พลิกรักวันพักใจ

ตอนที่ 48 : ฤดูของคนหนุ่มสาว 4 -RE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 283
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 ส.ค. 62



ดาวน์โหลดผ่านเว็บ MEB


ขอบพระคุณที่สนับสนุนผลงานอีบุคนะคะ




ฉันยังไม่กลับไปตอนนี้หรอก อยู่ที่นี่ฉันแต่งนิยายไหลลื่นมาก คงเพราะว่าอากาศดี สมองก็เลยแล่น

ถ้างั้น...ทำไมไม่อยู่แต่งนิยายที่นี่อีกนานๆ จะรีบกลับไปทำไม

เขาเสนอไอเดียให้ แต่กลับไม่ยอมมองหน้าคนฟัง ทำให้น้ำรินเริ่มรู้สึกแปลกๆ ไม่ต่างไปจากความรู้สึกในช่วงบ่ายๆ ที่เขาเดินเข้ามาในร้านกาแฟของเจ๊อุนซู

“ฉันก็อยากอยู่ต่อหรอกนะ แต่ว่า...เขาให้อยู่ได้แค่สามเดือนเท่านั้นนี่

แล้ว...คุณ...เอ้อ...

อะไรอีกคะ มีอะไรก็ถามตรงๆ ได้นะ ฉันไม่ถือหรอก

คุณชอบเกาหลีรึเปล่า

ชอบค่ะ ชอบมาก

แล้ว...กลับไปนี่ มีใครคอยคุณอยู่ใช่ไหม

คำถามนี้ทำให้คนถูกถามนิ่งเงียบไป ไม่รู้ว่าเขาตั้งใจจะถามถึงใครกัน แถมตอนนี้เขายังหันมาจ้องหน้ากันตรงๆ อีกด้วย เหมือนจะบอกให้รู้กลายๆ ว่าต้องการฟังคำตอบในทันที

คงเป็นครอบครัวที่คอยฉันอยู่ เพราะว่าปีที่แล้วฉันก็ไปอยู่อเมริกา กลับมาถึงเมืองไทยได้ไม่กี่เดือนก็บินมาที่นี่อีก

เท่านั้นเองเหรอ

ค่ะ

ฮันดงวอนได้ยินแล้วเงียบไปนานสักพัก น้ำรินจึงเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาว่า

“ฉันอยากเอาเท้าแช่น้ำดู”

“ตอนนี้อากาศเย็นนะ ปกติจะมีคนลงไปจุ่มเท้าในคลองช่วงหน้าร้อนหรือไม่ก็ตอนกลางวัน” ฮันดงวอนรีบท้วง เขาพอคะเนได้ว่าน้ำในคลองชองเกชอนคงจะเย็นเฉียบตามอุณหภูมิในช่วงต้นฤดูหนาว

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอยากลองดู”

“ก็แล้วแต่ครับ” ชายหนุ่มพยักพเยิดเมื่อเริ่มแน่ใจว่าห้ามไม่อยู่

น้ำรินจึงจัดการถอดรองเท้าและถุงเท้าออกเพื่อจะลองจุ่มเท้าลงในคลอง เพราะคิดว่าหลังจากนี้จนถึงเดือนธันวาคม ซึ่งเธอจะกลับในช่วงก่อนปีใหม่ น้ำในคลองคงต้องเย็นจัดจนแทบจะแตะไม่ไหวแน่ๆ เพราะอากาศเริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ วัน

ขณะที่จุ่มเท้าลงไปช้าๆ ความคิดหนึ่งก็ได้ผุดขึ้นมาในใจ หญิงสาวนึกขอบใจอดีตคนรักที่บอกเลิกกันไปในวันนั้น พัฒนะพูดเพียงไม่กี่คำแล้วเดินจากไปแบบง่ายๆ เหมือนว่าเรื่องระหว่างเธอกับเขาเป็นแค่...การล้อเล่นของคนๆ หนึ่ง ที่ทำให้อีกคนหนึ่งเข้าใจผิดและคิดไปเอง

ถ้าเขาไม่บอกเลิก หญิงสาวธรรมดาๆ คนหนึ่งก็คงไม่ได้มานั่งชมคลองและเอาเท้าแช่น้ำอยู่กลางกรุงโซลอย่างในคืนนี้ ซึ่งเธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีโอกาสอย่างนี้ในชีวิต เขาเป็นแรงผลักให้หญิงสาวอายุยี่สิบสี่คนหนึ่งต้องเร่ร่อนรอนแรมมาถึงสามประเทศแล้ว คงต้องขอบใจเขาจริงๆ ที่ช่วยให้เธอได้เปิดโลกให้กับตัวเอง ถึงแม้ว่า...นั่นจะเป็นเพียงแค่การตัดสินใจแบบชั่ววูบ อย่างคนที่ไม่มีทางจะไป

อดีตเด็กดอยจากเชียงรายจึงได้ไปเผชิญโลกในเมืองมะกันอย่างไม่นึกไม่ฝัน ด้วยภาษาอังกฤษแบบงูๆ ปลาๆ แต่ก็เพราะภาษาแย่ๆ นั่นแหละที่ทำให้น้ำรินได้รับทุน เพราะองค์กรนี้ต้องการให้คนต่างชาติไปเรียนรู้การใช้ภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษา

แล้วสุดท้าย...เธอก็มานั่งทอดอารมณ์ชิลๆ ยอมถอดรองเท้าออก เพื่อสัมผัสกับสายน้ำเย็นสบายอยู่ในคลองตื้นๆ ที่ไหลผ่านกลางกรุงสายนี้ แหล่งพักผ่อนหย่อนใจสำคัญของชาวกรุงโซล น้ำในคลองใสสะอาดอย่างน่าอัศจรรย์ น้ำเย็นเฉียบตามอุณหภูมิยามค่ำคืนในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงน่าจะอยู่ที่ราวๆ สิบองศา แต่อดีตชาวเหนือสุดแดนสยามก็ยังพอรับไหว ยังถือว่าสิวๆ แต่คนที่นั่งมองอยู่ข้างๆ กลับส่ายหน้า เขาคงคิดว่าเธอเพี้ยนไปแล้ว

“น้ำใสดีจังเลย” น้ำรินหันไปบอกคนที่นั่งเงียบอยู่นานแล้ว

“เมื่อหลายปีก่อน คลองชองเกชอนไม่ได้สวยสะอาดแบบนี้หรอก ถูกทิ้งให้สกปรกเน่าเหม็น ทัศนียภาพย่ำแย่มาก” เขาเล่าความเป็นมาให้หญิงสาวได้รับรู้ไว้เป็นข้อมูล “ผมบอก เผื่อว่าคุณจะเขียนถึงชองเกชอนในนิตยสารของคุณ”

“ขอบคุณค่ะ แต่แทบไม่น่าเชื่อเลยนะคะ”

“นายกเทศมนตรีคนหนึ่งต้องการฟื้นฟูคลองสายนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายในเรื่องคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนชาวเกาหลี ก็เลยมีน้ำใสๆ ใจกลางกรุงโซลกลับคืนมา”

น้ำใสๆ แลดูสะอาดไม่ต่างจากน้ำประปาที่เพิ่งไหลออกมาจากก๊อกน้ำนี่น่ะหรือ เคยเป็นน้ำเน่าเหม็นมาก่อน น้ำรินนึกยกย่องในความพยายามของท่านนายกเทศมนตรีคนนั้นที่ต้องการสร้างแหล่งหย่อนใจให้กับคนกรุง

“คุณเอาเท้าขึ้นมาได้แล้วละ ก่อนที่จะไม่สบาย” ฮันดงวอนรีบท้วงเมื่อเห็นว่าแช่น้ำอยู่นานแล้ว

หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เดินย้อนกลับมาขึ้นบันได เพื่อมาเดินดูนิทรรศการที่จัดแสดงไว้ด้านบน ช่วงนี้มีการรับบริจาครองเท้าเพื่อนำไปมอบให้กับเด็กๆ ในประเทศยากไร้ทั่วโลก จึงมีการจัดแสดงโชว์รองเท้าเพื่อเชิญชวนให้คนกรุงโซลมาร่วมบริจาค

ชองเกชอน แปลว่าอะไรคะ มีความหมายรึเปล่า

Clear Valley Streamหนุ่มเจ้าถิ่นตอบได้ทันทีแบบไม่ต้องคิด

แต่น้ำรินยังต้องมาลองแปลเป็นไทย ซึ่งได้ความว่าห้วงลำธารที่ใสสะอาด

ชายหนุ่มหันมาหาหญิงสาว ขณะหยุดยืนอยู่ตรงบริเวณที่จัดแสดงรองเท้า ซึ่งเต็มไปด้วยรองเท้าผ้าใบหลากสีสันนับพันคู่ บางคู่ก็ถูกเพนต์ลายไว้อย่างสวยงามแปลกตา

“วางไว้แบบนี้ไม่หายหรือคะ รองเท้าสวยๆ ทั้งนั้น” น้ำรินเงยหน้าขึ้นถามเจ้าถิ่น เพราะรองเท้าที่เห็นไม่ใช่ของเก่า ล้วนแล้วแต่เป็นของใหม่ที่บรรจงแต่งแต้มลวดลายกันมาอย่างสุดฝีมือ เพื่อมอบให้กับเด็กยากไร้ในอัฟริกาเป็นหลัก แต่ถูกนำมาวางจัดโชว์ไว้ริมทางเท้าโดยไม่มีคนเฝ้า

“จะหายไปได้ยังไงล่ะครับ นี่มันรองเท้าที่มีคนบริจาคมา”

“ไม่มีใครหยิบเลยเหรอ”

“ไม่มีหรอก มันวางอยู่อย่างนี้มาหลายวันแล้ว” ฮันดงวอนยืนยันอีกหน แต่สีหน้าบอกว่าประหลาดใจในคำถามอยู่พอสมควร

“เอ้อ...ฉันคงคิดมากไปน่ะ เห็นมันสวยดีเลยกลัวหาย” น้ำรินตอบพร้อมกับยิ้มแหยๆ เพราะคิดไปว่าถ้าเป็นที่กรุงเทพฯ มันอาจจะไม่เหลือไปถึงเด็กยากไร้ในทวีปอัฟริกาแล้วก็ได้

ริน...

ว่าไงคะ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกหน

ขอบคุณ ที่ตอบคำถามของผม

เอ้อ...” น้ำรินสบตากับหนุ่มเกาหลีแล้วถึงกับพูดแทบไม่ออก เขามองมาด้วยสายตาอบอุ่นอย่างที่...ไม่เคยเห็นมาก่อน

ตามปกติแล้ว เธอกับเขาแทบไม่ได้สบตากันเลย เวลาคุยกันก็มักจะต่างคนต่างคุยกันไป มองไปคนละทิศละทางเสียเป็นส่วนใหญ่ แถมฮันดงวอนยังเป็นคนหน้าตานิ่งๆ บางทีดูเกือบจะไร้อารมณ์อีกด้วย

“เรื่องเล็กค่ะคุณฮัน ก็เราเป็นเพื่อนกันแล้วนี่





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

109 ความคิดเห็น