พลิกรักวันพักใจ

ตอนที่ 42 : ณ กรุงใบไม้สีทอง 3 -RE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 277
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 ส.ค. 62



ดาวน์โหลดผ่านเว็บ MEB


ขอบพระคุณที่สนับสนุนผลงานอีบุคนะคะ


แทฮังโนแปลแบบตรงๆ ได้ว่า ถนนมหาวิทยาลัย

นอกจากการสอบถามข้อมูลจากเด็กในร้านกาแฟแล้ว น้ำรินยังเสิร์ชหาข้อมูลมาบ้างก่อนออกเที่ยวแบบฉายเดี่ยว

ถนนสายนี้อยู่ถัดไปไม่ไกลนักจากพระราชวังชางด็อกกุง ซึ่งสวยงามที่สุดในบรรดาพระราชวังทั้งหมด ยูเนสโกจึงได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นมรดกโลก ใกล้ๆ กันนั้นยังมีมหาวิทยาลัยเปิดอีกด้วย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ถนนสายนี้คึกคักไม่แพ้ย่านอื่นๆ

เหตุที่ได้ชื่อว่าเป็น ถนนสายศิลปะก็เพราะว่ามีการจัดแสดงงานศิลปะกลางแจ้งอยู่ตลอดทางที่เดินผ่าน เช่น งานปั้น งานวาด และมีการแสดงศิลปะบนเวทีริมถนน

ในย่านนี้มีโรงละครมากมาย รวมไปถึงหอศิลป์อีกหลายแห่ง อีกทั้งยังเต็มไปด้วยโรงเตี๊ยมพื้นบ้าน ร้านอาหาร และร้านกาแฟ แต่ที่ขาดไม่ได้ก็คงเป็นร้านขายของที่มีทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับสำหรับวัยรุ่นนักศึกษา ไม่ต่างไปจากย่านมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่างซินชน

“ไปหาอะไรทานกันก่อนดีไหม” เขาหันมาถามหลังจากยกข้อมือขึ้นดูเวลาแล้ว “ผมจะพาคุณไปดูโชว์วาดภาพ แต่ยังมีเวลาเหลืออีกชั่วโมงกว่าๆ ก่อนการแสดงจะเริ่ม”

น้ำรินทำหน้างงนิดหน่อย เพราะไม่ได้ตกลงกันไว้ก่อนล่วงหน้า การดูโชว์ถือเป็นเรื่องนอกเหนือความคาดหมายของเธอ ซึ่งตั้งใจไว้ว่าจะมาเดินชมบรรยากาศถนนสายศิลปะและแวะชิมของกินแปลกๆ ตามความชอบส่วนตัว แต่ในเมื่อให้เขามาเป็นไกด์แล้วก็เลยไม่อยากขัด ว่าไงก็ว่าตามกัน

“ก็ได้ค่ะ งั้นเรารีบไปกันเถอะ”

ทั้งสองคนจึงเปิดประตูลงจากรถทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา ฮันดงวอนเดินนำทางหญิงสาวชาวไทยไปตามถนนแทฮังโน ซึ่งตอนนี้มีศิลปินนำภาพวาดและผลงานประเภทต่างๆ ออกมาแสดงกันให้เห็นเป็นระยะๆ

“ดูโชว์เสร็จแล้ว เราค่อยออกมาเดินดูงานพวกนี้ก็ได้ครับ” ชายหนุ่มรีบบอกเมื่อเห็นว่าสาวต่างถิ่นยังชะเง้อมองจิตกรคนหนึ่งที่กำลังวาดภาพอยู่ริมถนน

“เราจะไปดูโชว์อะไรนะคะ”

Drawing show

“เป็นการแสดงสดหรือคะ คล้ายๆ นันทาโชว์รึเปล่า” น้ำรินเริ่มนึกภาพการแสดงขึ้นมาได้รำไร เพราะเคยเห็นทางรายการโทรทัศน์ตอนที่อยู่เมืองไทย เกี่ยวกับการแสดงโชว์ต่างๆ ในกรุงโซล ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่ประเทศเกาหลีนำมาสร้างเป็นจุดขายของตนเอง เพื่อเรียกนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัส และนันทาโชว์เป็นการแสดงที่คนไทยให้ความสนใจกันมากพอสมควร

“คุณรู้จักนันทาโชว์ด้วยเหรอ”

“ดังมากค่ะในหมู่วัยรุ่นไทย ใครๆ ก็อยากมาดู”

“ถ้างั้นวันหลังผมจะพาไป”

น้ำรินเลิกคิ้วขึ้นสูงทันที พลางมองหน้าคนที่ออกปากอาสาจะเป็นไกด์พาทัวร์อีกครั้ง โดยที่เธอไม่ได้ร้องขอ จึงเห็นว่าหนุ่มเกาหลีเริ่มมีสีหน้าเก้อๆ ที่พลั้งปากรวบรัดตัดความโดยไม่ถามความสมัครใจกันก่อนว่าจะไปด้วยหรือไม่

“ผมหมายถึงว่าถ้าคุณ...ยังไม่รู้ว่าจะไปกับใคร ผมก็พอจะมีเวลาว่าง” เขาพยายามอธิบายด้วยภาษาอังกฤษที่ตะกุกตะกักขึ้นมาเสียเฉยๆ เหมือนนึกหาคำไม่ค่อยถูก

“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันคงต้องถามเจนก่อนว่าสนใจรึเปล่า บางทีเราอาจจะไปด้วยกัน”

“ครับ” น้ำเสียงของเขาเจือความผิดหวังไว้เล็กน้อย ให้คู่สนทนาพอรู้สึกได้

“คุณยังไม่ได้บอกเลยว่าโชว์สองอย่างนี้เหมือนกันรึเปล่า”

“มีบางอย่างคล้ายกัน เช่น เป็นละครใบ้ มีมุกตลกตลอดการแสดง แต่ต่างกันที่นันทาโชว์เป็นเรื่องการทำอาหารและเป็นการแสดงของมืออาชีพ ส่วนโชว์ที่เรากำลังจะไปดูเป็นโชว์การวาดภาพของนักศึกษามหาลัยครับ”

“คุณเคยดูแล้วหรือคะ”

“ยังเลยครับ เพื่อนๆ บอกมาก็คิดว่าน่าสนใจดี”

“คุณคงชอบงานศิลปะ”

“ครับ ผมมาแถวนี้อยู่เรื่อยๆ น่าสนใจดี ยังมีอีกที่นะย่านฮงแดกับซินชน คุณไปมาหรือยัง”

“แชยอนเคยพาไปซินชนค่ะ แต่แถวนั้นไม่เห็นมีโชว์งานศิลป์”





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

109 ความคิดเห็น