ตอนที่ 32 : ตอนที่ ๓๑ องครักษ์พิทักษ์กุหลาบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 202
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    27 เม.ย. 62

ตอนที่ ๓๑ องครักษ์พิทักษ์กุหลาบ




การประชุมลับระหว่างรสสุคนธ์กับทีมพนักงานบัญชีชุดเก่าที่ถูกโยกย้ายและถ่ายออกจากคุณากรพร็อพเพอตี้ดำเนินไปอย่างยาวนานตั้งแต่เช้าจรดเย็นจบลงและสมาชิกในที่ประชุมก็ขอตัวกลับกันหมดแล้ว แต่คงเหลือหญิงสาวเจ้าของกิจการ อิทธิฤทธิ์สร้างกระบวนการเล่นแร่แปรธาตุ ปรับตัวเลขผลประกอบการที่ให้ย่ำแย่เกินกว่าความเป็นจริง

เสียแรงที่บิดาและมารดาของหล่อนไว้ใจ เสียศรัทธาที่เคยนับถือเหมือนพี่ชาย แต่ทำไมเขาถึงร้ายกาจกับครอบครัวหล่อนได้ขนาดนี้

รสสุคนธ์ถอนลมหายใจเสียงยาว แต่ก็ไม่ได้ช่วยระบายความเครียดที่สุมแน่นในอกออกไปได้สักนิดเดียว จึงเก็บเอกสารสำคัญที่รวบรวมจากพนักงานบัญชีคนเก่าคนแก่ใส่แฟ้ม แล้วลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารของโรงแรมที่ขอใช้เป็นสถานที่จัดการประชุม

และในตอนที่กำลังรอลิฟต์อยู่นั้น เสียงของผู้จัดการโรงแรมที่กล่าวคำทักทายกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งหน้าฟร้อนท์ก็ดังเรียกสายตาหล่อนให้หันไปมองเพราะในบทสนทนาอ้างถึงครูหนุ่ม

“พวกผมมาตามคำสั่งของคุณทีเค” หนึ่งในนั้นกล่าวกับผู้จัดการโรงแรม ก่อนถูกนำไปยังสวนอันเป็นสถานที่พักพิงกุหลาบลี้ภัย

ความใคร่อยากรู้ ชักพาขาของหล่อนให้ก้าวตามไปดูอยู่ห่าง ๆ ไม่ต่างจากสายลับที่กำลังแอบโจรกรรมข้อมูลของฝ่ายตรงข้าม เห็นเครื่องไม้เครื่องมืองานช่างสำหรับการสร้างโรงเรือนมุ้งวาง รวมไปถึงปุ๋ยและยาบำรุงกุหลาบมากมายตั้งเรียงรายหน้าสวน

ครูหนุ่มนั่นคิดจะยึดครองพื้นที่โรงแรมเป็นแปลงกุหลาบของตัวเองหรือไงกัน !

คิดแล้วก็ทำปากยื่นปากงอหมั้นไส้ชายหนุ่มที่ผุดขึ้นมากลางความคิด นึกอยากจิ๊กปุ๋ยกลับไปฝากเจ้าโรสของหล่อนสักถุง แต่ในวินาทีนั้น มีความนุ่มนิ่มของบางอย่างสัมผัสเข้าที่ข้อมือ พอหันหน้าก้มมอง ก็สบประสานกันกับดวงตากลมแป๋วของจ๊ะจ๋าที่กำลังส่งยิมเผล่โชว์ฟันกระต่ายขาวจั๊วสองซี่ที่โผล่พ้นจากเหงือกสีชมพู

ไม่เพียงแค่สาวน้อยตัวจิ๋ว แต่พรักพร้อมด้วยหนูมุกและฝ้ายที่ยืนไล่ระดับความสูงอยู่เบื้องหลังในท่าทางย่อตัวแอบอยู่ด้านหลังเลียนแบบการลอบมองของหล่อน

“คุณโรสแอบมองพวกเขาทำไมคะ” ฝ้ายถามพลางส่งสายตามองกลุ่มคนที่กำลังทำงานกันอย่างขะมักเขม้น

“ไม่ได้แอบสักหน่อย แค่ไม่อยากเข้าไปรบกวนเลยดูอยู่ไกล ๆ” หล่อนรีบเด้งตัวขึ้น ยืดอกพูดเฉไฉ “ว่าแต่พวกเธอมาทำอะไรที่โรงแรมกันล่ะ”

“เราสามคนจะมาขอให้คุณโรสสอนภาษาอังกฤษค่ะ” ผู้ตอบคือหนูมุก เจ้าของรอยยิ้มแก้มแตก

“ขอเรียนแค่ช่วงเย็นหลังคุณโรสเลิกงานเท่านั้น” ฝ้ายเสริมข้อมูล

แต่หล่อนก็ไม่เข้าใจอยู่ดี แม้จะเคยติวฝ้ายไป แต่นั่นก็เป็นแค่ช่วงสั้น ๆ ระหว่างที่ครูหนุ่มของพวกเขาพักฟื้นรักษาตัวจากอุบัติเหตุที่ถูกวางแผนจากมารดาของหล่อนเอง

“สอนให้ฝ้ายกับหนูมุกยังพอเข้าใจ แต่ทำไมจ๊ะจ๋าต้องมาเรียนด้วยเล่า” ถามกลับแล้วอุ้มจ๊ะจ๋าขึ้น ชื่นชมความน่ารักน่าหยิกของเด็กหญิงตัวน้อยที่สอดแขนอวบทั้งสองกับรอบคอระหงของหล่อนแล้วซบหน้ากับไหล่ ประหนึ่งอยากออดอ้อนให้รสสุคนธ์ลูบหลังปลอบประโลม

“จ๊ะจ๋านี่ตัวสำคัญเลยล่ะค่ะคุณโรส” หนูมุกบอกเสียงเจื้อยแจ้วแล้วหันไปทางพี่ใหญ่สุด โยนให้พี่ใหญ่เป็นคนตอบ

“คือว่าครูกล้าจะอุปการะจ๊ะจ๋าค่ะ ระหว่างที่ทำเรื่อง ครูกล้าให้พวกเรามาเรียนภาษาอังกฤษรอจนกว่าครูกล้าจะมารับจ๊ะจ๋าไปอยู่ด้วยที่อังกฤษ ส่วนหนู ครูกล้าขอให้ไปทำงานพิเศษเป็นพี่เลี้ยงจ๊ะจ๋าช่วงที่รอผลตอบรับจากมหาวิทยาลัย”

รสสุคนธ์ย่นคิ้ว “แต่ฉันยังไม่ได้เขียนจดหมายแนะนำเธอเลยนะ”

ฝ้ายคลี่ยิ้ม “ครูกล้าจัดการให้แล้วค่ะ”

เขาคงไม่อยากให้หล่อนเข้าไปยุ่มย่ามกับนักเรียนของตัวเองสินะ แล้วการที่เขาจะพาจ๊ะจ๋าไปใช้ชีวิตไกลถึงทวีปยุโรปนั่น หมายความว่าเขาจะไม่กลับมาเมืองไทยแล้วหรือ ก็ไหนบอกว่าจะมาทวงคืนที่ดินของตัวเองไง

“บอกเขานะว่า ถ้าจะให้ฉันสอนพวกเธอ เขาต้องพูดกับฉันเอง ไม่ใช่ให้พวกเธอดาหน้ามาทำตาแป๋ว ๆ ใส่แบบนี้”

หนูมุกหัวเราะคิกคัก “ครูกล้าเดาถูกเลยค่ะว่าคุณโรสต้องพูดแบบนี้”

แต่รสสุคน์ไม่รู้สึกขำ และก็คล้ายกำลังถูกครูหนุ่มแอบยืนหัวเราะอยู่ที่ไหนสักแห่งในสวน ถึงจะคิดเลอะเลือนไปเองก็เถอะ

“ถ้าวันนี้เรายังเรียนไม่ได้ ฝ้ายของขึ้นไปดูกุหลาบของคุณโรสได้ไหม อยากรู้ว่ามันเป็นยังไงบ้าง”

รสสุคนธ์ผ่อนความฉุนลง เพราะถ้าได้ฝ้ายมาช่วยดูแลเจ้าโรสเหมือนที่นายต้นกล้าส่งคนมาประคบประหงมเหล่ากุหลาบสาวสวยของเขา หล่อนอาจจะไม่ต้องรอให้เขาโทรศัพท์มาพูดอ้อนวอนให้สอนภาษาอังกฤษแก่เด็กพวกนี้ ยื่นหมูมา หล่อนก็จะยื่นแมวให้ แฟร์ ๆ กันไป

รสสุคนธ์จึงนำฝ้าย หนูมุก และจ๊ะจ๋าที่ไม่ยอมเดินเองขึ้นไปบนห้องพัก นอกจากแพรพรรณรายแล้ว ก็เป็นครั้งแรกที่หล่อนเปิดรับแขกให้เข้ามาเยือน หนูมุกก้าวขาเข้าไปได้ ก็ร้องว้าว แล้ววิ่งเข้าไปหระโดนอนหงายบนเตียงกว้าง

“นุ่มจังเลยค่ะคุณโรส กลิ่นก็หอม” บอกแล้วคว่ำหน้าซุกที่นอน สูดกลิ่นผ้าปูเข้าสุดปอด

หล่อนยิ้มเอ็นดูเด็กหญิง เพราะรู้ว่ากลิ่นหอมอ่อน ๆ ของผ้าปูที่นอนชุดใหม่ผสมกับความอุ่นของไอแดดที่กักเก็บตั้งแต่บ่ายนั้นสร้างความจรุงใจแค่ไหน จ๊ะจ๋าคงนึกอยากสนุกบ้าง จึงยอมให้หล่อนปล่อยตัว แล้วกระโจนเข้าหาเตียงนอน หยิบหมอนนุ่มมากอดมาซุก

เห็นแล้วให้หวนถึงห้องนอนของบ้านใหญ่ตอนที่แม่บ้านเข้ามาไล่เปลี่ยนผ้าปู ปลอกหมอนใหม่ หล่อนชอบแกล้ง นอนแผ่หลาบนเตียง แล้วเอาผ้าผืนนุ่มมาซุกกอด ไม่ยอมให้แม่บ้านทำงานตามสะดวก แต่หล่อนก็ไม่เคยถูกดุว่า แถมแม่บ้านยังหัวเราะขบขันเอ็นดู กว่างานเปลี่ยนผ้าปูที่นอนจะเสร็จ แม่บ้านก็เกือบไปทำอาหารมื้อต่อไปให้นายหญิง หรือมารดาของหล่อนแทบไม่ทัน

“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่ามันยังรอดได้” ฝ้ายส่งเสียงพลางก้มมองก้านเขียวของกุหลาบอาภัพที่เริ่มเผยความมมีชีวิตชีวา

“ก็ได้ฝ้ายนั่นแหละ ไม่งั้นฉันคงเสียมันไปแล้ว”

“ไม่หรอกค่ะ เป็นเพราะคุณโรสเองต่างหาก ฝ้ายเองก็ไม่เคยลองล้างรากกุหลาบจริงหรอกค่ะ คุณโรสเป็นมือใหม่ ทำได้ขนาดนี้ ถ้าครูกล้ารู้ต้องยกสองนิ้วให้แน่ ๆ”

รสสุคนธ์เบ้ปาก “เขาไม่จำเป็นต้องรู้หรอก แล้วเธอก็ห้ามบอกเขานะฝ้าย ไม่งั้นฉันไม่สอนภาษาอังกฤษให้”

แต่ยิ้มกว้างของฝ้ายทำให้รสสุคนธ์พ่นลมหายใจ เมื่อรู้ตัวว่าชี้โพรงให้กระรอกเข้าแล้ว การแลกหมูกับแมวจึงถูกปัดออกจากหัว แล้วหยิบคอมพิวเตอร์ออกจากกระเป๋าเปิดระบบทำงาน

“ฉันจะเตรียมบทเรียนให้พวกเธอแต่ละคน ฝ้ายเธอโทรศัพท์สั่งอะไรขึ้นมากินกับหนูมุกกับจ๊ะจ๋าระหว่างรอก็แล้วกัน”

เสียงเฮของหนุมุกดังสุด แน่นอนว่าเมนูรีเควสก็คือเค้กช็อคโกแลตสุดโปรด ซึ่งหนูมุกรอไม่นานนัก เสียงกระดิ่งห้องก็ดังขึ้น คนที่วิ่งแจ้นไปเปิดประตูคือหนูมุกที่อยากจะลิ้มรสช็อคโกแลตเต็มแก่ แต่เด็กหญิงก็พบกับความผิดหวังเพราะผู้ที่ยืนตรงหน้าประตูหาใช่พนักงานโรงแรมไม่ แต่เป็นชายหนุ่มใบหน้าเรียวเจ้าของดวงตาเรียวที่ก็คงประหลาดใจไม่แพ้กัน

“ไม่เห็นบอกกันว่าโรสรับงานฝากเลี้ยงเด็ก” น้ำเสียงเรียบกล่าวคำพูดประชดประชัน ก่อนกวาดตามองมาทางหญิงสาวที่ไม่อยากสนใจคนที่กำลังลอบใช้มีดทิ่มแทงพ่อกับแม่ของหล่อน

“โรสจะทำอะไรไม่เห็นจะต้องบอกพี่อิทนี่คะ งานรับเลี้ยงเด็กก็ไม่ใช่งานฉ้อฉลที่ต้องปิดบังอำพรางไม่ให้ใครรู้”

อิทธิฤทธิ์แค่นเสียงหัวเราะ แล้วจะก้าวหาเข้าไปภายใน แต่เพราะหนูมุกยืดอก ยืนเท้าเอวขวางทาง อิทธิฤทธิ์ก็เลิกคิ้วมอง

“คุณยังเข้ามาไม่ได้ค่ะ ตามมารยาทแล้วต้องให้เจ้าห้องอนุญาตก่อนค่ะ” วาจาหลักแหลมเกินไวทำเอารสสุคน์ลอบยิ้ม

หล่อนจึงหันไปทางอิทธิฤทธิ์แล้วไหวไหล่ให้ทำนองอยากบอกว่าช่วยไม่ได้ ถึงจะไม่รู้ว่าอิทธิฤทธิ์มาพบหล่อนถึงห้องด้วยกิจธุระใด “ขอโทษนะคะพี่อิทที่โรสต้องทำงานรับฝากเลี้ยงเด็ก ไม่ว่างต้อนรับ”

ไม่ต้องรอให้หญิงสาวเจ้าของห้องบอกบท หนูมุกก็ยิ้มแฉ่งให้ชายหนุ่มผู้ไม่ถูกต้องรับแล้วรีบปิดประตูห้องลงกลอน ก่อนกลับมาพุ่งตัวบนเตียงเด้งดึ๋งสร้างเสียงหัวเราะให้จ๊ะจ๋าที่ไม่เพียงแค่ช่วยคลายความเงียบเหงาให้กับห้องพัก แต่ยัง เติมความสดชื่นให้กับหัวใจหล่อน

แม้สามสาวต่างวัยจะไม่ได้มีส่วนใด ๆ ให้หล่อนแก้ไขปัญหาธุรกิจครอบครัว แต่ก็ยังดีกว่าอยู่ตัวคนเดียวเป็นกุหลาบเปล่าเปลี่ยวบนโลก ซึ่งรสสุคนธ์เริ่มเชื่อว่านอกจากวิธีการที่ฝ้ายบอกแล้ว ก็อาจเป็นเพราะหล่อนคอยใส่ใจ ดูแลเจ้าโรสขนาดพูดคุยกับมันทุกเช้าเย็น กิ่งก้านที่เคยเหมือนจะตายจากไปก็ผลิใบอ่อนออกมาให้หล่อนเชยชมอย่างอดทน

ใช่ หล่อนเคยบอกกับครูหนุ่มว่าไม่เคยอดทนต่ออะไรได้นาน ยิ่งจะให้อดทนในเรื่องที่ไม่ถนัดนั้นอย่าหวัง แต่วันนี้ หล่อนก็พิสูจน์ด้วยตัวหล่อนเองแล้วว่าคำพูดในวันนั้นไม่จริงเลย

อยากขอบคุณทั้งเจ้าโรสที่สอนให้หล่อนรู้จักตัวเอง และอยากขอบคุณเขาที่สอนให้รู้ว่ากุหลาบที่ถูกลิดรอนดอกตูมจะหาทางเอาตัวรอดเพื่อให้มันได้ผลิกลีบดอกสวยงามสุดพลังในวันข้างหน้า แต่รสสุคนธ์ก็ไม่อยากคิดต่อเลยว่า จะมีอุปสรรคร้ายแรงใดอีกบ้างที่จะเป็นขวากหนามให้หล่อนต้องผจญ

ถ้าหากคิดย้อนความให้ดี ตั้งแต่หล่อนไปเรียนที่อังกฤษ ก็เป็นช่วงเวลาที่อิทธิฤทธิ์ครองตำแหน่งรักษาการณ์กรรมการผู้จัดการใหญ่แอนเจลฟลายควบกรรมการผู้จัดการใหญ่คุณากรพร็อพเพอตี้ ซึ่งก็ผิดที่หล่อนเองนั่นแหละที่ไม่คิดศึกษาและติดตามความเป็นไปของบริษัท

ทั้งที่ ๆ มีขุมความรู้มหาศาลอยู่ในงบการเงินที่สามารถบอกถึงความเป็นมาเป็นไปได้ย้อนหลังถึงสิบปี แต่หล่อนจะบอกเรื่องนี้กับบิดาที่สภาพร่างกายย่ำแย่ได้หรือ ยังมีมารดาที่ไม่เคยเชื่อในคำพูดของหล่อนอีก คิดแล้วก็กลุ้มใจหนัก ก็ใครเล่าจะรู้ว่าผ่านศึกนอกกับครูหนุ่มมาแล้ว ยังมาเจอคู่ต่อสู้ตัวร้ายที่คนในบ้านถือหางอยู่เป็นด่านสุดท้าย

 

ความเดือดดาลถูกระบายออกด้วยการทุบกำปั้นบนโต๊ะทำงานเต็มแรง ยิ่งนึกถึงความเฉยเมยที่รสสุคนธ์กระทำต่อเขาก็ยิ่งร้อนรุ่ม และขุ่นเคืองที่ไม่อาจทำได้ตามแผนการแม้หญิงสาวจะอยู่แค่เอื้อมมือถ้าไม่มีเด็กพวกนั้นเป็นก้าง แต่ถ้าคืนนี้ทางไม่สะดวก เขาคงต้องรอโอกาสในวันต่อไป

ทว่าชายหนุ่มก็พบกับความรำคาญใจ เมื่อในวันต่อ ๆ มา เจ้าพวกเด็กทั้งสามยังวอแวอยู่รอบกายหญิงสาว แถมยังตั้งป้อมเป็นองครักษ์พิทักษ์หญิงสาว ไม่ให้เขาได้เข้าใกล้หล่อนในระยะหนึ่งเมตร และถ้าเขาไม่สามารถเข้าถึงตัวหล่อน หนทางปลดหนี้ของแอนเจล ฟลายก็จะเหลือเพียงแค่การขายหุ้นคุณากรพร็อพเพอตี้ในราคาบาดจิต

เขายังไม่ยอมให้นายเรมอนด์ระแคะระคาย จะดีกว่าถ้าเขาได้บริษัทของหล่อนมาครองทั้งหมด เพราะหลังจากขายหุ้นส่วนราคาต่ำให้มิลเลอร์โฮลดิ้ง เขายังอยากเก็บหุ้นส่วนที่เหลือไว้เป็นเสบียงให้กิจการของครอบครัวต่อไป ฉะนั้นการเป็นสามีของรสสุคนธ์อย่างถูกต้องตามกฎหมายคือทางเลือกที่ดีที่สุด

และเพื่อกรุยทางไปสู่พิธีวิวาห์ เขาต้องกำจัดวัชพืชที่เกะกะระรานออกไปให้พ้นทาง ความอยากถอนรากถอนโคนต้นหญ้าทุกต้นทำให้อิทธิฤทธิ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเลขหมายของลูกน้องผู้แปรพักตร์จากรสสุคนธ์มาน้อมหัวแก่นายใหม่

“งานที่ฉันสั่งไว้ ได้เรื่องหรือยัง”

“อ่ะ เอ่อ ผมเจอตัวเขาแล้วครับ จะให้ผมพาเขาไปพบคุณอิทที่ไหนดี”

“พาเขามาพบผมที่คอนโด ฯ เย็นนี้” นายหนุ่มสั่งการต่อ

“คะ... คุณอิทครับ ผะ... ผมมีเรื่องอยากขอร้อง...”

ชายหนุ่มเลิกคิ้ว “ว่ามา” แล้วถามเสียงต่ำ

“ถะ... ถ้าผมทำงานให้คุณอิท พะ...พอใจ... คะ...คุณอิทจะ...ละ...เลื่อน...ตะ...ตำแหน่งให้ผม... ดะ...ได้ไหม”

คำขอตะกุกตะกักทำให้อิทธิฤทธิ์เผยรอยยิ้มเย้ยหยัน ลำพังเงินเดือนที่ผู้จัดการคนนี้ได้รับก็มากกว่าความสามารถที่ไม่ต่างจากหัวหน้าทั่วไปแล้ว แต่ถ้าเขาไม่เลี้ยงคนเก่าคนแก่ของคุณากรพร็อพเพอตี้ไว้บาง ก็จะทำให้เขาสร้างอำนาจได้ลำบาก และคนโลภโมโทสันอย่างนายวิชัยก็เลี้ยงง่ายไม่ยุ่งยาก

“ได้สิ ตำแหน่งต่อไปของคุณคือผู้จัดการภาค”

แค่นั้น อิทธิฤทธิ์ก็มั่นใจว่านายวิชัยจะดีใจจนเนื้อเต้นและทำงานให้เขาแบบหัวชนฝา ซึ่งไอ้ตำแหน่งผู้จัดการภาคที่ว่านี่มันก็ไม่มีในผังองค์กรหรอก

นายวิชัยวางสายไปพร้อมกับรับปากมั่นเหมาะ ส่วนเขาก็ยังเหลือเวลาหลายชั่วโมงสำหรับใช้ฆ่าเวลาก่อนถึงเวลานัด

ถ้าเป็นเมื่อก่อน อาจเรียกใช้งานแพรพรรณราย แต่หล่อนกลายเป็นยายตัวร้ายที่สร้างความหนักใจให้เขายิ่งกว่าเรื่องของนางปัทมา การยอมรับเป็นพ่อของก้อนเนื้อมีชีวิตในท้องของหล่อนก็เพื่อยืดเกมแบล็คเมล์ออกไป แต่เขากำลังจะโต้เกมหล่อนด้วยการใช้หนามแท่งเดียวกันกับที่หล่อนใช้ยอกเขา

 

สัญชัยมาหยุดยืนหน้าประตูห้องพักสุดหรูเหนือระดับที่คนอย่างเขาจะปีนป่ายขึ้นมาได้ ถ้าไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของห้องที่อาศัยอยู่บนชั้นสูงของตึกทรงล้ำยุคกลางใจกรุง ถึงจะมีเงินถุงเงินถังมาโชว์ ก็ไม่มีสิทธิ์ได้ย่างกราย

แต่เขาก็คงไม่คิดมาพบเจ้าของห้องหากเจ้าผู้ชายร่างท้วมนามวิชัยไม่บอกว่าเจ้านายของตนยินดีจ่ายค่าจ้างงานครั้งก่อนให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพียงแต่เขาต้องมารับเงินด้วยตัวเองเท่านั้น ฟังแล้วก็อยากจะถ่มน้ำลาย ก็นายอิทธิฤทธิ์คนนี้ช่างเจ้าเล่ห์เจ้ากลนัก การให้เขามาถึงที่นี่ ไม่ใช่ว่ามีเรื่องให้ทำอีกหรือ เลยเอาเงินที่ควรจะจ่ายเขาแต่แรกมาล่อ

แต่ก็นั่นแหละ เขากำลังเดือดร้อนใจ อยากพาตัวเองหลบออกจากประเทศนี้ ถึงยังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเรียกตัวไปสวบสวน แต่พอยามพลบค่ำทีไร เขาก็หนาว ๆ สั่น ๆ พิลึก พอจะหลับก็เห็นแต่หน้าเจ้าเด็กจ้อยลอยไปลอยมาในความคิด

รับเงินแล้วพาตัวเองออกจากที่นี่ คือสิ่งที่เขาจะทำหลังจากกดกระดิ่งเรียกเจ้าบ้านให้มาเปิดประตูในสภาพสวมเสื้อคลุมอาบน้ำ

“คุณมาเร็วไป” เจ้าของร่างสูงชักสีหน้าใส่ พลางผูกเชือกรัดเอวให้แน่น แล้วหมุนตัวกลับนำแขกเข้าสู่อาณาเขตปกครอง  

แล้วเหตุผลของความขุ่นใจก็ปรากฏอยู่ด้านหลังประตูห้องนอนใหญ่ ที่มีหญิงสาววัยสะคราญเดินเมามายออกมาในสภาพล่อแหลมสายตาผู้ชาย เห็นแล้วสัญชัยก็แค่นยิ้ม คิดไม่ถึงว่าคนอย่างนายอิทธิฤทธิ์จะเรียกหญิงขายบริการมาใช้งาน

“กลับไปก่อน แต่เธอยังทำงานไม่เต็มชั่วโมงที่ฉันจ่าย เสร็จธุระแล้วจะเรียกให้กลับมา” ผู้ว่าจ้างกล่าวเสียงเย็นชาก่อนควักกระเป๋ายื่นธนบัตรให้แล้วหันมาทางเขา ผายมือให้นั่งบนโซฟา

“คุณอยากดื่มอะไรไหม เบียร์ ไวน์ บรั่นดี” เชิญชวนแขกพลางหยิบแก้วออกจากตู้

“อย่ามากพิธี ผมมารับเงินแล้วก็จะกลับ”

แต่เจ้าบ้านคงอยากดื่มเป็นทุนเดิม จึงคว้าคอขวดบรั่นดีออกจากชั้น กับแก้วสองใบเดินกลับมานั่งบนโซฟา แล้วเปิดฝารินของเหลวสีเชอรี่ใสแก้วก่อนเลื่อนส่งให้เขา จากนั้นก็รินให้ตัวเองพลางเอ่ยคำถาม

“คุณกับหงส์เป็นเพื่อนกันมานานแค่ไหนแล้ว”

“ผมบอกแล้วไงว่าจะมารับเงินแล้วกลับ” สัญชัยยืนยันคำเดิม

“ไม่เอาน่า แค่คุยกันสองสามนาที ไม่ทำให้จำนวนเงินที่ตกลงกันพร่องลงไปหรอก แต่ถ้าคุณฟังต่อ ก็มีแต่จะเพิ่มจำนวน”

“แล้วระยะเวลาความเป็นเพื่อนระหว่างผมกับหงส์เกี่ยวอะไรด้วย”

อิทธิฤทธิ์ยกยิ้มที่มุมปาก หยิบแก้วบรั่นดีขึ้น เอนหลังพิงพนักโซฟา แล้วมองเขาด้วยดวงตาแน่วนิ่ง “เกี่ยวตรงที่ผมอยากรู้ว่าผมต้องซื้อมิตรภาพตามจำนวนปีระหว่างคุณกับหงส์ ผมจะต้องจ่ายเท่าไหร่”

สัญชัยย่นคิ้ว “ถ้าคุณไม่รู้ เรื่องที่คุณจ้างผมหักหลังต้นกล้า ผมบันทึกเสียงสนทนาเอาไว้แล้วก็ส่งให้หงส์แล้ว”

“รู้สิ เสียงของผมในบันทึกเสียงนั่นฟังดูตลกชะมัด” บอกด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี “ก็เลยอยากให้คุณลบมันทิ้งซะ ทั้งที่อยู่กับคุณแล้วก็ของหงส์”

คนฟังเริ่มจับความต้องการของอีกฝ่ายได้ ไอ้ค่ามิตรภาพที่จะจ่ายให้นั่นก็คงแทนความหมายของการให้เขาหักหลังหงส์น่ะสิ

“คุณอาจต้องจ่ายหนักหน่อย เพราะผมกับหงส์กับกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยเปิดด้วยกัน”

อิทธิฤทธิ์มองเขานิ่ง “นั่นกี่ปีมาแล้ว”

“เก้าปีได้”

“คุณนับเลขผิดหรือเปล่า หงส์เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับว่าที่เจ้าสาวของผม แล้วเธอเข้าเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยเมื่อหกปีที่แล้ว ไม่ใช่เก้าปี แล้วก็ไม่ใช่มหาวิทยาลัยเปิดแต่เป็นเอกชนที่ค่าเทอมแพงพอ ๆ กับไปเรียนเมืองนอก”

สัญชัยกระตุกยิ้ม “นับย้อนไปเก้าปีที่แล้ว คือปีแรกที่ผมรู้จักหงส์ในฐานะนิสิตมหาวิทยาลัยเปิด ย้อนไปเมื่อแปดปี คือปีที่หงส์ย้ายมาอยู่กินกับผมในฐานะผัวเมีย แต่ถ้าย้อนไปเมื่อหกปีที่แล้ว คือปีที่หงส์ทิ้งผมแล้วไปเป็นเมียเก็บเสี่ยที่หล่อนบอกทุกคนว่าเป็นพ่อ”

“มีอะไรเกี่ยวกับหงส์ที่ผมสมควรจะรู้อีกบ้าง”

คล้ายเห็นประกายไฟในหน่วยตาของเจ้าของคำถาม แต่ถ้าความลับนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนเงินได้จริง เขาก็จะเรียกให้มากโขพอที่จะพาตัวเองลี้ความวุ่นวายไปต่างแดนได้นานจนพอใจ กระนั้นความเวทนาในตัวหญิงสาวก็ยังหลงเหลือในใจ เพราะนอกจากเขาแล้ว แพรพรรณรายก็เป็นคนไร้ญาติไม่ต่างจากเด็กกำพร้าเช่นเขาเลย

“หงส์รักคุณ...” อย่างน้อยคำพูดนี้ก็ช่วยปลดเปลื้องความรู้สึกผิดที่กำลังเกิดขึ้น “...รักมากจนอยากให้คุณเป็นของเธอคนเดียว รักมากจนยอมทำทุกอย่างให้มีคุณอยู่ในชีวิตของผู้หญิงที่ไม่ใช่ลูกผู้ลากมากดี รักมากจนผมที่เป็นคนรักเก่ายังอิจฉา และเพราะความอิจฉา ผมเลยใช้ความรักที่หงส์มีต่อคุณแลกกับการเสพสมกับเธอเพื่อทำงานตามที่เธอขอร้อง นั่นคือหักหลังเพื่อนผม”

ดวงตาคู่นั้นดุดันขึ้นใบหน้าหล่อเหลาแสดงอารมณ์ขุ่นอย่างเห็นได้ชัด อิทธิฤทธิ์ลุกขึ้นจากโซฟาไปหยิบสมุดเช็คแล้วกลับมานั่งเขียนตัวเลขจำนวนหลายหลักก่อนฉีกยื่นส่งให้สัญชัย

“นี่เป็นค่าจ้างงานกำจัดเจ้ากุหลาบต้นนั้นของคุณ” บอกด้วยน้ำเสียงเข้ม แล้วจากนั้นก็เขียนตัวเลขต่อลงบรเช็คใบถัดมา แต่ไม่ได้ฉีกส่งให้ ทำเพียงหยิบขึ้นให้เขาดูตัวเลขเต็มตา

“ส่วนใบนี้คุณจะได้หลังจากทำงานสำเร็จสำหรับเป็นค่าขายมิตรภาพระหว่างคุณกับหงส์ หวังว่าจำนวนเงินจะทำให้คุณรู้ว้าต้องทำยังไงกับยายผู้หญิงสำส่อนจอมปลิ้นปล้อน”

ความรักของแพรพรรณรายไม่เคยซึมเข้าสู่หัวใจผู้ชายคนนี้เลย สัญชัยได้แต่สมเพชชีวิต ทั้งสมเพชหล่อนที่ก้าวไปไม่ถึงฝั่งฝัน สมเพชตัวเองที่สุดท้ายก็ไล่ล่าหาอะไรไม่เจอ นอกจากเงินตราที่นำมาทั้งความสุขไม่จีรังบนความทุกข์ของคนอื่น

แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย ครั้งสุดท้ายที่ทำเพื่อเงิน... สัญชัยสาบานกับตัวเอง




ขอบคุณมากค่ะที่ติดตาม

ในตอนต่อจากนี้ ตัวละครทุกตัวจะหมุนไปตามกงกรรม

ถ้ายังจำคำสอนของครูเดือนเพ็ญที่ให้กับต้นกล้าเรื่อง

"คนดีตกน้ำ ตกไฟไม่ไหม้ได้"

ก็มาลองติดตามดูกันต่อนะคะว่า จะมีใครตกน้ำ มีใครถูกไฟเผามอดไหม้บ้าง


รักนักอ่าน

เพราะคุณทำให้ตัวละครมีชีวิต


PS ถ้านักเขียนอัพช้าไปบ้าง อย่าโกรธกันน้า 

จะพยายามอัพให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้เลยจ้า

นักอ่านจะได้ไม่รอนาน(เกินไป)

 ^^


ฤดีวัลย์



แอดแฟน หัวใจเศรษฐี คลิกที่รูปภาพจ้า

    ผลงานนิยายที่อัพจบแล้ว

พันธะลวง ลมห่วงรัก พี่ปราณ-ธิดา (ผ่านการพิจารณาปลายปากกาสำนักพิมพ์ เปิดจองปลายปี 2019)

กลพยาบาท จันทร์ซ่อนเงา 


 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

9 ความคิดเห็น