คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF : SNSD] ::+:: ของที่เธอไม่ได้รัก ::+:: [Yuri]

โดย AsiwSR

เธอยังคงไม่ลืมเขา เขาที่เธอนั้นฝังใจ แม้จะนานสักเท่าไร ก็ยังคิดถึงเรื่อยมา เธอก็คงจะเลือกเขา ถ้าเขาจะกลับมาหา และฉันก็รู้ว่า ฉันต้องไปอยู่ดี [YulTi ft. TaeNy] [The end]

ยอดวิวรวม

4,864

ยอดวิวเดือนนี้

5

ยอดวิวรวม


4,864

ความคิดเห็น


33

คนติดตาม


21
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  27 ธ.ค. 59 / 21:53 น.
[SF : SNSD] ::+:: ของที่เธอไม่ได้รัก ::+:: [Yuri] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
 
 
 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 27 ธ.ค. 59 / 21:53


 

[One-Shot : SNSD] ::+:: ของที่เธอไม่ได้รัก ::+:: [YulTi]

 

 

เธอยังคงไม่ลืมเขา เขาที่เธอนั้นฝังใจ... แม้จะนานสักเท่าไร ก็ยังคิดถึงเรื่อยมา
เธอก็คงจะเลือกเขา ถ้าเขาจะกลับมาหา... และฉันก็รู้ว่า ฉันต้องไปอยู่ดี

 

 

เพล้ง!! จานกระเบื้องถูกปัดออกจากมือร่างสูงตกกระทบพื้นจนแตกกระจาย อาหารที่ถูกบรรจุอยู่ภายในหกเปรอะเปื้อนเต็มพื้น นั่นไม่ได้ทำให้ร่างสูงรู้สึกตกใจเลยแม้แต่น้อย อาจเป็นเพราะเธอคงจะชินกับพฤติกรรมของหญิงสาวร่างบางตรงหน้าซึ่งเป็นต้นเหตุเสียมากกว่า แต่เรื่องความรู้สึกที่จะทำใจให้ชินไม่เจ็บหรือส่งสายตาตัดพ้อไปยังหญิงสาวคนรักไม่ได้เสียที ในขณะที่ร่างบางเองก็เริ่มรู้สึกตัวว่าครานี้เธอเริ่มควบคุมอารมณ์ไม่อยู่จนแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวใส่คนที่ขึ้นชื่อว่า คนรัก ไปอีกเสียแล้ว จึงทำได้เพียงหลบสายตาตัดพ้อที่ถูกส่งมาจากร่างสูงเจ้าของเรือนกายสีน้ำผึ้งใบหน้าคม ยกมือขึ้นกอดขาทั้งสองข้างแล้วลอบมองออกไปนอกหน้าต่าง น้ำใสๆเอ่อคลอในดวงตา

ร่างสูงล้มตัวลงนั่งข้างกายร่างบางพร้อมปรับเปลี่ยนแววตาที่มองหญิงสาวด้วยความน้อยใจ กลับกลายเป็นความอ่อนโยน มือเรียวยกขึ้นลูบศีรษะคนรักอย่างแผ่วเบาก่อนจะค่อยๆกดศีรษะหญิงสาวข้างกายซบลงบนไหล่กว้างของตน ในขณะที่อีกคนพยายามกลั้นน้ำตาแทบตายปล่อยน้ำอุ่นใสในดวงตาออกมาอย่างอดกลั้น ทำเอาเจ้าของไหล่ที่ให้คนรักยืมซบระบายความเจ็บปวดถึงกับอดห่วงไม่ได้ เมื่อร่างบางทั้งสะอื้นไห้จนตัวโยนเช่นนี้ แต่มันก็ทำเอาเธออดที่จะอิจฉาไม่ได้เช่นกัน

อิจฉาใครคนนั้น ที่ได้ครอบครองหัวใจของร่างบางทั้งดวง จนทำให้เธอไม่เผื่อใจไว้รักคนรออย่างร่างสูงบ้างเลย

 

 

ว่ากันว่า การรอไม่เคยทำให้ใคร ตาย แต่ถ้ารออย่างมีจุดหมาย ถึงตายก็จะ รอ... จุดหมายของเธอไม่ใช่อะไร ร่างบางในอ้อมแขนของเธอนี้ไม่ต้องหันมารักเธอก็ได้ จุดหมายของเธอคือหวังให้ตัวเธอได้อยู่ข้างกายร่างบางตลอดไป... ขอแค่เธอได้ดูแลหญิงสาวข้างกายเธอตลอดไป ก็เพียงพอแล้ว...

ฝ่ามืออุ่นลูบศีรษะร่างบางเบาๆอย่างทะนุถนอม ในขณะที่แรงสะอื้นของอีกคนเริ่มแผ่วลงเรื่อยๆ ดูท่าคนรักของเธอคงได้ปลดปล่อยจนพอใจแล้ว เมื่อร้องไห้จนน้ำตาแทบหมดตัวต่อมความรู้สึกผิดที่มีต่อร่างสูงก็เริ่มกลับมาทำงานปกติอีกครั้ง แขนบางเอื้อมมาโอบเอวบางของคนผิวเข้มกว่าแล้วซุกหน้าลงไปบนบ่า ทำให้คราบน้ำตาที่ไหลเปรอะอาบแก้มตอนนี้เปียกชื้นอยู่บนเสื้อยืดของร่างสูง

 

 

ขอโทษนะยูล... เสียงอู้อี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ด้วยแรงสะอื้นยังไม่หายไปจนหมด ร่างบางจึงสะอื้นออกมาบ้างเป็นบางคราเบาๆ รอยยิ้มจางๆที่ยกขึ้นบนริมฝีปากของคนตัวสูงกว่าแทนความรู้สึกโล่งใจที่ในครั้งนี้คนรักของเธอไม่ร้องไห้จนหมดสติไปอย่างครั้งก่อนๆ มือเรียวกดศีรษะคนรักลงแนบบ่าตัวเอง

 

 

ไม่เป็นไรหรอก... แต่ยูลเห็นฟานี่ร้องไห้แบบนี้ทีไร ใจไม่ดีทุกทีเลย ใบหน้าคมก้มลงเล็กน้อยพลางลอบมองใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาของหญิงสาวข้างกาย ทิฟฟานี่ปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งลงช้าๆ เมื่อผ่านการร้องไห้อย่างหนักติดต่อกันมาวันเว้นวันจนดวงตาระบมช้ำ มืออีกข้างหนึ่งของยูริยกขึ้นเกลี่ยน้ำตาออกจากใบหน้าคนรักอย่างแผ่วเบา

จะมีสักวันไหมที่เธอไม่ร้องไห้คิดถึงเค้า...

 

 

ยูริไม่ได้ต้องการให้ทิฟฟานี่ลืม ใครคนนั้น จนหมดหัวใจ... เธอยอมให้คนรักรับคนเก่าของเจ้าหล่อนไว้ในใจได้เสมอ แค่อย่าคิดถึงมากขนาดที่กลายเป็นสิ่งที่ย้อมกลับมาทำร้ายตัวเองให้เจ็บช้ำแบบนี้...

...อย่างน้อยสักเสี้ยวหนึ่งของหัวใจ ที่จะเหลือพื้นที่ว่างๆให้เธอได้เข้าไปนั่งอยู่ในนั้นบ้างก็พอ...

เปลือกตาของร่างสูงเองก็ปิดลงด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าเช่นกัน ก่อนจะเอนหลังพิงหัวเตียงแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราโดยมีหญิงสาวร่างบางในอ้อมแขนนอนซบบ่าของเธอ เข้าสู่ความฝันที่อย่างน้อยสำหรับร่างบาง มันก็ช่วยให้ได้พบกับใครบางคนที่เธอเฝ้าโหยหา ในขณะที่สำหรับร่างสูงเพียงคนเดียวที่เฝ้ารอและรักตลอดมาคือคนข้างกาย ที่สักเศษเสี้ยวใจก็ไม่รู้ว่าจะได้รับหรือเปล่า

ภาพวันวานไหลย้อนกลับมาในภาพแห่งความทรงจำ...

 

เด็กสาวอายุสิบห้าปีกำลังนั่งมุดหน้าลงกับหนังสือที่ตั้งขึ้นแสร้งทำเป็นอ่านอยู่บนโต๊ะม้าหินอ่อน ขณะที่ดวงตาพระจันทร์เสี้ยวอันเป็นเอกลักษณ์และเสน่ห์ดึงดูดใจนั้นจับจ้องไปยังรุ่นพี่สาวร่างเล็กคนหนึ่งที่กำลังกระโดดส่งกายขึ้นสูงเพื่อชู้ดลูกบอลสีส้มลงห่วงได้อย่างสวยงามทันเวลาจบการแข่งขัน ทำเอาเพื่อนร่วมทีมพากันดีใจกระโดดโผเข้ากอดรัดฟัดเหวี่ยงคนตัวเล็กจนแทบเละคามือ มือบางเผลอกำหนังสือแน่นริมฝีปากที่ซ่อนอยู่ใต้หนังสืออมยิ้มขึ้นมาอย่างมีความสุข ก่อนจะหันไปพบกับใบหน้าของรุ่นพี่คนสนิทที่ยื่นหน้าเข้ามามองด้วยสายตานิ่งจนอ่านความคิดไม่ออก

อุ้ย!... พี่ยูล! ตกใจหมดเลยโผล่มาไม่ให้สุ่มให้เสียง รุ่นพี่สาวดาวเด่นคนหนึ่งของโรงเรียนมัธยมปลายชื่อดังเหยียดตัวมือเท้าสะเอวหันไปมองตามสายตาของรุ่นน้องตายิ้มก็พบกับเพื่อนสนิทตัวเล็ก ที่กำลังจะถูกทั้งฝูงเพื่อนและแฟนคลับทับแบน นัยน์ตาคู่คมหันกลับมามองร่างบางที่นั่งหน้าแดงเรื่ออีกครั้งด้วยแววตาเช่นเคย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ยกขึ้นอย่างเย้าหยอก ที่ทำเอาใบหน้าของอีกคนทวีความร้อนเข้าไปใหญ่ทั้งที่ไร้ซึ่งการเอ่ยแซวใดๆ

ร่างสูงผิวกายน้ำผึ้งทิ้งตัวลงนั่งข้างรุ่นน้องสาวก่อนจะเหลือบมองหนังสือในมืออีกคนแล้วหันกลับมาดูดน้ำในแก้วอีกครั้งด้วยท่าทีเรียบนิ่งผิดปกติจนคนที่มัวแต่เขินอายยังจับสังเกตได้

หนังสือกลับด้านอยู่นะฟานี่ ร่างบางอุทานออกมาเบาๆแล้วกลับด้านให้เข้าที่ดังเดิม ก่อนจะเป็นฝ่ายเอ่ยถามรุ่นพี่คนสนิทขึ้นบ้าง พี่ยูลเป็นอะไรรึเปล่าคะ ไม่ค่อยพูดเลยนะวันนี้

คนหน้าคมชะงักเล็กน้อยก่อนจะหันไปแกล้งค้อนใส่รุ่นน้องเบาๆพอเป็นพิธี แล้วจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดจะประชดอย่างไม่จริงจังนักใส่ร่างบาง พูดอย่างนี้ฟานี่กำลังจะว่าว่าพี่พูดมากใช่ไหมเนี่ย นี่แน่ะ ว่าแล้วก็ยกมือขึ้นขยี้ผมร่างบางเบาๆอย่างนึกหมั่นไส้ก่อนจะผละมือจากศีรษะของอีกคนเมื่อคนโดนแกล้งร้องเสียดังจนโอเวอร์

นัยน์ตาคมกริบหันไปมองเพื่อนสนิทร่างเล็กอีกครั้ง แล้วจึงหันกลับมามองรุ่นน้องที่เอาแต่ด่อมๆมองๆเพื่อนสนิทตัวเอง ก่อนจะหลุบตาลงมองน้ำในแก้วพลาสติกในมือตัวเองด้วยแววตาเศร้าๆ พร้อมเอ่ยถามรุ่นน้องสาว ชอบแทยอนเหรอ

เป็นดังคาด ทิฟฟานี่หันขวับกลับมาเบิกตามองรุ่นพี่คนสนิทเสียจนโตใบหน้าแดงเรื่อ ท่าทางเริ่มลุกลี้ลุกลน มือไม้อยู่ไม่สุขเกี่ยวโน้นพันนี่เล่นผมบ้างเอานิ้วชี้ทั้งสองข้างมาจิ้มกันเองบ้าง ถึงไม่ตอบมาเป็นคำพูดแต่ท่าทางของเธอก็สื่อคำตอบออกมาจนหมด นั่นทำเอาคนถามรู้สึกคล้ายมีเข็มนับพันทิ่มแทงลงบนก้อนเนื้อสีแดงที่เต้นอย่างไร้จังหวะนับครั้งไม่ถ้วนจนเลือดไหลทะลักเต็มอก

เธอรักรุ่นน้องตายิ้มคนนี้ รอยยิ้มที่ทำเอาใจละลายทุกครั้งที่ร่างบางมอบมันให้ไม่ว่ากับใครก็ตาม นิสัยออดอ้อนที่เธอไม่เคยนึกเบื่อ น้ำเสียงหวานที่ติดจะแหบสักเล็กน้อยแต่กลับไพเราะอย่างที่สุดเมื่อถูกใช้งานในการร้องเพลง เสียงที่ขับขานออกมาทำให้เธอยิ่งหลงใหลดำดิ่งสู่บ่วงความรักของรุ่นน้องสาวเสียงหวานคนนี้มากยิ่งขึ้น

ให้พี่ช่วยไหม เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มที่พยายามฝืนออกมาให้ดูปกติที่สุด น้ำตาที่คลออยู่ในใจแทบไหลปะปนกับเลือดที่ทะลักจากหัวใจเพราะเข็มพิษที่ถูกทิ่มแทง

...สิ่งที่เธอต้องการคือเห็นรอยยิ้มของร่างบางคนนี้ตลอดไป... อะไรที่เป็นความสุขของเด็กสาวเธอพร้อมจะทำทุกอย่าง แม้มันจะย้อนกลับมาทำร้ายหัวใจตัวเองจนย่อยยับก็ตาม...

รอยยิ้มดีอกดีใจของร่างบาง แม้จะแฝงไปด้วยใบหน้าที่แสดงออกถึงความเกรงอกเกรงใจแต่ก็ไม่สามารถกลบความหวังในดวงตานั้นได้... ดวงตาที่เธอรักส่องประกายอย่างมีหวัง แล้วเธอจะทำลายความหวังนั้นลงได้อย่างไร...

แทยอน เสียงทุ้มของยูริเอ่ยเรียกเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เพื่อนร่างเล็กผิวขาวสะอาดหันกลับมาขานรับในลำคอเสียงสูงอย่างอารมณ์ดีขณะมือจัดกระเป๋าเตรียมกลับบ้าน มือข้างหนึ่งของคนตัวสูงกว่ากระชับสายสะพายกระเป๋าของตัวเองแน่นจนชุ่มเหงื่อ ตอนนี้แกมีคนที่ชอบรึยัง

คิ้วบางของคนตัวเล็กกว่าเลิกขึ้นสูงอย่างแปลกใจ ก่อนจะหันกลับมามองเพื่อนร่างสูงด้วยสีหน้างงงวยแล้วจึงแสร้งทำเป็นสะดิ้งตอบกลับไปอย่างสนุกสนาน แกถามเหมือนจะบอกรักฉันเลยนะ แต่แหมถึงเราจะสปีชีส์เดียวกัน แต่ถ้ากับยูลเค้าก็รับได้นะ

ดูท่าวันนี้ไอ้คุณคิม แทยอนจะคึกเป็นพิเศษเพราะชนะเลิศการแข่งบาสเก็ตบอลระดับเขต ถึงได้บ้าบอคอแตกใส่ร่างสูงได้อย่างไม่นึกอายอย่างเคย อีกทั้งยังทั้งซุกทั้งไซร้กอดแขนเพื่อนตัวสูงหนึบเป็นตังเม หน้าตาทะเล้นของอีกคนทำเอาร่างสูงที่กำลังจะเขกกบาลคนตัวเล็กกว่าถึงกับถอนหายใจอย่างระอา ถ้าไม่บอกกันจะคิดว่ายัยนี่มันเป็นคนกรุ๊ปบีไปแล้วนะ ร่างสูงใช้มือยันไหล่เพื่อนผิวขาวสะอาดออกเบาๆ

ฉันจริงจังนะไอ้แท รอยยิ้มกวนอารมณ์ของร่างเล็กหุบลงเล็กน้อยแต่ยังคงยกยิ้มอยู่จางๆ ถอยออกห่างจากเพื่อนร่างสูงเล็กน้อยแล้วนั่งลงบนขอบโต๊ะ แกก็รู้ว่าวันๆฉันก็เอาแต่เรียนกับเล่นบาส จะเอาเวลาที่ไหนไปหาแฟน

มีน้องคนนึง... เขาชอบแก... ร่างเล็กกระตุกคิ้วเล็กน้อยพลางหรี่ตามองเพื่อนสนิทอย่างจับพิรุธ แกเลยจะมาเป็นแม่สื่อให้ฉันงั้นสิ?

คนตัวสูงกว่าไม่ได้ตอบอะไรนอกจากก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าสบตาเพื่อนตัวเล็กกว่า จนคนผิวขาวต้องลุกจากโต๊ะแล้วเดินมาชะโงกหน้ามองยูริจากด้านล่าง จึงทำให้ร่างสูงจำต้องเงยหน้าขึ้นอีกครั้งแต่ยังคงเบนสายตาหนีเพื่อนตัวเล็กอยู่เช่นเคย มือเล็กข้างหนึ่งของแทยอนยกขึ้นเท้าสะเอวมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาเอือมระอา ก่อนจะเอ่ยตัดความคิดของเพื่อนตัวสูงอย่างไม่ใส่ใจอะไรนัก

“Pass ฉันขอผ่าน ตอนนี้ฉันยังไม่อยากมีแฟนให้ชีวิตมันวุ่นวาย

ไม่ได้นะ!!” แทยอนหันกลับไปจะคว้ากระเป๋าเดินออกจากห้องเรียน แต่กลับต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเพื่อนตัวสูงกว่าตบฝ่ามือลงบนโต๊ะจนเสียงดังลั่นห้อง ทำให้แทยอนต้องหันกลับมามองอย่างหวาดๆและงุนงง อีกทั้งยังน้ำเสียงที่เพื่อนตัวสูงใช้ตะโกนจนดังก้องในโสตประสาท ร่างเล็กเงยขึ้นสบเข้ากับนัยน์ตาคู่คมที่ฉายแวววูบไหว และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อร่างสูงคุกเข่าลงกับพื้นสองมือประกบพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบแล้วก้มศีรษะลง

ฉันขอร้อง แทยอน... แทยอนเบิกตากว้างอย่างตกใจระคนอึ้ง ไม่คาดคิดว่าคนอย่างควอน ยูริที่เธอรู้จักมาตั้งแต่มัธยมต้นจะยอมลดศักดิ์ศรีตัวเองก้มหัวให้เธอเพียงเพราะเรื่องเล็กๆเท่านี้ ร่างเล็กคุกเข่าลงทันทีทั้งยังใช้มือทั้งสองข้างพยายามฉุดยื้ออีกคนที่ก้มหน้าก้มตาจนใบหน้าแทบแนบลงกับพื้นให้ลุกขึ้น แต่ก็ไม่สามารถสู้แรงนักคาราเต้อย่างยูริได้เลย

เฮ้ย! ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะยูริ! ทำบ้าอะไรของแกเนี่ยฮะ... โอ้ย ก็ได้ๆ! ฉันจะลองทำตามใจแกสักครั้งก็ได้ แต่ช่วยลุกขึ้นมาก่อนได้ไหม ร่างเล็กทั้งฉุดกระชากร่างสูงพร้อมทั้งเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหมดทางสู้ และนั่นทำให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตาร่างเล็กอีกครั้ง รอยยิ้มกว้างถูกส่งให้ยังเพื่อนสนิททั้งที่ผู้รับเองก็ไม่เข้าใจความหมายของรอยยิ้มนั้นเท่าไรนัก รับรู้แต่เพียงคำๆเดียวที่ร่างสูงใช้เอ่ยออกมา เพียงคำเดียวเท่านั้น

ขอบใจนะ แทยอน...

 

วันต่อมาเป็นครั้งแรกที่แทยอนได้พบและรู้จักกับทิฟฟานี่ วันที่คนที่เธอรักเผยรอยยิ้มที่กว้างที่สุดเท่าที่เธอเคยพบ เป็นรอยยิ้มที่สวยที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น แต่รอยยิ้มนั้นไม่ได้ถูกมอบให้เธอ แต่มันถูกมอบให้กับคนที่ร่างบางรักมาโดยตลอด...

เป็นไงบ้าง ทิฟฟานี่น่ะ ร่างสูงเอ่ยขึ้นกับเพื่อนสนิทเมื่อเดินละออกมาเตรียมเข้าห้องเรียน ทางด้านร่างเล็กเองก็ยกยิ้มกว้างจนเห็นฟันหน้าครบทุกซี่ ทิฟฟานี่กับแทยอนนี่เหมือนกันจริงๆ ไม่ต้องเอ่ยคำใดแค่มองจากสีหน้าก็ตอบได้หมดทุกคำถาม

น่ารักดีนะ คุยเก่งดี แถมยิ้มสวยมากๆเลย ใบหน้าของคนที่เอ่ยตอบกลับมาทำเอาคนถามรู้สึกทั้งเจ็บและสุขคละกันไป เจ็บที่มีอีกคนกำลังเทใจให้กับเด็กสาวเจ้าของหัวใจของตัวเอง แต่กลับสุขเมื่อคนๆนั้นคือคนเพียงคนเดียวที่ร่างบางหลงรักมาโดยตลอด รอยยิ้มเจื่อนๆของร่างสูงจึงถูกส่งออกมาอย่างฝืนใจ แม้รอยยิ้มนั้นจะกว้างเพียงใดแต่ใบหน้ากลับคล้ายคนจะร้องไห้เสียมากกว่า

งั้นเหรอ... ดีแล้วล่ะ

 

พี่ยูล เสียงหวานติดจะแหบของเด็กสาวที่รักของร่างสูงเดินเข้ามาพร้อมใบหน้าสดใสกว่าปกติจนเธอนึกแปลกใจ มือเรียวของยูริยกขึ้นวางทาบลงบนศีรษะคนอายุน้อยกว่าพลางขยี้เบาๆอย่างนึกเอ็นดู มีอะไรดีๆรึเปล่าฟานี่ ยิ้มซะกว้างเชียว

แขนบางทั้งสองข้างคว้าท่อนแขนคนอายุมากกว่าเข้าไปคล้องอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่หัวใจเจ้ากรรมของอีกคนกลับเต้นรัวจนร่างสูงนึกกลัวอีกคนจะรับรู้ถึงจังหวะที่ผิดปกตินี้ได้ แต่ดูเหมือนอีกคนจะมีเรื่องอะไรน่าสนใจมากกว่าเสียงหัวใจของเธอ ซึ่งเรื่องที่น่ายินดีของร่างบางนั้นทำเอาเข่าคนหัวใจไม่แข็งแรงอ่อนจนแทบทรุดลงกับพื้น คำตอบนั้นเปรียบเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจคนอายุมากกว่าจนย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี

พี่แทขอฟานี่คบด้วยล่ะ เสียงสดใสของคนที่เธอหลงรักมานานดังผ่านหูเธอไป สมองของเธอตอนนี้รู้สึกตื้อตัน มึนชาจนไม่รับรู้ใดๆมากไปกว่านี้ในขณะที่คนอายุน้อยกว่ายังคงเล่าเหตุการณ์ความประทับใจในการถูกสารภาพรักและขอคบจากคนที่ตนรัก ใบหน้าแย้มรอยยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่ ดวงตาเองก็เผยยิ้มด้วยเช่นกัน หัวใจคนฟังสั่นไหวจนแทบหยุดลงเสียตรงนั้นก่อนจำต้องยกยิ้มขึ้นอย่างยากลำบากเมื่อรุ่นน้องสาวเล่าจบ

เหรอ... ดีใจด้วยนะฟานี่...

...ดีใจด้วย...

 

นัยน์ตาคู่คมลืมขึ้นมองภาพเบื้องหน้าซึ่งเป็นผนังห้องนอนของเธอและร่างบางที่ยังคงหลับใหลอยู่ในอ้อมกอดของเธอ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความเจ็บปวดทุกครั้งที่ภาพความทรงจำเมื่อครั้งก่อนกลับมาทำร้ายเธออีกครั้ง วันที่วิเศษที่สุดของทิฟฟานี่กับแทยอน ในขณะที่มันเป็นวันที่ทำร้ายหัวใจเธอจนย่อยยับ แต่กลับต้องแสร้งทำเป็นรุ่นพี่และเพื่อนที่ดีแสดงความยินดีกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ทั้งที่อยากจะร้องไห้ออกมาเสียตรงนั้น ร่างสูงค่อยจัดวางร่างบางในอ้อมแขนล้มตัวลงนอนกับเตียงในท่าที่สบายที่สุด ดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นคลุมปิดถึงอกก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องนั้น ทิ้งให้หญิงสาวคนรักได้พักผ่อนอย่างเต็มที่หลังจากผ่านการร้องไห้อย่างหนักมาเป็นเวลานานหลายวันติดต่อกัน

แผ่นหลังกว้างแต่ไม่ดูน่าเกลียดนักของหญิงสาวพิงกำแพงหน้าห้องที่มีร่างบางนอนหลับใหลอยู่ด้วยท่าทางกังวล เธอไม่ต้องการแบบนี้ แม้จะได้อยู่กับร่างบาง ได้ครอบครัวกายของหญิงสาวคนรัก แต่สิ่งที่เธอต้องการจริงๆคือหัวใจ... หัวใจที่ทิฟฟานี่ไม่เคยยกให้ใครนอกจากแทยอนเพื่อนรักของเธอ... เธอไม่ได้คิดแย่งร่างบางมาจากเพื่อนสนิทร่างเล็กเลยแม้แต่น้อย และไม่เคยคิดจะให้เพื่อนสนิทของตนต้องทิ้งร่างบางไปเลยสักครั้ง สิ่งที่เธอทำตลอดมาคือข่มใจและภาวนาให้ความรักของคนทั้งคู่ผ่านพ้นไปด้วยดี ก็เท่านั้น...

จนแม้วันที่เธอกับทิฟฟานี่ได้เปลี่ยนสถานะจากพี่น้อง เพื่อน จนกลายเป็นคนรัก ร่างบางก็ไม่เคยที่จะลืมคนรักเก่าที่ยังคงอยู่ในหัวใจและความทรงจำของเจ้าหล่อนได้เลยแม้แต่น้อย... เธอไม่ว่าร่างบางเลย เพราะเธอเองก็ไม่เคยลืมคนอายุน้อยกว่าผู้เป็นเจ้าของหัวใจของตนได้เลยเช่นกัน

เมื่อเขาเป็นรักแรกของเธอ จึงไม่แปลกที่เธอจะยังคงเก็บเขาไว้ในหัวใจเรื่อยมา

มันจึงไม่ผิดอะไร หากที่เธอยังคงรักและดูแลร่างบางเรื่อยมา เพราะทิฟฟานี่เองก็เป็นรักแรกและรักเดียวของเธอเช่นกัน

ศีรษะร่างสูงเงยขึ้นจนพิงชนกำแพงก่อนจะค่อยๆทรุดกายนั่งลงอย่างหมดแรง มือทั้งสองข้างทิ้งให้วางแนบข้างลำตัว ภาพวันวานแสนสุขของหนึ่งคู่รักกับอีกหนึ่ง พยานรัก ได้กลับเข้ามาก่อกวนหัวใจของเธอให้เจ็บช้ำอีกครั้ง

หลังจากวันที่รุ่นน้องร่างบางได้เข้ามาบอกข่าวดีของเจ้าหล่อนให้เธอได้ทราบ ทั้งแทยอนและทิฟฟานี่ก็เริ่มตัวติดกันเป็นปลาท่องโก๋ ดูแลเอาอกเอาใจกันเป็นอย่างดีจนใครๆพากันอิจฉา เนื่องจากทิฟฟานี่เองก็เป็นถึงดาวโรงเรียน ย่อมไม่แปลกอะไรหากจะมีทั้งหนุ่มสาวมากมายหลงใหลรอยยิ้มแสนมีเสน่ห์ของเจ้าหล่อน ในขณะที่แทยอนเองก็เป็นนักบาสเก็ตบอลของโรงเรียนอีกทั้งยังมีการเรียนดีเลิศ และเป็นที่นิยมถึงขั้นมีการตั้งกลุ่มแฟนคลับขึ้นอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นผู้หญิงเสียมากกว่าที่ถูกใจความขี้เล่นและช่างเอาใจของเพื่อนร่างเล็ก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีผู้ชายคนใดหลงใหลความห้าวหาญของเพื่อนสนิทของเธอ

แล้วควอน ยูริล่ะ... เธอคนนี้กลายเป็นเพียงส่วนเกินในชีวิตของคนทั้งคู่ไปแล้วหรือ?

มือเล็กของคนผิวขาวแตะลงบนไหล่ร่างสูงเบาๆเหมือนรู้ใจเพื่อนสนิท ก่อนจะเอ่ยขึ้นในขณะที่ทิฟฟานี่ขอตัวแยกออกไปเข้าห้องน้ำ สายตาที่ถูกส่งออกมาบ่งบอกเป็นอย่างดีว่าเพื่อนร่างเล็กเป็นห่วงความรู้สึกของคนคิดมากอย่างเธอแค่ไหน ยูล ขอโทษนะที่ช่วงนี้ฉันกับฟานี่ไปไหนมาไหนด้วยกันตามลำพังบ่อยจนทิ้งให้แกต้องอยู่คนเดียว

รอยยิ้มจางๆถูกยกขึ้นมอบกลับไปอย่างไม่เต็มปากนัก ก่อนจะส่ายหน้าพร้อมเอ่ยตอบกลับไปในสิ่งที่มันตรงข้ามและทำร้ายหัวใจตัวเองเช่นเคย ไม่หรอก พวกแกเป็นแฟนกันฉันเข้าใจ ตามสบายเถอะไม่ต้องห่วงฉันหรอก นานๆทีได้อยู่คนเดียวโดยไม่มีแกกับฟานี่มากวนใจก็สบายดีเหมือนกัน

แทยอนยิ้มบางๆพลางส่ายหน้าเบาๆกับคำตอบของอีกคน ในขณะที่คนตอบพยายามแทบตายกว่าจะเค้นคำตอบหนึ่งคำออกมาได้... ยังไม่ทันที่เพื่อนร่างเล็กจะได้เอ่ยอะไรออกมาอีกร่างบางผู้เป็นคนรักก็เดินกลับมานั่งรวมกลุ่มกันอีกครั้ง ซึ่งเป็นเวลาที่ยูริเริ่มกลับเข้าสู่สถานะ ส่วนเกิน อีกครั้งเช่นกัน

สำหรับทิฟฟานี่แล้ว เธอเป็นอะไรในสายตารุ่นน้องสาวคนนี้...

รุ่นพี่ที่แสนดี? เพื่อนสมัยเด็ก? คนสนิท? หรือที่ปรึกษาเรื่องของแทยอน... เธอถาม เธอเอ่ยถึงเขาทุกครั้งที่อยู่กับฉันตามลำพัง ในทุกๆเรื่อง และทุกๆโอกาส... ไม่ว่าจะวันเกิด...

พี่ยูลคะ พรุ่งนี้วันเกิดพี่แท พี่ยูลว่าฟานี่จะให้อะไรพี่แทดี?

วันแข่งกีฬา...

พี่ยูล อีกสองอาทิตย์พี่แทจะแข่งบาสระดับเขตแล้ว พี่ยูลว่าฟานี่จะทำอะไรไปเชียร์พี่แทดี?

วันเกิดของเธอ...

พี่ยูล อีกไม่กี่วันจะวันเกิดฟานี่แล้ว พี่ยูลว่าพี่แทจะให้อะไรฟานี่คะ... แต่สำหรับฟานี่แล้ว การที่ฟานี่ได้เป็นแฟนกับพี่แทก็เป็นของขวัญที่มีค่าที่สุดแล้วล่ะค่ะ

วันคริสต์มาส...

พี่ยูล พี่แทบอกว่าจะพาฟานี่ไปเดทในวันคริสต์มาสล่ะ พี่ยูลว่าพี่แทเขาจะพาฟานี่ไปที่ไหนคะ

วันวาเลนไทน์

พี่ยูล พี่ยูลว่าวันวาเลนไทน์ปีนี้ฟานี่จะทำช็อคโกแล็ตให้พี่แทดีไหมคะ เห็นพี่แทบอกว่าวันนี้จะพาฟานี่ไปพบกับพ่อแม่ของพี่เขาด้วยล่ะ ฟานี่จะทำยังไงดี ถึงตอนนั้นต้องประหม่ามากแน่ๆเลย

หรือวันไวท์เดย์

พี่ยูลคะ พรุ่งนี้จะวันไวท์เดย์แล้ว พี่ยูลว่าพี่แทเขาจะให้อะไรฟานี่คะ

แล้วควอน ยูริคนนี้ล่ะ จะสามารถให้คำตอบอะไรเธอได้เมื่อทุกเรื่องที่เธอเอ่ยถามมา ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของเพื่อนสาวร่างเล็กทั้งสิ้น รอยยิ้มจางๆจึงถูกส่งกลับไปพร้อมตอบไปตามที่ตัวเองสามารถตอบออกไปได้ให้มากที่สุด ถึงแม้ในตอนนั้นเธอจะอยากปิดหูปิดตากลายเป็นคนหูหนวกตาบอด ไม่รับรู้ไม่ได้ยินในสิ่งที่เธอเอ่ยถามมา ไม่อยากฟังเรื่องระหว่างเธอกับเพื่อนรัก เพราะมันยิ่งทำให้คนหัวใจอ่อนแอรู้สึกแทบจะขาดใจตาย ความอิจฉาปะทุร้อนในอก แต่เธอก็ต้องกลับไปนั่งดับความร้อนในใจให้มอดลงก่อนจะพลั้งตัวทำเรื่องเลวร้ายกับเพื่อนรักของตนไป

คงจะมีแต่เพียงวันแบล็กเดย์เท่านั้น ที่เธอจะได้อยู่อย่างสงบและโดดเดี่ยวในวันสำหรับคนไร้คู่ นั่งทานจาจังมยอนเพียงลำพังขณะที่คู่รักที่น่าอิจฉาอย่างแทยอนและทิฟฟานี่พากันไปเที่ยวออกเดทตามประสา ดีแล้วที่อย่างน้อยก็มีสักวันให้เธออยู่กับความเจ็บปวดตามลำพังบ้าง ไม่ต้องอยู่ทนเห็นภาพบาดตาบาดใจเช่นนั้นตลอดทุกเชื่อเมื่อวัน

ทิฟฟานี่... เธอจะรู้บ้างมั้ยว่าสำหรับพี่ เธอเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตที่พี่ไม่อยากจะเสียไป ไม่อยากยกเธอให้กับใคร

แต่เมื่อใจเธอไม่มีพี่อยู่เลย... แล้วพี่จะมีสิทธิอะไรไปรั้งเธอไว้ให้อยู่กับคนที่เธอไม่ได้รัก ถึงพี่จะรักเธอแค่ไหน แต่พี่ก็ไม่อยากเป็นคนเห็นแก่ตัวขังเธอไว้กับคนอย่างพี่ตลอดไป

ทิฟฟานี่... พี่รักเธอ...

 

ดวงตาคู่สวยที่เปียกชุ่มน้ำตาลืมตาขึ้น มือบางยันร่างของตนให้นั่งบนเตียงนุ่มที่ตนเองล้มตัวลงนอนตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่ทราบแต่ก็แทบจะล้มตัวลงบนเตียงอีกครั้งเมื่ออาการปวดหนึบที่ศีรษะและดวงตาจนแทบไม่อยากจะลืมขึ้นอีกครั้ง ไม่อยากจะลุกขึ้นนั่ง ขอบตาบวมช้ำกับนัยน์ตาแดงก่ำที่ยังคงมีน้ำใสๆเอ่อคลอไหลรินตลอดเวลาจนเพิ่งหยุดช่วงไปในตอนที่เธอหลับใหล แต่ทันทีที่สติกลับคืนมาอีกครั้งพลันน้ำอุ่นก็ไหลออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ

มือบางคว้าหมอนใบหนึ่งขึ้นมากอดแนบอกพลางซุกหน้าลงไป ทั้งสมองและหัวใจเอาแต่ร่ำร้องหาแต่ใครคนหนึ่งที่จากเธอไปแล้ว ทิ้งเธอให้ต้องอยู่ตัวคนเดียวอย่างที่เคยเป็นมา แต่การอยู่คนเดียวในครั้งนี้กลับไม่เหมือนเดิม มันทรมานจนไม่อยากจะอยู่ต่อไป ไม่อยากอยู่บนโลกนี้อีกแล้ว...

แทยอน... เป็นแฟนคนแรกของเธอ... เป็นรักแรกและรักเดียวของเธอที่ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนใจไปรักใครแม้ว่าเขาจะทิ้งเธอไปแล้วก็ตาม...

ดวงตาคู่ที่เหนื่อยล้าปิดลงอย่างช้าๆ ปล่อยให้ภาพใบหน้าของรุ่นพี่ร่างเล็กกลับเข้ามาในสมองอีกครั้ง ภาพใบหน้าขาวสะอาดราวกับเด็กน้อยตัวเล็ก มือบางกำหมอนในอ้อมแขนแน่น... พี่แท... ฟานี่คิดถึงพี่...

...ฟานี่... พี่รักเธอ...

ดวงตาแดงช้ำลืมขึ้นอีกครั้งเมื่อเสียงของคนคุ้นเคยดังก้องขึ้นมาในโสตประสาท ภาพใบหน้ารุ่นพี่ร่างเล็กมลายหายไปและถูกแทนที่ด้วยภาพใบหน้าคมเข้มผู้อยู่ในสถานะคนรักของเธอในตอนนี้ รุ่นพี่ที่แสนดีของเธอตลอดมา... อ้อมแขนบางรัดหมอนแน่นพลางฝังใบหน้าลงไปบนหมอนอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอู้อี้

ยูล...

 

ร่างสูงถูกคนตัวเล็กกว่าลากถูลู่ถูกังให้เดินมาหยุดอยู่หน้าร้านอาหารหรูร้านหนึ่ง โดยที่เพื่อนรักไม่ได้เอ่ยอธิบายให้อีกคนเข้าใจเลยแม้แต่น้อยว่าที่ทั้งฉุดทั้งลากมาถึงที่นี่มีเหตุผลอะไรจนกระทั่งคนตัวเล็กกว่าปล่อยแขนอีกคน จึงเป็นโอกาสที่ร่างสูงได้เอ่ยถามออกไป และคำตอบที่ได้รับกลับมาก็ไม่วายกลับมาทำร้ายจิตใจตัวเองอีกเช่นเคย

เฮ้ยไอ้แท นี่แกอย่าบอกนะว่าที่ไปขโมยตัวฉันมาจากห้องชมรมคาราเต้ทั้งที่วันนี้มีฝึกครั้งสำคัญก่อนไปแข่ง เพราะจะพามาเลี้ยงข้าวน่ะ

จะบ้าเหรอไอ้ลิง ฉันให้แกมาช่วยฉันเตรียมการอะไรนิดหน่อย วันนี้เป็นวันครบรอบสองปีที่ฉันกับฟานี่คบกัน ฉันเลยอยากทำอะไรเซอร์ไพร์สเขานิดหน่อยน่ะ คิ้วหนาข้างหนึ่งกระตุกอย่างไม่ได้ตั้งใจ... สุดท้ายเพื่อนร่างเล็กก็ทำร้ายจิตใจกันอย่างไม่ได้ตั้งใจอีกแล้วสินะ สุดท้ายคนแอบรักอย่างเธอก็มีค่าแค่นี้... เป็นแค่พยานรักของคนสองคนที่สำคัญกับเธอไม่แพ้กัน

ช่วย? ช่วยอะไร ร่างเล็กเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาทำเอาอีกคนต้องขมวดคิ้ว

นอกจากคาราเต้แกยังมีความสามารถอะไรอีกล่ะ มือเรียวของร่างสูงยกขึ้นเกาหัวแกรกๆพลางเหลือกตาขึ้นฟ้าพยายามนึกตามคำพูดของเพื่อนสนิท นอกจากคาราเต้... ก็เบสบอล... แล้วมันจะให้ฉันมาเล่นเบสบอลโชว์ในร้านอาหารรึไงนะ คนผิวขาวสังเกตได้จากแววตาของเพื่อนร่างสูงก็พอจะรู้ได้ว่าอีกคนชักคิดเลยเถิดชนิดที่ว่าถ้าไม่เรียกสติกลับมา คงกู่ไม่กลับแน่ๆ

ไวโอลินไง ไว-โอ-ลิน คิ้วเข้มคลี่เล็กน้อยแต่ยังคงขมวดอยู่บางๆ แกจะให้ฉันเล่นไวโอลินระหว่างที่แกทำเซอร์ไพร์สฟานี่งั้นสิ... แล้วเซอร์ไพร์สที่ว่านี่มันอะไรกัน

นิ้วเล็กยกขึ้นโยกไปมาตรงหน้าร่างสูงพร้อมสีหน้าเจ้าเล่ห์ทำปากส่งเสียง จุ๊ๆ ได้อย่างน่าหมั่นไส้

ความลับโว้ย ความ-ลับ ใบหน้าคมเผยรอยยิ้มบางๆพร้อมทั้งโคลงศีรษะเบาๆพลางหัวเราะในลำคอ มือเรียวของคนตัวสูงกว่าผลักไหล่เพื่อนตัวเล็กเบาๆ เออๆ ความลับก็ความลับ แกจะไปไหนก็ไปเลยไป

คนผิวขาวหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี แหม... อย่าน้อยใจไปสิ เดี๋ยวแกยืนรอฉันอยู่ตรงนี้ก่อนก็แล้วกันฉันจะไปเอาของที่รถก่อน

ให้ฉันยืนรอตรงนี้ไม่กลัวฟานี่เห็นเข้าหรือไง ร่างสูงเลิกคิ้วสูง เมื่อเพื่อนร่างเล็กบอกให้ตนยืนรออยู่หน้าทางเข้าร้านอาหารหรูซึ่งเป็นสถานที่ที่แทยอนตั้งใจแล้วว่าจะสร้างความประทับใจในวันครบรอบของตนกับรุ่นน้องสาว

ฉันนัดฟานี่ไว้ตอนบ่ายโมง นี่เพิ่งจะเที่ยงสิบเองอีกตั้งนานน่า แกน่ะรออยู่ตรงนี้นะเดี๋ยวฉันมา ว่าแล้วคนตัวเล็กก็หันหลังให้ร่างสูงพร้อมทั้งยกมือขึ้นโบกลาอีกคน โดยไม่คิดจะรอฟังคำทักท้วงจากร่างสูงเลยแม้แต่น้อย...

มือข้างหนึ่งที่ถูกยกขึ้นจะรั้งร่างเล็กถูกทิ้งให้แนบข้างลำตัวอีกครั้ง ให้ตายสิ... แทยอนคบกับทิฟฟานี่มาตั้งสองปี จำไม่ได้เลยหรือไงว่าทิฟฟานี่ไม่ใช่คนที่จะมาตรงเวลาเป๊ะๆอย่างที่นัดไว้ แต่มักจะมาก่อนเวลาเสมอจนคนนัดเองนั่นแหละที่แทบจะต้องรู้สึกผิดทุกครั้งที่ปล่อยให้ร่างบางตายิ้มรอไปกว่าครึ่งชั่วโมง

แล้วก็เป็นไปดังที่ยูริคาดไว้ เมื่อนัยน์ตาคู่คมจับภาพร่างบางแสนคุ้นเคยที่กำลังมุ่งหน้ามาทางร้านอาหารหรูแห่งนี้ ร่างสูงเริ่มร้อนรนเมื่อเจ้าเพื่อนตัวดีก็หนีหายไปก่อนแล้วทิ้งให้เธอต้องมาเผชิญหน้ารุ่นน้องสาวตายิ้มตามลำพัง แล้วอย่างนี้เธอจะหาข้อแก้ต่างให้ตัวเองอย่างไรดีที่จู่ๆก็มาโผล่ยังสถานที่นัดพบของคนทั้งคู่ ซึ่งทันทีที่รุ่นน้องสาวเดินเข้ามาถึงตัวเธอสิ่งแรกที่มอบให้เป็นการทักทายคือคิ้วที่เลิกขึ้นสูง

พี่ยูล? มาทำอะไรที่นี่คะ

เออ... คือ... พี่มา... เอาล่ะสิ เวลาอย่างนี้ทีไรควอน ยูริเป็นต้องติดอ่างเสียทุกทีไป แล้วตกลงเธอจะมาทำอะไรล่ะเนี่ย... แทยอนนะแทยอน เวลาแบบนี้รีบๆกลับมาหน่อยไม่ได้หรือไงกัน... นัยน์ตาคู่สวยของรุ่นน้องสาวฉายแววจับผิดอย่างเห็นได้ชัด และยิ่งทวีความอยากรู้มากขึ้นเมื่อเห็นร่างสูงอึกอักตอบไม่ถูก ร่างบางเดินเข้ามาใกล้รุ่นพี่คนสนิทมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมทั้งหรี่ตาลง

ว่าไงคะ พี่ยูลมาทำอะไรเหรอ

เอ่อ... พี่ก็มาทานข้าวสิคะ นี่ไง มาร้านอาหารก็ต้องมาทานอาหารสิ ร่างสูงยกมือขึ้นชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปทางป้ายร้านอาหารซึ่งอยู่สูงเหนือศีรษะพวกเธอ ร่างบางเลิกคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อคำพูดของคนผิวเข้มมากนัก แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรเดินเข้าร้านอาหารหรูไปทิ้งให้อีกคนถอนหาย ใจกึ่งโล่งอกกึ่งตัดพ้อชีวิตตัวเองที่ต้องมายืนรอเพื่อนสนิทร่างเล็กเพื่อช่วยทำเซอร์ไพร์สให้เพื่อนกับคนที่เธอรักมานาน

เวลาผ่านไปกว่าสิบห้านาทีที่เพื่อนร่างเล็กหายไปจนร่างสูงชักใจคอไม่ดี ยกมือขึ้นตรวจดูเวลาทุกๆครึ่งนาทีอย่างร้อนรน คนผิวเข้มเริ่มอยู่ไม่สุขเดินวนไปวนมาหน้าร้านอาหารอย่างนั้นจนแทบมึนหัว ก่อนที่เธอจะพบกับร่างบางอันคุ้นเคยวิ่งสวนเธอออกจากร้านอาหารไปอย่างรวดเร็ว วินาทีนั้นเธอนึกได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นว่ารุ่นน้องสาวเกิดอาการเคืองเพื่อนสนิทของเธอที่ผิดเวลานัดจึงตั้งท่าจะเดินหนีกลับบ้าน ร่างสูงจึงวิ่งตามแผ่นหลังไวๆของทิฟฟานี่ไป

วิ่งผ่านตึกราอาคารและผู้คนมากมายที่ต่างเดินทยอยกันเข้ามา ณ จุดๆหนึ่ง ยืนล้อมวงกันอย่างหนาแน่น... แล้วทิฟฟานี่เข้าไปทำอะไรกลางวงนั้น?

เหมือนจะรู้คำถามที่ดังก้องในหัวใจเธอ ทิฟฟานี่กรีดร้องร่ำไห้ออกมาพร้อมสะอื้นอย่างหนักหน่วง ร่างสูงได้ยินเช่นนั้นจึงไม่รอช้าแหวกฝูงคนเข้าไปยังจุดที่ร่างบางทรุดกายสะอื้นจนตัวโยนอยู่ทันที และวินาทีนั้นที่เธอมาหยุดอยู่แถวหน้าสุดร่างกายของเธอพลันชาวาบ สมองเริ่มพล่ามัวหัวใจล่วงหล่นลงทันที เมื่อพบร่างของใครบางคนที่ยิ่งกว่าคุ้นเคยนอนจมกองเลือดอยู่ในอ้อมกอดของทิฟฟานี่...

...แทยอน...

ยูริสาวเท้าเข้าไปทรุดกายนั่งลงข้างรุ่นน้องสาวทันที มือไม้เริ่มสั่นพยายามควบคุมสติที่แตกกระเจิงให้กลับมา เธอเงยหน้าขึ้นสบตาชายคนหนึ่งซึ่งอยู่ในชุดบุรุษพยาบาลยืนอยู่ข้างกายนางพยาบาลในชุดขาว ทั้งคู่สบตาเธอด้วยสีหน้าสลดใจก่อนจะเอ่ยขึ้นกับเธอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

คุณเป็นญาติ... ของเธอหรือคะ

ร่างสูงพยักหน้าช้าๆกระตุกเล็กน้อย ก่อนที่คำที่ทำร้ายจิตใจทั้งเธอและร่างบางจะดังออกมาจากปากของพยาบาลสาว แม้จะเป็นคำพูดที่แผ่วเบาแต่มันกลับดังก้องในโสตประสาทของเธอทั้งคู่

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ ผู้บาดเจ็บประสบอุบัติเหตุรถชนและเสียเลือดมากเกินไป ตอนที่พวกเรามาถึง เธอก็... ร่างบางได้แต่ส่ายศีรษะตลอดคำบอกเล่าของพยาบาลสาว ปากเอ่ยแต่คำว่า ไม่ ซ้ำไปซ้ำมาเหมือนไม่อยากรับความจริง นี่ต้องเป็นเพียงความฝันเท่านั้น ฝันร้าย! ไม่นานเธอก็จะตื่น

มือทั้งสองข้างของเธอเปรอะเปื้อนคราบเลือดของคนรัก รวมไปถึงเสื้อผ้าชุดสวยที่ตั้งใจสวมมันเพื่อวันนี้โดยเฉพาะ เพราะนัดพิเศษสุดที่แทยอนบอกเธอเอาไว้ด้วยใบหน้า รอยยิ้มและท่าทางตื่นเต้นเช่นนั้น เรียวหน้ารุ่นน้องสาวหันมามองร่างสูงผิวเข้มพร้อมรอยยิ้มที่พยายามฝืนมันขึ้นมา

พี่ยูลคะ... นี่มันไม่ใช่เรื่องจริงใช่มั้ยคะ น้ำเสียงสั่นเครือกับดวงตาที่เริ่มแดงของรุ่นน้องสาวทำเอาเธอไม่กล้าแม้จะสบตา ไหล่บางสั่นไหวแต่อ้อมแขนทั้งสองข้างยิ่งกอดรัดร่างเพื่อนสนิทของเธอไว้แน่นนี่คือความฝัน... ใช่มั้ยคะ... ฮึก... พี่ยูลบอกฟานี่สิว่านี่คือความฝัน!”

ยูริเลื่อนตัวเข้าไปกอดรุ่นน้องสาวเจ้าของหัวใจของตนแน่น มือเรียวลูบศีรษะร่างบางอย่างแผ่วเบานัยน์ตาแดงก่ำไม่แพ้ทิฟฟานี่ ร่างบางสั่นไหวในอ้อมกอดของเธออยู่ตลอดเวลา...

มันเป็นความฝันฟานี่... เป็นฝันร้าย... แต่ความฝันใช่ว่าจะไม่เป็นความจริง ฟานี่ต้องอยู่ให้ได้ ต้องอยู่กับฝันร้ายนี้ให้ได้ พี่จะอยู่กับฟานี่ จะอยู่ข้างๆตลอดไป...

อยากบอกร่างบางว่าอย่าร้อง... แต่นั่นคงจะเป็นคำขอที่ดูจะเป็นไปไม่ได้เลย เมื่อตัวเธอเองก็มีน้ำใสๆเอ่อไหลอยู่เต็มดวงตาเช่นกัน... การสูญเสีย การพลัดพราก การลาจาก... เป็นอะไรที่ทำใจได้ไม่ง่ายเลยจริงๆ

หลังจากวันแห่งการสูญเสียงได้ผ่านพ้นไป ทิฟฟานี่ไม่เหมือนเดิมเลย เจ้าหล่อนกลายเป็นคนเซื่องซึมไม่พูดไม่จากับใคร ใบหน้าซูบโทรมจนเธอกลัว... ร่างสูงเดินเข้ามาภายในห้องของรุ่นน้องสาวเมื่อเห็นว่าร่างบางไม่ได้ไปโรงเรียนเลยหลังจากงานศพของเพื่อนรักของเธอ ภาพแรกที่พบคือเจ้าของห้องซึ่งนอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ร่างนั้นสั่นไหวอยู่ตลอดเวลาพร้อมเสียงสะอื้นที่ดังลอดผ่านลำคอ

มือเรียวยกขึ้นดึงผ้าห่มที่บังกายรุ่นน้องสาวไว้ออกเบาๆ เผยให้เห็นร่างบางเจ้าของหัวใจที่บัดนี้ใบหน้าซีดเซียวมีแต่คราบน้ำตา ดวงตาแดงก่ำช้ำจนน่ากลัว ทิฟฟานี่เงยหน้าขึ้นสบตาเธอเล็กน้อยก่อนจะเบนหน้าหนีพร้อมเสียงสะอื้นที่ดังอย่างต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง ร่างสูงวางฝ่ามือลงบนไหล่บางอย่างแผ่วเบา น้ำเสียงทุ้มเอ่ยเรียกร่างบางด้วยน้ำเสียงที่แทบจะกลืนหายไปกับเสียงสะอื้นของอีกคน

ฟานี่...

ถ้าพี่ยูลจะมาพูดเรื่องที่ฟานี่ไม่ไปเรียนล่ะก็ แด๊ดก็น่าจะบอกแล้วว่าฟานี่ไม่สบาย คนอายุน้อยกว่าพูดแทรกขึ้นมาทันทีโดยไม่ฟังอะไรจากร่างสูงก่อน คนอายุมากกว่าเลื่อนมือไปลูบศีรษะอีกคนเบาๆ

ก็เพราะว่าพี่รู้ว่าฟานี่ไม่สบายพี่ถึงได้มา น้ำเสียงของร่างสูงเอ่ยขึ้น ฟานี่เสียใจเรื่องแทยอนพี่ก็เข้าใจ การสูญเสียมันทำใจไม่ง่ายพี่ก็รู้ แต่การที่ฟานี่ทำตัวแบบนี้ ฟานี่คิดว่ามันดีแล้วเหรอ

ทิฟฟานี่ปัดมือยูริออกพร้อมหันมาสบตาร่างสูงทั้งที่ยังคงมีน้ำใสเอ่อคลอเต็มดวงตา น้ำเสียงที่แหบพล่าถูกเอ่ยออกมาเสียงดังอย่างอดกลั้น โดยมีคนอายุมากกว่านั่งฟังอยู่เงียบๆ

พี่ยูลอย่ามาพูดเลย พี่จะเข้าใจจริงๆเหรอความรู้สึกของฟานี่น่ะ พี่ยูลรู้จริงๆเหรอว่าฟานี่รู้สึกยังไง พี่แทยอนเป็นแฟนคนรัก เป็นรักแรกของฟานี่ ร่างบางก้มหน้าลงพยายามกลั้นสะอื้นเพื่อเอ่ยต่อไป การที่ต้องเสียพี่แทยอนไปอย่างไม่มีวันหวนกลับมามันเจ็บแค่ไหน ทรมานแค่ไหนพี่เข้าใจจริงๆน่ะเหรอ

แต่ยิ่งเธอพยายามกลั้นสะอื้นมากเท่าไร ไหล่บางของเธอก็ยิ่งสั่นไหวรุนแรงมากเท่านั้น ฟานี่รักพี่แท พี่ยูลได้ยินมั้ย! ฟานี่รักเค้า! แล้วจะให้ฟานี่อยู่บนโลกนี้โดยไม่มีคนที่ฟานี่รักได้ยังไง

สิ้นประโยคทิฟฟานี่ก็ก้มหน้าก้มตาปล่อยให้น้ำใสๆไหลอาบแก้ม หากเพียงร่างบางจะเงยหน้าขึ้นสักนิดแล้วสบตาร่างสูง คงได้เห็นแววตาที่วูบไหวของคนอายุมากกว่า มือเรียวคว้าร่างรุ่นน้องสาวเข้ามาในอ้อมกอดพลางลูบแผ่นหลังบางเชิงปลอบประโลม ริมฝีปากขยับเอ่ยขึ้นข้างใบหูอีกคนอย่างแผ่วเบา

รู้สิ ความรู้สึกของฟานี่ทำไมพี่จะไม่รู้ ทิฟฟานี่ซุกใบหน้าลงบนไหล่ร่างสูงทั้งยังสะอื้นอยู่ตลอดเวลา ก่อนที่ยูลจะเอ่ยต่อไป ฟานี่รักแท พี่รู้ ฟานี่เสียใจ พี่ก็รู้ แทยอนเองก็เป็นเพื่อนพี่ แล้วพี่ก็เสียใจไม่แพ้ฟานี่เลยรู้มั้ย

ยูริเหลือกตาขึ้นเพื่อกั้นน้ำตา แทยอนเองก็รักฟานี่ รักมากเท่าที่คนๆหนึ่งจะรักได้... แล้วอย่างนี้ฟานี่คิดว่าแทยอนเขาจะดีใจเหรอ ถ้าเค้ารู้ว่าตัวเองเป็นสาเหตุให้ฟานี่ต้องร้องไห้หนักขนาดนี้

มือบางขยุ้มเสื้อนักเรียนยูริจนยับพร้อมน้ำตาที่เปียกซึมผ่านเนื้อผ้า แทยอนเค้าพูดเสมอว่าฟานี่คือแสงสว่างของเค้า ตลอดเวลาที่อยู่กับฟานี่มันทำให้เค้ามีความสุขมาก ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะอยู่ข้างฟานี่ตลอดไป

ไหล่บางยิ่งสั่นไหวแรงขึ้นเรื่อยๆ ร่างสูงจึงกระชับอ้อมแขนทั้งสองข้างของเธอให้แน่นขึ้น แล้วฟานี่จะตอบแทนความรักของแทยอนด้วยการนอนร้องไห้อย่างนี้เหรอ...  ถึงแทยอนจะไม่อยู่แล้ว แต่เค้าก็ไม่ได้จากฟานี่ไปไหน เค้ายังอยู่ในนี้... ในใจฟานี่เสมอไม่ใช่เหรอ

แม้คำพูดที่เอ่ยออกไปจะทำร้ายหัวใจตัวเองไม่น้อย แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดจากการเสียเพื่อนรักที่ดีที่สุดคนหนึ่งในชีวิตไปอย่างไม่มีวันคืนกลับมา ซ้ำร่างบางเจ้าของหัวใจของเธอกลับมาทำร้ายตัวเองเช่นนี้เพื่อเพื่อนรักของเธอ เปรียบเหมือนเป็นการเหยียบซ้ำเติมหัวใจที่บอบช้ำให้ร้าวยิ่งกว่าเดิม

แทยอนก็เหมือนกับยูริ ที่รักรอยยิ้มของทิฟฟานี่ยิ่งกว่าสิ่งใด เพราะฉะนั้นร่างสูงคิดว่าเพื่อนรักของเธอคงไม่มีความสุขแน่หากพบว่าเจ้าของแสงสว่างในชีวิตของเค้าเอาเวลามาเสียใจร้องไห้จนอ่อนล้าเช่นนี้

พี่ไม่ได้ห้ามไม่ให้ฟานี่ร้องไห้ แต่พี่ไม่อยากให้ฟานี่ร้องไห้หนักจนใครๆเป็นห่วง... ฟานี่ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนะ ฟานี่อย่าลืมสิว่าฟานี่ยังมีแด๊ดอยู่นะ ยังมีเพื่อน... แล้วก็ยังมีพี่ ร่างสูงยกมือขึ้นลูบปอยผมของรุ่นน้องสาวอย่างเบามือ ยูริหายใจเข้าลึกๆก่อนจะค่อยๆผ่อนมันออกมาช้าๆ แล้วเอ่ยสิ่งหนึ่งขึ้นที่ทำเอาคนตาบวมช้ำถึงกับดันไหล่เธอออกเพื่อสบตาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

ฟานี่... พี่รักเธอ

อะไรนะคะ? เสียงแหบพล่าเอ่ยถามด้วยความฉงน คิ้วเลิกขึ้นสูง เมื่อครู่รุ่นพี่คนสนิทของเธอว่าอย่างไรนะ เค้าบอกว่ารักเธออย่างนั้นหรือ

พี่รักเธอ ร่างสูงเอ่ยย้ำอีกครั้ง รักมาตลอด... ทั้งที่พี่ก็รู้ว่าเธอไม่เคยคิดอะไรกับพี่เกินเลยมากกว่าพี่น้อง เพราะงั้นพี่เลยไม่เคยคิดจะหวังว่าฟานี่จะรักพี่บ้าง เพราะฉะนั้นอย่าลำบากใจเรื่องพี่เลย พี่ก็แค่อยากจะบอกให้ฟานี่ได้รู้ไว้เท่านั้น

...เธอไม่เคยหวังให้ร่างบางหันมารักเธอ เพราะสิ่งเดียวที่เธอต้องการตลอดมาคือขอ... ขอให้เธอได้เป็นใครคนหนึ่งที่ได้รับรอยยิ้มที่แสนสวยงามนั้นของทิฟฟานี่ตลอดไป... ขอเป็นใครหนึ่งในคนที่สามารถสร้างรอยยิ้มให้กับทิฟฟานี่ได้ แค่นั้นก็เกินพอแล้วสำหรับเธอ...

เสียงสะอื้นค่อยๆแผ่วลงแต่ยังไม่หยุดดี ร่างบางไม่ละสายตาจากร่างสูงอยู่นาน ก่อนจะหลุบตาลงต่ำแล้วเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา คำพูดที่ราวกับลอยมาตามสายลมแต่กลับดังอื้ออยู่ในสมองของเธอ...

ขอโทษนะคะ... คนผิวเข้มเม้มริมฝีปากตัวเองแน่นก่อนฝืนยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ทั้งที่ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว

อื้ม ไม่เป็นไร

...ทั้งที่คิดไว้แล้ว... แต่ก็ห้ามความเจ็บไว้ไม่ง่ายจริงๆ...

 

เสียงถอดถอนหายใจจากร่างสูงดังขึ้นอีกครั้งพร้อมก้มลงมองจานอาหารในมือ เนื่องจากคนรักเธอก็ปัดอาหารจนกระจายไปรอบหนึ่งแล้ว อีกทั้งยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่เช้าแล้วยังเอาแต่ร้องห่มร้องไห้มาตลอดตั้งแต่ก่อนนอนยันตื่นนอน ร่างกายที่อ่อนแออยู่แล้วของทิฟฟานี่ยิ่งดูน่าเป็นห่วงเข้าไปใหญ่ ร่างสูงใช้มืออีกข้างหนึ่งที่ยังว่างอยู่เปิดบานประตูเข้าไปในห้อง

ฟานี่... ยูริเดินเข้ามายืนหยุดอยู่ข้างเตียงซึ่งไร้วี่แววของร่างบาง คนผิวเข้มวางจานอาหารในมือลงบนโต๊ะข้างเตียงก่อนจะเดินเข้าไปดูในห้องน้ำพร้อมเอ่ยเรียกไปพลาง แต่ทันทีที่บานประตูห้องน้ำถูกเปิดออก ภาพตรงหน้าที่เธอพบกลับทำเอาแข้งขายูริอ่อนจนแทบทรุดลงไปเสียบัดนั้น นัยน์ตาคู่คมเบิกกว้าง ฟานี่!”

ภาพที่แสนทำร้ายจิตใจตรงหน้าเธอ คือการที่เห็นคนรักนั่งอยู่ข้างอ่างอาบน้ำโดยมีน้ำอยู่เต็มอ่าง น้ำสีแดงสดซึ่งมาจากเลือดในกายของร่างบางเปรอะเปื้อนทั่วกาย ร่างสูงตรงรี่เข้าไปประคองร่างคนรักออกมาอย่างระมัดระวัง แผลขีดที่ข้อมือซ้ายจำนวนมากเหวอะหวะจนน่ากลัว ผิวกายซีดเย็น

ฟานี่... ทิฟฟานี่! ไม่นะ... มือเรียวแตะใบหน้าซีดของคนรักเบาๆแต่ไร้ซึ่งการตอบสนอง สมองพลันอื้ออึงจนทำอะไรไม่ถูก จิตใจร้อนรนคิดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น...

คือเธอจะสามารถช่วยชีวิตคนที่รักสุดหัวใจของเธอได้อย่างไร...


ผ่านไปกว่าสองเดือนที่แทยอนจากไป แม้ทิฟฟานี่จะไม่เอาแต่นอนร้องไห้จนทั้งพ่อของเธอและร่างสูงเป็นห่วงมากนัก อีกทั้งยังมาเรียนด้วยใบหน้าร่าเริงยิ้มแย้มจนเพื่อนๆสบายใจกันไปเปราะหนึ่ง แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนไปเลยหลังจากเหตุการณ์เลวร้ายครั้งนั้น คือดวงตาที่เคยสดใสและเปล่งประกายเสมอ บัดนี้หลงเหลือเพียงแววตาแห่งความหม่นหมองเท่านั้น

ฟานี่... รุ่นพี่ร่างสูงเดินเข้ามาพร้อมยื่นแก้วน้ำในมือให้ในช่วงพักกลางวัน ทิฟฟานี่หันมายิ้มรับขอบคุณบางๆชนิดที่ถ้าไม่สังเกตดูดีๆคงไม่มีทางดูออกว่ามุมปากของเธอยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย อิ่มแล้วเหรอ

นัยน์ตาคมมองลงไปในจานอาหารของร่างบางที่แทบไม่พร่องลงเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งร่างกายของรุ่นน้องสาวยังซูบผอมลงทุกวันจนน่าใจหาย แก้มที่เคยขาวนวลปัจจุบันกลับแลดูหมองคล้ำ ทิฟฟานี่พยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะเหม่อมองไปรอบๆอย่างไร้จุดหมายอีกครั้ง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันพร้อมกันแววตาปวดร้าว

...ไม่ชอบเลยที่ต้องเห็นเธอทำใบหน้าเช่นนั้น...

...ไม่ชอบเลยที่ต้องเห็นเธอร้องไห้...

...ไม่ชอบเลยที่ต้องเห็นเธออยู่ในสภาพเช่นนี้...

จะมีทางใดบ้างไหม ที่ควอน ยูริคนนี้สามารถทำเพื่อทิฟฟานี่ได้...

ฟานี่... เสียงทุ้มลึกเอ่ยเรียกอีกคน แต่ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยอะไรออกไปร่างบางก็หันมายกยิ้มที่ไม่ว่าร่างสูงจะดูอย่างไรนั่นก็เกิดจากการฝืนทำขึ้นมาชัดๆ

พี่ยูลคะ... ฟานี่ไม่เป็นไรหรอก ถึงเจ้าตัวจะบอกเช่นนั้น แต่รุ่นพี่ร่างสูงก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดี...

 

...ไม่ใช่สิฟานี่... รอยยิ้มที่ทั้งพี่และแทยอนต้องการ มันไม่ใช่แบบนี้...

 

เสียงฝีเท้ารัววิ่งตามร่างบางที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียงโรงพยาบาล ขณะที่ทั้งพยาบาลสาวและบุรุษพยาบาลต่างพากกันเข็นทิฟฟานี่เข้าห้องฉุกเฉินไปคอยให้ออกซิเจนไปพลางอย่างรวดเร็ว

ญาติเข้าไม่ได้นะคะ หนึ่งในพยาบาลสาวดันไหล่ร่างสูงไว้ก่อนจะปิดประตูลง ยูริจึงทำได้เพียงยืนมองลอดผ่านกระจกบานเล็กเข้าไปในห้องฉุกเฉินนั้นด้วยความร้อนรน และได้แต่ภาวนาในใจของให้คนรักของเธอปลอดภัยเท่านั้น

 

ได้โปรดอย่าจากฉันไป... ฉันยังไม่พร้อมจะเสียเธอไป...

ยังไม่พร้อมจะเสียใครไปอีกแล้ว...

 

จดหมายจากทิฟฟานี่?... กระดาษสีขาวที่ถูกสอดเข้ามาในซองจดหมายสีฟ้าอ่อนอยู่ภายในล็อกเกอร์เก็บของของเธอ จ่าหน้าซองถึงเธอ...

ถึง พี่ยูริ

ฟานี่ขอโทษนะคะที่ต้องทำให้พี่ต้องคอยเป็นห่วงมาตลอด ขอโทษนะคะที่เอาแต่ใจทั้งกับพี่ แด๊ด และ...พี่แทยอน ฟานี่ต้องขอโทษจริงๆนะคะที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพี่รู้สึกยังไงกับฟานี่ แต่ช่วยมาพบฟานี่ที่ม้าหินอ่อนหลังโรงเรียนเวลาเลิกเรียนได้ไหมคะ... ฟานี่จะรอ

                                                            จาก ทิฟฟานี่

ปล. ขอโทษอีกครั้งสำหรับความเอาแต่ใจของฟานี่นะคะ

คนผิวเข้มขมวดคิ้วอย่างงุนงงกับความหมายของเนื้อความจดหมายฉบับนี้ ทิฟฟานี่ต้องการจะสื่ออะไรกับเธออย่างนั้นหรือ ร่างสูงพับกระดาษแผ่นนั้นยัดลงไปในซองดังเดิมก่อนจะเก็บลงในกระเป๋ากระโปรง

 

ร่างสูงแทบนั่งไม่ติด สาวเท้าเดินวนไปมาหน้าห้องฉุกเฉินด้วยความร้อนใจ มือทั้งสองข้างกุมกันแน่นสีหน้าและแววตาฉายแววกังวลอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อไหลซึมจนฝ่ามือชื้นทั้งที่อากาศภายในโรงพยาบาลค่อนข้างเย็น

...ขอร้องฟานี่... อย่าจากพี่ไป...

 

ร่างสูงเดินมาหยุดอยู่ยังสถานที่ที่รุ่นน้องสาวนัดพบเธอไว้ มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปหยิบจดหมายในกระเป๋ากระโปรงออกมาดูอีกครั้ง พลางมองซ้ายแลขวาหาเจ้าของจดหมายฉบับนี้

พี่ยูล เสียงติดจะแหบเล็กน้อยแสนคุ้นเคยของผู้เป็นเจ้าของจดหมายดังขึ้นจากด้านหลัง คนผิวเข้มเหลียวกลับไปมองรุ่นน้องสาวที่ยืนมองมาทางเธอด้วยสีหน้าและแววตาจริงจังจนเธอนึกแปลกใจ

เรียกพี่มามีธุระอะไรรึเปล่า ฟานี่ ร่างบางทำหน้ามุ่ยพร้อมเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีน้อยใจแบบไม่จริงจังนัก ทำเอาคนอายุมากกว่าถึงกับไปไม่เป็น

เดี๋ยวนี้ฟานี่จะคุยกับยูลทีต้องมีธุระด้วยเหรอ ร่างสูงยืนฉงนอย่างแปลกใจ ทั้งจากคำพูดคำจาและสรรพนามที่ใช้เรียกเธอ ทุกทีมันต้องมีคำว่า พี่ นำหน้าทุกครั้งไม่ใช่หรือ...

เอ่อ เปล่า... พี่ไม่ได้หมายความอย่างนั้น

ใบหน้ามุ่ยเมื่อครู่เผยรอยยิ้มขึ้นอย่างหยอกล้อ รอยยิ้มที่ร่างสูงไม่ได้เห็นมานาน...

ล้อเล่นน่า โธ่ ยูลอย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ เสียงหัวเราะคิกคักยิ่งทำเอาคนอายุมากกว่ามึนงง แล้ว... ตกลงเรียกพี่มาทำไมล่ะ

ร่างบางค่อยๆหยุดเสียงหัวเราะนั้นลงแต่ยังคงยกยิ้มอยู่เช่นเคย รอยยิ้มบางๆของดวงตาที่ไร้ความหม่นหมอง... เป็นครั้งแรกนับจากที่แทยอนจากไปที่เธอได้เห็นดวงตาคู่นี้

ฟานี่แค่อยากมาถามให้แน่ใจ คิ้วเข้มของคนเรียวหน้าคมเลิกขึ้นสูง ที่ยูลเคยบอกว่ารักฟานี่ จริงหรือเปล่าคะ

ร่างสูงมองรุ่นน้องสาวตาไม่กระพริบ งุนงงไม่น้อยที่จู่ๆร่างบางก็เอ่ยปากถามถึงเรื่องที่เธอเคยสารภาพรักออกไป ก้อนเนื้อที่อกซ้ายถึงกับเต้นผิดจังหวะแต่เธอก็ตอบออกไปด้วยน้ำเสียงสีหน้าและแววตาจริงจัง

แล้วตั้งแต่ที่เรารู้จักกันมา พี่เคยโกหกฟานี่สักครั้งไหม ร่างสูงเลือกที่จะถามกลับแทนการให้คำตอบ ซึ่งฝ่ายถูกถามเองก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยพร้อมส่ายหน้าทันทีอย่างไม่ต้องคิดอะไรให้มากมาย

...ก็รุ่นพี่ร่างสูงคนนี้ ไม่เคยแม้จะโกหกเธอเลยสักครั้ง...

เพราะฉะนั้น ฟานี่ก็มั่นใจได้เลยว่าที่พี่พูดออกไปมันมาจากใจจริงๆ

งั้นเหรอคะ... ร่างบางเงียบไปชั่วครู่พร้อมสูดอากาศเข้าจนเต็มปอดแล้วค่อยๆผ่อนมันออกมาอย่างช้าๆ ขอโทษนะคะที่ตลอดมาฟานี่ไม่เคยรู้เลย

ไม่เป็นไรหรอก... พี่ชินแล้ว ประโยคสุดท้ายที่ไม่ได้เอ่ยออกไปดังก้องอยู่ในใจ

มันเจ็บมากไหมคะ ที่ผ่านๆมา

อืม... จะบอกว่าไม่เจ็บเลยก็คงจะไม่เชื่อสินะ เอาเป็นว่าพี่ชินแล้วล่ะ

ทั้งคู่เงียบไป ก่อนที่ทิฟฟานี่จะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

นี่ยูล... ร่างสูงครางรับในลำคอ ก่อนจะตาเบิกกว้างอย่างตกใจกับประโยคถัดมาของรุ่นน้องสาว

เรามาคบกันไหม...

เป็นเหตุการณ์ที่น่าตกใจไม่น้อย เมื่อคนที่เธอแอบรักมานานเอ่ยปากขอคบ... จะบอกว่าเพราะเห็นใจเธออย่างนั้นหรือ... หรือเพราะแค่สงสารกันเท่านั้น ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นมันก็ไม่ตรงกับสิ่งที่เธอต้องการ...

หากจะคบกัน เธอไม่ได้ต้องการความสงสารหรือเห็นใจ...

หากจะคบกัน แค่บอกมาสักคำได้ไหมว่ารักกัน...

แต่ถึงอย่างนั้น... กลับเป็นเธอเองที่ไม่กล้าเอ่ยปากพูดเช่นนั้นออกไป แต่กลับตอบรับคำขอคบจากคนอายุน้อยกว่าโดยไม่รอถามเหตุผล...

ฉันมัน... เห็นแก่ตัว

 

พยาบาลสาวคนหนึ่งวิ่งออกมาจากห้องฉุกเฉิน ร่างสูงหันไปถามไถ่อาการคนรักทันที

คุณพยาบาลคะ ฟานี่เป็นยังไงบ้าง...

คนไข้เสียเลือดมาก จำเป็นต้องให้เลือดโดยด่วน... ขอตัวก่อนนะคะ ร่างบางในชุดขาวรีบวิ่งจากไป ทิ้งให้ร่างสูงยืนกุมขมับด้วยความตึงเครียด ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว น้ำอุ่นๆเอ่อคลอดวงตาจนมองภาพเบื้องหน้าเบลอไปหมด

...ฟานี่...

 

หลังจากวันนั้นฐานะของเธอก็ถูกเลื่อนขั้นจากรุ่นน้องกลายมาเป็นคนรักของคนผิวเข้ม เหตุผลของการขอคบในครั้งนั้นไม่ใช่ความรัก เธอเชื่อว่าร่างสูงต้องรู้ดี แต่เค้าก็ไม่ปฏิเสธเธอแม้สิ่งนั้นอาจจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวของเค้าเอง เหตุผลที่แท้จริงที่เธอขอคบกันเค้าคืออะไรนะ... ความสงสารงั้นหรือ... หรือความเห็นใจ...

ไม่ว่าเหตุผลนั้นจะเป็นอะไร แต่การที่เธอถูกเลื่อนขึ้นมาเป็นคนรักของร่างสูงมันทำให้เธอได้สังเกตอะไรมากมายในตัวรุ่นพี่คนนี้ ควอน ยูริคือรุ่นพี่ที่แสนดีของเธอที่คอยดูแลเทคแคร์เสมอมาก โดยที่เธอไม่เคยใส่ใจการกระทำเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย... แม้จะคบกันมาได้สักพักก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ทั้งๆที่ก็น่าจะรู้และดูออกว่าเธอไม่เคยคิดกับคนอายุมากกว่าเกินไปกว่าพี่น้องเลยแม้แต่น้อย แต่เนื่องจากเธอเองก็ทำเค้าเสียใจมามากนี่คงเป็นทางเดียวที่พอจะชดใช้การกระทำของเธอได้บ้าง... หรือนี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เธอตัดสินใจคบกับยูริ...

ถึงจะบอกว่าไม่ได้รัก แต่เธอก็ไม่ถึงกับรู้สึกแย่อะไรมากเมื่ออยู่กับยูริ กลับกันเธอรู้สึกสบายใจเสียด้วยซ้ำ อีกทั้งยังรู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นกับใครนอกจากแทยอน ร่างสูงมีทั้งความเป็นผู้ใหญ่กว่าและดูจะพึ่งพาได้กว่าแทยอนเล็กน้อย เนื่องจากรุ่นพี่ตัวเล็กคนนั้นมักจะอยู่ในลุคขี้เล่นติดจะดูเด็กกว่าเธอเสียด้วยซ้ำ... หรือเพราะความเหมือนและแตกต่างกันนี้ของร่างสูงและคนตัวเล็กที่ทำให้เธอตัดสินใจขอคบกันรุ่นพี่ผิวเข้มคนนี้...

 

...ไม่หรอก เธอรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเหตุผลนั้นคืออะไร...

...แล้วเธอก็เชื่อ... ว่าสักวันเธอจะสามารถรักยูริได้อย่างที่ยูริรักเธอ...

 

ลมหายใจแผ่วเบาลงทุกขณะ ร่างกายซีดเซียวจากความสิ้นคิดที่คว้ามีดปอกผลไม้ขึ้นมากรีดข้อมือตัวเองหมายจะปลิดชีพตนตามร่างเล็กไป หลังจากที่คบกันยูริได้เกือบปีครึ่งเธอก็เริ่มกลับมาเป็นอย่างเดิม นั่งซึมไม่เป็นอันทำอะไร ไม่ไปโรงเรียน ไม่คบใครเพื่อนเริ่มห่างหาย อีกทั้งร่างสูงเองก็เรียนจบและเข้ามหาลัยไปแล้ว ถึงจะเจอหน้ากันทุกวันแต่บางสิ่งบางอย่างในใจสะกิดให้เธอเริ่มกลายเป็นคนเก็บตัว ไม่พูดไม่จาไม่สุงสิงกับใคร กลับไปเป็นทิฟฟานี่คนที่เอาแต่ใช้ชีวิตหดหู่กับการจากไปของแทยอนอีกครั้ง

ร่างบางที่อ่อนล้าทั้งกายและใจนอนหายใจรวยรินโดยมีเครื่องช่วยหายใจครอบอยู่ ดวงตามีน้ำใสๆไหลอาบแก้มจนเปียกชุ่มในขณะที่ทั้งแพทย์และพยาบาลต่างพยายามอย่างสุดชีวิตเพื่อยื้อเธอเอาไว้...

ทั้งที่เธอไม่เคยอยากจะอยู่บนโลกใบนี้เลยสักวินาทีเดียว...

ภาพใบหน้าของคนสองคนเผยขึ้นมาในหัวเธอในขณะที่สติเริ่มเลือนราง ใบหน้าของคนที่กำลังกระวนกระวายอยู่ด้านนอก ใบหน้าของคนที่ทั้งรักและห่วงใยเธอเสมอมา... ยูริ

และใบหน้า... ใบหน้าของใครอีกคนที่เธอคิดถึงเหลือเกิน ใบหน้าขาวใสที่ส่งยิ้มให้เธอนั้นช่างอบอุ่นหัวใจจริงๆ ใบหน้าของรักแรก ใบหน้าของคนที่เธอรักที่สุด ใบหน้าของคนที่เธอไม่มีวันลืมได้ลง

ริมฝีปากที่ซีดเผือดขยับเอ่ยเรียกใครคนนั้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

พี่แท...

 

ร่างบางมองรอบกายอย่างนึกฉงน กลุ่มหมอกควันลอยผ่านตัวเธอไปอย่างช้าๆ ทุกรอบทุกด้านต่างมืดมิดจนมองไม่เห็นสิ่งใด ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อพบแสงสว่างหนึ่งแยงตาจากด้านหน้า มือบางยกขึ้นบังแสงนั้นเล็กน้อยก่อนจะเพ่งพินิจ ก็พบร่างของใครบางคนยืนหันหลังให้เธอมือทั้งสองข้างสอดอยู่ในกระเป๋ากางเกงสวมชุดขาวทั้งตัว... ร่างของใครคนนั้นช่างดูคุ้นตาเหลือเกิน...

ใครคนนั้นหันหน้ามามองเธออย่างช้าๆก่อนจะยกยิ้มให้ เป็นรอยยิ้มที่เธอไม่ได้พบเห็นมานานและต้องการมากที่สุด พลันน้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ใบหน้าของคนที่รักสุดหัวใจ ใบหน้าที่เธอไม่เคยลืม

พี่แท... เสียงสั่นเครือเอ่ยเรียกแทยอนด้วยความรู้สึกโหยหา ร่างเล็กค่อยๆก้าวเข้ามาหยุดอยู่ด้านหน้าห่างกันเพียงเอื้อม มือยกขึ้นเกลี่ยน้ำตาที่ไหลอาบแก้มออกอย่างแผ่วเบา ดวงตาที่แสดงออกถึงความรักมากล้น... เค้าเองก็คิดถึงเธอมากเหลือเกิน

ร้องไห้ทำไม เด็กขี้แย น้ำเสียงนี้ก็ใช่... น้ำเสียงที่เธอโหยหาตลอดมา ร่างบางโผเข้ากอดแทยอนทันทีโดยมีฝ่ามืออุ่นลูบศีรษะเธอเบาๆอย่างปลอบประโลม

พี่แท... ฮึก... ฟานี่คิดถึงพี่ ทำไมพี่ต้องจากฟานี่ไป น้ำเสียงที่สั่นเครือเล็ดลอดผ่านลำคอออกมาพร้อมไหล่บางที่สั่นไหวตลอดเวลา น้ำตาที่ถูกเช็ดออกไปกลับหลั่งไหลออกมามากกว่าเดิมอย่างไม่มีทีท่าจะหยุดลง แต่ร่างเล็กยังคงเงียบไม่พูดอะไร ปล่อยให้ร่างบางในอ้อมกอดของเธอระบายออกมา

รู้ไหมว่าฟานี่เสียใจแค่ไหนที่พี่แททิ้งไป รู้ไหมว่าตลอดเวลาที่ฟานี่ไม่มีพี่แท ฟานี่ไม่เคยอยากใช้ชีวิตอยู่บนโลกที่แสนอ้างว้างนี้เลย ร่างบางยังคงเอ่ยต่อไปพร้อมเสียงสะอื้น ฟานี่รักพี่ ได้ยินไหมคะว่าฟานี่รักพี่!”

ได้ยินค่ะ พี่ได้ยิน... พี่ก็รักฟานี่มากนะรู้ไหม คำบอกรักที่เธอไม่ได้ยินจากปากของร่างเล็กมานานทำเอาเธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจมากกว่าเดิม มืออุ่นยังคงลูบศีรษะเธออยู่เนื่องๆดวงตาที่เปียกชุ่มค่อยๆปิดลงรับฟังเสียงที่แสนคุ้นเคยของแทยอนเอ่ยต่อไปเรื่อยๆ

ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ฟานี่เปลี่ยนไปมากเลยรู้ไหม... ฟานี่คนเก่าของพี่หายไปไหนแล้ว คนที่เอาแต่พูดจ้อไม่หยุด คนที่มอบรอยยิ้มที่สวยที่สุดให้กับทุกคน คนที่เป็นที่รักของเพื่อน... ฟานี่คนที่พี่รักคนนั้น คนที่มีรอยยิ้มดึงดูดใจคนนั้น หายไปไหนแล้ว

“…”

ที่ผ่านมา พี่ไม่เคยไปไหนเลยรู้ไหม พี่ยังอยู่ข้างๆฟานี่เสมอไม่ว่าเมื่อไร พี่อยากให้ฟานี่มีความสุขกับชีวิตที่เหลือ ไม่อยากให้ฟานี่ต้องมาทำร้ายตัวเองอย่างนี้เพราะพี่เป็นต้นเหตุ...

ดวงตาบวมช้ำปรือขึ้นพร้อมแรงเบาๆจากร่างเล็กที่ดันไหล่เธอออกช้าๆเพื่อให้ดวงตาทั้งสองคู่สบกัน มือของคนที่แสนโหยหาประคองใบหน้าเธอก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

พี่อยากให้ฟานี่มีชีวิตอยู่ต่อไป... ทำเพื่อพี่ได้ไหม

ในคราแรกร่างบางจะอ้าปากแย้ง หากไม่เห็นแววตาที่เว้าวอนจากคนรักที่มักทำให้เธอใจอ่อนเสมอ ดวงตาแดงก่ำหลุบลงต่ำ ริมฝีปากขยับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ฟานี่อยากอยู่กับพี่นี่คะ

แทยอนยกยิ้มขึ้นบางๆอย่างเอ็นดู ร่างเล็กโน้มหน้าเข้าไปใกล้คนอายุน้อยกว่า แล้วจึงค่อยๆประทับริมฝีปากลงยังจุดเดียวกันของร่างบางอย่างทะนุถนอม ดวงตาของทิฟฟานี่ค่อยๆปิดลงรับจูบจากร่างเล็กอยู่เนิ่นนาน ก่อนที่แทยอนจะถอนริมฝีปากออกมาช้าๆ

ใจเต้นแรงไหม ร่างบางพยักหน้าตอบแทยอนจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มจางๆ นั่นไง แสดงว่าพี่ยังอยู่ในใจฟานี่เสมอ... เพราะฉะนั้นกลับไปเถอะ พี่ไม่อยากให้ฟานี่ทำแบบนี้อีก สัญญากันพี่ได้ไหม

ทิฟฟานี่พยักหน้าอีกครั้ง

สัญญาแล้วนะ... อ้อ แล้วก็กับยูลน่ะ พี่ไม่ว่าหรอกนะถ้าฟานี่จะคบกับมันน่ะ โล่งใจด้วยซ้ำ... เพราะพี่เชื่อว่ายูลมันดูแลฟานี่ได้... คำพูดของแทยอนสะดุดเมื่อเห็นใบหน้าของคนรักดูสลดลง เป็นอะไรเหรอฟานี่

พี่แท... ฟานี่... ไม่ได้รักยูล คิ้วบางขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ฟานี่เคยคิดว่าถ้าคบกับยูลแล้ว สักวันก็คงสามารถรักยูลได้ แต่มันไม่ใช่... ที่ฟานี่มีให้ยูลมันไม่ใช่ความรัก เป็นแค่ความผูกพัน ฟานี่ทำให้ยูลเจ็บอีกแล้ว

ฟานี่... ยูลมันไม่โกรธฟานี่หรอกนะ ไม่ว่าฟานี่จะทำมันเจ็บอีกกี่ร้อยกี่พันครั้ง ตลอดเวลาที่ผ่านมามันยังไม่พิสูจน์ให้ฟานี่เห็นอีกเหรอว่าเพื่อนพี่รักฟานี่แค่ไหน... แต่ถ้าฟานี่ไม่สบายใจ หรือรู้สึกผิดถ้าจะคบกับมันต่อไปทั้งที่ไม่ได้รักมันแบบนี้ พี่ว่าฟานี่ก็บอกกับยูลมันไปตรงๆเลยดีกว่า พี่เชื่อว่ายูลเองก็รออยู่... รอฟานี่พูดความจริงกับมันสักที

พี่แท... ร่างเล็กยกยิ้มขึ้นอีกครั้งก่อนจะค่อยๆก้าวถอยห่างออกมา

ไปเถอะฟานี่... กลับไปได้แล้ว และจำไว้นะไม่ว่าเมื่อไหร่ ขอแค่ฟานี่คิดถึงพี่ พี่จะอยู่กับฟานี่เสมอ ร่างบางอ้าปากจะเอ่ยกับร่างเล็ก แต่ร่างกายกลับถูกดึงให้เข้าไปยังแสงสว่างที่ปรากฏขึ้นด้านหลังเธอเมื่อครู่ มือพยายามไขว้คว้าร่างเล็กไว้ โดยที่อีกฝ่ายเพียงแค่ยกมือขึ้นโบกลาเธอช้าๆพร้อมรอยยิ้มเช่นเคย

ลาก่อนฟานี่... พี่รักเธอ

 

ทันทีที่ร่างบางลืมตาขึ้น ความรู้สึกปวดร้าวก็แล่นขึ้นจากข้อมือ เธอก้มลงมองข้อมือซ้ายที่มีผ้าพันแผลพันอยู่หลายทบมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย ทิฟฟานี่นิ่วหน้าด้วยความเจ็บก่อนจะหลับตาลงช้าๆเพื่อข่มความเจ็บไว้ ก่อนที่จะค่อยๆยันตัวลุกขึ้นนั่งมองรอบกาย สถานที่ที่ไม่คุ้นตากับผนังห้องสีขาวสะอาด เตียงที่ยกสูงจากพื้น ทิฟฟานี่เพ่งพินิจผ้าห่มที่คลุมกายเธออยู่ก็พบชื่อโรงพยาบาลซึ่งอยู่ใกล้คอนโดร่างสูงมากที่สุด จะว่าไปแล้ว... ยูริอยู่ไหนล่ะ?

ไม่ต้องเสียเวลาคิด เพียงแค่เธอเบนสายตาไปยังข้างเตียงก็พบเจ้าของใบหน้าคมนอนยกมือขึ้นก่ายหน้าผากอยู่บนโซฟาใกล้ประตูทางเข้า ลมหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอเป็นเครื่องยืนยันได้ดีว่าขณะนี้ยูริหลับสนิทด้วยความอ่อนเพลีย พลันสีหน้าของเธอหมองลงถนัดตาเมื่อรู้ตัวว่าทำอะไรโง่ๆลงไปให้ร่างสูงต้องลำบากใจอีกแล้ว

ประตูถูกเปิดออกพร้อมพยาบาลสาวร่างบางที่ส่งยิ้มให้เล็กน้อย “ขออนุญาตวัดไข้นะคะ

คนป่วยพยักหน้ารับช้าๆก่อนจะอ้าปากอมปรอทไว้ใต้ลิ้น ทั้งที่ดวงตายังคงจับจ้องไปยังร่างของใครอีกคนที่ยังคงนอนหลับสนิทไม่ไหวติง พยาบาลสาวเหลือบมองที่ดวงตาเธอเล็กน้อยก่อนจะเหลียวไปมองร่างสูง แล้วส่งยิ้มให้เธออีกครั้ง เค้ามาเฝ้าคุณตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะค่ะ นี่ก็เพิ่งจะหลับไปเมื่อครู่นี้เอง

เหรอคะ... ร่างบางตอบรับเสียงแผ่ว ก่อนที่พยาบาลสาวจะดึงปรอทออกจากปากของเธอ อืม มีไข้อ่อนๆนะคะ แล้วข้อมือยังเจ็บอยู่รึเปล่าคะ

คนป่วยพยักหน้าเบาๆ

งั้นเดี๋ยวพอทานข้าวแล้วฉันจะนำยาลดไข้กับยาแก้อักเสบมาให้นะคะ ร่างบางในชุดพยาบาลโค้งเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มจางๆก่อนจะเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงร่างบางที่ยังคงนั่งครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ตามลำพังกับยูริที่ยังคงหลับสนิท

 

...มันคงถึงคราวแล้วจริงๆ ที่เธอต้องบอกความจริงและปล่อยยูริไปเสียที...

 

ร่างสูงเดินวนไปมาอยู่กับนานกว่าครึ่งชั่วโมงภายในป่ารกรุงรัง ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยยอดไม้หนาทึบจนอับแสงอาทิตย์ เดินอยู่นานจนเหงื่อไหลตามซอกคอจนเปียกชุ่ม

...ที่นี่มันที่ไหนกัน...

เป็นเพียงคำถามเดียวที่ผุดขึ้นมาในหัวของเธอหลายครั้งหลายคราที่เธอพยายามเดินวนไปมาหาทางออก เสียงร้องของฝูงนกที่ดังระงม เสียงสายลมพัดยอดไม้พลิ้วไหว เสียงสายน้ำจากลำธารเล็กๆยังกรองหูเธออยู่ตลอดเวลา ยูริหยุดพักใช้มือยันเข่าไว้ด้วยความเหนื่อยล้า มือข้างหนึ่งยกขึ้นปาดเหงื่อออกเล็กน้อยโดยมีเสียงหายใจหอบดังอยู่เนื่องๆ

ยูล เสียงที่แสนคุ้นเคยเอ่ยเรียกเธอจากด้านหลัง และเมื่อเธอหันไปก็พบกับใครคนหนึ่งซึ่งเธอคิดถึงตลอดมา เจ้าของร่างเล็กผิวขาวสะอาดหน้าเนียนใสคิ้วบาง เพื่อนรักเพียงคนเดียวที่เธอสูญเสียไปเมื่อหลายปีก่อน...

แทยอน...

ไงเพื่อน ร่างเล็กยกยิ้มจนตาปิดพร้อมยกมือขึ้นทำท่าตะเบ๊ะ

...นี่คือ... ความจริง?...

ยูริค่อยๆสาวเท้าเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าเพื่อนร่างเล็ก ก่อนจะยกมือขึ้นบิดแก้มขาวๆของแทยอนจนแดง ทำเอาคนโดนทำร้ายถึงกับร้องลั่นป่า

โอ้ย!! ไอ้ลิงนี่แกทำอะไรของแกหา!!” มือเล็กของแทยอนดึงมืออีกคนออกพร้อมส่งสายตาดุๆใส่ แต่ในตอนนั้นร่างสูงไม่รับรู้อะไรแล้วนอกจากดึงร่างเล็กเข้ามาสวมกอดแน่นพร้อมปล่อยน้ำตาออกมา

แทยอน... นี่แกจริงๆ แกจริงๆใช่ไหม

ก็เออสิ ไม่ใช่ฉันแล้วจะใครที่ไหน หน้าตาขาวๆใสๆน่ารักๆอย่างนี้น่ะมีคนเดียวเท่านั้นแหละ

...ความกวนประสาทนี่ก็เหมือนกัน... ไม่ผิดแน่ นี่คือเพื่อนรักของเธอจริงๆ...

คิดถึงจังเลย... ฉันคิดถึงแกว่ะ โคตรคิดถึงเลยรู้ไหมไอ้หมาคิม ร่างเล็กที่ถูกกอดรัดจนแน่นยกยิ้มขึ้นบางๆก่อนจะยกมือขึ้นกอดตอบเช่นกัน อื้ม ฉันก็คิดถึงแกว่ะ ไม่ได้เจอตั้งนานแกนี่ยังดำไม่เปลี่ยนเลยนะ... แต่ช่วยปล่อยหน่อยได้ไหม ฉันจะตายซ้ำสองอยู่แล้ว

ร่างสูงดันไหล่คนตัวเล็กกว่าออกเบาๆพลางสูดจมูกฟุดฟิดยกมือขึ้นเขี่ยจมูกตัวเองเบาๆ ร่างเล็กทันทีที่ออกจากอ้อมกอดของเพื่อนรักก็ถอนหายใจเบาๆพลางส่งยิ้มบางๆทั้งมุมปากและแววตาให้อีกคน

เหนื่อยไหม

ร่างสูงเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ยินคำถามที่ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยของคนผิวขาว พลางนึกไปต่างๆนานาว่าอีกคนนั้นถามถึงเรื่องอะไรกันแน่ แทยอนที่เห็นใบหน้าคิดหนักของเพื่อนร่างสูงก็หัวเราะออกมาเบาๆพร้อมถองสีข้างยูริเบาๆ เฮ้ย คิดอะไรขนาดนั้น ที่ฉันถามคือที่แกเดินวนไปวนมาอยู่อย่างนี้น่ะเหนื่อยไหม

ก็ต้องเหนื่อยสิ แกไม่เห็นเหงื่อฉันหรือไงไอ้นี่... ยูริเบะปากก่อนจะเอ่ยต่อ นี่อย่าบอกนะว่าแกเห็นอยู่นานแล้วว่าฉันเดินวนไปวนมาแต่ไม่ยอมออกมาน่ะฮะ!”

ใจเย็นน่า... คนตัวเล็กหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะกลับมาเอ่ยอีกครั้งด้วยสีหน้าจริงจัง ที่แกเดินอยู่ในป่านี่ไปมาอยู่ที่เดิมนี่ เหนื่อยใช่ไหม

เออสิ

แล้ว... ที่แกรักฟานี่เนี่ย เหนื่อยมากไหม ยูริถึงกับชะงักเมื่อพบคำถามที่ไม่คาดคิด ร่างสูงถึงกับเงียบไม่ตอบคำถามในทันทีอย่างที่ทำไปเมื่อครู่นี้ แค่เท่านั้นแทยอนก็รู้คำตอบที่อยู่ในใจร่างสูงแล้ว

เหนื่อยใช่ไหมล่ะ... แล้วเคยคิดจะหยุดไหม

แต่กับคำถามนี้แทบไม่ต้องเสียเวลาคิด ยูริส่ายหน้าแทบจะทันทียิ่งทำให้รอยยิ้มของแทยอนกว้างกว่าเดิมเล็กน้อย...

...นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่ยูริไม่เคยเปลี่ยนเลย...

ขอบใจนะ ที่แกไม่เคยคิดทิ้งฟานี่เลยถึงตัวเองจะต้องเจ็บและเหนื่อยแค่ไหน... แต่อะไรที่มันมากเกินไปก็ไม่ดีเหมือนกัน บางทีมันก็ถึงคราวที่แกควรจะพักบ้าง คิ้วเข้มของคนหน้าคมขมวดเข้าหากัน แทยอนเห็นดังนั้นจึงเอ่ยต่อไปเพื่อไขความข้องใจของยูริ ฉันไม่ได้หมายความให้แกเลิกรักฟานี่ ไม่ได้ให้แกเลิกยุ่งกับเธอ แค่อยากให้แกลองถอยออกมาบ้าง ฉันเชื่อว่าฟานี่โตพอที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรกับเหตุการณ์ครั้งนี้แล้วล่ะ

ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ... ร่างสูงเอ่ยขึ้นเสียงแผ่ว แทยอนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแต่ยังคงรอฟังคำพูดของเพื่อนรักต่อไป ถึงจะอย่างนั้น... ฉันก็ยังไม่วางใจ ฉันกลัว... กลัวว่าวันดีคืนดีฟานี่จะเกิดคิดสั้นขึ้นมาอีก ถึงเวลานั้นฉันคงต้องโทษตัวเองไปตลอดชีวิตที่ไม่อาจดูแลฟานี่ได้

มือเล็กของแทยอนวางลงบนไหล่ของคนตัวสูงกว่าและบีบเบาๆ

ยูล... แกฟังฉันนะ ร่างสูงสบตาคนตัวเล็กกว่าทั้งดวงตาที่เอ่อคลอด้วยน้ำอุ่นๆ ทิฟฟานี่เขาไม่ใช่คนอ่อนแอ แกก็น่าจะรู้ดีกว่าฉัน แกรู้จักเค้ามาก่อนฉันไม่ใช่เหรอ

แกได้เห็นตอนที่เค้าร้องไห้จะเป็นจะตายเพราะแกรึเปล่า!” ร่างสูงเถียงกลับไปแทบจะทันทีด้วยความรู้สึกหลายหลากปะปนเปกันไป ทั้งเสียใจ กังวล... ทั้งวัน! ที่ฟานี่เอาแต่ร้องไห้ ไม่เป็นอันกินอันนอน เอาแต่พร่ำหาแก ร้องหาแก... แล้วแกคิดว่าฉันที่อยู่ในฐานะคนรักของเค้าจะไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ!”

...

ฉันยอมรับ! ว่าหลายครั้งที่ฉันอิจฉาแก ที่ได้หัวใจของฟานี่ไปทั้งดวง ทั้งที่ก็เคยคิด ว่าขอแค่ได้อยู่ข้างๆกันก็พอ... แค่ได้อยู่ด้วยกันก็พอ... ไม่ขออะไรอีก... แต่ถึงเวลานั้นจริงๆแล้วฉันก็รู้ว่ามันไม่ใช่เลย! ฉันอยากเข้าไปอยู่ในหัวใจของฟานี่บ้าง ไม่ใช่แค่คนนอกสายตาแบบนี้...

...ยูล ในครานี้เป็นแทยอนที่เดินเข้าไปโอบร่างเพื่อนรักเข้ามากอดเบาๆ ฉันรู้ว่าทิฟฟานี่เขาเป็นยังไง แล้วฉันก็รู้ว่าแกเสียใจที่ไม่อาจทำให้ฟานี่กลับมาเป็นอย่างเดิมได้ แกอาจคิดอาจว่าตัวเองว่าเป็นคนเห็นแก่ตัวที่อยากครอบครัวหัวใจของใครคนหนึ่งทั้งที่ก็รู้ว่าเขาไม่ได้รักเรา ถึงจะรู้ว่าเขาไม่รักแต่ก็ยังดันทุรังทนอยู่ต่อไป

...

แต่แกก็น่าจะรู้ ว่าคนเราทุกคนย่อมมีความเห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น โดยเฉพาะเรื่องความรัก... ฟานี่เองก็เสียใจที่ทำให้แกต้องเจ็บ เขาก็อยากจะพูดเรื่องนี้กับแกแต่กลัวแกจะรับไม่ได้

...

ยูล... ฉันถามคำเดียวว่าแกรักฟานี่ไหม

รักสิ... รักยิ่งกว่าชีวิตของฉัน

แทยอนยิ้มบางๆ แค่นั้นแหละที่ฉันอยากจะฟัง ต่อจากนี้ไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แกคือคนกำหนดเองว่าจะเลือกเดินทางไหน... ลาก่อนนะยูล นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะได้พบกับแก...

เดี๋ยว อะไรนะ...

ยังไม่ทันสิ้นประโยคของยูริ ก็รู้สึกเหมือนถูกฉุดให้ล่วงหล่นลงไปในเหวลึก... ลงไปเรื่อยๆ... เรื่อยๆ...

 

ยูริสะดุ้งลุกขึ้นนั่งบนโซฟาทันที พร้อมเหงื่อที่ผุดขึ้นมาตามหน้าผากและไรผม นัยน์ตาคู่คมสังเกตสถานที่ที่เธออยู่ ณ ตอนนี้ ไม่ใช่ป่าที่วกวนอย่างเมื่อครู่แต่กลับมาอยู่โรงพยาบาลอีกครั้ง...

...ฝันงั้นหรือ... ที่เธอเห็น เธอทำเมื่อครู่ทุกอย่าง มันคือฝัน?...

มือเรียวยกขึ้นกุมขมับ รู้สึกปวดหัวตุบๆกับเหตุการณ์เมื่อครู่อย่างบอกไม่ถูก แทยอน เพื่อนรักของเธอ... มาหาเธอถึงในฝัน?... ทำไมเพิ่งมาตอนนี้? ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอคอยเฝ้ารอวันรอคืนอยากให้เพื่อนตัวเล็กมาหาเสียเหลือเกิน แต่กลับไร้ซึ่งวี่แวว มาทำไมตอนนี้...

เป็นอะไรเหรอยูล เสียงติดจะแหบเล็กน้อยที่ยิ่งกว่าคุ้นเคยของคนที่อยู่อีกฟากหนึ่งเอ่ยขึ้นเสียงแผ่วเมื่อเห็นร่างสูงยกมือขึ้นกุมขมับอยู่นานพร้อมสีหน้าไม่สู้ดีนัก ยูริหันขวับกลับมามองคนป่วยที่ทำเอาเธอกระวนกระวายไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาตลอดคืนก่อนจะกระโดดลุกออกจากโซฟาตรงดิ่งไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆเตียงทันที

ฟานี่!... ฟานี่เป็นอะไรมากไหม เจ็บตรงไหนรึเปล่า ยิ่งได้ฟังประโยคที่ถูกเอ่ยด้วยความห่วยใยและสีหน้ากังวลของคนผิวเข้ม ยิ่งทำให้เธอรู้สึกผิดมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อยูริเห็นสีหน้าที่ดูสลดลงของทิฟฟานี่ก็ยกมือขึ้นลูบศีรษะคนอายุน้อยกว่าเบาๆ พลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม เป็นอะไรคะ ไหนบอกยูลซิ... เจ็บมือรึเปล่า

ฟานี่ขอโทษ... เสียงแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่ขยับเล็กน้อย ร่างสูงพลางเข้าใจไปว่าคนรักของเธอเสียใจกับเรื่องที่ทำไปไม่น้อยจึงได้ยกยิ้มขึ้นบางๆ ไม่เป็นไรหรอก แค่อย่าทำแบบนี้อีกก็พอ... สัญญากับยูลได้ไหม

ขอโทษ... ฟานี่ขอโทษนะยูล ร่างบางย้ำคำอีกครั้งพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม คิ้วเข้มจากร่างสูงถึงกันขมวดกันจนพันยุ่งเหยิง พลางใช้นิ้วหัวแม่โป้งเกลี่ยน้ำตาออกอย่างแผ่วเบา ร้องไห้ทำไมฟานี่...

ร่างสูงดึงที่กั้นลงแล้วทิ้งตัวนั่งลงขอบเตียงข้างๆกัน พลางยกมือขึ้นโอบคนอายุน้อยกว่าเข้าไว้แนบอก มือกดศีรษะร่างบางให้แนบลงไปบ่าพร้อมลูบอย่างเบามือ ใช้เวลาอยู่พักใหญ่กว่าที่ทิฟฟานี่จะหยุดร้องไห้จึงดันไหล่ยูริออกเบาๆพร้อมสบตาร่างสูงด้วยใบหน้าจริงจัง

ยูล...

หืม ยูริครางตอบในลำคอ ฉงนกับท่าทีลังเลครู่หนึ่งของอีกคน ก่อนที่ทิฟฟานี่จะเอ่ยต่อไปที่ทำเอาหัวใจร่างสูงกระตุก

ยูลจะโกรธฟานี่ไหม... ถ้าฟานี่บอกว่า... อยากให้เรากลับไปเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม ร่างสูงถึงกับชะงักอ้ำอึ้ง ท... ทำไมล่ะ

ฟานี่... ไม่ได้รักพี่ เหตุผลของร่างบางยิ่งเหมือนเข็มนับร้อยพันเล่มทิ่มแทงหัวใจยูริให้ชอกช้ำ อีกทั้งสรรพนามที่ถูกเปลี่ยนให้กลับไปเป็นดังเช่นครั้งก่อนหน้านี้ ร่างสูงกล้ำกลืนก้อนสะอื้นลงคอก่อนจะเอ่ยถามย้ำให้แน่ใจ

ไม่เคย... เลยเหรอ? ร่างบางก้มหน้านิ่งไม่เอ่ยปากตอบกลับมา แต่นั่นกลับเป็นคำตอบที่ทำร้ายจิตใจกันมากกว่าหลายพันเท่า ยูริกลอกตาขึ้นมองเพดานเพื่อกลั้นน้ำตาที่เอ่อล้น ก่อนจะเอ่ยต่อพร้อมเสียงหัวเราะกลบเกลื่อนที่ดูยังไงก็ปิดไม่มิดเลยสักนิด

เหรอ...นั่นสินะ ที่ผ่านมาพี่คงทำให้ฟานี่อึดอัดแย่ ขอโทษด้วยนะที่พี่เอาแต่ใจ คำพูดของร่างสูงสะดุดเล็กน้อยเมื่อก้อนสะอื้นที่กลั้นไว้จุกที่คอ ที่จริงพี่ก็รู้มาตั้งแต่แรกแล้วล่ะ... ว่าฟานี่ไม่ได้คิดกับพี่แบบนั้น แต่ก็ยังดันทุรังตอบรับคำขอคบของเธอ... ขอโทษนะที่พี่เห็นแก่ตัว

...

...แทยอนใช่ไหมร่างสูงยกยิ้มทั้งดวงตาที่เริ่มแดงเรื่อด้วยน้ำตาที่กลั้นไว้ ยังรักอยู่สินะ... ดีจังเลยนะ ที่มีคนที่รักและซื่อสัตย์ต่อกันขนาดนี้ ทำงี้พี่ก็เหมือนตัวร้ายเลยสิที่ฉกฉวยโอกาสตอนที่ฟานี่เพิ่งจะเสียเขาไป... ทั้งที่เขาก็เป็นเพื่อนพี่เหมือนกัน...

...ฉันมัน... เลวจริงๆ...

เปล่านะ ไม่ใช่อย่างนั้น!... ถ้าจะมีใครผิดคนนั้นก็คงเป็นฟานี่เอง ที่เห็นแก่ตัวแล้วก็เอาแต่ใจ... คิดว่าแค่คบกับพี่ยูลไปเรื่อยๆสักวันก็ต้องรักพี่ได้เหมือนกัน... แต่มัน... ไม่ใช่

เด็กโง่... ใครเขาให้ใช้เรื่องอย่างนี้ตัดสินใจคบกัน หืม... อย่าเลือกคบใครโดยคิดว่าสักวันจะรักเขาได้สิ... เรื่องอย่างนี้ต้องคบกันที่จะอยู่ได้ไหมถ้าไม่มีเขาต่างหาก... อย่างที่เธอตัดสินใจคบกับแทยอนไง

... ร่างสูงถอนหายใจเบาๆ

เข้าใจแล้ว ในเมื่อเธอเองก็สารภาพว่าไม่เคยรักพี่เลย จะอยู่กับพี่ต่อไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา... ถึงจะไม่อยาก แต่ก็คงไม่มีทางเลือก... ฟานี่ พี่จะยอมเลิกกับเธอ

 

ร่างสูงก้าวเดินออกมาจากห้องพัก ทันทีที่เท้าเธอก้าวพ้นธรณีประตูน้ำตาที่ถูกกักขังไว้ก็ถูกปล่อยออกมา ปล่อยให้มันไหลอาบแก้มอยู่เช่นนี้เรื่อยๆอย่างไม่คิดจะหยุดหรือเช็ดออกจากใบหน้า ร่างสูงสาวเท้าเดินไปเรื่อยๆ เรื่อยๆจนมาหยุดอยู่ยังสวนสาธารณะของโรงพยาบาลที่ถูกสร้างไว้บนดาดฟ้าของตึกหนึ่ง ซึ่งเป็นตึกเดียวกันกับที่ร่างบางเจ้าของหัวใจเพียงคนเดียวของเธออยู่... ยูริทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ม้าหินอ่อนตัวหนึ่งอย่างคนหมดแรง แล้วปล่อยน้ำตาออกมา ร้องไห้อยู่เงียบๆตามลำพังกับสายลม เหมือนวอนขอให้มันพาความเจ็บปวดในครั้งนี้ให้โบยบินหายไปกับหมู่เมฆ...

ทั้งเหนื่อยและล้าเหลือเกิน... ตลอดระยะเวลาที่เนิ่นนานกับความรักครั้งนี้

แต่ถึงกระนั้นเธอก็ไม่เคยเบื่อที่จะรัก ไม่เคยคิดที่จะหยุด...

จนกระทั่งวันนี้ที่คนรักของเธอขอให้จบความสัมพันธ์นี้ลงแล้วกลับไปเป็นอย่างเดิม เพราะงั้นเธอถึงยอม...

หยุดความรักครั้งแรกที่แสนเจ็บปวดนี้ ไปพร้อมๆกับน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่มีทีท่าจะหยุดลง...

 

The end


__________________________________________________________________________________________
จบ.... จบ?... จบ!!!!!
30 หน้าพอดิบพอดี ช่างเป็นวันช็อตที่...
ยาวบรรลัย - -*
ไม่เคยแต่งยาวขนาดนี้มาก่อนเลย
วันช็อตโซชิเรื่องแรก
และเป็นเรื่องแรกที่ยาวที่สุดด้วย จบสักที - -

คาดว่า... มีภาคต่อค่ะ
แต่ภาคต่อจะเป็นคู่ใคร โปรดติดตามด้วยนะคะ
(อีกยาวโขเลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับความขี้เกียจด้วยอะไรด้วย แฮ่ๆ ^^")

 

ภาคต่อ ไม่ดราม่าแล้วเหนื่อย 5555
               [SF : SNSD] ::+:: เผื่อวันพรุ่งนี้ ::+:: [Yuri]

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ AsiwSR จากทั้งหมด 17 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

33 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 / 12:17
    โอ้ยย สนุกมากอะ ยิ่งเปิดเพลงนี่อินมากไรเตอร์ TT
    #33
    0
  2. #32 Supa
    วันที่ 29 ธันวาคม 2555 / 09:00
    สนุกมากเลย...

    #32
    0
  3. #31 Supa
    วันที่ 11 ธันวาคม 2555 / 18:40
    ทำไมมันเศร้ามากมายแบบนี้ล่ะเนี่ย...

    #31
    0
  4. วันที่ 24 มีนาคม 2555 / 14:18
    เศร้ามาก
    #30
    0
  5. วันที่ 18 มีนาคม 2555 / 19:57
     เฮ้วววววววววววววว นั่งอ่านไป น้ำตาซึมไป
    เข้าใจนะว่าฟานี่รักแทมาก
    สงสารยูลที่กับความรักที่มันเป็นไปไม่ได้ 
    ...........................
    #29
    0
  6. วันที่ 18 มีนาคม 2555 / 19:03
    ทำไม เเกเเต่งได้หม่นหมองจังเลยวะT T
    #28
    0
  7. #27 มิเทอรี่
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555 / 17:21
    กรี๊ด รอภาคต่อ นานแค่ไหนก็จะรอไรเตอร์ ^w^

    ยูลสิก ยูลสิก ยูลสิก ยูลสิก ยูลสิก ไม่ค่อยอวยเลยฉัน >.<

    แต่ถ้าไรเตอรฺจะแต่งยูลทิอีกก็โอเคนะ หรือจะเอายูลหยอง กร๊ากกก
    #27
    0
  8. #26 Keem_Tae
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555 / 00:13
    สงสารยูลสุดๆTT ส่วนฟานี่เราก็เข้าใจ

    รอภาคต่อนะไรเตอร์ รอคู่ของยูล
    #26
    0
  9. #25 Baby.....CM
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 / 23:45
    เอาใจไปเลยคุณควอนแมนมาก

    สุดยอด^^ นับถือเลย

    หวังภาคต่อไปนี้คุณควอนคงมีคนดามหัวใจแล้วนะ

    รอภาคต่ออยู่นะครับไรท์เตอร์
    #25
    0
  10. #24 soshi
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 / 19:11
    เป็นเรื่องที่อ่านแล้วรู้สึกเศร้ามากคะ



    สงสารยูลมากก ยูลเป็นคนดีมากกก ถึงมากที่สุด



    เฝ้า ทำดีกับทิฟถึงรู้ว่าทิฟจะไม่เคยรักเลยย
    #24
    0
  11. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 / 15:51
    สงสารยูลอ่ะ รักฟานี่มาก
    แต่ก็ไม่อยากว่าฟานี่หรอกนะที่ตัดสินใจทำแบบนี้
    ไรท์เตอร์มาต่อเร็วๆนะค่ะ
    #23
    0
  12. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 / 13:43
     ฟานี่อา  ทำแบบนั้นไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก

    ยูลก็น่าสงสารสุดๆทำไปเท่าไรก็ไม่มีอะไรดีขึ้น
    #22
    0
  13. #21 Breeze
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 / 21:14
    ต่างคนต่างเจ็บ จะทำยังไงกันดี อ่าเครื่องในหมักด้วยความดราม่า
    #21
    0
  14. #20 Keem_Tae
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:45
    ฟานี่ทำถึงขนาดนี้ คงรักพี่แทมากซินะ

    แล้วยูลละ??
    #20
    0
  15. #19 มิเทอรี่
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 / 01:46
    กรรม! ฟานี่อาาาา ทำไมมมมม ถึงกับยอมตายตามแทแทไปเลยทีเดียว

    เจ็บแทนยูลเลยอ่ะ แบบว่าทำยังไงก็สู้ไม่ไหว แต่ถ้าปล่อยฟานี่ไปฟานี่ก็คง...เอ่อ TT

    ทิฟฟานี่มองรอบตัวก่อนได้ม่ะ ถ้าเกิดเสียยูลไปอีก เธอนั่นแหละจะต้องเสียใจรู้มั้ย
    #19
    0
  16. #18 Keem_Tae
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2555 / 23:03
    ฟานี่จะเป็นอะไรมั้ย หวังว่ายูลคงช่วยทันนะ
    #18
    0
  17. #17 Keem_Tae
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2555 / 21:05
    ฮือๆๆ ปวดตับจริงๆTT^TT

    #17
    0
  18. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:47
     เหอๆๆๆ

    มาม่าขึ้นตับแล้ว-*-
    #16
    0
  19. #15 มิเทอรี่
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2555 / 19:45
    เอาล่ะสิ หนทางดราม่าเริ่มปรากฎ แทแทก็ตาย ฟานี่ก็ลืมไม่ได้ ยูริก็ยังรักไม่เปลี่ยนแปลง

    ถ้าเป็นต่อไปแบบนี้วังวนนี้คงไม่จบไม่สิ้น แถมทั้งสองยังไม่มีความสุขอีกต่างหาก TT^TT
    #15
    0
  20. #14 beem
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:53
    ยูลน่าน่าสงสารมากอ่า แง แง

    ฟานี่ตัดใจจากแทแทเหอะ

    ไรเตอร์ไม่เอาแบบปวดตับน่ะ
    #14
    0
  21. #13 มิเทอรี่
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555 / 19:44
    ปริศนายังไม่เคลียร์นะ ไรเตอร์

    ยังไม่รู้ว่าแทยอนไปไหน ทำไมถึงทิ้งฟานี่

    แล้วที่อยากรู้มากที่สุดคือฟานี่รักคุณควอนบ้างมั้ยเนี่ย TT^TT
    #13
    0
  22. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555 / 19:20
    เฮ้อ คุณควอนเจ็บหนักเลยงานนี้
    #12
    0
  23. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555 / 22:44
    สงสารยูลที่สุด
    #11
    0
  24. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:58
    สงสารยูลจริง T^T
    #10
    0
  25. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555 / 08:19
    อ่านแล้วปวดใจ
    #9
    0