Soulmate หวังว่าเราจะคู่กัน [BangLo]

ตอนที่ 3 : Chapter 2 :: It's love song for me + SHOCK!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 105
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 เม.ย. 56

                ติ๊งหน่องงง ติ๊งหน่องงง

                ผมกดกริ่งหน้าบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง รอซักพักก็มีคนเดินมาเปิดประตูให้ ผมยิ้มแฉ่งวิ่งเข้าไปในบ้านทันที แน่นอนว่ามันไม่ใช่บ้านของผมหรอก แต่ผมมาที่นี่บ่อยจนแทบจะนับได้ว่าเป็นบ้านหลังที่สองอยู่แล้ว

                จะมาทำไมทุกวันเนี่ยฮะตอนนายไม่อยู่ บ้านฉันละเงียบสงบมีความสุขสุดๆ

                “อย่ามาทำปากแข็งไปหน่อยเลย ผมไม่อยู่ พี่ก็เหงาใช่มั้ยล่าใช่แล้ว! บ้านหลังนี้เป็นบ้านของพี่ยงกุกนั่นเอง ผมไปเฝ้าพี่เขาทุกวันจนเราสนิทกัน แล้วผมก็ได้มารู้ว่าบ้านเขากับผมห่างกันแค่ไม่กี่ซอย ผมเลยมาเที่ยวที่บ้านเขาทุกวันเลยล่ะ จากตอนนั้นถึงตอนนี้ก็ผ่านมาสามปีแล้ว!! วันนี้ผมอายุสิบแปดปีบริบูรณ์พอดี อยู่ในช่วงสอบเอนท์ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ใส่ใจนัก ขอแค่มีเรื่องให้ทำให้ได้สนุกไปวันๆ ผมก็พอใจแล้วล่ะ

                เหงาบ้าเหงาบออะไร ฉันออกจะสุขใจ นายมาทีไร บ้านฉันก็รกทุกทีลำบากฉันมานั่งเก็บกวาดถึงจะพูดแบบนั้นแต่เขาก็ยิ้มให้ผม ตอนนี้ผมเป็นเหมือนน้องชายของเขาแท้ๆ เลยล่ะ เขาเอ็นดูผมม้ากกกมาก

                งั้นวันนี้ก่อนกลับบ้านผมช่วยเก็บก็ได้

                “ไม่ต้องลำบากคุณหนูหรอกครับ กระผมทำเองได้! เชอะ!” ว่าแล้วก็สะบัดหน้าเดินเข้าห้องครัวไปหาอะไรมาให้ผมกิน หึหึ ปากร้ายแต่ใจดี

                จุงฮงมีจัมปง กินมั้ย

                “กินๆๆ อะไรก็กินหมดแหละ ขอนมด้วยนะผมหยิบรีโมทมากดเปิดการ์ตูนดู ทำไมเปิดทีไรก็เจอแต่อุลตร้าแมนล่ะเนี่ย??

                ผมเหม่อมองทีวีซักพักสายตาก็สะดุดกับเครื่องเล่นวีดิโอข้างล่างนั่น...มันกำลังทำงานอยู่ อย่าบอกนะว่า..ผมเดินไปกดเปิดมันออกมา..นั่นไง แผ่นอุลตร้าแมนคาเครื่องเลย นี่เขาดูอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ? ปกติเห็นพูดว่าชอบหนังสงคราม แล้วนี่อะไร..

                ทำอะไรน่ะเสียงทุ้มดังขึ้นข้างหลังผมพร้อมกับกลิ่นหอมๆ ของจัมปง ผมรีบลุกพรวดไปนั่งทันที พร้อมกับชูแผ่นอุลตร้าแมนที่ติดมือมาด้วยขึ้นโชว์

                นี่พี่ดูอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ เห็นบอกว่าชอบหนังสงครามไม่ใช่หรือไง

                “แล้วอุลตร้าแมนไม่สงครามหรือไง สู้กันสะบั้นหั่นแหลกขนาดนั้น

                “อ้อ..เหรอ..ผมไม่สนใจก้มหน้ากินจัมปงทันที อ๊า เผ็ดๆๆ ผมหยิบนมขึ้นมากระดกตาม แล้วกินจัมปงต่อไป

                อดอยากมาจากไหน..

                “พี่รู้มั้ยล่ะ ทุกวันผมไม่กินข้าวเที่ยง เพื่อจะได้เตรียมพร้อมกระเพาะมาหาอะไรกินที่นี่ทีเดียวให้คุ้ม เงินก็ไม่เสีย อิ่มก็อิ่ม

                “อย่างนี้นี่เอง..มิน่าล่ะ มาทีไรร้องหาแต่ของกิน!!”

                ผมฉีกยิ้มโชว์ลักยิ้มข้างแก้มแล้วก้มหน้าก้มตาซัดอาหารในชามจนหมด ทำไมมันเผ็ดขนาดนี้เนี่ย..ผมเดินเข้าห้องน้ำจะไปล้างเหงื่อออก พอเห็นกระจกเท่านั้นแหละตกใจหมดเลย!!

                ปากผมแดงแปร๊ดเลย แถมบวมหน่อยๆ ด้วย หน้าตาหูจมูกอะไรแดงไปหมด ให้ตายสิ..ผมวักน้ำขึ้นล้างหน้า น้ำเย็นๆ ที่กระทบผิวทำให้ผมสดชื่นขึ้น เมื่อเดินออกมาพี่ยงกุกก็ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ผมรับมาเช็ดแล้วคืนเขาไป ผมรู้สึกเหมือนมีพ่อคนที่สองเลยล่ะ ฮ่าๆๆ

                จะอยู่นานแค่ไหนเนี่ย

                “วันนี้พ่อไม่ว่าง อาจจะไม่กลับบ้าน..ผมกลัวผีอ่ะเงยหน้ามองสบตาพี่ยงกุกพลางทำตาปริบๆ ให้ดูน่าสงสารที่สุดเท่าที่จะทำได้

                จะค้าง ว่างั้นเถอะผมยิ้มรับพยักหน้าหงึกๆ เขาถอนหายใจแรงๆ แล้วเดินขึ้นห้องไปเอาผ้าห่มกับหมอนลงมาแล้วโยนให้ผม

                นอนนี่ ตรงนี้ ห้ามเข้าห้องฉันเด็ดขาด

                “ใจร้ายที่สุดเลย รู้ทั้งรู้ว่าผมกลัวผี

                “จุนฮง..จำได้มั้ย ครั้งล่าสุดที่นายมานอนห้องฉันมันเกิดอะไรขึ้น..

                ผมนึกย้อนความกลับไปเมื่อตอนนั้น ผมจำได้ว่าตอนแรกผมก็นอนข้างล่างอยู่ดีๆ แต่เผลอละเมอคลานขึ้นเตียงพี่ยงกุกตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ นอนกอดพี่เขาซะแน่นจนพี่ยงกุกแทบหายใจไม่ออก ตบท้ายด้วยการถีบพี่ยงกุกตกเตียง...

                แฮ่..ตอนนั้นมันละเมอนี่นาผมยิ้มแหยๆ ส่งไปให้ แต่กลับได้รับสายตาคมกริบส่งตอบกลับมาแทน

                จะละเมอหรืออะไรไม่รู้ล่ะ ฉันไม่ให้เข้าห้องอีกแล้ว แค่ครั้งนั้นก็ขยาดพอแล้วกับการนอนกับนาย

                “เฮอะ..ตาแก่ใจร้ายผมบ่นเบาๆ

                ขอโทษนะไอ้หนู.. ฉันเพิ่งจะอายุยี่สิบสี่ แก่ตรงไหนมิทราบ

                “อู้ย ได้ยินด้วยแฮะผมส่งยิ้มกวนๆ กลับคืนไป สิ่งที่ได้กลับมาคือ..โดนหมอนอัดหน้า รุนแรงชะมัดเลย ไอ้พี่บ้า!

                “ฉันไปดีกว่า ทะเลาะกับนายแล้วปวดสมองทุกทีเลย

                ผมมองตามหลังเขาไปแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาขอตัวไป ผมแอบย่องตามไปว่าจะทำให้ตกใจเล่นๆ แต่ผมกลับพบเขากำลังยืนดูรูปพี่ฮิมชานแล้วร้องไห้คนเดียว ผ่านมานานขนาดนี้ แต่พี่ยงกุกก็ยังไม่ลืมเขาคนนั้นซักที..

                ทำไมผมจะไม่รู้ว่าเขาเศร้าขนาดไหน หลังจากที่ผมได้รู้ว่าพี่ฮิมชานคือแฟนของพี่ยงกุกก็ช็อคเหมือนกันนะ สูญเสียคนรักไปทั้งแบบนั้น เป็นผมก็คงทนไม่ได้หรอก ทั้งๆ ที่ที่ผมมาที่นี่ทุกวันเพื่อจะได้หาเรื่องมาคุยไม่ให้เขาคิดถึงเรื่องนั้น แต่ก็ดูเหมือนจะช่วยไม่ได้มากเท่าไหร่

                ในเมื่อเขาก็ยังขอตัวไปแอบร้องไห้คนเดียวทุกครั้ง ผมไม่เข้าใจ ทำไมเวลาผมยิ้มเขาต้องทำสีหน้าเหมือนกับกำลังเจ็บปวด หรือผมทำให้เขานึกถึงอะไรขึ้นมา? แต่ผมก็ไม่กล้าถามหรอก กลัวว่าจะไปสะกิดแผลเขาให้กว้างกว่าเดิมเสียเปล่าๆ

                สิ่งที่ผมควรทำก็คือ..ทำให้เขาลืมพี่ฮิมชานเร็วๆ..

                จุงฮง ช่วยเฝ้าบ้านทีนะ ฉันจะออกไปทำธุระอยู่ดีๆ เขาก็เดินมาข้างหลังแล้วพูดกับผม

                จะไปไหนหรอ

                “...หลุมศพฮิมชานพูดเสร็จก็เดินออกไปเลย ทิ้งให้ผมนั่งอยู่คนเดียวในบ้าน

                พี่ฮิมชานอีกแล้ว...ไม่ว่าเมื่อไหร่ พี่ยงกุกก็มักจะคิดถึงแต่พี่ฮิมชาน...ผมที่อยู่ข้างๆ พี่มาตลอดสามปีนี้ พี่เคยสังเกตเห็นผมบ้างมั้ย ให้ตายสิ รู้สึกแย่จัง

                ผมรู้มาตั้งนานแล้ว..เวลาที่ผ่านมาสามปีทำให้ผมเปลี่ยนไป ผมชอบพี่ยงกุก..ผมไม่ได้บอกเขาไปหรอก เพราะผมรู้ดีว่าเขายังไม่ลืมพี่ฮิมชาน บอกไปรังแต่จะทำให้เขาอึดอัดใจเสียเปล่าๆ ปล่อยให้เขาคิดว่าผมเป็นแค่น้องชายที่น่ารักคนนึงก็พอแล้ว

                ผมเดินขึ้นไปชั้นบน เดินเข้าไปในห้องของพี่ยงกุก กวาดตามองรอบๆ มีแต่รูปที่เขาถ่ายกับพี่ฮิมชานเต็มไปหมด ผมอยากฉีกมันทิ้งให้หมด แต่ถ้าทำแบบนั้นผมต้องโดนเกลียดแน่ๆ..แต่ถ้าแบบนี้คงไม่เป็นไรมั้ง..ผมเอื้อมมือไปหยิบรูปของพี่ยงกุกที่กำลังยืนยิ้มมา แล้วเก็บใส่กระเป๋าสตางค์ตัวเอง พี่เขาคงไม่ว่าอะไรหรอกมั้งนะ

                ผมเดินกลับลงไปข้างล่าง นอนดูทีวีจนเผลอหลับไป พอรู้สึกตัวอีกทีก็มืดแล้ว บนตัวผมมีผ้าห่มคลุมอยู่ แต่ผมว่าผมไม่ได้ห่มนะ พี่ยงกุกกลับมาแล้วงั้นเหรอ?

                พี่ยงกุกกกกกผมตะโกนลั่นบ้าน

                อะไรๆๆ เกิดอะไรขึ้นๆพี่ยงกุกวิ่งลงมาจากชั้นบนมองซ้ายมองขวาเลิ่กลั่ก

                เรียกเฉยๆ ทดสอบว่ากลับบ้านหรือยัง

                “เด็กเวร ฉันก็นึกว่าโจรขึ้นบ้าน ตกใจหมดเลย ทีหลังเดินขึ้นไปเคาะประตูเรียกก็ได้ ฉันไม่ได้ห้ามไม่ให้ไปเรียกนี่พี่ยงกุกถอนหายใจแล้วเขกกหัวผมไปหนึ่งที

                ขี้เกียจเดินขึ้นไปอ่า

                “ฮึ..เอ้าก็เห็นแล้วว่าฉันอยู่นี่ จะเอาอะไรอีกมั้ย ถ้าไม่เอาฉันจะได้ขึ้นไปแต่งเพลงต่อพี่ยงกุกชอบแต่งเพลงมากๆ เลยล่ะ ถ้าว่างทีไรเขาก็จะหากระดาษมานั่งแต่งเพลงเสมอๆ

                นี่ พี่แต่งเพลงให้ผมบ้างสิ

                “เอาเพลงแบบไหนล่ะ

                “อืม..ช่วยพูดถึงความดี ความน่ารักของผมหน่อยสิผมยิ้มกว้าง

                เหอ..จะลองดูแล้วกันแล้วพี่ยงกุกก็หันกลับขึ้นไปข้างบนซักพักก็เดินลงมาพร้อมกับกระดาษที่มีเนื้อเพลงเขียนอยู่ พี่ยงกุกยื่นมันมาให้ผม แต่ผมไม่รับ

                ร้องให้ฟังหน่อย

                “เขียนให้แล้วยังจะอะไรอีก..

                “นะ นะ นะ ร้องให้ฟังหน่อย

                “....ก็ได้ๆ ตั้งใจฟังให้ดีๆ ล่ะ

               

ขอบคุณเธอมากนะที่คอยอยู่เคียงข้างฉัน..

                คอยปลอบโยนและเอาใจใส่..เมื่อฉัน ไม่มีใคร

                ขอบคุณนะ และตอนนี้ฉันก็อยากจะมอบให้เธอ

                ถ้อยคำดีๆ ที่มันมาจากหัวใจ..

                ฉันแค่อยากจะบอกเธอไป...

                Happy Birthday…’

 

                สุขสันต์วันเกิดจุนฮงพี่ยงกุกยิ้มน้อยๆ ให้ผม

                พี่จำวันเกิดผมได้หรอ??

                “ฉันอยู่กับนายมาสามปี ของแบบนี้จำไม่ได้ก็สมควรตาย

                “ขอบคุณมากครับ นี่เป็นวันเกิดที่ดีที่สุดในรอบสิบแปดปี!!” ผมลืมตัวเผลอกระโดดกอดพี่ยงกุกเข้าเต็มรัก เมื่อรู้สึกตัวจึงค่อยๆ ผละตัวเองออกมาอย่างเขินอาย

                วันนี้โอกาสพิเศษ จะกอดนานแค่ไหนก็ได้น่าเมื่อได้ยินดังนั้นผมเลยกอดพี่ยงกุกอีกที เมื่อได้โอกาสเราก็สมควรคว้ามันมาทันที เหมือนที่ผมเคยได้ยินมาจากเพลงๆ หนึ่ง ที่เขาบอกว่า

                ‘you only have one chance u know’ (คุ้นๆ นะ : ไรท์//หัวเราะ)

                อยากได้อะไรมั้ยพี่ยงกุกถามผม ทั้งๆ ที่ผมยังกอดพี่เขาอยู่

                “มีอย่างนึง

                “ว่ามาสิ

                นอนด้วยดิ กลัวผี

                “นายได้ถีบฉันตกเตียงอีกน่ะสิ

                “คราวนี้จะนอนนิ่งๆ จริงๆ น้า นะๆ นอนด้วยคนนะ

                “ครั้งสุดท้ายแล้วนะ ตอนนั้นฉันเจ็บหลังไปหลายวันเลย แค้นนี้ฝังลึกนัก

                “เย้~ ขอบคุณมากครับ พี่ยงกุกใจดีที่สุดในโลกเลย

แล้วผมก็ผละออกขนหมอนกับผ้าห่มวิ่งขึ้นห้องไปในทันที แน่นอนว่าผมไม่ได้กลัวผีหรอก..ผมแค่อยากนอนกับพี่ยงกุกเท่านั้นเอง ผมไม่ได้มีจุดประสงค์อื่นนะ แค่อยากนอนด้วยเฉยๆ

พอฉันอนุญาตล่ะเร็วเชียวนะ นายน่ะ นอนข้างล่างไปซะ ฉันไม่ไว้ใจพี่ยงกุกเดินมาเท้าแขนกับขอบประตูแล้วชี้นิ้วสั่งผมทันที

คร้าบๆ คุณพ่อ ดุจังเลยผมเอาผ้ามาปูที่พื้นก่อนวางหมอนลงไป ล้มตัวลงแล้วห่มผ้าปิดหน้าปิดตาไปหมด

เดี๋ยวก็ขาดอากาศหายใจตายหรอก

ไว้ผมจะมาหลอกพี่นะ โอเค๊?

ถ้ามาล่ะจะซัดให้หงายเลยคอยดู

โห่ โหดจังเลย

แน่นอน ไปๆ นอนได้แล้วดึกแล้ว พรุ่งนี้ต้องไปเรียนไม่ใช่หรือไง เดี๋ยวก็ตื่นไม่ไหวหรอก

คร้าบบ ฝันดี ราตรีสวัสดิ์

ฝันดี

ผมหลับตาลงคิดถึงเรื่องวันนี้ เพลงที่พี่ยงกุกแต่งให้ เพลงที่พี่ยงกุกร้องให้..ผมมีความสุขมากๆ มีความสุขเหมือนเพลงที่เขาร้องเป็นเพลงรักเลยล่ะ ทั้งๆ ที่มันก็แค่เพลงวันเกิดเท่านั้นเอง

ผมโชคดีจัง ที่ได้รู้จักกับผู้ชายคนนี้ ผมหวังว่าเราจะได้อยู่ด้วยกันต่อไปเรื่อยๆ แบบนี้นะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างจริงๆ ครับ ขอบคุณที่ทำให้ผมรู้จักกับความรัก..ขอบคุณจริงๆ..

..เช้าวันต่อมา

จุนฮง เสร็จหรือยังงงง พี่ยงกุกตะโกนลั่นบ้าน ก็ทำไงได้ล่ะ ผมดันตื่นสายนี่นา...

เสร็จแล้วๆๆๆผมใส่เสื้อไปตะโกนตอบกลับไป

ลงมาเร็วๆ เข้า อีกไม่กี่นาทีโรงเรียนนายจะเข้าแล้วนะ!!”

มาแล้วววว

ผมวิ่งปรู๊ดลงไปแล้วก็โดนพี่ยงกุกดึงขึ้นรถทันที พี่ยงกุกเหยียบเบรกอย่างแรงรถออกตัวไปด้วยความเร็วที่เรียกว่าน่ากลัวใช้ได้

ช้าลงหน่อยก็ได้ พี่จะไปทัวร์นรกรึงายยย

ถ้าช้ากว่านี้ก็ไม่ทันน่ะเซ่ อย่าบ่นแล้วคาดเข็มขัดซะ ฉันจะเร่งความเร็วขึ้นอีก เร็วๆผมรีบดึงเข็มขัดมาคาดทันที แล้วก็ตามที่พี่แกบอก ตอนนี้มันจะสองร้อยแล้วนะ..ผมก็กลัวตายนะครับ!!

และแล้ว..ผมก็มาถึงโรงเรียนได้อย่างปลอดภัย..

ทำไมพี่ต้องขับเร็วขนาดนี้ด้วยเนี่ย..

ถ้าขับช้ากว่านี้มีหวังตำรวจตามมาทันฉันก็ซวยน่ะสิ

ตำรวจ? เขาจะมาทำไมอ่ะ

ฉันไม่มีใบขับขี่ จบนะ..

พี่ยงกุกขับรถออกไปแล้ว เหลือแค่ผมที่ยืนค้างอยู่หน้าโรงเรียน ไม่มีใบขับขี่...ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ชีวิตผมจะเป็นยังไงเนี่ย..ไม่อยากจะคิดเลย

ชเว จุนฮง!! เธอจะเข้ามามั้ย ไม่เข้าครูจะปิดประตูแล้วนะ!” เสียงนางพญาดังขึ้นข้างหลังของผม ผมรีบหันกลับไปโค้งให้แล้ววิ่งเข้าโรงเรียนทันที ผมเดินเอื่อยๆ ขึ้นไปที่ห้องอย่างเบื่อหน่าย ตื่นก็สาย แถมยังต้องมานั่งรถซิ่ง เจอนางพญาแต่เช้า..บ้าจริง

เฮ้ จุนฮงงผมหันไปตามเสียงเรียกก็เจอจงออบนั่งยิ้มตาตี่ใส่ผมอยู่มุมห้อง

สวัสดี~.

ทำไมมาสายอ่ะ ตื่นสายรึไง

ก็รู้อยู่ ยังจะถามอีก..

แล้วผมกับจงออบก็ไม่ได้คุยกันอีกเพราะคาบเรียนเริ่มแล้ว ถึงผมจะเบื่อแต่ผมก็ต้องมาเรียนอยู่ดี จริงมั้ย ยังไงผมก็ยังเป็นนักเรียนอยู่..

อาทิตย์หน้าสอบเก็บคะแนนนะทุกคนอยู่ดีๆ ฮีก็พูดขึ้นมาหน้าตาเฉยๆโดยไม่ถามความสมัครใจซักคำ..ได้ไงเนี่ย วิชานี้ผมยิ่งเรียนไม่รู้เรื่องอยู่

จงออบ..นายเรียนรู้เรื่องป่ะสิ่งที่ได้กลับมาคือรอยยิ้มนั่น..โอเค นายไม่รู้เรื่องสินะ..ไม่เป็นไรน่า พวกผมมีตัวช่วย

ผมกับจงออบวิ่งลงจากตึกทันทีที่ถึงเวลาพักเที่ยง จุดมุ่งหมายคือห้องพักครูที่อยู่ชั้นล่างสุด!! ในนั้นมีตัวช่วยของผมอยู่..ชายผู้มีมันสมองเป็นเลิศ!! ยู ยองแจ~~~~

พี่ยองแจ~!” ผมเรียกทันทีที่วิ่งมาถึงห้องแล้วจัดการเปิดประตูเข้าไปทันที

หือ..เสียงดังจริงพวกนายพี่ยองแจเงยหน้าขึ้นมามองแล้วตำหนิเบาๆ พี่ยองแจเป็นนักศึกษามาฝึกงานล่ะ พี่เขาเคร่งเรื่องกฎระเบียบและความเคารพนับถือบลาๆๆ ของแกมากๆ เลยล่ะ..

แหะๆ ขอโทษครับ..มีเรื่องให้ช่วยหน่อย..

เรื่องเรียนอีกล่ะสิ ทำไมไม่ตั้งใจเรียนในคาบฮะ ต้องมาลำบากฉันอยู่เรื่อยเลย..

แหม..ก็..นิดหน่อยน่า ช่วยหน่อยแล้วกัน

ตอนนี้ฉันไม่ว่าง งานเยอะมาก ไว้ตอนเย็นได้มั้ย มาที่บ้านฉัน เดี๋ยวสอนให้

ได้ครับ! ขอบคุณมากนะ จุ๊บๆแล้วผมกับจงออบก็เดินหลั่นล้าออกจากห้องไป

พี่ยองแจนี่พึ่งได้เสมอเลยเนอะจงออกพูดออกมาตอนที่เรากำลังเดินไปโรงอาหารกัน วันนี้กว่าจะไปหาพี่ยงกุกได้คงมืดแล้ว หาอะไรกินเลยแล้วกัน

แน่ล่ะ นายคิดว่ามันสมองของเขามันมีอะไรบ้าง..

พวกผมหาอาหารกินกันตามปกติโดยที่เฝ้ารอให้ถึงตอนเย็นเร็วๆ นอกจากพี่ยองแจจะฉลาดแล้วยังรวยอีกด้วย ผมกะจะไปเล่นเกมที่บ้านเขาน่ะ..ผมก็ทำแบบนี้ประจำแหละ บอกว่าอยากให้ช่วยติว..พอติวเสร็จผมก็เล่นที่บ้านพี่ยองแจจนค่ำแล้วค่อยกลับบ้าน บ้านเขามีเกมใหม่ๆ เต็มไปหมดเลย สวรรค์ของผมชัดๆ..

แล้วตอนเย็นก็มาถึงซักที ผมกับจงออบรีบเก็บข้าวของเพื่อจะไปบ้านพี่ยองแจกัน บ้านเขาอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนเท่าไหร่ จึงสามารถเดินไปได้สบายๆ

นายคิดว่าบ้านพี่ยองแจจะมีเกมอะไรใหม่ๆ อีกป่ะผมหันไปถามจงออบด้วยตาเป็นประกาย

ไม่รู้สิ ฉันว่ามีนะ ไปทีไรก็มีเกมใหม่ตลอดเลย

นั่นสินะ..ถึงพอดีๆ บ้านใกล้ๆ แบบนี้ก็ดีนะ เลิกเรียนตรงดิ่งมานี่เลยก็ยังได้ ดีจังๆๆ

พอมาถึงผมก็กดกริ่งรัวๆ คนที่ออกมาเปิดประตูให้คือพี่แดฮยอน พี่แดฮยอน กับพี่ยองแจเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วพวกเขาก็อยู่ด้วยกันล่ะ..

เข้ามาๆ ยองแจยังไม่กลับบ้านเลย สงสัยทำงานอยู่ แต่อีกเดี๋ยวก็กลับแล้วล่ะ เอาขนมมั้ย

ขอบคุณครับ ผมขอช็อคโกแลตกับนมน่ะ นายล่ะจงออบ

ฉันกินกับนายได้มั้ย

อืม..ก็ได้ๆ

ผมเดินไปนั่งที่โซฟาหน้าทีวีจอยักษ์ มือก็หยิบรีโมทมากดเปิดด้วยความสนใจ ภายในจอปรากฏสารคดีสัตว์โลกใต้ทะเลลึกขึ้นมา ด้วยความที่เป็นทีวีระดับไฮ ภาพจึงออกมาคมชัดมากๆ รู้สึกเหมือนผมกำลังอยู่ในทะเลเลยล่ะ ฮะๆๆ แล้วพี่แดฮยอนก็เอาขนมมาวางให้แล้วขอตัวขึ้นไปวอร์มเสียงต่อ พี่แดฮยอนเป็นนักร้องอยู่ที่บาร์ล่ะ เสียงพี่เขาดีมากๆ เลยนะ ขนาดผมยังชอบเลย

ผมกับจงออบนั่งดูทีวีไป กินขนมไปซักพักพี่ยองแจก็เดินเข้ามาพร้อมเอกสารกองเบ้อเร้อ วัย(ใกล้)ทำงานนี่ลำบากเนอะ..

รอนานมั้ยๆ ขอโทษนะ แต่งานเยอะมากๆ เลย มาๆ จะให้สอนอะไรพี่ยองแจเอากองเอกสารตั้งไว้ข้างๆ แล้วนั่งลงกับพื้นหน้าโต๊ะ พวกผมก็ลงไปนั่งตามแล้วหยิบสมุดหนังสือออกมาวางๆๆ

ไอ้เนี่ยอ่ะพี่..ตรี..ตรีบ้าอะไรไม่รู้ เรียนไม่เห็นรู้เรื่อง..

โถ่..โง่จริงเด็กบ้านี่..

แล้วพี่ยองแจก็เริ่มสอนพวกเราทีละขั้นอย่างตั้งใจ นอกจากจะฉลาดแล้วยังมีความเป็นครูมากๆ เลย สอนละเอียดมาก จากที่ผมกำลังตันตอนนี้เริ่มเห็นแสงสว่างรำไรที่ปลายทาง ฮ่าๆๆ

อ่า เดี๋ยวมานะ ขอเข้าห้องน้ำก่อน

แล้วผมก็ลุกเดินไปห้องน้ำทันที ทางไปห้องน้ำจะต้องเดินผ่านห้องครัว ผมที่กำลังเดินผ่านก็เหมือนเห็นใครอยู่ในครัวแว้บๆ เลยเดินกลับมามองอีกรอบ ผมก็เห็น...ผู้ชายคนนั้น คนที่คุ้นหน้าคุ้นตาผมมาก..เขากำลังจูบกับผู้หญิงหน้าตาดีอีกคนอยู่ที่เคาท์เตอร์..

..พี่..ยงกุก?

เขาผละออกจากกันแล้วหันมามอง ผมยืนชาไปทั้งตัว นี่มันเรื่องอะไร..ทำไมพี่ยงกุกมายืนจูบกับผู้หญิงคนนี้ได้..แล้วพี่ฮิมชานล่ะ..แล้ว..แล้วผมล่ะ..ผมควรจะทำยังไงดี..

นาย..เขาเอ่ยออกมาแค่นี้ แต่ผมรีบวิ่งออกไปทันที ผมวิ่งออกไปหาจงออบกอดเขาอย่างแรงจนเขานั่งงง แต่เขาก็เอื้อมมือมากอดปลอบผม

เป็นอะไรจุนฮง

ฮึก..จงออบ..ผมพูดได้แค่นี้แล้วน้ำตามันก็ไหลออกมา ที่ผมเห็นมันเป็นเรื่องโกหกใช่มั้ย? เขาไม่ใช่พี่ยงกุกใช่มั้ย?

อ้าว..เฮียบัง มาได้ไงอ่ะเสียงพี่ยองแจดังขึ้น

เฮียบัง..นามสกุลนี่มัน..บัง..บัง ยงกุก...เป็นเขาจริงๆ สินะ..ผมฝังหน้าลงกับไหล่จงออบแล้วร้องไห้ออกมา ทำไมล่ะ..ทำไม..ทำไมเขาถึงทำแบบนี้ เขาลืมพี่ฮิมชานแล้วเหรอ เขาไม่มองมาทางผมบ้างเลยเหรอ..เจ็บ..คงมีแค่คำนี้ที่บรรยายความรู้สึกตอนนี้ของผมได้..

ผมเจ็บ..

 

 

เพลงวันเกิดหนูโล่ที่ไรท์เขียนไปเนี่ย อาศัยจากการมั่วของตัวเองล้วนๆ นะคะ เลยดูแปลกประหลาดมากๆ เลยไรท์แต่งเพลงไม่เป็นอ่ะ..ถ้าอ่านแล้วรู้สึกขัดๆ แปลกๆ ก็ขอโทษด้วยนะ =w=;; ตอนนี้ยาวหน่อยนะคะ พอดีอารมณ์มันพุ่งปรี๊ดปร๊าดมากเลย 5555

ตอนนี้ดราม่าแค่แรกๆ หลังๆ มาเริ่มเกรียน(?) สุดท้ายก็ดราม่าอีกแล้ว..555 ขอโทษสำหรับความปั่นปวนของไรท์ อิ v อิ V

70 ความคิดเห็น

  1. #48 KATHARIN (@moussessykath) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 13:55
    อย่าเพิ่งร้องนะเจลโลลล่ว ยองแจน่ารักมากๆๆๆ
    #48
    0
  2. #34 ScrT๛OuY๏ (@secretauy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 02:59
    เฮียนัมปร้า!?
    #34
    0
  3. #23 Itamaji-u (@itamaji-u) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 เมษายน 2556 / 23:33
    เฮียยงนัมเปล่า?
    #23
    0
  4. #15 to me (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 เมษายน 2556 / 13:44
    อิกุกหรอไม่ใช่มั้งรักฮิมขนาดนั้น

    น้องโล่อย่าร้องไห้นะลูก

    ใครมันทำโล่ร้องไห้ฉันจะจับทำสามีให้หมด
    #15
    0
  5. #9 Cross zenith (@cross-b) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 เมษายน 2556 / 12:10
    เอ่อ.. นั่นสิ ยงนัมหรือเปล่า- -??

    โล่อ่าา อย่าร้องสิT^T

    #9
    0
  6. #7 ´*;#thumb3lina.⋈ (@jollifyz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 23:07
    ยงนัมป่ะ หวังว่าน้องจะเข้าใจผิดนะ ;__;
    #7
    0
  7. #5 ZeloStone (@kyosake) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 18:41
    อีบังยงกุก แก!!!! ทำเจโล่ร้องไห้ได้ไง????

    ไม่ลืมฮิมชาน แต่แกจูบกะคนอื่นเนี่ยนะ???? โกรธ!!!!!

    ไรท์จร้าาา ลงโทษอียงกุกแทนเขาที ฮือๆๆๆ สงสารเจโล่ T^T
    #5
    0