พลิกรักวันพักใจ

ตอนที่ 8 : คนร่วมทาง...ฝัน 2 -RE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 673
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    5 ส.ค. 62




กลับมานานแล้วหรือคะ

สักพักหนึ่ง พัฒนะตอบ หลังจากที่เหลือบมองร่างระหงของคู่หมั้นเดินผ่านประตูห้องชุดเข้ามาพร้อมกับถุงเสื้อผ้าและข้าวของอีกนับสิบ ชายหนุ่มลอบถอนหายใจเบาๆ แล้วเบือนหน้ากลับมาที่จอโทรทัศน์

เป็นอะไรไปคะ เห็นรสกลับเข้ามา ทำหน้าเมื่อยทุกทีเลย

เปล่า...ไม่มีอะไร เขาตอบเสียงเบา แต่สีหน้ากลับเครียดขึ้นมาอีก

ไม่พอใจที่รสกลับบ้านช้าหรือคะ

รติรสเดินเข้ามาที่เก้าอี้ตัวยาวแล้วนั่งลงข้างๆ ใบหน้าที่แต่งแต้มไว้อย่างประณีตโน้มเข้ามาหาเขาด้วยท่าทีออดอ้อน

ผมคงต้องทำใจใช่ไหม ถ้าแต่งงานกันแล้วคุณก็จะกินข้าวนอกบ้าน นัดเพื่อนๆ สังสรรค์แทบทุกวัน

คุณนะ... รติรสทำเสียงออดๆ งอนรสเหรอคะ

รส...ผมไม่ได้งอน

ทำไมทำเสียงเข้มจังเลย รสกลัวนะคะ หญิงสาวพูดพลางซบหน้าลงที่บ่าของเขา ซึ่งพัฒนะเคยใจอ่อนกับท่าทีแบบนี้มาหลายหน

รส...คุณโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ น่าจะหาอะไรทำให้เป็นชิ้นเป็นอันบ้าง

คุณพูดแบบนี้ครั้งที่ร้อยแล้วนะ ยังไม่เบื่ออีกเหรอรติรสย้อนกลับมาด้วยเสียงกระเง้ากระงอดตามนิสัยของคนที่ถูกเอาอกเอาใจจนเคยตัว

รส...ผมไม่ตลกแล้วนะ ที่ผ่านมาคุณอาจจะคิดว่าผมพูดแค่ขำๆ แต่จริงๆ แล้วผมอยากให้คุณปรับตัวให้ดีขึ้น

รติรสผวาออกห่างในทันที เรียกเขาเสียงดัง สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงขึ้นมาทันควัน คุณนะ!”

คุณควรจะฟังผมบ้าง ถ้าคิดจะอยู่ร่วมกัน

หมายความว่ายังไงคะ ถ้ารสจะเป็นแบบนี้ คุณจะไม่อยู่กับรสหรือคะ

ผมไม่ได้พูดแบบนั้น แต่เราควรจะแชร์ความเห็นกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ

รสยังไม่อยากทำอะไร คุณก็รู้ว่ารสไม่จำเป็นต้องทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น

พัฒนะจ้องหน้าหญิงสาวก่อนจะพูดเสียงเข้ม คุณจะอยู่ไปวันๆ แบบคนไร้ค่าได้ยังไงกัน

นี่คุณกล้าว่ารสขนาดนี้เลยหรือคะ

ลูกมหาเศรษฐีก็ยังต้องทำงานกันแทบทั้งนั้น ไม่มีใครยอมปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างไร้ค่าหรอกครับ พัฒนะพยายามทำใจให้เย็นลงพร้อมกับปรับน้ำเสียงให้นุ่มนวลขึ้น เผื่อว่าจะหว่านล้อมให้อีกฝ่ายเปลี่ยนความคิดได้บ้าง

พวกรวยไม่จริงน่ะสิ คุณคงไม่รู้หรอก ในวงสังคมทุกวันนี้มันมีหลายประเภท พวกเศรษฐีเงินผ่อนก็มีอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ไม่ใช่รสแน่นอน

นั่นไม่ใช่ประเด็นหรอกนะครับพัฒนะบอกแล้วถอนหายใจอีกเฮือก

ให้ตายเถอะ! เขาจะอธิบายอย่างไรดี คู่หมั้นสาวดีกรีนักเรียนนอกถึงจะเข้าใจ ทั้งๆ ที่เรื่องที่คุยกันอยู่ก็ไม่ได้ยากเย็นเลยสักนิด เผลอๆ เด็กเพิ่งจบมัธยม ลูกชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปมาได้ยินก็อาจจะเข้าใจได้ภายในเวลาไม่กี่นาทีด้วยซ้ำไป เพราะเรื่องมันแสนจะธรรมดาสามัญ

แต่ทำไมรติรสถึงไม่ยอมเข้าใจเสียที

แล้วอะไรล่ะคะที่เป็นประเด็น รสงงค่ะ

ผมอยากให้คุณทำงานทำการ ช่วยกิจการของคุณพ่อของคุณ หรือคุณจะทำอะไรส่วนตัวของคุณเองก็ได้ หรือแม้แต่จะไปสมัครทำงานบริษัท ผมก็ว่าน่าจะดีกว่าอยู่เฉยๆ แบบนี้

รติรสยักไหล่ทันที ให้คู่สนทนารู้ว่าเธอไม่มีทางทำตามคำแนะนำต่างๆ ที่เพิ่งได้ยินเป็นอันขาด พัฒนะจึงหันหน้าหนีไปทางอื่นด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน

สวยใสแต่ไร้สมองขนาดนี้ เขาก็เพิ่งจะเคยเจอเป็นคนแรก!

ใครจะคิดว่าผู้หญิงบุคลิกมั่นใจและการศึกษาดีอย่างรติรสจะเป็นคนที่น่าเบื่ออย่างเหลือร้าย คราวแรกที่พบกัน เธอเป็นหญิงสาวพราวเสน่ห์ที่เต็มไปด้วยสมองในสายตาของพัฒนะ แต่นั่นคือสิ่งที่เขาคิดไปเอง

ดีกว่าตรงไหนคะ ทำงานได้เงินเดือนไม่กี่บาท ไม่คุ้มค่าเสื้อผ้าค่าน้ำมันรถ จะให้ทำไปทำไมกัน รติรสบอกพร้อมกับเชิดหน้า

คุณก็ซื้อเสื้อผ้าน้อยลงหน่อยสิครับ ใช้ของราคาถูกลงบ้างก็ได้

เพื่ออะไรคะ ในเมื่อรสเคยใช้แต่ของดีๆ

ผมจะบอกตรงๆ ก็ได้นะรส พัฒนะหยุดถอนหายใจ ผมอยากให้คุณทำงาน ก็เพราะว่าไม่อยากให้คุณว่างเที่ยวคิดฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ อย่างน้อยคนมีงานทำก็น่าจะไม่ว่างมานั่งคิดว่าวันๆ จะไปชอปปิงที่ไหน หรือจะกินข้าวร้านไหนดี อย่างที่คุณกับเพื่อนๆ ของคุณบางคนเป็นอยู่

คุณนะ!”

ผมหวังดีนะรส อีกไม่นานเราก็จะแต่งงานกันแล้ว ผมเองก็ไม่อยากให้คุณต้องแบมือขอเงินพ่อแม่ใช้อีก เราควรจะช่วยกันสร้างครอบครัว

เชอะรติรสผุดลุกขึ้นทันที หน้าตาบอกว่าไม่สบอารมณ์กับสิ่งที่ได้ยินมาทั้งหมด สร้างครอบครัวด้วยเงินเดือนของคุณน่ะเหรอ

รส!”

รสไม่เคยหวังอะไรจากคุณ

ถ้าเราแต่งกันแล้ว ผมก็ต้องดูแลคุณ

ดูแลรส โดยให้รสอยู่แบบจำกัดจำเขี่ยน่ะเหรอคะ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่จำเป็นหรอกค่ะ รสคงทำใจไม่ได้

ผมก็ไม่ได้หมายถึงว่าจะให้คุณอยู่อย่างซอมซ่อ ก็แค่ใช้จ่ายให้น้อยลง เสื้อผ้าก็ซื้อยี่ห้อที่ราคาปานกลางบ้างก็ได้นี่ครับ

ทำแบบนั้นแล้วรสจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เพื่อนๆ จะได้หัวเราะกันตายพอดี ทุกวันนี้เพื่อนทุกคนอิจฉารสที่ได้เดินควงคู่ออกงานกับคุณ แต่ถ้าพวกนั้นรู้ว่ารสต้องเลิกใช้ของแบรนด์เนมเพราะแต่งกับคุณ รสคงไปเจอหน้าใครไม่ได้อีก

คุณจะต้องไปแคร์คนพวกนั้นทำไม พัฒนะลุกขึ้นยืนตามไปอีกคน

รสก็ไม่ได้แคร์อะไรหรอกค่ะ แต่นั่นเป็นสังคมของรส คุณนะเองก็อยากจะเข้ามาในแวดวงของเรานี่คะ โดยเฉพาะคุณป้ากัญญาสนับสนุนรสเต็มที่อยู่แล้วค่ะ

ผมอยากเข้าสังคมก็เพราะหน้าที่การงาน แต่ไม่ใช่ปล่อยตัวเองไปหลงทางอยู่ในนั้น พัฒนะตอบกลับไปเสียงดังด้วยความโมโหที่คู่หมั้นอ้างไปถึงมารดาของเขา เพราะต่างก็รู้กันดีว่าแม่ของพัฒนะพยายามจะเข้าสู่วงสังคม โดยหมายมั่นปั้นมือว่าลูกสะใภ้จะช่วยเป็นสะพานเชื่อมมิติให้ระหว่างโลกของคนธรรมดาสามัญกับโลกของคนในวงสังคมชั้นสูง

รสเบื่อค่ะ ได้ยินไหมว่ารสเบื่อ!” หญิงสาวรีบตัดบท สีหน้าบอกว่ารำคาญเต็มที่

เบื่ออะไรของคุณ

ก็เบื่อนักเทศน์สิคะ รสไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น

แต่คุณต้องฟังผม จะใช้ชีวิตไร้สาระไปจนถึงเมื่อไหร่กัน พัฒนะคว้าแขนหญิงสาวเอาไว้ เมื่อเห็นว่าทำท่าจะผละหนีไปดื้อๆ

ไม่ค่ะ ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของรส ไม่ใช่ของคุณ!”

ผมยอมคุณมามากแล้วนะ

คุณอย่ามาพูดแบบนี้กับรส ตอนนี้ที่คุณได้ทำรายการดีๆ ไม่ใช่เพราะคุณพ่อของรสหรือคะ ลำพังตัวคุณเองคงจะอีกนาน

คุณกำลังดูถูกผม...ที่ผมมีวันนี้ได้ส่วนหนึ่งก็มาจากความสามารถของผมเองด้วย ไม่ใช่เพราะมีใครมาหนุนหลังอย่างเดียวหรอก

เชอะ ความสามารถ...คุณจะเพ้อเจ้อไปถึงไหน ใครๆ ก็มีความสามารถกันทั้งนั้นแหละ

ถ้าผมไม่มีอะไรดี คุณตัดสินใจหมั้นกับผมทำไมพัฒนะถามเสียงดังกลับไป

ไม่รู้สิ รสไม่มีเหตุผลอะไรหรอก แต่คุณอย่ามาบังคับให้รสทำโน่นนี่ก็แล้วกัน

รติรสแกะมือเขาออกจากแขน แล้วก้มลงหยิบถุงเกือบสิบใบขึ้นมา

ผมจะออกไปข้างนอก พัฒนะบอกด้วยน้ำเสียงที่พยายามระงับอารมณ์เอาไว้ คืนนี้ผมจะไปค้างบ้านแม่

ก็ดี...รสก็อยากอยู่คนเดียวเหมือนกัน

หญิงสาวว่าแล้วก็สะบัดหน้าหนี เดินเข้าห้องนอนไปทันทีพร้อมกับถุงข้าวของที่เพิ่งจะซื้อมาจากห้างดัง




ดาวน์โหลดผ่านเว็บ MEB


ขอบพระคุณที่สนับสนุนผลงานอีบุคนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

109 ความคิดเห็น

  1. #28 Camille (@kaykay02) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2555 / 12:43
    Finally, I am done with this chapter.
    #28
    0