พลิกรักวันพักใจ

ตอนที่ 54 : นิทานเมเปิล 1 -RE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 242
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    24 เม.ย. 61




13


นิทานเมเปิล

 

 

อีกไม่กี่วัน เมเปิลต้นนี้จะกลายเป็นสีแดงสดทั้งต้น

เหมือนกับต้นอื่นๆ ที่ได้เปลี่ยนสีไปจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว

จากนั้น...ราชินีแห่งฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

จะทยอยสลัดใบทิ้งเหลือเพียงกิ่งก้าน

เพื่อต้อนรับลมหนาวที่กำลังจะพัดหวน

กิ่งและก้านสีคล้ำเข้มยืนสงบนิ่งต้านลมอันหนาวเหน็บ

รอปุยนุ่มของเกล็ดหิมะโปรยปราย

 

“ริน...”

เสียงเรียกคุ้นๆ หูทำให้น้ำรินต้องรีบเงยหน้าขึ้นมองทันที แล้วคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูทางออกของอพาร์ตเมนต์ก็ทำให้หญิงสาวถึงกับยืนนิ่งเป็นรูปปั้น

“พี่นะ!” น้ำรินเรียกเขาด้วยความตกใจ

หน้าตาเหมือนไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าพัฒนะจะมาถึงโซลและตามหาเธอจนเจอได้อย่างไร ในเมื่อเธอมาโดยแทบไม่ได้บอกลาใครเลยสักคน นอกจากคนในครอบครัวเท่านั้น

“พี่คิดว่าจะหาไม่เจอแล้ว ดีใจจริงๆ ที่ตามหารินจนเจอ”

เขาบอกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ประกายตาของเขาบอกว่าดีใจจริงๆ อย่างที่พูด แถมน้ำรินยังมองเห็นด้วยว่า สีหน้าของเขาที่แม้จะดูเหนื่อยล้าอยู่บ้าง แต่ก็เต็มไปด้วยความหวัง

“พี่นะ...” น้ำรินถึงกับพูดไม่ออก

พอดีมีคนเพิ่งออกจากลิฟต์และเดินตรงมาที่ประตูกระจก ซึ่งไม่ได้กว้างมากนัก เธอจึงต้องรีบเดินหลบไปจากบริเวณหน้าประตูเพื่อไม่ให้กีดขวางทางออก

“มาได้ยังไงคะ”

หญิงสาวเอ่ยถามพร้อมด้วยสีหน้าที่บอกให้รู้ว่าไม่อยากต้อนรับการมาเยือนของเขาแม้แต่นิดเดียว ใจจริงอยากจะถามว่า มาทำไมด้วยซ้ำไป

“ริน...ขอเวลาให้พี่ได้พูดอะไรสักนิดได้ไหม”

“พูดไปเพื่ออะไร” น้ำรินถามกลับไปด้วยท่าทีที่หมางเมิน

ความรู้สึกตอนนี้ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เธอไม่อยากแม้แต่จะชำเลืองมองหน้าเขาด้วยซ้ำและอยากให้เขาหายตัวไปซะ ถ้าเป็นไปได้

“พี่ไม่สบายใจตั้งแต่รู้จากเอื้องว่ารินต้องบินมาเกาหลี เพราะพี่เป็นต้นเหตุ”

“อย่าคิดมากเลยค่ะ รินตั้งใจจะมาอยู่แล้ว เจนเองก็ออกปากชวนอยู่ทุกครั้งที่โทร.คุยกัน” น้ำรินรีบปัด ไม่ใช่เพื่อให้เขาสบายใจขึ้น แต่เธอไม่อยากให้เขาคิดว่าตนเองมีความสำคัญมากมายขนาดนั้น

“ถึงยังไงพี่ก็มีส่วน พี่รู้สึกผิดตั้งแต่คราวนั้นแล้วที่รินไปอเมริกาตั้งปีกว่า พี่เสียใจนะรินที่ทำให้รินต้องเดือดร้อน”

น้ำเสียงที่ได้ยินทำให้หญิงสาวต้องถอนใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ เพราะไม่ต้องการฟังคำขอโทษหรือคำแก้ตัวใดๆ อีก

“เอาเป็นว่ารินรับรู้ก็แล้วกัน พี่นะกลับไปเถอะค่ะ รินไม่มีเวลาคุยอะไรในตอนนี้ ต้องรีบไปทำงาน เดี๋ยวจะไปสาย”

“รินทำงานอะไร”

“งานพาร์ตไทม์ค่ะ ร้านกาแฟ” น้ำรินตอบไปตามตรงแบบไม่อาย เขาจะคิดหรือจะรู้สึกอย่างไรก็สุดแล้วแต่เขา

ตอนนี้ร้านมินิมาร์ทได้คนมาทำงานประจำเรียบร้อยแล้ว แต่น้ำรินก็ยังไม่ตกงาน เพราะที่ร้านกาแฟมีเด็กนักศึกษาคนหนึ่งลากลับต่างจังหวัดเพื่อไปเยี่ยมคนป่วย โดยขอลางานสองสัปดาห์เต็ม น้ำรินจึงต้องไปทำงานแทนชั่วคราวในช่วงเช้า สัปดาห์ละสี่วัน

“ทำไมต้องทำงาน ถ้าลำบากขนาดนั้นรินก็น่าจะกลับบ้าน”

“ไม่ลำบากอะไรหรอกค่ะ ก็แค่เสิร์ฟกาแฟ รินขอตัวนะคะ ต้องรีบไปแล้ว” น้ำรินตอบไปแล้วก็รีบออกเดินจากหน้าอพาร์ตเมนต์เพื่อไปยังป้ายรถเมล์ที่อยู่ไม่ไกลนัก

ร้านกาแฟของลีอุนซูอยู่ไม่ไกลมากจากที่นี่ น้ำรินจึงเลือกการเดินทางโดยรถเมล์แทนรถไฟฟ้า เพราะง่ายและสะดวกกว่าสำหรับระยะทางใกล้ๆ

“ทำงานถึงกี่โมง พี่จะรอคุยกับรินหลังเลิกงานก็ได้นะ”

พัฒนะไม่ยอมลดละความพยายาม ก็ในเมื่อดั้นด้นข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงที่นี่แล้ว เขาจึงไม่คิดจะถอยกลับง่ายๆ เพราะก่อนมาก็ตัดสินใจมาดีแล้ว

ชายหนุ่มตั้งใจจะแก้ไขในสิ่งที่เคยทำผิดพลาดไว้กับหญิงสาวคนหนึ่ง เขาเคยทำให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจถึงกับต้องหนีหน้าไปไกล ไม่อาจอยู่สู้หน้าใครได้อีก และที่สำคัญตอนนี้พัฒนะเข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงในชีวิต สิ่งที่ผ่านมาเป็นเพียงความเพ้อฝันทะเยอทะยานไปตามสภาวะแวดล้อมเท่านั้น หาใช่ความสุขที่เขาปรารถนา

อีกทั้งรติรสก็ไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่เขาคิดฝันไว้แต่อย่างใด ความรักอันฉาบฉวยจึงจบลง เมื่อน้ำตาลรสหวานจัดที่เคลือบอยู่นั้นได้กะเทาะออกไปจนหมดในเวลาอันรวดเร็ว






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

109 ความคิดเห็น