพัดว่ะ”

 

      คำตอบนี้ คงเป็นเหตุผลที่น่าจะดีที่สุดแล้ว การโดนเจ้านายกลั่นแกล้ง เป็นสิ่งที่ทรมานหัวใจในการทำงานเป็นอย่างยิ่ง เพื่อนๆเขาคงเข้าใจดี

 

      ท็อปว่าจบ กราฟหรี่ตามองเพื่อนอย่างจับผิด ก่อนถาม

 

“ไอ้ท็อปแน่ใจนะว่าเรื่องนี้ มึงเพิ่งเริ่มงานได้อาทิตย์เดียว เจ้านายมึงโขกสับได้ขนาดนั้นเลย?”

 

“เออ”

 

“แต่ถึงเป็นอย่างนั้นจริงๆเราก็ควรอดทนไม่ใช่หรอวะ การทำงานมันไม่ใช่สมัยเราเรียนมหาวิทยาลัยนี่หว่า ทนๆเอาหน่อยเถอะ เขาจะได้ไม่ว่ามึงทีหลังได้ ว่าเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ”

 

"ไม่รู้แหละ กูจะลาออก” ท็อปยืนกรานเสียงหนัก

 

“ตามใจ แล้วนี่มึงได้งานใหม่หรือยัง?” กราฟถาม

 

“ยัง”

 

“อ้าว ยังไม่ได้งานใหม่ แล้วห้าวจะออก กูว่ามึงควรอดทนและรอให้ได้งานใหม่ก่อนคงดีกว่า สมัยนี้งานหายากจะตาย” พลบอกเพื่อน

 

“กูเห็นด้วยกับพล”

 

      ตอนนี้ ดูเหมือนว่าเพื่อนจะไม่มีใครเข้าข้างท็อปสักคนสำหรับเรื่องการลาออก หรือเขาควรบอกความจริงไปเลยดี 


       โอ้ย! อึดอัดจนอกจะระเบิด ท็อปนั่งคิดและเครียดอยู่ในใจ ถ้าไม่ติดว่าอาย ท็อปก็อยากบอกความจริงให้เพื่อนรู้จะแย่อยู่แล้ว สุดท้าย การลาออกของท็อปก็ดูจะไม่ใช่เหตุผลที่ดีเท่าไหร่ เมื่อเพื่อนทุกคนไม่มีใครเห็นด้วย แต่ท็อปไม่สนใจ  อย่างไรเขาก็จะลาออกให้ได้


………..

 

 

      ผ่านมาแล้วหลายวัน ที่ท็อปทำงานอย่างมุ่งมั่น โดยพยายามไม่สนใจใครบางคน  โชคดีที่ท็อปได้อาร์ต ไดเร็กเตอร์ คือพี่กั๊กเป็นพี่เลี้ยงช่วยสอนและให้คำปรึกษาด้านงานออกแบบอีกคน ท็อปจึงไม่ต้องเข้าหาหัวหน้าอย่างไอ้พี่ฆีนให้มากนัก แต่ช่วงนี้ดีหน่อย ที่พี่ฆีนเว้นระยะห่างให้ท็อปโดยไม่ก้าวก่ายหรือเข้ามายุ่ง วุ่นวายให้ท็อปลำบากใจสักเท่าไหร่

 

      ในขณะที่ใกล้เวลาเลิกงาน ท็อปนัดแนะกับกลุ่มเพื่อนไปนั่งดื่มคลายเครียดกันสักหน่อย ซึ่งทุกคนตอบตกลงเนื่องจากไม่มีทำธุระที่ไหนกันพอดี

 

 

        จนกระทั่งได้เวลานัดหมาย ผองเพื่อนก็มาในเวลาที่ไม่ห่างกันมาก ทั้งสามจัดแจงสั่งเครื่องดื่มและกับแกล้มเสร็จสรรพ ก็ตั้งวงสนทนาคุยกันไปเรื่อยๆ

 

        โดยส่วนใหญ่จะเป็นกราฟที่เล่าเรื่องของตัวเองเสียมากกว่า ก็เพราะเริ่มงานได้ไม่เท่าไหร่ ก็มีผู้หญิงมาติดพัน กราฟยืดอกภูมิใจ วางมาดเสมือนว่าตัวเองฮอตและหล่อมากเสียจนเพื่อนๆหมั่นไส้

 

        หลังจากที่คุยสลับกับนั่งดื่มกันไปพอสมควร ท็อปขอตัวเพื่อนๆไปเข้าห้องน้ำ ขณะที่ทำธุระเสร็จเรียบร้อย ได้มีเสียงข้อความไลน์ดังขึ้น ทำให้ท็อปล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์มือถืออกมาเช็คดูว่าเป็นใครกันที่ส่งข้อความมาหา

 

       และคงเป็นเพราะเขามัวแต่ก้มหน้าดูโทรศัพท์จึงไม่ชนเข้ากับใครบางคนอย่างจัง

 

"เหี้ย!..เอ้ย...ขอโทษครับ" ท็อปปากไวไม่รู้ตัว เขากลัวว่าอีกฝ่ายจะหาว่าด่าจึงรีบเอ่ยปากขอโทษต่อจากนั้น

 

"ไม่เป็นไรครับ" เสียงทุ้มดังขึ้น ท็อปเงยหน้ามามองก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นอีกฝ่ายเป็นใคร

 

         เพิ่งเข้าใจจริงๆ ว่าคนที่ชอบพูดว่า โลกกลม มันเป็นอย่างไร ก็ตอนนี้นี่เอง

 

         ท็อปมองหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่สบอารมณ์ นอกจากจะเจอกันที่ทำงานแล้ว ท็อปยังต้องมาเจอสถานที่อโคจรแบบนี้อีกหรือ? นี่...เขาจะหนีมันไม่พ้นจริงๆใช่ไหม?

 

"ร้านก็ตั้งเยอะแยะ ทำไมกูยังต้องมาเจอมึงอีกวะ"

 

"พอไม่ใช่เวลางาน ก็ลืมเรียกพี่กันเลยหรือครับ?" พี่ฆีนถามพลางล้วงกระเป๋าจ้องท็อปนิ่ง

 

"ถอย จะออกไป" ท็อปไม่จำเป็นต้องตอบคำถามนั้น เขาเบี่ยงตัวก่อนจะเดินออกไปข้างนอก

 

"ปากดีแบบนี้ พี่ควรต้องสั่งสอนให้หลาบจำหรือเปล่า?"

 

       พี่ฆีนโน้มกระซิบข้างหู จนท็อปผงะก้าวถอยหลัง

 

"ลองสิ กูก็มีมือ มีตีนนะ คิดว่ากลัวรึไง"

 

"หึหึ!! ทำไมผิดกับวันนั้นเลยนะ วันนั้นเอาแต่ร้องขอพี่"

 

         ฆีนว่าจบ ท็อปตาโตที่เห็นอีกฝ่ายเอาเรื่องอดีตมาตอกย้ำให้เขารู้สึกหวาดๆ คนที่มีความหลังฝังใจ จะทำอะไรก็ย่อมมีพิรุธ ท็อปผลักอกฆีน แต่คราวนี้ ฆีนจับข้อมือท็อปแน่น

 

“พี่ไม่ปล่อยให้ท็อปทำร้ายพี่ครั้งที่สองหรอกนะ” ฆีนยังจำครั้งที่ท็อปต่อยเขาได้ขึ้นใจ

 

"มึงก็ปล่อยแขนกูสิ กูไม่ใช่เกย์ อย่ามายุ่งกับกู"

 

"ท็อปไม่รู้ใจตัวเองหรือเปล่า?"


            ในระหว่างนั้นเอง...

 

"เฮ้ย! ไอท็อป ทำไมนานจังวะ...  อูย!! ขอโทษครับ ไม่รู้ว่าคุยธุระกันอยู่" พลที่เดินมาตามเพื่อนถึงกับอึ้ง เมื่อเห็นท็อปยืนอยู่กับใครอีกคน และทำหน้ากระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก

 

"ไม่เป็นไรครับ พี่คุยธุระเสร็จพอดี ขอตัวครับ" ฆีนปล่อยมือท็อปและเดินออกจากห้องน้ำไปก่อน ทิ้งให้ท็อปยืนตาเขียว จนพลสงสัย

 

"ใครวะท็อป รุ่นพี่มึงหรอ? เท่ดีว่ะ"

 

"มึงอย่าพูดแบบนี้ให้กูได้ยินอีกนะ กูโกรธมึงจริงๆด้วย"

 

"อ้าว กูผิดอะไรวะ...." พลยืนเกาหัวตัวเอง

 

“ก็คนที่มึงเห็นนั่นน่ะ หัวหน้ากู”

 

"ห้ะ!"  จะไม่ให้พลตกใจได้อย่างไร ตอนที่ท็อปบอกมาว่าเจ้านายโหดอย่างนั้นอย่างนี้ ใช้งานหนักก็นึกว่าจะเป็นหัวหน้าที่บุคลิกเนี๊ยบๆเนิร์ดๆ บ้างาน ใส่แว่นหนาเตอะ แต่งตัวเชยๆ แล้วนี่คืออะไร? บุคลิกดูเท่ คมเข้ม สมาร์ท แต่งตัวดี แถมดูแล้วหน้าตาหล่อเหลาแบบนี้ น่าจะเป็นคนเอาใจเก่งเสียด้วย

 

"เฮ้ยยยย!! เท่ว่ะ"

 

"ไอ้พล เมื้อกี้ กูบอกว่าอะไร" ท็อปเสียงเข้มใส่เพื่อน ก่อนจะเดินฮึดฮัดหัวเสียออกไป ปล่อยให้พลยืนงุนงงก่อนจะไปทำธุระส่วนตัวต่อ

 

 

     ท็อปที่เดินออกมาจากห้องน้ำก่อนเพื่อน พอทิ้งตัวลงนั่งถึงเห็นว่าพี่ฆีนนั่งโต๊ะที่ไม่ไกลจากกันเท่าไหร่ ทำไมตอนแรกท็อปไม่เห็น หรือเป็นเพราะพอเวลาไม่สนใจก็เลยไม่เห็น แต่พออยู่ในสายตาเท่านั้นแหละเห็นชัดเจนเต็มสองตาเลย

 

     คงเป็นจังหวะที่ท็อปมองนานไปหน่อยจนพี่ฆีนกวาดสายตามองมาจนสายตาประสานกัน ท็อปรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

 

      ไม่นานนักที่พลเดินออกมาจากห้องน้ำก็ดูตื่นเต้นที่จะได้เล่าเรื่องหัวหน้าของท็อปให้กราฟได้ฟัง และยังย้ำกับกราฟว่าพี่ฆีนดูไม่เหมือนที่ท็อปเคยกล่าวไว้สักนิด

 

        ท็อปได้แต่ลอบถอนหายใจ เพราะขี้เกียจอธิบาย แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ท็อปไม่คาดคิด เพราะอยู่ดีๆ พี่ฆีนเดินเข้ามาหาที่โต๊ะ

 

        พี่ฆีนเดินถือแก้วเพื่อมาชนกับท็อปและเพื่อนๆโดยเฉพาะ อีกทั้งยังแนะนำตัวเองเสร็จสรรพว่าเป็นหัวหน้าของท็อปด้วย

 

         เพื่อนๆทุกคนดูนอบน้อมพี่ฆีนเป็นพิเศษ จนท็อปหมั่นไส้  เพราะตัวท็อปเอง หากไม่มีเรื่องงานมาเกี่ยวข้อง ท็อปไม่เคยมองว่ามันเป็นหัวหน้า และไม่คิดจะมีสัมมาคารวะกับคนแบบนี้ ถึงกล้าขึ้น มึง-กู อย่างไม่เกรงกลัวหรือสนใจเลยว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกอย่างไร

 

         ท็อปมองคนตีเนียนที่มานั่งอย่างไม่รู้สึก รู้สาอะไรเลย อันที่จริง เขาสมควรลุกจากโต๊ะไปได้แล้ว แม้ท็อปจะอยากเอ่ยปากไล่แค่ไหนก็คงไม่เป็นผล เมื่อตอนนี้ ทั้งกราฟและพลดูจะติดใจชวนพี่ฆีนคุยอย่างออกรส จนกระทั่ง เพื่อนๆของเขาหมดคำถาม  พี่ฆีนจึงหาเรื่องชวนคุยต่อ โดยสิ่งที่เขาพูดนั้นมันเหมือนหาเรื่องให้ท็อปเสียแล้ว เมื่อเขาเกริ่นขึ้นมาว่า...

 

“อืม แล้วท็อปได้บอกเพื่อนหรือเปล่าว่าก่อนที่ท็อปจะมาทำงานที่นี่ เราเคยเจอกันมาก่อน”



****1****



        ท็อปหันขวับไปหาคู่กรณีทันที นี่มันจงใจหาเรื่องกันใช่ไหม? ท็อปพยายามรักษาอาการให้เป็นปกติที่สุด ก่อนตอบ

 

“มันไม่สำคัญที่จะต้องบอก”

 

“ไอ้ท็อปไม่บอก พี่ฆีนบอกพวกผมก็ได้พี่ว่าเจอกันที่ไหนมาก่อน?” พลถามขึ้นด้วยสีหน้าที่สนใจเป็นพิเศษ เพราะตอนนี้พลแอบเริ่มสงสัยในตัวเพื่อน ที่ตอนแรกท็อปเอาแต่บ่นเรื่องหัวหน้าให้ฟังอย่างนั้นอย่างนี้ แต่กลับไม่ยักกะยอมเล่าว่าเคยเจอหน้ากันมาก่อน 


       ฟากคนอายุน้อยจ้องเจ้านายเหมือนขู่กรายๆ แต่ดูเหมือนฆีนจะไม่สนใจในสายตาที่ส่งมาหาเท่าไหร่นัก เขายกยิ้มมุมปากและหันไปหาคนถาม 

 

“พี่เจอท็อปตอนไปทะเลที่กระบี่ครับ”

 

“มึง...” ท็อปอุทานขึ้นมา

 

“เฮ้ย!...ไอ้ท็อปใช้ทริปเดียวกันหรือเปล่าวะ? คืนที่มึงเมาแล้วไม่ยอมกลับห้องน่ะ” กราฟดูเหมือนไม่ได้ยินที่ท็อปอุทาน แต่กลับถามในสิ่งที่นึกขึ้นได้  ฟากท็อปออกอาการอึกๆอักๆ

 

“พี่ว่าน่าจะใช่นะเพราะคืนนั้นท็อปมานอนค้างห้องพี่เอง” ไม่ใช่ท็อปที่ตอบ แต่กลับเป็นฆีนที่เสนอหน้าตอบให้

 

"มึง!!"


      จากที่เก็บอาการมานาน ทำตัวให้นิ่งเงียบ แต่พอสิ้นเสียงนั้น ท็อปโถมตัวข้ามฟากไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่าย จนเพื่อนๆทั้งสองยกมือปัดป่ายห้ามทัพครั้งนี้

 

“ไอ้ท็อปใจเย็น มึงเป็นอะไรวะ กูไม่เห็นมีประโยคไหนที่ทำให้มึงต้องอารมณ์ขึ้นขนาดนี้เลย ทำตัวเหมือนคนมีความผิดไปได้”

 

      เหมือนคนเป็นโรควิตกจริตไปแล้ว ท็อปกลัวจับจิตจึงคิดเป็นตุเป็นตะว่ามันกำลังจะพูดบางอย่างไป ทำให้ท็อปเผลอสติหลุด สาดอารมณ์ใส่ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงเพื่อนตวาดขึ้นมา


      ท็อปทิ้งตัวลงนั่งอย่างแรง ส่วนฆีนก็จับปกคอทั้งดึงเสื้อเชิ้ตให้กลับมาในสภาพปกติอย่างใจเย็น

 

“ผมขอโทษแทนไอ้ท็อปมันด้วยนะพี่”

 

“ไม่เป็นไรครับ พี่เข้าใจอารมณ์เด็กๆน่ะ ตอนนอนค้างที่ห้องพี่ก็เมาแล้วฉุนเฉียวแบบนี้แหละ แต่ไม่นานก็เงียบและหลับไปเอง” ฆีนบอกมาแค่นั้น ทำให้ท็อปรู้สึกโล่งอกไปหน่อย ที่มันไม่เอาเรื่องนั้นมาพูด

 

       เออใช่ ท็อปเพิ่งนึกได้ว่า เรื่องราวที่ไอ้พี่ฆีนเคยพูดมาคราวก่อนนั้นอาจไม่เป็นความจริงก็ได้ มันคงพูดป่วนประสาทเฉยๆ  ทั้งหมดทั้งมวล เขาอาจคิดมากและตื่นตูมไปเอง 


       เมื่อคิดไป คิดมาในเวลานี้ ท็อปชักปวดหัว เขาขอสลัดความคิดเหล่านั้นทิ้งออกไปก่อน เและกลับไปใคร่ครวญเพียงลำพังที่บ้านคงดีกว่า ท็อปจึงเอ่ยลาเพื่อน



"วันนี้กูไม่มีอารมณ์แดกต่อละ กลับบ้านก่อนนะ"

 

      ท็อปลุกขึ้นพร้อมยื่นเงินให้เพื่อน ฝั่งกราฟยืนตามแล้วกดไหล่เพื่อนให้นั่งลงเหมือนเดิม แต่เพื่อนยังดื้อดึงดัน ไม่ยอมนั่งเสียอย่างนั้น

 

“วันนี้มึงเป็นอะไรวะ ดูท่าทางมึงแปลกๆตั้งแต่เจอพี่ฆีน กูถามจริงๆมึงมีปัญหาอะไรกับพี่ฆีนวะ” กราฟกระซิบข้างหูเพื่อนเหมือนอยากรู้เรื่องที่ทำให้คาใจอยู่ตอนนี้ ฟากท็อปไม่ตอบคำถาม กลับสะบัดมือเพื่อนที่เกาะไหล่เขาอยู่แล้วเบี่ยงประเด็นพูดเรื่องอื่นแทน


“กูกลับละ พวกมึงอยู่คุยกับหัวหน้ากูไปเถอะ”

 

     ฆีนถอนหายใจที่เห็นท็อปเอาแต่ฟาดงวงฟาดงาใส่ เขาอาจรุกท็อปมากเกินไป คราวนี้ ฆีนยอมถอยให้ก่อนแล้วกัน

     


“พี่ว่าไม่กวนแล้วดีกว่า พี่ขอโทษทุกคนที่ทำให้หมดสนุก เพราะพี่คนเดียวแท้ๆ พี่กลับโต๊ะก่อนนะครับ”

 

     กราฟและพลมองหน้ากันเลิกลั่กๆด้วยความเกรงใจผู้ใหญ่ที่ต้องมาขอโทษเด็ก แต่สุดท้าย ทั้งกราฟและพลทำได้แค่ยกมือไหว้ลา และรีบจับท็อปที่ยืนนิ่งค้างให้นั่งลงเพื่อเคลียร์กัน

 

"ไอ้ท็อปกูว่ามันไม่ใช่แค่ปัญหาหัวหน้ากับลูกน้องแล้วว่ะ พวกกูเป็นเพื่อนมึงหรือเปล่า? มึงบอกมาสิวะ ว่าที่จริงมันคือเรื่องอะไร?” กราฟก็พอจะจับอาการบางอย่างได้ แต่แค่อยากได้ความจริงจากปากเพื่อนเพื่อความชัวร์มากกว่า 

 

       ส่วนคนที่นั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับ ได้แต่นั่งนิ่งเงียบ เพราะความเป็นกระต่ายตื่นตูมของท็อปแท้ๆ ถึงทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ จนเพื่อนๆคาดคั้นเอาคำตอบ ทำเขาเหมือนนักโทษที่กำลังโดนตำรวจสอบสวนอย่างไรอย่างนั้น

 

      ท็อปใช้เวลาครุ่นคิดสักพักกว่าจะตอบกลับ


“เออ ขอให้กูใจเย็นกว่านี้ก่อน กูบอกพวกมึงสองคนแน่”

 

         ท็อปว่าจบ เขาเลือกหนีปัญหาด้วยการยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอย่างเดียว โดยไม่พูดไม่จากับใคร 


       กราฟและพลส่ายหน้าระอาที่เห็นเพื่อนงี่เง่าเอาแต่ใจมากที่สุดก็คราวนี้

 

        ไม่น่าเชื่อว่าผลพวงจากการประชดผสมความน้อยใจที่เพื่อนๆเข้าข้างไอ้พี่ฆีนมากกว่าตัวเอง ท็อปดื่มอย่างหนักจนลืมนึกถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น ทำให้ตอนนี้ ท็อปเมามายไม่ได้สติ จนพลและกราฟบ่นอุบกับความเอาแต่ใจของเพื่อน


         อีกฟากโต๊ะหนึ่ง มีชายหนุ่มที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดได้แต่ลอบถอนหายใจ และนี่คือสาเหตุที่ฆีนยังไม่ยอมกลับบ้าน เพราะมันเป็นอย่างที่ฆีนคาดคิดไว้จริงๆ  ท็อปเมาไม่รู้เรื่องอีกแล้ว ฆีนบอกลาเพื่อนๆในกลุ่ม ก่อนจะเร่งฝีเท้าไปหาพลและกราฟที่ประคองท็อปให้ยืนตรงๆอยู่

 

"น้องๆไม่ต้องห่วง เดี๋ยวพี่ไปส่งท็อปเอง" ฆีนเข้าเรื่องโดยไม่จำเป็นต้องพูดอ้อมค้อมให้เสียเวลา


"อะ...เอ่อ...จะดีหรอพี่  ผมกลัวไอ้ท็อปมันจะอาละวาดใส่พี่อีกสิครับ" พลที่มีอาการมึนเมาน้อยสุด ได้แต่พูดอ้อมแอ้มอย่างกลัวใจว่าเพื่อนตัวเองจะไปทำนิสัยเสียใส่ผู้ใหญ่อีกหน

 

"ไม่เป็นไรหรอก พี่คิดว่าพี่เอาอยู่"


"เอ่อ แล้วพี่รู้จักบ้านมันหรอ?"

 

"พลก็บอกพี่มาสิครับ พี่จะได้ไปส่งถูกไงครับ"

 

     พลยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนบอกพิกัดแก่คนอายุมากกว่า จากนั้น พลได้พูดทิ้งท้ายตอนร่างเพื่อนถูกใครอีกคนประคองไว้แล้ว

 

 

"ผมฝากเพื่อนด้วยนะครับ พี่ฆีน"

 

 

       ฆีนพยักหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะเดินไปยังลานจอดรถ เพื่อขับรถไปยังที่หมายซึ่งไม่ใช่บ้านของท็อปแต่เป็นคอนโดของเขาเอง


        กินเวลามากพอสมควร กว่าฆีนจะพาท็อปมาถึงคอนโดของตัวเอง นาทีนี้ ร่างหนุ่มน้อยถูกปล่อยลงบนเตียงนอนกว้าง ฆีนพ่นลมออกจากปาก ยกมือ บิดตัว ยืดเส้นยืดเส้น ยืดสาย เพราะการแบกร่างคนเมามาทำเขาปวดบ่า เมื่อยไหล่ไม่น้อย

 

        แม้จะเหนื่อยสักแค่ไหน แต่ฆีนไม่หยุดพัก เขาคว้าผ้าขนหนู พร้อมตักน้ำใส่กะละมัง เตรียมเช็ดตัวให้ท็อปต่อ จนกระทั่งเขาทำความสะอาดพร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ท็อปเสร็จสิ้น ฆีนจัดท่าทางท็อปให้นอนได้อย่างสบาย ก่อนจะนั่งมองใบหน้าได้รูปนั้นอย่างพินิจพิจารณา 


       พอเวลาสิ้นฤทธิ์ ในสายตาของเขา ท็อปเป็นผู้ชายน่ารักและมีเสน่ห์ไม่เบาเลย 


       ฆีนใช้ปลายนิ้วลูบไล้เหนือคิ้วเข้มนั้นไล่ไล้ช่วงโครงหน้าลงมาจบที่ริมฝีปากอิ่มของอีกฝ่ายและหยุดชะงักค้างอยู่อย่างนั้น 


       เมื่อตัวเลขอายุได้ก้าวผ่านจากเลขสองสู่เลขสาม ไม่น่าเชื่อว่าความคิด ความอ่านก็จะเปลี่ยนไปตามลำดับ อาจไม่ใช่แค่เรื่องของชีวิตประจำวัน หรือหน้าที่การทำงานเท่านั้น แต่มันยังรวมไปถึงชีวิตรักของฆีนด้วย 


      โดยปกติ ฆีนก็ไม่ใช่คนเจ้าชู้ รักง่ายหน่ายเร็วอยู่แล้ว การจะเปลี่ยนคู่ควงให้ง่ายเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้า เขายิ่งไม่ถนัดเท่าไหร่ นั่นแหละยิ่งทำให้ฆีนลำบากใจเวลาที่เขาถูกชะตากับใคร ก็ยากที่จะถอนตัวกลับได้ เหมือนเรื่องของท็อปที่เป็นอยู่ตอนนี้  


       ฆีนยังจำครั้งแรกที่เจอท็อปได้ ท็อปยิ้มหวานแถมหน้าแดงๆเพราะเมาเดินตามเขากลับห้อง ด้วยสาเหตุที่บอกว่าเพื่อนหนีกลับกันหมดแล้ว ฆีนจึงพามาที่ห้องด้วยกัน ท็อปในวันนั้น เป็นเด็กกวนประสาทแถมคุยสนุกกว่าที่คาดคิดไว้ 


      และใครจะคิดล่ะว่า หนุ่มน้อยช่างเจรจา เฮฮาแบบนั้น จะเปลี่ยนไปเมื่อฆีนปิดประตูห้องลง ท็อปผลักฆีนแล้วประกบจูบทันที แม้ฆีนจะสนใจในตัวท็อปจริง แต่จังหวะนั้น ฆีนผลักออก เพราะเขาอยากให้ท็อปจูบเขาด้วยความเต็มใจมากกว่าการจูบแบบเมาไม่ได้สติแบบนี้ นั่นจึงทำให้ท็อปไม่สบอารมณ์ เลยเปลี่ยนเป้าหมายพุ่งมาที่น้องชายเขาแทน


     หลังจากนั้น ความปรารถนาของทั้งคู่ก็พลุ่งพล่านจนต่างฝ่าย ต่างกันช่วยสร้างความสุขสมให้ถึงฝั่ง เพียงแต่ยังไม่ถึงขั้นมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งก็เท่านั้น


       เพราะสิ่งที่ท็อปทำมาทั้งหมด ฆีนจึงคิดว่าน้องเขามีใจ ตื่นเช้ามาฆีนจึงตั้งใจจะขอเบอร์ติดต่อเพื่อไว้ทำความรู้จักกันต่อ แต่ใครเล่าจะคาดคิดว่า ท็อปกลับจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้ แถมเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือจนฆีนไม่อยากจะเชื่อ


      การจากกันด้วยไม่ดี แถมไม่มีเบอร์หรือตัวช่วยในการสานสัมพันธ์กัน ก็ทำให้ฆีนถอดใจแล้วว่าคงไม่ได้เจอท็อปอีก แม้ใจจะพยายามลืมมาตลอด แต่ลึกๆก็ภาวนาขอให้ได้มีโอกาสเจอท็อปอีกสักครั้ง ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า สิ่งที่ฆีนอธิษฐานในใจจะเป็นจริง เมื่อตอนที่เห็นท็อปอยู่ในที่ทำงาน นั่นจึงเป็นชนวนสำคัญที่ฆีนรวมรวบความกล้า รุกเดินหน้าตามจีบเฉกเช่นตอนนี้



      เขาปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับเรื่องของท็อปนี่นานเท่าไหร่แล้ว ขืนท็อปตื่นมาตอนนี้ มีหวังได้ด่าฆีนหูชาอีกแน่ ฆีนละมือออกจากใบหน้าได้รูปนั้น

 

“ถ้าพี่ไม่ชอบก็คงไม่ยอมขนาดนี้”

 

      สิ้นเสียงนั้น รอยยิ้มจางๆที่มาพร้อมความเหนื่อยล้าก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้า ฆีนคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำหวังจะไปอาบน้ำให้สบายตัวบ้าง 

 

 

 

.....................

 


          เช้าวันรุ่งขึ้น

 

"ไอกราฟ อยู่ไหนว่ะ"

 

        เสียงที่เปล่งออกมาแผ่วเบา ในขณะที่ยังนอนแผ่หราอยู่บนเตียงกว้าง

 


        ท็อปเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง ด้วยอาการสะลึมสะลืออยู่ พอสติเริ่มเข้าที่ เขาก้มมองตัวเองที่ไม่ได้สวมเสื้อ มีเพียงกางเกงนอนขายาว ....ท็อปลุกจากเตียงด้วยสีหน้าประหลาดใจ 


       นี่มันไม่ใช่บ้านกราฟหรอกหรือ? สองตากวาดมองรอบห้องอย่างงุนงง ท็อปรีบเดินไปเปิดประตู ก็ได้กลิ่นอาหารหอมฟุ้งที่ลอยมาเตะจมูก


 

"เหี้ย!! มึงอีกแล้ว" ท็อปตะโกนดังลั่น ทำให้อีกฝ่ายสะดุ้งนิดๆก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าที่แต้มรอยยิ้ม



"ตื่นแล้วหรือ?"



       ท็อปก้าวท้าวยาวๆ ไปผลักอกรุ่นพี่อย่างแรง จนกระทะที่เขาถืออยู่เกือบหลุดมือ



"มึงมันเลว มึงทำอะไรกูอีก บอกมาดิ้"

 

"พี่ไม่ทำคนที่นอนนิ่งๆ ไม่รู้สึกตัวหรอกนะ เมื่อคืนเราเมามาก พี่ก็ให้เรามาพักที่ห้องพี่ก่อน พี่ไม่รู้จักบ้านท็อปนี่ ใจเย็นสิ"

 

   ท็อปหรี่ตามองคนตรงหน้าที่พูดได้อย่างไหลลื่น ไม่มีพิรุธ 


"แต่กูมากับเพื่อนกู ทำไม่กูถึงกลับมากับมึงได้"

 

"กราฟกับพลก็มึนๆเหมือนกัน เรื่องมันผ่านมาแล้ว ช่างมันได้ไหม พี่กำลังทำกับข้าวอยู่ ใกล้เสร็จแล้ว ไปอาบน้ำเถอะท็อป จะได้ออกมากินด้วยกัน” แม้จะโดนหาเรื่อง วีนเหวี่ยงใส่แค่ไหน ฆีนยังคงใจเย็นได้อย่างน่าประหลาด

 

        ท็อปยังมีคำด่าอีกมากมายอยู่ในหัวสมอง แต่พอคนตรงหน้าส่งยิ้มแถมทำเสียงนุ่มเหมือนปกติ ท็อปก็อ้าปากต่อว่าไม่ออก เขาไม่เสียเวลาไปเถียงอะไรอีก ขออาบน้ำให้สบายตัวสักหน่อยเสร็จแล้วจะได้รีบกลับบ้าน

 

        ใช้เวลาไม่นานที่ท็อปแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เขาคว้าของสำคัญติดตัวไปอย่างครบถ้วน ท็อปเหลือบมองคนอายุมากกว่านั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร แต่เขาไม่สนใจ กลับเดินดิ่งไปยังประตู พร้อมสวมรองเท้าเตรียมออกจากห้อง

 

“เดี๋ยว พี่รอกินข้าวอยู่นะ” ฆีนกะอยู่แล้วว่าท็อปต้องเล่นแง่ เขาถึงนั่งหันหน้าไปทางประตูห้องนอน

 

“กูไม่หิว”

 

“ท็อปเกลียดอะไรพี่นักหนา ไม่ลองให้โอกาสทำความรู้จักกันเพิ่มหน่อยหรือ? ไหนๆเราก็ทำงานที่เดียวกันด้วย”

 


"หึๆ อยู่ด้วยกันอีกไม่นานหรอก เดือนหน้ากูจะลาออก รู้ไว้เลย"

 

 

       ฆีนชะงักไปครู่หนึ่ง คำพูดที่ดูธรรมดาในสายตาคนอื่น แต่ถ้าเป็นคนที่เราชอบ มันทำให้ใจวูบโหวงไม่น้อยเลย แต่ดูเหมือนฆีนจะไม่ลดละความพยายาม เขายังคงแสดงความจริงใจออกไปให้อีกฝ่ายรับรู้อยู่เสมอ

 

"พี่ชอบท็อปนะ"

 

"มะมึง..เป็นบ้าหรือไง"

 

"พี่พูดจริงๆ"

 

"กูเป็นผู้ชาย ไม่ใช่เกย์" ท็อปยืนกรานเสียงหนัก 

 

"แต่พี่เป็น"

 

     ท็อปก็เดาไม่ผิดอยู่แล้วล่ะ แต่ไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะกล้าเผยเพศสภาพตัวเองชัดเจนขนาดนี้


"แต่กูไม่ได้ชอบมึง"


"ตอนนี้อาจจะยัง แต่อนาคตก็ไม่แน่ อย่างที่บอกในตอนแรก พี่แค่ขอโอกาส" ฆีนยังคงยืนยันว่าต้องเอาชนะใจท็อปให้ได้ เพราะเขายังจำตอนที่เจอกันครั้งแรก ถ้าท็อปไม่ชอบผู้ชายแล้วทำไมเขาถึงไม่รังเกียจที่ต้องทำแบบนั้น



"ถ้าอย่างนั้นกูขอถามอะไรหน่อย คืนนั้นมึงไม่ได้ทำอะไรกูใช่ไหม? มึงแค่พูดเล่นให้กูตกใจใช่ไหม?”



      ฆีนเห็นสีหน้าท็อปที่ดูเหมือนคาดหวังว่าสิ่งที่เขาต้องตอบออกไปจะเป็นสิ่งเดียวกับที่ท็อปต้องการ 


      เพราะบางครั้ง ความจริงอันโหดร้ายอาจทำให้ใครบางคนเสียความรู้สึก ดังนั้น เรื่องบางเรื่อง การโกหกคงดีกว่า 


       ในเมื่อท็อปยังรับความจริงไม่ได้ ฆีนคงต้องปล่อยให้ท็อปเข้าใจแบบนั้นไปก่อน


"พี่พูดเล่น พี่ตั้งใจจะแกล้งเราเฉยๆ" 



      ฟากท็อปถอนหายใจคล้ายโล่งอก  ถึงแม้จะได้คำตอบอันน่าชื่นใจว่ามันไม่ได้ทำอะไรท็อปจริงๆ แต่ท็อปก็ยังมีเรื่องเครียดใหม่เพิ่ม เมื่อมันมาบอกว่าชอบ ยิ่งทำให้ความเกลียดขี้หน้านั้นไม่ลดลงเลย


        เพราะท็อปไม่ชอบผู้ชาย และคิดว่าไม่มีวันจะชอบผู้ชายด้วย



"แล้วเรื่องนั้น....สรุปท็อปจะลองให้โอกาสพี่ไหม?" 

 

"เรื่องของมึงแล้วกัน มึงเตรียมใจอกหักได้เลย!"



       น่าแปลกที่ประโยคทิ้งท้ายช่างดูไร้เยื่อใย แต่ฆีนกลับผุดรอยยิ้มบางเบาขึ้นมา 


       ดูเหมือนว่าฆีนจะได้งานยากสักหน่อย เพราะดันเผลอใจไปชอบคนฤทธิ์มากก็ทำใจลำบากล่ะงานนี้ แต่เพราะฆีนรู้ตัวเองดีว่าเขาก็ไม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่ายๆซะด้วยสิ

 

 

***************************

เจอกันกับตอนต่อไปจ้า

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

41 ความคิดเห็น

  1. #34 Yoongioppa (@chaya_nid_chi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 16:11
    โถ่วท็อป ใจร้ายT^T
    #34
    0