ขอผมได้รัก...(Yaoi) ||จบแล้ว||

ตอนที่ 12 : ข่าวดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 998
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    24 มี.ค. 60




ตอนที่ 11 ข่าวดี








"หึๆ แล้วรออะไรล่ะ"



        ราวกับความฝัน ฆีนไม่อยากเชื่อหูตัวเอง นี่...เขาหูฝาดไปหรือเปล่า? คนที่เอาแต่วิ่งหนีเขาในอดีต กำลังพูดจาเร่งเร้ากันอยู่ตอนนี้ 



        มันค่อนข้างอธิบายได้ยากกับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างกระทันหัน แต่เอาเถอะ...เวลานี้ ฆีนไม่พูดพร่ำทำเพลง ผลักร่างเด็กหนุ่มให้นอนราบไปบนเตียงกว้าง


       ช่วงเวลาที่ผ่านมา ฆีนยอมรับว่าตั้งแต่มีเรื่องเครียดก็ไม่ได้ปลดปล่อยความต้องการของตัวเองออกมาเลย นาทีนี้ เขาจึงยากที่จะปฏิเสธว่าท็อปได้เติมเชื้อไฟแห่งกามารมณ์ให้ลุกโชน


       เหมือนได้เจออาหารโปรดวางอยู่ตรงหน้า เพราะสีหน้าท่าทางของฆีนดูตื่นตัวและต้องการเป็นพิเศษจนสมองครุ่นคิดไปด้วยว่าจะเลือกชิมส่วนไหนก่อนดี


       สุดท้าย ฆีนตัดสินใจหยุดความคิดฟุ้งซ่าน ประทับริมฝีปากอุ่นบรรจงจูบซับบนหน้าผาก ปลายจมูก พวงแก้ม แล้วเลื่อนต่ำลงมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากเด็กหนุ่ม เขาใช้ปลายลิ้นเลียทั่วริมฝีปากอีกฝ่ายให้เปิดปาก จากนั้น ก็สอดลิ้นกวาดหาความหวานในโพรงปากจนทั่ว ก่อนจะเริ่มรุกราน ไล่ เล่นลิ้นอีกฝ่ายอย่างหยอกเย้า



       เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยายามใช้สองมือดันอก ฆีนจึงละจากปากนั้น หันไปขบเม้ม ลากไล้ ซุกไซ้ซอกคอเด็กหนุ่มแทน มือที่ว่างของคนพี่เลิกชายเสื้อท็อปขึ้น ก่อนจะใช้ปลายนิ้วกระตุ้นอารมณ์ด้วยการเขี่ยเม็ดตุ่มสีสวยเล่นสลับกับบีบขยี้บี้เป็นครั้งคราว เมื่อได้จังหวะ ฆีนใช้ปลายลิ้นอุ่นโลมเลียวนรอบเนินผิวขาว ก่อนจะดูดดึงยอดอกจนแข็งเป็นไต


       ฆีนยกยิ้ม เมื่อเห็นใบหน้า ใบหูเด็กหนุ่มแดงก่ำ ท่าทีที่กัดปากและบิดตัวไปมาด้วยความเสียวซ่าน ช่างทำให้ฆีนพึงพอใจเหลือเกิน


       ชายหนุ่มกระเถิบตัวเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักหาของสำคัญพร้อมดำเนินการ ฆีนจับสองขาท็อปแยกออกจากกัน นาทีนั้น ท็อปรู้สึกได้ถึงความลื่น ฉ่ำแฉะจากช่องทางด้านหลัง และสะดุ้งเฮือกเมื่อนิ้วร่างสูงกดสอดเข้ามาภายใน จากหนึ่งนิ้วก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นและขยับหมุนวนภายในราวกับควานหาบางอย่าง  


       ทันทีที่เห็นใบหน้าเหยเกของเด็กหนุ่ม ก็อดที่จะปลอบขวัญด้วยการโน้มตัวลงต่ำจูบซับบนเปลือกตาทั้งสองข้างไม่ได้ ฆีนเคลื่อนริมฝีปากไปกระซิบริมหูท็อปบอกให้ผ่อนคลายด้วย

 

       เมื่อช่องทางด้านหลังที่ตอดรัดนิ้วฆีนอยู่ค่อยๆคลายลง นิ้วมือเรียวก็ถูกดึงออกแทนที่ด้วยแก่นกายร้อนผ่าวสอดเข้าไปช้าๆ



       วินาทีนี้ ท็อปรู้สึกหลากหลายอารมณ์ทั้งเจ็บ จุก เสียวแปลบๆ แปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก เพราะไม่เคยร่วมรักกับผู้ชายมาก่อน 


      ท็อปจึงไม่คุ้นชินกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น ครู่หนึ่ง ท็อปดันอกพี่ฆีนออกเพื่อจะบอกพี่ฆีนว่า หยุดก่อนได้ไหม? 


       แต่เมื่อมองใบหน้าคมเข้มชื้นเหงื่อที่มีสายตามุ่งมั่นแต่ติดเป็นกังวลเหมือนกลัวว่าท็อปจะไม่มีความสุข ทำให้ท็อปตัดสินใจไม่พูดแต่กลับเลือกรั้งเอวอีกฝ่ายเข้าหาจนแก่นกายของพี่ฆีนสอดลึกมามากกว่าเดิม


       สาเหตุที่ท็อปทำแบบนั้น เพราะมองออกว่า พี่ฆีนไม่ได้ทำเพียงเพื่อระบายความใคร่...แต่สิ่งที่ท็อปสัมผัสได้ นั่นคือ...ความรัก...


       เด็กหนุ่มกัดปากแน่นด้วยความเจ็บ จนเผลอฝังเล็บจิกลงที่หัวไหล่อีกฝ่าย ท็อปเบนความสนใจด้วยการรั้งคอพี่ฆีนให้ลงมาประกบจูบอีกครั้ง



      ทั้งสองจูบกันดูดดื่ม ในขณะที่ช่วงล่างยังคงเชื่อมต่อ ขยับเคลื่อนเข้าหากันอย่างเนิบนาบ มือหนาลูบไล้ทั่วผิวกายขาวจัดสลับกับบีบเค้นเบาๆ 

    
       เสี้ยววินาทีที่ท็อปโดนแท่งร้อนกระแทกเข้ามาจนสุด ท็อปกระชับกอดพี่ฆีนแน่น มิวาย ฝังฟันคมกัดลงที่ลาดไหล่ชายหนุ่มอย่างแรงเพื่อระบายความเจ็บปวด

     
      ฆีนสัมผัสถึงอาการอีกฝ่ายจึงเอ่ยทัก

 

"อ้ะ...เจ็บหรือ? ท็อป...อาห์.."

 

      เจ็บสิ... แต่ทว่า เด็กหนุ่มกลับส่ายหน้าสวนทางกับความรู้สึกที่เป็นอยู่

 

      เพราะท็อปยอมรับว่า นาทีนี้ ความรู้สึกที่สอดแทรกมากับความเจ็บปวด มีทั้งความเสียวกระสัน ซาบซ่าน และร้อนรุ่มจนทำให้ปฏิกิริยาในร่างกายเขามีความสุขและตื่นตัวได้มากเหลือเกิน  


     มันเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ท็อปไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน



      บัดนี้ เหมือนน้ำมันราดลงบนกองไฟ ความเนิบช้ากำลังแปรเปลี่ยนเป็นความรุนแรงทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ 


      พายุแห่งแรงปรารถนาที่โหมกระหน่ำได้สร้างความเร่าร้อนให้อุณหภูมิในร่างกายพุ่งสูง...จนความเย็นที่ได้จากเครื่องปรับอากาศแทบไม่มีผลในตอนนี้ 


       ฉากรักที่ดำเนินไปอย่างไม่มีหยุดพักเพิ่มความโรแมนติกด้วยเสียงครางกระเส่าผสานเสียงหอบหายใจดังถี่กระชั้นสลับกับเสียงผิวเนื้อปลือยเปล่าของทั้งสองที่กระทบกันดังพั่บๆอยู่ในห้อง 


      ยิ่งฆีนเคลื่อนกายกระแทกกระทั้นรุนแรงมากเท่าไหร่ บนเตียงนอนยิ่งสั่นและส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะที่ขยับตัวโยกมากเท่านั้น



ท็อป...อาห์...ซีดส์ มัน...ดี...มาก...อูวว์” เสียงแหบพร่าพูดๆหยุดๆด้วยความเสียวซ่านกับการได้เข้าไปสำรวจภายในร่างเด็กหนุ่มที่มันตอดรัดจนอยากทำรักมากกว่านี้

 

      ฆีนรู้สึกดีมากจนบรรยายเป็นภาษาไม่ถูก ได้แต่แสดงออกทางภาษากายด้วยการพรมจูบเด็กหนุ่มทั่วใบหน้าและลามไล้ไล่มายังต้นคอด้วย


“ฆ...ฆีน....อ้ะ...อาห์...” เพียงแค่เด็กหนุ่มเรียกชื่อฆีนพร้อมมองมาด้วยดวงตาที่หวานฉ่ำ เขาก็แทบจะปลดปล่อยมาเดี๋ยวนั้น ไม่น่าเชื่อ ว่าเสียงและอากัปกิริยาของเด็กหนุ่มจะเป็นตัวกระตุ้นได้อย่างดีเยี่ยม

 

"อาห์...ท็อปเป็นแฟนพี่...แล้วนะ " เสียงทุ้มต่ำย้ำถึงการเปลี่ยนสถานะอีกครั้งให้มั่นใจ


"อะ...อื้มมม" 

 

      ได้ยินดังนั้น ฆีนยิ้มกว้างด้วยความดีใจ ก่อนจะกดส่วนใหญ่โตสอดลึกเข้าไปจนสุดและเคลื่อนกายรุนแรง เร่งเร้า จังหวะให้เร็วขึ้น จนท็อปไม่คิดว่าพี่ฆีนจะมีเรี่ยวแรงมหาศาลถึงเพียงนี้ 


       ในขณะเดียวกัน คนพี่เห็นเด็กหนุ่มรูดคลึงแก่นกายของตัวเองอยู่ เขาดึงมือออกก่อนจะเป็นคนจัดการกำแท่งร้อน ช่วยรูดรั้ง เร็วไวให้เด็กหนุ่มไปด้วย


       ไม่นานนักที่ต่างฝ่ายต่างครางจนเสียงร้องดังประสานกันไปทั่วทั้งห้อง ยามที่ทั้งสองสุขสมอารมณ์หมายจนร่างกระตุกเกร็ง จากนั้นก็ปลดปล่อยความต้องการออกจากตัวอย่างหมดสิ้น   

      
       ชายหนุ่มค่อยๆถอนแก่นกายออกมา แล้วทิ้งตัวลงนอนแผ่ข้างๆเด็กหนุ่ม โดยที่ความสุขสมยังไม่จางหาย 

     ไม่น่าเชื่อว่า การพบกันรอบนี้ จะได้สร้างสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากกว่าทุกครั้ง 

 

     เมื่อทั้งสองหายหอบเหนื่อย ฆีนพาเด็กหนุ่มไปจัดการทำความสะอาดร่างกายในห้องน้ำเรียบร้อย ก่อนจะกลับมาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงพร้อมกันอย่างอ่อนแรง ใบหน้าหล่อจัดผุดรอยยิ้มจางๆเมื่อได้นอนมองหน้าท็อปใกล้ๆ 


      แม้พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรช่างมัน ฆีนขอมีความสุขกับปัจจุบันที่ได้นอนเคียงข้างท็อปแบบนี้ก่อน...



"ฝันดีนะครับ...ท็อป"

 

"อื้ม...เหมือนกัน"

 

       ฆีนจูบปลายจมูกเด็กหนุ่มทิ้งท้าย แต่ไม่คิดว่า ท็อปจะทำตัวน่ารักด้วยการวาดแขนมาโอบเอวและเขยิบตัวเบียดเข้ามาซุกใบหน้าลงตรงอกกว้าง


       ฆีนกลั้นยิ้มแทบไม่อยู่ เขาได้แต่กอดตอบจนทั้งสองนอนกอดก่ายกันแนบแน่นจนไร้ช่องวาง  


       ใครเล่าจะคิดว่า การตัดใจของฆีนจะส่งผลไปกระตุ้นให้ใครบางคนได้รู้ใจตัวเองสักที...




.......................



       วันรุ่งขึ้น 


        ราวสิบโมงที่ฆีนค่อยๆปรือตาขึ้นมา อันดับแรกที่เขาเลือกมองหา คือ หันไปข้างกายตัวเองทันทีว่ายังมีร่างเด็กหนุ่มนอนอยู่บนเตียงนี้หรือไม่? 


        และแล้วความแปลกใจก็เกิดขึ้นมาในฉับพลัน เพราะเวลานี้ ไม่มีคำด่า สบถหรือแม้แต่เสียงโวยวายใดๆ มีเพียงแค่เด็กหนุ่มนอนนิ่งแถมมองมาตาแป๋ว


       ฆีนยิ้มพลางพลิกตัวตะแคงไปหา


"แอบนอนมองพี่นานรึยังครับเนี่ย...ฮึ...พูดจบ ฆีนยกมือเกลี่ยเส้นผมที่บดบังใบหน้าชวนมองออก


"ก็นานอยู่" ท็อปตอบ ฆีนอมยิ้มก่อนถามเรื่องสำคัญ

 

"เรื่องเมื่อคืน...ท็อป...จำได้ใช่ไหม? ว่าเรา...มี..."

 

      ท็อปรีบแทรกก่อนที่พี่ฆีนจะพูดเรื่องที่ทำให้เขินอาย

 

"จำได้น่า ไม่ต้องถามอีกได้ไหม?"

 

"ต้องถามสิ ก็เวลาท็อปเมา ท็อปชอบบอกพี่ว่าจำไม่ได้นี่"

 

"ก็เมื่อคืนไม่ได้เมามาก"

 

"นั่นหมายความว่าครั้งนี้ ท็อปเป็นแฟนกับพี่จริงๆแล้วใช่ไหม?"

 

"อื้ม"

 

"แล้วพี่จะมั่นใจได้ไง ในเมื่อก่อนหน้านี้ ท็อปยังด่าพี่อยู่เลย"

 

"กูขอโทษสำหรับที่ผ่านมา ฆีนยกโทษให้ได้ไหม?"


      ฆีนงงเป็นไก่ตาแตกเพราะการเจอกันรอบนี้ท็อปอ่อนลงอย่างไม่น่าเชื่อ นี่เขากำลังนอนกับฝาแฝดท็อปหรือเปล่า? ท็อปคนเดิมหายไปไหนแล้ว?



"ได้สิ"


"แต่ขออย่างเดียว ตอนนี้ที่เราคบกันอย่าเพิ่งบอกใครได้ไหม?"

 

"ถ้าที่ทำงานพี่ตั้งใจไม่บอกใครอยู่แล้ว แต่ฆิตหรือเพื่อนสนิทของท็อปเองก็จะไม่ยอมบอกด้วย อย่างนั้นหรือ?"

 

"อะ...อืม..."

 

"ท็อปคงอายที่ต้องคบกับพี่สินะ"

 

     เพียงเห็นใบหน้าหล่อสลดลง ท็อปตาโต รีบละล่ำละลักบอก

 

"ม...ไม่ใช่ๆนะ...ฆ...ฆีน...อ...อย่าเข้าใจผิดนะ เอ่อะ...คือ...กูยังไม่พร้อม" ท็อปเว้นวรรคครู่หนึ่ง ก่อนพูดขึ้นอีกครั้งเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายใจเสียไปซะก่อน


"เพราะตั้งแต่เกิดมา ฆีน...เป็นผู้ชายคนแรกที่กูคบ" ท็อปตอบเสียงแผ่ว ทั้งยังหลุบสายตาลงต่ำอย่างคนเหนียมอาย

 

      ฆีนนิ่งไปนิดก่อนจะยกยิ้มกว้างด้วยความดีใจที่ได้ยินประโยคดังกล่าว แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ การได้เห็นท็อปเขิน ทั้งใบหน้าที่แดงจัด หูที่แดงแจ๋ มองอย่างไรก็ดูน่าแซวชะมัด


"สงสัยพี่คงต้องทำบุญยกใหญ่ นานๆทีจะเห็นท็อปเขิน เอ้ะ...คงไม่ใช่เรื่องเขินอย่างเดียว เรื่องที่กว่าจะได้ท็อปมาเป็นแฟน...ไม่ใช่สิ...พูดผิด...เป็นเมียพี่แล้วนี่นา..."


"ฆีน...อย่าแซวได้ไหมเล่า" ท็อปชกอกพี่ฆีนเบาๆ แต่สายตายังคงไม่เงยขึ้นมามองคนตรงหน้าสักนิด

     

"ฮ่าๆ...โอ้ย...แฟนใคร เขินใหญ่เลยทีนี้...โอเคๆ พี่ไม่แซวก็ได้ครับ ท็อปนอนต่อเถอะ พี่จะลุกไปทำอะไรให้กินก่อน อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม?"

 

"ข้าวผัดไข่ ไม่ใส่ผัก"


"หืม...กินเมนูเด็กจัง ได้ๆ เดี๋ยวพี่ทำให้นะครับ"


       สิ้นเสียงคนพี่ ท็อปพยักหน้ารัวๆ ฟากฆีนโน้มตัวไปจุมพิตที่ริมฝีปากท็อปเบาๆ ก่อนจะยีผมอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดู และลุกขึ้นจากเตียงไปอาบน้ำ อาบท่าเพื่อทำอาหารให้แฟนหมาดๆได้กินสักหน่อย...

 



****1**** 


     


         

      ยังไม่ทันที่ฆีนจะได้ทำอาหารให้ท็อปกิน ก็มีสาเหตุให้ต้องจัดการเด็กหนุ่มก่อน เรื่องของเรื่องก็คือ ตอนทำกิจกรรมแห่งรักเมื่อคืน เขาเพลิดเพลินในอารมณ์จนไม่สนใจสิ่งอื่นใด แต่พอตอนที่ฆีนอาบน้ำถูสบู่ เขารู้สึกเจ็บและแสบช่วงไหล่ทั้งสองข้าง พอเดินไปดูตรงหน้ากระจกถึงเห็นต้นเหตุของความเจ็บเต็มสองตา

 

       จนกระทั่ง ฆีนอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เขาปีนขึ้นไปบนเตียงหาเด็กหนุ่มที่นอนคุดคู้หันหลัง ฆีนเลื่อนริมฝีปากอุ่นไปขบเม้มซอกคอเด็กหนุ่มเบาๆ

 

"ฆีนทำอะไร" ท็อปว่าพลางพลิกตัวตะแคงหันมาหาคนที่แกล้งท็อปให้ตื่น



        ฆีนกดสายตาพร้อมใช้นิ้วชี้ไปยังลาดไหล่ที่มีแต่รอยกัดของท็อปจนขึ้นเป็นรอยฟันเด่นชัด



"เป็นคนซาดิสม์หรือไงดูกัดพี่สิครับ เป็นรอยช้ำเลย"

 

       ท็อปใจกระตุกเมื่อเห็นร่องรอยเหล่านั้น ยอมรับว่าเมื่อคืนตอนที่กัด มันรู้สึกดีเหมือนได้ระบายความรู้สึกลึกๆบางอย่างในใจออกไป แต่ท็อปไม่คิดว่า ที่ทำไปทั้งหมดนั้นจะส่งผลจนเป็นร่องรอยช้ำอาการหนักอยู่


       เด็กหนุ่มทำหน้ารู้สึกผิด เขาแตะรอยช้ำพวกนั้นอย่างเบามือ

 

"ขอโทษ เจ็บไหม?"

  

       ฆีนนั่งมองเด็กหนุ่มที่แววตาหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด เขาเขยิบหน้าเข้าไปใกล้เด็กหนุ่มจนปลายจมูกชนกัน

 

"เจ็บ..." ลมหายใจอุ่นๆเป่ารดปากของกันและกัน ทำให้ท็อปรู้สึกใจเต้นแรง เขารีบก้มหน้างุดหลบสายตาคนตรงหน้า ฟากฆีนยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะก้มลงตามไปดูดดึงริมฝีปากล่างเด็กหนุ่มอย่างมันเขี้ยว


"แต่ชอบ..." 

 

"โรคจิต เป็นคนชอบความเจ็บปวดรึไง" ท็อปว่าพี่ฆีนไม่เต็มเสียงนัก

 

"สงสัยมั้งครับ เพราะตั้งแต่พี่ตามจีบท็อปมา ทั้งโดนต่อว่า ด่าสาดเสียเทเสีย แถมต่อยหน้าพี่อีก พี่ยังทนมาได้ขนาดนี้ พี่คิดว่าพี่คงเสพติดความเจ็บปวดจนรู้สึกชินชาแล้วล่ะ"


"กูขอโทษ อย่าตอกย้ำได้ไหมเล่า"


"โอเคๆ พี่ไม่พูดเรื่องอดีตแล้วก็ได้ ถ้างั้นพี่ไปทำข้าวผัดให้ท็อปก่อนนะ" ฆีนอมยิ้มที่เห็นเด็กหนุ่มหน้าหงอยเมื่อโดนดุ 


      จนกระทั่ง ฆีนออกจากห้องไปแล้ว เด็กหนุ่มที่ว่าจะนอนต่ออีกสักหน่อยก็เปลี่ยนเป็นขยับตัวลุกขึ้นไปอาบน้ำแทน 


      ถัดมา ยังส่วนของห้องครัว กำลังมีคนฮัมเพลงด้วยอารมณ์สุนทรีย์ เหตุผลหลักๆคงเพราะฆีนสมหวังในความรักแล้วยังไงล่ะ ถึงทำให้เขามีความสุข ยิ้มแย้มตลอดการทำอาหารได้ขนาดนี้


      นับว่าเป็นข่าวดีที่สุดในรอบเดือนของฆีนเลยก็ว่าได้



      แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่พลิกผันและรวดเร็วจนฆีนตั้งตัวไม่ติด แต่ไหนๆ ผลลัพธ์ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร เพราะถึงอย่างไร มันเป็นสิ่งที่เขาต้องการอยู่แล้ว ฆีนเลยไม่นำมันมากังวลใจอีก   



      ด้านเด็กหนุ่มที่จัดการธุระตัวเองเสร็จเรียบร้อย เขาก้าวเท้ายาวๆมายังพื้นที่ทำอาหาร ก็เห็นผู้เป็นพี่ยืนทำอาหารอย่างอารมณ์ดี


     ท็อปอมยิ้ม ก่อนจะวางคางเกยไหล่ชายต่างวัย  ฟากฆีนหยุดฮัมเพลงและเหลียวหน้าไปถาม



"ทำแบบนี้ จะอ้อนเอาอะไรครับ?" 

 

"เปล่า แค่ไม่อยากนอนในห้องคนเดียว ก็เลยเดินมาหาอยากอยู่ด้วย"


"หืม...ปากหวานนะเราอะ...ว่าแต่...ฟื้นตัวไวดีนี่"


"ก็ไม่ใช่คนอ่อนแอ แต่แค่กำลังคิดอยู่ว่าจะนั่งได้ไหม?"


"หึๆ รู้อย่างนี้ น่าจะต่ออีกสักรอบให้เดินไม่ไหว"


"พอก่อนไหม? เก็บแรงไว้ทำอย่างอื่นบ้าง"

 

"นั่นสิ เป็นเมียพี่แล้ว จะทำเมื่อไหร่ก็ได้"


"ไม่คิดว่ากูจะหวงตัวบ้างหรือไง?" ท็อปถอยหลังกลับมายืนยืดตัวตรง กอดอก เชิดหน้าทำปากงอน จนฆีนส่ายหน้าพลางหัวเราะหึๆ


"ไม่คิดนะ เพราะท็อปอ่อยพี่แทบทุกเวลาขนาดนี้ พี่มองข้ามคำว่าหวงตัวไปนานแล้วล่ะ"


"ฆีน!!...ว่ากูเหรอ?"


"ฮ่าๆ...พี่ไม่กล้าว่าคนที่พี่รักหรอก พี่ขี้เกียจเถียงกับท็อปแล้ว ไปนั่งรอพี่ก่อนนะ อาหารใกล้เสร็จแล้วนะครับ" 


      ฆีนพูดตัดบท ก่อนจะหันไปโยกศรีษะเด็กหนุ่มด้วยความเอ็นดู ฟากท็อปก็ยอมทำตามคนออกคำสั่งอย่างว่าง่าย ฆีนยืนมองแผ่นหลังเด็กหนุ่มที่ค่อยๆลับตาไปด้วยความสงสัยระคนแปลกใจถึงสาเหตุที่ทำให้ท็อปยอมอ่อนข้อให้ฆีนได้อย่างไม่น่าเชื่อ...


      แต่เขาก็ยัดความรู้สึกเหล่านั้นเก็บไว้ในใจต่อไป แล้วกลับมามุ่งมั่นทำอาหารเหมือนเดิม



     ผ่านไปสักพัก ฆีนเดินถือถาดอาหารมาพร้อมกลิ่นหอมฟุ้งกระจายจนลอยไปเตะจมูกเด็กหนุ่มที่นั่งเล่นรอที่โซฟาลุกขึ้นเดินตามไปที่โต๊ะอาหาร 



       ฆีนวางเมนูโปรดของเด็กหนุ่มไว้ตรงหน้า ส่วนของฆีนเป็นเมนูข้าวผัดไข่เค็มที่เมื่อท็อปเห็นสีสันและหน้าตาถึงกับชะเง้อมอง



"ทำไมของฆีน น่ากินจัง" ท็อปเห็นจานข้าวของพี่ฆีนชวนน้ำลายสอมากๆ เพราะของพี่ฆีนมีทั้งถั่วลันเตา ข้าวโพด แครอท เป็นส่วนผสมที่ทำให้ภาพลักษณ์ดูน่ากินมากโข แต่พอก้มมามองจานตัวเอง เป็นเพียงข้าวผัดไข่ที่สีสันสุดแสนจะจืดชืด


"ฮ่าๆ ก็ท็อปบอกไม่ใส่ผัก พี่ก็เลยไม่รู้ว่าจะเพิ่มอะไรให้แทน ท็อปจะลองชิมของพี่ไหม? จริงๆอะไรเหลืออยู่ในตู้เย็นพี่ก็เอามาผัดรวมๆกันนั่นแหละ" ฆีนพูดพลางกลั้วหัวเราะ



      จังหวะที่ท็อปเอื้อมมือไปตักข้าวในจานพี่ฆีน กลับโดนฆีนดึงจานเข้าหาตัว และพูดขึ้น



"ทำอาหารมาเหนื่อยจัง อยากได้กำลังใจเพิ่ม"


      ท็อปเงยหน้ามอง ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าพี่ฆีนต้องการสื่อถึงอะไร


"หื่น"


"ให้พี่หน่อยไม่ได้หรือ?"


"จะเอาอะไร"


"พี่อยากจูบท็อปแบบตอนไม่เมาบ้างน่ะ"



      ท็อปเม้มปากแน่น ก่อนจะพยักหน้ากลับไป



      เมื่อได้รับคำตอบ ฆีนลุกพรวดไปฝั่งเด็กหนุ่ม ก้มตัวลงประทับริมฝีปากเบาๆบนปากท็อป ก่อนจะใช้ปลายลิ้นดันเพื่อส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายอ้าปาก จากนั้น ปลายลิ้นอุ่นก็ล่วงล้ำเข้าสู่ภายในโพรงปาก ทั้งยังรุก ไล่ เล่นกับปลายลิ้นอีกฝ่ายตวัดเกี่ยวเข้าหากันอย่างไม่มีใครยอมแพ้

   

      นานอยู่เหมือนกัน กว่าทั้งสองจะจบการจูบแสนดูดดื่ม โดยฆีนเป็นฝ่ายผละออกก่อน เพราะถ้าไม่ยอมละจากกันตอนนี้ มีหวังอาหารตรงหน้าจะกลายเป็นหมัน เพราะฆีนคงหันไปกินอย่างอื่นแทนแน่ๆ 



     ฆีนยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนจะใช้ปลายลิ้นค่อยๆเลียน้ำหวานที่ไหลออกมาเปรอะเปื้อนริมฝีปากเด็กหนุ่มราวกับทำความสะอาด แล้วเดินกลับไปหย่อนกายลงที่ประจำพร้อมรับประทานอาหาร



      ฟากท็อปยกมือจับมุมปาก และก้มหน้ายิ้มเขินอยู่คนเดียว เพราะไม่คิดหรอกว่าคนที่เขาชอบจะหื่นจัดขนาดนี้


      จากนั้น ทั้งสองก็เริ่มจัดการอาหารตรงหน้า บ้างก็แลกกันชิมของกันและกันอย่างเอร็ดอร่อย 


      ในระหว่างนั้น ฆีนก็พูดแทรกขึ้น


"พี่ดีใจมากเลยรู้ไหมที่ท็อปตกลงคบกัน...คิดดูสิ ว่าก่อนหน้านี้ ท็อปทำพี่เจ็บแสบขนาดไหน?"


"กูแย่มากเลยสินะ" ท็อปเห็นพี่ฆีนเอาแต่พูดเรื่องนี้ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า จนเขาอดสวนกลับไม่ได้


"พูดตามจริงก็แย่นะ แต่พี่รับได้"


"กูขอโทษ แต่จากที่พูดมาถ้ากูแย่ขนาดนั้น ไม่ต้องเป็นแฟนกับกูก็ได้นะ ฆีน"


"ดูพูดเข้าสิ น้อยใจหรือไง?"


       เพียงเห็นใบหน้าเด็กหนุ่มงอง้ำและเงียบเสียงลง ฆีนอดเห็นใจไม่ได้ สุดท้าย ฆีนชะโงกตัวข้ามโต๊ะที่กั้นกลางไปจูบกลางกระหม่อมดุจปลอบประโลม ก่อนถอยกลับมานั่งที่เดิม


"คนเราย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสียกันทั้งนั้น แต่พี่รับข้อเสียของท็อปได้ไงครับ พี่คงจะโรคจิตอย่างที่ท็อปว่านั่นแหละ เพราะไม่ว่า ท็อปจะก้าวร้าวแค่ไหน พี่ก็ยังรัก"


      ฆีนเห็นท็อปไม่พูดอะไรออกมาสักคำ เอาแต่นั่งหน้าเศร้า เขาเลยพูดขึ้นอีกครั้ง


"เอาอย่างนี้แล้วกัน ท็อปสัญญากับพี่ได้ไหม? ว่าท็อปจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น"


      ท็อปพยักหน้ารัวแทนคำตอบ


"แต่ท็อปจำไว้อย่างหนึ่งนะครับ โอกาสไม่ได้มีมาบ่อยๆ"


"ได้"  


"รับปากแล้วทำด้วยนะ ถ้างั้นก็กินข้าวกันเถอะ" 


        

       จากนั้น ต่างฝ่าย ต่างก้มหน้าจัดการอาหารตัวเอง ครู่หนึ่ง ฆีนเงยหน้ามองคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามแล้วเห็นท็อปนั่งตัวสั่น จนเขาต้องเพ่งถึงสังเกตเห็นว่ามีหยาดน้ำตาร่วงลงสู่จานข้าว


       ฆีนลุกพรวดเดินอ้อมไปหาเด็กหนุ่มทันที


"ท็อปเป็นอะไร ร้องไห้ที่พี่ว่าหรือ?"


       ดั่งเด็กน้อยโดนแม่ต่อว่าเมื่อทำผิด เพราะตอนนี้ ท็อปเผลอน้ำตาไหล แม้จะไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนผู้หญิง แต่ท็อปคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น 


      ท็อปอุตส่าห์ทำตัวให้เข้มแข็งมาโดยตลอด แต่จนแล้วจนรอดก็หลุดแสดงความอ่อนแอให้พี่ฆีนเห็นจนได้ 


       ฆีนโน้มตัวลงต่ำ ลูบหลังลูบไหล่ท็อปปลอบประโลมให้เด็กหนุ่มหยุดร้องไห้ สองมือหนาขยุ้มเสื้อพี่ฆีนจนยับยู่ยี่ ท็อปซบลงมายังหน้าท้องพี่ฆีนส่ายหน้าเช็ดน้ำตาให้เหือดหาย


       เด็กหนุ่มไม่เข้าใจตัวเอง เพียงแค่เขายอมเปิดใจ จู่ๆ ความรู้สึกที่ตามมาก็เกิดกลัวว่าจะเสียพี่ฆีนไปซะอย่างนั้น


"กูขอโทษที่นิสัยเสีย แต่ฆีนจะไม่ทิ้งกูใช่ไหม?" 


       สองมือท็อปยังคงขยุ้มชายเสื้อฆีนแน่น มิหนำซ้ำ สายตาที่สื่อออกไปยังฉายชัดถึงความหวาดหวั่นจนฆีนสัมผัสได้ เขายืนจ้องมองเด็กหนุ่มด้วยความรู้สึกสงสารอย่างบอกไม่ถูก


       ฆีนไม่รู้ว่าไปเผลอพูดจี้จุดส่วนใดของท็อปรึเปล่า แต่จากนี้ ฆีนจะพยายามไม่พูดอะไรที่ทำให้เด็กหนุ่มเครียดอีก แต่จะใช้วิธีค่อยๆเรียนรู้และศึกษาตัวตนของท็อปให้มากขึ้น แล้วค่อยคุยด้วยเหตุผลในภายหลัง


     ปลายนิ้วชายหนุ่มค่อยๆไล้ใต้ตาท็อปทั้งสองข้าง ก่อนจะพูดขึ้น



"ไม่ครับ ถ้าท็อปไม่ทำตัวก้าวร้าวอีก"


"โอเค แต่ฆีนสัญญาก่อนว่าจะไม่ทิ้งกัน" ท็อปชูนิ้วก้อยยื่นไปหาพี่ฆีน ฟากชายหนุ่มอมยิ้มก่อนจะเกี่ยวก้อยให้คำสัญญา


"สัญญาครับ ท็อปจำไว้นะ คนเราน่ะ เริ่มต้นใหม่ได้เสมอ ไม่ต้องกังวลนะครับ พี่จะรอเด็กก้าวร้าวคนนี้ ปรับปรุงนิสัยให้ดีขึ้น"



     ได้ยินดังนั้น ฟากท็อปพยักหน้ารัว



      ฆีนส่งยิ้มอบอุ่นไปให้ และโยกศรีษะท็อปทิ้งท้าย ก่อนจะกลับไปนั่งจัดการอาหารที่เหลืออยู่จนเกลี้ยง โดยพวกจานที่กินเสร็จนั้น ท็อปอาสาเป็นคนล้างให้ จนกระทั่งเด็กหนุ่มทำความสะอาดเสร็จสรรพเรียบร้อย ก็เดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาและพิงศรีษะบนไหล่กว้างอย่างออดอ้อน


      ทุกการกระทำของท็อปในวันนี้ ถึงกับทำให้ฆีนย้ำกับตัวเองในใจเป็นรอบที่ร้อยว่า ฆีนไม่ได้ฝันไปใช่ไหม


      ฆีนก้มลงมองเด็กหนุ่มที่เงยหน้าขึ้นจนประสานสายตากันพอดี



"ฆีน ขอนอนอีกคืนนะ"

 

      ฆีนเลิกคิ้วขึ้นสูง เมื่อเห็นคนพูดทำน้ำเสียงจั้กจี้หูอย่างไรพิกล 

 

"สาเหตุที่ไม่กลับบ้านนี่เพราะติดใจลีลาพี่หรือครับ"


"หลงตัวเองน่า...มะ...ไม่ใช่เรื่องนั้นสักหน่อย..."  ท็อปหลุบตาลงต่ำ

 

"ก็ถ้ามีคนยังปากแข็งอยู่ พี่ยอมรับก็ได้ว่าหลงตัวเอง แต่รู้ใช่ไหมถ้าค้างที่นี่คืนนี้ไม่ได้นอนอย่างเดียวนะ" ฆีนแกล้งยียวนกลับ อีกทั้งยังส่งสายตาเจ้าเล่ห์ ฟากท็อปก็ดูไม่สะทกสะท้านในคำขู่สักเท่าไหร่กลับอมยิ้มและกระเถิบตัวขึ้นกระซิบริมหู



"ไม่มีปัญหา"


"ยั่วนะเรา" ฆีนยิ้มกว้าง ก่อนจะหันไปจูบขมับเด็กหนุ่มอย่างแผ่วเบา




.................................



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

41 ความคิดเห็น

  1. #30 pia070932 (@pia070932) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 19:40
    โอ๊ย...น่ารัก....(///^^///)
    #30
    0