พลิกรักวันพักใจ

ตอนที่ 18 : ความรักฉบับเห็นแก่ตัว 4 -RE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 602
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    6 ส.ค. 62


ดาวน์โหลดผ่านเว็บ MEB


ขอบพระคุณที่สนับสนุนผลงานอีบุคนะคะ


เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ทำให้น้ำรินต้องรีบวางมือจากแป้นคีย์บอร์ดมารับสาย

“ฉันเอง”

“เจน...แกเป็นยังไงบ้าง”

“แกเป็นไรไป ฟังเสียงเนือยๆ เหนื่อยๆ ชอบกล”

“ไม่ได้เป็นไรหรอก สบายดี” น้ำรินกัดฟันกัดลิ้นตอบเพื่อนสาวไปอย่างนั้น เพราะไม่อยากให้คนที่อยู่ไกลถึงโซลต้องมานั่งกังวลกับเรื่องวุ่นๆ ไม่รู้จักจบจักสิ้นของตนเอง

“ต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับแกแน่ๆ”

น้ำรินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะยืนยันกลับไปว่า “ไม่มี”

“ฉันไม่เชื่อ ตอนกลับจากนิวเจอร์ซีย์ด้วยกัน แกยังดีๆ อยู่เลย”

“เจน...ไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่วุ่นๆ นิดหน่อยกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง” ในเมื่อปิดไม่ได้ น้ำรินก็พยายามตอบแบบเลี่ยงๆ

“เรื่องพี่นะรึเปล่า”

“แกรู้ได้ไง”

“ยังจะมาถามอีก ฉันกับแกไส้มีกี่ขดก็รู้ๆ กันอยู่ เรื่องแค่นี้มันเดาไม่ยากหรอก”

“อืม...” คนที่เพิ่งมีเรื่องเข้ามาหาตั้งแต่ช่วงเช้าทำเสียงเนือยๆ เพราะรู้สึกเหนื่อยจับจิตจับใจ

เมื่อเช้านี้หลังจากมีเรื่อง น้ำรินก็กลับเข้ามานั่งทำงาน แต่ต่อแทบไม่ติด กว่าจะเดินเครื่องใหม่ได้อีกรอบก็ปาเข้าไปบ่ายแก่ๆ เย็นนี้ถึงต้องอยู่เฝ้าออฟฟิศทำงานต่อกับพี่ๆ อีกสองสามคน เพราะงานเร่งต้องเสร็จตามกำหนด

“ริน...พี่จะออกไปซื้อข้าวกล่อง จะกินด้วยรึเปล่า”

“จัดมาเลยค่า หิวจะแย่แล้ว” น้ำรินหันไปบอกคนที่ตะโกนถามมาจากหน้าประตู แล้วจึงคุยกับปลายสายต่อ

“ฉันก็ไม่รู้ว่าสองคนนั้นเขามีปัญหาอะไรกัน แต่ดูท่าจะวุ่นๆ กันอยู่ แล้วก็มาพาดพิงฉัน”

“เฮ้อ...มันจะไม่วุ่นได้ไงริน ในเมื่อเริ่มต้นกันมาแบบหลับหูหลับตา เขาไม่ได้รักกันเลยสักนิด ฉันดูออกตั้งแต่แรกแล้ว” เจนสุดาออกความเห็นด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายพอๆ กับคนต้นเรื่อง “แล้วไง พอเขาจะแตกวงกันก็มาโทษว่าเป็นเพราะแกใช่รึเปล่า”

“ก็แนวๆ นั้นละ แกนี่ฉลาดจริงๆ นะเจน ไม่ต้องเล่าเยอะ แกก็รู้เรื่อง”

“ความรักฉบับเห็นแก่ตัว บทสรุปมันมีอยู่ไม่กี่อย่างหรอก นี่ก็มาแนวโทษกันไปโทษกันมา แต่ไม่มีใครยอมรับว่าตัวเองเป็นต้นเหตุ เลยโยนบาปไปให้บุคคลที่สามก็สิ้นเรื่อง ง่ายยิ่งกว่าปอกทุเรียน”

“ทุเรียนบ้านแกสิ ปอกง่าย” น้ำรินอดหัวเราะขำไม่ได้ ทั้งที่ในใจยังแกว่งๆ

“ก็เพราะมันปอกยากนี่ละ ตาพัฒนะกับยายไฮโซนั่นเลยโยนมาให้แกรับไว้ไง ไม่มีปัญญาจะปอกทุเรียนเองกันแล้ว เลยโยนใส่ชาวบ้าน แต่ฉันมีคำแนะนำสำหรับแกนะริน”

“ว่ามาสิ”

“แกรับไว้เถอะทุเรียนที่สองคนนั้นโยนมา แกแกะกินข้างในให้ช่ำ แล้วโยนเปลือกกลับไปให้พวกมัน”

“ฉันจะพยายามนะ”

“ฉันเดาว่าพี่นะต้องมาง้อขอคืนดีกับแกแน่ๆ”

“ใช่...แกรู้ได้ยังไงล่ะ”

“เขาอยากเลิกกับยายนั่น คงเซ็งเต็มทนแล้วละ เลยต้องหาเรื่องมาอ้างกับตัวเองว่าจะเลิกกับยายไฮโซนั่นเพราะอะไร ทางที่ง่ายที่สุดก็คือแกไง”

“ยิ่งฟังก็ยิ่งงง ยายรติรสทั้งสวยทั้งรวย พี่นะหรือจะเบื่อ แล้วฉันไปเกี่ยวอะไรด้วย ถ้าเขาอยากเลิกจริงๆ ก็เลิกไปสิ”

“คนอย่างพี่นะ เขาไม่ใช่ประเภททำอะไรตามใจตัว เขาจะทำอะไรต้องหาเหตุหาผลมารองรับทุกเรื่อง อย่างคราวที่แล้วตอนเลิกกับแก เขาก็ให้เหตุผลว่าเพราะแม่เขาต้องการแบบนี้ บวกกับเรื่องหน้าที่การงานของเขาเองด้วย” เจนสุดาย้อนกลับไปหาเรื่องในอดีตของชายหนุ่มผู้ที่ชีวิตยังสับสน

“แล้วตอนนี้เขาอยากเลิกกับคู่หมั้นก็เลยต้องหาเหตุผลให้ตัวเอง เขากลับมาหาแกก็เพื่อให้รองรับกับสถานการณ์ของเขา อย่างน้อยเขาก็ดูดีขึ้นมานิดหน่อยที่เลิกกับยายคู่หมั้นไฮโซเพื่อกลับมาหาคนรักเก่าอย่างแก”

“เขาคงคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงปัญญาอ่อนละมั้ง นึกจะไปก็ไป นึกจะมาก็มา”

“เรื่องสมองแกฉันไม่ห่วงหรอกนะริน ฉันรู้ว่าแกไม่ได้โง่” เจนสุดาบอกมาด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล “แต่ฉันห่วงใจแกต่างหากล่ะ”

“จะต้องมาห่วงฉันทำไม เดี๋ยวมันก็ผ่านไปเหมือนคราวที่แล้วไง”

“แกยังตัดใจจากเขาไม่ได้ ฉันห่วงก็แค่เรื่องนี้เทานั้น”

น้ำรินนิ่งเงียบไปนาน ไม่กล้าปฏิเสธและไม่อาจยอมรับในสิ่งที่เพื่อนสาวเอ่ยออกมา เวลาหนึ่งปีอาจไม่ยาวนานมากพอที่จะเยียวยาหัวใจใครสักคนให้ฟื้นคืนมาดังเดิมได้

“ฉันไม่ได้โคม่าเหมือนคราวที่แล้วจนต้องบินไปอเมริกากับแก ไม่ต้องห่วงหรอกเจน”

“ฉันรู้...แต่ถ้าตอนนี้แกอยากได้ออกซิเจนช่วย มาหาฉันที่โซลได้ทันทีเลยนะ”

“นี่ฉันต้องบินไปเมืองนอกทุกๆ ครั้งที่ช้ำรักใช่ไหมเจน” น้ำรินพูดแล้วหัวเราะอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงนัก

“ก็เรื่องของแกมันน้ำเน่าพอๆ กับนิยายที่แกเขียนนั่นแหละ อกหักแล้วบินไปรักษาแผลใจที่เมืองนอก แต่จะว่าไปก็ไฮโซพอตัวเลยนะแกนี่”

“เออ...ฉันก็เขียนได้แค่นี้แหละ ก็ชีวิตจริงของคนเขียนยังเน่าขนาดนี้”

“ตอนนี้ที่โซลกำลังสวยเลยนะ ฤดูใบไม้ร่วงพอดี ต้นจิงโกะซ้วย...สวย...” เจนสุดาพยายามเอาบรรยากาศเมืองกิมจิมาล่อให้น้ำรินตัดสินใจตามไปอีกคน

“เหมาะกับคนอกหักว่างั้นเถอะ ไปนั่งมองใบไม้ร่วงกราวๆ”

“ใครว่าล่ะ ที่เกาหลีเขาเรียกช่วงใบไม้เปลี่ยนสีว่า ฤดูแห่งคนหนุ่มสาว เป็นช่วงเวลาโรแมนติกที่สุดในรอบปี”

“ฟังดูดีนะ เหมือนเป็นช่วงวาเลนไทน์”

“ประมาณนั้น มาสิริน มาพักใจอีกสักรอบ” เจนสุดาพยายามชักจูง

“ไปแล้วจะเอาอะไรกินกันเล่า ฉันไม่ได้รวยมีเงินเป็นถุงเป็นถังนะแก ถึงจะได้ตะลอนๆ เที่ยวไม่ต้องทำงานทำการ”

“เอาน่า...ฉันหาข้าวให้แกกินประทังชีวิตได้ก็แล้วกัน แค่สองสามเดือนสบายมาก”

“แล้วถ้าฉันเกิดติดใจอยู่เป็นปีล่ะ แกจะเลี้ยงฉันไหวเหรอ” น้ำรินยกประเด็นไปเรื่อยเปื่อยโดยไม่คิดว่าจะเป็นจริงไปได้ เผลอๆ ไปแค่สองอาทิตย์ก็บินปร๋อกลับมาแล้ว จากการที่จับพลัดจับผลูได้ไปผจญภัยในเมืองมะกันมาปีกว่าๆ ทำให้ได้รู้ว่าอยู่ที่ไหนก็ไม่เหมือนเมืองไทย

“ถ้าถึงขั้นนั้น แกคงต้องหาสามีที่นี่แล้วละริน แล้วให้หนุ่มกิมจิมารับช่วงแทนฉันไปแล้วกัน”

น้ำรินหัวเราะก๊ากเสียงดังที่เจนสุดาช่วยคิดหาทางออกเพื่อความอยู่รอดในแดนโสมให้เสร็จสรรพ ถ้าเผื่อว่าน้ำรินเกิดติดใจคิดจะอยู่นานไปกว่าสามเดือน





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

109 ความคิดเห็น

  1. #53 Camille (@kaykay02) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 มกราคม 2556 / 11:44
    O M G..what the heck, Pathana should be backing off by now. Oh one thing before coming to Nong Ryn she should clear his problems first. Yeah, he is selfish man ever.
    #53
    0
  2. #42 puphaa (@puphaa) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 มกราคม 2556 / 22:18
    ติดหนึบ เลยนะ
    #42
    0
  3. #41 รักษ์ยิ้ม (@suebamea) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 มกราคม 2556 / 07:36
    น่าเหนื่อยใจแทนหนูรินซะจริงๆ....เห็นแก่ตัวได้โล่เลย....เดี๋ยวยายคู่หมั้นตามมาก็มีปัญหากันอีก...
    #41
    0
  4. #40 muLaTAE (@maxxim69) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 มกราคม 2556 / 00:47
    นายนะนี่ตื้อได้โล่จริงๆ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 มกราคม 2556 / 00:50
    #40
    0