ตอนที่ 33 : ตอนที่ ๓๒ รักในวันที่ไม่อาจได้ครอบครอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 230
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    4 พ.ค. 62

ตอนที่ ๓๒ รักในวันที่ไม่อาจได้ครอบครอง


   

อิมเมจแพรพรรณายและสัญชัย


แพรพรรณรายตัดสินใจปิดร้านก่อนเวลา แล้วพาร่างโรยแรงไปล้มตัวนอนบนโซฟา หวังพักกายให้หายเหนื่อยอ่อน ก่อนเดินทางฝ่าฝูงยวดยานยามตะวันลับฟ้ากลับสู่ที่พัก แต่ความพะอืดพะอมที่เกิดขึ้นทั้งวันก็กลับมาเล่นงานให้พรวดพราดลุกขึ้นไปโก่งคออาเจียนที่อ่างล้างมืออีกครั้ง เป็นความทรมานที่เพิ่งเคยได้ลิ้มรส และต้องยอมรับหากอยากรั้งตัวอิทธิฤทธิ์ไว้                

ก็รู้ว่าได้แค่กาย ไม่เคยได้หัวใจ แต่หล่อนยังไม่อยากปล่อยมือ และผู้ชายใจไม้ไส้ระกำเองคนนั้นคงกำลังเดือดดาลเพียงใดหาทางหนีออกจากพันธะที่หล่อนกุขึ้นมาเพื่อใช้เป็นบ่วงรัดคอเขาเอาไว้

หล่อนล้างหน้าล้างตา แล้วเดินออกจากห้องน้ำ คว้ากระเป๋าแล้วออกจากร้านตรงไปยังรถที่จอดไว้ริมทางเท้า แต่ในตอนที่ก้าวออกจากร้าน เสียงสายเรียกเข้าที่ดังจากโทรศัพท์ในกระเป๋าก็ทำให้หล่อนหัวเสีย และยังไม่อยากพูดกับใครตอนนี้ ทว่าฉับพลันนั้นข้อมือบางก็ถูกคว้าหมับ จึงหันไปมองด้วยความตกใจ แต่พอเห็นว่าเป็นสัญชัย ก็รีบหันซ้ายหันขวา ส่งตาดุ ก่อนกล่าวคำพูดไม่พอใจ

“ฉันบอกแล้วนี่ว่าให้เราเลิกเจอกันสักพัก”

อีกฝ่ายไม่สนใจท่าทีขัดเคือง สอดโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากาเกงแล้วดึงตัวหล่อนให้เดินตาม “ถ้าไม่อยากให้ใครเห็น ก็รีบตามไปขึ้นรถกับฉัน”

แพรพรรณรายยังดื้อดึง “ไม่ ฉันจะกลับบ้าน”

“หงส์” สัญชัยจดจ้องมองหล่อนด้วยแววตาจริงจัง เปล่งคำพูดเสียงต่ำ “ถ้าไม่สำคัญ ฉันไม่พาตัวเองออกจากกรงทองหรอก!

แล้วลากตัวหล่อนให้เดินตาม ด้วยความอ่อนเพลียเป็นทุนเดิม จึงไม่อาจทานกำลังของชายหนุ่ม กระทั่งถูกนำตัวเข้าไปในรถ แล้วขับหล่อนไปยังสถานที่หล่อนอยากกรีดร้องว่ากล่าวเป็นคำหยาบคาย

“ม่านรูด!” แพรพรรณรายถลึงตาใส่ชายหนุ่มที่เดินมาเปิดประตูให้ “นายอดอยากปากแห้งขนาดหนักหรือไง ถึงพาฉันมากินที่นี่!

“อย่าเพิ่งโวยวายน่ะ” เขากระชากตัวหล่อนให้ลงจากรถ “ที่ไม่อยากพาเธอไปคุยที่คอนโดก็เพราะไม่อยากให้ใครเห็นว่าเธอกับฉันเจอกัน คิดให้ขนาดนี้ไม่ดีหรือไง” แล้วพาเข้าสู่ห้องสี่เหลี่ยมกลิ่นอับชื้นที่มีแต่เตียงนอนกับโซฟาหนังเทียมราคาถูก

ถึงจะเคยใช้บริการสถานที่แบบนี้มาก่อน แต่แพรพรรณรายก็ไม่ได้อยากอยู่ที่นี่นานนัก หล่อนมาไกลเกินกว่าจะกลับไปเป็นผู้หญิงที่ขายร่างกายให้ผู้ชายระบายความใคร่แลกเงิน

หลังจากหลอกเสี่ยแก่ให้โอนได้สมบัติบางส่วนมาได้ หล่อนก็ลบล้างชีวิตเดิมเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ด้วยการเปลี่ยนชื่อนามสกุลจริงแล้วสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนของเหล่าบรรดาลูกคนมีอันจะกิน แล้วหาพาหะสักคนที่นำพาหล่อนเข้าสู่สังคมไฮโซอย่างที่มุ่งมั่นตั้งใจมาตั้งแต่วัยเยาว์ แล้วหล่อนก็ได้พบอิทธิฤทธิ์ เจ้าชายในฝันที่อยากได้เขามายืนเคียงข้างในชีวิตจริง

แต่ด้วยมายาที่เคยใช้กับชายอื่นไม่เคยได้ผลกับผู้ชายที่ไม่เคยปล่อยคำว่ารักออกจากปากตัวเองเลยสักครั้ง และมันอาจเป็นเหตุผลที่ทำไมรสสุคนธ์ถึงก็ไม่เคยมอบหัวใจให้แก่ผู้ชายคนนั้น

ผิดกันกับที่หล่อนพร่ำบอกความรู้สึกของตนให้เขาฟัง แต่นั่นก็เป็นแค่การสร้างความรำคาญหูรำคาญใจมากกว่าหลอมหัวใจกระด้างให้โอนอ่อนตาม

“ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ แล้วก็อยากให้เธอเห็นด้วยกับฉัน”

สัญชัยกดบ่าหล่อนให้นั่งลงบนโซฟา แล้วเริ่มเรื่องธุระด้วยน้ำเสียงจริงจัง ใบหน้าก็ดูขึงขังแตกต่างจากบุคลิกคนที่เคยร่วมเรียงเคียงหมอนกันในอดีต

“ฉันอยากให้เธอตัดใจจากนายอิทธิฤทธิ์ แล้วย้ายไปอยู่ต่างประเทศกับฉัน”

แต่คำพูดของสัญชัยทำให้หล่อนตะลึงงันไปหลายนาที “ถ้านายอยากหนีไปต่างประเทศ ก็ไปคนเดียวเถอะ อย่าเอาฉันไปเกี่ยวด้วย”

“นายนั่นไม่รักเธอเลยสักนิดนะหงส์ ต่อให้เธอไปตายต่อหน้ามัน มันก็ไม่แยแส”

“ถึงมันจะจริง แต่มันก็ไม่ใช่กงการอะไรของนาย!” เพราะถูกพูดจี้ใจดำ หล่อนจึงสะบัดแขนเต็มแรง แล้วพรวดลุกขึ้นยืน แต่จู่ ๆ อาการวิงเวียนหัวก็เกิดฉับพลัน

“เธอนี่มันโง่หรือบ้ากันแน่!” โชคดีที่สัญชัยคว้าแขนหล่อนไว้ แต่เขาไม่ได้สังเกตถึงความผิดปกติบนใบหน้าของหล่อน “ฟังให้ชัด ๆ นะ เมื่อวานลูกน้องของมันพาฉันไปหามันที่คอนโด เพื่อจ้างให้ฉันมาลบบันทึกสนทนาที่ฉันแอบอัดไว้ในโทรศัพท์ของเธอ”

“แล้ว... แล้วนายบอกเขาไปว่ายังไง” แพรพรรณรายกล้ำกลืนสะกดความพะอืดพะอมไว้

“ฉันตกลงรับทำ”

“ไอ้เลว นายมันก็เห็นแก่เงินไม่เคยเปลี่ยน!

“ถ้าฉันเห็นแก่เงินจริง ฉันไม่บอกเธอเรื่องนี้หรอก!

“แล้วนายมาบอกฉันทำไม หรือนายคิดจะให้ฉันจ่ายเงินเกทับเขาเพื่อที่นายจะไปเรียกค่าจ้างจากเขาเพิ่มงั้นสิ”

“ฉันไม่ได้ต้องการเงินของเธอ” เขาพ่นลมหายใจแรงเหมือนกำลังข่มกลั้นอารมณ์

“อ้อใช่ฉันลืมไป นายได้เงินมหาศาลมาจากการหลอกลวงเพื่อนนายแล้วนี่” หล่อนแสยะยิ้ม “นายไม่ได้ต้องการเงิน แต่นายอยากให้ฉันนอนกับนายอย่างนั้นใช่ไหม”

“ฉันไม่ได้อยากนอนกับเธอ แต่ไม่อยากให้เธองมงายกับผู้ชายที่ไม่คู่ควรกับเธอ”

ที่คาดคิดไว้ว่าจะถูกพูดจากรรโชกกลับ แต่เขาทำแค่มองหล่อนด้วยดวงตาคู่ที่ฉาบเต็มไปด้วยความผิดหวัง เป็นแววตาที่หล่อนเคยเห็นตอนสะบัดเขาทิ้งเพื่อไปตามหาชีวิตใหม่ที่เฝ้าใฝ่ฝัน

“ฉัน... ฉันไปไม่ได้หรอก” หล่อนพยายามฝืนยิ้มเยาะ แม้จะน้ำตาไหลเป็นธารน้ำตกอยู่ในหัวใจ “ฉันรักเขา ทำทุกอย่างก็เพื่อให้เขาเห็นความรักของฉัน”

“แล้วมันเห็นความรักของเธอบ้างหรือเปล่า”

ถึงไม่บอก เขาก็คงรู้คำตอบดี และสีหน้าที่แสดงออกก็ไม่ได้บ่งบอกว่าสมเพชเวทนา ในทางกลับกัน เป็นหล่อนเองที่รู้สึกสมเพชตัวเอง

“ฉันรักเธอนะหงส์” เขาไม่ได้ตะโกนเสียงดัง แต่ประโยคที่ถูกเปล่งออกมาก็มีอานุภาพสั่นหัวใจหล่อนทั้งดวง

“ลบบันทึกสนทนานั่นซะแล้วเลิกสนใจเจ้านั่น ฉันจะพาเธอไปอยู่ด้วยกัน ประเทศไหนก็ได้ที่เธออยากไป ด้วยเงินค่าจ้างที่ทำให้ฉันหักหลังเพื่อนตัวเอง คงทำให้เราสองคนอยู่สบายโดยไม่ต้องทำงานไปหลายปี”

เขาพูดง่ายเหมือนไอ้หนุ่มที่ชวนหนีพ่อแม่ไปอยู่กิน แต่ไม่ง่ายเลยที่จะให้หล่อนทิ้งทุกอย่างที่พยายามมานานหลายปี

“ฉัน... ฉันไปกับนายไม่ได้”

“ทำไม” ดวงตาหม่นถามหาคำตอบ

แพรพรรณรายกลืนน้ำลายลงคอ แล้วหลุบตาลงไม่กล้ามองหน้าด้วยเกรงว่าจะถูกจับเท็จที่ไม่อาจปกปิดได้ทางสายตา

“ฉัน... ฉันท้องลูกของเขา”

ความเงียบไหลผ่านมวลความอึดอัดที่แทรกซึมในบรรยากาศกดดันแพรรพรรณรายให้อยากเดินออกจากตรงนั้น จึงเบี่ยงตัว เอ่ยกับชายหนุ่มพลางหันหน้าเดินมุ่งไปที่ประตู “ฉันจะกลับ เหม็นห้องนี้เต็มทีแล้ว”

“เธอตั้งใจท้องเพื่อใช้เด็กเป็นข้อต่อรองเรียกร้องหาความรักจากคนที่ไม่เคยรักเธอ...”

คำพูดหยุดขาหญิงสาวให้ค้างแข็ง แต่แม้จะไร้คำตอบใดจากเรียวปากอิ่ม ก็ไม่ได้หมายความว่าหล่อนไม่รู้สึกอะไรกับคำพูดบาดลึก

“แต่ถ้าเธอไม่รังเกียจชาติกำเนิดอีกาตัวดำของฉัน ฉันจะรับเป็นพ่อของเด็กคนนั้นเอง”

หัวใจของหล่อนฟูประหลาด แต่ทิฐิที่ก่อสร้างมานานจนเป็นพังผืดหนา หากกาควรคู่กับกา หงส์ก็ต้องควรค่ากับหงส์ และตัวตนหล่อนก็เป็นหงส์ที่ใจดำยิ่งกว่าสีขนของอีกา จึงสมแล้วที่จะกลับไปหาหงส์ที่มีหัวใจสีเดียวกัน แพรพรรณรายจึงตอบกลับไปด้วยเสียงราบเรียบ

“ฉันจะลบบันทึกสนทนานั่นให้ นายจะได้กลับไปรับเงินเขาแล้วออกนอกประเทศไปคนเดียว”

จากนั้นผลักประตู ก้าวขาเดินออกมาทิ้งเขาให้ซึมซับความผิดหวังในห้องเหม็นอับ หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า แล้วเลื่อนหาบันทึกสนทนาในหน่วยความจำจนพบ แต่ความพะอืดพะอมตีตื้นจากลำคอขึ้นมาฉับพลัน จึงวิ่งไปย่อเข่าโก่งคออาเจียนริมพุ่มไม้

ปัง !

แพรพรรณรายสะดุ้งโหยงเพราะลั่นเสียงปืนที่ดังสนั่น พอหันหน้าขับมองทิศทางของเสียง แล้วก็ถึงกับเบิกตากว้าง แล้วรีบพาตัวเองเข้าไปในหลืบของซอกพุ่มไม้หวังให้กิ่งก้านบดบังร่างตัวเองจากสายตาของหญิงร้างท้วมที่เผยตัวออกจากห้องที่หล่อนเพิ่งเดินจากมา

ด้วยดวงตาขวาง และปืนในมือของสตรีนางนั้นทำให้หล่อนขวัญหนี หัวใจเต้นแรงราวกับมันจะหลุดออกจากอกรีบขดตัวนิ่ง ยกมือปิดปากสกัดเสียงร้องไว้ให้สนิท

กระทั่งเสียงฝีเท้าเงียบหาย ก่อนตามด้วยเสียงล้อรถที่บดบี้ถนนอย่างเกรี้ยวกราดตามอารมณ์ของคนขับห่างออกไป แพรพรรณรายถึงได้คลานออกมาด้วยสภาพหวาดผวาเนื้อตัวสั่นเทา หันสายตาไปทางห้องที่ยังมีรถสปอร์ตคันโก้สีขาวของเขาจอดอยู่ด้านหน้าทางเข้า เฝ้ารอขอให้ชายหนุ่มเดินออกมา แต่ไร้เงา ไร้เสียง ไร้ซึ่งความหวัง

หล่อนลุกขึ้นเดินระหกระเหินด้วยขาอ่อนแรง พาตัวเองไปให้ถึงประตูที่เปิดอ้าค้าง น้ำร้อนชื้นเอ่อนองขอบดวงตา เรียวปากอิ่มสั่นระริก เปล่งเสียงร่ำร้องก่อนก้าวขาตรงไปทรุดนั่งข้างชายหนุ่มร่างอาบเลือดที่นอนพิงขอบเตียง หายใจหอบโรยริน

“สัญ นายอย่าเพิ่งเป็นอะไรไป ฉันจะเรียกกู้ภัย” แล้วรีบล้วงหาโทรศัพท์ในกระเป๋า แต่ก็แสนขัดใจเพราะมือไม้อ่อนแรง หยิบจับอะไรไม่ถูก

“ไม่... ไม่ต้อง” แต่เสียงแหบของชายหนุ่มเรียกดวงจตาเอ่อชื้นให้หันไปมอง เห็นเขาพยายามยกมือสั่น ๆ ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบกระดาษออกมา

“เอา... เอาเช็คนี่ไป”

“ไม่ ไม่ฉันไม่เอา” แพรพรรณรายสั่นหน้า “นายต้องใช้มัน นายเก็บไปเถอะ”

“ไม่... ไม่ได้ใช้... แล้ว”

ทว่าเสียงเบรกรถดังสนั่นด้านนอกทำให้เขาจับมือหล่อนแล้วยัดกระดาษให้ “มันย้อนกลับ...มา เธอ... เธอต้องรีบออกจากที่นี่”

รู้ตัวว่ากลัวตาย แต่หล่อนจะทิ้งเขาไว้ตรงนี้ได้หรือ

“ไป... ไปมีความสุข... อย่างที่...ต้องการ”

น้ำตาหล่อนไหลเป็นทาง กำเช็คในมือแน่น แล้วรีบย่อตัวคลานออกไปหลบหลังรถของชายหนุ่ม อาศัยเงามืดบังตา ลอดมองผู้หญิงร่างท้วมที่สังหารสัญชัย แต่รอบนี้มีชายวัยเลยกลางคนไว้หนวดเคราน่าเกรงขามติดตามมาด้วย

“ฉันเตือนแกแล้วว่าอย่าไปเอาคนไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาทำผัว”

คำพูดที่พ่นออกจากริมฝีปากหนากระแทกกระทั้นจิตใจหล่อน คำว่าไม่มีหัวนอนปลายเท้าจากคนที่คิดว่าตนสูงส่งทว่าไร้ซึ่งหัวจิตหัวใจ และถึงแม้หล่อนจะเป็นผู้หญิงใจดำเยี่ยงอีกาเพียงไร ก็ไม่ถึงกับตัดชีวิตใครได้

มิเช่นนั้นแล้ว... หล่อนคงไม่ปล่อยให้ก้อนเนื้อในท้องสร้างความทรมานให้ร่างกายหล่อนทุกวัน แต่นับจากนี้ที่เพิ่มมาคือความทรมานใจที่แพรพรรณรายเพิ่งรู้ว่าหล่อนอาทรสัญชัยมากเพียงใด

ปัง!

กระสุนนัดสุดท้ายที่ปลิดชีพชายหนุ่มนั้นเหมือนมันสะท้อนพลังมาปลิดหัวใจเธอให้ขาดจากกัน แต่แล้วในตอนนั้นเอง

“นังหงส์” เสียงเพชฌฆาตเปล่งชื่อของหล่อนสร้างความเย็นยะเยือกถึงขั้วหัวใจ “คนสุดท้ายที่มันโทรหาคือผู้หญิงที่ชื่อหงส์!

สิ้นคำพูดเสียงเหี้ยมเกรียม เสียงโทรศัพท์ของหล่อนก็ดัง จึงรีบหยิบมันออกมาหวังตัดสายทิ้งทันควัน หากแต่ชื่อของหมายเลขเรียกเข้านั้นกลับกลายเป็นสัญชัย

ใจสั่นยิ่งกว่าครั้งไหน แพรพรรณรายกลั้นเสียงสะอื้นให้สนิท คงไม่มีโอกาสกลับไปรวบร่างคนที่ไม่เคยมองเขาที่หัวใจมากอด เขาไม่เคยเลวอย่างที่หล่อนปรามาส แต่เป็นหล่อนเองที่ผลักดันความต่ำทรามให้เขาเพื่อจะได้พาปีกตีบินตามฝัน แม้ในช่วงสุดท้ายของชีวิตเขา หล่อนก็ยังสร้างประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

ร่างบางหาจังหวะหนีออกจากม่านรูด แต่ยังเดินลอบเหมือนสะเก็ดดาวเคว้งกลางอวกาศ จะกลับร้านก็เกรงกลัวว่าจะมีคนดักรอ จะกลับคอนโดมีเนียมที่เคยเป็นบ้านพักพิงกายต่อไปนี้ก็กลายเป็นสถานที่ปลอดภัยแล้วเช่นกัน ประสาทหลอนจนคิดไปว่ามีคนเฝ้าติดตามทุกก้าว

ในที่สุด หล่อนก็ต้องตัดสินใจ คงไม่มีทางใดให้เลือกอีกแล้วนอกจากเคหะสถานของอิทธิฤทธิ์ ผู้ที่ทำให้หล่อนคลั่งไคล้จนอยากเปลี่ยนชีวิต และเป็นผู้ที่ทำให้หล่อนกำลังกลายเป็นคนไร้ชีวิต

ทว่าชั้นสูงสุดของอาคารชุดหรูหรา ก็ร้อนเหมือนดั่งขุมนรกอเวจี เขาไม่ได้ไยดีหล่อนเลยหากไม่เห็นลายเช็นของตัวเองบนกระดาษ แต่สายตาเย็นชาคู่นั้นไม่กระทบต่อหัวใจตายด้านของแพรพรรณรายอีกต่อไป

“หงส์จะมาบอกพี่ว่าสัญชัยตายแล้ว” หล่อนพูดไปแล้วก็เหมือนน้ำตาจะไหลอีกครั้ง “เขาตายหลังจากที่เขาสารภาพกับหงส์ว่าพี่อิทจ้างให้เขาลบบันทึกสนทนาในโทรศัพท์หงส์”

อิทธิฤทธิ์สูดหายใจเข้าลึกจนแผ่นอกกว้างกระเพื่อมชัดเจน “มันตายได้ยังไง”

“พี่อิทจะสนใจทำไม สนแค่ว่าบันทึกบทสนทนายังอยู่ในโทรศัพท์ของหงส์”

แนวกรามได้รูปของชายหนุ่มนูนชัดจากการขบฟันกันจนแน่น “ทั้งเธอทั้งมันก็ชาติตระกูลลิ้นสองแฉก ตลบตะแลงไว้ใจไม่ได้”

แพรพรรณรายฟังประโยคที่พ่นออกมาแล้วก็นึกสมเพชชายหนุ่มที่คงเห็นแค่ใบหน้าหล่อเหลาของตนยามส่องกระจก แต่ไม่เคยส่องให้ลึกถึงภายในจิตใจตัวเองเลยว่ามันเน่าฟอนเฟะแค่ไหน

“พี่อิทบอกว่าจะรับเด็กในท้องเป็นลูก แต่พี่อิทจ้างวานสัญชัยให้เขาไปลบหลักฐานมัดตัวพี่ คนอย่างพี่มันก็ลิ้นสองแฉกเหมือนกัน อย่าได้เอาแต่ว่าคนอื่น ถึงพี่จะชาติกำเนิดสูง แต่ชอบทำตัวให้ต่ำเรี่ยโคลนตม”

“เพราะชีวิตฉันมีแต่พวกที่เอาแต่จะมาหาผลประโยชน์กับฉัน อย่างเธอก็เข้ามาพัวพันเพราะอยากได้ฉันทำผัวไม่ใช่หรือไง”

หล่อนแค่นยิ้ม “เมื่อก่อนอาจจะใช่ แต่ตอนนี้พี่อิทไม่ต่างจากเศษดินที่เปื้อนเท้าหงส์เลยสักนิด”

“หงส์” ดวงตาเรียวเบิกกว้างมองน่ากลัว

“หงส์จะยอมลบบทสนทนาให้ แล้วพี่อิทก็ไม่ต้องรับเด็กในท้องหงส์เป็นพ่อ เพราะหงส์จะเลี้ยงเขาด้วยตัวหงส์เอง”

อิทธิฤทธิ์หัวเราะดังลั่น “ก็มันไม่ใช่ลูกของฉันหรือยังไม่รู้เลย เธอเองก็ไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ก่อนมาเจอฉันไม่ใช่หรือไง ถ้าสัญชัยไม่เล่า ก็คงไม่มีใครรู้ว่าพ่อปลอม ๆ ของเธอจริง ๆ แล้วก็คือผัว แล้วถ้าฉันคิดไม่ผิด ไอ้เจ้าสัญชัยมันก็เป็นผัวเธออีกคนเหมือนกัน เอาเข้าจริงแล้ว ไอ้เด็กในท้องนั่น มันเป็นลูกผู้ชายคนอื่นที่เธอไปมั่วหรือเปล่ายังไม่รู้เลยไม่ใช่หรือ”

หัวใจด้านชาไม่สะท้านสะเทือนกับคำพูดเชือดเฉือน อย่างดีเขาก็แค่ต้องการสร้างรอยเจ็บให้คนอื่นเพื่อกลบเกลื่อนแผลเหวอะของตัวเอง

“ที่หงส์มาวันนี้ ก็จะมาขอให้พี่อิทช่วยอะไรสักอย่างเป็นครั้งสุดท้าย และกับที่หงส์จะลบบทสนทนาแล้วจะไม่ยุ่งกับพี่อิทอีกเลย”

“ช่วยอะไร” ข้อเสนอน่าสนใจสำหรับเขา จึงไม่จำเป็นเลยที่หล่อนจะต้องโน้มน้าว

“หงส์อยากไปอยู่ต่างประเทศ อยากให้พี่อิทช่วยเรื่องทำหนังสือเดินทาง แต่ติดปัญหาเรื่องหลักฐานยืนยันตัวตน ถ้าสัญชัยเล่าให้พี่ฟังหมด ก็คงรู้ว่าหงส์เป็นลูกหญิงหากินที่เร่ร่อนหาวิธีเปลี่ยนชาติกำเนิดมาตลอด แพรพรรณรายเป็นชื่อใหม่ที่ตั้งขึ้นเพื่อเข้าสู่สังคมสวยหรู แต่หลักฐานยืนยันตัวตนอื่น ๆ เป็นเอกสารปลอมที่หงส์ใช้เงินซื้อมา”

ดวงตาเรียวหรี่แคบลง มองหล่อนนิ่งเหมือนกำลังคิดอะไรในใจ กระทั่งเขาเป็นฝ่ายยื่นข้อต่อรอง “ลบให้ฉันเห็นกับตาก่อน”

หล่อนพ่นลมหายใจ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หันหน้าจอไปทางเขา แล้วใน้นิ้วแตะสัมผัสตรงตำแหน่งลบข้อมูลสนทนาให้เห็นชัดแจ่มแจ้งต่อสายตา แต่ชายหนุ่มตรงหน้ายังไม่หยุดแค่คืบ

“ทำหนังสือเดินทางไม่ใช่เรื่องยากเท่ากับการขอวีซ่า ถึงจะเป็นคนประวัติขาวสะอาด บางครั้งก็ยังมีปัญหา ฉันพอจะรู้จักคนในวงการ จะแนะนำเธอให้กับเขา เพียงแต่ฉันอยากให้เธอทำงานอะไรสักหนึ่งอย่าง ไม่ยากเกินความสามารถของเธอแน่”

หญิงสาวลอบถอนหายใจ “จะให้หงส์ทำอะไร”

“พาโรสมาเจอฉัน”

“พี่ไปด่าอะไรโรสเข้า โรสถึงหนีหน้าหรือไงคะ”

อิทธิฤทธิ์ตวัดตามอง “อย่าถามอะไรนอกเรื่อง แค่ตอบมาว่าจะทำหรือไม่ทำ”

สุดท้ายแล้วเขาก็ยังดื้อด้าน ใช้วิธีสกปรกเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ

“พี่อิทบอกหงส์ได้ไหมว่าที่พี่อิทอยากแต่งงานกับโรสเพราะรักโรสจริง”

“ใช่ ฉันรักโรส อยากแต่งงานกับโรส ได้ยินชัดเจนเต็มสองหูแล้วใช่ไหม”

ที่ชัดเจนไม่ใช่คำพูดพล่อย ๆ ไร้น้ำหนักเป็นอากาศ แต่ที่ชัดเจนเพราะหล่อนรู้เช่นเห็นชาติเขามานานแล้ว แต่ยอมเอาหูไปนาเอาตาไปไร่เพราะคำว่ารักที่ไม่เคยได้แทรกซึมเข้าสู่จิตใจ ควรแล้วหรือที่หล่อนจะปล่อยหัวใจสกปรกของเขาไปสร้างความหม่นมืดให้กับหัวใจเพื่อนสาวที่ไม่เคยทำร้ายจิตใจกัน แต่หล่อนสิที่เดียดฉันท์ด้วยความริษยาความเจิดจรัสความเป็นหงส์โดยชาติกำเนิดของรสสุคนธ์

“ได้ค่ะ หงส์จะทำ”

หล่อนตกปากรับคำด้วยดวงตาแน่วนิ่ง ด้วยมั่นใจเต็มอกว่าถึงเขาจะตะโกนใส่หน้าหล่อนว่ารักโรสมากกว่าผู้หญิงคนไหนในปฐพี แต่ผู้ชายคนนี้ไม่เคยคิดจะสารภาพคำนั้นต่อหน้าผู้หญิงที่ตัวเองเต้นแร้งเต้นกาอยากได้มาจองจำ และสักวันเขาจะต้องตกชะตาเดียวกันกับหล่อน

ที่ได้รู้จักความรักในวันที่ไม่อาจได้ครอบครอง





ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

เรื่องราวต่อไปจะเป็นอย่างไร กุหลาบของเราจะปลอดภัยไหม มาติดตามกันต่อนะคะ


รัก

ฤดีวัลย์


แอดแฟน หัวใจเศรษฐี คลิกที่รูปภาพจ้า

    ผลงานนิยายที่อัพจบแล้ว

พันธะลวง ลมห่วงรัก พี่ปราณ-ธิดา (ผ่านการพิจารณาปลายปากกาสำนักพิมพ์ เปิดจองปลายปี 2019)

กลพยาบาท จันทร์ซ่อนเงา ก้องปฐพี-ไหมแก้ว (ภาคต่อ พันธะลวง ลมห่วงรัก )


 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

9 ความคิดเห็น