พลิกรักวันพักใจ

ตอนที่ 31 : เทรนดี้ชอปปิงที่เมียงดง 5 -RE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 283
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 ส.ค. 62


ดาวน์โหลดผ่านเว็บ MEB


ขอบพระคุณที่สนับสนุนผลงานอีบุคนะคะ



แม้จะเป็นเพียงการเดินช็อปเรื่อยเปื่อย แต่ถึงกระนั้นก็ยังทำให้น้ำรินรู้สึกเหนื่อยและหิวจนแทบจะรับประทานวัวได้เป็นตัวๆ เลยละ เมื่อนั่งรถไฟใต้ดินสายที่สองมาถึงสถานีซินชน กระเพาะก็เริ่มประท้วงอย่างรุนแรงส่งเสียงร้องไม่ไว้หน้าเจ้าของเอาเสียเลย

“ฉันหิวหน้ามืดแล้วเจน”

“อะไรของแกวะริน ตอนเดินอยู่ที่เมียงดงแกก็แวะชิมโน่นนี่ตลอดทางยังจะบ่นหิวอีก” เจนสุดาบ่นขณะที่เดินออกจากสถานีรถไฟใต้ดินในย่านซินชน “ขืนฉันกินอย่างแกนะมีหวังต้องกลิ้งเป็นโอ่ง แกมันโชคดีกินยังกะปอบ แต่ไม่อ้วน”

“ปอบกำลังจะลงที่กรุงโซลเลยละตอนนี้” น้ำรินพูดแล้วยิ้มแหยๆ ก่อนจะหันไปหาเจ้าถิ่น “รีบๆ ไปร้านอาหารกันดีกว่านะแชยอน ฉันหิวมากเลย”

“ไปสิ เธอนี่หิวตลอดเลยนะริน ตัวเล็กแต่กินเยอะจนเหลือเชื่อ” สาวเกาหลีว่าด้วยน้ำเสียงขำๆ เพื่อนสาวชาวไทยที่มีรูปร่างเล็กบางกว่า “ฉันมีจานพิเศษแนะนำ ไม่รู้ว่าเธอเคยกินมาบ้างรึยัง แต่รับรองว่าที่นี่อร่อยเด็ดไปเลย”

เมื่อไปถึงร้านอาหารที่ตกแต่งอย่างกิ๊บเก๋เอาใจบรรดานักศึกษาวัยทีนในย่านมหาวิทยาลัยชื่อดัง คิมแชยอนก็จัดแจงสั่งอาหารมาให้เพื่อนๆ ที่กำลังหิวโหย

น้ำรินตั้งหน้าตั้งตาคอยอาหารจานเด็ดโดยแทบไม่พูดไม่จา ปล่อยให้สองสาวเมาท์กันไปพลางๆ ในช่วงนี้

บีบิมบับ คืออาหารจานร้อนที่ถูกเสิร์ฟขึ้นโต๊ะเป็นอันดับแรก

แม้ชื่อจะเรียกยากพอประมาณ แต่น้ำรินเห็นสิ่งที่อยู่ในชามหินแกรนิตสีดำซึ่งถูกเผาจนร้อนฉ่าก่อนจะยกมาเสิร์ฟแล้วก็ถึงกับน้ำลายสอ

เจ้าบ้านแนะนำอาหารจานเด็ดว่า เป็นอาหารยอดนิยมของคนเกาหลีและเป็นอาหารเพื่อสุขภาพขนานแท้ เพราะอุดมไปด้วยผักต่างๆ และโปะหน้าด้วยไข่ไก่ดิบ เสิร์ฟแบบจานร้อนในชามหินแกรนิตอันร้อนระอุในสไตล์เกาหลี

“บี...บิม...บับ” น้ำรินทวนชื่ออาหารจานอร่อยอีกรอบ ขณะที่ใช้ช้อนสเตนเลสคนให้ผักทุกอย่างรวมกันผสมกับข้าวสวยที่ก้นชาม และเพื่อให้ไข่ดิบนั้นสุกด้วยความร้อนจากหินแกรนิต

“ข้าวยำเกาหลี” เจนสุดารำคาญที่น้ำรินออกเสียงด้วยความยากเย็น ก็เลยแนะให้เรียกด้วยชื่อง่ายๆ เหมาะกับลิ้นคนไทย

“เออ...จริงด้วยสิ” น้ำรินรีบเห็นด้วยกับไกด์เจน เพราะมันคือการนำผักหลากหลายชนิดมาคลุกกับข้าวสวย คล้ายกับข้าวยำปักษ์ใต้ของไทยนั่นเอง

นอกจากข้าวยำแล้ว น้ำรินยังได้ซดชาบูสไตล์เกาหลีแก้หนาวอีกด้วย ก็ดูคล้ายๆ กับสุกี้ที่เมืองไทยนั่นแหละ แต่น้ำจิ้มและเครื่องเคียงต่างๆ ไม่เหมือนกัน

เท่าที่ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์ น้ำรินสังเกตเห็นว่าร้านอาหารในกรุงโซลส่วนใหญ่เป็นร้านเล็กๆ อยู่ตามตรอกซอกซอย บางร้านอยู่บนตึกหลายๆ ชั้นก็มี ส่วนรสชาตินั้นไม่ต้องพูดถึง ไม่มีแซ่บจี๊ดจ๊าดอย่างอาหารไทยแน่นอน กินเข้าไปแล้วอุ่นสบายท้องแทบทุกมื้อ

แต่ไม่ว่ามื้อไหน สิ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือ กิมจิ

คนที่นี่รับประทานกิมจิกันเป็นจริงเป็นจัง ถ้าเทียบกับเมืองไทยก็น่าจะไม่ต่างจากพริกน้ำปลา ซึ่งมีขึ้นโต๊ะให้เห็นอยู่แทบทุกที่





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

109 ความคิดเห็น