[SF TONO x RITz] เก็บไว้ไม่ไหว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 11 Views

  • 0 Comments

  • 0 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    5

    Overall
    11

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

ʕ•ᴥ•ʔ ♥ ʕ→ᴥ←ʔ<br />


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Title : [SF] เก็บไว้ไม่ไหว

Cast : Tono x Ritz

Auther : พราน/rikotomo919

Rate :    WARNING >>> NC 17+

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 23 พ.ค. 62 / 11:57

บันทึกเป็น Favorite


ปล. ฟิคเรื่องนี้แต่งตั้งปี พ.ศ. 2554 นานมากแล้ว แต่อยากอัพเป็นกำลังใจให้น้องที่สนิทคนหนึ่งได้อ่าน ^^


talk (เป็นทอคที่เขียนไว้ตั้งแต่ปีนั้นไม่ได้แก้ไขข้อความอะไรเลย)

เพราะด้วยความที่นั่งดูรายการบางกอกสเตชั่น แล้วริทได้เล่าเรื่องผีที่อยู่ในคอนโดให้ฟัง และเฮียก็ให้ริทไปนอนที่ห้องด้วย

จะไม่คิดมากอะไรเลยถ้าพิธีกรไม่พูดขึ้นมาว่า "ตกลงก็เป็นเพราะเรื่องผีนี่เอง ก็เลยตกเป็นของกันและกัน" กรี๊ดแตกฮะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

******ฟิคเรื่องนี้เพื่อความบันเทิงและเพ้อฝันของคนเขียนเองฮะ ไม่ได้พาดพิงถึงสถานการณ์จริงๆหรอก(มั้ง)******

 

 

<RiT Talk>

 

วันนี้ ผมเลิกงานเร็ว รู้สึกเมื่อยไปทั้งวัน วันนี้ไปโปรโมตซิงเกิลใหม่มาน่ะสิครับ เหนื่อยจังเลย

หลังจากทานข้าวกับเซนเสร็จ ผมตรงกลับคอนโดทันทีโดยไม่แวะที่ไหนเลย ก็ผมง่วงนี่นา

พอไขกุญแจเข้าไปภายในห้อง ตอนนี้เป็นเวลา 6 โมงเย็นพอดี ท้องฟ้าเริ่มสลัวๆ พระอาทิตย์สีส้มเข้มกำลังจะลับตา

แสงอาทิตย์ส่องผ่านม่านสีชา ผมเดินเข้าไปที่ห้องของผม วางกระเป๋าลงบนโต๊ะข้างเตียง

จัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เรียบร้อยทุกอย่าง จากนั้นผมก็นั่งลงบนเตียง

ภายในห้องเป็นเตียงคู่ และผมก็นอนคนเดียวด้วยครับ ส่วนพี่โตโน่นอนอีกห้องนึง

เดี๋ยวนี้ผมกับพี่โตโน่ไม่ค่อยมีเวลาไปเที่ยวด้วยกันเลยครับตั้งแต่พี่โตโน่ได้รับงานละครสองเรื่องเนี่ย

พี่โตโน่ต้องถ่ายละครทุกวัน กลับคอนโดดึกๆ แล้วยังแยกห้องนอนอีก เฮ้อ คิดถึงจัง

 

ผมเอนตัวนอนลงบนเตียง นอนตะแคงข้างหันหน้าไปทางขอบเตียง

ฝั่งนี้ผมจะเห็นประตูชัดเจน แน่นอน ผมไม่ล็อคประตูหรอก เผื่อคนที่ผมรอเค้าจะกลับมา

แล้วอย่างน้อยก็เปิดประตูเข้ามาหาผม และเราคงได้นั่งคุยกันจริงๆจังๆ ซักครั้งในรอบ 2-3 วันมานี้

คิดนู้นคิดนี่ไปเรื่อย จนผมไม่รู้ตัวว่า หลับไปตอนไหน

 

.

.

ตึก .. ตึก .. ตึก

 

 

หืม..งืมม ... เสียงใครเดินในห้องผม..พี่โตโน่เหรอ

สงสัยเดินมาหาเสื้อมั้ง อืม..ม.... เอ๊ะ! ทำไมเตียงยุบลง

พี่โตโน่จะนอนเป็นเพื่อนริทเหรอ อืมม.. หันไปหาดีกว่า

อ๊ะ ! แล้วทำไม ........ทำไมริทขยับตัวไม่ได้ !!!!

 

ฟืดด..ฟาดด.. ฟืดด..ฟาดด...

 

แล้ว...ทำไมพี่โตโน่หายใจเสียงดังจัง ..พี่โตโน่หอบเหรอ

ทะ..ทำไมเสียงไม่เหมือนพี่โตโน่เลย

 

ฟืดด..ฟาดด.. ฟืดด..ฟาดด...

 

เสียงหายใจยังดังอยู่สม่ำเสมอ และดังไม่หยุดเลย

นั่นไม่ใช่เสียงหายใจของพี่โตโน่แน่ พี่โตโน่ไม่หายใจแบบนั้น

ใครกัน!!! ผมพยายามหันหลังกลับไปดูว่าใครที่นอนอยู่บนเตียงกับผม

ทำไมหันไม่ได้ซักที ฮืออ ผมกลัวนะ ทำไมผมขยับตัวไม่ได้

มือเและขาทั้งสองข้างหมือนถูกตรึงด้วยเชือก แขนเหมือนถูกกดเอาไว้

ทำไมถึงเป็นแบบนี้ .... หรือว่า .......ผีอำ !!

ไม่เอานะ ริทกลัว ริทไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย

ริทกลัวแล้ว อย่ามาหลอกริทเลย ฮืออออ

 

ผมเริ่มสวดมนต์ภาวนา...แต่เสียงหายใจนั้นก็ยังไม่หายไปเลย ฮืออ ทำยังไงดี

ผมไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ได้เพียงแต่สวดมนต์เท่านั้น

สวดมนต์ไปเรื่อยๆ .....จนไม่รู้ว่าหลับไปตอนไหน

 

 

<TONO Talk>

 

ผมกลับจากถ่ายละครตอน 4 ทุ่ม วันนี้ต้องถ่ายซีนชกมวย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหนึบๆ ตลอดทางกลับคอนโดเลย

ป่านนี้ตัวเล็กคงเข้านอนแล้วมั้ง กินข้าวยังนะ กะจะแวะซื้อโจ๊กไปให้ซักถุงหน่อย

ลองโทรเข้าไปถามดีกว่า ...ผมกดเบอร์ริทที่เมมเอาไว้ ตั้งระบบให้โทรออกง่ายๆ แค่กดเลข 8 เท่านั้น

 

ตู้ดดด.....ตู้ดดดด......

 

ทำไมไม่รับนะ สงสัยเพลียจัด หลับไม่รู้เรื่องสิเนี่ย ฮ่าๆๆ

งั้นก็ซื้อไปดีกว่า เผื่อตัวเล็กตื่นกลางดึกแล้วหิว (สงสัยเฮียจะเป็นคนกินเองแล้วเนี่ย)

พอถึงคอนโด มองขึ้นไปตรงห้องไม่เห็นไฟเปิดซักดวง สงสัยหลับจริงๆ แฮะ

พอไขประตูเข้าไป ห้องมืดจนน่าเอะใจ เพราะริทไม่เคยปล่อยให้ห้องมืดสนิทแบบนี้

ผมจัดการเปิดไฟรอบห้อง กำลังเดินไปห้องของผมเอง ผ่านห้องของริท

ชั่งใจ จะเข้าไปดีมั้ย ริทหลับไปแล้วแน่ๆ แต่ไม่ได้เห็นหน้ามาหลายวันแล้ว

พอผมกลับมาริทก็เข้านอน พอผมตื่น ริทก็ไปทำงาน

หรือบางทีเจอหน้ากันก็แค่แปปเดียว ยังไม่ได้นั่งคุยกันดีๆเลยก็ต้องแยกกันไปทำงานแล้ว

 

เอ่อ...เอาน่า..อย่างน้อยก็ขอแค่ได้เห็นหน้าก็พอ

ว่าแล้วมือก็บิดลูกบิด แง้มหน้าเข้าไป

ริทหลับจริงๆ ด้วย

หันหน้ามาฝั่งนี้ซะด้วย แสงจากประตูส่องเข้าไปภายในห้องนอนของริท

ทำให้เห็นใบหน้าหวานว่าตอนนี้กำลังนอนอยู่บนเตียง

คนตัวเล็กกำลังหลับโดยไม่มีผ้าห่มคลุมตัว

ผมก้าวเบาๆ เข้าห้องของริท กะจะเอาผ้าห่มคลุมให้

 

เอ๊ะ...ทำไมริทต้องนอนขมวดคิ้วขนาดนี้ โมโหใครก่อนนอนหรือเปล่านะ

ผมสังเกตดูดีๆ แค่แสงไฟจากบานประตูที่ผมไม่ได้ปิดส่องเข้ามา

เห็นได้ชัดเลยว่า ตอนนี้ใบหน้าหวานของคนตัวเล็กต่อหน้าผมมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มไปหมด

แล้วยังจะสีหน้าแสดงความทรมานนั้น นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเล็กของผม(?) เนี่ย!!!

ไม่สบายหรือเปล่า ผมนั่งลงบนเตียงข้างๆที่ริทนอน แล้วจับบ่า

สั่น! ตัวริทสั่น แล้วตัวยังเย็นอีก ให้ตายเถอะ!! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย

ผมรีบหาสวิตช์ไฟในห้องของริท ควานหาจนเจอแล้วเปิดขึ้น

ภาพที่เห็นคือริทเหมือนพยายามจะดันให้ตัวเองนอนหงาย

ผมอยู่ไม่เป็นสุขแล้ว ผมจับตัวริทพลิกให้นอนหงาย แล้วสอดมือเข้าสะโพกเพื่อพยูงให้ลุกนั่งแล้วเอนมาหาผม

 

"พะ พี่โตโน่....พี่โตโน่..อือ...อื้อ.."

 

เสียงริทพึมพำเบาๆเรียกชื่อผม ผมได้ยินชัดเจน เพราะตอนนี้ตัวริทซุกอยู่ในอ้อมกอดของผม

ผมไม่รู้ว่าริทตื่นแล้วหรือเปล่าถึงได้เอ่ยชื่อผมออกมา หรือเพราะเพ้อเห็นผมในฝัน...

"ริท! ริทตื่น.. ริทเป็นอะไร ริทได้ยินพี่มั้ย ตื่นสิริท!" ผมจับใบหน้าเล็กแล้วตบเบาๆ เพียงเบาๆเท่านั้น

ผมพยายามปลุกริท กลัวว่าริทจะละเมอมากกว่านี้

 

ในที่สุด เปลือกตาเล็กๆ ของคนตัวเล็กตรงหน้าผมค่อยๆ ขยับ...

ริทลืมตาขึ้น เมื่อเห็นหน้าผม ..หยาดน้ำตาใสๆ ก็คลอ จากนั้นก็มากขึ้นเป็นสายน้ำตา

ริทโอบรอบคอผม ริทกอดผมแล้วสะอื้นไห้เบาๆ

ผมสวมกอดกระชับให้แน่นขึ้น ริทไม่มีทีท่าว่าจะละอ้อมกอดออกเลย

ผมใช้มืออีกข้างลูบหัว และมืออีกข้างลูบหลังเบาๆ

 

ริทกอดผมและร้องไห้อยู่สักพัก ก็คลายอ้อมกอดออก แต่มือเล็กๆนั้นก็ยังขยุ้มเสื้อเชิตของผมเอาไว้ ตัวสั่นเล็กน้อย

ริทตอนนี้เหมือนลูกแมวตัวน้อยๆ ที่กำลังหวาดกลัวหมาตัวใหญ่ และหาที่กำบังตัวเองจากหมาตัวนั้น

นั่นคือผมในตอนนี้นี่เอง หัวริทยังคงซุกอยู่ในอกผมอยู่...ผมเอื้อมมือไปลูบหัว อีกข้างก็โอบเอาไว้เช่นเดิม

ใบหน้าเล็กค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา สีหน้าดีขึ้นกว่าตอนที่นอนอยู่มาก ตัวเล็กเริ่มขยับริมฝีปากพูด

"พี่โตโน่" ... เสียงเบาหวิวแทบปลิวของริททำให้ใจของผมกระตุกวูบนึง

"ว่ายังไง...ตัวเล็ก...ฝันร้ายเหรอ" ผมยังลูบหัวของริท และกุมมืออีกข้างของคนตัวเล็กเอาไว้

ริทก้มหน้าลงเช่นเดิมแล้วเงียบ ....มือข้างที่ผมกุมมือไว้แน่นขึ้นเรื่อยๆ

ผมกระตุกยิ้ม ปล่อยมือจากหัวที่กำลังลูบหัวอยู่ มาประคองใบหน้าคนตัวเล็กหน้าหวานที่อยู่ในอกผมให้หันหน้ามาสบตาผม

ตอนนี้น้ำตาของคนตัวเล็กก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหลเลย แล้วยังจะแววตาหวาดกลัวนั้น

"เป็นอะไรไป...บอกพี่ได้มั้ย" ผมพูดเบาๆ เพราะคนตรงหน้าผมตั้งใจฟังดีอยู่แล้ว

คนร่างบางตรงหน้าเบือนหน้าหลบ ปากเล็กนั้นสั่นเล็กน้อย...จากนั้นก็หันกลับมาสบตาผมอีกครั้ง

"ริท...ถูกผีอำ แล้วริทก็ฝันร้ายด้วย ......ฮืออ..ออ.." คนร่างบางโผเข้ากอดผมแน่นอีกรอบ

ตอนนี้ริทคงกลัวจนคุมไม่อยู่แม้กระทั่งมือที่ผมกุมเอาไว้ก็ยังบีบแน่นขึ้นกว่าเดิม

ผมจะทำยังไงให้ริทหายกลัวได้นะ ตอนนี้เราทั้งคู่ก็ยังอยู่ในท่าโอบกอดตั้งแต่แรกยังไม่ขยับไปไหน

 

ริทสะอื้นไห้ตัวโยนจนผมต้องจับไหล่เอาไว้กลัวจะตกจากเตียง พร้อมบีบมือเบาๆ หวังให้คนตัวเล็กคนนี้เย็นลงบ้างก็ยังดี

เสื้อเชิตของผมตอนนี้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาของริท ส่วนเสื้อยืดสีขาวบางของริทเองก็เช่นกันเปียกพร้อมทั้งเหงื่อและน้ำตา

คนร่างบางเงยหน้าขึ้นมา ตอนนี้ตาเริ่มบวมแล้วคงเพราะร้องไห้ติดต่อกันเป็นเวลานานแบบ

"พี่โตโน่" เสียงแหบแห้งเปล่งออกมา เพราะร้องไห้และขาดน้ำ ปากเล็กๆ ที่สั่นเล็กน้อยนั้นพูดประโยคที่ทำให้ผมอึ้ง

 

"ริทขอนอนกับพี่โตโน่ได้มั้ย"

 

สายตาก็ยังคงจับจ้องที่ใบหน้าของผม เพื่อรอฟังคำตอบ

ริทไม่เคยขอนอนห้องเดียวกับผมมาก่อน ทุกครั้งจะเป็นผมที่ขอให้เขานอนเป็นเพื่อนผม

เพราะผมเจอเดจาวูบ่อยๆ ทำให้ผมรู้สึกกลัว และขอให้เขามานอนเป็นเพื่อน

ริทก็ไม่เคยแสดงสีหน้า หรือท่าทางไม่พอใจอะไรเลย กลับเต็มใจ

ครั้งนี้.....มีเหรอ ที่ผมจะปฏิเสธคนที่ผมเป็นห่วงมากตอนนี้ได้ลงคอ

"อืม" แค่ผมตอบคำเดียวสั้นๆ กลับทำให้คนตัวเล็กข้างหน้าผม เผยรอยยิ้มดีใจออกมา

มันทำให้ใจผมรู้สึกพองโต จากการถ่ายละครทุกวันไม่มีวันหยุดเลย

แต่เพียงแค่รอยยิ้มก็ทำให้ผมหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแล้ว..

 

 

 

<RiT Talk>

 

ตอนนี้พี่โตโน่อยู่ในห้องผม เค้าคือพี่โตโน่ตัวจริงที่ไม่ใช่แบบเมื่อตอนหัวค่ำ

ตอนนี้ผมนั่งอยู่บนเตียงและอยู่ในอ้อมกอดของพี่โตโน่

ผมกลัว ผมร้องไห้ไม่หยุด ผมสั่นไม่หยุด ผมควบคุมปากไม่ให้สั่นไม่ได้

ผมควบคุมร่างกายให้ทำตามที่ใจคิดไม่ได้

ผมรู้ว่าพี่โตโน่เพิ่งกลับจากถ่ายละคร แล้วเขาก็เหนื่อยทุกวัน

ตอนนี้ผมกำลังเอาแต่ใจตัวเอง ผมกำลังงอแงเอาแต่ใจเหมือนเด็กๆอยากได้ของเล่น

แต่ก็อยากขอเอาแต่ใจบ้างได้มั้ย...... ผมอยากบอกความต้องการของผม จะได้มั้ย...

ผมสะอื้นไห้ พี่โตโน่ก็ลูบหัวผมตลอด เป็นมือคู่ที่อบอุ่นตั้งแต่อยู่ในบ้านเดอะสตาร์ ผมไม่เคยลืมเลย

ผมเงยหน้ามองหน้าพี่โตโน่ ...พี่โตโน่มองตาผมกลับ สายตาของพี่โตโน่ดูเป็นห่วงผมเหลือเกิน

ผมเรียกชื่อพี่โตโน่เบาๆ  "พี่โตโน่"

ผมตัดสินใจ พูดประโยคเอาแต่ใจออกไป

 

"ริทขอนอนกับพี่โตโน่ได้มั้ย"

 

พี่โตโน่ดูอึ้งไป ...ไม่ได้สินะ ผมคงเอาแต่ใจตัวเองเกินไป

.

.

"อืม"

 

พี่โตโน่กลับตอบกลับคำสั้นๆ ถึงจะเป็นคำสั้นๆ แต่มันมีอิทธิพลกับความรู้สึกผมเหลือเกิน

ผมรู้สึกว่าตอนนี้ผมเริ่มสบายขึ้น ใจเย็นขึ้น และไม่รู้ตัวว่ายิ้มได้ตั้งแต่ตอนไหน

พี่โตโน่ยกยิ้มและกุมมือทั้งสองข้างผมไว้ หัวใจผมเต้นระรัวเลย อาการใจเต้นมันไม่เหมือนกับตอนที่ผมกลัวผี

มันทำให้ผมรู้สึกร้อนๆ ยังไงไม่รู้ ทั้งๆที่เปิดแอร์แท้ๆ พี่โตโน่ก็ยังคงมองหน้าผมและส่งรอยยิ้มหวานๆ นั้นให้ผม

อะ...อะไรเนี่ย !! จ้องอยู่ได้ ผมเลือกที่จะเบือนหน้าหนี ดีกว่าจะจ้องตอบ เหมือนพี่โตโน่อ่านความคิดผมออกเลย

"ไม่อยากมองหน้าพี่เหรอ" น้ำเสียงเศร้าๆ ปนน้อยใจนั้นออกมาจากปากชายหนุ่มร่างสูงที่อยู่ตรงหน้าผม

ผมรีบหันขวับกลับมามองหน้าพี่โตโน่อีกครั้ง มันไม่ใช่อย่างที่เค้าคิดเลยซักนิด

สีหน้าพี่โตโน่ตอนนี้กลับขัดกับเสียงนอยด์ๆ ที่พูดเมื่อกี้ชัดๆ ..แกล้งนอยด์เหรอ คนบ้า...

 

พี่โตโน่ยังคงยิ้มอย่างอ่อนโยนเสมอ..มันทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย

ดีแล้วที่ผมพูดออกไป ดีแล้วที่ผมขอเอาแต่ใจบ้าง

ถ้ามันทำให้ผมกับพี่โตโน่ได้ใกล้ชิดกันอีกครั้ง ได้คุยกันอีกครั้ง ก็นับว่าคุ้มค่าที่กล้าพูดออกไป

ตอนนี้ผมขยับตัวเองออกจากอ้อมกอดของพี่โตโน่แล้ว และออกมานั่งที่ปลายเตียง

มองไปที่เสื้อเชิตของพี่โตโน่ เป็นคราบน้ำตาเต็มแผงอก เปียกชุ่มไปหมด...

และก็มองที่เสื้อยืดที่ผมใส่นอน ก็เปียกเหมือนกัน เพราะผมร้องไห้นานสินะ

พี่โตโน่ลุกขึ้น และมองหน้าผมพร้อมส่งรอยยิ้มที่อบอุ่นนั้นให้ผมอีกครั้ง

"งั้น เดี๋ยวพี่อาบน้ำก่อนนะ ริทก็เปลี่ยนเสื้อแล้วไปหาพี่ที่ห้องนะ" ผมพยักหน้ารับเบาๆ

คนร่างสูงก็ก้าวออกจากห้องไป และไม่ลืมที่จะปิดประตูห้องลงด้วย

ตอนนี้ผมกลัวที่จะอยู่คนเดียวมาก ผมรู้สึกเหนอะหนะอาจจะเพราะเหงื่อตอนที่นอนฝันร้าย

และยังจะน้ำตาเต็มเสื้ออีก ..... ผมตัดสินใจใช้เวลาอาบน้ำภายในไม่ถึง 5 นาที (และเปิดประตูห้องน้ำทิ้งไว้เลย ผมกลัวนี่นา)

รีบแต่งตัว สวมเสื้อยืดสีขาวและกางเกงขาสั้น เดินออกจากห้องของตัวเอง และตรงไปที่ห้องพี่โตโน่ทันที

 

ผมเคาะประตู 2 ครั้ง... แล้วบิดกลอนประตูเข้าไป ภายในห้องนี้ที่ผมเคยจัดของช่วยพี่โตโน่นั้นยังเป็นแบบเดิม

ตำแหน่งของเตียง โต๊ะ เก้าอี้ ทุกอย่างเหมือนเดิม

ตอนนี้ดูเหมือนพี่โตโน่จะอาบน้ำอยู่ ผมเลยนั่งลงบนเตียงนุ่มนิ่มและค้นลิ้นชักบนสุดตรงโต๊ะหัวเตียง

เป็นที่เก็บอัลบั้มรูปตอนอยู่ในบ้านเดอะสตาร์ หรือแม้แต่รูปที่เกดเขียนความรู้สึกไว้ข้างหลังรูปแล้วให้พวกเขาสี่คน

ทุกรูปที่พี่โตโน่อยู่ จะต้องมีมีรูปผมอยู่ด้วยเสมอ มันทำให้ผมคิดถึงบ้านเดอะสตาร์ เป็นที่ที่ทำให้ผมได้รู้จักกับพี่โตโน่

ถ้าไม่มีบ้านดาวหลังนั้น ก็คงไม่มีผมอยู่ตรงนี้แน่ๆ

ผมเลื่อนลิ้นชักออกแล้วเก็บอัลบั้มรูปเข้าที่ ถึงแม้ว่าตอนนี้รู้สึกว่าผมจะอยู่ในห้องนี้คนเดียว

แต่ผมกลับไม่รู้สึกกลัวเหมือนตอนอยู่ที่ห้องของตัวเองเลย

คงเพราะคนที่คอยลูบหัว คอยกอด คอยปลอบผมเป็นเจ้าของห้องนี้ล่ะมั้งเลยมอบความกล้าให้ผมได้ขนาดนี้

ผมเอนหลังลงบนเตียงนุ่มนิ่มของพี่โตโน่ มันเป็นเตียงคู่ขนาดกว้างพอๆกับห้องผมเลย

ผมได้แต่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง ..ฮ้า..ล้าจัง เพราะร้องไห้มากไปสินะเลยเหนื่อย

เปลือกตาของผมค่อยๆ ปิดลง ......แล้วภาพก็ค่อยๆ มืดลง จนมืดสนิท....

 

 

<TONO Talk>

 

ตอนนี้ผมอาบน้ำเสร็จแล้ว กลิ่นแชมพูและสบู่เหลวส่งกลิ่นเย้ายวน

ผมเดินออกมาจากห้องน้ำ บนตัวมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ปกปิดส่วนสำคัญเอาไว้เท่านั้น

ในมือมีผ้าขนหนูผืนเล็กสำหรับเช็ดผมผืนนี้ผมกับริทไปซื้อด้วยกัน มันทำให้ผมรู้สึกอยากใช้ผ้าผืนนี้ทุกครั้งที่เห็นมัน

ผมเดินไปเลือกเสื้อกล้ามและกางเกงขายาวสำหรับใส่นอน จัดการแต่งตัวสวมชุดเรียบร้อยแล้วเดินออกมา

ตอนนี้ริทอยู่ในห้องผมและอยู่บนเตียงผมเรียบร้อยแล้ว

และแน่นอน หลับไปอีกแล้ว ยังไม่ทันได้พูดอะไรกันเลย

แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เข้าใจว่าริทคงเหนื่อยมาก ก็ร้องไห้หนักขนาดนั้นจะไม่เหนื่อยได้ยังไง

ดีแล้วที่ริทหลับไป ผมเดินไปปิดไฟ และล้มตัวลงนอนข้างๆริท

ตอนนี้ริทตะแคงหน้ามาทางฝั่งผม ผมมองรูปหน้าหวานๆของริทก็เห็นได้ชัดว่าตาของริทดูบวมๆ

น่าจะได้พักให้ตาหายบวมคงจะดีเพียง คนตัวเล็กๆตรงหน้าผมตอนนี้ยังไงก็เป็นแค่เด็กผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้น

ผมยอมรับตามตรง ตั้งแต่อยู่ในบ้านเดอะสตาร์แล้วว่า 'ผมรักริท'

ผมไม่ได้คิดกับคนตัวเล็กเพียงเพราะพี่น้องอย่างที่ออกสื่อไป เพียงแต่ไม่อยากให้คนตัวเล็กคนนี้ได้รับความอึดอัดและแรงกดดันจากสื่อมวลชน

ผมถึงต้องเก็บคำๆนี้เอาไว้ในใจ ยังไม่กล้าบอกออกไป

แค่ริทขอมานอนในห้องผมก็ดีใจมากแค่ไหนแล้ว....

 

ผมนอนมองหน้าริทที่ตอนนี้ปากเล็กๆนั้นเผยอออกมา ...ใจผมเป็นอะไร..ทำไมเต้นแรงขนาดนี้

เหมือนร่่างกายของผมจะแสดงออกทางความรู้สึกมากเกินไปหรือเปล่า...

อ๊ะ! ตอนนี้ริทขยับเข้ามาใกล้ผม พร้อมยื่นฝามือนิ่มๆนั้นวางลงบนหน้าผมเบาๆ ...

ทะ...ทำไม ผมถึงรู้สึกร้อนรุ่มแบบนี้ ในเมื่อนี่ก็เป็นพฤติกรรมที่เวลาริทนอนชอบละเมอแบบนี้นี่นา

ริทในตอนนี้เหมือนกำลังละเมอค่อยๆโน้มหน้าเข้ามาหาผม หลับตาพริ้ม ปากอวบอิ่มเล็กๆนั่นก็ยังคงเผยอ มันทำให้ผมคิดฟุ้งซ่าน

ผมตัดสินใจ ลุกขึ้นนั่งแล้วจัดท่านอนของริทใหม่ จากนอนตะแคงให้นอนหงาย

ผมจับแขนของริทข้างนึง อีกมือดึงผ้าห่มออกจากตัวริท

แต่เหมือนริทจะขืน ไม่ให้จัดท่าง่ายๆนี่สิ ไม่รู้เลยนะว่าตอนหลับจะแรงเยอะขนาดนี้เนี่ย

ผมพลิกให้ริทนอนหงายได้เรียบร้อย มือยังจับแขนริทเอาไว้แน่น แต่จู่ๆ ริทก็ดึงมือข้างที่ผมจับเขาเอาไว้เข้าหาตัวเอง

 

"อ๊ะ"

.

.

ผมไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ตอนนี้ ผมคร่อมคนร่างบางอยู่ เพราะการนอนละเมอของคนตัวเล็กนี่แหละ

.

.

ตึก ตึก ตึก ตึก

.

.

หัวใจของผมตอนนี้เต้นถี่จนกลัวเป็นความดันโลหิตสูง ใบหน้าของผมและริทอยู่ห่างกันไม่กี่เซ็นเอง

ผมพยายามดันแขนที่คร่อมคนร่างบางเอาไว้ดันออกมา....ไม่ไหว ใจผมไม่อยากห่างจากคนข้างหน้าเลยซักนิดเดียว

ผมทรยศใจผมไม่ได้ ในเมื่อความรู้สึกตอนนี้ของผมคือ ต้องการริทมากแค่ไหน

 

ผม....ทนไม่ไหวแล้ว !!

 

 


ฉับ 

(twitter : @rikotomo919)




.

.

.

.

 

หากแต่ที่โตโน่เดินเข้าห้องน้ำไปนั้น ก็ยังมีอีกคนนึงที่นอนไม่หลับซะแล้ว ใบหน้าแดงกล่ำลามถึงใบหู

นอนตัวแข็งอยู่บนเตียง สายตาเบิกกว้าง ริทรับรู้ทุกอย่างตั้งแต่โตโน่เริ่มจูบเค้าแล้ว เพียงแต่แกล้งหลับไปเพื่อจะได้รู้ว่าโตโน่จะทำอะไรกับตัวเค้า

ทีนี้ริทก็รู้แล้ว แค่สิ่งที่โตโน่ทำเมื่อกี้ ถึงจะบอกเป็นภาษากาย แต่ริทก็รับรู้ได้ว่า 'โตโน่รักริท'

ริท เอื้อมมือเปิดลิ้นชักชั้นเดิม แล้วหยิบรูปใบหนึ่งออกมา เป็นรูปตอนที่ตัวเค้าและโตโน่ไปออกรายการรู้จริงปะ

เหตุการณ์ในวันนั้น ฉากที่โตโน่เกือบจูบตัวเค้านั้น ริทหวังไว้ว่าซักวันจะเป็นจริงแน่ๆ

และวันนี้ ...มันก็เป็นจริง ริทยิ้มกว้างออกมา หันหลังรูปแล้วหยิบปากกาหมึกสีดำตรงหัวโต๊ะออกมา

เขียนข้อแทนความรู้สึก เป็นคำง่ายๆ แต่อย่างน้อยก็คงสื่อถึงความรู้สึกที่เค้ามีต่อโตโน่ได้

เขียนเสร็จ วางปากกาสีดำด้ามนั้นลงบนโต๊ะเช่นเดิม และจัดการวางรูปใบนั้นไว้ในปลอกหมอนหนุนใบข้างๆ ตัวเค้า

ก่อนวาง บรรจงจูบรูปถ่ายใบนั้นที่หน้าของโตโน่ ก่อนใส่ไว้......

หลังจากซ่อนไว้เสร็จ คนร่างบางก็จัดท่านอนให้เหมือนตอนที่โตโน่ออกไป และหลับตาลง พร้อมรอยยิ้มที่มุมปากของเค้า...

หัวใจริทตอนนี้ทั้งตื่นเต้น ดีใจ และอิ่มอกอิ่มใจ....

ริทเพียงแค่ปรารถนาให้คนที่อยู่ในห้องน้ำตอนนี้ได้เห็นมัน ถึงจะไม่ใช่ตอนนี้ แต่ก็มีซักวันที่ได้เห็นมัน...

คำว่า ..."ริทรักพี่โตโน่มากนะครับ"

 

 

 

 

 

>>> END <<<






พราน talk : เป็นฟิคที่แต่งลงในบอร์ดโน่ริทซึ่งนานมาแล้ว ปัจจุบันบอร์ดน่าจะปิดไปแล้ว เลยหาลิงค์ฟิคไม่ได้ ผู้แต่งเลยขอลงในพื้นที่เด็กดีนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเก็บรวบรวมฟิคที่แต่งจ้า ขอบคุณจ้า ^^


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ RIKOTOMO919 จากทั้งหมด 4 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น