พลิกรักวันพักใจ

ตอนที่ 5 : เหลือไว้แค่ฝัน...2 -RE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 698
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    5 ส.ค. 62


ดาวน์โหลดผ่านเว็บ MEB


ขอบพระคุณที่สนับสนุนผลงานอีบุคนะคะ



ทั้งสองคนรอรับกระเป๋าเดินทางจากสายพานเรียบร้อยแล้วจึงออกไปรอขึ้นแท็กซี่ที่หน้าอาคาร ซึ่งน่าจะเป็นการเดินทางออกจากสนามบินพร้อมกระเป๋าใบโตที่สะดวกที่สุด

เย็นๆ ฉันจะโทร.หานะ กลับถึงบ้านขอนอนต่ออีกสักสองงีบ เจนสุดาบอกขณะที่น้ำรินลากกระเป๋าไปขึ้นแท็กซี่ซึ่งจอดรอคิวรับผู้โดยสารกันอย่างคึกคัก

ฉันว่าแกนอนให้พอเถอะ พรุ่งนี้ค่อยคุยกันก็ได้น้ำรินหันกลับมาบอกแบบติดประชด พร้อมกับยักคิ้วนิดๆ ให้เพื่อนสาว ก่อนจะก้าวขึ้นนั่งตอนหลังของรถแท็กซี่คั้นนั้น

คนขับสอบถามจุดหมายปลายทางอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ แล้วก็ออกรถทันทีราวกับรู้ใจผู้โดยสารว่า หัวใจได้โบยบินไปถึงบ้านล่วงหน้าแล้วตั้งแต่หลายวันก่อน

ระหว่างที่รถแล่นออกไปตามเส้นทางเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ภาพสองข้างทางทำให้น้ำรินต้องคิดย้อนไปถึงวันที่กำลังจะเดินทางไปยังรัฐนิวเจอร์ซีย์ ยังจำได้ว่าตนเองนั้นอยู่ในสภาพของคนที่เกือบจะเรียกได้ว่าอับจนหนทาง โชคดีที่มีเพื่อนอย่างเจนสุดาและพี่เอื้องคอยให้คำแนะนำที่ดีมาโดยตลอด ไม่อย่างนั้นน้ำรินก็ยังคิดแทบไม่ออกเลยว่าตนเองจะเป็นอย่างไร...ในวันที่ทุกสิ่งทุกอย่างพังทลายลงมาต่อหน้าต่อตา

น้ำรินอยู่ในครอบครัวที่อบอุ่นก็จริง แต่ก็ไม่สมบูรณ์พร้อมไปเสียทุกเรื่อง เมื่อเกิดเรื่องราวบางอย่างขึ้นมา หญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ เพิ่งจะเรียนจบจากมหาวิทยาลัยได้เพียงปีเดียวจึงเลือกที่จะปรึกษาเพื่อนที่ไว้ใจได้อย่างเจนสุดา และรุ่นพี่ที่แสนดีอย่างเอื้องฟ้า

“เราสองคน...คงจะเดินตามฝันไม่ได้แล้ว”

นั่นเป็นคำพูดเพื่อบอกลาแบบไร้เหตุผลจากผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งหญิงสาวในวัยยี่สิบต้นๆ ไม่เคยคิดเผื่อใจไว้ว่าจะได้ยินจากปากของเขา คนที่รักกันมานานเกือบห้าปีเต็ม

วันนั้น...น้ำรินมีอีกตั้งร้อยแปดคำถาม แต่ก็ไม่ได้ถามออกไปเลยสักคำถาม

จำได้ว่าพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว และหลังจากนั้นก็แทบไม่ได้ยินอีกเลยว่าเขาพูดอะไร กระทั่งมาถึงประโยคสุดท้าย

“ริน...พี่ขอโทษ”

แล้วทุกอย่างระหว่างเธอกับเขาก็สิ้นสุดลง นับตั้งแต่วันนั้นจนกระทั่งมาถึงวินาทีนี้ น้ำรินไม่เคยได้พูดหรือถามในสิ่งที่ยังค้างคาใจ และถึงแม้จะมีโอกาสก็คงจะไม่ถามอะไรอีก

“ผู้ประกาศข่าวหนุ่มรูปหล่ออนาคตไกล กับนักเขียนสาวหน้าตาพอไปวัดได้ช่วงเช้ามืด แต่อนาคตในวงการวรรณกรรมยังไม่แน่ไม่นอน”

“แกกำลังจะบอกว่าฉันไม่คู่ควรกับเขาใช่ไหมเจน”

น้ำรินจำได้ว่าเคยถามเพื่อนซี้กลับไปอย่างติดจะมีอารมณ์ เมื่อถูกเพื่อนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องแฟนหนุ่มอย่างไม่เกรงอกเกรงใจกันเลย

“ก็แค่อยากจะเตือนให้แกทำใจไว้บ้าง พี่นะเขาไปไกลกว่าแกมาก แกเข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหมริน”

“อืม...เข้าใจ แต่ไม่อยากทำใจ” น้ำรินตอบกลับไปเสียงอ่อยๆ แต่ในใจเริ่มสับสน

“ที่ฉันพูดมาทั้งหมดเนี่ย ไม่ใช่ว่าฉันอิจฉาแกที่มีแฟนรูปหล่อ แถมตอนนี้ยังกลายเป็นคนดังในวงการไปแล้วนะ แต่ฉันเป็นห่วงแก

“แกคิดว่าพี่นะจะทิ้งฉันใช่ไหม เพราะตอนนี้เขากลายเป็นคนมีชื่อเสียงไปแล้ว”

“ก็ใช่น่ะสิ แถมเขายังหน้าตาดีขนาดนั้น ฉันได้ข่าวมาว่าสาวๆ หลายคนสนใจพี่นะของแก เขากำลังเนื้อหอม แล้วแกก็น่าจะรู้ดีนี่ว่าสมัยนี้ผู้ชายมันมีน้อยกว่าผู้หญิง ใครอยากได้ก็ต้องปากว่ามือถึง ถ้ามัวทำเหนียมๆ ก็มีหวังเสริมคานที่บ้านไว้รอได้เลย”

“อย่างที่แม่แกเสริมไว้รอแกน่ะเหรอเจน”

“หนอย...ยังจะมาแว้งฉันอีก คนอุตส่าห์เป็นห่วง” เจนสุดาโวยกลับมาอย่างไม่จริงจังนัก แต่แววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงอย่างที่ปากว่าจริงๆ จนน้ำรินรู้สึกได้

“ฉันเป็นห่วงแก”

นั่นคือการสนทนาระหว่างเพื่อนที่มีความเป็นห่วงเป็นใยกันก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่อง จนทำให้หญิงสาวคนหนึ่งต้องมีแนวทางการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปจากเส้นทางที่เคยเลือกไว้

หลังจากเรียนจบ เจนสุดาได้ทำงานในวงการข่าวบันเทิงจึงรู้ความเคลื่อนไหวต่างๆ ของคนในแวดวง แต่ไม่กล้าเล่าให้น้ำรินฟังตรงๆ แต่ด้วยความเป็นห่วงจึงอดไม่ได้ต้องแย้มออกมา ทว่าน้ำรินก็ไม่ได้เก็บเอาไปคิดมากแต่อย่างใด ฟังแล้วก็ลืมตามประสาคนที่อ่อนประสบการณ์ ไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องราวทำนองนี้จะมาเกิดขึ้นกับตนเองในวันใดวันหนึ่ง

แล้วสุดท้ายวันนั้นก็มาถึง...เมื่อพัฒนะหรือพี่นะเดินเข้ามาหาเพื่อบอกเลิก

น้ำรินไม่แน่ใจนักว่า สาวๆ หลายคนที่ถูกหักอกนั้นรู้สึกอย่างไร แต่สำหรับตัวเธอมันเหมือนทุกอย่างหยุดนิ่ง สิ่งรอบตัวหยุดการเคลื่อนไหว ไม่ใช่เพียงแค่ชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น แต่ทุกสิ่งในชีวิตของหญิงสาววัยยี่สิบสี่นิ่งสนิทไปนานหลายวัน

จำได้ว่า...ไม่อยากคุยหรือพบหน้าใครแม้แต่คนเดียว น้ำรินโทร.ไปบอกเอื้องฟ้าที่เป็นหัวหน้างานโดยตรงเพียงแค่ไม่กี่คำ พี่สาวที่แสนดีก็เข้าใจ

จากนั้นน้ำรินก็เก็บตัวอยู่เงียบๆ คนเดียวหลายวันเพื่อคิดทบทวน พัฒนะเดินเข้ามาบอกเลิกด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก เหมือนคนที่ยังตัดใจไม่ได้ เขาบอกว่ายังรักน้ำริน คนรักที่คบกันมาเกือบห้าปี แต่เขาจำเป็นต้องเลือกผู้หญิงอีกคนหนึ่ง...เพื่อสิ่งที่เขาใฝ่ฝันไว้

เอื้องฟ้ามาหาที่บ้าน หลังจากที่ลูกน้องไม่ไปทำงานติดต่อกันหลายวัน น้ำรินจึงได้รู้เพิ่มมาอีกเรื่องหนึ่งว่าแม่ของพัฒนะสนับสนุนให้เขาคบกับผู้หญิงคนใหม่ ซึ่งน้ำรินก็พอจะรู้ตัวมานานแล้วว่าตนเองไม่เป็นที่ปลื้มใจของคุณแม่ฝ่ายชายมากนัก

พี่เอื้อง...พี่สาวที่แสนดีจึงขอร้องให้น้ำรินตัดใจ ด้วยคำพูดเพียงแค่สั้นๆ ว่า พัฒนะยังรักน้ำริน เขาไม่ได้โกหก เพราะเขาเป็นคนบอกกับพี่เอื้องด้วยตัวเองในฐานะเพื่อนสนิท

แต่เขาเป็นคนเห็นแก่ตัว...มากกว่าความรัก

หลังจากนั้นไม่นาน น้ำรินก็ตัดสินใจลาออกจากงาน แล้วเดินทางไปสหรัฐอเมริกากับเจนสุดา ก่อนที่พัฒนะจะหมั้นกับสาวสวยคนนั้นเพียงแค่ไม่กี่วัน

เส้นทางชีวิตที่ไม่ได้เลือกและไม่เคยคาดคิดจึงผ่านเข้ามานับตั้งแต่วันนั้น





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

109 ความคิดเห็น